เ มื อ ง สํ า คั ญ ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
ม ร ด ก โ ล ก ท่ี ช า ว ไ ท ย ภ า ค ภู มิ ใ จ
- ประวตั ศิ าสตร์ไทย -
อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรสี ชั นาลยั อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทยั
SI SATCHANALAI
ศรีสัชนาลัย
- ประวัตศิ าสตรไ์ ทย -
อุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รสี ัชนาลัยตั้งอยู่บรเิ วณหมทู่ ี่ 6 ตาบลศรีสัชนาลัย
อาเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน ตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบริมแม่น้ายม
มีเทือกเขาสามเทือกโอบรอบเมืองลักษณะเหมือนป้ อมปราการธรรมชาติ
เทือกเขาท่โี อบล้อม ได้แก่ เขาพระศรี เขาใหญ่และเขาพระบาท ลักษณะการวาง
ผงั เมืองเป็นรูปสี่เหล่ยี มผืนผา้ ไมส่ ม่าเสมอโดยมีแม่น้ายมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
กา แ พง เ มื อ ง ช้ั น ใ น เ ป็น ศิ ล า แ ล ง ส่ ว น ก า แ พง เ มือ ง ส อ ง ชั้ น น อ ก เ ป็น กา แ พ ง ดิ น
(คูน้าคันดิน) เน่ืองจากสภาพภูมิประเทศมีความเหมาะสมต่อการต้ังถ่ินฐาน
คือ มี ทั้ ง ที่ ร า บ ลุ่ ม แ ม่ น้ า แ ล ะ ท่ี ล า ด เ ชิง เ ข า ท า ใ ห้ มีท้ั ง ค วา ม อุ ด ม ส ม บูร ณ์
ของพ้ืนทแี่ ละปราการธรรมชาตทิ ี่ใช้ในการป้องกันขา้ ศึกศัตรู
ปั จจุบันมีการประกาศเป็นเขตพ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
ท้ังหมด 28,217 ไร่ และสารวจพบโบราณสถานท้ังหมด 281 แห่ง โบราณสถาน
ที่สาคัญในเขตกาแพงเมือง เช่น วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา
และโบราณสถานท่ีอยู่นอกกาแพงเมือง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง
วัดชมช่ืน วัดเจ้าจันทร์ วัดพญาดา วัดสระปทุม นอกจากน้ันยังมีโบราณถาน
ที่ ต้ั ง อ ยู่ บ น เ ข า เ ช่ น วั ด เ จ ดี ย์ เ ก้ า ย อ ด วั ด เ จ ดี ย์ เ อ น วั ด เ ข า ใ ห ญ่ ล่ า ง
และวัดเขาใหญ่บน เปน็ ตน้
พอคเกตบุคศรสี ัชนาลัยเล่มนเ้ี ปน็ ส่วนหน่งึ ของรายวชิ าประวัตศิ าสตร์ไทย
ค ณ ะ ม นุ ษ ญ ศ า ส ต ร์ แ ล ะ สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ ส า ข า วิ ช า สั ง ค ม ศึ ก ษ า ( ค . บ . )
โดยได้จัดทาข้ึนเพ่ือรวบรวมข้อมูลเร่ืองราวความเป็นมาของเมืองศรีสัชนาลัย
ซ่งึ มีการศึกษาเร่ืองราวในหลาย ๆ ช่องทางทาใหไ้ ด้ทราบว่าประเทศไทยน้ีมีมรดก
และวฒั นธรรมที่สวยงามอยเู่ สมอควรแก่การอนรุ กั ษ์ให้แกค่ นร่นุ หลัง
ผจู้ ัดทาหวงั อย่างย่ิงว่าพอคเกตบุคเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ท่ีเข้ามา
ศึกษาเรอ่ื งราวของเมืองศรสี ัชนาลยั เป็นอย่างยิ่ง หากผดิ พลาดประการใดผู้จัดทา
ขออภยั มา ณ ท่ีน้ี
อาร์ฝัด อาแวแม
ประวัติความเปน็ มา 1
3
เมอื งศรีสชั นาลัยสมยั สโุ ขทยั 6
เมืองศรสี ัชนาลัยสมยั กรุงศรีอยุธยา 11
เมืองศรสี ัชนาลัยสมัยกรุงธนบุรี 12
เมืองศรีสชั นาลัยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
15
ประวัติและความเปน็ มา
ของงานโบราณคดีและการอนุรักษ์
นครประวัติศาสตร์
วดั ในเมอื งศรสี ัชนาลยั 23
28
เจดีย์หมายเลข 15
31
วดั เจดีย์เจ็ดแถว เมืองศรสี ชั นาลยั 34
ลวดลายผนังวิหารของวัดในศรีสัชนาลยั 35
37
ศรีสัชนาลยั เมืองมรดกโลก
จาก UNESCO
แผนทเี่ มอื งศรสี ัชนาลัย
บรรณานุกรม
ที่ราบลุ่มแม่น้ายมและท่ีลาดเชิงเขาพระศรีเขาใหญ่และเขาพระบาท
ถือเป็นพื้นท่ีที่เหมาะต่อการต้ังถ่ินฐานคือ มีทั้งที่ราบลุ่มแม่น้าและท่ีลาดเชิงเขา
ทาให้มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ของพ้ืนที่และปราการธรรมชาติท่ีใช้ในการป้ องกัน
ข้าศึกศัตรู จึงส่งผลให้พบหลักฐานการใช้พ้ืนท่ีในบริเวณนี้ของมนุษย์ในอดีต
เป็นจานวนมาก
จากการสารวจพบหลกั ฐานทางโบราณคดี เช่น ขวานหนิ ขัด ที่ตาบลท่าชยั
อาเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งหลักฐานจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดชมช่ืน
แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ว่ า มี ก า ร อ ยู่ อ า ศั ย ข อ ง ม นุ ษ ย์ ใ น อ ดี ต ท่ี บ ริ เ ว ณ คุ้ ง แ ม่ น้ า ย ม ห รื อ
เ มื อ ง เ ช ลี ย ง ซ่ึ ง เ ป็ น เ มื อ ง โ บ ร า ณ ลุ่ ม น้ า ย ม คู่ กั บ เ มื อ ง สุ โ ข ทั ย ม า ตั้ ง แ ต่
สมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรต์ อนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 9 หรือก่อนสมัยสุโขทยั
ประกอบไปดว้ ย
- สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายราวพุทธศตวรรษที่ 9 พบหลักฐานประเภท
เศษภาชนะดนิ เผาคณุ ภาพต่าเนื้อหยาบเผาอุณหภมู ิไมส่ ูงมากนัก
- สมัยหัวเล้ียวประวัติศาสตร์ -สมัยทวารวดีราวพุ ทธศตวรรษที่ 10-16
พบ ก า ร ฝั ง ศ พ โ ด ย ฝั ง ร่ ว ม กั บ เ ค ร่ื อ ง มื อ เ ห ล็ กแ ล ะเ ค ร่ื อ ง ป ระ ดั บ ต่ า ง ๆ
เป็นของอุทิศ เช่น ลูกปั ดหินอาเกต ลูกปั ดแก้ว แท่งดินเผาลายตาราง เป็นต้น
ทั้งหมด 15 โครง
- วั ฒ น ธ ร ร ม ส มั ย ล พ บุ รี - ต้ น สุ โ ข ทั ย ร า ว พุ ท ธ ศ ต ว ร ร ษ ท่ี 1 7 - 1 8
พบซากโบราณสถานรูปสี่เหล่ียม 2 หลัง ก่อด้วยอิฐเปรียบเทียบกับผลการขุดค้น
ใกล้เคียงพบว่าเป็นชั้นดินในช่วงที่วัฒนธรรมเขมรแพร่เข้ามา จากนั้นพัฒนาเป็น
วัฒนธรรมของสมัยสุโขทัย-อยุธยาและวัฒนธรรมสมัยอยุธยา - รัตนโกสินทร์
ตามลาดบั
ห ลั ก ฐ า น จ า ก ก า ร ส า ร ว จ แ ล ะ ขุ ด ค้ น ดั ง ก ล่ า ว ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ เ อ ก ส า ร โ บ ร า ณ
ไม่ว่าจะเป็นจดหมายเหตุของจีนในสมัยราชวงศ์ซุ้ง (พุทธศักราช 1503-1670)
ที่กล่ า วถึ ง แ ค ว้น “ เ ฉิ น เ ห ลีย ง ” ว่ า อ ยู่เ ห นื อ ดิน แ ด น ล ะ โ ว้ข้ึ น ไ ป ห รือ ใ น
พงศาวดารโยนก (พุทธศตวรรษที่ 16) กล่าวถึง การอพยพคนลงมาทางใต้
จนถงึ ดนิ แดน “เฉลยี ง”
จ า ก ชุ ม ช น เ มื อ ง เ ช ลี ย ง ไ ด้ พั ฒ น า ก ล า ย เ ป็ น เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
