ทฤษฎกี ารวาดเขยี น
การวาดเสน้ (Drawing) เพอ่ื ฝึกฝนทกั ษะขนั้ พ้ืนฐาน
วาดเสน้ (Drawing) เป็ นวธิ กี ารสรา้ งภาพโดยวธิ ที งี่ ่ายและรวดเรว็
เพอื่ สอ่ื ความหมายทางการเห็นขัน้ เรมิ่ แรกของมนุษยด์ ว้ ยปัจจยั ขัน้ พ้ืนฐาน คอื ร่องรอยต่าง ๆ และเครอื่ งมอื งา่ ย ๆ
ทอี่ ย่ใู กลต้ ัว เชน่ ถ่าน เศษไม ้ หรอื แมแ้ ตน่ วิ้ มอื ของตนเอง
ซงึ่ มนุษยต์ อ้ งการแสดงออกในบางอยา่ งทเ่ี ป็ นสว่ นตนออกมาใหป้ รากฏ ไมว่ ่าจะเป็ นเรอื่ งของความเชอื่ ความนกึ คดิ
อารมณค์ วามรสู ้ กึ หรอื แมแ้ ต่ร่องรอยงา่ ย ๆ ทที่ าขน้ึ มาเอง
วาดเสน้ เป็ นพน้ื ฐานของงานทศั นศลิ ป์ และออกแบบ เชน่ จติ รกรรม ประตมิ ากรรม ภาพพมิ พ์ สถาปัตยกรรม
ออกแบบตกแตง่ ศลิ ปะไทย ลายรดน้า เป็ นตน้ ก่อนทเ่ี ราจะสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะแขนงต่าง ๆ ดังทยี่ กตวั อย่างมาขา้ งตน้
จาเป็ นจะตอ้ งมคี วามชานาญทางการวาดเสน้ ใหแ้ ม่นยาเสยี กอ่ น
เมอื่ มคี วามชานาญทางการวาดเสน้ แลว้ กจ็ ะทาใหก้ ารทางานศลิ ปะต่าง ๆ ง่ายขนึ้
สง่ิ ทค่ี วรฝึกตนเองก่อนเรม่ิ ลงมอื วาดรูป ขนั้ แรกใหห้ ดั เขยี น เสน้ นอน เสน้ ตงั้ เสน้ เฉยี ง ซา้ ๆ กนั ใหค้ ล่องมอื
กอ่ นเขยี นรปู ควรสงั เกตดลู กั ษณะของหุน่
๑. รปู ทรง ขนาด ระยะ สงั เกตรปู ทรงและขนาดของภาพใหด้ ี
หากเรายอ่ หรอื ขยายสดั ส่วนโดยสังเกตจากห่นุ ทใ่ี กลเ้ คยี ง เปรยี บเทยี บ ขนาด ระยะ ความสงู ตา่
๒. แสงและเงา ทศิ ทางทแี่ สงตกกระทบหุ่น แสงมหี ลายลกั ษณะ คอื
- แสงสว่างทสี่ ดุ (Highlight) อยู่ในสว่ นทร่ี บั แสงโดยตรง
- แสงสว่าง (Light) อยู่ในสว่ นรบั อทิ ธพิ ลของแสง
- เงา (Shadow) อยู่ในสว่ นรบั อทิ ธพิ ลของแสงนอ้ ยมาก
- เงามดื (Core of Shadow) อยใู่ นสว่ นทไ่ี ม่ไดร้ บั อทิ ธพิ ลของแสงเลย
- แสงสะทอ้ น (Reflects Light) บรเิ วณของวตั ถุทไี่ มไ่ ดร้ บั แสงโดยตรง
แต่เป็ นการสะทอ้ นของแสงจากวตั ถใุ กลเ้ คยี ง
- เงาตกทอด (Cast Shadow) บรเิ วณทเ่ี งาของวตั ถนุ นั้ ๆ
