แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ า ศ32101ศลิ ปศกึ ษา
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
จดั ทำโดย
นำงสบันนำ มหำวรรณ์
ตำแหนง่ ครูชำนำญกำรพิเศษ
กลุ่มสำระกำรเรยี นรศู้ ลิ ปะ โรงเรยี นบุญวำทยว์ ทิ ยำลัย
สงั กัดสำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำลำปำง ลำพนู
สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พนื้ ฐำน กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
ศิลปศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ
ศ32101
ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5
คานา
ตำมที่กระทรวงศึกษำธิกำร ไดป้ ระกำศหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพืน้ ฐำนพุทธศกั รำช 2551 เพ่อื ให้กำรจดั
กำรศึกษำของสถำนศกึ ษำดำเนนิ ไปดว้ ยดี ผจู้ ดั ทำจงึ ไดด้ ำเนินกำรจดั ทำแผนกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้รำยวชิ ำ ศ32101 ศลิ ปศึกษำ
(สำระทศั นศิลป์) สำระกำรเรยี นรพู้ ืน้ ฐำน กล่มุ สำระกำรเรยี นรูศ้ ิลปะ ตำมหลักสตู ร ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี 5 ภำคเรียนท่ี 2 ปี
กำรศึกษำ 2565
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือมงุ่ พฒั นำผเู้ รยี นให้มีควำมรคู้ วำมสำมำรถท้งั ดำ้ นวชิ ำกำรและทักษะกระบวนกำรทำงศิลปะ
สร้ำงสรรคผ์ ลงำนไดต้ ำมวุฒภิ ำวะ และเกดิ ควำมรูค้ วำมเข้ำใจในควำมสมั พนั ธร์ ะหว่ำงทศั นศลิ ป์ ประวตั ศิ ำสตร์และวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญำ
ทอ้ งถน่ิ ภมู ิปญั ญำไทยและสำกล มีควำมคดิ ตอ่ งำนศลิ ปะอยำ่ งอสิ ระ ชนื่ ชมเห็นคุณค่ำและประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันตำมหลักกำรของ
เศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อกำรดำรงชวี ติ อย่ำงมคี วำมสุข
ใชเ้ วลำในกำรเรียน 6 สปั ดำห์ 5 ชว่ั โมง
แผนกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรฉู้ บับนี้ ใชจ้ ัดกจิ กรรมกำรเรยี รรู้ในภำคเรยี นท่ี 2 ในปกี ำรศกึ ษำ 2565
สบันนำ มหำวรรณ์
โรงเรยี นบญุ วาทยว์ ิทยาลยั
สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
ศลิ ปศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
ศ32101
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
ทาไมต้องเรยี นศลิ ปะกลุม่ สำระกำรเรยี นร้ศู ิลปะเปน็ กลมุ่ สำระทช่ี ่วยพัฒนำให้ผู้เรยี นมีควำมคิดรเิ รม่ิ สร้ำงสรรค์ มี
จินตนำกำรทำงศิลปะ ชืน่ ชมควำมงำม มีสนุ ทรยี ภำพ ควำมมคี ุณคำ่ ซ่งึ มีผลต่อคุณภำพชีวิตมนษุ ย์ กิจกรรมทำงศิลปะชว่ ยพฒั นำผูเ้ รียนทั้ง
ด้ำนร่ำงกำย จิตใจ สตปิ ัญญำ อำรมณ์ สังคม ตลอดจน กำรนำไปส่กู ำรพัฒนำสง่ิ แวดลอ้ ม ส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนมีควำมเชื่อมน่ั ในตนเอง อันเปน็
พืน้ ฐำน ในกำรศึกษำต่อหรือประกอบอำชีพได้
เรียนรู้อะไรในศิลปะกล่มุ สำระกำรเรยี นรศู้ ลิ ปะมุง่ พฒั นำให้ผู้เรยี นเกิดควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจ มีทกั ษะวธิ กี ำรทำงศิลปะ
เกดิ ควำมซำบซึ้งในคณุ ค่ำของศลิ ปะเปดิ โอกำสให้ผเู้ รยี นแสดงออกอยำ่ งอิสระในศิลปะแขนงต่ำง ๆประกอบดว้ ยสำระสำคญั คือ
ทศั นศิลป์มีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจองค์ประกอบศลิ ป์ ทศั นธำตุ สรำ้ งและนำเสนอผลงำนทำงทศั นศลิ ปจ์ ำกจนิ ตนำกำร โดยสำมำรถใช้
อปุ กรณ์ทเี่ หมำะสม รวมทัง้ สำมำรถใชเ้ ทคนคิ วธิ ีกำร ของศิลปินในกำรสรำ้ งงำนได้อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณ์คุณคำ่ งำน
ทัศนศลิ ป์ เขำ้ ใจควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงทัศนศิลป์ ประวตั ิศำสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณคำ่ งำนศลิ ปะทีเ่ ปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปญั ญำ
ทอ้ งถิ่น ภูมิปัญญำไทยและสำกล ชื่นชม ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน
ดนตรี มคี วำมรคู้ วำมเข้ำใจองค์ประกอบดนตรแี สดงออกทำงดนตรีอยำ่ งสรำ้ งสรรค์ วิเครำะห์ วิพำกษ์ วิจำรณค์ ุณคำ่ ดนตรี
ถำ่ ยทอดควำมรู้สกึ ทำงดนตรีอยำ่ งอสิ ระ ช่ืนชมและประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน เข้ำใจควำมสัมพันธ์ระหว่ำงดนตรี ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรม
เหน็ คุณคำ่ ดนตรี ท่เี ปน็ มรดกทำงวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญำท้องถิ่นภมู ปิ ญั ญำไทยและสำกล รอ้ งเพลง และเลน่ ดนตรใี นรปู แบบต่ำง ๆ แสดงควำม
คดิ เหน็ เก่ยี วกบั เสียงดนตรี แสดงควำมรู้สกึ ที่มีตอ่ ดนตรใี นเชิงสนุ ทรยี ะ เข้ำใจควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งดนตรกี ับประเพณีวฒั นธรรม และ
เหตกุ ำรณใ์ นประวตั ิศำสตร์
นาฏศลิ ป์ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจองค์ประกอบนำฏศิลป์ แสดงออกทำงนำฏศิลปอ์ ย่ำสรำ้ งสรรค์ ใชศ้ ัพทเ์ บือ้ งตน้ ทำงนำฏศิลป์
วิเครำะหว์ พิ ำกษ์ วิจำรณ์คณุ ค่ำนำฏศลิ ป์ ถำ่ ยทอดควำมรสู้ ึก ควำมคดิ อยำ่ งอิสระ สร้ำงสรรค์กำรเคล่ือนไหวในรปู แบบต่ำง ๆ ประยกุ ตใ์ ช้
นำฏศลิ ปใ์ นชีวติ ประจำวนั เขำ้ ใจควำมสมั พันธ์ระหว่ำงนำฏศิลปก์ ับประวัติศำสตร์วัฒนธรรม เห็นคณุ ค่ำของนำฎศิลป์ทีเ่ ปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม
ภูมิปัญญำทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ัญญำไทย และสำกล โรงเรยี นบุญวาทย์วทิ ยาลยั
สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
ศิลปศึกษา กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
ศ32101
ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 ทัศนศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 1.1 สรำ้ งสรรคง์ ำนทัศนศิลปต์ ำมจนิ ตนำกำร และควำมคิดสรำ้ งสรรค์ วเิ ครำะห์ วิพำกษ์วิจำรณ์คณุ คำ่
งำนทัศนศิลป์ ถำ่ ยทอดควำมรสู้ ึก ควำมคิดตอ่ งำนศิลปะอย่ำงอิสระ ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 1.2 เข้ำใจควำมสัมพนั ธ์ระหวำ่ งทศั นศลิ ป์ ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คณุ คำ่ งำนทศั นศิลป์ท่เี ป็นมรดก
ทำงวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญำท้องถ่นิ ภมู ปิ ญั ญำไทย และสำกล
สาระท่ี 2 ดนตรี
มาตรฐาน ศ 2.2 เขำ้ ใจและแสดงออกทำงดนตรีอยำ่ งสร้ำงสรรค์ วเิ ครำะห์ วิพำกษ์วจิ ำรณค์ ณุ ค่ำดนตรีถ่ำยทอด
ควำมรสู้ กึ ควำมคิดต่อดนตรีอย่ำงอิสระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ช้ ในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.2 เข้ำใจควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงดนตรี ประวตั ิศำสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณคำ่ ของดนตรีที่
เปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถิน่ ภมู ิปญั ญำไทยและสำกล
สาระที่ 3 นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ 3.1 เข้ำใจ และแสดงออกทำงนำฏศลิ ปอ์ ย่ำงสรำ้ งสรรค์ วเิ ครำะห์ วพิ ำกษว์ ิจำรณค์ ุณคำ่ นำฏศิลป์
ถำ่ ยทอดควำมรู้สึก ควำมคดิ อย่ำงอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้ำใจควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งนำฏศลิ ป์ ประวตั ศิ ำสตร์และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่ำของนำฏศิลป์
ทเี่ ปน็ มรดกทำงวัฒนธรรม ภูมิปัญญำท้องถ่นิ ภมู ิปัญญำไทยและสำกล
ศิลปศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ศ32101
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
จบชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
รูแ้ ละเขำ้ ใจเกยี่ วกบั ทศั นธำตุและหลกั กำรออกแบบในกำรส่อื ควำมหมำย สำมำรถใช้ศพั ทท์ ำงทศั นศลิ ป์ อธบิ ำยจุดประสงคแ์ ละเนอ้ื หำของ
งำนทศั นศิลป์ มีทักษะและเทคนคิ ในกำรใช้วสั ดุ อปุ กรณ์และกระบวนกำรท่สี ูงขึ้นในกำรสรำ้ งงำนทศั นศิลป์ วเิ ครำะห์เน้ือหำและแนวคิด เทคนิควธิ กี ำร
กำรแสดงออกของศลิ ปนิ ท้ังไทยและสำกล ตลอดจนกำรใชเ้ ทคโนโลยีตำ่ ง ๆ ในกำรออกแบบสร้ำงสรรค์งำนทเี่ หมำะสมกบั โอกำส สถำนที่ รวมท้ังแสดง
ควำมคิดเห็นเก่ียวกับสภำพสังคมด้วยภำพลอ้ เลียนหรอื กำรต์ นู ตลอดจนประเมนิ และวิจำรณค์ ณุ ค่ำงำนทัศนศิลป์ด้วยหลกั ทฤษฎวี จิ ำรณ์ศิลปะ
วเิ ครำะห์เปรียบเทียบงำนทัศนศลิ ปใ์ นรูปแบบตะวันออกและรูปแบบตะวนั ตกเข้ำใจอทิ ธิพล ของมรดกทำงวัฒนธรรมภูมิปญั ญำระหวำ่ ง
ประเทศทม่ี ีผลตอ่ กำรสร้ำงสรรค์ งำนทศั นศิลปใ์ นสังคม
รู้และเขำ้ ใจรปู แบบบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท และจำแนกรปู แบบ ของวงดนตรีทง้ั ไทยและสำกล เข้ำใจอทิ ธิพลของวัฒนธรรม
ตอ่ กำรสร้ำงสรรค์ดนตรี เปรยี บเทยี บอำรมณแ์ ละควำมรูส้ ึกทไ่ี ด้รับจำกดนตรีท่ีมำจำกวฒั นธรรมต่ำงกัน อ่ำน เขยี น โนต้ ดนตรีไทยและสำกล ใน
อตั รำจังหวะต่ำง ๆ มที กั ษะในกำรร้องเพลงหรือเล่นดนตรเี ดี่ยวและรวมวงโดยเนน้ เทคนิค กำรแสดงออกและคณุ ภำพของกำรแสดง สร้ำงเกณฑ์
สำหรบั ประเมนิ คุณภำพกำรประพันธ์ กำรเลน่ ดนตรขี องตนเองและผอู้ น่ื ได้อย่ำงเหมำะสม สำมำรถนำดนตรไี ประยุกตใ์ ชใ้ นงำนอ่นื ๆ
วิเครำะห์ เปรยี บเทียบรปู แบบ ลักษณะเดน่ ของดนตรีไทยและสำกลในวัฒนธรรมต่ำง ๆ เข้ำใจบทบำทของดนตรีท่ีสะท้อนแนวควำมคิดและ
คำ่ นิยมของคนในสงั คม สถำนะทำงสงั คม ของนกั ดนตรีในวัฒนธรรมตำ่ ง ๆ สร้ำงแนวทำงและมสี ่วนรว่ ม ในกำรสง่ เสริมและอนรุ กั ษด์ นตรี
มที ักษะในกำรแสดงหลำกหลำยรูปแบบ มีควำมคดิ รเิ ร่มิ ในกำรแสดงนำฏศลิ ปเ์ ปน็ คู่ และเปน็ หมู่ สร้ำงสรรคล์ ะครสัน้ ในรูปแบบทช่ี ื่นชอบ
สำมำรถวิเครำะห์แกน่ ของกำรแสดงนำฏศิลปแ์ ละละครที่ต้องกำรสอ่ื ควำมหมำยในกำรแสดง อทิ ธิพลของเครอื่ งแตง่ กำย แสง สี เสียง ฉำก อุปกรณ์
และสถำนทีท่ ี่มผี ลต่อกำรแสดง วจิ ำรณก์ ำรแสดงนำฏศิลป์และละคร พฒั นำและใช้เกณฑ์ กำรประเมนิ ในกำรประเมนิ กำรแสดง และสำมำรถวิเครำะห์
ท่ำทำงกำรเคลอื่ นไหวของผู้คนในชวี ิตประจำวัน และนำมำประยุกต์ ใชใ้ นกำรแสดง
เขำ้ ใจวิวฒั นำกำรของนำฏศิลปแ์ ละกำรแสดงละครไทย และบทบำทของบคุ คลสำคญั ในวงกำรนำฏศิลป์และกำรละครของประเทศไทยใน
ยุคสมัยตำ่ ง ๆ สำมำรถเปรยี บเทยี บกำรนำกำรแสดงไปใช้ในโอกำสต่ำง ๆ และเสนอแนวคดิ ในกำรอนุรกั ษ์นำฏศลิ ป์ไทย
ศิลปศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ศ32101
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
การวิเคราะหห์ ลกั สตู ร มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
