ชุดกิจกรรมแหล่งกำเนิดแสง
ร า ย วิ ช า วิ ท ย า ศ า ส ต ร์
ร ะ ดั บ ชั้ น ป ร ะ ถ ม ศึ ก ษ า ปี ที่ ๒
โ ร ง เ รี ย น ส า มั ค คี ร า ษ ฎ ร์ บำ รุ ง
ความเป็นมาของ
นวัตกรรม
ผู้ เ รีย น ยัง ไ ม่ส า ม า ร ถ จำ แ น ก แ ห ล่ ง
กำ เ นิ ด แ ส ง ที่ เ กิ ด จ า ก ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ แ ส ง
ที่ เ กิ ด จ า ก ม นุ ษ ย์ส ร้า ง ขึ้ น ไ ด้ เ นื่ อ ง จ า ก ยัง
ข า ด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ใ น ก า ร เ รีย น รู้จ า ก ส ภ า พ
จ ริง ผู้ ส อ น จึง ไ ด้ ส ร้า ง ชุ ด กิ จ ก ร ร ม ก า ร
จำ แ น ก ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง ห ล่ ง กำ เ นิ ด แ ส ง ขึ้ น
เ พื่ อ พัฒ น า ใ ห้ผู้ เ รีย น ส า ม ร ถ บ ร ร ลุ
วัต ถุป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ก า ร เ รีย น
Name: Year: Date: Teacher:
LIGHT
SOURCES
Iให้นักเรียนสังเกตรูปภาพและจำแนกประเภทของแหล่งกำเนิดแสง
แหล่งกำเนิดแสง
คำชี้แจง
ให้นักเรียนนำชื่อแหล่งกำเนิดแสงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและ แหล่ง
กำเนิดแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมาเติมลงในกรอบ
แหล่งกำเนิดแสงที่เกิดขึ้น แหล่งกำเนิดแสงที่มนุษย์
- เองตามธรรมชาติ สร้างขึ้น
ตัวอย่าง ดวงอาทิย์ ตัวอย่าง ไฟฉาย
ชื่อ.....................................................ชั้น.........เลขที่............
แผนการจดั การเรียนรู้
สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหสั วิชา ว12101
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เร่อื ง แหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติ เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวมริษา สรอ้ ยสงู เนิน
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งานปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณท์ เี่ กี่ยวขอ้ งกับเสียง แสง
และคล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตวั ชี้วัดช้ันปี
บรรยายแนวการเคล่ือนท่ีของแสงจากแหล่งกาเนดิ แสง และอธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิง
ประจกั ษ์ (ว 2.3 ป. 2/1)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายลกั ษณะของแหลง่ กาเนดิ แสงจากธรรมชาติได้ (K)
2. ยกตัวอยา่ งแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติท่ีพบเห็นในชีวิตประจาวันได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝร่ ู้หรอื อยากรู้อยากเหน็ (A)
4. พอใจในประสบการณ์การเรยี นร้ทู เ่ี กีย่ วกับวิทยาศาสตร์ (A)
5. ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื อย่างสร้างสรรค์ (A)
6. สอ่ื สารและนาความรู้เร่ืองแหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาตไิ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ (P)
4. สาระสาคญั
แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติมีทง้ั ที่เปน็ สิง่ ไม่มชี ีวติ ซึง่ เกดิ จากวัตถุท่ีมีอุณหภูมสิ ูงให้พลงั งานมหาศาล
และแหลง่ กาเนิดแสงจากธรรมชาตทิ ีเ่ ป็นส่งิ มชี วี ติ ทีอ่ าศยั อยู่ในธรรมชาติ
5. สาระการเรียนรู้
แหล่งกาเนิดแสง
– แหลง่ กาเนิดแสงจากธรรมชาติ
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มั่นในการทางาน
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
7. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
สารวจแหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติรอบตวั
9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรยี น
1) ครูใหน้ กั เรียนทบทวนความรเู้ ดิมท่ีไดเ้ รียนรู้มาแล้ว โดยใชค้ าถามตอ่ ไปน้ี
– แสงสว่างที่ช่วยให้นักเรียนมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ขณะนักเรียนยืนอยู่กลางสนามฟุตบอลในเวลา
กลางวันมีสงิ่ ใดเป็นแหลง่ กาเนิดแสง (แนวคาตอบ ดวงอาทิตย)์
