ความรทู้ ว่ั ไป บทที่
เก่ียวกบั การสอบบญั ชี
1
หัวข้อเน้อื หาสาระ
1. ความหมายของการสอบบญั ชี
2. ความแตกต่างระหว่างการสอบบัญชกี บั การบญั ชี
3. วตั ถปุ ระสงค์ของการสอบบญั ชี
4. กระบวนการสอบบัญชี
5. ประเภทของการตรวจสอบ
6. ประเภทของผ้สู อบบัญชี
7. หลักการพน้ื ฐานของการตรวจสอบงบการเงิน
หน่วยที่ 1 ความรู้ท่ัวไปเก่ยี วกบั การสอบบญั ชี 1 - 1
สาระสาคญั
การสอบบัญชี หมายถงึ กระบวนการท่ผี ปู้ ระกอบวิชาชีพสอบบญั ชรี วบรวมหลกั ฐานการสอบบัญชี
เพอื่ แสดงความเหน็ ต่องบการเงนิ ในเร่ืองความถูกตอ้ งตามทคี่ วรในสาระสาคัญ ตามหลักการบัญชที ร่ี บั รอง
ทว่ั ไปผูป้ ระกอบวชิ าชีพดงั กล่าว เรยี กว่า ผู้สอบบญั ชี
การสอบบญั ชีและการบญั ชมี ีความแตกต่างกนั ในเรอื่ งของจดุ เร่ิมตน้ ของกจิ กรรม วธิ ปี ฏบิ ัติงาน
ผลงานขัน้ สุดทา้ ย วัตถปุ ระสงค์ และมาตรฐานที่ใช้ในการปฏบิ ัติงาน
การตรวจสอบอาจแบ่งเปน็ 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ (1)การตรวจสอบงบการเงิน (2)การตรวจสอบ
การดาเนนิ งาน และ (3)การตรวจสอบการปฏิบัตติ ามกฎระเบียบ
ผู้สอบบัญชตี อ้ งปฏบิ ตั ิงานตามหลกั การพ้ืนฐานที่สาคญั ของวิชาชีพซ่งึ ไดแ้ ก่ (1)จรรยาบรรณหรือ
มารยาทของผู้สอบบัญชี (2)มาตรฐานการสอบบญั ชีทีร่ ับรองทวั่ ไป และ (3)การใช้วจิ ารณญาณในการสงั เกต
และสงสยั เยย่ี งผู้ประกอบวชิ าชพี สภาวชิ าชีพบัญชีเป็นผกู้ าหนดมาตรฐานการสอบบัญชี เพ่ือใหผ้ ้สู อบบัญชีใช้
เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตรวจสอบ
สมรรถนะประจาหนว่ ย
1. อธบิ ายความหมายของการสอบบัญชไี ด้
2. อธบิ ายความแตกตา่ งระหวา่ งการสอบบญั ชีและการบัญชีได้
3. อธิบายวตั ถุประสงค์ และประโยชน์ของการสอบบัญชีได้
4. อธิบายกระบวนการสอบบัญชีได้
5. จาแนกประเภทของการตรวจสอบได้
6. จาแนกประเภทของผู้ตรวจสอบได้
7. อธิบายหลกั การพ้นื ฐานของการตรวจสอบงบการเงนิ ได้
หน่วยท่ี 1 ความร้ทู ่ัวไปเก่ยี วกบั การสอบบญั ชี 1 - 2
1. ความหมายของการสอบบัญชี
สมาคมการบัญชีช่ือเมริกัน (The American Accounting Association: AAA) ได้ให้คานิยามของ
การบัญชี (Auditing) ไว้ว่า “การสอบบัญชี คือ กระบวนการของการรวบรวมและการประเมินหลักฐาน
เกี่ยวกับสารสนเทศ เพ่ือระบุและรายงานเกี่ยวกับระดับความสอดคล้องต้องกันของสารสนเทศน้ันกับ
หลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้และการส่ือสารผลลัพธ์ให้ผู้ใช้ท่ีสนใจ การสอบบัญชีควรปฏิบัติโดยบุคคลท่ีมีความรู้
ความสามารถและมคี วามเปน็ อสิ ระ”
จากคานยิ ามขา้ งตน้ การสอบบัญชีเกย่ี วขอ้ งกับเรอ่ื งต่อไปนี้
1.1 การรวบรวมและการประเมนิ หลักฐาน (Accumulating and Evaluating Evidence)
