The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กรณีศึกษา L-spondylosis ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Taweesak Phetchusri, 2023-06-29 15:31:43

กรณีศึกษา L-spondylosis ล่าสุด

กรณีศึกษา L-spondylosis ล่าสุด

47 ปริมาณของเลือดที่ออกมาตามสายระบายต่างๆ เปิด clamp drain ตอน 16.00น.และ เฝ้าระวังเพื่อประเมินการ สูญเสียเลือดและรายงานแพทย์เมื่อ - content เพิ่มขึ้น ≥ 400 ml/hr ใน 1 ชั่วโมง - content เพิ่มขึ้น ≥ 200 ml/hr เป็นเวลา 2 ชั่วโมง - content เพิ่มขึ้น ≥ 100 ml/hr เป็นเวลา 4 ชั่วโมง 5. ประเมินค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนโดยใช้เครื่องวัดที่ปลายนิ้ว เมื่อค่า oxygen satuations น้อยกว่า 95% ให้ on oxygen canula 3LPM support ให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างของร่างกายได้มากขึ้น 6. ประเมินระดับความปวดโดยใช้ Numerical rating Scale (NRS) อย่างต่อเนื่องและก่อนทำกิจกรรม การดูแล หากมีอาการปวดดูแลให้ยาตามแผนการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยทุเลาอาการลดลง 7. ประเมินและบันทึกจำนวนปัสสาวะที่ออกมาอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมงใน 24 ชั่วโมงแรก หากจำนวน ปัสสาวะออกน้อยกว่า 0. 5 ml/kg/hr ให้รายงานแพทย์ 8. ติดตามค่าความเข้มข้นของเลือดจากปลายนิ้ว(HCT) รายงานแพทย์เมื่อค่าที่ได้ น้อยกว่า 30 % หรือ ลดลงจากเดิม ≥ 3 % 9. ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนบนเตียง 10. ดูแลให้ได้รับยาปฏิชีวนะ Cafazolin 1gm iv q 6hr. และ ciprofloxacin 500mg 1*2 oral PC ตาม แผนการรักษา ประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการได้รับยาระงับความรู้สึก แผลไม่มี Bleed ซึม ไม่มี active bleedingบริเวณ แผลผ่าตัด, radivac drain ออกเพิ่ ม 200 cc total 200 cc. (หลังเปิด 2hr.), Hematocrit at ward 46% สัญญาณชีพ BP 83/52 mmHg, PR 86 bpm, RR 18 bpm, BT 37.2 องศา เซลเซียส


48 ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่2 มีภาวะ Hypovolemic shock เนื่องจากสูญเสียเลือดจากการผ่าตัด ข้อมูลสนับสนุน Objective data : ผู้ป่วยหลังผ่าตัด posterior decompression with posterior spinal fusion L2-5 with posterior lumbar fusion with tranforaminal lumbar interbody fusion วันที่ 22/11/64 เวลา 14.30น. GA, EBL 450 cc, รู้สึกตัวดี on oxygen canula 3LPM O2sat 99% มีแผลผ่าตัดที่หลัง แผลไม่ซึม on redivac drain 1 สาย total 0 cc หลังเปิดclamp drain 16.00น. ออกเพิ่ม 200cc. ใน2hr. หลังจากนั้นออกเพิ่มอีก 100cc. เวรบ่าย22/11/64 ออกเพิ่ม120cc. เวรดึก 23/11/64 ออกเพิ่ม110cc. : ผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตต่ำหลังผ่าตัด ใน24ชม.แรก วันที่ 23/11/64 เวลา 8.00 น. BP = 88/53 mmHg MAP = 63 mmHg วันที่ 23/11/64 เวลา 14.00 น. BP = 83/52 mmHg MAP = 62 mmHg วันที่ 23/11/64 เวลา 15.00 น. BP = 98/51 mmHg MAP = 63 mmHg : Hematocrit at ward 46 % และ เจาะ CBC ตอนเช้า 23/11/64 ได้33.9% เป้าหมาย เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะ shock เกณฑ์การประเมินผล 1. สัญญาณชีพได้แก่ ชีพจร อัตราการหายใจ และความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ PR = 60-80 ครั้ง/ นาที,RR = 16-24 ครั้ง/นาที, BP > 90/60 mmHg. 2. ระดับความรู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง ไม่สับสน 3. ปัสสาวะออกดี >30 cc./hr. 4. ค่าHCT >35% 5. Radivac drain ออกเพิ่ม <100/4hr. กิจกรรมการพยาบาล 1. รายงานแพทย์เกี่ยวกับความดันโลหิตของผู้ป่วยที่ลดต่ำลง 2. ดูแลผู้ป่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางเลือดดำ ตามแผนการรักษา ดังนี้ ครั้งที่ 1 0.9%NSS 100cc/hr. และวัด BP ซ้ำ หลังให้ ทุก15นาทีจนกว่าจะ stable ครั้งที่ 2 0.9%NSS load 500 cc iv * I in 30 min then 100 cc/hr. และ วัด BP ซ้ำ หลัง load ครบ 3. ดูแลงดยา anti-hypertension (amlodipine) ตามแผนการรักษา 4. ให้ FFP 500ml. drip rate 100ml/hr. และให้ PRC 1unit drip in 4hr. hold IV ขณะให้เลือด และ สังเกตอาการแพ้เลือด เช่น มีผื่นแดง คัน แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก


49 5. ให้ levophed (4:100) start rate 5cc/hr. เพิ่ม-ลด ได้ครั้งละ 3cc/hr.หลังให้ สังเกตอาการข้างเคียง ของยา เช่น ปลายมือปลายเท้า ม่วงคล้ำ และเย็น 3. ประเมินความสมดุลของสารน้ำที่ได้รับและออกจากร่างกาย Record Urine out put หากปัสสาวะ ออกน้อยกว่า 0.5 cc/kg/hr ให้รายงานแพทย์ 4. ตรวจและบันทึกสัญญาณชีพทุก 15-30 นาที จนกระทั่งผู้ป่วยมีสภาพที่คงที่ถ้าพบความผิดปกติ รายงานแพทย์ทราบทันที 5. เจาะเลือด เพื่อตรวจวัดความเข้มข้นของเลือด และ ประเมินการเสียเลือด โดยการ สังเกตลักษณะ ปริมาณ content ที่ออกมาใน radivac drain 6. สังเกตบริเวณแผลผ่าตัดว่ามี active bleeding เกิดขึ้นหรือไม่ ประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล 1. หลังจากให้ IV fluid และให้ยาInotope ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง สัญญาณชีพ BP 110/60 mmHg, PR 80 bpm, RR 18 bpm, BT 36.8 องศาเซลเซียส และหยุดยา levophed (25/11/64) 2. Urine output 800-1200 cc/เวร 3. แผลผ่าตัดบริเวณหลัง ไม่มีactive bleeding ,redivac drain ออกเพิ่ม 30-60 cc./เวร 4. ความเข้มข้นของเลือด Hct 40% (24/11/64)


50 ข้อวินิจฉัยการพยาบาลข้อที่ 3 มีภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ข้อมูลสนับสนุน Objective data : 1. ผู้ป่วยหลังผ่าตัด หลัง day 4 มีไข้ 38.2 องศาเซลเซียส มีอาการ หนาวสั่น 2. retained foley’s catheter 3. Lab UA พบ WBC 20-30 RBC >100 ปัสสาวะมีตะกอน (26/11/64) เป้าหมาย ไม่เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เกณฑ์การประเมินผล 1. ไม่มีอาการไข้ หนาวสั่น รู้สึกตัวดี 2. ผล Lab UA พบค่า WBC ลดลง/ไม่มี 3. อุณหภูมิร่างกาย < 37.5 องศาเซลเซียส 4. ปัสสาวะสีเหลืองใส ไม่มีตะกอน กิจกรรมการพยาบาล 1. ดูแล วางสาย urine bag ไว้ต่ำกว่า กระเพาะปัสสาวะ เพิ่มป้องกันปัสสาวะไหลย้อนกลับ 2. ก่อนและหลัง เก็บ ปัสสาวะ ล้างมือให้สะอาด สวมถุงมือทุกครั้งและใช้ alcohol padเช็ดทำความ สะอาดข้อต่อทุกครั้ง 3. ทำความสะอาด อวัยวะเพศทุกวัน ด้วยสบู่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ 4. สังเกตลักษณะ สี ปริมาณ ของปัสสาวะ 5. ดูแลเปลี่ยนยา antibiotic ceftazedime 2g IV q 8 hr และciprofloxacin 500mg 1*2 oral PC ตามแผนการรักษา หลังเปลี่ยนยาสังเกตอาการแพ้ยา 6. ประเมินสัญญาณชีพ ทุก 4 ชม. โดยเฉพาะอุณหภูมิ 7. กระตุ้นการดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน 7. ดูแลติดตามผล lab UA เป็นระยะ ประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล 1. ไม่มีอาการไข้ หนาวสั่น รู้สึกตัวดี 2. ผล Lab UA พบค่า WBC ลดลง เหลือ 5-10 RBC >100 (4/12/64) 3. อุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส 4. ปัสสาวะสีเหลืองใส ไม่มีตะกอน