ศลิ ปศึกษา ศ32101 (ทศั นศิลป์) กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง / ทอ้ งถิ่น
ความร/ู้ สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะ สมรรถนะทีส่ าคัญ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด K (Key Concept) ตัวบง่ ชพี้ ฤตกิ รรม อันพึงประสงค์ competence
( P) (A) ( C )
ศ 1.1 ม.4-6/3 วเิ ครำะหก์ ำรเลือกใช้วัสดุ หลกั กำรเลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ กำรคดิ เชิงวิเครำะห์ 4. ใฝเ่ รียนรู้ 1.กำรคิด
อุปกรณ์ และเทคนิคของศลิ ปินในกำรแสดงออก เทคนคิ ของศลิ ปนิ ในกำรแสดงออกทำง
ทำงทศั นศลิ ป์ ทัศนศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/4มีทกั ษะและเทคนคิ ในกำรใช้วสั ดุ ทักษะและเทคนคิ ในกำรใช้วัสดุ กำรคิดสร้ำงสรรค์ 7.รกั ควำมเป็นไทย 4.กำรใชท้ กั ษะชีวติ
5.กำรใช้
อุปกรณ์ และกระบวนกำรทส่ี ูงข้ึนในกำรสร้ำงงำน อปุ กรณ์ และกระบวนกำรสร้ำงงำน เทคโนโลยี
ทัศนศลิ ป์ ทศั นศิลป์
ศ 1.1 ม.4-6/7วิเครำะหแ์ ละอธิบำยจดุ มุ่งหมำย จุดมุ่งหมำยของศิลปนิ ในกำรเลือกใช้ กำรคิดเชงิ วิเครำะห์ 4. ใฝเ่ รียนรู้ 2. กำรคิด
ของศลิ ปนิ ในกำรเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เทคนิค วัสดุ อปุ กรณ์ เทคนคิ และเนื้อหำ
และเนือ้ หำ เพอื่ สรำ้ งสรรค์งำนทัศนศลิ ป์ เพือ่ สร้ำงสรรคง์ ำนทศั นศลิ ป์
ศ 1.1 ม.4-6/8ประเมนิ และวิจำรณง์ ำน กำรประเมนิ และวิจำรณง์ ำนทัศนศลิ ป์ กำรคิดอยำ่ งมเี หตุผล 2.ซ่ือสตั ย์ 3.กำรแกป้ ญั หำ
ทัศนศิลป์โดยใช้ทฤษฎกี ำรวจิ ำรณ์ศลิ ปะ 5. อยู่อยำ่ งพอเพียง 2. กำรคดิ
ศ 1.2 ม.4-6/2ระบุงำนทศั นศลิ ป์ของศลิ ปินท่ีมี
ชื่อเสียง และบรรยำยผลตอบรับของสงั คม งำนทศั นศลิ ป์ของศิลปินท่ีมชี อ่ื เสยี ง กำรคดิ เชงิ วเิ ครำะห์ 4. ใฝเ่ รียนรู้
ศิลปศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ศ32101
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
การวเิ คราะหห์ ลกั สูตร มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
ศลิ ปศึกษา ศ32101 (ดนตรี) กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง / ทอ้ งถ่ิน
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั ควำมรู้/สำระแกนกลำง ทกั ษะกระบวนการ คุณลักษณะ สมรรถนะท่ีสาคญั
competence
ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรยี บเทียบรปู แบบของบท K (Key Concept) ตัวบ่งชีพ้ ฤติกรรม อันพึงประสงค์ (C)
เพลงและ วงดนตรแี ต่ละประเภท
ศ 2.1 ม.4-2/2 จาแนกประเภทและรปู แบบ ( P) (A) 1.กำรสอื่ สำร
ของ วงดนตรที ง้ั ไทยและสากล
-รูปแบบของบทเพลงและ วง กำรคิดเชิงวเิ ครำะห์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 2.กำรคดิ
ดนตรีแตล่ ะประเภท
-ประเภทและรูปแบบของ วง กำรคดิ เชงิ วเิ ครำะห์ 7. รกั ควำมเปน็
ดนตรีทั้งไทยและสำกล ไทย
ศ 2.1 ม.4-6/7 เปรยี บเทยี บอารมณ์ และ -กำรถ่ำยทอดอำรมณ์ กำรคิดเชงิ วิเครำะห์ 4.ใฝเ่ รียนรู้ 3. กำรแก้ปัญหำ
ความรสู้ ึก ท่ีได้รบั จากงานดนตรีท่มี าจาก ควำมรู้สกึ ทำงดนตรีจำกแต่ 5.อยู่อยำ่ งพอเพียง
วัฒนธรรมตา่ งกัน ละวฒั นธรรม
ศลิ ปศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ
ศ32101
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5
การวิเคราะหห์ ลกั สตู ร มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
ศิลปศึกษา ศ32101 (นาฎศลิ ป์) กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 5
สาระการเรียนรู้แกนกลาง / ทอ้ งถิ่น
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด ความร/ู้ สาระแกนกลาง ทกั ษะกระบวนการ คุณลกั ษณะ สมรรถนะท่สี าคัญ
competence
ศ 3.1 ม.4-6/3 ใช้ควำมคดิ รเิ รม่ิ ในกำร K (Key Concept) ตัวบ่งชี้พฤตกิ รรม อันพงึ ประสงค์ (C)
แสดงนำฏศิลป์เปน็ คู่ และหมู่
( P) (A) กำรคิด
ศ 3.1 ม.4-6/4 วจิ ำรณก์ ำรแสดงตำม
หลกั นำฏศลิ ป์ และกำรละคร กำรประดิษฐ์ทำ่ รำที่เปน็ คูแ่ ละหมทู่ ่ีเกยี่ วกบั กำรคดิ สร้ำงสรรค์ 4.ใฝ่เรยี นรู้ กำรส่ือสำร
ควำมหมำย ประวัติควำมเป็นมำ ทำ่ ทำงท่ใี ช้
ในกำรประดษิ ฐท์ ำ่ รำและเพลงท่ีใช้
หลกั กำรสร้ำงสรรคก์ ำรวิจำรณ์และหลกั กำรชม กำรคิดอย่ำงมีเหตุผล 2.ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
กำรแสดงนำฏศิลป์และกำรละคร
ศ 3.1 ม.4-6/8 วิเครำะหท์ ่ำทำง และ กำรสรำ้ งสรรค์ผลงำนไดแ้ ก่ กำรจดั กำรแสดง กำรคิดเชงิ วิเครำะห์ 5.อยอู่ ยำ่ ง กำรใช้
พอเพยี ง ทกั ษะชวี ิต
กำรเคล่อื นไหวของผูค้ นในชีวติ ประจำวนั ในวันสำคัญของโรงเรยี น หรอื ชดุ กำรแสดงประจำ
และนำมำประยุกต์ใช้ในกำรแสดง โรงเรยี น
ศ 3.2 ม.4-6/1 เปรยี บเทียบกำรนำกำร กำรแสดงนำฏศลิ ป์ในโอกำสต่ำงๆ กำรคดิ เชงิ วเิ ครำะห์ 7.รักควำมเปน็ กำรใชเ้ ทคโนโลยี
ไทย
แสดงไปใช้ในโอกำสตำ่ งๆ
ศิลปศกึ ษา กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ศ32101
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน ศลิ ปศกึ ษา ศ32101 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษำวสั ดอุ ปุ กรณ์ และเทคนคิ ของศิลปินในกำรแสดงออกทำงทัศนศลิ ป์ กระบวนกำรในกำรสร้ำงงำน ทัศนศิลป์ จดุ มุ่งหมำยของศิลปนิ ในกำรเลอื กใช้
วสั ดุ อปุ กรณ์ เทคนคิ และเน้ือหำ เพอื่ สร้ำงสรรค์งำนทศั นศิลป์ทฤษฎกี ำรวิจำรณ์ศลิ ปะ กำรจดั ทำแฟ้มสะสมงำนเพอื่ สะท้อนพฒั นำกำรและควำมก้ำวหน้ำ
