ความรู้ โรคเริม
โรคผิวหนังที่
ติดต่อได้
หากไม่ระวัง!
คู่มือความรู้เกี่ยวกับโรคเริมและวิธี
ป้องกันมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรค
ติดต่อผ่านการสัมผัสนี้กันเถอะ! :)
SCAN QR CODE :
2
คำ นำ
คู่ มื อ ก า ร ใ ช้ ห นั ง สื อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ( E - B O O K ) โ ร ค เ ริ ม โ ร ค
ผิ ว ห นั ง ที่ ติ ด ต่ อ ไ ด้ ห า ก ไ ม่ ร ะ วั ง ! จั ด ทำ เ พื่ อ ใ ช้ เ ป็ น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ใ ช้
ห นั ง สื อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ( E - B O O K ) สำ ห รั บ อ า จ า ร ย์ ผู้ ส อ น แ ล ะ นิ ติ
นั ก ศึ ก ษ า ใ น ก า ร เ รี ย น รู้ ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล เ กี่ ย ว กั บ โ ร ค เ ริ ม ที่ เ ป็ น โ ร ค ติ ด ต่ อ
ผ่ า น ก า ร สั ม ผั ส ห า ก มี ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ป ร ะ ก า ร ใ ด ต้ อ ง ข อ อ ภั ย ม า ณ ที่ นี้
ด้ ว ย ผู้ จั ด ทำ ห วั ง ว่ า ห นั ง สื อ E - B O O K
ฉ บั บ นี้ จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ก า ร เ รี ย น รู้ ข อ ง นิ ติ นั ก ศึ ก ษ า แ ล ะ ก า ร จั ด
กิ จ ก ร ร ม ก า ร ส อ น สำ ห รั บ ค รู อ า จ า ร ย์ ต่ อ ไ ป
อ้างอิงข้อมูลจาก: www.bangkoksafeclinic.com
สารบัญ 3
โรคเริม คือ? 06-07
Herpes simplex
อาการของโรคเริม
07 อาการโรคเริม
โรคเริมที่ปาก
โรคเริมที่อวัยวะ 08
เพศ
09 สาเหตุการเกิด
โรคเริม
ปัจจัยที่ทำให้เกิด
โรคเริม?
สารบัญ 4
HSV-1 และ HSV-2
เหมือนกันหรือไม่ ? 10
วิธีรักษาโรคเริม
11 การดูแลรักษา
ระหว่างเป็นโรคเริม
โรคเริมเกิดที่ไหน 12
ได้อีกบ้าง?
13 การแทรกซ้อน
ของโรคเริม
สารบัญ 5
ลักษณะของโรค 14
ที่คล้ายกับโรค
เริม
15 Q&A คำถาม
โรคเริมที่พบบ่อย
6
โรคเริม คือ?
Herpes simplex
เริม เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่งสามารถพบได้
ในทุกเพศทุกวัย โดยมักพบผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวและวัยผู้ใหญ่
ผู้ป่วยโรคเริมส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการของโรคและอาจมี
การกำเริบกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีชื่อว่า Herpe Simplex Virus (HSV)
ซึ่งจะมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ
HSV type1
HSV type2
โดยเชื้อ HSV นั้นทำให้เกิดเริมได้ที่บริเวณผิวหนังและในส่วน
ชั้นเยื่อเมือกของร่างกาย
อาการของโรคเริม มีดังต่อไปนี้
เป็นแผลบวมแดงมีตุ่มพองน้ำใสๆ
มีอาการแสบ ขัด เวลาปัสสาวะ
มีอาการปวดบริเวณอวัยวะเพศ
รู้สึกคันบริเวณอวัยวะเพศ
อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดศีรษะ
7
อาการโรคเริม
เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อมาครั้งแรก อาจมีระยะฟักตัวประมาณ
2-20 วัน ก่อนจะมีอาการแสดงออกมา แต่เมื่อหายแล้วเชื้อก็ยัง
สามารถเข้าไปฝังตัวในปมประสาทใต้ผิวหนังของเรา และสามารถเกิด
ขึ้นใหม่ได้ทุกเมื่อหากเรามีสุขภาพอ่อนแอ หรือพักผ่อนน้อย เพราะ
เริมชอบเกิดในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำโดยทั่วไปเริมสามารถติดต่อกันได้
ทางการสัมผัส ดังนั้นหากเกิดเริมขึ้น ควรงดการใช้สิ่งของส่วนตัว