51 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลข้อที่ 4 ไม่สุขสบายจากการปวดแผลผ่าตัด ข้อมูลสนับสนุน Subjective data : ผู้ป่วยบอก “ปวดแผลผ่าตัดปวดมาก” “ตอนกลางคืนนอนไม่หลับ” Objective Data : ปวดแผลผ่าตัด Pain score = 10 คะแนน : สีหน้าไม่สุขสบายหน้านิ่วคิ้วขมวดเวลาขยับพลิกตะแคงตัว เป้าหมายทางการพยาบาล ผู้ป่วยมีความสุขสบายมากขึ้นอาการปวดแผลทุเลาลง เกณฑ์การประเมินผล 1. Pain score <4 คะแนน 2. พักผ่อนนอนหลับได้ 6-8 ชั่วโมง / วัน 3. สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส 4. ขยับพลิกตะแคงตัวได้ไม่ปวดเวลาขยับตัวให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาลและสามารถปฏิบัติ กิจวัตรประจำวันได้ กิจกรรมการพยาบาล 1. ประเมินระดับความปวดโดยใช้ Numerical rating Scale (NRS) q 4 hr. อย่างต่อเนื่องและก่อนทำ กิจกรรมการดูแลหากมีอาการปวดดูแลให้ยาตามแผนการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยทุเลาอาการลดลง 2. อธิบายสาเหตุความปวดให้ความรู้เกี่ยวกับความปวดและการจัดการความปวดและอธิบายถึง ผลข้างเคียงจากการใช้ยาเพื่อจัดการอาการปวดในแต่ละระดับเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจไม่ทนปวดแก้ไขความเข้าใจผิดว่า เมื่อได้รับยาแก้ปวดจะทำให้ติดยา 3. ดูแลให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษาคือ - ถ้า Pain score ‹ 4 คะแนน ดูแลให้ยา Paracetamol (500 mg) 1 tab PO prn q 4-6 hr. และเฝ้า ระวังผลข้างเคียง คือ ง่วงซึม แพ้ยา เช่น มีผื่น บวม เป็นแผลที่เยื่อบุ ช่องปาก มีไข้ ได้รับ ขนาดที่มากเกินไป อาจ ทำให้เกิด ตับวายและถึง แก้ความตายได้ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อาการดีซ่าน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจมี เยื่อหุ้มสมองอักเสบ - ถ้า Pain score 4-6 คะแนน ดูและให้ยา Tramol (50 mg) 1 tab PO prn q 8 hr. และเฝ้าระวัง อาการข้างเคียงของยา คือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาจทำให้เกิดอาการชักได้ - ถ้า Pain score ≥7 คะแนน ดูและให้ยา Morphine 3 mg iv prn q 4 hr และเฝ้าระวังผลข้างเคียงคือ กดการหายใจ คลื่นไส้ อาเจียน ความดันใน กะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น เวียน ศีรษะ ท้องผูก ม่านตาเล็กลง ปัสสาวะไม่ ออก อาการพิษจาก การใช้ยาเกินขนาด เช่น ไม่รู้สึกตัว หายใจช้า ในที่สุดเป็น Cheyne- Stokes เกิดอาการตัว เขียว ผิวหนังเย็น ความ ดันโลหิตต่ำ หมดสติ


52 4. แนะนำเทคนิคการผ่อนคลายความปวดโดยการที่ใช้หลายวิธีร่วมกัน คือการหายใจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหายใจช้า-เบา-ยาว-ลึก (abdomen and diaphragmatic breathing) เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อการจิตนาการ ในทางบวก (imaginary) เป็นการจินตนาการนึกคิดในสิ่งที่พึงพอใจหันเหความสนใจออกจากความทุกข์การฝึก สมาธิ (meditation) กำหนดจิตให้นิ่งจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งการเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดไปสู่สิ่งอื่น ๆ เช่นการฟังเพลงลดความวิตกกังวลเบนความสนใจจากอาการปวด การอ่านหนังสือพูดคุยกับผู้ป่วยคนอื่น 5. ดูแลพลิกตะแคงตัวแบบ log rolling ให้ผู้ป่วย ไม่บิดหลังพลิกตัวในช่วงจังหวะที่ไม่มีอาการปวดเพื่อลด สิ่งกระตุ้นความปวด 6. พูดคุยปลอบโยนให้กำลังใจให้การพยาบาลอย่างนุ่มนวลจัดกิจกรรมลำดับการพยาบาลไม่ให้รบกวน ผู้ป่วยมากเกินไปดูแลบรรยากาศให้ผ่อนคลายไม่ส่งเสียงดังเพื่อให้ผู้ป่วยได้พัก 7. ดูแลจัด position ในท่าที่ปวดน้อยลงเช่นใช้หมอนรองใต้เข่ารองขาเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังหย่อนซึ่งการ จัดท่าที่ถูกต้องจะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ยืดขยายจนเกินไปลดความตึงหรือแรงกดบริเวณหลังจึงเป็นการลดสิ่งกระตุ้น ที่ส่งผลให้ความปวดเพิ่มขึ้นเพิ่มการไหลเวียนเลือดป้องกันขาบวม การประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยยังมีอาการปวดแผลผ่าตัดอยู่ pain score = 3-4 คะแนน มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น สามารถนอน หลับพักผ่อนในตอนกลางคืนได้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น พลิกตะแคงขยับตัวได้มากขึ้นปฏิบัติ กิจวัตรประจำวันได้ล้างหน้าแปรงฟันทานอาหารได้เอง