ของตนเองศึกษำรูปแบบของบทเพลงและวงดนตรแี ต่ละประเภทจำแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีทง้ั ไทยและสำกลเหตผุ ลทีค่ นตำ่ งวัฒนธรรม
สร้ำงสรรค์งำนดนตรีแตกตำ่ งกัน ศกึ ษำกำรแสดงนำฏศลิ ป์เปน็ คู่ และหมู่ หลกั กำร กำรวิจำรณ์ หลกั กำรชมกำรแสดงนำฏศิลป์และละครเพ่อื สร้ำงสรรค์
ผลงำนกำรแสดงนำฏศิลป์ในโอกำสต่ำง ๆ
โดยกระบวนกำรสร้ำงองคค์ วำมรูด้ ้วยทกั ษะกำรจดั กลุ่มกำรวิเครำะห์ จำแนกประเภท กำรเปรียบเทียบ กำรตงั้ หลกั เกณฑ์ กำรประเมนิ กำร
อภปิ รำย ทักษะกำรปฏิบัติ กำรนำควำมรไู้ ปใช้กำรสรำ้ งสรรคง์ ำนทศั นศิลป์ ดนตรแี ละนำฏศลิ ปต์ ำมจินตนำกำร และควำมคิดสรำ้ งสรรค์ วพิ ำกษ์
วิจำรณ์ คณุ คำ่ งำน และบรู ณำกำรสรำ้ งสรรคก์ ับกลุ่มสำระกำรเรยี นรู้อ่นื ๆ
เพือ่ ใหเ้ กดิ ควำมรู้ควำมเข้ำใจในงำนทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนำฏศลิ ป์ ประวัตศิ ำสตร์และวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญำทอ้ งถ่นิ ภมู ปิ ัญญำไทยและสำกล
มคี ณุ ธรรมจริยธรรม มวี นิ ัย มีควำมซ่ือสตั ยส์ ุจรติ รักควำมเปน็ ไทย มจี ติ สำธำรณะ รหู้ ลักในกำรดำเนนิ ชีวิตอยูอ่ ยำ่ งพอเพียง และม่งุ มั่นในกำรทำงำน
มีควำมคิดตอ่ งำนงำนทัศนศิลป์ ดนตรี และนำฏศิลป์ อยำ่ งอสิ ระ ช่นื ชม เหน็ คุณคำ่ มีสุนทรยี ภำพ มคี วำมคดิ สรำ้ งสรรค์
รหัสตวั ชี้วัด (รวมท้งั หมด 13 ตวั ชว้ี ัด)
สาระท่ี 1: ทัศนศลิ ป์ สาระท่ี 2: ดนตรี
ศ 1.1 ม.4-6/3 วิเครำะห์กำรเลอื กใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์ และเทคนิคของศิลปนิ ศ 2.1 ม.4-6/1 เปรียบเทียบรปู แบบของบทเพลงและ วงดนตรแี ตล่ ะประเภท
ในกำรแสดงออกทำงทัศนศิลป์ ศ 2.1 ม.4-2/2 จำแนกประเภทและรูปแบบของ วงดนตรีทงั้ ไทยและสำกล
ศ 1.1 ม.4-6/4 มที ักษะและเทคนิคในกำรใช้วัสดอุ ปุ กรณ์และกระบวนกำรที่สูงขน้ึ ศ 2.1 ม.4-๖/7 เปรียบเทียบอำรมณ์ และควำมรู้สึก ท่ไี ด้รบั จำกงำนดนตรที มี่ ำจำกวฒั นธรรมต่ำงกนั
ในกำรสร้ำงงำนทัศนศลิ ป์ สาระท่ี 3: นาฏศลิ ป์
ศ 1.1 ม.4-6/7 วิเครำะห์และอธิบำยจุดม่งุ หมำย ของศลิ ปินในกำรเลือกใชว้ สั ดุ ศ 3.1 ม.4-6/3 ใช้ควำมคดิ รเิ ริ่มในกำรแสดงนำฏศิลปเ์ ป็นคู่ และหมู่
อุปกรณ์เทคนคิ และเนือ้ หำเพ่อื สร้ำงสรรค์งำนทัศนศิลป์ ศ 3.1 ม.4-6/4 วิจำรณก์ ำรแสดงตำมหลกั นำฏศลิ ป์ และกำรละคร
ศ 1.1 ม.4-6/8 ประเมนิ และวิจำรณง์ ำนทศั นศลิ ป์โดยใช้ทฤษฎกี ำรวิจำรณศ์ ิลปะ ศ 3.1 ม.4-6/8 วิเครำะหท์ ่ำทำง และกำรเคล่อื นไหวของผ้คู นในชีวติ ประจำวนั และนำมำประยกุ ตใ์ ช้ในกำรแสดง
ศ 1.2 ม.4-6/2 ระบุงำนทัศนศลิ ป์ของศิลปินท่มี ีช่ือเสียง และบรรยำยผลตอบรับของสงั คม ศ 3.2 ม.4-6/1 เปรียบเทยี บกำรนำกำรแสดงไปใชใ้ นโอกำสตำ่ ง
ศลิ ปศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ
ศ32101
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โครงสรา้ งรายวชิ า ศลิ ปศึกษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรียนรูศ้ ลิ ปะ
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จานวน 0.5 หน่วยกิต
หน่วยที่ รหัสตัวช้วี ดั แผนการเรยี นรูท้ .ี่ ..เร่อื ง สัปดาห์ท่ี เวลาเรียน/ชม. น้าหนกั คะแนน
ศ 1.1 ม.4-6/3 กจิ กรรมท่ี 1 Discussion แลกเปลย่ี นเรยี นรูส้ ร้ำงแรงบันดำลใจ 1 00:50 8
1.ทศั นศิลป์ ศ 1.1 ม.4-6/7 ศ 1.2 ม.4-6/2 -เรยี นร้งู ำนทัศนศลิ ป์ของศิลปนิ 2 00:50
กจิ กรรมท่ี 2 Design ออกแบบกำรเรยี นร้ดู ว้ ยควำมร่วมมือ 8
ศ 1.1 ม.4-6/4 -ออกแบบงำนทศั นศลิ ปด์ ้วยเทคนคิ สนี ้ำ
ศ 1.1 ม.4-6/8 กจิ กรรมที่ 3 Doing ลงมอื ปฏิบตั ิ ด้วยควำมรับผิดชอบ 3-4 01:40 16
-สนี ้ำสร้ำงสรรค์ พันธพุ์ ฤกษำ
ศ 2.1ม.4-6/1 5-6 01:40 8
2 ดนตรี ศ 2.1ม.4-6/2 กจิ กรรมที่ 4 Display นำเสนอผลกำรเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
-Art Exhibition “สสี นั พนั ธุ์พฤกษำ” 7-8 01:40 10
ศ 2.1ม.4-6/7 กจิ กรรมท่ี 5 Destination ต่อยอดกำรเรยี นรู้ 9-10 01:40 10
3 นาฏศิลป์ ศ 3.1 ม.4-6/3ศ 3.2 ม.4-6/1 -NFT Art บนโลกดจิ ทิ ัล 11-12 01:40 10
13-14 01:40 10
ศ 3.1 ม.4-6/8 2.1 รปู แบบของบทเพลงและวงดนตรี 15-16 01:40 15
ศ 3.1 ม.4-6/4 2.2 ประเภทของวงดนตรีท้งั ไทยและสำกล 17-18 01:40 5
2.3 อำรมณ์ และควำมรู้สึกจำกงำนดนตรี 100
3.1 กำรแสดงนำฏศิลป์
3.2. กำรแสดงท่ำทำงกำรเคลื่อนไหวประกอบเพลง
3.3 กำรแสดงนำฏศลิ ปแ์ ละกำรละคร
รวม
ศิลปศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ
ศ32101
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
การวิเคราะห์ตัวชว้ี ดั เพอ่ื กาหนดภาระงานและการวดั ผลการออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้
ศลิ ปศกึ ษา ศ32101 กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5
ชอ่ื แผนการเรยี นรู้/ หลักฐานชิน้ งาน/ บุคคล กระบวนการจดั การเรียนรู้
ภาระงานทส่ี าคญั /กล่มุ
ตวั ชวี้ ัด กิจกรรม ขัน้ ที่/เทคนิคเครีองมอื สื่อการเรียนการสอน
ศ 1.1 ม.4- 1.เรียนรงู้ ำนทัศนศิลปข์ อง -ทดสอบทักษะกำรคดิ บุคคล 1.Discussion แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ -หอ้ งเรียนศิลปะ-แผนกำรเรยี นรู้
6/3 ศลิ ปิน
เชิงวเิ ครำะห์ สรำ้ งแรงบันดำลใจ คลบิ วีดโิ อ https://www.youtube.
