รายงานเชิงวชิ าการ
เรอื่ ง ตะไคร้หอมไลย่ ุง
โดย
นางสาวจณิ หว์ รา กาตง้ั เลขที่ 4
นางสาวอารญิ า คลงั คนเกา่ เลขที่ 5
สาขาวชิ ารฐั ศาสตร์ประศาสนศาสตร์
คณะมนษุ ยศ์ าสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
เสนอ
อาจารย์ สุนารี ฝีปากเพราะ
รายงานนเี้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวิชาภาษาไทยเพ่อื การสื่อสาร (GELA101)
ภาคฤดรู ้อน ปกี ารศึกษา2564
คณะมนุษศาสตร์และสงั คมศาสตรม์ หาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์
รายงานเชิงวชิ าการ
เรอื่ ง ตะไคร้หอมไลย่ ุง
โดย
นางสาวจณิ หว์ รา กาตง้ั เลขที่ 4
นางสาวอารญิ า คลงั คนเกา่ เลขที่ 5
สาขาวชิ ารฐั ศาสตร์ประศาสนศาสตร์
คณะมนษุ ยศ์ าสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
เสนอ
อาจารย์ สุนารี ฝีปากเพราะ
รายงานนเี้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวิชาภาษาไทยเพ่อื การสื่อสาร (GELA101)
ภาคฤดรู ้อน ปกี ารศึกษา2564
คณะมนุษศาสตร์และสงั คมศาสตรม์ หาวิทยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์
คานา
รายงานเชิงวิชาการน้ีเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร (GELA101) โดยมีจุดประสงค์
เพื่อศึกษาเร่ืองราวเกี่ยวกับเรื่องสรรพคุณของตะไคร้ ประโยชน์ วิธีการใช้ และโทษ ในรายงานเชิงวิชาการนี้ได้
รวบรวมขอ้ มลู เรื่องตะไคร้โดยละเอียดเพ่อื ทจ่ี ะไดเ้ ข้าใจเนื้อหาได้อย่างเข้าใจมากขึน้
คณะผู้จัดทาได้เลือกหัวข้อน้ีในการทางาน เน่ืองมาจากเป็นเรื่องท่ีน่าสนใจ และคณะผู้จัดทาต้อง
ขอขอบพระคุณผู้ปกครองที่ช่วยให้คาแนะนา ช้ีแนะแนวทาง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับน้ีจะให้ความรู้
และเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้อา่ น
คณะผจู้ ัดทา
สารบัญ
เรอื่ ง หนา้
ประโยชนข์ องตะไคร้ 1-3
ข้อมูลด้านการบรโิ ภคสาหรับคนท่ัวไป 4
ข้อควรระวงั สาหรับผู้ทีม่ ปี จั จัยทางสขุ ภาพ 4
สรรพคุณ 5-6
ขนั้ ตอนการปลกู 7
วธิ ีการดแู ล 7
ชนดิ ของตะไคร้ 8-9
ลักษณะ 10 - 11
วิธกี ารใช้ 12
การขยายพันธุ์ 12
ขอ้ ควรระวงั 13
1
เรอ่ื ง ตะไคร้
รูปท่ี 1 ตระไคร้
(ที่มา : www.pooddee.com)
ตะไคร้ เปน็ พชื สมนุ ไพรทอ้ งถิ่นในประเทศแถบเอเชียเขตร้อน มีลักษณะคล้ายหญ้าและมีใบสูงยาวส่งกลิ่น
เฉพาะตัว นอกจากนามาใช้ประกอบอาหาร ปรุงแต่งกลิ่นในอาหาร และทาเคร่ืองด่ืมแล้ว ตะไคร้ยังถูกนาไปใช้ใน
หลากสาขา เช่น อุตสาหกรรมสบู่ เคร่ืองสาอางการบาบัดด้วยกลิ่น หรือการสกัดเป็นยารักษา โดยมีความเชื่อว่า
สารเคมีในตะไคร้ท่ีมีฤทธ์ิต้านอนุมูลอิสุระ อาจสามารถช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียกับยีสต์ได้ ช่วยลด