53 การติดตามเยี่ยม วันที่ 27/11/64(ระยะฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด) ผู้ ป่ ว ย ห ลั ง จ าก ผ่ า ตั ด posterior decompression with posterior spinal fusion L2-5 with posterior lumbar fusion with tranforaminal lumbar interbody fusion day 5 รู้สึกตัวดี หายใจ room air แผลผ่าตัดที่หลังไม่ซึม ไม่มีอาการปวด บวม แดง ร้อน blood supply ปลายเท้าดีมีอาการชาขาเล็กน้อย motor power ขาขวา gr.5 ขาซ้าย gr. 4+ , redivac drain ออกเพิ่ม 30-60 cc/เวร สัญญาณชีพปกติ retained foley’s catheter ไว้ปัสสาวะออกดี ไม่มีอาการปวดแผลผ่าตัด pain score 0 คะแนน มีทำกายภาพบำบัด bedside จากการประเมินแบบแผนทางสุขภาพและติดตามเยี่ยมผู้ป่วยพบข้อวินิจฉัยการพยาบาล focus ดังต่อไปนี้ 1. การฟื้นฟูสภาพหลังผ่าตัด 2. วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะการเจ็บป่วยหลังผ่าตัด 3. ปัสสาวะเองไม่ได้เนื่องจากมีภาวะต่อมลูกหมากโต(BPH)


54 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลข้อที่ 1 การฟื้นฟูสภาพหลังผ่าตัด ข้อมูลสนับสนุน Objective Data: 1. ผู้ป่วยหลังผ่าตัด posterior decompression with posterior spinal fusion L2-5 with posterior lumbar fusion with tranforaminal lumbar interbody fusion ขาทั้ง 2 ข้างยังมีอาการชาเล็กน้อย Motor power ขาข้างซ้าย gr.4+ ข้างขวา gr.5 2. ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้ สามารถเดินได้โดยใช้ walker มีfoot drop ทั้ง2ข้าง on AFO (ankle foot orthosis) เป้าหมายทางการพยาบาล เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังผ่าตัด เกณฑ์การประเมินผล 1. ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้ตามคำแนะนำ 2. ผู้ป่วยสามารถสาธิตย้อนกลับได้ กิจกรรมการพยาบาล 1. ประเมินความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง เพื่อสามารถให้การพยาบาลได้อย่างเหมาะสม 2. ประเมินความสามารถของกำลังขาข้างทำผ่าตัด และความสามารถที่ผู้ป่วยทำได้เกี่ยวกับการฝึกงอ เหยียดเข่าและการลงเดินร่วมกับการใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน 3. สอนและให้คำแนะนำในการบริหารร่างกายหลังผ่าตัด ส่งปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อร่วมดูแล ดูแล ให้ผู้ป่วยฝึกงอและเหยียดข้อเข่า - โดยการ sitting balance training นั่งห้อยขาข้างเตียง - ดูแลช่วยให้ผู้ป่วยลงยืนและเดินโดยใช้ Pickup walker - กระตุ้นการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา Quadriceps exercise, Ankle pumping exercise แนะนำให้ขา ยกขึ้นสูง(ปลายเท้าขึ้นบน) โดยใช้ผ้าพันไว้ที่ฝาเท้าแล้วใช้มือช่วยยืดขาไว้เคลื่อนไหวข้อเท้าไปในทิศทางต่างๆขึ้น-ลง ,บิดเข้า-ออก,หมุนเป็นวงกลมวนซ้าย-ขวา จนกระทั่งรู้สึกเมื่อย หรือปวดกล้ามเนื้อขา เอาขาลงวางพักบนพื้น จากนั้นเปลี่ยนขาทำ - กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำ Range of motion exercise (ROME) คือ การออกกำลังกายเพื่อคงการพิสัยการ เคลื่อนไหวของข้อ โดยการ Active-Assistive exercise เป็นการเคลื่อนไหวโดยผู้ออกแรงกระทำเองก่อนหลัง จากนั้นจึงมีแรงจากภายนอกมาช่วยให้ครบการพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ 4. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใส่ ankle foot orthosis และบอกวัตถุประสงค์ในการใส่ คือ กาย อุปกรณ์เสริมที่คลุมหรือดามผ่านส่วนของเท้าและข้อเท้า เพื่อควบคุมข้อเท้าและเท้าในทุกการเคลื่อนไหว,ช่วยพยุง