ตกทอดไปตามพน้ื หรอื ตามวัตถอุ น่ื ท่รี องรบั น้าหนกั แกก่ ว่าบรเิ วณแสงสะทอ้ น
๓. ผวิ สังเกตหุ่นว่ามลี ักษณะผิวอย่างไร เชน่
- ผวิ ดา้ น เชน่ กง่ิ ไมแ้ หง้ ใบไมแ้ หง้ เครอื่ งปัน้ ดนิ เผา หุ่นผวิ ลกั ษณะน้ีแสงจะตอ้ งนมุ่ นวล
จากแสงอ่อนไปจนถงึ แกจ่ ัด
- ผวิ มนั เชน่ ผลไมส้ ด เซรามคิ ภาชนะพลาสตกิ
หนุ่ ผวิ ประเภทนจี้ ัดเป็ นจุดและแสงจะตอ้ งขาวไมว่ ่าหนุ่ จะเป็ นอะไรก็ตาม
- ผวิ ใส เชน่ แกว้ น้า ขวดใส ถงุ พลาสตกิ ใสอ่ าหาร โหลแกว้
หนุ่ ประเภทนตี้ อ้ งเขยี นใหใ้ สมองทะลถุ งึ วตั ถุทอ่ี ยดู่ า้ นหลังของหุ่นจะมคี วามแวววาวมาก
๔. น้าหนกั
๕. องคป์ ระกอบของภาพ คอื การจดั วางภาพและหนา้ กระดาษใหเ้ หมาะสมกัน
โดยไมใ่ หใ้ หญ่และไม่เล็กจนเกนิ ไป
หลกั การออกแบบ
หลกั การจดั ภาพ (Composition)
โดยมหี ลกั สาคัญอยทู่ วี่ า่ การนาเอาส่วนประกอบมลู ฐานตา่ งๆ เชน่ เสน้ รูปร่าง รูปทรง ลกั ษณะผวิ บรเิ วณว่าง
แสงเงาและสี มาจัดเขา้
ดว้ ยกันไดอ้ ย่างเหมาะสมกับศลิ ปกรรมแขนงตา่ งๆ ตามตอ้ งการ โครงสรา้ งของงานศลิ ปะ ไดแ้ ก่
ความสมดลุ (Balance) หมายถงึ น้าหนักทเี่ ท่ากนั ขององคป์ ระกอบ ไมเ่ อนเอยี งไปขา้ งใดขา้ งหนงึ่
ในทางศลิ ปะยงั รวมถงึ ความประสานกลมกลนื ความพอเหมาะพอดขี อง สว่ นต่าง ๆ ในรปู ทรงหนง่ึ หรอื งานศลิ ปะชนิ้ หนง่ึ
การจัดวางองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ลงใน งานศลิ ปกรรมนนั้ จะตอ้ งคานงึ ถงึ จดุ ศนู ยถ์ ่วง
ในธรรมชาตนิ นั้ ทุกสง่ิ สงิ่ ทท่ี รงตัวอยไู่ ดโ้ ดยไม่ลม้ เพราะมนี ้าหนกั เฉลยี่ เท่ากันทกุ ดา้ นฉะนัน้
ในงานศลิ ปะถา้ มองดูแลว้ รสู ้ กึ ว่าบางสว่ นหนักไป แนน่ ไป หรอื เบา บางไปก็จะทาใหภ้ าพนัน้ ดเู อนเอยี ง และเกดิ ความ
รูส้ กึ ไมส่ มดลุ เป็ นการบกพรอ่ งทางความงาม ดลุ ยภาพในงานศลิ ปะ มี 2 ลักษณะ
ความกลมกลนื (Harmony)
ความกลมกลนื เป็ นองคป์ ระกอบทช่ี ว่ ยใหร้ ูปแบบมคี วามเป็ นอนั หนงึ่ อนั เดยี วกัน
ตลอดจนเน้อื หาสาระมเี พียง
หนงึ่ เดยี ว