อาการปวดเม่ือยกล้ามเน้ือ บรรเทาอาการปวดและลดไข้ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในระหว่างมี
ประจาเดอื น และเปน็ สว่ นผสมในสารท่ีชว่ ยไล่ยุงได้ เปน็ ตน้
แม้จะเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการบริโภคและประยุกต์ใช้กันอย่าแพร่หลาย แต่หลักฐานทาง
วิทยาศาสตร์และการแพทย์เกี่ยวกับประสิทธิผลของตะไคร้แท้จริงแล้วยังคงมีอย่างจากัด และไม่ได้รับการรับรอง
อย่างเป็นทางการในเชิงการแพทย์ โดยบางงานวิจัยก็ได้ตรวจสอบสมมติฐานถึงผลของตะไคร้ต่อสุขภาพในด้าน
ตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ประโยชน์ของตะไคร้ ใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร เพราะมีเกลือแร่จาเป็นหลายชนิด ได้แก่
แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามิน นาตะไคร้มาสกัดกล่ันกล่ินใช้เป็นน้ามันหอมระเหย รวมถึงตะไคร้หอมมี
คุณสมบัตกิ นั ยงุ ไดด้ ว้ ย สรรพคณุ ทางยาของตะไคร้ ชว่ ยแกอ้ าการต่างๆ
คนสมัยโบราณมีวิธีการรักษาอาการเจ็บป่วย คร่ันเน้ือคร่ันตัว รู้สึกธาตุผิดปกติ ด้วยการนาสมุนไพรมาใช้
เป็นยา หรอื ปรุงอาหารด้วยพชื พรรณที่มีสรรพคุณเปน็ ประโยชนต์ ่อร่างกายเพ่ือป้องกนั โรคภยั หน่ึงในพืชผักสารพัด
ประโยชนท์ ป่ี ลูกกันทกุ ครวั เรือน คอื "ตะไคร"้ นอกจากนามาทาเมนตู ้มยาแล้ว ทราบหรอื ไม่ว่าประโยชน์ของตะไคร้
มมี ากกว่าทค่ี ิด เช่น
2
ระงบั กลน่ิ ปากที่เกิดจากเช้ือแบคทเี รยี
กล่ินปากเป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งซ่ึงเกิดจากหลายสาเหตุ ท้ังจากูการรับประทานอาหาร การสูบบุหร่ี
การไม่รักษาสขุ อนามัยภายในช่องปาก การติดเชื้อภายในช่องปากตลอดจนการใช้ยารักษาบางชนิด ผู้ท่ีมีกล่ินปาก
อาจสูญเสียความมั่นใจและเกิดความวิตกกังวลจนอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาวิธีรักษาและระงับกลิ่นปาก
ตะไครเ้ ปน็ สมนุ ไพรท่ีมกี ลนิ่ หอมเฉพาะตัว จึงมกี ารคนั ควา้ ท่ีนาตะไครม้ าเปน็ ส่วนหน่ึงในการทดลองใช้สารสกัดจาก
ตะไครผ้ ลิตนา้ ยาบ้วนปาก โดยมีผูอ้ าสาเข้าร่วมการทดลองจานวน 20 ราย ผลการทดลองพบว่า น้ายาบ้วนปากที่มี
ส่วนผสมของตะไคร้มีประสิทธิผลต่อการยับย้ังแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นปากบางชนิดได้ คือแบคทีเรียกลุ่ม
แอกทิโนไมซเี ทมคอมิแทนส์ และ พอรฟ์ ิโรโมแนสจนิ จิวาลสิ แต่มปี ระสิทธิผลต่าต่อการต้านเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโต
คอ็ กคัส โดยรวมแลว้ น้ายาบว้ นปากจากตะไครส้ ามารถช่วยลดกลนิ่ ปากลงได้และพบว่ามีความปลอดภัยจากการใช้
งานในกลมุ่ ผูถ้ ูกทดลอง แมย้ ังคงต้องมกี ารปรบั ปรงุ กล่ินฉุนและรสชาติจากตะไคร้เพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม งาน