หลักฐานการสอบบัญชี หมายถึง ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ท่ีผู้สอบบัญชีได้รับ และใช้เป็นเกณฑ์ใน
การสรุปว่าข้อมูลท่ีตรวจสอบน้ันแสดงไว้ตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ ผู้สอบบัญชีมีหน้าท่ีรวบรวมหลักฐานการ
สอบบัญชีให้เพียงพอ และเหมาะสม โดยใช้วิธีการสอบและประเมินหลักฐานการสอบบัญชีน้ันเพื่อนาไปสู่การ
สรุปผล
1.2 สารสนเทศและหลกั เกณฑท์ ก่ี าหนดไว้ (Information and Established Criteria)
สารสนเทศทีจ่ ะตรวจสอบน้นั ควรอยู่ในรูปแบบทส่ี ามารถพิสจู น์ได้ (Variable Form) และมี
หลักเกณฑ์ หรือมาตรฐานท่ีผู้สอบบัญชีสามารถนามาใช้ประเมินสารสนเทศดังกล่าวได้ หลักเกณฑ์ท่ีผู้สอบ
บัญชีใช้ในการประเมิน ขึ้นอยู่กับลักษณะของสารสนเทศที่ตรวจสอบ เช่น การตรวจสอบงบการเงินจะใช้
หลักเกณฑ์ท่ีเรียกว่า” หลักการบัญชีท่ีรับรองทั่วไป” (Generally Accepted Accounting Principles:
GAAP) แต่ถ้าเป็นการตรวจสอบภาษีอากรจะใชห้ ลักเกณฑท์ ี่เรยี กวา่ “ประมวลรษั ฎากร”
1.3 บุคคลที่มคี วามรคู้ วามสามารถและความเป็นอิสระ (Competent, Independent Person)
ผู้ประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (หรือผู้สอบบัญชี) ควรมีความรู้ ความสามารถและความชานาญใน
วชิ าชพี เปน็ พิเศษ และควรมีความรเู้ กี่ยวกบั การบัญชีและการสอบบัญชี ซ่ึงได้รับการศึกษาในสถาบันการศึกษา
และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ( Continuing
Professional Development : CPD) ผู้สอบบัญชีควรมีทัศนคติและความคิดท่ีเป็นอิสระ “ความเป็นอิสระ”
ในที่น้ี หมายถึง การที่ผู้สอบบัญชีสามารถวางแผนการตรวจสอบและใช้วิธีการตรวจสอบต่างๆเพ่ือให้ได้
หลักฐานทีเ่ พียงพอตลอดจนแสดงความเหน็ ไดโ้ ดยไม่อยภู่ ายใต้อิทธิพลใดๆ
1.4 การรายงาน (Reporting)
รายงานถือเป็นผลงานของผู้สอบบัญชี ซึ่งใช้สื่อสารผลลัพธ์ของการปฏิบัติงานให้กับผู้ใช้ รายงาน
ของผู้สอบบัญชีแต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ปฏิบัติ และข้อสรุปจากการ
ปฏิบตั งิ าน เชน่ รายงานการตรวจสอบงบการเงิน รายงานการสอบทานงบการเงิน เปน็ ต้น
หน่วยที่ 1 ความรทู้ ัว่ ไปเกี่ยวกับการสอบบญั ชี 1 - 3
บุคคลทม่ี คี วามรู้ รวบรวมและ สารสนเทศ การรายงาน
ความสามารถและ ประเมนิ หลกั ฐาน งบการเงนิ
ความเป็นอสิ ระ รายงานของ
ตรวจสอบ ระบคุ วามสอด ผสู้ อบบญั ชี
ผสู้ อบบญั ชี เอกสารบญั ชี คลอ้ งตอ้ งกนั
และขอ้ มลู
หลกั เกณฑท์ ก่ี าหนด
ต่างๆ หลกั การบญั ชี
ทร่ี บั รองทวั่ ไป
ภาพท่ี 1-1 การตรวจสอบงบการเงนิ
การตรวจสอบงบการเงนิ นนั้ ผสู้ อบบญั ชี ต้องดาเนนิ การตรวจสอบและรวบรวมหลกั ฐาน สารสนเทศท่ี