ร่วมกับผู้อื่นงดมีเพศสัมพั นธ์ในขณะที่มีโรคเริมกำเริบ
อาการโรคเริม
โรคเริมที่ปาก
เป็นแผลบวมแดง มีตุ่มพองมีน้ำใส ๆ และรู้สึกคัน
ขึ้นบริเวณริมฝีปาก หรือในช่องปาก
มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว
มีอาการปวดหรืออักเสบ แต่จะไม่มากเท่าเกิด
บริเวณอวัยวะเพศ
แผลจะแห้งตกสะเก็ดและหายไปเอง 7 -10 วัน
8
อาการโรคเริม
โรคเริมที่อวัยวะเพศ
เป็นแผลบวมแดง มีตุ่มพองมีน้ำใส ๆ และรู้สึกคัน ขึ้นบริเวณ
อวัยวะเพศ ช่องคลอด ทราวหนัก ถุงอัณฑะ หรือต้นขาด้านใน
รู้สึกแสบขัดเวลาปัสสาวะ
มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เป็นแผล
มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว
มีอาการดังกล่าวประมาณ 2 วัน ถึง 2 สัปดาห์
จนแผลแห้งและตกสะเก็ดไป
9
สาเหตุการเกิดโรคเริม
โรคเริม เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HERPES SIMPLEX VIRUS
หรือ เชื้อ HSV ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ
1.Herpes Simplex virus type 1 หรือ เชื้อ HSV ชนิดที่ 1 มักพบ
การติดเชื้อบริเวณปากหรือรอบๆ ปาก เกิดขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ
ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น มีความเครียด พักผ่อนน้อย ร่างกายอยู่ในช่วงพัก
ฟื้ นจากการเจ็บป่วยหรือผ่าตัด หรือ แม้แต่ช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือน
ก็สามารถป่วยด้วยโรคนี้ได้ เช่น อาการเริมที่ปาก
2.Herpes Simplex virus type 2 หรือ เชื้อ HSV ชนิดที่ 2 เป็นการ
ติดเชื้อที่บริเวณอวัยวะสืบพันธ์ หรือ อวัยวะเพศ ช่องคลอด ปากมดลูก
ทหารหนัก อวัยวะเพศชาย ถุงอัณฑะ เป็นต้น
ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเริม?
การติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดนั้น สามารถเป็นปัจจัย
สาเหตุให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะอื่นๆ ของ
ร่างกายได้เช่นกัน เมื่อร่างกายอ่อนแอ
ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น การติดเชื้อที่สมอง และ
อวัยวะสำคัญต่างๆ
10
HSV-1 และ HSV-2
เหมือนกันหรือไม่ ?
เชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิด สามารถทำให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศได้ทั้งคู่ แต่โดย
ส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ของการติดเชื้อไวรัสเริมชนิดที่
1 (HSV-1) เกิดในตำแหน่งที่สูงกว่าเอว พบมากบริเวณริมฝีปากและจมูก
และร้อยละ 70-90 ของการติดเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 2 (HSV-2) เกิดใน
ตำแหน่งที่ต่ำกว่าเอว ซึ่งนั่นหมายถึงบริเวณอวัยวะเพศ
วิธีรักษาโรคเริม
การรักษาโรคเริม นั้น เน้นการรักษาตามอาการ เนื่องจาก เชื้อ
ไวรัสอาจทำให้มีอาการไข้ต่ำๆ อ่อนเพลียได้ แต่ถ้าพบว่าผู้ป่วยมี
อาการไข้สูงให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาอย่างละเอียดและ
ป้องกันอันตรายจากภาวะแทรกซ้อน
11
ขั้นตอน
การดูแลรักษาระหว่างเป็นโรคเริม
วิธีรักษา โรคเริมเกิดที่ไหนได้อีกบ้าง
โรคเริม เป็นโรคที่สามารถหายได้เอง โดย นอกจากโรคเริมจะพบได้บ่อยที่บริเวณปาก และ
เฉพาะ เริม ที่กลับมาเป็นซ้ำและมักไม่มีอาการ อวัยวะเพศแล้ว โรคเริ่มยังสามารถเกิดขึ้นกับ