เมืองท่ีมีความสาคัญดังท่ีปรากฏข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึก
วดั ศรีชุมพุทธศักราช 1912) กล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนสถาปนาสุโขทัยเป็นราชธานี
ของเมืองศรีสัชนาลัย ใจความว่า “เม่ือก่อนพ่อขุนบางกลางหาวไปเมืองบางยาง
ให้เอาพลพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดพาพ่อขุนผาเมืองผดาจกันและกัน
พ่อขนุ บางกลางหาวได้เมอื งศรสี ัชนาลยั ”
ภา ยห ลัง จา กพ่ อขุนศ รีอินท รา ทิตย์ สถาป นา สุ โ ขทัยเ ป็น รา ชธ า นี
เมื่อพุทธศักราช 1793 เมืองศรีสัชนาลัยได้กลายเป็นเมืองสาคัญอีกแห่งของ
สุโขทัยมีสถานะเป็นเมืองลูกหลวงท่ีสาคัญในสมัยสุโขทัย ข้อมูลในศิลาจารึก
กล่าวถึงเมืองศรีสั ชนาลัยในฐานะเมืองท่ีมีศักดิ์เทียบเท่ากับเมืองสุ โขทัย
ดังที่ ปรากฏการเรียกชื่อเมืองทั้งสองควบคู่กันว่า “ศรีสัชนาลัย สุ โขทัย”
ในศิ ลาจารึกหลักท่ี 1 (ศิลาจารึก พ่อขุนรามคาแหง พุ ทธศักราช 1834)
แ ล ะ ใ น ช่ ว ง ก า ร ค ร อ ง ร า ช ย์ ข อ ง พ่ อ ขุ น ศ รี อิ น ท ร า ทิ ต ย์ ท ร ง โ ป ร ด เ ก ล้ า
ให้พ่อขุนรามคาแหงมหาราชพระราชโอรสเสดจ็ ไปปกครองเมอื งศรสี ัชนาลยั
เ ม่ื อ พ่ อ ขุ น ร า ม ค า แ ห ง
ป ก ค ร อ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
ได้ทร ง ทา นุบา รุง พร ะพุ ทธ ศา สนา
ด้ ว ย ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง ศ า ส น ส ถ า น
(ก่อพระธาตุ) ดังที่ได้มีการบันทึก
เหตุการณ์ดังกล่าวในศิลาจารึก 1
(ศิลาจารึกพ่อขุน-รามคาแหง)
มใี จความวา่ “...1209 ศก ปกี ุน ให้ขุดเอาพระธาตอุ อกท้ังหลายเห็นกระทาบูชาบาเรอ
แก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึงเอาฝั งลงในกลางเมืองศรีสัชนาลัยก่อพระเจดีย์
เหนือหกเข้าจ่งึ แล้วตั้งเวียงผาลอ้ มพระมหาธาตสุ ามเขา้ จ่ึงแลว้ ...”
เหตุการณ์สาคัญที่เกี่ยวกับเมืองศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัยอีกครั้งหน่ึงคือ
พร ะ ม ห า อุป ร า ช ผู้ ป กค ร อ ง เ มือ ง ศ รีสั ช น า ลั ย ย ก พ ล เ ข้ า ยึ ด อ า น า จใ น กรุ ง สุ โ ข ทั ย
เ มื่ อ ป ล า ย รั ช ก า ล พ ร ะ เ จ้ า ลื อ ไ ท จ า ก นั้ น ท ร ง ป ร า บ ด า ภิ เ ษ ก เ ป็ น พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์
ทรงพระนามว่า พระเจ้าลิไท ความในจารึกหลักที่ 4 (ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงภาษา
เขมร พุทธศักราช 1904) ความวา่ “มหาศักราช 1269 ศกกนุ พระบาทกมรเดงอัญฤา
ไทยราชผู้เป็นพระราชนัดดาของพระบาทกัมรเดงอัญศรีรามราชเสด็จนาพยุหเสนา
ท้ั ง ห ล า ย อ อ ก ม า จ า ก เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย ม า รี บ ต บ แ ต่ ง โ ย ธ า เ ดิ น อ ยู่ น อ ก พ ร ะ วิ ไ ส ย
ณ วันศุกร์ข้ึน 5 คา่เดือน 7 เม่ือเสด็จมีพระราชบัณฑูร ให้ไพร่พลทั้งหลายเข้าระดม
ฟั นประตูประหารศัตรูทั้งหลาย บัดนั้น จึงเสด็จพระราชดาเนินเข้าเสวยราชย์
ไอสู รยาธิปั ตย์ในเมืองสุ โขทัยแทนพระบิดาพระอัยกาแล้วถวายพระนามว่า
พระบาทกัมรเดงอัญศรสี ุรยิ พงศ์รามมหาธรรมราชาธริ าช”
ในรัชสมัยของพระยาลิไท ถือเป็นยุคทองของแคว้นต่างๆ ของสุโขทัย
ห ม า ย ร ว ม ถึ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย ด้ ว ย เ ช่ น กั น เ ห็ น ไ ด้ จ า ก ง า น ก่ อ ส ร้ า ง แ ล ะ
บูรณะซ่อมแซมศาสนสถานและส่ิงก่อสรา้ งตา่ งๆ จานวนมาก ครั้นเมื่อสิ้นรัชกาลของ
พระมหาธรรมราชาลิไทกรุงสุ โขทัยก็อ่อนกาลังลงบรรดาหัวเมืองของสุโขทัย
ตา่ งมีฐานะเปน็ หัวเมอื งฝ่ายเหนอื ของกรุงศรอี ยธุ ยาโดยในระยะแรกยังคงมีเจ้าเมือง
ทอ้ งถ่ินเดมิ ปกครองดแู ลอยู่
หลั ง จากกรุงศ รีอ ยุธ ย า ไ ด้กรุง สุ โ ข ทัยไ ว้ใ น อา น า จโ ด ย เด็ ด ข า ด
ในรัชสมัยของพระบรมราชาธิราชเม่ือพุ ทธศั กราช 1921 กรุงศรีอยุธยา
ไดพ้ ยายามเขา้ ควบคมุ บรรดาหวั เมืองตา่ งๆ ของกรุงสุโขทัย โดยสมเด็จพระบรม-
ไต รโ ลกนา ถท รง ใ ช้วิธีการแก้ไข จัดวาง ระเบียบ กา รปกครอง แบ บใ ห ม่
ซ่ึงบรรดาเจ้าเมืองหัวเมืองต่างๆ จะต้องข้ึนอยู่กับกรุงศรีอยุธยาโดยตรง
รวมท้ังกาจัดอานาจของผู้ปกครองท้องถ่ินเดิมทาให้เจ้าเมืองเหล่าน้ันไม่พอใจ
คิดแข็งเมืองเอาใจออกห่างไปพ่ึงพิงฝ่ายตรงข้ามมอี าณาจักรล้านนาไทย เปน็ ต้น
เม่ือกรุงศรีอยุธยาได้หัวเมืองฝ่ ายเหนือแล้วได้ตั้งเมืองพิ ษณุโลกเป็น
ราชธานีฝ่ายเหนอื และกาหนดใหเ้ มืองศรีสัชนาลัยเปน็ เมอื งชน้ั โท ซ่ึงมีความสาคญั
เป็นอย่างมากในฐานะเมืองหน้าด่านกันชนระหว่างกรุงศรีอยุธยาและล้านนา
แ ต่ เ น่ื อ ง จ า กเ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย พย า ย า ม ตั้ง ต น เ ป็น อิ ส ร ะ ไ ม่ ย อ ม ข้ึน กั บ
กรุงศรอี ยุธยาจึงทาให้เกิดเหตุการณ์สาคัญข้นึ ดังต่อไปน้ี
ในปีพุทธศักราช 2003 เกิดเหตุการณ์พระยาเชลียงหันไปสวามิภักด์ิ
แ ก่ ล้ า น น า พ ง ศ า ว ด า ร โ ย น ก แ ล ะ พ ร ะ ร า ช พ ง ศ า ว ด า ร ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า
ฉ บั บ ห ล ว ง ป ร ะ เ ส ริ ฐ บั น ทึ ก ค ว า ม ไ ว้ ต ร ง กั น ว่ า ใ น ปี จุ ล ศั ก ร า ช 8 2 2
(พุทธศักราช 2003) เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยเอาใจออกห่างพระบรมไตรโลกนาถ
แห่งกรุงศรีอยุธยายอมสวามิภักด์ิ ต่อพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่
พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยุธยาบันทึกไว้ว่า
“… ศักราช 822 มะโรงศก … ครัง้ นัน้ พระญาเชลียงคิดขบถพาเอาครัวท้ังปวงไป
ออกแต่มหาราช” ส่วนพงศาวดารโยนกน้ันกล่าวเน้ือความโดยละเอียดไว้ว่า
“ในปีจุลศักราช 822 น้ันกองทัพกรุงศรีอยุธยาข้ึนไปตีเมืองแพร่มีหมื่นด้ง
นครต้ังรับอยู่เม่ือพระเจ้าติโลกราชเข้ามาช่วยกองทัพกรุงศรีอยุธยาก็ถอยกลับ
ในคร้งั นน้ั พระเจ้าติโลกราชยกทัพตามกองทัพกรุงศรีอยุธยามาถึงเมืองเชลียง...