เป็นงบการเงิน แล้วจัดทารายงานของผู้สอบบัญชีเพ่ือความเหน็ ตอ่ งบการเงนิ วา่ มีความสอดคล้องกบั หลกั การ
บญั ชีทีร่ ับรองทั่วไปหรอื ไม่
สรุปได้ว่า การสอบบัญชี หมายถึง กระบวนการที่ผู้สอบบัญชีดาเนนิ การตรวจสอบและรวบรวม
หลักฐานการสอบบัญชี เพ่ือแสดงความเห็นต่องบการเงิน ในเร่อื งความถกู ต้องตามท่ีควรในสาระสาคัญ ตาม
หลกั การบัญชีทรี่ บั รองทวั่ ไป
1. 2. ความแตกต่างระหว่างการสอบบญั ชีกับการบัญชี
ผใู้ ชง้ บการเงนิ และสาธารณชนทว่ั ไปมกั สบั สนระหวา่ ง ”การสอบบญั ชี” กบั ”การบัญชี” ซึ่งทั้งสองคา
มีความหมายที่แตกตา่ งกนั ดังนี้
การสอบบัญชี หมายถึง กระบวนการของการรวบรวม และการประเมินหลักฐานเกี่ยวกับสารสนเทศ
เพ่ือระบุและรายงานเกี่ยวกับระดับความสอดคล้องต้องการของสารสนเทศนั้นกับหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้และ
การส่อื สารผลลัพธ์ให้ผใู้ ช้ท่ีสนใจ
หน่วยท่ี 1 ความรทู้ ั่วไปเกยี่ วกับการสอบบญั ชี 1 - 4
การบัญชี หมายถึง กระบวนการจดบันทึกการจัดประเภทและการสรุปเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจใน
ลักษณะอย่างมีเหตุผล เพื่อให้สารสนเทศทางการเงินสาหรับการตัดสินใจของผู้ใช้ทั้งภายในกิจการและ
ภายนอกกจิ การ
ความแตกต่างระหวา่ งการสอบบัญชแี ละการบัญชี
เรื่อง การสอบบัญชี การบญั ชี
1. สง่ิ ป้อนเขา้ (Input) งบทดลองหรืองบการเงิน รายการคา้ หรือเอกสาร
2. การประมวลผล (processing) ประกอบการลงบัญชี
รวบรวมหลักฐานการสอบบัญชี จดบันทึกรายการลงในสมดุ บัญชี
3.สิ่งปอ้ นออก (Output) หรือจัดทากระดาษทาการของ (ข้ันต้นและข้ันปลาย)
4. วัตถปุ ระสงค์ ผู้สอบบัญชี
5.มาตรฐานหรอื หลักเกณฑ์ทใี่ ชใ้ น รายงานของผู้สอบบัญชรี บั งบการเงิน
การปฏิบัตงิ าน อนญุ าต
เพอื่ ใหค้ วามเหน็ ต่อสารสนเทศใน เพ่อื ใหส้ ารสนเทศในงบการเงิน
งบการเงิน
มาตรฐานการสอบบัญชีทรี่ บั รอง การบัญชที ่รี บั รองทัว่ ไปหรือ
ทัว่ ไป มาตรฐานการบัญชี
2. 3. วตั ถปุ ระสงค์ของการสอบบญั ชี
มาตรฐานการสอบบัญชี รหสั 200 เรอ่ื งวัตถปุ ระสงคแ์ ละหลกั การพื้นฐานของการสอบบัญชี
ไดก้ าหนดวตั ถุประสงคข์ องการสอบบญั ชไี ว้ดงั นี้
“การตรวจสอบงบการเงนิ มีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ใหผ้ สู้ อบบญั ชสี ามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินว่างบ
การเงนิ นน้ั ได้จดั ทาในส่วนสาระสาคญั เปน็ ไปตามแมบ่ ทการบัญชีในการรายงานทางการเงนิ หรือไม่”
ดังน้ันวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบงบการเงิน คือ การแสดงความเห็นว่างบการเงินนั้นได้แสดง
ฐานะการเงินผลการดาเนินงานและกระแสเงินสดของกิจการโดยถูกต้องตามควรในสาระสาคัญตามหลักการ