ทดลองนี้เป็นงานทดลองขนาดเล็ก จงึ ควรมีการศกึ ษาคน้ ควา้ เพ่ิมเติมในดา้ นนี้ตอ่ ไป เพือ่ นาไปประยุกต์ใช้ประโยชน์
จากตะไคร้ในการระงับกลิ่นปากได้ในอนาคต และยังยับยั้งเชื้อราในช่องปากโดยปกติ ในช่องปากของคนเรามี
แบคทเี รียและเช้ือราบางชนดิ อาศยั อยู่ หากมีเช้อื จลุ ชีพเหลา่ นใี้ นจานวนท่ีไม่เป็นอันตราย จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อ
สุขภาพช่องปากแต่อย่างใด แต่ปัญหาเชื้อราในช่องปาก เกิดจากการมีเช้ือราแคนดิดาอัลบิแคนส์ (ในช่องปากเป็น
จานวนมาก และเช้ือเหล่านมี้ กี ารเจริญเตบิ โตจนเกินกว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายจะควบคุมได้ จึงเป็นท่ีมาของอาการ
ตา่ ง ๆ เชน่ มีคราบหรือป้ินส่ีขาวตามลิ้น เหงือกกระพุ้งแก้ม ตอ่ มทอนซลิ หรอื กลืนอาหารลาบาก เปน็ ต้น
ป้องกันยุงและตัวร้นิ
ยุง เป็นสตั วด์ ดู เลอื ดและพาหะนาโรคติดต่อจากคนสคู่ น หรือจากสตั วเ์ ลือดอุ่นมาสู่คนได้ เชน่ ไข้เลือดออก
ไขม้ าลาเรีย ไข้เหลอื ง ไขส้ มองอกั เสบ ไวรสั ซิกา เปน็ ต้น ส่วนตัวริ้นน้ัน เป็นแมลงดูดเลือดขนาดเล็กเช่นเดียวกับยุง
ซึ่งสรา้ งความราคาญและนาโรคมาส่คู นได้เชน่ เดยี วกัน
รูปท่ี 2 น้ามนั ตะไคร้ไลย่ งุ
(ท่มี า : www.sanook.com)
3
กาจดั รงั แค
รังแค เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดกับหนังศีรษะ มีอาการ คือ หนังศีรษะลอกแตกออกเป็นแผ่นผิวหนังแห้ง
และก่อให้เกิดอาการคัน แม้ไม่ได้นาไปสู่อาการป่วยที่เป็นอันตรายแต่รังแคก็เป็นปัญหารังควานใจ สร้างความวิตก
กังวล และสูญเสียความม่นั ใจได้ไมน่ ้อย วธิ ใี ช้ เพียงนาเอาตะไคร้ประมาณ 4-5 ต้น มาทุบให้ละเอียด และเอาไปแช่
ในน้าประมาณ 1 ลิตร แล้วทิ้งเอาไว้สัก 20 นาที จากน้ันก็นาน้าตะไคร้ที่ได้มาชโลมผมให้ท่ัวหนังศีรษะ ทิ้งเอาไว้
ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้าสะอาด วิธีการนี้หมั่นทาเป็นประจาทุกวัน เพียง 2-3 สัปดาห์ จะพบว่า
รังแคที่เคยข้นึ เตม็ หนังศีรษะนนั้ จะเริ่มลดนอ้ ยลงไปอย่างเห็นไดช้ ัด
รูปท่ี 3 ตระไครก้ าจดั รงั แค
(ที่มา : http://www.nanovechshop.com)
4
ข้อมูลดา้ นการบรโิ ภคสาหรบั คนท่วั ไป
● การบริโภคตะไครน้ า่ จะปลอดภัย หากบรโิ ภคในปริมาณทใี่ ช้ประกอบอาหารท่วั ไป
● การบรโิ ภคตะไคร้หรือการใช้ตะไครท้ าบนผิวหนงั เพื่อจุดประสงคท์ างการรักษาอาจจะปลอดภยั หากใช้
ตะไครใ้ นช่วงเวลาส้ัน ๆ ภายใต้การดแู ลและคาแนะนาจากแพทย์
● การสดู ดมสารที่มีส่วนประกอบของตะไคร้ อาจทาให้เกดิ ผลข้างเคียงทเ่ี ป็นอันตรายและเป็นพษิ ต่อรา่ งกาย
ได้ในผปู้ ่วยบางราย เชน่ ผู้มปี ัญหาเกยี่ วกบั สุขภาพปอด
● การใชผ้ ลติ ภณั ฑท์ ่ีมีสารสกัดจากตะไคร้อย่างประมาทหรือผิดวิธี อาจนาไปสูก่ ารเกดิ ภาวะพษิ ทเ่ี ปน็