พระยาเชลียงยอม สวามิภักดิ์แล้วนาทัพพระเจ้าเชียงใหม่ไปตีเมืองฝาง
ต้งั ทัพอยเู่ หนอื เมอื งเขา้ ปลน้ เมอื งสามวนั มิได้กเ็ ลิกถอยคนื มาเมืองเชลยี ง … ”
ในปีต่อมาคือ จุลศักราช 832 พงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐบันทึก
ไว้อีกว่า “…พระญาเชลียงนามหาราชจะมาเอาเมืองพิษณุโลกเข้าปล้นเมือง
เปน็ สามารถมไิ ด้เมอื งแลจึงยกทัพเปร่อไปเอาเมืองกาแพงเพชรและเข้าปล้นเมือง
ถึง 7 วันมิได้เมืองแลมหาราชก็เลกิ ทับคนื ไปเชียงใหม่”
เ ห ตุ ก า ร ณ์ ก า ร ย อ ม ส ว า มิ ภั ก ดิ์
ข อ ง เ จ้ า เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย ห รื อ
พ ร ะ ย า เ ช ลี ย ง ต่ อ เ มื อ ง เ ชี ย ง ใ ห ม่
ในคร้งั นัน้ อาจเปน็ เพราะเหตกุ ารณ์จาเปน็
บังคับเน่ืองจากกองทัพพระเจ้าติโลกราช
ย ก เ ข้ า ม า ถึ ง เ มื อ ง แ ล้ ว ซ่ ึ ง ใ น ช่ ว ง เ ว ล า
ดังกล่าวท่ีเมืองศรีสัชนาลัยต้องตกอยู่ใน
ภ า ย ใ ต้ ก า ร ป ก ค ร อ ง ข อ ง ล้ า น น า
เป็นเวลานานชื่อของเมืองศรีสัชนาลัยจึง
ถูกเรียกในอีกช่ือว่า “เมืองเชียงช่ืน”
ดังทป่ี รากฏในลลิ ติ ยวนพ่าย
เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย จ ะ ข้ ึ น อ ยู่ กั บ เ มื อ ง เ ชี ย ง ใ ห ม่ น า น เ ท่ า ใ ด ไ ม่ แ น่ ชั ด
แต่สั นนิษฐานว่าเม่ือสิ้ นรัชกาลพระเจ้าติโลกราชแล้วเมืองศรีสั ชนาลัย
ได้ตั้งตัวเป็นอิสระและข้ึนต่อกรุงศรีอยุธยาดังเดิม ดังท่ีมีหลักฐานใน
พระไอยการตาแหน่งนายทหารหัวเมอื งซ่ึงเปน็ กฎหมายที่ออกในรชั กาลสมเด็จ-
พระบรมไตรโลกนาถน้ันกาหนดให้เมืองศรีสั ชนาลัยเป็นหัวเมืองชั้นโท
มเี จ้าเมอื งตาแหน่งออกญาเกสตรสงครามรามราชแสนญา–ธิบดีศรีสัชนาไลย
อ ภัยพิ รีย บ รา กรม ภา หุ พ ญ า ส วรร ค โ ลกถือ เ ป็ น กา รป รา กฏ ช่ื อ เ รีย ก
“สวรรคโลก” เป็นคร้ังแรกจากนั้นได้มีการปรับปรุงเมืองศรีสั ชนาลัย
โดยเฉพาะการก่อสร้างป้ อมปราการคูเมืองกาแพงเมืองให้มีความม่ันคง
แขง็ แรงมากข้นึ
เมืองศรีสัชนาลัยหรืออีกนามที่กรุงศรีอยุธยาเรียกว่าเมืองสวรรคโลก
ในระยะแรกยังคงมีเจ้าเมืองท้องถ่ินปกครองสื บต่อมาระยะหน่ึงและ
จากหลักฐานพระไอยการตาแหนง่ นายทหารหัวเมืองดงั กล่าว ข้างต้นได้กาหนด
ตาแหน่งเจ้าเมืองศรีสัชนาลัยเพียงพระยาแต่เม่ือครั้งเจ้าเมืองศรีสัชนาลัย
และเมืองพิชัยยกพลมาช่วยขุนพิเรนทรเทพกาจัดขุนวรวงศาธิราชแล้วได้รับ
บาเหน็จเปน็ เจา้ พระยา
เ ห ตุ ก า ร ณ์ ท่ี ส า คั ญ อี ก ค รั้ ง ข อ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย ห รื อ ส ว ร ร ค โ ล ก
คือ การก่อกบฏในรัชกาล สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมูลเหตุของการกบฏ
คร้ังนัน้ พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยาฉบับพระราชหัตถเลขาบนั ทกึ ไว้ ดงั น้ี
เหตุการณ์ท่ีสาคัญอีกครั้ง
ข อ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย ห รื อ
สวรรคโลกคอื การกอ่ กบฏในรชั กาล
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมูลเหตุ
ข อ ง ก า ร ก บ ฏ ค ร้ั ง นั้ น พ ร ะ ร า ช
พงศาวดาร กรุงศรีอยุธยาฉบับ
พระราชหัตถเลขาบนั ทกึ ไว้ ดงั น้ี
“ ฝ่ า ย พ ร ะ ย า พิ ชั ย ข้ า ห ล ว ง เ ดิ ม แ จ้ ง ว่ า ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น เ ร ศ ว ร
เ ป็ น เ จ้ า พ ร ะ เ จ้ า ห ง ส า ว ดี เ ป็ น ป ร ปั ก ษ์ แ ก่ กั น ก็ คิ ด ก า ร ก บ ฏ ค รั้ น แ จ้ ง
พระราชกาหนดก็มิได้ยกไปโดยเสด็จจึงซ่องสุมชาวเมืองแล้วกวาดครอบครัว
ของตัวและครัวชาวเมืองท้ังปวงซ่ึงเข้าด้วยน้ันไป ณ เมืองสวรรคโลก
แจ้งความทั้งปวงแก่พระยาสวรรคโลกๆ ก็ลงใจด้วยคิดกันจะยกไปตี
เ อ า เ มือ ง พิ ษ ณุโ ลกแ ต่ ห ลวง ป ลัด แ ละย กขุน ย กกระบัต รขุน น รน า ย ก
ไซร้มิได้ลงด้วยพระยาทั้งสองจึงให้คุมเอาหลวงปลัด ขุนยกกระบัตร ขุนนร
นายกจาได้ไว้…”
ก า ร ก่ อ ก บ ฏ ข อ ง พ ร ะ ย า พิ ชั ย แ ล ะ พ ร ะ ย า ส ว ร ร ค โ ล ก ค ร้ั ง น้ี
ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น เ ร ศ ว ร ม ห า ร า ช ท ร ง ป ร า บ อ ย่ า ง ห นั ก โ ด ย เ ส ด็ จ ย ก ทั พ
ไปบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง พระองค์ต้องใช้เวลาถึงสามวันจึงยกทัพ
เข้าเมืองสวรรคโลกได้เมื่อตีเมืองสวรรคโลกได้แล้ว สมเด็จพระนเรศวร-
มหาราชทรงส่ั งให้มัดพระยาสวรรคโลก พระยาพิชัย ตระเวนรอบทัพ
แล้วใหฆ้ ่าเสีย
หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่ปรากฏว่าเมืองศรีสั ชนาลัยก่อกบฏ
แ ข็ ง เ มื อ ง ต่ อ ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า อี ก บ ท บ า ท ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
ใ น ส มั ย ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า จึ ง เ ป็ น ใ น ลั ก ษ ณ ะ หั ว เ มื อ ง ท่ี ถู ก เ ก ณ ฑ์ ใ ห้ ย ก ทั พ
ไปชว่ ยในการสงครามหรอื ป้องกันหวั เมอื งฝ่ายเหนอื ตลอดมา
ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อเสด็จฯปราบกบฏพระเจ้าฝาง (เรือน)
ได้ชัยชนะแล้วจึงเสด็จพระราชดาเนินไปเมืองสวรรคโลกกระทาการสมโภช
พ ร ะ ป ร า ง ค์ วั ด พ ร ะ ศ รี รั ต น ม ห า ธ า ตุ เ ช ลี ย ง เ ป็ น เ ว ล า 3 วั น 3 คื น
และเมอ่ื ครน้ั รวบรวมบา้ นเมอื งเป็นปกี แผ่นแลว้ ทรงโปรดให้ต้งั เมอื งสวรรคโลก
ข้ึนใหม่อีกครั้งในปีพุ ทธศักราช 2313 แต่เมืองสวรรคโลกถูกทิ้งร้างไป
เม่อื กองทัพอะแซหวนุ่ กเ้ี ขา้ ยึดเมือง
สมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพทรงอธิบายความเก่ียวกับทาเนียบ