บัญชีทีร่ บั รองทัว่ ไปหรือไม่
หน่วยท่ี 1 ความรทู้ ั่วไปเก่ยี วกับการสอบบญั ชี 1 - 5
3. 4. กระบวนการสอบบัญชี
การสอบบญั ชเี ปน็ กระบวนการของการรวบรวมและประเมินหลักฐานการสอบบัญชีเพื่อให้ผู้สอบบัญชี
สามารถสรุปผลการตรวจสอบและจดั ทารายงานการสอบบัญชไี ด้
กระบวนการสอบบญั ชีแบ่งออกเปน็ 3 ข้นั ตอน ดงั นี้
1. การวางแผนงานตรวจสอบ ประกอบด้วย
1.1 การพิจารณารบั งานสอบบัญชี
1.2 การรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั ธรุ กิจทีต่ รวจสอบ
1.3 การวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบในเบ้อื งต้น
1.4 การกาหนดระดับความมีสาระสาคญั
1.5 การประเมนิ ความเสยี่ งในการสอบบญั ชที ีย่ อมรบั ได้ และความเสีย่ งสบื เนื่อง
1.6 การทาความเข้าใจในระบบการควบคุมภายใน และการประเมินความเสยี่ งจากการควบคุม
1.7 การพฒั นาแผนการสอบบัญชโี ดยรวม และการจดั ทาแนวการสอบบัญชี
2. การปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบ ประกอบด้วย การทดสอบการควบคุม และการตรวจสอบเนื้อหาสาระ
ดังตอ่ ไปน้ี
2.1 วงจรรายได้
2.2 วงจรรายจ่าย
2.3 วงจรการผลิต
2.4 วงจรการลงทนุ
2.5 วงจรการจัดหาเงนิ
2.6 การตรวจสอบทสี่ าคัญท่ีเพ่ิมเติม
3. การเสรจ็ ส้นิ การสอบบญั ชี และการออกรายงานการสอบบัญชี
3.1 การประเมินผลจากหลกั ฐานการสอบบญั ชี
3.2 การเสนอรายการปรับปรุงและรายการจัดประเภทบัญชี
3.3 การออกรายงานการสอบบัญชี
หน่วยท่ี 1 ความรู้ทว่ั ไปเกยี่ วกับการสอบบญั ชี 1 - 6
4. 5. ประเภทของการตรวจสอบ
การตรวจสอบอาจจาแนกเปน็ 3 ประเภท ดังน้ี
5.1 การตรวจสอบงบการเงนิ ( Financial Statement Audit)
หมายถึง การตรวจสอบข้อมูลทางบัญชี และรายงานทางการเงนิ (เชน่ งบดลุ งบกาไรขาดทุน
งบกระแสเงนิ สด และหมายเหตปุ ระกอบงบการเงนิ ) เพือ่ ประเมนิ วา่ ข้อมลู ดังกล่าวมีความสมบรู ณ์ เชอ่ื ถือได้
และเปน็ ไปตามหลกั การบญั ชีที่รับรองทั่วไป หรอื มาตรฐานการบญั ชีหรือไม่
5.2 การตรวจสอบการดาเนินงาน (Operational Audit)
หมายถึง การสอบทานช้ันตอน วธิ ีการปฏบิ ตั ิงานและภาระหนา้ ท่ีตา่ งๆในองค์กร (Organization
‘s Processes and Functions) เพื่อให้มั่นใจว่า ภาระหน้าทใ่ี นแตล่ ะหนว่ ยงานได้ดาเนินไปอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ (Efficiency) ตามขัน้ ตอนทก่ี าหนดไว้อย่างเหมาะสม ซ่ึงจะส่งผลให้มีการใช้ทรพั ยากรอย่าง
ประหยัด (Economy) และผลของงานนัน้ ได้ระบุเป้าหมายทกี่ าหนดไว้ นัน่ คือ การปฏบิ ัตงิ านนน้ั มปี ระสิทธิผล
(Effectiveness)
5.3 การตรวจสอบการปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บ (Compliance Audit)