อันตรายถึงแก่ชวี ติ ได้ เชน่ การกลนื ยากนั ยุงทีผ่ ลิตจากตะไคร้
ขอ้ ควรระวังสาหรับผู้ที่มปี จั จยั ทางสุขภาพ
● ผูท้ ีต่ ั้งครรภ์ ควรหลีกเสี่ยงการบรโิ ภคตะไคร้ เน่ืองจากตะไคร้อาจกระตนุ้ การไหลเวียนของเลอื ดในการเกดิ
ประจาเดอื น ซึ่งอาจเสยี่ งต่อการเกดิ ภาวะแท้งได้
● ผู้ทีก่ าลงั ใหน้ มบุตร ในปัจจบุ ันยังคงไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกบั ความปลอดภัยจากการบริโภคตะไคร้ใน
ระหว่างท่ีใหน้ มบุตร ผทู้ ่ีกาลงั ใหน้ มบุตรจงึ ควรหลกี เล่ยี งการบริโภคตะไคร้ เพอ่ื ป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ
ทง้ั ตอ่ ตนเองและทารกที่อาจได้รับสารต่าง ๆ ผา่ นทางนา้ นมด้วย
● ผปู้ ่วยท่ีมีโรคประจาตวั ควรปรกึ ษาแพทย์ก่อนการบรโิ ภคตะไคร้ หรอื อาหารใด ๆก่อนเสมอ ว่าอาจส่งผล
ต่ออาการป่วยของตนหรือไม่
รูปท่ี 4 หญิงทต่ี ั้งครรภ์ ควรหลีกเสีย่ งการบริโภค
(ทม่ี า : www.technologychaoban.com)
5
สรรพคุณของตะไคร้
- รากตะไคร้ สรรพคณุ ของรากตะไคร้ ชว่ ยบารุงธาตุ ขบั ปสั สาวะ แก้ขัดเบา แกน้ ่วิ แกป้ วดกระเพาะ
อาหาร แกเ้ สยี ดแนน่ แสบบรเิ วณหนา้ อกและขับปสั สาวะ รวมถึงรักษากลากเกล้ือนได้อกี ด้วย
รปู ท่ี 5 รากตระไคร้
(ทีม่ า : sites.google.com)
- ลาต้นตะไคร้ สรรพคุณของลาต้นตะไคร้นามาใช้แก้ปวด จากการปวดข้อและฟกช้า แก้โรคทางเดิน
ปัสสาวะ แก้ประจาเดือนมาไม่ปกติ รวมถึงช่วยให้เจริญอาหาร แก้ท้องเสีย แก้ท้องอืด แก้จุกเสียด แน่น
ท้อง ขับลมในลาไส้ วธิ ใี ชค้ อื รับประทานสด หรอื ผึ้งแหง้ แลว้ นามาใชต้ ม้ ด่มื
รปู ท่ี 6 ลาตน้ ตระไคร้
ทีม่ า : https://shopee.co.th
6
- ใบตะไคร้ สรรพคุณของใบตะไคร้ช่วยลดความดันโลหิตสูง นามาใช้สกัดทาน้ามันหอมระเหยแม้ว่า
ตะไคร้จะเปน็ พืชท่ใี ชป้ ระกอบอาหาร แต่กม็ สี รรพคุณทางสมุนไพร หากคุณต้องการใช้ตะไคร้แห้งเพื่อมา
ต้มน้าดื่มเป็นยา เว็บไซโครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริฯ ได้อธิบายวิธีและ
ปรมิ าณการใช้ประโยชน์ตะไคร้ ไว้ดงั น้ี
ใช้ตะไครแ้ กอ้ าการท้องอดื จุกเสยี ด
อาการปวดท้องท่ีมาจากการแน่นท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ ใช้ตะไคร้แก่ทุบแหลก 1กามือ (ขนาดประมาณ
40 - 60 กรัม) ต้มน้าดื่ม หรือนามาประกอบอาหาร ใช้ตะไคร้ 5 ต้น สับเป็นท่อน ต้มกับเกลือ โดยต้มให้เหลือ 1
ใน 3 จากนา้ ทีต่ ้ม หลังจากนัน้ ด่มื 1 แก้ว ติดต่อกนั 3 วนั จึงจะคลายปวดทอ้ ง
ใช้ตะไครแ้ กอ้ าการขัดเบา ปัสสาวะไมค่ ล่อง (ไม่มีอาการบวม)
ใช้ต้นแก่ 1 กามือ (ต้นสดใช้ 40-60 กรัม หรือต้นแห้งหนัก 20 - 30 กรัม) ต้มกับน้าด่ืมคร้ังละ 1 ถ้วยชา