หั ว เ มื อ ง ที่ ข้ึ น ต ร ง ต่ อ ก รุ ง เ ท พ ฯ แ ต่ ก่ อ น ม า ว่ า ก า ห น ด เ ป็ น 4 ช้ั น
เรียกว่าเมืองเอก เมืองโท เมืองตรี และเมืองจัตวา เมืองศรีสัชนาลัยหรือ
ส ว ร ร ค โ ล ก ซ่ึ ง มี ฐ า น ะเ ป็ น หั ว เ มื อ ง ชั้ น โ ท ใ น ส มั ย ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า นั้ น
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์กไ็ ดร้ บั การยกข้ึนเปน็ เมอื งชน้ั โทของกรงุ รตั นโกสินทร์
เช่นกัน ดว้ ยเหตผุ ลทว่ี ่าเคยเป็นเมืองลูกหลวงและเป็นเมืองสาคัญอยู่หน้าด่าน
และการท่ีได้รับยกข้ึนเป็นเมืองโทนั้นสมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพ
ทรงสันนษิ ฐานไว้อีกประการหน่งึ ว่าเพ่ือกากบั เมอื งเอกคือเมอื งพิษณุโลกไม่ให้
แผ่อานาจใหญ่โตเกนิ กวา่ สมควรไปดว้ ย
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด-
ฟ้ า จุฬ า โ ล กมห า รา ช ( รัช กา ลที่ 1 ) ท รง โ ป รดใ ห้ตั้ง เ มื อ งส วรรค โ ล ก
(เมืองศรีสัชนาลยั ) และสุโขทยั ข้ึนอกี แตบ่ า้ นเมอื งมสี ภาพทรุดโทรมมากจึงไดม้ ี
การย้ายที่ต้ังเมืองสวรรคโลกไปตั้งท่ีวังไม้ขรซ่ึงอยู่ห่างจากเมืองเก่าลง
ไปทางทิศใต้
เร่ืองราวของการย้ายท่ีต้ังเมืองครั้งน้ี สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาน-
ริ ศ ร า นุ วั ด ติ ว ง ศ์ ท ร ง บั น ทึ ก ไ ว้ ใ น จ ด ห ม า ย เ ห ตุ ร ะ ย ะ ท า ง ไ ป พิ ษ ณุ โ ล ก เ ม่ื อ
พุทธศักราช 2444 ความว่า
“…เหตุท่ีย้ายคร้ังน้ีได้ความพระยาสวรรคโลกบอกว่า พระยาสวรรคโลกที่ช่ือ
นาคบ้านอยู่วัง ไม้ขร ได้เป็นพญาข้ึนว่าราชการอยู่ที่บ้านวังไม้ขรจึงเป็นเมือง
...”
ห ลั ง จ า ก ย้ า ย ที่ ตั้ ง เ มื อ ง ส ว ร ร ค โ ล ก ไ ป ตั้ ง ที่ วั ง ไ ม้ ข ร แ ล้ ว นั้ น
เ มื อ ง เ ก่ า ที่ ศ รี สั ช น า ลั ย ยั ง ค ง มี ช า ว เ มื อ ง อ า ศั ย ต่ อ ไ ป ต า ม เ ดิ ม
การท่หี นว่ ยงานตา่ งๆ ของฝ่ายปกครองโยกย้ายไปตั้งอยู่ ณ บริเวณเมืองใหม่
กลับเปน็ ผลดีทาให้โบราณสถานบรรดาส่ิงก่อสรา้ งมาแตเ่ ดิมยังคงสภาพอยู่ได้
ต่อมาเม่ือมีการจัดระเบียบการปกครองแผนใหม่ให้การบังคับบัญชา
หัวเมอื งท้ังปวงข้ึนอยกู่ ับกระทรวงมหาดไทยและให้รวมหัวเมืองเข้าเป็นมณฑล
ใ น ส มั ย พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จุ ล จ อ ม เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว นั้ น เ มื อ ง ส ว ร ร ค โ ล ก
ได้ถูกรวมเข้ากับบรรดาหัวเมืองเหนืออื่นๆ คือ เมืองพิจิตร เมืองพิษณุโลก
เมอื งพิชยั และเมืองสุโขทยั รวม 5 เมืองเปน็ มณฑลเรยี กวา่ มณฑลพิษณโุ ลก
ใน ปี พุ ท ธศั กราช 245 9 มีพระบ รม รา ชโ อง กา รโ ปรดเ กล้า ฯ
ให้แก้ไขการเรยี กชอ่ื เมืองซ่ึงเดิมเรียกว่า เมืองบ้างจังหวัดบ้าง ให้เป็นระเบียบ
เ ดี ย ว กั น คื อ ใ ห้ เ ป ล่ี ย น ค า ว่ า เ มื อ ง เ ป็ น จั ง ห วั ด ใ ห้ ห ม ด เ มื อ ง ส ว ร ร ค โ ล ก
จงึ เปล่ียนเป็นจงั หวัดสวรรคโลกข้ึนอยู่ในมณฑลพิษณุโลกตามเดมิ
เ มื่ อ มี ก า ร ย ก เ ลิ ก ก า ร ป ก ค ร อ ง แ บ บ ม ณ ฑ ล เ ท ศ า ภิ บ า ล ภ า ย ห ลั ง
การเ ปล่ีย นแป ลงการป กครองพุ ทธศั กรา ช 2475 มีการจัดระเบีย บ
การปกครองแผ่นดินใหม่ใน พุทธศักราช 2476 จังหวัดสวรรคโลกก็ยังคงมี
ฐานะเปน็ จังหวดั ต่อมา
จนกระท่ังปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ ได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนาม
จังหวัดสวรรคโลกเป็นจังหวัดสุโขทัย เมืองสวรรคโลกและเมืองศรีสัชนาลัย
เดิมนนั้ ถกู กาหนดให้มฐี านะเป็นอาเภอสวรรคโลกและอาเภอศรีสัชนาลัยข้ึนอยู่
กับจงั หวดั สุโขทยั แต่นั้นมาจนปัจจุบัน
พุทธศักราช 2444
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างวัดเบญจมบพิตร
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์วางแผน
และออกแบบการก่อสร้างโดยให้หล่อจาลององค์พระแบบพระพุทธชินราช
ท่ีประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิ ษณุโลก
เม่ือคร้ังเดือนพฤษภาคม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ได้ข้ึนมา
ต ร ว จ แ ก้ พ ร ะ พุ ท ธ รู ป แ ล ะ ไ ด้ ต ร ว จ โ บ ร า ณ ส ถ า น ใ น เ ข ต เ มื อ ง ส ว ร ร ค โ ล ก
ได้ แ ก่ เ ต า ทุเ รีย ง วัดช้ า ง ล้อ ม วัด สุ วรรณคีรีบ รรพต วัด พน ม เ พลิง
วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดสมเด็จเจ้าพระยา (วัดนางพญา) และวัดพระปรางค์
วั ด พ ร ะ ศ รี รั ต น ม ห า ธ า ตุ ( เ ช ลี ย ง ) โ ด ย ท ร ง นิ พ น ธ์ ไ ว้ ใ น ห นั ง สื อ
“จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก”
พุทธศักราช 2450
พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ม ง กุ ฎ เ ก ล้ า เ จ้ า อ ยู่ หั ว เ มื่ อ ค รั้ ง ด า ร ง พ ร ะ ย ศ เ ป็ น
สมเด็ จพระบรม โอรสาธิราชเ สด็จป ระพาสเมืองศ รีสั ชน าลัย เพื่ อส ารวจ
โบราณสถานพุทธศักราช 2470 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดารง
ราชานุภาพเสด็จไปตรวจโบราณสถานทีเ่ มืองสวรรคโลก(ศรสี ัชนาลยั ) และได้ออก
หนงั สืออนุญาตให้นายเบย้ี วพานชิ กจิ ทาการซื้อขายโบราณวตั ถไุ ด้
พุทธศักราช 2485
กรมศิ ลปากรประ กาศข้ึนทะเ บียนโ บราณ สถาน จานวน 34 แห่ ง
เช่น วัดช้างล้อม, วัดชมช่ืน, วัดเจ้าจันทร์, วัดเจดีย์เจ็ดแถว, วัดสวนแก้วอุทยาน
ใหญ่และวัดราหู เป็นต้น โดยปั จจุบันโบราณสถานท้ังหมดอยู่ในเขตอุทยาน
ประวัติศาสตร์ศรสี ัชนาลยั