หมายถงึ การตรวจสอบเพื่อใหม้ ั่นใจว่าการปฏบิ ัติงานในองคก์ รเปน็ ไปตาม ระเบยี บ ข้อบังคบั
ของหน่วยงานกากบั ดูแล และกฎระเบียบนโยบายขององค์กร
5. 6. ประเภทของผู้สอบบญั ชี
ผตู้ รวจสอบบัญชี ประกอบด้วย
6.1 ผสู้ อบบัญชีรับอนญุ าต (Certified Public Accountants : CPA)
ผสู้ อบบญั ชี (Auditor) เปน็ นักบัญชีท่ีทาหน้าที่ตรวจสอบบัญชี และแสดงความเห็นไว้ในรายงาน
การสอบบัญชี และเน่ืองจากผลงานของผู้สอบบัญชีมีผลกระทบต่อสาธารณชน พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี
พ.ศ.2547 ได้กาหนดใหผ้ สู้ อบบัญชีตอ้ งไดร้ ับใบอนุญาตเป็นผสู้ อบบัญชีรับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึง
จะสามารถปฏิบตั งิ านได้ เรียกวา่ ผู้สอบบัญชรี บั อนญุ าต โดยต้องมคี วามเปน็ อิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ หรือ
เป็นบุคคล ภายนอกของกิจการที่ตรวจสอบ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในความเห็นของผู้สอบบัญชี จึงอาจเรียก
อกี ช่อื หนง่ึ วา่ ผสู้ อบบัญชอี สิ ระ (Independent Auditor) หรอื ผูต้ รวจสอบภายนอก (External Auditor)
การปฏิบัติงานส่วนใหญ่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจะเป็นการตรวจสอบงบการเงิน แต่ผู้สอบ
บัญชียังสามารถให้บริการประเภทอื่นๆได้อีก เช่น การสอบทานงบการเงิน การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบ
ตามวธิ กี ารที่ตกลงรว่ มกัน การตรวจสอบเพอ่ื วัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นตน้
พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 มาตรา 39 กาหนดคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตเป็น
ผสู้ อบบัญชีรับอนุญาตไว้ดังตอ่ ไปน้ี
หน่วยท่ี 1 ความรทู้ ั่วไปเก่ยี วกับการสอบบญั ชี 1 - 7
เป็นสมาชกิ สามัญหรอื สมาชิกวสิ ามัญ ( ไมม่ สี ัญชาตไิ ทย ) ของสภาวิชาชีพบัญชีใน
กรณเี ปน็ สมาชิกวสิ ามญั (ซงึ่ เป็นคนต่างด้าว) ต้องเป็นผู้มีความรู้ภาษาไทยดีพอที่จะสามารถสอบ
บัญชีและจัดทารายงานเป็นภาษาไทยได้ และมีภูมิลาเนาในประเทศไทย และเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วต้อง
ไดร้ ับใบอนญุ าตตามกฎหมายว่าดว้ ยการทางานของคนตา่ งด้าวด้วย จึงจะปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ได้
ผ่านการทดสอบ หรือฝึกอบรม หรือฝึกงาน หรือเคยปฏิบัติงานเก่ียวกับวิชาชีพบัญชีมาแล้ว
ตามท่กี าหนดในขอ้ บงั คบั สภาวชิ าชพี บญั ชี
ไม่เคยต้องคาพพิ ากษาถึงที่สดุ ใหจ้ าคกุ
ไม่เปน็ บคุ คลลม้ ละลาย
มคี ณุ สมบัติและไมม่ ลี ักษณะต้องห้ามอืน่ ตามท่ีกาหนดในข้อบังคบั สภาวชิ าชีพบัญชี