ศ 1.1 ม.4- -เขียนผลลพั ธ์กำรเรียนรู้ -EPoC Test com/watch?v=DHe9Q0woAaM
“สมมติฐำน วำระ -Linear -reflect: exit slip -E-book “เรยี นร้งู ำนทศั นศิลปข์ องศิลปิน”
6/7 สุดท้ำยของ แวนโก๊ะ” -เว็ปไซตท์ ำงกำรศกึ ษำ
ศ 1.2 ม.4-
6/2
ศ 1.1 ม.4- 2.ออกแบบงำนทศั นศลิ ป์ -ผลงำนศลิ ปะ บุคคล 1.Design ออกแบบกำรเรียนรู้ด้วย -อปุ กรณ์วำดรปู
6/4 ดว้ ยเทคนิคสนี ้ำ ด้วยเทคนคิ สีน้ำ กลุ่ม ควำมร่วมมือ -Forced connection
-FILA MAP -Forced connectio -อปุ กรณว์ ำดรูป
3.สีน้ำสร้ำงสรรค์ -ผลงำนสีน้ำสร้ำงสรรค์ กลุ่ม 3.Doing ลงมือปฏิบัติด้วยควำม -Pedagogy and Rubric Form
พันธุ์พฤกษำ พันธพ์ุ ฤกษำ รับผิดชอบ
ศ 1.1 ม.4- - Art Exhibition “สสี ัน -กำรนำเสนอผลงำน กลมุ่ Display นำเสนอผลกำรเรยี นรู้ -Spidergram
6/8 พันธ์ุพฤกษำ” ศลิ ปะ ด้วยตนเอง
“สสี นั พนั ธุ์พฤกษำ”
-NFT Art บนโลกดจิ ิทลั - NFT Art บคุ คล Destination ต่อยอดกำรเรียนรู้ -Reminding Quest
ศิลปศกึ ษา กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ศ32101
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
การวิเคราะหต์ ัวชวี้ ัดเพ่อื กาหนดภาระงานและการวัดผลการออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้
ศิลปศกึ ษา ศ32101 กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ิลปะ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
ตวั ชีว้ ดั ชอื่ แผนการเรยี นร้กู ิจกรรม หลักฐานชิน้ งาน/ภาระงานท่ีสาคัญ บคุ คล กระบวนการจัดการเรียนรู้
/กลมุ่
ข้ันท่ี/เทคนคิ เครอี งมือ สื่อการเรียนการสอน
ศ 2.1ม.4-6/1 2.1รปู แบบของบทเพลงและวงดนตรี แบบบันทกึ รูปแบบของบทเพลงและวงดนตรี บุคคล 1.ประเมินระดับควำมคดิ ของ EPoC Test
ผเู้ รียน
ศ 2.1ม.4-6/2 2..2ประเภทของวงดนตรที ้งั ไทยและ -แผนภำพประเภทของวงดนตรที ั้งไทยและสำกล - FILA Mapping
ศ 2.1ม.4-6/7 สำกล -คลิบ VDO เพลงทอ่ี ำรมณ์ และควำมรูส้ ึก จำกงำนดนตรี กลุม่ 2.สร้ำงแรงบันดำลใจ High Functioning Class
2.3 .อำรมณ์ และควำมร้สู ึก จำกงำน กลมุ่ 4.เรยี นรู้ผ่ำนกำรปฏบิ ัติ
ดนตรี Room
ตัวชี้วัด ชือ่ แผนการเรยี นรู้/กิจกรรม หลกั ฐานช้นิ งาน/ บุคคล กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ภาระงานทสี่ าคัญ /กลุ่ม
ขนั้ ท่ี/เทคนคิ เครีองมอื สื่อกำรเรยี นกำรสอน
ศ 3.1 ม.4-6/3 3.1 กำรแสดงนำฏศลิ ป์ ใบงำน เรื่อง กำรแสดงนำฏศิลปเ์ ป็นคู่ และหมูใ่ บงำน ตำรำง บคุ คล 1.ประเมนิ ระดบั ควำมคิดของ -EPoC Test
ศ 3.2 ม.4-6/1 กำรเปรยี บเทยี บกำรนำกำรแสดงใช้ในโอกำสตำ่ ง ๆ ผู้เรียน 2.สร้ำงแรงบนั ดำลใจ -Forced connection
ศ 3.1 ม.4-6/8 3.2. กำรแสดงท่ำทำงกำรเคลอ่ื นไหว กำรแสดงทำ่ ทำงกำรเคลือ่ นไหวประกอบเพลง กลุ่ม
ประกอบเพลง รำยบคุ ค 3.วำงแผนพัฒนำตนเองร่วมกนั - FILA Mapping
ศ 3.1 ม.4-6/4 3.3 กำรแสดงนำฏศิลปแ์ ละกำรละคร วิจำรณ์กำรแสดงของเพื่อนกลุ่มอื่นตำมหลักกำรวิจำรณ์กำร ล/กลุ่ม 4.เรยี นรู้ผำ่ นกำรปฏิบัติ -High Functioning Class Room
แสดงนำฏศิลป์
5.ผเู้ รียนประเมินตนเอง -Spidergream/Linear
6.คิดต่อยอด -Reminding Quest
ศิลปศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ
ศ32101
การประเมนิ ผลสาระพนื้ ฐาน ศิลปศกึ ษา ศ32101
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
อตั ราส่วนคะแนน ระหว่างกลางภาคเรยี น : ต่อปลายภาคเรยี น 80. : .20
หน่วยท่ี หน่วยการเรยี น ตวั ช้วี ดั ชั่วโมง คะแนนหน่วย กลางภาค ปลายภาค รวมคะแนนแตล่ ะดา้ น
1. K P A รวม K P รวม K P รวม K P A รวม
ทัศนศลิ ป์ ศ 1.1 ม.4-6/3 00:50 2 2 2
ศ 1.1 ม.4-6/7 2 2 2
ศ 1.2 ม.4-6/2 22 2 4
2 4 24
ศ 1.1 ม.4-6/4 02:30 20 4 20
ศ 1.1 ม.4-6/8 01:40 88 8
8 4 30 40
รวม 4 22 6 2 253 6 10
2 253 2 10
2 ดนตรี ศ 2.1ม.4-6/1 01:40 3 3 2 8 2 253 2 10
6 6 15 9 2 30
ศ 2.1ม.4-6/2 01:40 3 3 2 8 4 47 6 10
3
ศ 2.1ม.4-6/7 01:40 3 3 2 8 15
รวม 9 9 6 24
3 นำฏศิลป์ ศ 3.1 ม.4-6/3 01:40 3 36
ศ 3.2 ม.4-6/1
ศ 3.1 ม.4-6/4 01:40 5 5 5 15 55 5
ศ 3.1 ม.4-6/8 01:40 2 13 2 24 15
รวม
10 5 9 24 6 16 5 9 30
รวม 23 36 21 48 0 0 0 12 8 12 35 44 21 100
ศลิ ปศกึ ษา กลุม่ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ
ศ32101
ออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ ศิลปศึกษา ศ32101
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
ศลิ ปศกึ ษา (Visual Art)
ศ32101
ครูผ้สู อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
สาระ:มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระ : ทศั นศลิ ปะ แผนการเรียนรู้ /ช้นิ งาน/ภาระงาน/กระบวนการจดั การเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ ช่ือแผนการเรยี นรู้/ หลกั ฐานชิน้ งาน/ บุคคล กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์ ตวั ชี้วัด ภาระงานทส่ี าคัญ
ถา่ ยทอดความรสู ้ กึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ช ้ /กลุม่ ส่ือการเรียนการสอน
ในชวี ติ ประจาวนั กจิ กรรม ขนั้ ท่ี/เทคนิคเครีองมือ
มาตรฐาน ศ1.2 เขา้ ใความสมั พนั ธร์ ะหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ ศ 1.1 ม.4-6/3 1.เรยี นรงู้ ำนทัศนศลิ ป์ของ -ทดสอบทกั ษะกำรคิดเชิง บุคคล 1.Discussion แลกเปลยี่ นเรยี นรสู้ ร้ำงแรงบนั ดำลใจ หอ้ งเรียนศลิ ปะ
และวัฒนธรรม เหน็ คณุ ค่างานทัศนศลิ ป์ ทเ่ี ป็ นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิ -EPoC Test -Forced connection -แผนกำรเรียนรู้
ปัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล ศ 1.1 ม.4-6/7 ศิลปิน วิเครำะห์ -Linear -คลบิ วีดโิ อ-E-book
-reflect: exit slip -เว็ปไซตท์ ำงกำรศกึ ษำ
ตัวชีว้ ดั ศ 1.2 ม.4-6/2 -เขียนผลลัพธ์กำรเรยี นรู้
ศ 1.1 ม.4-6/3 วเิ คราะหก์ ารเลอื กใชว้ สั ดุอุปกรณ์ และเทคนคิ ของศลิ ปิน
ในการแสดงออกทางทศั นศลิ ป์ “สมมติฐำน วำระสุดท้ำยของ
ศ 1.1 ม.4-6/4 มที ักษะและเทคนคิ ในการใชว้ ัสดุอปุ กรณแ์ ละ แวนโก๊ะ”
กระบวนการทส่ี งู ขนึ้ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์
ศ 1.1 ม.4-6/4 2.ออกแบบงำนทัศนศลิ ป์ -ผลงำนศิลปะ ด้วยเทคนิคสีนำ้ บคุ คล 1.Design ออกแบบกำรเรยี นรดู้ ว้ ยควำมร่วมมอื -อปุ กรณว์ ำดรปู