พุทธศักราช 2499
กรมศิลปากรดาเนินการขุดแต่งและบูรณะวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง
นับเป็นจุดเร่ิมต้นของการอนุรักษ์ และพัฒนาโบราณสถานในเมืองโบราณ
ศรีสัชนาลยั
พุทธศักราช 2500
กรมศิลปากรเริ่มดาเนินการบารุงรักษาโบราณสถานภายในกาแพงเมือง
ศรีสัชนาลัยด้วยการถากถางวัชพืชออกจากโบราณสถานและตรวจลักลอบขุดค้น
ภายในกาแพงเมืองและนอกกาแพงเมือง
พุทธศักราช 2514
กรมศิ ลปากรขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานภายในเมืองโบราณ
ศรีสัชนาลัยจนแล้วเสร็จจานวน 14 แห่ง เช่น วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว
วดั สวนแกว้ อุทยานใหญ่ วดั สวนแก้วอุทยาน นอ้ ยและวดั นางพญา เปน็ ตน้
พุทธศักราช 2525
กรมศิลปากรได้จดั ทาโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยจัด
อ ยู่ ใ น แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ แ ล ะ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ ฉ บั บ ท่ี 5
(พุทธศักราช 2525-2529)
พุทธศักราช 2531
กรมศิลปากรประกาศข้ึนทะเบียนโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์
ศรสี ัชนาลยั พ้ืนที่ 28,217 ไร่ ในเขตการปกครองตาบลศรีสัชนาลัย ตาบลหนองอ้อ
ตาบลท่าชยั ตาบลสารจติ อาเภอศรีสัชนาลยั จงั หวดั สุโขทัย
กรมศิลปากรจัดทาแผนแม่บทอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซ่ึงเป็น
แผนการดาเนนิ งานในระยะยาว 7 ปี ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2533 –2539
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเป็นประธานใน
พิ ธี เ ปิ ด อุ ท ย า น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ศ รี สั ช น า ลั ย เ ม่ื อ วั น ท่ี 1 7 พ ฤ ษ ภ า ค ม
พุทธศักราช 2533
พุทธศักราช 2534
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้รับการยกย่องและข้ึนทะเบียนเป็น
มรดกโลกจากองค์การ UNESCO ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและ
อุท ยา น ปร ะ วัติ ศา ส ตร์ ก าแ พ งเ พช ร ภา ย ใต้ ช่ื อเ มือ ง ปร ะ วัติ ศ าส ตร์ สุ โข ทั ยแ ล ะ
เมอื งบรวิ าร
พุทธศักราช 2548
ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ร่ ว ม กั บ ม ห า วิ ท ย า ลั ย น เ ร ศ ว ร จั ด ท า แ ผ น แ ม่ บ ท อุ ท ย า น
ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ศ รี สั ช น า ลัย ซ่ึ ง เ ป็ น แ ผ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ใ น ร ะ ย ะ 1 0 ปี
ต้งั แตป่ ีพุทธศักราช 2550-พุทธศักราช 2559
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จเป็นประธาน
ใ น พิ ธี เ ปิ ด อุ ท ย า น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ศ รี สั ช น า ลั ย เ ม่ื อ วั น ท่ี 17 พ ฤ ษ ภ า ค ม
พุทธศักราช 2533
กระปุก คนโฑ
พบจากการขุดแต่งเมืองศรสี ัชนาลยั พบจากการขุดแต่งเมืองศรสี ัชนาลยั
ด้านทิศตะวันออก พ.ศ. 2543 ดา้ นทศิ เหนอื พ.ศ. 2543
กระปุก ไห
ได้จาการขุดแต่งโบราณสถาน พบจากการขุดลอกคูน้าโบราณ
ภายในเมอื งศรสั ัชนาลัย ภายในเมอื งศรีสัชนาลัย
ฐานหน้าซมุ้ เจดีย์ประธานดับพ้ืนเดิม (Sisatoo Sprinkie M-X)
แม่พิมพ์ แจกัน
ไดจ้ ากการขุดแต่งโบราณสถานรา้ ง พบจากการขดุ แตง่ เมืองศรสี ัชนาลยั
ภายในกาแพงเมืองศรสี ัชนาลยั ดา้ นทิศเหนือ พ.ศ. 2543
โบราณสถานหมายเลข บน. 24 ปี พ.ศ.2530
เทพพนม พระพิมพ์
ไดจ้ ากการขุดแตง่ วดั ตต. 3 ได้จากการขดุ แต่งโบราณสถานร้าง
อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ศรสี ัชนาลัย ภายในกาแพงเมอื งศรีสัชนาลยั
โบราณสภานหมายเลข บน.7ปี พ.ศ.2530
ถ้วย ถว้ ย
พบจากการขุดลอกคูน้าโบราณ พบจากการขดุ ลอกคนู ้าโบราณ
ภายในเมืองศรีสัชนาลัย พ.ศ. 2543 ภายในเมืองศรสี ัชนาลัย หลุม TP.I
(Sisatoo Sprinkie คสู่ ายน้า B-E) พ.ศ. 2543
ถว้ ย ชาม
พบจากการขดุ แตง่ เมอื งศรสี ัชนาลัย ได้จากการสารวจบรเิ วณเกาะน้อย
ดา้ นทิศเหนอื พ.ศ. 2543 อ.ศรีสัชนาลยั จ.สุโขทยั
กาน้า กา
พบจากการขุดลอกคนู ้าโบราณภายใน พบจากการขุดแต่งเมอื งศรสี ัชนาลัย
เมืองศรีสัชนาลัย พ.ศ. 2543 ดา้ นทศิ เหนอื พ.ศ. 2543
(Sisatoo คนู ้าสาย M-X)
กระเบอ้ื งเชงิ ชาย กระปุก
พบจากการขดุ แตง่ เมอื งศรสี ัชนาลยั พบจากการขดุ แตง่ เมอื งศรสี ัชนาลัย
ดา้ นทศิ ตะวันออก พ.ศ. 2543 ดา้ นทศิ ตะวันออก พ.ศ. 2543
กระปุก กระปุก
พบจากการขุดแตง่ เมอื งศรสี ัชนาลยั พบจากการขุดแต่งเมืองศรสี ัชนาลยั
ด้านทิศตะวนั ออก พ.ศ. 2543 ด้านทิศเหนอื พ.ศ. 2543
กระปุก
พบจากการขดุ แตง่ เมืองศรสี ัชนาลัย
ด้านทิศตะวนั ออก พ.ศ. 2543
กระปุก กระปุก
พบจากการขดุ แต่งเมอื งศรสี ัชนาลัย พบจากการขดุ ค้นทางโบราณคดี
ดา้ นทศิ ตะวันออก พ.ศ. 2543 ภายในเมืองเมอื งศรีสัชนาลยั
(หลมุ TP.I) พ.ศ. 2543
วดั พระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดพระบรมธาตุเมืองเชลียงและเรียกอีกช่ือ
ว่าวัดพระปรางค์ ต้ังอยู่นอกกาแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัยลงไปทางทิศตะวันออก
เฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่และเป็น
พ ร ะ อ า ร า ม ห ล ว ง ช้ั น ร า ช ว ร วิ ห า ร มี โ บ ร า ณ ส ถ า น ที่ ส า คั ญ ภ า ย ใ น วั ด
อาทเิ ชน่ ปรางค์ประธานก่อดว้ ยศิลาแลงฉาบปูนลกั ษณะรูปแบบเปน็ สถาปัตยกรรม
จัดอยใู่ นสมัยอยุธยา
วดั ชา้ งลอ้ ม
ตั้งอยู่ (ภายในกาแพงเมือง
เ กื อ บ ถึ ง ก ล า ง ตั ว เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