6.2 ผตู้ รวจสอบภายใน (Internal Auditor : IA )
ผู้ตรวจสอบภายในโดยทั่วไปจะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของกิจการ ซ่ึงทาหน้าท่ีตรวจสอบ
หน่วยงานต่างๆ ภายในกิจการ และเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับสูง หรือคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit
Committee) ผู้ตรวจสอบภายในควรมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ตนไปตรวจสอบ ทั้งนี้เพ่ือให้สามารถ
เสนอรายงานได้อย่างอิสระ ในทางปฏิบัติกิจการอาจจ้างบุคคลภายนอกมาปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบภายในก็ได้
รายงานผลการตรวจสอบจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร ซึ่งจะนาไปตัดสินใจปรับปรุงแก้ไขการดาเนินงานให้มี
ประสทิ ธผิ ลย่งิ ขึ้น
หน้าท่ีและความรับผิดชอบของผู้ตรวจสอบภายในของแต่ละองค์กร ขึ้นอยู่กับความต้องการของ
ผ้บู ริหาร ส่วนใหญ่จะเน้นประเภทการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือการตรวจสอบการดาเนินงาน
ผู้ตรวจสอบภายในท่ีผ่านการทดสอบความรู้ของสมาคมผู้ตรวจสอบภายในของประเทศสหรัฐอเมริกา และ
ไดร้ ับประกาศณยี บัตร เรียกวา่ ผ้ตู รวจสอบภายในทไี่ ด้รับการรบั รอง (Certified Internal Auditor : CIA)
6.3 ผูต้ รวจสอบบญั ชีภาษีอากร (Tax Auditor : TA)
ผู้สอบบัญชีภาษีอากรเป็นนักบัญชีท่ีผ่านการทดสอบความรู้และได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
กรมสรรพากร ซึ่งมีหน้าท่ีตรวจสอบงบการเงินของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก (ซ่ึงมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน
5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท รายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท) เนื่องจากพระราชบัญญัติการ
บญั ชพี .ศ. 2543 กาหนดว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่ต้องตรวจสอบงบการเงินดังกล่าว พระราชบัญญัติวิชาชีพ
บัญชีพ.ศ. 2547 ยังกาหนดให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่ง
ประมวลรัษฎากร การปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินของผู้สอบบัญชีภาษีอากรจัดเป็นการตรวจสอบงบ
การเงินผสมกับการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางและวิธีการที่กรมสรรพากร
กาหนด
หน่วยท่ี 1 ความรู้ท่ัวไปเกย่ี วกับการสอบบญั ชี 1 - 8
6.4 เจา้ หน้าทต่ี รวจเงนิ แผน่ ดิน (General Accounting Office Auditor : GAO)
สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นส่วนราชการอิสระที่ทาหน้าท่ีตรวจสอบหน่วยราชการ