ศ 1.1 ม.4-6/7 วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายจดุ มงุ่ หมาย ของศลิ ปินใน กลุ่ม -Forced connection
การเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์เทคนคิ และเนอ้ื หา เพอ่ื ด้วยเทคนิคสนี ้ำ -FILA MAP
สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์
3.สีน้ำสร้ำงสรรค์ -ผลงำนสีน้ำสร้ำงสรรค์ กล่มุ 3.Doing ลงมอื ปฏบิ ัตดิ ้วยควำมรบั ผิดชอบ -อุปกรณว์ ำดรปู
ศ 1.1 ม.4-6/8 ประเมนิ และวจิ ารณ์งานทัศนศลิ ป์ โดยใชท้ ฤษฎี -Pedagogy and Rubric Form
การวจิ ารณ์ศลิ ปะ พันธุ์พฤกษำ พันธุ์พฤกษำ -อุปกรณว์ ำดรปู
กลมุ่ Display นำเสนอผลกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง
ศ 1.2 ม.4-6/2 ระบุงานทศั นศลิ ป์ ของศลิ ปินทมี่ ชี อ่ื เสยี ง และบรรยายผล ศ 1.1 ม.4-6/8 - Art Exhibition “สีสนั -กำรนำเสนอผลงำนศลิ ปะ -Spidergram -Reminding Quest
ตอบรับของสงั คม -เว็ปไซต์ทำงกำรศกึ ษำ
พนั ธุ์พฤกษำ” “สสี นั พนั ธุ์พฤกษำ” บคุ คล Destination ต่อยอดกำรเรยี นรู้
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
วัสดุอุปกรณ์ และเทคนคิ ของศลิ ปินในการแสดงออก -NFT Art บนโลกดจิ ิทลั - NFT ArtArt บนโลกดจิ ทิ ัล
ทางทศั นศลิ ป์ กระบวนการในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ จดุ มงุ่ หมายของศลิ ปิน
ในการเลอื กใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เทคนคิ และเนอ้ื หา เพอ่ื สรา้ งสรรคง์ าน
ทศั นศลิ ป์ ทฤษฎกี ารวจิ ารณศ์ ลิ ปะ การจัดทาแฟ้มสะสมงานเพอื่ สะทอ้ น
พฒั นาการและความกา้ วหนา้ ของตนเอง
ความรู้ (Knowledge)
1.การแสดงออกทางทัศนศลิ ป์
2. กระบวนการในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์
3.จดุ มงุ่ หมายของศลิ ปินในการสรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์
4.การประเมนิ และวจิ ารณ์งานทัศนศลิ ป์
5.งานทศั นศลิ ป์ ของศลิ ปินทมี่ ชี อื่ เสยี งฆ
ทกั ษะกระบวนการ(Process)
1.การคดิ เชงิ วเิ คราะห์ 2.การคดิ สรา้ งสรรค์ 3.การคดิ อย่างมเี หตุผล
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attributes)
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ กระบวนการจดั การเรยี นรู้
พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 “หอ้ งเรยี นศลิ ปะ KID-D
ขอ้ 2.ซอ่ื สตั ย์ ขอ้ 4.ใฝ่ เรยี นรู ้ ขอ้ 5.อยอู่ ยา่ พอเพยี งขอ้ 7.รักความเป็ นไทย
คณุ ลักษณะของผเู ้ รยี น ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ขอ้ 1. แบง่ ปัน
คณุ ลักษณะของผูเ้ รยี น งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
ขอ้ 11. มสี มาธิ
คณุ ลักษณะของผูเ้ รยี น ตามหลักสตู รโรงเรยี นมาตรฐานสากล
ขอ้ 2. ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การ อ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น โรงเรยี นมาตฐานสากล
การอ่าน การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคดิ โรงเรยี นบญุ วาทยว์ ิทยาลยั
ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใชท้ ักษะ สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
ศลิ ปศึกษา “เรียนรงู้ านทัศนศิลป์ของศิลปนิ ” 1
ศ32101
ครูผู้สอน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5
สาระ:มาตรฐานการเรียนรู้ Discussion & Inspiration แลกเปลย่ี นเรียนรูส้ รา้ งแรงบนั ดาลใจ
สาระ : ทศั นศลิ ปะ เปา้ หมาย 1.รู้สกึ ถึงควำมต่ืนเตน้ กบั กำรได้เรยี นรูเ้ รือ่ งงำนทศั นศลิ ปข์ องศิลปนิ ระดบั โลก
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ 2.มคี วำมสนใจงำนทัศนศิลป์ของศลิ ปนิ เพ่มิ มำกขึ้น สำมำรถถำ่ ยทอดเน้อื หำหรอื เลำ่ ใหผ้ ูอ้ ืน่ ฟังได้
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คณุ คา่ งานทัศนศลิ ป์
ถา่ ยทอดความรสู ้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอื่ การสอน/
ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ 1.2 เขา้ ใความสมั พนั ธร์ ะหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ศิ าสตร์ เวลา กจิ กรรมและเนอื้ หาการเรยี นรู้ Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนุนจากครู
และวฒั นธรรม เหน็ คุณค่างานทศั นศลิ ป์ ทเี่ ป็ นมรดกทางวฒั นธรรม
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล
ตัวช้วี ดั นาท ี่ คาบเรยี นท่ี 1 L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู เครอ่ื งมอื
ศ 1.1 ม.4-6/3 วเิ คราะหก์ ารเลอื กใชว้ สั ดุอปุ กรณ์ และเทคนคิ ของ
ศลิ ปินในการแสดงออกทางทศั นศลิ ป์ -นาเขา้ สบู่ ทเรยี น R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น
ศ 1.1 ม.4-6/7 วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายจุดมุ่งหมาย ของศลิ ปินใน -ทักทายนักเรยี นในชว่ั โมงแรกของการเรยี น
การเลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์เทคนคิ และเนอ้ื หา เพอ่ื สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตรวจสอบรายชอ่ื การเขา้ หอ้ งเรยี น Q=ถามถงึ สง่ิ ทเี่ คยเรยี นมา เพอื่ ตรวจสอบพน้ื ฐาน S=ใชค้ าถามนาเพอ่ื พน้ื ฐานความรูข้ อง -หอ้ งเรยี นศลิ ปะ
ศ 1.2 ม.4-6/2 ระบุงานทัศนศลิ ป์ ของศลิ ปินทมี่ ชี อ่ื เสยี ง และบรรยายผล -สรา้ งขอ้ ตกลงการเรยี นรรู ้ ว่ มกนั และประสบการณก์ ารเรยี นศลิ ปะ -แผนการเรยี นรู ้
ตอบรับของสงั คม -เป้าหมายการเรยี นรู ้ เมอ่ื จบบทเรยี นนี้ นกั เรยี น R=จาได ้ ว่าเรยี นอะไรมาบา้ ง นักเรยี น
สามารถวเิ คราะหง์ านทศั นศลิ ป์ ของศลิ ปินระดบั E=สงั เกตจานวนนักเรยี นทกี่ ารตอบคาถาม
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด 10 โลก ะมคี วามสนใจงานทัศนศลิ ป์ มากขนี้ มารถ Q=ถามถงึ สงิ่ ทกี่ าลังจะไดเ้ รยี นรู ้ เพอ่ื ตรวจสอบวา่ นกั เรยี นรจู ้ ัก ของนกั เรยี น ทาใหร้ วู ้ า่ นักเรยี น มคี วามสนใจ
ศลิ ปิน คอื ผสู ้ รา้ งงานศลิ ปะโดยมจี ุดมงุ่ หมายในการถา่ ยทอดความคดิ ถา่ ยทอดเนอื้ หาหรอื เลา่ ใหผ้ อู ้ น่ื ฟังได ้ ของศลิ ปินระดับโลกทส่ี รา้ งงานศลิ ปะ คนไหนบา้ ง ? และมผี ลงาน ใฝ่ เรยี นรู ้
-ทดสอบทกั ษะการคดิ เชงิ สรา้ งสรรค์ อะไร บา้ ง ?