บ น ท่ี ร า บ เ ชิ ง เ ข า ด้ า น ทิ ศ ใ ต้ ข อ ง
เขาพนมเพลิงโบราณสถานที่สาคัญ
คือเจดยี ป์ ระธานทรงลังกา
ตั้ง อ ยู่ ภาย ใ น กา แพ ง แ ก้ วส่ี เ ห ลี่ย มจัตุรัส มีซุ้ม ป ระ ตูทั้ง 4 ทิศ
โดยประตูดา้ นหน้าและดา้ นหลังเปน็ ประตเู ขาออก ส่วนประตูด้านข้างเป็นประตู
ตั น ย อ ด ท า ค ล้า ย ป รา ง ค์เ จดีย์ป ระ ธ า น ท รง ลัง กา ตั้ง อ ยู่บ น ฐ า น ป ระ ทั กษิ ณ
รูปสี่ เห ล่ียมจัตุรัสมีช่ างปู น ป้ั นเต็ม ตัวประดับโด ยรอบ ฐานทั้ง 4 ด้า น
ดา้ นละ 9 เชอื ก (ยกเว้นด้านหน่งึ ซ่งึ เป็นบันไดทางข้ึนมเี พียง 8 เชอื ก)
แ ล ะ ที่ มุ ม อี ก 4 เ ชื อ ก ร ว ม เ ป็ น
39 เชือก ช้างที่ประดับตรงมุมจะมี
ขนาดใหญ่ (และมีลวดลายปูนป้ั น
ป ร ะ ดั บ ที่ ค อ ต้ น ข า แ ล ะ ข้ อ เ ท้ า
ระหว่างรปู ช้างจะมเี สาประทีปสลับอยู่
ด้านหน้าช้างแต่ละเชือกจะมีพุ่มดอก
บวั ตูมปูนป้ันวางอยู่
ดา้ นหน้าเจดีย์ประธานมีบนั ไดข้นึ สู่ลานประทกั ษิณ ที่ขา้ งบันไดสองขา้ ง
มีโกลนลาตัวพญานาคเหลืออยู่หลังจากที่ปูนป้ั นกะเทาะหลุดหายไปเหนือฐาน
ประทักษิณมีซุ้มพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย 20 ซุ้ม หลังผนังซุ้มมีรูป
ประติมากรรมรูปต้นโพธิ์อยู่เบื้องหลังอาศัยพระพุ ทธรูปแต่พระพุทธรูป
ถูกทาลายไปคงเหลือเพียงองค์เดียวด้านทิศเหนือบริเวณองค์ระฆังข้ึนไปเป็น
บัลลังก์ ก้านฉัตรซ่ึงประดับด้วยพระรูปพระสาวกปูนป้ั นลีลานูนตําจานวน
๑๗ องค์
วัดช้างล้อมที่เมืองศรีสัชนาลัย ช้างมีลักษณะเด่นกว้าช้างปูนป้ั น
ท่ีวัดอื่นๆ คือยืนเต็มตัวแยกออกจากผนังมีขนาดสูงใหญ่กว่าช้างจริงและ
ด้านหน้ามีพุ่มดอกบัวปูนป้ั นประดับไว้ นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า
วัด ช้า ง ล้อ มน้ีน่าจะเ ป็นวัดเ ดี ยวกันกับท่ีป รา กฏใ นศิ ลา จารึกห ลักที่ 1
ท่ีกล่าวไว้ว่าในปี พ.ศ.1892 พ่อขุนรามคาแหงให้ขุดเอาพระธาตุข้ึนมาทาบูชา
แ ล ะ เ ฉ ลิ ม ฉ ล อ ง ห ลั ง จ า ก นั้ น จึ ง ฝ่ั ง ล ง ใ น ก ล า ง เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
และกอ่ พระเจดีย์ทับลงไป
วัดเจดยี ์เจ็ดแถว
ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อมนับว่ามี
ความสวยงามมากกว่าวัดอ่ืนในเมืองสุโขทัย
เ พ ร า ะ มี เ จ ดี ย์ แ บ บ ต่ า ง ๆ กั น ม า ก ม า ย
ท่ีเ ป็น ศิ ล ป ะ สุ โ ข ทั ย แ ท้แ ล ะ เ ป็น ศิ ล ป ะ แ บ บ
ศรวี ิชัยผสมสุโขทัย โบราณสถานท่ีสาคัญคือ
เ จ ดี ย์ ป ร ะ ธ า น รู ป ด อ ก บั ว ตู ม อ ยู่ ด้ า น ห ลั ง
พ ร ะ วิ ห า ร แ ล ะ มี เ จ ดี ย์ ร า ย ร ว ม ทั้ ง อ า ค า ร
ข น า ด เ ล็ ก แ บ บ ต่ า ง ๆ จ า น ว น 3 3 อ ง ค์
มกี าแพงแกว้ ลอ้ มรอบอีกชั้นหน่ึงนอกกาแพง
มโี บสถ์และบ่อน้า
เจดยี ์รายทว่ี ัดเจดีย์เจ็ดแถวมรี ปู แบบ
ท่ี ไ ด้ รั บ บ อิ ท ธิ พ ล ศิ ล ป ะ จ า ก ที่ ต่ า ง ๆ
ห ล า ย แ ห่ ง เ ช่ น ลั ง ก า แ ล ะ พุ ก า ม
ดา้ นหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายท่ีมีลักษณะ
เ ด่ น คื อ ฐ า น เ ป็ น เ จ ดี ย์ สี่ เ ห ลี่ ย ม จั ตุ รั ส
ยอดเป็นทรงกลม
ภายในเจดีย์มีซุ้มโถง ส่วนซุ้มโถง
เป็นท่ปี ระดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนป้ั นมีภาพ
จิตรกรรมเปน็ ภาพอดีตพระพุทธเจ้าและเหล่า
เทวดากษั ตริย์ส่วนซุ้มจรนัมด้านหลังของ
เ รื อ น ธ า ตุ ท า เ ป็ น พ ร ะ พุ ท ธ รู ป น า ค ป ร ก
สาเหตทุ ี่เรียกวา่ วดั เจดีย์เจ็ดแถวเนื่องจากได้
พบเจดีย์จานวนมากหลายแถวภายในวัดและ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ เธอกรมพระยา
ด า ร ง ร า ช า นุ ภ า พ ท ร ง สั น นิ ษ ฐ า น ว่ า
วั ด เ จ ดี ย์ เ จ็ ด แ ถ ว เ ป็ น ท่ี ป ร ะ ดิ ษ ฐ า น
พระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทยั
วัดแกว้ อุทยานใหญ่
ตั้ ง อ ยู่ ภ า ย ใ น
ก า แ พ ง เ มื อ ง ซ่ ึ ง อ ยู่ ไ ม่
ไ ก ล จ า ก วั ด เ จ ดี ย์ เ จ็ ด
แ ถว โ บ รา ณส ถา น ที่
สาคญั คือเจดีย์ประธาน
ท ร ง ก ล ม ก่ อ ด้ ว ย
ศิ ล า แ ล ง อ ง ค์ ร ะ ฆั ง
ไ ด้ พั ง ท ล า ย ล ง
ด้านหนา้ มบี นั ไดข้นึ ไป
จากมุขหลังของวิหารไปถึงเรือนธาตุเพื่อสักการะพระพุทธรูป ด้านเจดีย์ประธาน
มวี หิ ารมีมขุ ดา้ นหนา้ และด้านหลังมีบันไดข้นึ 5 ทาง เสาวหิ ารและกาแพงวัดกอ่ ด้วย
ศิลาแลง
วดั แก้วอุทยานน้อย
ห รื อ เ รี ย ก กั น
อีกชื่อว่า วัดสระแก้ว
อยู่ห่างจากวัดช้างล้อม
200 เมรตโดยที่กลุ่ม
โ บ ร า ณ ส ถ า น น้ี จ ะ มี
กาแพงแก้วล้อมรอบมี
ประตูทางเข้าด้านหน้า
และด้านหลังวัดมี
โบราณสถานประกอบด้วยเจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมล้อมรอบด้วย
กาแพงแก้ว วิหารมีซุ้มพระตั้งอยู่ด้านหลังลักษณะเป็นมณฑป หลังคามณฑป
เป็นรูปโค้งแหลมภายในประดษิ ฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชยั
วดั นางพญา
ตั้งอยู่แนวเดียวกันกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่เป็นวัดที่มีลวดลายปูนป้ั น
งดงามมากปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือซ่ึงเป็นวิหาร
ขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตา มเสาทุกด้านมีเ ทพนมและลวดลายต่าง ๆ
ทาด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐาน
ประทักษิณ ซุ้มด้านหน้ามีบันไดทางข้ึนจนถึงภายในโถงเจดีย์ตรงกลางโถงมีแกน
เจดีย์ประดับด้วยลวดลายปูนป้ั นวิหารก่อด้วยศิลาแลงมีมุขหน้าและมุขหลัง
ผนั ง วิ ห า ร เ จา ะ ช่ อ ง แ ส ง ผนั ง ด้า น ใ ต้ มีล ว ด ล า ย ปู น ป้ั น ลั กษ ณ ะ เ ด่ น ก็ คื อ