รัฐวิสาหกิจหน่วยงานอ่ืนของรัฐ หน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน หรือกิจการท่ีได้รับเงินหรือทรัพย์สินจาก
หน่วยงานของรัฐรวมท้ังหน่วยงานอื่นใดท่ีได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐที่มีกฎหมายกาหนดให้สานักงานการตรวจ
เงินแผ่นดนิ เปน็ ผตู้ รวจสอบ และเสนอรายงานตอ่ สภาผู้แทนราษฎร วฒุ สิ ภาและคณะรัฐมนตรี
6.5 เจ้าหน้าทต่ี รวจสอบภาษีอากร (Internal Revenue Agent )
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีเป็นเจ้าหน้าท่ีของกรมสรรพากร หรือเป็นตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งจาก
กรมสรรพากร ทาหนา้ ทตี่ รวจสอบขอ้ มูลในแบบแสดงรายการภาษขี องผูม้ หี น้าที่เสยี ภาษีว่าเป็นไปตามประมวล
รัษฎากรหรอื ไม่ การตรวจสอบประเภทนจ้ี ัดเป็นการตรวจสอบการปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบ
6. 7. หลกั การพน้ื ฐานของการตรวจสอบงบการเงิน
ในการตรวจสอบงบการเงิน ผู้สอบบัญชีตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามหลักการพ้นื ฐานที่สาคญั 3 ประการดงั น้ี
7.1 จรรยาบรรณหรือมรรยาทของผูส้ อบบัญชี
ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินตามจรรยาบรรณ หรือมรรยาทของผู้สอบบัญชี
(Code of Ethics fir Professional Public Accountants ) ที่กาหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี หรือหน่วยงาน
กากับดแู ล หลักการพืน้ ฐานของมรรยาทผูส้ อบบญั ชปี ระกอบด้วย 5 หมวด คือ
7.1.1 ความเป็นอสิ ระ ความเทย่ี งธรรม ความซ่ือสัตยส์ จุ รติ
7.1.2 ความรู้ สามารถ และมาตรฐานในการปฏบิ ตั ิงาน
7.1.3 มรรยาทต่อลูกคา้
7.1.4 มรรยาทตอ่ เพ่ือนรว่ มวิชาชีพ
7.1.5 มรรยาททวั่ ไป
พระราชบญั ญัตวิ ชิ าชพี บัญชพี .ศ. 2547 หมวด 7 จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบวชิ าชพี บญั ชี
มาตรา 47 ให้สภาวชิ าชพี บญั ชีจัดทาจรรยาบรรณของผู้ประกอบวชิ าชพี บัญชีขึ้นเป็นภาษาไทย อย่างน้อยต้อง
ประกอบด้วยข้อกาหนดในเรื่องดงั ต่อไปนี้
7.2.1 ความโปรง่ ใส ความเป็นอิสระ ความเท่ียงธรรม และความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
7.2.2 ความรคู้ วามสามารถและมาตรฐานในการปฏบิ ัติงาน
7.2.3 ความรบั ผิดชอบตอ่ ผ้รู ับบรกิ ารและการรกั ษาความลับ
7.2.4 ความรับผิดชอบตอ่ ผู้ถือหนุ้ ผู้เปน็ หนุ้ ส่วน หรอื บคุ คลหรอื นติ บิ ุคคลที่ผูป้ ระกอบวิชาชีพ
บัญชปี ฏบิ ัติหนา้ ทใ่ี ห้
หน่วยท่ี 1 ความรทู้ ั่วไปเกี่ยวกับการสอบบญั ชี 1 - 9
จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีวา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของผู้ประกอบวชิ าชีพบญั ชี พ.ศ.2561