ที่รุนแรงมากนัก ซึ่งเมื่อรู้ตัวแล้วว่าโรคเริม บริเวณอื่นได้เช่นกัน
ถามหา วิธีการดูแลตนเองที่ดีที่สุด คือการ
พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียด และ โรคเริมที่จมูก หรือ โรคเริมที่ตา : เมื่อติดเชื้อ
ควรดื่มน้ำมากๆ จะลักษณะอาการของตุ่มน้ำใสอยู่กันเป็น
กลุ่มๆ ซึ่งภาษาชาวบ้านมักเรียก ผื่นหรือตุ้ม
ในส่วนของแผลจากตุ่มน้ำ ถ้าเป็นเริมที่คอ “ขยุ้มตีนหมา” ซึ่งมักจะหายไปได้เองภายใน
แนะนำให้กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ แต่หากเป็นตุ่ม 1-2 สัปดาห์
แผล บริเวณอื่นๆ เช่น เริมที่ขา เริมที่ก้น เริม โรคเริมที่ขา : มักมีอาการปวดแสบปวดร้อน
ที่จมูก ควรอาบน้ำและทำความสะอาดแผลให้ หรือปวดเสียว อาจมีอาการปวดแปลบนำมา
สะอาด เช่น ฟอกสบู่ให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ ก่อนจะมีตุ่มน้ำใสขนาดประมาณ 2-3
ให้ตุ่มเป็นหนอง ไม่ควรแกะหรือเกาตุ่มแผล มิลลิเมตรขึ้นอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ
ในกรณีที่มีไข้ สามารถรับประทานยาลดไข้ โรคเริมที่คอ : ผู้ป่วยจะมีแผลเปื่ อยในช่องปาก
เพื่ อบรรเทาอาการ ซึ่งมักจะเป็นแผลเดียวเกิดขึ้นที่บริเวณ
เหงือกหรือที่เพดานแข็ง มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำ
ในช่วงแรกๆหลังจากนั้นจะแตกออก เป็น
สะเก็ดสีเหลืองปกคลุมอยู่บนพื้นสีแดง เมื่อ
ลอกออกจะกลายเป็นแผลตื้นสีแดง
12
โรคเริมเกิดที่ไหนได้อีกบ้าง?
นอกจากโรคเริมจะพบได้บ่อยที่บริเวณปาก และอวัยวะเพศ
แล้ว โรคเริ่มยังสามารถเกิดขึ้นกับบริเวณอื่นได้เช่นกัน
โรคเริมบริเวณจมูก
โรคเริมที่จมูก หรือ โรคเริมที่ตา : เมื่อติด
เชื้อจะลักษณะอาการของตุ่มน้ำใสอยู่กัน
เป็นกลุ่มๆ ซึ่งภาษาชาวบ้านมักเรียก ผื่น
หรือตุ้ม “ขยุ้มตีนหมา” ซึ่งมักจะหายไป
ได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
โรคเริมบริเวณขา
โรคเริมที่ขา : มักมีอาการปวดแสบปวดร้อน
หรือปวดเสียว อาจมีอาการปวดแปลบนำมา
ก่อนจะมีตุ่มน้ำใสขนาดประมาณ 2-3
มิลลิเมตรขึ้นอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ
โรคเริมบริเวณคอ
โรคเริมที่คอ : ผู้ป่วยจะมีแผลเปื่ อยในช่องปาก ซึ่งมักจะ
เป็นแผลเดียวเกิดขึ้นที่บริเวณเหงือกหรือที่เพดานแข็ง
มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำในช่วงแรกๆหลังจากนั้นจะแตก
ออก เป็นสะเก็ดสีเหลืองปกคลุมอยู่บนพื้นสีแดง เมื่อ
ลอกออกจะกลายเป็นแผลตื้นสีแดง
การแทรกซ้อนของโรคเริม 13
ภาวะแทรกซ้อน
มักจากการดูแลทำความสะอาดแผลและตุ่มใสจากเริม ได้ไม่ดี
เช่น ตุ่มน้ำพองที่แตกกลับไม่แห้ง แต่กลายเป็นหนอง และติด
เชื้อแบคทีเรียได้ ในกรณีถ้าเป็นที่ผิวหนังบริเวณอื่น เช่น ขา
จมูก ปาก ก็อาจะไม่อันตรายมาก แต่เกิดติดเชื้อบริเวณตา
สามารถสร้างผลเสียต่อดวงตาได้ รุนแรงถึงขั้นสูญเสียการ
มองเห็นหรือตาบอดได้เลยทีเดียว ในกรณีนี้แนะนำให้พบ
แพทย์ทันที
ภาวะภูมิ คุณแม่ตั้ง
ต้านทานต่ำ ครรภ์
อีกกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เกิด การติดเชื้อเริมครั้งแรกส่ง
ได้น้อยมาก คือ ตัวผู้ป่วยมี ผลเสียร้ายแรงโดยสามารถ
ภาวะภูมิต้านทานต่ำเป็นทุน
ทำให้ทารกในครรภ์เสีย
เดิม อาจติดเชื้อที่บริเวณสมอง ชีวิตได้โดยเฉพาะในช่วง
หรือเยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้
สมองอักเสบ ปวดศีรษะมาก ท้ายของการตั้งครรภ์
อ่อนแรง ชักและอาจโคม่าได้
ลักษณะของโรคที่คล้ายกับโรคเริม 14
เ นื่ อ ง จ า ก อ า ก า ร ห ลั ก ข อ ง เ ริม คื อ เ ป็ น ตุ่ ม ใ ส เ ล็ ก พ อ ง ซึ่ ง ก็ มี อ า ก า ร ค ล้ า ย โ ร ค อื่ น ๆ
ทำ ใ ห้ ห ล า ย ค รั้ ง ผู้ ป่ ว ย แ ล ะ ค น ทั่ ว ไ ป อ า จ สั บ ส น ใ น อ า ก า ร ข อ ง โ ร ค
เริมกับร้อนใน
โดยความจริงแล้วทั้งสองโรคมีความต่างกัน คือโรคเริมจะลักษณะอาการของโรคโดยมีตุ่มน้ำใส
บริเวณที่ริมฝีปาก หรือรู้สึกคันยิบๆ ที่ริมฝีปาก ส่วนร้อนใน มักมีลักษณะเป็นแผลขนาดเล็กและตื้นที่
เนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากหรือเหงือก มักไม่เป็นตุ่มน้ำหรือเป็นเม็ดและทำให้ รู้สึกเจ็บเวลารับประทาน
อาหารได้ด้วย
เริมกับโรคงูสวัด
โรคงูสวัดเกิดจากการติดเชื้อ ลักษณะเด่นของโรคคือ จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ปวดคล้ายถูกไฟช็อต
บริเวณที่เป็นของโรคงูสวัดคือผิวหนังตามเส้นประสาท ในขณะที่โรคเริมส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณปาก
หรืออวัยวะเพศ
เริมกับอีสุกอีใส
มักมีอาการแรกเริ่มต้นคล้ายๆ กัน คือ เป็นตุ่ม มีไข้ อ่อนเพลีย ซึ่งตุ่มของโรคอีสุกอีใส จะเป็นผื่นราบสีแดงคัน
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำ ในขณะที่โรคเริมจะเป็นตุ่มใส ไม่คัน แต่จะเจ็บปวด และแสบบริเวณแผลแทน
โรคเริมกับปากนกกระจอก
ปากนกกระจอก เกิดการติดเชื้อราที่ผิวหนัง เกิดภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นตรงมุมปาก
เป็นแผล อาจมีรอยแดง บวม และตึงที่มุมปาก ในขณะที่เริมเกิดจากเชื้อไวรัส
ไม่มีอาการบวมหรือรอยแดง มีเพียงตุ่มน้ำใสๆ ขนาดเล็กๆ ประมาณ
0.5 เซนติเมตร ขึ้นเป็นกลุ่มๆที่ริมฝีปาก ทำให้เกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน
อย่างไรก็ตามหากสงสัย หรือกังวลกับอาการเกิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นโรคใดกันแน่
แนะนำให้ พบแพทย์เพื่อปรึกษาอาการและวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง
Q&A คำถาม 15
โรคเริมที่พบบ่อย
Q:เริมรักษาหายได้ไหม ?
A:โรคเริมไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมดูแลได้
ด้วยการดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ”
Q:เป็นเริมสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ?
A:การมีเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางสำคัญในการติดโรคเริมที่
อวัยวะเพศ แต่ก็ยังสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ต้องสวมถุง
ยางทุกครั้ง และรับประทานยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการแพร่
กระจาย”
Q:โรคเริมเสี่ยงเป็นเอดส์ไหม ?
A:การติดเชื้อไวรัสโรคเริมที่อวัยวะเพศ อาจทำให้เพิ่มความ
เสียงต่อการติดเชื้อไวรัส HIV เนื่องจากมีภาวะภูมิคุ้มกัน
ต้านทานโรคบกพร่อง จึงสามารถรับเชื้ออื่นได้โดยง่าย ใน
ขณะเดียวกัน ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ จะติดเชื้อเริมได้ง่ายเช่นกัน
จากจากมีภาวะภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบกพร่อง และหากติด
เชื้อเริมแล้วก็มักจะมีอาการของเริมเกิดขึ้นอย่างรุนแรง