ลวดลายปูนป้ั นทาเป็นก่ึงมนุษย์ก่ึงวานรกาลังวิ่งแต่ถูกทาลายไปบางส่ วน
นอกจากน้ันยังทาเป็นรูปลวดลายพรรณพฤกษาและรูปเทพนมเป็นรูปแบบศิลปะ
สมยั อยธุ ยาตอนตน้
ต้ังอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ประธานวัดเจดีย์เจ็ดแถว
โ ด ย ตั้ ง อ ยู่ ใ น แ ถ ว ที่ 2 อ ง ค์ ที่ 2 นั บ จ า ก ท า ง ซ้ า ย มื อ ข อ ง เ จ ดี ย์ ป ร ะ ธ า น
ลักษณะของเจดีย์รายองค์นี้มีฐานส่ี เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละ 5 เมตร
มี ฐ า น เ ขี ย ง เ รี ย ง ซ้ อ น กั น ส า ม ช้ั น ต่ อ ด้ ว ย เ รื อ น ธ า ตุ ที่ ท า เ ป็ น ซุ้ ม จ ร ะ น า ท้ั ง ส่ี ด้ า น
มีพระพุทธรูปประทบั นั่งประดษิ ฐานอยภู่ ายในซ้มุ จระนาเหนือซุ้มข้ึนไปเป็นฐานปัทม์
ย่อมมุ ไมย้ ่ีสิบซ่ึงส่วนที่อย่ตู ่อจากฐานปัทมน์ ้ีไดช้ ารุดพังไปหมดสิ้น
เจดีย์หมายเลข 15 ณ วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้ ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม
สันนิษฐานว่าส่วนยอดที่หักหายไปของเจดีย์องค์นี้น่าจะเป็นยอดทรงดอกบัวตูม
ส่วนด้านล่างมีคูหาสี่ดา้ นแตล่ ะด้านประดิษฐานพระพุทธรปู ประทบั นัง่ ซ่ึงเทยี บเคียง
ได้กับเจดีย์วิหารหรือเจติยวิหารในศิลปะพุกาม เช่น อนันทเจดีย์ที่มีการสร้าง
แกน กลา งรับ น้ าห นักแ ละโ ดยร อบแ กนก ลาง ทั้งสี่ ด้าน ประ ดิษฐ านพ ระพุ ทธรู ป
ขน า ด ใ ห ญ่ซ่ ึ ง จัดวา ง อ ยู่ ต รง ช่อง ป ระ ตูพอ ดีท า ให้ส า ม า รถ ม อ งเ ห็ น พ ระ พุ ท ธ รู ป
จากด้านนอกได้อย่างชัดเจน เจดีย์รายองค์น้ีจึงมีลักษณะท่ีน่าสนใจคืออาจจะ
นาแนคดิ การสรา้ งแบบพมา่ มาผสมผสานกบั ส่วนยอดทรงดอกบวั ตมู ซ่ึงเปน็ รปู แบบ
เฉพาะของสถาปั ตยกรรมสุโขทัย
ภาพลายเส้นแผนผงั เจดียร์ ายหมายเลข 15 แสดงให้เหน็ ถึงการสร้างเรอื นธาตุเจาะช่องจระนาท้ังส่ีด้าน
ภายในชอ่ งจระนาประดษิ ฐานพระพุทธรปู ประทบั น่ังแกนกลางเรอื นธาตุทึบต้นเพ่ือรบั น้าหนกั เจดีย์ดา้ นบน
การสรา้ งเจดียว์ ิหารหรือเจตยิ วิหารเป็นสถาปัตยกรรมที่โดดเดน่ ของพุกาม
พบว่ามีมาแล้วตั้งแต่สมัยปยู และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงสมัยพุกามเป็นการนาเอา
รูปแบบเจดีย์ก่อตันมารวมกับอาคาร ทาให้สามารถใช้สอยพ้ืนที่ด้านในวิหารได้
ซ่ึงในสมัยแรกๆ ทาทางเข้าออกเพียงด้านเดียว ต่อมาได้พัฒนาทาทางเข้าออก
ท้งั ส่ีด้าน ซ่ึงการสร้างเจดยี ว์ หิ ารหรือเจติยวหิ ารน้อี าจสร้างข้นึ มาด้วยวัตถุประสงค์
ทรี่ วมเอาความเช่ือท่วี ่าเจดีย์เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าและอาคารที่ไว้ใช้สาหรับ
ก า ร ป ร ะ ก อ บ พิ ธี ก ร ร ม แ ล ะ ท า ส ม า ธิ ใ น พื้ น ท่ี เ ดี ย ว กั น แ ล ะ มี ลั ก ษ ณ ะ พิ เ ศ ษ คื อ
ต ร ง ก ล า ง ข อ ง อ า ค า ร ส ร้ า ง เ ป็ น แ ก น ทึ บ ตั น เ พื่ อ ร อ ง รั บ น้ า ห นั ก ข อ ง ช้ั น ห ลั ง ค า
ท่ีเ ป็น เ จ ดี ย์ ท่ีอ ยู่ ด้ า น บ น ต ร ง ก ลา ง ข อ ง ห้ อ ง คู ห า ท่ีต รง กับ ป ร ะตู เ ข้ า อ อ ก
มักส ร้า พ ระ พุ ท ธ รูป ที่มีทั้ ง ป ระ ทั บ น่ัง แ ล ะ ยืน ไ ว้ท้ั ง สี่ ด้า น ท า ใ ห้ส า ม า รถ ม อ ง เ ห็ น
พระพุทธเจ้าได้ทัง้ ส่ีทศิ โดยรอบ
ภ า พ เ จ ดี ย์ ร า ย ห ม า ย เ ล ข 1 เ ป็ น เ จ ดี ย์ อ ยู่ ใ น ผั ง ส่ี เ ห ลี่ ย ม จั ตุ รั ส ย อ ด ด้ า น บ น หั ก ห า ย
ตวั เรือนธาตุปรากฏซุ้มจระนาทัง้ สี่ดา้ นภายในซุ้มจระนายังเหลือร่องรอยของพระพุทธรปู ประทบั น่งั
ภาพลายเส้นของวิหารอนนั ทเจดีย์
มมุ มองจากดา้ นข้างจะเหน็ การทาผนังแกนกลางทีบตนั เพ่ือรบั น้าหนกั ของเจดยี ์ที่อย่ดู ้านบน
(ภาพจากหนังสือ 60 วดั วัง และสถานท่สี าคญั ในพม่า, ภภพพล จนั ทร์วฒั กลุ )
ศรีสัชนาลัยอาจรับอิทธิพลทางสถาปั ตยกรรมของพุกามที่ส่งผ่านมาทาง
ล้ า น น า ซ่ ึ ง ไ ด้ พ บ เ จ ดี ย์ ลั ก ษ ณ ะ ค ล้ า ย ค ลึ ง กั บ เ จ ดี ย์ วิ ห า ร ห รื อ เ จ ติ ย วิ ห า ร เ ช่ น
เ จ ดี ย์ วั ด อุ โ ม ง ค์ อ า ร ย ม ณ ฑ ล ต้ั ง อ ยู่ ภ า ย ใ น ก า แ พ ง เ มื อ ง เ ชี ย ง ใ ห ม่ เ ป็ น เ จ ดี ย์
ทรงปราสาทเรือนธาตุทาเป็นห้องที่สามารถเข้าไปภายในได้สันนิษฐานว่าเอาไว้ใช้
ประดิษฐานพระพุทธรูปชั้นหลังคาทาเป็นเจดีย์ทรงระฆังไม่มีบ๊ลลังก์ส่ีเหล่ียมและ
เจดียป์ ระธานวดั เกาะกลาง จงั หวัดลาพูน เปน็ เจดยี ์ทรงปราสาทยอดส่วนเรอื นธาตุ
ทาเป็นห้องและมีส่ วนของจระนายื่นออกมาในลักษณะของอาคารจัตุรมุข
ช้ันหลังคาแต่ละด้านสันนิษฐานว่าเคยประดับสถูปจาลองขนาดเล็ก (สถูปีกะ)
ส่วนยอดทาเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบไม่มีบัลลังก์ส่ีเหล่ียมซ่ึงการสร้างองค์ระฆัง
ไม่มบี ัลลงั ก์ส่ีเหล่ียมด้านบนนกี้ ็เป็นลกั ษณะของการสร้างเจดยี ์องค์ระฆงั ของพุกาม
เช่นกนั
แผนผังวดั เจดีย์เจ็ดแถวแสดงตาแหน่งของเจดยี ร์ ายหมายเลข 15
วัดนางพญา
วัดนางพญาต้ังอยู่ภายในเขตกาแพงเมืองศรีสั ชนาลัยด้านทิศใต้
สันนิษฐานว่าสร้างข้ึนในราวต้นพุทธศตวรรษท่ี 21 สมัยอยุธยาตอนต้นผนังวิหาร
ของวัดแหง่ น้ีมีการประดับดว้ ยลวดลายปูนป้ันทมี่ คี วามสวยงามและยงั คงหลงเหลอื
มาจนถึงปัจจบุ นั
ลวดลายปูนป้ั นท่ีวิหารวัดนางพญานี้เป็นที่นิยมในศิลปะ
อยุธยาและล้านนา โดยได้รับอิทธิพลมาจากลายบน
เครื่องถ้วยจีน ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิ งห์ ได้เสนอว่า
ลวดลายที่ปรากฎได้แพร่หลายท่ีอยุธยาก่อนในราวต้น
ถึงกลางพุทธศตวรรษท่ี 20 ต่อมาราวตน้ พุทธศตวรรษ