55 กล้ามเนื้อกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง,แก้ไขการผิดรูปของโครงสร้างข้อเท้าและเท้า,จัดแนวโครงสร้างของขาท่อนล่างให้อยู่ ในแนวปกติ,เพิ่มความมั่นคงและการลงน้ำหนัก - วิธีการใส่ เมื่อใส่อย่างถูกต้อง จะทำให้รู้สึกสะดวกสบายและลดการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้น ขั้นแรก ควร ใส่ถุงเท้าที่มีความยาวมากกว่าตัวกายอุปกรณ์เสริม ankle foot orthosis เพื่อลดการเสียดสีบริเวณโดยรอบ จากนั้นนั่งให้เท้าเหยียบพื้นในลักษณะงอเข่า 90องศา เพื่อใส่โดยให้บริเวณส้นเท้าเข้ากับรูปทรงและเท้าวางราบ จากนั้นรัดสายเพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งที่บริเวณหน้าขาและข้อเท้า ก่อนที่จะยืนหรือเดิน ถ้าต้องการที่จะสวม รองเท้าควรใช้เป็นร้องเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหุ้มส้นที่สามารถรองรับกับ ankle foot orthosis ได้เพื่อให้เกิดความ มั่นคงขณะยืนหรือเดิน ในครั้งแรกอาจจะส่งผลให้เกิดความสะดวกสบายบริเวณที่ใส่ซึ่งในช่วงแรกจะเริ่มจาก ระยะเวลาที่น้อยเพื่อให้เกิดความเคยชินและจะเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้น ซึ่งตามคำแนะนำของ British Association of Prosthetists and Orthotists (BAPO) วันที่1:1-2 ชั่วโมง วันที่ 2:2-3 ชั่วโมง วันที่3:4-5 ชั่วโมง วันที่4-7:5-6 ชั่วโมง 5. แนะนำการเดินโดยใช้ walker ซึ่งแบ่งเป็น3ขั้นตอน ดังนี้ - ขั้นตอนที่1 ให้ยกwalker ไปทางด้านหน้าห่างประมาณ1ช่วงแขนแล้ววางลงพื้นให้เรียบร้อยใน ระยะทางที่ก้าวเท้าปกติของผู้ป่วย - ขั้นตอนที่2 ก้าวขาข้างที่อ่อนแรง เข้าไปให้ถึงกึ่งกลางของwalker แล้ววางเท้าให้ตรง - ขั้นตอนที่3 ออกแรงกดwalkerด้วยมือทั้ง2ข้างจากนั้นจึงก้าวขาข้างดีตามมา การประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้ตามที่แนะนำ และสามารถสาธิตย้อนกลับได้อย่างถูกต้อง