(75 มลิ ลิลติ ร) ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง ใช้เหง้าตะไคร้แก่ ผ่านเป็นแว่นบางๆ คั่วจนเหลือง ชงแทนชา ด่ืมก่อน
อาหารครง้ั ละ 1 ถว้ ยชา วนั ละ 3 ครง้ั
รปู ที่ 7 ประโยชนข์ องตระไคร้
(ทม่ี า : www.capital-organic.com)
7
ขน้ั ตอนการปลูกตะไคร้
1. ตะไคร้ที่จะนามาปลูกจะต้องเป็นต้นตะไคร้ที่มีรากติด แต่ถ้าแยกกอออกมาจากต้นท่ีสมบูรณ์ ให้แยก
หน่ึงออกมาแค่ 3 ต้นเท่าน้ัน แต่หากตะไคร้ท่ีซ้ือมาไม่มีราก ต้องตัดโคนต้นให้เหลือความยาวสัก 11/2 นิ้ว
แล้วนาไปแช่นา้ ทิง้ ไว้ไมเ่ กิน 2 สัปดาห์ เพ่อื รอใหร้ ากงอกแลว้ ค่อยนาไปปลูก
2. รองก้นกระถางด้วยวัสดุรองก้นกระถางอย่าง แกลบ หิน หรือใบไม้แห้งไว้ก่อนจากนั้นเทดินลงไป
กะระยะใหไ้ ดค้ รึง่ กระถาง แลว้ นาปุ๋ยคอกมาผสมดนิ ใหท้ ่ัว สดุ ทา้ ยเทดินลงไปใหเ้ กือบเตม็ กระถาง
3. ใช้พล่ัวเขี่ยดินตรงกลางใหเ้ ป็นหลุม แล้วนาต้นตะไคร้ที่แยกกอหรือต้นที่แช่น้าเอาไว้มาปลูก กลบดินให้
มิดชิด แต่ไมต่ อ้ งแนน่ มาก และรดน้าให้ชุ่ม
รปู ท่ี 8 ขัน้ ตอนการปลูกตะไครใ้ นกระถาง
(ทม่ี า : https://pantip.com)
วธิ ีการดแู ลและระยะเกบ็ เก่ียว
หลังจากปลูกเสร็จแล้วก็รดน้าในกระถางให้ชุ่ม นาไปวางไว้ในท่ีท่ีมีแดดราไรสังเกตดูพอต้นเร่ิมแข็งแรงดีให้นา
กระถางออกมาตั้งให้โดนแดด รดน้าท้ังเช้าและเย็น ใช้ปุ๋ยบารุงเม่ือตะไคร้มีอายุได้ 3 เดือน ระยะเก็บเกี่ยวจะอยู่
ที่ 8 เดอื นจนถงึ 1 ปีครง่ึ
8
ชนิดของตะไคร้ โดยแบ่งออกเปน็ 6 ชนดิ ไดแ้ ก่
- ตะไคร้หอม
รูปที่ 9 ตระไคร้หอม
(ทมี่ า : www.thaipost.net)
- ตะไคร้กอ
รูปที่ 10 ตระไคร้กอ
(ทีม่ า : https://botanykus.weebly.com/)
9
- ตะไครต้ ้น
รูปท่ี 11 ตระไคร้ตน้
(ที่มา : https://www.hrdi.or.th/)
- ตะไคร้น้า
- ตะไครห้ างนาค
รูปท่ี 12 ตระไคร้หางนาค
(ทม่ี า : https://takai55.wordpress.com)
- ตะไคร้หางสิงค์
รปู ที่ 13 ตระไคร้หางสิงค์
(ทีม่ า : https://www.samunpri.com/)
10
ลกั ษณะของตน้ ตะไคร้
ลักษณะต้นตะไคร้กอ
- ขึ้นเป็นกอและมีเหง้าอยู่ช้ันใต้ดิน ลาต้นเป็นรูปทรงกระบอก ผิวเกล้ียง มีกาบใบห่อหุ้ม และต้ังตรง
จากพ้ืนดิน เจริญเติบโตได้ประมาณ 1 เมตร (รวมใบ) ออกใบเดี่ยวสีเขียวอ่อน ลักษณะเรียวยาว
ปลายแหลม และแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือก้านใบ หูใบ และใบ ขยายพันธ์ุด้วยการแยกกอออกมา
ปลูกใหม่
ลักษณะตน้ ตะไคร้ตน้
- ลาตน้ ตะไคร้ต้น เปน็ ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก และพลัดใบ มีลาต้นสูงประมาณ สูง 8-10 เมตร เปลือกต้น
บางมีสนี ้าตาล เน้ือไมห้ รอื แก่นไม้มีกล่ินหอม กิ่งอ่อนมขี นสน้ั ปกคลุม ส่วนรากเป็นระบบรากแก้ว และ
มีรากแขนง ทั้งนี้ ท้ังราก และแก่นลาต้นมีกล่ินหอมคล้ายกล่ินมะนาวหรือตะไคร้ สามารถใช้สกัด
