สาบเสือ
สาบเสอื ช่ือวิทยาศาสตร์ Chromolaena odorata (L.) R.M.King & H.Rob. (ชอ่ื พ้องวิทยาศาสตร์
Eupatorium odoratum L.) จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรอื COMPOSITAE)
สาบเสือ ช่ือสามัญ Siam weed, Bitter bush, Christmas bush, Devil weed, Camfhur grass, Common
floss flower, Triffid
สมนุ ไพรสาบเสือ มีชอ่ื ท้องถ่นิ อ่นื ๆ อกี หลายชื่อ เช่น หญา้ เสอื หมอบ หญา้ ดงร้าง หญ้าดอกขาว บา้ นร้าง หมา
หลง (สพุ รรณบรุ ี ราชบุรี กาญจนบุร)ี , ฝร่ังเหาะ ฝรั่งรกุ ท่ี (สุพรรณบุร)ี , ผัดคราด บา้ นร้าง (ราชบรุ )ี , หญา้ ดงรัง้
หญ้าพระสริ ิไอสวรรค์ (สระบุร)ี , หญา้ ดอกขาว (สุโขทยั ระนอง), หญ้าเลาฮ้าง (ขอนแกน่ ), สะพัง (เลย),
ม้งุ กระต่าย (อดุ รธานี), หญา้ ลืมเมือง (หนองคาย), มนทน (เพชรบูรณ)์ , เบญจมาศ (ตราด), หมาหลง (ชลบรุ ี-ศรี
ราชา), พายพั พาท้งั หญ้าเมอื งวาย นองเส้งเปรง เซโพกวย ซพิ ูกยุ่ (เชียงใหม)่ , ไช้ปู่กย ชีโพแกว่ะ เชโพแกว่ะ
(แม่ฮ่องสอน), รำเคย (ระนอง), ย่สี นุ่ เถ่อื น (สุราษฎรธ์ าน)ี , หญา้ เหมือน หญ้าเมอื งฮ้าง ต้นลำฮ้าง (อสิ าน), ตน้ ข้ี
ไก่ (ใต)้ , พาพงั้ ขาว (ไทใหญ่), จอดละเห่า (มง้ ), หญ้าเมืองวาย (คนเมือง), เฮยี งเจกล้งั ปวยกเี ช่า (จนี ) เปน็ ตน้
ลกั ษณะของสาบเสอื
ต้นสาบเสอื จดั เป็นวชั พชื ทม่ี ีถิน่ กำเนิดในแถบอเมริกากลาง โดยมีเขตแพร่กระจายต้ังแต่ทางตอนใตข้ องรัฐ
ฟลอริดาไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตนิ า และระบาดท่ัวไปในเขตรอ้ นทว่ั ทุกทวปี (ยกเว้นการ
ระบาดเข้าไปในทวปี ออสเตรเลยี ซึง่ จะพบได้เพยี งเลก็ น้อยเทา่ นน้ั ในช่วง 10 ปีทผ่ี า่ นมา) โดยจดั เปน็ พรรณ
ไมล้ ม้ ลุก เปน็ พืชที่แตกกง่ิ กา้ นสาขามากจนเหมอื นทรงพุ่ม ก่ิงกา้ นและลำต้นจะปกคลมุ ไปด้วยขนนมุ่ อ่อน ๆ
มีลำต้นสงู ประมาณ 1-2 เมตร
ใบสาบเสอื มีใบเป็นใบเดีย่ วออกจากลำตน้ ท่ขี ้อแบบตรงกนั ขา้ ม ใบมสี ีเขยี วอ่อน ลกั ษณะของใบคลา้ ยรูปรีทรง
รปู สามเหลี่ยม ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง ใบเรยี วสอบเข้าหากนั มขี อบใบหยัก ที่ใบเห็นเส้นชัดเจน 3 เส้น ผวิ
ใบ ทั้งสองดา้ นมีขนอ่อนปกคลมุ ใบและก้านเม่ือนำมาขย้ีจะมกี ลิน่ แรงคลา้ ยกลนิ่ สาบเสือ
ดอกสาบเสอื ออกเป็นชอ่ มีสีขาวหรือสฟี ้าอมมว่ ง มีดอกยอ่ ยประมาณ 10-35 ดอก โดยดอกวงนอกจะบาน
ก่อนดอกวงใน ทก่ี ลีบดอกหลอมรวมกนั เปน็ หลอด
ผลสาบเสือ เปน็ ผลขนาดเล็ก มรี ปู รา่ งคลา้ ยรูปหา้ เหลย่ี ม มีสนี ำ้ ตาลหรอื สดี ำ มหี นามแข็งบนเส้นของผล
ท่ปี ลายผลมีขนสีขาว ชว่ งพยงุ ใหผ้ ลและเมลด็ สามารถปลิวตามลมได้
สาเหตุที่ได้ช่อื ว่า "สาบเสือ" ก็เพราะว่าดอกของสมนุ ไพรชนิดน้จี ะไม่มีกลนิ่ หอมเลย แตจ่ ะมแี ตก่ ลิน่ สาบคลา้ ย
สาบเสือ คนโบราณเวลาวงิ่ หนีสตั วด์ รุ ้ายจะวงิ่ เขา้ ดงสาบเสือเพ่ือช่วยอำพรางให้ปลอดภัย เพราะสตั วจ์ ะไม่ไดก้ ลน่ิ