7.3.1 ความซือ่ สตั ย์ สุจริต
7.3.2 ความเทยี่ งธรรมและความเปน็ อสิ ระ
7.3.3 ความรู้ ความสามารถ ความเอาใจใสแ่ ละการรกั ษามาตรฐานในการปฏิบตั งิ าน
7.3.4 การรกั ษาความลับ
7.3.5 พฤติกรรมทางวชิ าชีพ
7.3.6 ความโปรง่ ใส
7.2 มาตรฐานการสอบบญั ชที ่รี ับรองท่ัวไป
มาตรฐานการสอบบัญชีท่ีรับรองท่ัวไป (Generally Accepted Auditing Standards : GAAS)
หมายถึง แนวทางปฏบิ ัตงิ านของผ้สู อบบญั ชี มาตรฐานการสอบบญั ชีใช้เป็นเครื่องวัดคุณภาพผลงานของผู้สอบ
บัญชี กล่าวคือ สาธารณชนจะยอมรับและเช่ือถือในผลงานของผู้สอบบัญชีก็ต่อเม่ือผู้สอบบัญชีได้ปฏิบัติงาน
ตามมาตรฐานการสอบบัญชีท่ีรับรองท่ัวไปแล้ว มาตรฐานการสอบบัญชีท่ีรับรองท่ัวไปจึงเปรียบเสมือนเกราะ
ป้องกนั ภัยให้แก่ผู้สอบบัญชีท่ีได้ปฏิบัติตาม แต่ถ้าผู้สอบบัญชีไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรอง
ทว่ั ไป ผสู้ อบบัญชจี ะตอ้ งรบั ผดิ ในความเสียหายทง้ั หมดที่เกดิ ขนึ้ ทงั้ ทางกฎหมายและทางวิชาชีพสอบบัญชี งาน
ของผู้สอบบัญชีรายน้ันจะไม่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน ตลอดจนมีผลกระทบต่อวิชาชีพสอบบัญชีโดย
ส่วนรวมอีกดว้ ย
ผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองท่ัวไปซึ่ง
กาหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชีประกอบด้วยหลักการพ้ืนฐานและวิธีการตรวจสอบท่ี
สาคญั รวมท้ังแนวทางปฏิบตั ติ ่างๆทเ่ี ก่ียวขอ้ ง ซึง่ อาจอยูใ่ นรปู ของคาชี้แจงหรือคาอธิบายต่างๆ
มาตรฐานการสอบบัญชีของไทยเป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนดขึ้นจากมาตรฐานการสอบบัญชี
ระหว่างประเทศ (International Standards on Auditing : ISA ) ของสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ
(International Federation of Accountants : IFAC)
7.3 วจิ ารณญาณในการสงั เกตและสงสัยเยย่ี งผปู้ ระกอบวชิ าชพี
ผู้สอบบัญชตี อ้ งวางแผนและปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินโดยใช้วิจารณญาณในการสังเกตและ
สงสัยเย่ียงผู้ประกอบวิชาชีพ (Professional Skepticism) ต่อข้อมูลของกิจการ โดยคานึงถึงสถานการณ์
แวดล้อมทอี่ าจมีอยู่ เปน็ เหตใุ ห้ข้อมูลในงบการเงนิ ขดั ต่อขอ้ เท็จจรงิ อันเป็นสาระสาคัญ
นอกจากหลักการพ้ืนฐานที่สาคัญ 3 ประการดังกล่าวข้างต้น สอบบัญชียังต้องกาหนดขอบเขต
วิธีการตรวจสอบบญั ชที ่ีจาเป็นภายใตส้ ถานการณแ์ วดล้อมโดยคานึงถึงข้อกาหนดของกฎหมาย และข้อกาหนด
ขององคก์ ร หรอื หน่วยงาน หรอื สถาบนั ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั วิชาชีพอกี ด้วย
หนว่ ยท่ี 1 ความรทู้ ั่วไปเกยี่ วกับการสอบบญั ชี 1 - 10