นา้ มนั หอมระเหยได้
- ใบ ตะไคร้ต้นเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ แตกใบออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงสลับกันตามปลายก่ิง ใบเป็นรูปขอบ
ขนาน ค่อนข้างรีเรียว มีก้านใบยาว 2-3 เซนติเมตร แผ่นใบกว้างประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร ยาว
ประมาณ 5-10 เซนติเมตร โคนใบสอบแคบ ปลายใบแหลม แผ่น และขอบใบเรียบ แผ่นใบมีสีเขียว
เข้ม ค่อนข้างหนา และเหนยี ว แผ่นใบมีเส้นกลางใบสีเขียวอมขาวชัดเจน มีเส้นแขนงใบ 6-16 คู่ แผ่น
มขี นปกคลมุ ท้ังด้านบน และด้านล่าง ใบแก่จะเปล่ียนเป็นสเี หลือง
- ดอก ดอกตะไคร้ต้นออกดอกเป็นช่อ แทงออกหลายช่อบริเวณซอกใบที่ปลายก่ิง ช่อดอกห้อยลง
ด้านลา่ ง ช่อดอกมกี ้านดอกส้นั ๆ ยาวประมาณ 2-16 มิลลิเมตร ก้านช่อดอกมีขนส้ันปกคลุม แต่ละช่อ
มีดอกย่อย 4-6 ดอก แต่ละดอกมีลักษณะกลมรีหรือรูปไข่ ขนาดเล็ก กลีบดอกมีสีครีม และมีกลิ่น
หอม ประกอบดว้ ยดอกแยกเพศตัวผู้ และตวั เมีย แตอ่ ยบู่ นชอ่ ดอกเดียวกัน ทัง้ นี้ ตะไคร้ต้นจะเริ่มออก
ดอกในชว่ งเดือนมกราคม-มนี าคม และตดิ ผลตอ่ เนอื่ งตง้ั แตช่ ่วงเดอื นเมษายน-ตลุ าคม
รูปท่ี 14 ดอกตระไคร้ตน้
(ทีม่ า : https://puechkaset.com/)
11
o ดอกเพศผู้มี 6 กลีบ มีรูปไข่ มี stamen 9 อัน มีขนที่ก้านชูเกสร อับเรณู stamen มี 3 วง
วงที่ 3 มกี ้านชอู บั เรณูส้ัน และมตี ่อมนา้ หวานทฐ่ี าน ผวิ ของ rudimentary pistil เรียบ
o ดอกเพศเมียมี 6 กลีบ มีรูปไข่ มี staminode 9 อัน มีขนที่ก้านชู staminode การเรียงตัว
ของ staminode เรียงเป็น 3 วงๆ 3 อัน วงที่ 3 มีต่อมน้าหวานท่ีฐานดอก มีรังไข่ติดกับ
บริเวณฐานดอก รงั ไขม่ ี 1 หอ้ ง
- ผล และเมล็ด ผลของตะไคร้ต้น มีลักษณะกลมเล็ก ขนาดผลประมาณ 8-9 มิลลิเมตร เปลือกผล
และเน้อื ผลบาง ด้านในเปน็ เมล็ดขนาดใหญ่ จานวน 1 เมล็ด มชี ้ันกลบี เลี้ยงยังคงติดท่ีฐาน ผลอ่อนมีสี
เขียว ผลสุกมีสีม่วงเข้ม และแก่จัดจนแห้งเปล่ียนเป็นสีดา ผลส่งกล่ินหอมคล้ายตะไคร้ ติดผลให้เห็น
ประมาณช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคม และผลสกุ ประมาณเดอื นพฤศจิกายน-ธนั วาคม
รปู ท่ี 15 ผล และเมล็ดตระไคร้ตน้
(ทีม่ า : https://puechkaset.com/)
ลกั ษณะตน้ ตะไคร้หางสงิ ห์
- ตะไคร้หางสิงห์ เป็นไม้พุ่ม สูง 1-3 เมตร ใบเด่ียว เรียงสลับ รูปขอบขนาน กว้าง 2-4 ซม.ยาว 1-1.5
ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกท่ี ซอกใบ ดอกย่อยแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบรวมสีขาวนวล ผล
เป็นผลสด รปู ทรงกลม
ลักษณะต้นตะไคร้หางนาค
- เปน็ พชื สกุลมะขามป้อม ลักษณะเปน็ ไมพ้ ่มุ รอเลื้อย สูง 2 เมตร เปลือกลาตน้ สีน้าตาล ใบเป็นใบเดี่ยว