การออกแบบใหเ้ กดิ ความกลมกลนื ใหเ้ หมาะสมจะทาใหก้ ารออกแบบนัน้ ออกมาสวยงามความกลมกลนื ใ
นการออกแบบ
ความตกแตง่ (Contrast) การจัดองคป์ ระกอบต่างๆ ใหค้ วามแตกต่าง หรอื มคี วามขัดแยง้ ไม่ประสานกัน
จะชว่ ยแกป้ ัญหาจดื ชืด จาเจ
นา่ เบอ่ื หนา่ ยไดเ้ ป็ นอยา่ งดี ในการสรา้ งสรรคศ์ ลิ ปะ หากจดั องคป์ ระกอบใหเ้ กดิ การขดั แยง้ ตามความเหมาะสม
จะชว่ ยใหง้ านศลิ ปะดูแปลกใหม่
แปลกตา น่าสนใจมากยง่ิ ขน้ึ การขดั แยง้ ทางศลิ ปะอาจทาได ้
สดั สว่ น (Proportion) สดั สว่ นของรูปร่างคอื ความสัมพนั ธร์ ะหว่างความกวา้ งกับความยาวสดั สว่ นของรูปทรง คอื
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความกวา้ ง ความยาง และความหนาหรอื ความลกึ
ขนาดและสัดสว่ นนับว่ามคี วามสัมพันธก์ บั ความงามและประโยชนใ์ ชส้ อย
ลักษณะของสดั สว่ นทดี่ ีและมคี วามสัมพันธก์ ับสัดสว่ นของตัวมนั เองดี
และมคี วามสัมพันธก์ ับสดั สว่ นของสงิ่ แวดลอ้ มอนื่ ๆ ดว้ ย เชน่ เกา้ อห้ี ากออกแบบใหม้ สี ดั สว่ นทดี่ ี
และมคี วามสมั พนั ธก์ ับสดั สว่ นของมนษุ ยท์ นี่ ัง่ กจ็ ะรูส้ กึ สะดวกสบาย ไม่ทาใหเ้ สยี บคุ ลกิ ภาพและสขุ ภาพ
แตใ่ นเรอื่ งของสัดสว่ นเป็ นสงิ่ ทไ่ี ม่สามารถกาหนดกฎเกณฑใ์ หเ้ ป็ นตัวเลขทแ่ี น่นอนลงไปได ้
จงึ เป็ นหนา้ ทขี่ องผอู ้ อกแบบตอ้ งพจิ ารณาวา่ ขนาดและสัดสว่ นเท่าใดจงึ จะดูสวยงามและเหมาะสมดว้ ยประโยชนใ์ ชส้ อยใน
ตวั ของมันเอง และมคี วามสมั พันธก์ บั สงิ่ แวดลอ้ มไดอ้ ย่างประสานกลมกลนื ทาใหเ้ กดิ สนุ ทรยี ภาพสว่ นรวมอกี ดว้ ย
จงั หวะและเคลอ่ื นไหว (Rhythm & Movement)
จงั หวะและเคลอ่ื นไหว (Rhythm & Movement)
การวาดเสน้ ในงานออกแบบทศั นยี ภาพ
หลกั การของภาพทศั นยี ภาพ เป็ นภาพทใี่ หค้ วามรูส้ กึ เป็ น 3 มติ ิ คอื
มลี ักษณะของความเหมอื นใกลเ้ คยี งกับภาพทค่ี นเราเห็นภาพต่าง ๆ โดยท่ัวไป เชน่ ถา้ ไปยนื อยู่กลางถนน
แลว้ มองไปไกลขา้ งหนา้ เราจะเหน็ ถนนจะค่อยเลก็ ลง เสาไฟฟ้ าก็สนั้ เล็กลง ถา้ มตี น้ ไมเ้ ป็ นทวิ ขา้ งทางกจ็ ะ เตย้ี ลง