ความรูส้ กึ ทม่ี ตี ่อธรรมชาติ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ มออกมาเป็ นผลงานศลิ ปะ โดยใช ้ -โดยแบบทดสอบ 2 ชดุ
เทคนคิ วัสดอุ ปุ กรณ์ ตามความถนัดและประสบการณ์ ศลิ ปินสามารถ -Divergent Thinking
สรา้ งสรรค์ นาเสนอสงิ่ แปลกใหมท่ ไี่ มเ่ คยมมี าก่อน ในทางศลิ ปะ สามารถ
กระทาโดยการนาวธิ จี ัดรปู แบบองคป์ ระกอบศลิ ปะโดยใชท้ ัศนะธาตุ เชน่ เสน้
สี น้าหนัก พนื้ ผวิ รปู ร่าง รูปทรง เป็ นสอื่ ในการถา่ ยทอด และผ่านเทคนคิ 10 Q=นักเรยี นรูส้ กึ อย่างไร? กับการทาแบบทดสอบวัดทกั ษะ E=สามารถทาแบบทดสอบได ้ อยา่ ง -EPoC Test
ตา่ ง ๆ ในทางจติ รกรรมอาจใช ้ ดนิ สอสี สนี ้ามนั สนี ้า สอี ะครลิ คิ สฝี ่ นุ หรอื การคดิ เชงิ สรา้ งสรรค์ ทต่ี อ้ งใชก้ ารจับเวลาสนั้ ๆ (พงึ พอใจ/ไม่พงึ คลอ่ งแคลว่ ผ่าน/ไมผ่ า่ น การใชเ้ ครอื่ งมอื ฝึก
เทคนคิ ผสม เป็ นตน้ พอใจ) ใชท้ กั ษะการคดิ วเิ คราะห์
ความรู้ (Knowledge) -Convergent Thinking R= กระตอื รอื รน้ สนกุ สนาน /ตนื่ เตน้ คดิ ไมอ่ อกทาไดค้ อ่ นขา้ ง S=ใหค้ าแนะนกั เรยี นทท่ี าไดค้ ่อนขา้ งนอ้ ย
1.การเลอื กใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเทคนคิ ของศลิ ปิน ใชเ้ วลาทาชดุ ละไม่เกนิ 5 นาที
2.จดุ มุ่งหมายของศลิ ปินในการเลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ เทคนคิ และเนอื้ หา นอ้ ย /ไมพ่ รอ้ มร่วมกจิ กรรม สาหรับนกั เรยี นไมพ้ รอ้ มรว่ มกจิ กรรม บนั ทกึ
3.งานทัศนศลิ ป์ ของศลิ ปินทม่ี ชี อ่ื เสยี งและบรรยายผลตอบรบั ของสงั คม
L=นกั เรยี นทาแบบทดสอบวดั ทกั ษะการคดิ ผลกรณีศกึ ษา นดั หมายการเรยี นซอ่ มเสรมิ
ทักษะกระบวนการ(Process)
1.การคดิ เชงิ วเิ คราะห์ 5 -แลกเปลย่ี นเรยี นรู ้ Q=มนี ักเรยี นสนใจอยากรูเ้ รอื่ งศลิ ปินระดับโลก/ศลิ ปินของไทย E=การเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดเ้ ล่า -E-book “เรยี นรงู ้ าน
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attributes) -ผลงานของศลิ ปิน ระดบั โลกคนอนื่ ๆ ทม่ี ชี อื่ เสยี ง คนไหนอกี บา้ ง ?/ตอ้ งการแลกเปลย่ี นเรยี นรู ้ กับผลงานศลิ ปินท่ี ประสบการณ์หรอื แสดงความคดิ เหน็ จะเป็ น ทัศนศลิ ป์ ของศลิ ปิน”
1.คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางฯ ประทบั ใจ ขอ้ มูลในการประเมนิ ดา้ นความแตกต่าง ใหเ้ รยี นรเู ้ พมิ่ เตมิ
-ใฝ่ เรยี นรู ้ เพม่ิ เตมิ เชน่ ดาวนิ ชี ปีกัสโซ และไมเคลิ แอง R=นักเรยี นเลา่ /นาเสนอศลิ ปินทตี่ นเองชนื่ ชอบ ระหวา่ งบคุ คล -เว็ปไซตท์ างการศกึ ษา
เจโล และศลิ ปินแหง่ ชาตขิ องไทยในสาขา S=ร่วมวเิ คราะหใ์ หข้ อ้ มลู เพมิ่ เตมิ กรณี
ทัศนศลิ ป์ L=แลกเปลยี่ นเรยี นรู ้ เพอ่ื สรา้ งแรงบนั ดาลใจ นักเรยี นมขี อ้ สงสยั
15 -สรา้ งแรงบนั ดาลใจ Q=นักเรยี นไดแ้ รงบนั ดาลใจอยา่ งไร ? หรอื เกดิ ขอ้ คาถาม ขอ้ E=การตอบคาถามของนักเรยี นและผลลพั ธ์ -คลบิ วดี โิ อ https://
การ อ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น ใหน้ ักเรยี นเกดิ ความใฝ่ เรยี นรู ้ โดยใหช้ มคลปิ วดี โิ อ สงสยั อะไรบา้ ง ระหวา่ งศลิ ปะ กบั วทิ ยาศาสตร์ การเรยี นรู ้ www.youtube.
L=คาถาม มมุ มองทแ่ี ตกตา่ ง ความคดิ โตแ้ ยง้ คณุ ค่าทซี่ อ่ นอยู่ com/watch?v=
การอา่ น การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น “สมมตฐิ าน วาระสดุ ทา้ ย S=รว่ มวเิ คราะหใ์ หข้ อ้ มลู เพม่ิ เตมิ กรณี DHe9Q0woAaM
และแรงบนั ดาลใจ นกั เรยี นมขี อ้ สงสยั -Forced connection
ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ของ 'แวนโกะ๊ ”
R=ความนา่ สนใจของคาถาม /ผลลพั ธก์ ารเรยี นรทู ้ ี่ นร.เขยี น
ความสามารถในการคดิ -เขยี นวเิ คราะหผ์ ลลพั ธก์ ารเรยี นรู ้
กิจกรรมการเรียนรู้
-Pedagogy and
1. ใชร้ ูปแบบการเรยี นรหู ้ อ้ งเรยี นศลิ ปะ KID-D
Rubric Form
ขนั้ ที่ 1 Discussion & Inspiratio แลกเปลย่ี นเรยี นรสู ้ รา้ งแรงบันดาลใจ
10 ถอดบทเรยี น reflect: Q1= I learn อะไรบา้ ง ? ทฉ่ี ันไดเ้ รยี นรู ้ ในวันนี้ E=เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดม้ สี ว่ นร่วมประเมนิ -ประเมนิ ผล Linear
2.จดั กระบวนการเรยี นรแู ้ บบ Active Learning ·เพอื่ ทักษะกระบวนการคดิ -I learn - I like -I wish I- wonder
วเิ คราะห์ -สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมร่วมกัน Q2= I like –ฉันชอบ อะไร ? ในคาบนี้ ตนเอง ดา้ นความใฝ่ เรยี นรู ้
-แนะนาการเรยี นรใู ้ นชวั่ โมงต่อไป Q3= I wish –ฉันคาดหวังในคาบต่อไป...คอื อะไร?