ที่ 21 หรือในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงส่ง
อิท ธิ พ ล ข้ ึน ไ ป ท า ง ล้ า น น า โ ด ย ผ่ า น เ มื อ ง ศ รี สั ช น า ลั ย
ดงั ท่ี พบว่างานศิลปกรรมล้านนาได้เริ่มปรากฏลวดลาย
ท่ี เ ป็ น ล า ย พ ร ร ณ พ ฤ ก ษ า แ บ บ นี้ ตั้ ง แ ต่ ส มั ย
พระเจ้าตโิ ลกราชเปน็ ต้นมา
ลวดลายปูนป้ัน วดั ไลย์
จงั หวัดลพบุรี ศิลปะอยธุ ยา
ภาพลายเส้นดอกโบตน๋ั
ล า ย พ ร ร ณ พ ฤ ก ษ า เ ป็ น ล ว ด ล า ย ที่ ไ ด้ รั บ แ ร ง บั น ด า ล ใ จ จ า ก ธ ร ร ม ช า ติ
ก่ิง ก้ า น ที่ เก่ี ย วพั น กั นเ กิด กา ส ร้า ง ส รรค์เ ป็น ล า ย ก้า น ข ด ซ่ึง ลักษ ณะ ข อ ง
ล วด ล า ย เ ห ล่า น้ีไ ด้รับ อิ ท ธิ พล ม า จา กศิ ล ป ะ จีน ส่ ว น ล ว ด ล า ย ด อ กโ บ ตั๋ น ท่ี ป รา ก ฎ
อ ยู่ บ น ผ นั ง วิ ห า ร วั ด น า ง พ ญ า ส่ื อ ถึ ง ค ว า ม ง า ม แ ล ะ ค ว า ม ร่ า ร ว ย มั่ ง คั่ ง
ตามคติความเชอ่ื ของชาวจีน
ลายหรอู ี้ท่ีเช่ือมตอ่ กันเปน็ รูปสี่เหลีย่ มทแยงมุม
ด้านในประดบั ดว้ ยลายพรรณพฤกษาและดอกโบตนั๋
ลายหรูอ้ี มีทีม่ าจากลายมงคลในศิลปะจีนถอื เปน็ สัญลกั ษณ์ของความสมปรารถนา
ลั ก ษ ณ ะ ปู น ป้ั น ล ว ด ล า ย ห รู อ้ี เ ป็ น รู ป ก ร อ บ ส า ม เ ห ลี่ ย ม โ ค้ง ม น มี ลั ก ษ ณ ะ
คล้ายเห็ดหลินจือซ่ึงชาวจีนถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยเหตุน้ีลายหรูอี้จึงเป็น
สัญลกั ษณ์ของความยง่ั ยนื ดว้ ย
ล า ย รัก ร้ อ ย แ ข้ง สิ ง ห์ ป ระดั บ อ ยู่ บ ริ เ วณ รา วลูก กร ง ช่ อ ง แ ส ง ข อ ง วิ ห า ร
ลักษณะของลวดลายคล้ายดอกรักร้อยติดกันเป็นสายและมีลายแข้งสิงห์ประดับ
ทั้ง 2 ฝ่ั งของลายดอกรักท่ีมาของช่ือลายรักร้อยแข้งสิงห์ปรากฏอยู่ในหนังสือ
เท่ียวเมืองพระร่วงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ครงั้ เม่ือเสด็จประพาสเมืองศรสี ัชนาลัยในปพี ุทธศักราช 2450
ลายประดับมุม ท่ีประดับอยู่ในกรอบสี่ เหล่ียมทั้งในแนวตั้งและแนวนอน
ลักษณะคล้ายลายประดับมุมของจีนท่ีนิยมทาเป็นรูปค้างคาว ซ่ึงเป็นเคร่ืองหมาย
ของโชคลาภตามคติจนี
อทุ ยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยพร้อมด้วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
และอุทยานประวัติศาสตร์กาแพงเพชร ได้รับการประกาศข้ึนทะเบียนเป็น
มรดกโลกจากองคก์ ารยูเนสโก (UNESCO) ภายใต้ช่ือ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย
และเมืองบริวารในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งท่ี 15
เมื่อปีพุทธศักราช 2534 ท่ีเมืองคาร์เทจ ประเทศตูนิเซีย โดยผ่านข้อกาหนดและ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลกด้วยหลักเกณฑ์ข้อท่ี 1 และ
ข้อที่ 3 ดงั น้ี
ขอ้ ท่ี 1: เป็นตัวแทนซ่งึ แสดงผลงานชิ้นเอกท่จี ัดทาข้นึ ดว้ ยการสรา้ งสรรคอ์ ันฉลาด
ข้อท่ี 3: เป็นสิ่งท่ียืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏ
ใหเ้ ห็นอยู่ในปัจจุบนั หรือวา่ สาบสูญไปแลว้
พ้ืนท่ีมรดกโลก ไดแ้ ก่ พ้ืนที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จานวน 28,217 ไร่
มีโบราณสถานสาคัญ อาทิ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง วัดเจดีย์เจ็ดแถว
วัดช้างล้อม วัดนางพญา วัดชมช่ืน วัดเจ้าจันทร์ แหล่งเตาสังคโลกบ้านเกาะน้อย
และบา้ นป่ายาง เป็นตน้
สถานทต่ี ง้ั : ตาบลศรีสัชนาลัย อาเภอศรีสัชนาลัย จงั หวดั สุโขทัย 64190
เวลาทาการ : เปดิ ใหเ้ ข้าชม: เปิดบริการทกุ วัน ต้ังแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.
อตั ราค่าเขา้ ชม : ชาวไทย : ท่านละ 20 บาท ชาวต่างชาติ : ทา่ นละ 100 บาท
สอบถามขอ้ มลู เพิ่มเติม : โทรศัพท์/โทรสาร: 055-450714
กา รเ ดิ น ท า ง : จ า ก อ า เ ภ อ เ มือ ง จั ง ห วัด สุ โ ข ทั ย ม า ต า ม ท า ง ส า ย 1 0 1
ท่ีไปสวรรคโลก ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร เส้ นทางน้ีจะตรงเข้าสู่
อาเภอศรีสัชนาลัย
จังหวัดสุโขทยั . (2556). อุทยานประวตั ศิ าสตรศ์ รสี ัชนาลยั . สืบคน้ ออนไลน์
15 เมษายน 2564. http://www.sukhothai.go.th/sukhothai/index.php/en/
images/computer /Mar2013/042Mar2013
พิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาต.ิ (2558). อทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รสี ัชนาลยั .
สืบค้นออนไลน์ 20 เมษายน 2564. จากhttp://virtualhistoricalpark.
finearts.go. th/sisatchanalai/index.php/th/about-us.htm
โฟสบุค. (ม.ป.ป.). ความเปน็ มาศรสี ัชนาลยั . สืบคน้ ออนไลน์ 14 เมษายน 2564.
จาก https://sites.google.com/site/fostbooker/khwam-pen-ma-
srisachnalay
ศิลปวัฒนธรรม. (2561). อทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รสี ัชนาลยั มรดกโลกทางวฒั นธรรม.
สืบคน้ ออนไลน์ 20 เมษายน 2564. จาก https://www.silpamag.com/
history/article_16730
อุทยานประวตั ศิ าสตร์ศรีสัชนาลัย. (2560). เจดีย์หมายเลข15วดั เจดยี ์เจด็ แถวเมอื ง
ศรีสัชนาลยั . สืบคน้ ออนไลน์ 21 เมษายน 2564, จาก
https://www.facebook.com/media/set/?vanity=335639723247529
&set=a.1926186764192809
SI SATCHANALAI
ศรีสชั นาลัย
วิชา ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
นายอารฝ์ ัด อาแวแม
รหัสนักศกึ ษา 6321126078
เลขท่ี 17 หมเู่ รยี น D3
อุ ท ย า น ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์
ศ รี สั ช น า ลั ย
อ. ศ รี สั ช น า ลั ย
จ. สุ โ ข ทั ย