คน และยงั มีการนำมาใชป้ ระโยชน์ในดา้ นของสรรพคุณทางยามากมาย โดยส่วนทน่ี ำมาก็มที ้งั จากตน้ ใบ ดอก
ราก เปน็ ตน้
สรรพคุณของสาบเสือ
๑. ดอกสาบเสือมสี รรพคณุ ช่วยชกู ำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย (ดอก)
๒. ชว่ ยบำรงุ หัวใจ (ดอก)
๓. ชว่ ยแกต้ าฟาง ตาแฉะ (ใบ)
๔. ชว่ ยแก้กระหายนำ้ (ดอก)
๕. ดอกช่วยแก้ไข้ (ดอก)
๖. รากสาบเสอื ใช้ผสมกับรากมะนาวและรากยา่ นาง นำมาต้มเป็นนำ้ ด่มื ชว่ ยรกั ษาไขป้ ่าได้ (ราก)
๗. ดอกใชเ้ ปน็ ยาแก้ร้อนใน (ดอก)
๘. ใชเ้ ปน็ ยาแก้ปวดท้อง อาการท้องขนึ้ ทอ้ งเฟ้อ (ต้น)
๙. รากสาบเสือนำมาใชต้ ้มเป็นน้ำด่ืมช่วยแก้โรคกระเพาะได้ (ราก)
๑๐.ช่วยแกร้ ดิ สดี วงทวาร (ใบ)
๑๑.ใบนำมาใช้ต้มอาบช่วยแก้ตวั บวมได้ (ใบ)
๑๒.ช่วยแก้บวม (ตน้ )
๑๓.ช่วยดูดหนอง (ตน้ )
๑๔.สารสกดั จากกง่ิ และใบมีสารที่ช่วยยบั ย้ังการเจริญเตบิ โตของเชื้อแบคทเี รยี Staphylococcus aureus
และ Bacillus subtilis ซง่ึ เปน็ สาเหตทุ ท่ี ำให้เกดิ หนอง (ใบ)
๑๕.ชว่ ยแก้พิษนำ้ เหลือง (ใบ)
๑๖.ชว่ ยถอนพษิ แก้อกั เสบ (ใบ)
๑๗.ใบใชใ้ นการหา้ มเลอื ด ด้วยการใช้ใบนำมาโขลกและขย้ี แล้วนำมาพอกบริเวณบาดแผล ก็จะชว่ ยห้าม
เลอื ดไดเ้ ป็นอยา่ งดี เพราะสาบเสือมีสารสำคญั หลายอยา่ งทม่ี ีฤทธ์ทิ ำให้เสน้ เลือดหดตวั และไปชว่ ย
กระตนุ้ สารที่ทำใหเ้ ลือดแข็งตัวไดเ้ ร็วยิ่งขนึ้ แต่อาจจะแสบมาก ๆ แตเ่ ม่ือแผลหายแล้วจะช่วยปอ้ งกนั
แผลเป็นไดอ้ ีกดว้ ย (ใบ)
๑๘.ใช้สมานแผล ชว่ ยปอ้ งกนั การเกดิ รอยแผลเป็น (ใบ)
๑๙.ช่วยรกั ษาแผลเปื่อย (ใบ)
๒๐.ท้ังตน้ ของสาบเสือ ใช้เป็นยาแกบ้ าดทะยัก (ทั้งต้น)
๒๑.ใบสาบเสือ มีสารที่ช่วยยับยง้ั การงอกและชะลอการเจริญเตบิ โตของพชื อน่ื ๆ (ใบ)
ประโยชนข์ องสาบเสือ
๑. ชว่ ยแกผ้ มหงอก ทำใหผ้ มดกดำ ดว้ ยการใชใ้ บสาบเสือนำมาตำแล้วใชห้ มักผมเป็นประจำ ไม่นานจะทำทำให้
เส้นผมดูดกดำขนึ้ (ใบ)
๒. ใบสาบเสือมีฤทธิใ์ นการกำจดั ปลวก ไลแ่ มลง ฆา่ แมลงได้ (ใบ)
ท้ังต้นและใบสามารถนำมาใช้ในการบำบดั น้ำเน่าเสยี ได้ ด้วยการเอาทั้งตน้ และใบใสล่ งไปแชใ่ นบ่อนำ้ เน่า เม่ือ
ผ่านไป 2-3 สัปดาห์นำ้ จะค่อย ๆ ใสข้นึ เอง (ต้น, ใบ)
๓. ต้นสาบเสอื มีกลิ่นแรง การใชใ้ นปริมาณมากนอกจากจะนำไปใช้ทำเปน็ ยาฆ่าแมลงแล้ว การใชใ้ นปริมาณเพยี ง
เล็กนอ้ ยกส็ ามารถนำมาใช้เป็นน้ำหอมไดด้ ีอีกดว้ ย (ทง้ั ตน้ )
๔. นอกจากน้เี รายังใชต้ น้ สาบเสอื เปน็ ตวั ชวี้ ดั อณุ หภมู ิความแหง้ แลง้ ของอากาศ ถ้าหากอากาศไม่แล้ง ตน้ สาบเสือ
กจ็ ะไม่ออกดอกนั่นเอง
แหล่งอา้ งองิ : เว็บไซตก์ รมวิชาการเกษตร, เว็บไซตอ์ ุทยานธรรมชาตวิ ิทยาสริ ีรุกขชาติ มหาวทิ ยาลัยมหิดล, ชอ่ื
พรรณไม้แห่งประเทศไทย (เต็ม สมิตนิ นั ทน์), เวบ็ ไซตส์ ถาบันวจิ ัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี หง่ ประเทศไทย
(วว.), สำนักงานพัฒนาเศรษฐกจิ จากฐานชวี ภาพ (องคก์ ารมหาชน), หนงั สอื พรรณไมส้ วนพฤกษศาสตร์สมเด็จ
พระนางเจา้ สิริกติ ์ิ เล่ม 5