แลว้ กจ็ ะวงิ่ ไปรวมกนั ทจี่ ุดสุดสายตา หรือถา้ ใครอยใู่ กลเ้ สน้ ทางรถไฟกจ็ ะเห็นไดช้ ัดเจน รางรถไฟจะไปรวมกนั ทจ่ี ดุ จุดเดยี ว
ไมห้ มอนทนี่ อนขวางรบั รางเหล็กก็จะสัน้ เขา้ และรวมกันท่ี จดุ รวมสายตา ซงึ่ พอจะสรุปลักษณะของภาพ PERSPECTIVE ไดด้ งั น้ี
1. วัตถุ หรอื สงิ่ ของทมี่ ขี นาดเทา่ กนั เมอื่ ยู่ไกลตัวออกไปจะมขี นาดเล็กลง
2. ระยะทเ่ี ท่ากนั เมอื่ อยู่ไกลตัวออกไปจะมรี ะยะทถ่ี ข่ี นึ้ เรอ่ื ย ๆ จนรวมเป็ นจุดเดยี วกัน
3. เสน้ หรอื สงิ่ ของทคี่ ู่ขนานกนั เมอ่ื ไกลออกไปจะพุ่งเขา้ หากัน
4. วัตถุ หรอื สง่ิ ของต่าง ๆ เมอื่ อยู่ไกลตวั ออกไป จะมรี ายละเอยี ดและความชดั เจนลดลงไปตามลาดับ
การเขียนภาพคนหรือมนุษย์ ผูท้ ่ีจะวาดภาพตอ้ งศึกษาในเรื่องของสัดส่วน
และโครงสร้างของร่างกายมนุษยเ์ สียกอ่ นเพ่อื เป็นแนวทางซ่ึงจะทาใหไ้ ดภ้ าพท่ี ถูกตอ้ ง เพราะถา้ ไมถ้ ูกตอ้ ง หรือผิดสัดส่วน
กจ็ ะมองหรือรู้ไดท้ นั ทเี พราะเป็นส่ิงใกลต้ วั อย่แู ลว้ การเขียนภาพคนมีสิ่งตอ้ งคิดคานึง อยูม่ าก เพราะมที ้งั เพศหญงิ เพศชาย
และมีอริ ิยาบถตา่ ง ๆ เช่น นง่ั นอน เดิน ยนื ฯลฯ ซ่ึงในแตล่ ะ ทา่ ทางของการเคลื่อนไหวจะใหค้ วามรู้สึก
และสวยงามเหมาะสมตา่ งกนั
สัดส่วนผูช้ ายปกติ เจ็ดส่วนคร่ึง สัดส่วนผูห้ ญงิ ปกติ เจด็ ส่วนคร่ึง สดั ส่วนสวยงามผูห้ ญิง แปดส่วน
สัดส่วนและโครงสร้างของมนุษย์
การศึกษาหลกั เกณฑ์สดั ส่วนเบ้อื งตน้ มีความจาเป็นในการวาดเสน้ ภาพคน
และมีความสาคญั อา้ งอิงในงานออกแบบดา้ นต่าง ๆ โดยเฉพาะทม่ี ่งุ ประโยชนท์ างดา้ นการใชส้ อย เพือ่ กาหนดขนาดตา่ ง ๆ
ใหเ้ หมาะกบั การใชแ้ ละอานวยความสะดวก ในการหาระยะสดั ส่วนท่เี ป็นมาตรฐาน
จะสรุปโดยเอาค่าเฉลยี่ ของคนโดยทว่ั ไปซ่ึงเป็นกลุม่ ตวั อย่าง ให้เป็นตัวแทนของคนท้งั หมด (HUMANSCALE)
การร้ ูสัดส่ วนช่ วยให้
1. ชว่ ยในการวาดภาพคนไดส้ ดั ส่วนทถ่ี ูกตอ้ งมีความสวยงาม หรือสร้างสรรคไ์ ดต้ าม จุดประสงค์
2. เป็นขอ้ มูลในการออกแบบผลงานตา่ ง ๆ เพือ่ การใชส้ อยทสี่ ะดวกสบาย เพอื่ ความ สวยงามและ