– แหล่งกาเนิดแสงดังกล่าวเป็นแหล่งกาเนิดแสงประเภทใด (แนวคาตอบ แหล่งกาเนิดแสงจาก
ธรรมชาต)ิ
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับคาตอบ เพ่ือเช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เร่ือง แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติ
ขน้ั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกบั แบบกลับด้าน
ชนั้ เรยี น (flipped classroom) ซึ่งมขี นั้ ตอนดงั นี้
1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามคาถามนกั เรียนเพอ่ื กระตนุ้ ความสนใจ เช่น
– แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติรอบตัวเป็นแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติท่ีเป็นส่ิงมีชีวิตหรือ
ส่ิงไม่มีชีวิต (แนวคาตอบ มีทั้งแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาตทิ ่ีเป็นสิ่งไม่มีชวี ติ ซ่ึงเกิดจากวตั ถุท่ีมีอุณหภูมิสงู ให้
พลงั งานมหาศาลและแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติท่เี ป็นสิ่งมีชวี ติ ท่อี าศัยอยใู่ นธรรมชาติ)
(2) นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายหาคาตอบเกี่ยวกับคาถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน
2) ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration)
(1) ให้นักเรยี นศกึ ษาเกี่ยวกับแหลง่ กาเนิดแสงจากธรรมชาติ จากใบความรู้หรือในหนงั สือเรยี น โดยครู
ช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจวา่ แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาตเิ ป็นแหลง่ กาเนิดแสงที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
มีท้ังแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิตซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีมีอุณหภูมิสูงให้พลังงานมหาศาล เช่น
ดวงอาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์ และแหลง่ กาเนดิ แสงจากธรรมชาติทีเ่ ปน็ ส่ิงมีชีวติ ทีอ่ าศัยอยู่ในธรรมชาติ เช่น หิ่งหอ้ ย
กะพรุนบางชนิด และหมึกบางชนิด
(2) ครูให้นกั เรียนสารวจแหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติรอบตัวในเวลากลางวันและเวลากลางคนื เลอื ก
แหลง่ กาเนดิ แสงจากธรรมชาติในเวลากลางวนั และเวลากลางคืนที่นักเรียนชอบมาอย่างละ 1 ชนิด แล้ววาดรูป
และระบายสแี หล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติท่ีสังเกตให้สวยงาม แล้วนาเสนอรูปวาดหน้าห้องเรยี น
(3) ครูคอยแนะนาช่วยเหลือนกั เรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดรู อบ ๆ บริเวณทีน่ ักเรียนสารวจ
และเปดิ โอกาสให้นักเรยี นทุกคนซักถามเม่ือมีปัญหา
3) ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
(1) นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหน้าห้องเรยี น
(2) ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายผลจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคาถาม เชน่
– แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติท่ีนักเรียนสารวจพบมีอะไรบ้าง (แนวคาตอบ ดวงอาทิตย์และ
หงิ่ หอ้ ย)
– แหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติที่นักเรียนสังเกตเปน็ สิ่งไม่มชี ีวิตหรือสิ่งมชี ีวิต (แนวคาตอบ ดวง
อาทติ ยเ์ ป็นแหล่งกาเนดิ แสงท่ีเป็นสงิ่ ไม่มีชวี ติ สว่ นหิง่ ห้อยเปน็ แหล่งกาเนดิ แสงท่ีเปน็ สิ่งมีชีวิต)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า
แหลง่ กาเนิดแสงจากธรรมชาตริ อบตวั มีท้งั แหลง่ กาเนดิ แสงท่เี ปน็ สงิ่ ไม่มชี ีวิตและส่งิ มีชีวติ
4) ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่องห่ิงห้อย ให้นักเรียนเข้าใจว่า ห่ิงห้อยเป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก สามารถ
ส่องแสงได้ โดยมีอวัยวะท่ีทาให้เกิดแสงอยู่บริเวณส่วนท้องด้านล่างของลาตัว ห่ิงห้อยจะส่องแสงเพ่ือสืบพันธ์ุ