56 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลข้อที่ 2 วิตกกังวลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยหลังผ่าตัด ข้อมูลสนับสนุน Subjective data : ผู้ป่วยบอกว่า “เมื่อไหร่จะเดินได้ปกติ” “อาการชาขาเมื่อไรจะหาย” Objective Data : ผู้ป่วยมีสีหน้าวิตกกังวล เป้าหมายทางการพยาบาล ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลลดลง / ไม่กังวล เกณฑ์การประเมินผล 1. ผู้ป่วยบอกวิตกกังวลลดลงสีหน้าแจ่มใส 2. ผู้ป่วยเข้าใจและยอมรับในโรคที่เป็นและแผนการดูแลรักษาที่ได้รับ 3. นอนหลับพักผ่อนได้ กิจกรรมการพยาบาล 1. ให้ระบายความรู้สึกปัญหารับฟังอย่างตั้งใจแนะนำแนวทางค้นหาปัญหาการดูแลความต้องการการ ช่วยเหลือข้อจำกัด ต่างๆที่เกิดขึ้นแนวทางการแก้ไขร่วมกัน 2. ทบทวนคำแนะนำความรู้สาเหตุและแผนการรักษาของแพทย์ประสานกับทีมแพทย์รักษาเพื่อให้ข้อมูล เกี่ยวกับแผนการรักษาหลังผ่าตัดเป็นระยะเพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง 3. พูดคุยให้กำลังใจและซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติมให้กำลังใจและเสริมแรงสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วย ยกตัวอย่างและแนะนำให้พูดคุยกับผู้ป่วยกลุ่มโรคเดียวกันอธิบายให้ผู้ป่วยและครอบครัวให้เข้าใจอย่างชัดเจนถึงผล การเกิดพยาธิสภาพที่ไขสันหลังบทบาทและงานที่คาดหวังระยะเวลาการหายของแผลการดำเนินโรคให้กำลังใจและ เสริมแรงสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยเพิ่มการรับรู้ความสามารถของตนเอง 4. ดูแลให้ได้รับยา clonazepam0.5mg 1*hs เวลานอนไม่หลับ 5. จัดสิ่งแวดล้อมให้สงบเพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนลดสิ่งรบกวนต่างๆเบี่ยงเบนความสนใจจากความวิตกกังวล โดยให้ฟังเพลง หรือพูดคุยกับญาติ การประเมินผลการปฏิบัติการพยาบาล ผู้ป่วยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ สอบถามความเข้าใจเกี่ยวกับโรคผลการรักษาหลังผ่าตัด ผู้ป่วยบอก เข้าใจมากขึ้น สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีกำลังใจในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น มีสีหน้าแจ่มใสขึ้น


57 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลข้อที่ 3 ปัสสาวะเองไม่ได้เนื่องจากมีภาวะต่อมลูกหมากโต(BPH) ข้อมูลสนับสนุน Subjective data : ผู้ป่วยบอกว่า “รู้สึกว่าปวดท้องน้อย แต่เบ่งฉี่แล้วไม่ออก” Objective Data : หลัง off foley’s catheter แล้ว มี bladder full ,ปัสสาวะ เองไม่ได้Consult แพทย์เฉพาะ ทาง ทางเดินปัสสาวะ พบว่า มี ภาวะ BPH (PR พบprostate 2FB) เป้าหมายทางการพยาบาล ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เองหรือมีความรู้ความใจในการปฏิบัติตัวขณะใส่สายสวนปัสสาวะได้ถูกต้อง เกณฑ์การประเมินผล 1. สามารถปฏิบัติตัวและทำความสะอาดขณะใส่สายสวนปัสสาวะได้ถูกต้อง 2. มีความรู้ความใจในการปฏิบัติตัวขณะใส่สายสวนปัสสาวะได้ถูกต้อง กิจกรรมพยาบาล 1. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวขณะใส่สายสวนปัสสาวะหรือการดูแล สายสวนปัสสาวะเมื่อกลับไป อยู่ที่บ้าน - วางสาย urine bag ไว้ต่ำกว่า กระเพาะปัสสาวะ เพิ่มป้องกันปัสสาวะไหลย้อนกลับ - ก่อนและหลัง เก็บ ปัสสาวะ ล้างมือให้สะอาด สวมถุงมือทุกครั้งและใช้ alcohol padเช็ดทำความ สะอาดข้อต่อทุกครั้ง - ทำความสะอาด อวัยวะเพศทุกวัน ด้วยสบู่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ - สังเกตลักษณะ สี ปริมาณ ปัสสาวะ ถ้ามี สีเหลือง ขุ่น มีตะกอน ร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ให้รีบไป โรงพยาบาลใกล้บ้าน 2. ดูแล ให้ได้รับยา doxazosin 2mg1*hs oral และยาantibiotic ตามแผนการรักษา 3. แนะนำการบริหารร่างกายที่ส่งเสริมให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานได้ดีขึ้น kegel exercise โดยท่า ออกกำลังกายนั้นคล้ายกับการขมิบก้น แต่เป็นการดึงกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเข้าข้างใน แล้วเกร็งกล้ามเนื้อส่วนนี้ไว้ 5-10วินาทีแล้วปล่อย ทำวันละ10-20ครั้ง ต่อเนื่อง 4-6 สัปดาห์ 4. แนะนำการมาตามนัดของแพทย์เฉพาะทาง ทางเดินปัสสาวะ เพื่อช่วยประเมินและติดตามอาการ พร้อม ติดตามผล lab UA ประเมินผลทางการปฏิบัติทางการพยาบาล ผู้ป่วยเข้าใจและสามารถปฏิบัติตัวขณะใส่สายสวนปัสสาวะได้ถูกต้องและสาธิตย้อนกลับในการทำความ สะอาดขณะคาสายสวนปัสสาวะกลับบ้านได้