เรียงสลบั ในระนาบเดียวกัน ใบย่อยขนาดเล็กรูปขอบขนาน ขนาด 1 × 5 มิลลิเมตร ปลายใบมนและ
มีต่ิง โคนใบมน เส้นแขนงใบย่อยข้างละ 3–4 เส้น ดอกเป็นดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ดอกย่อยสีขาว
นวล ดอกเพศผมู้ กี ลีบรวมรปู ไข่หรอื รูปไข่กลับ 4 กลบี ยาว 0.5 มิลลิเมตร ฐานรองดอก เป็นตุ่ม เกสร
ตัวผู้ 2 อัน ก้านชูอับเรณูเช่ือมติดกันท่ีโคน ดอกเพศเมียมีกลีบรวมรูปรีหรือรูปไข่ 6 กลีบ ยาว 1.5
มิลลิเมตร ฐานรองดอกเป็นกาบรูปถ้วย ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 อัน ออกดอกราวเดือน
กรกฎาคมถึงกันยายน ผลแหง้ แตกออกเด่ียวหรือเป็นกระจกุ ทรงกลม
12
รปู แบบและขนาดวธิ ใี ช้
ใช้รกั ษาอาการขัดเบา เหง้าและลาต้นสด หรือแห้ง 1 กามือ หรือน้าหนักสด 40-60 กรัมแห้ง 20-30 กรัม
ทุบต้มกับน้าพอควร แบง่ ดื่ม 3 คร้ัง ๆ ละ 1 ถ้วยชา (75 มิลิลิตร) ก่อนอาหาร หรือจะห่ันตะไครู้ คั่วด้วยไฟอ่อน ๆ
พอเหลือง ชงด้วยน้าเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10นาที ด่ืมแต่น้า 3 คร้ัง คร้ังละ 1 ถ้วยชา ก่อนอาหาร ใช้รักษาท้องอืด
ท้องเฟ้อแน่นจุกเสียดใช้เหง้าและลาต้นสด1 กามือ น้าหนัก 40-60 กรัม ทุบพอแตก ต้มกับน้า 2 ถ้วยแก้ว เดือด
5-10 นาที ดื่มแต่น้า คร้ังละ 1/2 แก้ว วันละ 3 คร้ังหลังอาหารการใช้ตะไคร้รักษาอาการแน่นจุกเสียด
ตามคาแนะนาของกระทรวงสาธารณสุข
1. น้าตะไคร้ท้ังต้นรวมทั้งรากจานวน 5 ต้น สับเป็นท่อน ต้มกับเกลือ เติมน้าต้ม 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน
ดืม่ ครั้งละ 1 ถว้ ยแกว้ ตดิ ต่อกนั 3 วัน จะหายปวดท้อง
2. นาลาต้นแก่สดๆทุบพอแหลกประมาณ 1 กามือ (40-60 กรัม) ต้มเอาน้าดื่มใช้รักษาอาการเมาค้างใช้
ตน้ สดโขลกค้ันเอานา้ ด่ืมแกอ้ าการเมาในกรณีผูท้ ีเ่ มามากๆ ช่วยให้สร่างเรว็
การขยายพนั ธุ์ตะไคร้
ตะไคร้สามารถขยายพันธ์ุได้ด้วย การปักชาต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือตอนโคนประมาณหน่ึงคืบ
นามาปักชาไวส้ ักหน่ึงสัปดาห์ก็จะมีรากงอกออกมา แลว้ นาไปลงแปลงดินที่เตรียมไว้ วิธกี ารปลกู ตะไครม้ ดี งั นี้
1. การเตรยี มดนิ ตะไคร้ชอบดนิ ร่วนซุย ใหไ้ ถพลกิ ดนิ และไถพรวนลึกประมาณ0.5เมตร แล้วทาหลุม
แตล่ ะหลุมห่างกันประมาณ 0.5 เมตร
2. ลงต้นพันธุ์หลมุ ละ 3 ตน้ กลบดนิ ให้พอมิดรากตะไคร้ประมาณ 10 เซนตเิ มตร
3. ชว่ งแรกรดนา้ ทุกวนั แต่ระวังอยา่ ใหน้ ้าเข้าไสต้ ะไครเ้ วลารดน้าใหร้ ดที่โคต้นตะไคร้เท่านั้น มิฉะน้ัน
ตน้ ตะไคร้จะเน่าหา้ มใชส้ ปรงิ เกอร์เปน็ อันขาดต้องให้นา้ ท่ีโคนเทา่ น้นั
4. ในช่วง 3 วันแรกที่ปลูกให้พรางแสงแดดให้ตะไคร้ด้วย หลังจากตะไคร้ปรับตัวได้แล้วให้เอาวัสดุ