หรือล่อเหย่อื ซึ่งหิง่ หอ้ ยแต่ละชนิดมีลักษณะและระยะเวลาการส่องแสงท่ีแตกต่างกนั ดงั นั้นนักวทิ ยาศาสตร์จึง
สามารถแบ่งกล่มุ หิ่งห้อยไดโ้ ดยการดแู สงจากหิง่ ห้อย
(2) ครูเช่ือมโยงความรู้เข้ากับบูรณาการอาเซียน โดยครูให้ความรู้เสริมกับนักเรียนเก่ียวกับแหล่งชม
ห่ิงห้อยที่สร้างรายไดใ้ นชุมชนในกลมุ่ ประเทศสมาชกิ อาเซยี น เชน่
– ไทยมีแหล่งชมหงิ่ ห้อยที่ได้รบั ความนิยมมาก คอื แหลง่ ทอ่ งเท่ียวอัมพวา จงั หวัดสมทุ รสงคราม
ซ่ึงเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์เพ่ือการเรียนรู้ โดยในเวลากลางคืนจะมีการจัดกิจกรรมล่องเรือชมความ
สวยงามของแสงระยิบระยับจากห่ิงห้อย จึงเป็นที่ช่ืนชอบของนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น
อย่างมาก
– มาเลเซียมีแหล่งชมห่ิงห้อย คือ อุทยานหิ่งห้อยกัมปงกวนตัน รัฐสลังงอร์ ซ่ึงเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวเชิงอนรุ ักษ์ที่พบหงิ่ ห้อยมากที่สุดแห่งหนงึ่ ของโลก ทาให้อทุ ยานหง่ิ ห้อยกมั ปงกวนตันไดร้ ับความนิยม
จากนกั ท่องเท่ยี วจานวนมาก
– ฟิลิปปินส์มีแหล่งชมหิ่งห้อย คือ แม่น้าอิวาฮิก เกาะปาลาวัน โดยในเวลากลางคืนจะมีการจัด
กิจกรรมลอ่ งเรือไปตามแมน่ า้ อิวาฮิก เพอื่ ให้นักทอ่ งเทีย่ วไดช้ มความสวยงามของแสงระยิบระยับจากห่ิงห้อย
(3) นกั เรียนค้นควา้ คาศัพทภ์ าษาต่างประเทศเกี่ยวกบั แหล่งกาเนดิ แสงจากธรรมชาติ จากหนงั สอื เรียน
ภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอร์เนต็ และนาเสนอให้เพ่ือนในห้องฟัง คัดคาศัพท์พรอ้ มทั้งคาแปลลงสมุดส่งครู
5) ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
(1) ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะคนพิจารณาว่า จากหวั ขอ้ ที่เรียนมาและการปฏบิ ัติกิจกรรม มีจุดใดบา้ งที่ยังไม่
เข้าใจหรือยังมีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ่วยอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ
การนาความร้ทู ีไ่ ด้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคาถาม เช่น
– แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติท่ีเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่นักเรียนรู้จักมีอะไรบ้าง (แนวคาตอบ ดวง
อาทิตยแ์ ละดาวฤกษ์)
– แหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาตทิ ีเ่ ป็นสิง่ มชี ีวติ ท่ีนักเรียนรจู้ ักมอี ะไรบ้าง (แนวคาตอบห่ิงห้อย)
ขนั้ สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแหล่งกาเนิดแสงจากธรรมชาติ โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่
ความคดิ หรือผังมโนทศั น์
10. สอื่ การเรยี นรู้
1. สมดุ วาดรูป
2. สีไม/้ สเี ทยี น
3. หนงั สือเรียนภาษาต่างประเทศหรอื อินเทอร์เนต็
4. ค่มู อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2
5. สื่อการเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
6. แบบฝกึ ทักษะรายวชิ าพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2
7. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
11. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จิตวิทยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรเู้ ร่ืองแหล่งกาเนดิ
แสงจากธรรมชาติ 1. ประเมนิ เจตคติทาง 1. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย
2. ตรวจชน้ิ งานหรอื ภาระงานของ วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นรายบุคคลโดย การสังเกตการทางานกลมุ่
กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะระหว่างเรยี น
การสังเกตและใชแ้ บบวดั เจตคติ 2. ประเมินพฤตกิ รรมในการ
ทางวิทยาศาสตร์ ปฏิบัตกิ จิ กรรมเป็น
2. ประเมนิ เจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์ รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย
เป็นรายบคุ คลโดยการสังเกต การสงั เกตการทางานกลมุ่
และใช้แบบวดั เจตคติต่อ
วิทยาศาสตร์