แนวความคิดสร้างสรรค์
3. ชว่ ยในการสรา้ งเสริม ปรับปรุง หรือพฒั นาบคุ ลกิ ของบคุ คล
การกาหนดสัดส่วนของมนุษยจ์ ะถือเอากะโหลกศรี ษะมาจรด ปลายคางถอื เป็น 1 ส่วนเตม็
ร่างกายทดี่ ูดไี ดส้ ดั ส่วนของคนเราจะอยู่ 7 ส่วนคร่ึง แตก่ ย็ งั มสี ดั ส่วนทส่ี วยงามกวา่ ปกตขิ ้ึนไปอีก
โดยมกี ารจดั สัดส่วนของมนุษย์ ไดเ้ ป็น 4 ระดบั คอื
1. สัดส่วนทวั่ ไป (NORMAL) 7 คร่ึง ซ่ึงเป็นสัดส่วนที่ดูดีอยูแ่ ลว้
2. แบบอุดมคติ (DIALISTIC) เท่ากบั 8 ส่วน มรี ูปร่างสวยงามข้ึน
3. ตน้ แบบ (FASHION) เท่ากบั 8 1/2 มรี ูปร่างสวยงามสง่า ใชเ้ ป็นแบบอยา่ ง หรือ เดนิ แบบ
4. เรือนร่างเทพนิยาย (HERDIC) เทา่ กบั 9 ส่วน มีรูปร่างสวยงามสงา่ เกินความเป็นจริง
การวาดเส้นในงานเอกลกั ษณ์ไทย
งานวาดเส้น ลายไทย และจติ กรรมไทย เป็นเอกลักษณข์ องชาตไิ ทยทมี่ คี วามเดน่ ชดั ทางศิลปะสืบทอดมายาวนานอย่างมที ม่ี าของการสรา้ งสรรค์
ซ่ึงเกิดจากสงั เกตความเป็นไปต่าง ๆ ทางธรรมชาติ แลว้ ถ่ายทอดเป็นงานวาดเส้นท่ี ลงตวั สวยงาม นามาใช้ตกแตง่ ท้งั งาน สถาปัตยกรรม ประตมิ ากรรม
จิตรกรรมและงานประดบั ในพธิ ีการตา่ ง ๆ ซ่ึงโดยความรูส้ ึก ลายไทย จะเป็นลวดลายทเี่ ป็นมงคล เป็นของสูง เพราะส่วนใหญจ่ ะเหน็ ประดบั
ตกแตง่ อย่ใู นวดั และพระราชวงั ซ่ึงเป็น สิ่งทีช่ าวไทยใหค้ วามเคารพ ศรัทธา และเป็นทยี่ กย่องว่าสวยงาม และมคี ุณค่า
การไดน้ ามาศกึ ษา และ ฝึกปฏิบตั วิ าดเสน้ นับเป็นส่ิงท่ดี ี นอกจากนามาประยกุ ต์ใช้งาน เกิดผลงานทางดา้ นการออกแบบสร้างสรรค์ในสาขาต่าง ๆ
แลว้ ยงั เป็นการดารงคณุ ค่าทางศิลป วฒั นธรรมของไทยให้ปรากฏแกผ่ ูพ้ บเห็นท้งั ชาวไทยดว้ ยกนั
และชาวต่างชาติในการศึกษาการวาดเส้นในงานเอกลกั ษณไ์ ทย จะแยกเป็นสองรูปแบบใหญ่ ๆ คือ ลายไทย และจติ รกรรมไทย
ลายไทย
ในการศกึ ษา และฝึกวาดเส้น จะแยกออกเป็นส่วนๆ เสียก่อน ซ่ึงแตล่ ะส่วนหรือแต่ละลายจะมีโครงสรา้ งตา่ งกนั แลว้ จงึ นามาต่อช่อลายภาพหลงั
ลายท่ีเป็นหลกั สาคญั