58 การติดตามเยี่ยมก่อนกลับบ้าน (6/12/64) ผู้ป่วยชายไทย Lumbar spondylosis ได้รับการผ่าตัด posterior decompression with posterior spinal fusion L2-5 with posterior lumbar fusion with tranforaminal lumbar interbody fusion วันที่ 22/11/64 แผลผ่าตัดที่หลัง off stapleแล้วแห้งดี ไม่บ่นปวดแผล ยังมีอาการชาขาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพปกติไม่มีไข้หายใจ room air, motor power ขาขวา gr.5 ขาซ้าย gr. 4+ แพทย์อนุญาตให้กลับ บ้านได้ambulated with walker ได้และใส่ AFO ขณะเดิน แพทย์ให้ retained foley’s catheter กลับบ้าน การพยาบาลผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล เตรียมความพร้อมผู้ป่วยและญาติก่อนกลับบ้าน ข้อมูลสนับสนุน Objective Data: 1. ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้มีขาข้างซ้ายอ่อนแรง Motor power ขาข้างซ้าย gr. 4+ ขาข้างขวา gr. 5 2. ประเมินการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโดยใช้ Barthel Index ก่อนจำหน่ายได้ 26 คะแนน (ช่วยเหลือตัวเองได้ปานกลาง ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นบางส่วน) 3. แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน (ผู้ป่วยพร้อมกลับ 7/12/64) เป้าหมายทางการพยาบาล ผู้ป่วยและญาติมีความพร้อมมีความรู้ทักษะการดูแลตนเองเมื่อกลับบ้าน เกณฑ์การประเมินผล 1. ผู้ป่วยและญาติมีความรู้ทักษะในการปฏิบัติตนเมื่อกลับบ้าน 2. มีสิ่งแวดล้อมที่บ้านเหมาะสม 3. มีผู้ดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย กิจกรรมการพยาบาล 1. ประเมินความพร้อมก่อนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล - ประเมินสัญญาณชีพ อาการทางระบบประสาท Neurological deficit - กิจวัตรประจำวัน (activity of daily living) โดยใช้ Barthel Index - สภาวะทางด้านอารมณ์และจิตใจ (mental status) - การสื่อสาร (Communication impairment) - การรับรู้ (perception) - การขับถ่าย (elimination)


59 - ประเมินและทบทวนความพร้อมของครอบครัว / ผู้ดูแลในเรื่องของการจัดเตรียมสถานที่และ สิ่งแวดล้อมในการพักอาศัย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ความพร้อมด้านจิตใจอารมณ์สังคมและเศรษฐกิจสภาพ สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยและแรงสนับสนุนทางสังคมความเชื่อค่านิยม 2. ให้คำปรึกษาแนะนำการดูแลการปฏิบัติตัวกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ตามหลัก D-M-E-T-H-O-D Diagnosis: คำแนะนำเกี่ยวกับโรคข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมและการผ่าตัดที่จะได้รับ อธิบาย ถึงสาเหตุอาการแนวทางการรักษาอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่นมีไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน กล้ามเนื้ออ่อน แรง มีอาการปวด อาการอ่อนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ถ้ามีให้รีบมาพบแพทย์ Medication: คำแนะนำการรับประทานยาโดยเฉพาะยา Antibiotic drug, Anti Hypertension,ยา แก้ปวดต่างๆ ตามคำสั่งการรักษาต่อเนื่อง ไม่หยุดยาเอง ไม่ปรับขนาดยาเองและแนะนำอาการข้างเคียงจากการใช้ ยา Environment and Economic: แนะนำให้ญาติจัดเตรียมสถานที่พัก โดยการปรับห้องนอนให้มาอยู่ ชันที่ เพื่อให้สะดวกและป้องกันอุบัติเหตุ และแนะนำการจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันการอุบัติเหตุพลัดตก หกล้ม และควรใช้ส้วมชักโครก หรือเก้าอี้เจาะรูในการขับถ่าย Treatment: การดูแลแผลผ่าตัด หลังตัดไหม โดยเฝ้าระวังสังเกตอาการผิด เช่นแผลบวม แดง มีหนอง แผลแยก ปวด มีไข้และสังเกตอาการข้างเคียงทางระบบประสาท เช่น มีขาอ่อนแรง ชา ปวดเพิ่มขึ้น ให้รีบมาพบ แพทย์แนะนำให้เปลี่ยนท่านอนบ่อยๆและดูแลผิวหนังให้สะอาด แห้งอยู่เสมอ เพื่อป้องกันแผลกดทับ สอนและให้ ผู้ป่วยสาธิตย้อนกลับในการทำความสะอาดสายสวนปัสสาวะ โดยการฟอกสายสวนปัสสาวะด้วยน้ำสบู่ทุกครั้งหลัง อาบน้ำ Health ส่งเสริมการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง และแนะนำให้ผู้ดูแลคอยช่วยเหลือพยุงตัว คอย เฝ้าขณะเดินโดยใช้ walkerและใส่ ankle foot orthosis ทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แนะนำการฟื้นฟูสภาพหลัง การผ่าตัด การป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น แผลกดทับ ข้อติดแข็ง กล้ามเนื้อลีบ และแนะนำไม่ให้นั่งนานเกิน 45 นาที ภายใน 3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ไม่ควรบิดหรือเอี้ยวตัวแรงๆ 6-8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ไม่ยกของหนัก เกิน 4 กิโลกรัมหรือไม่เอื้อมหยิบของบนที่สูง อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังผ่าตัด ส่งเสริมการทำ kegel exercise และแนะนำการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย Outpatient Referral: เน้นย้ำการมาตรวจตามนัดของแพทย์เฉพาะทาง ด้านออร์โธปิดิกส์,ทางเดิน ปัสสาวะและเวชศาสตร์ฟื้นฟู , การติดต่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินหรือมีอาการเฉียบพลันเช่นโทรสายด่วน 1669 Diet: แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานอาหารเค็ม แนะนำให้ รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ขาว อาหารแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย นม เป็นต้น แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เน้นทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง จำพวกผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ


60 หรืออาจทานไฟเบอร์สำเร็จรูปเสริม การทานโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวอาจช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้นได้ เนื่องจากมีแบคทีเรียที่ ไปช่วยการทำงานของลำไส้ใหญ่ ประเมินผลทางการปฏิบัติทางการพยาบาล ผู้ป่วยและญาติรับรู้และเข้าใจ คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนกลับบ้าน ambulate with walkerได้ สัญญาณชีพ BT 36.5 องศาเซลเซียส RR 20 bpm PR 88 bpm BP 125/74 mmHg บรรณานุกรม


61 Junseok W Hur, Dong-Hyuk Park, Jang-Bo Lee, Tai-Hyoung Cho and Jung-Yul Par. (2019). Guidelines for Cauda Equina Syndrome Management. (M.D., Ph.D. Department of Neurosurgery, College of Medicine, Korea University). Nisaharan Srikandarajah. (2018). Outcomes Reported After Surgery for Cauda Equina Syndrome. SPINE. 43(17). E1005–E1013. เกรียงศักดิ์ แซ่เตีย. (2559). Back pain. [เอกสารอิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจาก https://med.mahidol.ac.th/surgery/sites/default/files/public/pdf/Back%20pain.pdf ณัฐมา ทองธีรธรรม, ธีราวรรณ เชื้อตาเล็ง, พรสินิ เต็งพานิชกุล และ อรพรรณ โตสิงห์. การพยาบาลผู้ป่วยทาง ออร์โธปิดิกส์. (2559). โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล. ต่อพงศ์ บุญมาประเสริฐ. (2557). เอกสารคำสอนกระบวนวิชาออร์โธปิดิกส์ LOW BACK & NECK PAIN. [เอกสาร อิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจาก https://bit.ly/3zvUnzA นันทวิช สุคนธเวศ. (2557). เอกสารประกอบการสอน Approach to Neck & Back pain และโรคทางกระดูกสัน หลังที่พบบ่อย. [เอกสารอิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจาก https://bit.ly/3zvUnzA สุภาพ อารีเอื้อ. การพยาบาลออร์โธปิดิกส์จากหลักฐานเชิงประจักษ์สู่การปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิก. (2564). โครงการตำรารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล. โสภณ เมฆธน. (2560). ยุธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขกับการขับเคลื่อนประเทศไทย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://182.52.57.71/bcph/statics/attach/Strategic-Health-Ministry-With-the-PoweredThailand270160.pdf [1 พฤศจิกายน 2561]. อรัญ รัตนพล. (2559). แนวทางการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง (spinal cord injury rehabilitation). [เอกสารอิเล็กทรอนิกส์]. สืบค้นจาก https://bit.ly/3zvUnzA


Click to View FlipBook Version