พรางแสงออกเพราะธรรมชาติของตะไครช้ อบแดด และเจรญิ เติบโตได้ดีในทท่ี ่ีมแี สงจ้า
5. เมื่อผ่านไป 1 เดือนตะไคร้จะเริ่มตั้งกอ สังเกตท่ีต้น ถ้าต้นเจริญเติบโตดี ลาต้นจะมีขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-2 เชนติเมตรก็สามารถตัดไปใช้หรือขายได้การตัดตะไคร้ให้ตัดติด
กก แต่อย่าให้สะเทือนรากที่อยู่ในดินเพราะตะไคร้สามารถแตกข้ึนมาต้ังกอได้อีก ไม่ต้องหาต้น
พันธุ์มาปลกู ใหม่แทน
6. เมอื่ ตดั ควรตัดใหห้ มดกอ เพื่อต้นตะไครท้ ่ีแตกใหมจ่ ะได้เติบโตไดเ้ ตม็ ท่ี
7. หลังจากตัดแล้วตะไครจ้ ะตง้ั กอใหมภ่ ายในเวลา 1-2 เดอื นเมอ่ื ตะไครโ้ ตเตม็ ท่แี ล้วก็สามารถตดั ได้
อเี ร่อื ยไปจนกว่าตน้ จะโทรม หรือ ตะไครไ้ มแ่ ตกขึน้ มาอีกตะไครช้ อบดนิ ร่วนซยุ แตก่ ็สามารถ
เจรญิ ได้ในดินแทบทุบชนดิ เป็นพชื ท่ีดูแลง่ายชอบนา้ ชอบแดดจา้ เปน็ พืชทนแล้วได้ดี และเป็นพชื
ทมี่ ีโรคน้อย ศัตรพู ชื ก็ไม่คอ่ ยมี (น่าจะเกดิ จากการที่ตะไคร้มีน้ามนั หอมระเหยตะไคร้ในทุกๆสว่ น
จงึ สามารถป้องกนั จากแมลงต่างๆได้)
13
ขอ้ แนะนาและขอ้ ควรระวัง
● การบริโภคตะไคร้หรอื การใช้ตะไคร้ทาบนผิวหนงั เพื่อจุดประสงค์ทางการรักษาโรคอาจจะปลอดภัยหากใช้
ตะไคร้ในชว่ งเวลาส้นั ๆภายใตก้ ารดูแลและคาแนะนาจากแพทย์
● การสดู ดมสารท่มี สี ว่ นประกอบของตะไคร้ อาจทาให้เกิดผลขา้ งเคียงที่เป็นอันตรายและเป็นพิษต่อร่างกาย
ได้ในผปู้ ว่ ยบางราย เชน่ ผมู้ ปี ญั หาเกีย่ วกบั สุขภาพปอด
● ปรึกษาแพทย์ เภสัชกร และศึกษาข้อมูลบนฉลากให้ถ่ีถ้วนก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆท่ีมีสารสกัดมาจากตะไคร้
กอ่ นเสมอ เพอ่ื หลีกเลย่ี งการเกิดผลขา้ งเคยี งท่ีอาจเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพหลงั การบรโิ ภค
● ระวังการใช้ตะไคร้และผลิตภัณฑ์จากตะไคร้ในคนท่ีเป็นต้อหิน (glaucoma) เน่ืองจาก citral จะทาให้
ความดันในลูกตาเพม่ิ ข้นึ
บรรณนานกุ รม
ปณาลี เสมเถอ่ื น. (2554). ตะไคร้ สมุนไพรข้างครัว. กรุงเทพฯ : อักษรเงินดี จากดั .
ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และวิเชียร จีรวงส์. (2548). คาอธิบาย ตาราพระโอสถพระนารายณ์ฉบับ
เฉลิมพระ เกียรติ 72 พรรษามหาราชา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542. พิมพ์ครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ :
อมรนิ ทร์ และมลู นธิ ภิ มปิ ัญญา.
ดิสทัต โรจนาลักษณ์. (2554). ปลูกยารักษาป่า : คู่มือการปลูกสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจชุมชน. พิมพ์ครั้งท่ี 2.
กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท ที คิว พี จากดั .
ปญั ญา ไพศาลอนนั ต์. ตะไคร้ สมุนไพรกายสทิ ธิ์ พชิ ติ 108 โรค. กรงุ เทพฯ. แบงคค์ อกบุ๊คส์.