3.สรา้ งแรงบันดาลใจ ดว้ ยการ ชมคลปิ วดี โิ อ “สมมตฐิ าน วาระสดุ ทา้ ย Q4= I wonder – สง่ิ ทฉี่ ันสงสยั ...? ในคาบเรยี นน้ี S=ครูสรุปผลการเรยี นรแู ้ ละแนะนาการเรยี นรู ้ -reflect: exit slip
ของ 'แวนโก๊ะ L=สรุปและประเมนิ ผลกจิ กรรมรว่ มกัน
4.เขยี นผลลพั ธก์ ารเรยี นรู ้ และประเมนิ ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ R=มสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรยี นอย่างเป็ นธรรมชาติ ในชว่ั โมงตอ่ ไป
กระตอื รอื รน้ แสดงออกถงึ ความใฝ่ เรยี นรแู ้ ละ
โรงเรยี นบญุ วาทยว์ ิทยาลัย
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศึกษา “เรยี นรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ” 1
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
วัดทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์
ใหน้ กั เรยี นวาดภาพลายเสน้ ทก่ี าหนด ไดม้ ากทส่ี ดุ
(เวลา 5 นาท)ี ใหน้ กั เรยี นาตวั อยา่ งภาพลายเสน้
มาจดั องคป์ ระกอบสรา้ งสรรคเ์ ป็ นผลงานศลิ ปะ (เวลา 5 นาท)ี
คาแนะนา วำดภำพอย่ำงมีควำมสขุ ด้วยควำมซ่อื สตั ย์ตอ่ ตนเอง
คาแนะนา วำดภำพอย่ำงมีควำมสขุ ด้วยควำมซื่อสตั ยต์ อ่ ตนเอง
โรงเรยี นบุญวาทย์วทิ ยาลยั
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู ู้สอน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5
ชมคลปิ วีดิโอ “สมมติฐาน วาระสุดทา้ ยของ 'แวนโก๊ะ
https://www.youtube.
com/watch?v
=DHe9Q0woAaM
เขียนวิเคราะห์ผลลัพธก์ ารเรยี นรู้
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศิลปศึกษา “เรียนรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
ศลิ ปศึกษา “เรยี นรงู้ านทศั นศิลปข์ องศลิ ปนิ ”
ศ32101
ครูผูส้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
https://www.youtube.com/watch?v=OKOPA5fDvOs
ศิลปศกึ ษา “ออกแบบงานทศั นศิลป์ดว้ ยเทคนคิ สีน้า” 2
ศ32101
ครูผู้สอน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
สาระ:มาตรฐานการเรยี นรู้ DisiGn ออกแบบการเรยี นรูด้ ว้ ยความรว่ มมือ
สาระ : ทัศนศิลปะ เปา้ หมาย 1.นักเรยี นรู้สึกต่นื เตน้ สนกุ สนำนเพลดิ เพลินกับกำรได้ลงมอื สมั ผัสเทคนคิ สีน้ำ
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คณุ ค่างานทศั นศลิ ป์ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การ
ถา่ ยทอดความรสู ้ กึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่างอสิ ระ
ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน เวลา กจิ กรรมและเนอ้ื หาการเรยี นรู้ Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนุนจากครู
นาท ี่
ตัวชี้วดั คาบเรยี นท่ี 2 L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู สอน/
ศ 1.1 ม.4-6/4 มที ักษะและเทคนคิ ในการใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์และ
กระบวนการทสี่ งู ขนึ้ ในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น เครอื่ งมอื
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด 1.ทักทายนักเรยี น และตรวเช็คยชอ่ื นักเรยี น Q=ถามถงึ สงิ่ ทเี่ คยเรยี นมา เพอ่ื ตรวจสอบพนื้ ฐานและ S1=ใชค้ าถามนาเพอ่ื กระตนุ ้ ความสนใจใฝ่ -หอ้ งเรยี น
พรอ้ มแนะนาวัสดุ อปุ กรณ์ ทจ่ี ะใชใ้ นการปฏบิ ัติ ประสบการณก์ ารเรยี นศลิ ปะ เรยี นรู ้ ศลิ ปะ
กระบวนการสรา้ งสรรค์ สามารถแสดงออก กจิ กรรม และการจดั เกบ็ เมอ่ื หมดคาบเรยี นแลว้ R=จาได ้ วา่ เรยี นอะไรมาบา้ ง S2=นัดหมายการเรยี นซอ่ มเสรมิ สาหรบั -แผนการเรยี นรู ้
ไดห้ ลายวธิ กี ารดงั นี้
การสรา้ งสรรคแ์ บบรปู ธรรม (Realistic)การสรา้ งสรรคก์ ง่ึ นามธรรม 2.แจง้ เป้าหมายการเรยี นรู ้ ในคาบเรยี นน้ี Q=ถามถงึ สง่ิ ทกี่ าลังจะไดเ้ รยี นรู ้ เพอ่ื ตรวจสอบวา่ นักเรยี นทข่ี าดเรยี นในคาบทผี่ า่ นมา
(Semi Abstract)การสรา้ งสรรคน์ ามธรรม (Abstract) ประเภท
ความคดิ สรา้ งสรรคค์ วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ บง่ ออกเป็น 3 ประเภท 5 “นักเรยี นรสู ้ กึ ตน่ื เตน้ สนกุ สนานเพลดิ เพลนิ กับ ทักษะพนื้ ฐานและขอ้ มลู ผเู ้ รยี น E=สังเกตจานวนนักเรยี นทก่ี ารตอบคาถาม
ไดแ้ ก่ ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความคดิ (Creative in thinking) 10
ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความงาม(Creative in beauty) ความคดิ 20 การไดล้ งมอื สัมผัสเทคนคิ สนี ้า” ของนักเรยี น ทาใหร้ วู ้ า่ นักเรยี น มพี นื้ ฐานและ
สรา้ งสรรคท์ างประโยชนใ์ ชส้ อย (Creative in function) เป็ นตน้
คณุ สมบตั ขิ องผทู ้ มี่ คี วามคดิ สรา้ งสรรคเ์ ป็ นผทู ้ หี่ ม่ันศกึ ษาหาความรู ้ 3.ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ ตามความสมัครใจ แบง่ ประสบการณ์การเรยี นศลิ ปะ อยใู่ นระดับใด
และประสบการณ์ต่างๆ อยเู่ สมอ กลา้ คดิ กลา้ ทาอย่างมกี ระบวนการ
เป็ นนักแกป้ ัญหา ชอบสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหมท่ แ่ี ปลกแหวกแนว ไม่ หนา้ ทจี่ ดั เตรยี มและจดั เกบ็ วัสดุ อปุ กรณ์ใน
เหมอื นผูอ้ น่ื การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะมกี ระบวนการหรอื ขนั้ ตอน
ตามลาดบั ดังนกี้ ารรบั รู ้ (Perception) ประสบการณ์ (Experience) การระบายสนี ้า ตามทตี่ กลงกนั ไว ้
จนิ ตนาการ (Imagination)
4.อธบิ ายขัน้ ตอนและหลักการใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ Q=นักเรยี นมคี วามเขา้ ใจ ลาดับขัน้ ตอนและจะสามารถ EE=การตอบคาถามของนักเรยี นเพอ่ื สารวจ -อปุ กรณ์ระบาย
ความรู้ (Knowledge)
-กระบวนการสรา้ งสรรค์ งานทศั นศลิ ป์ 5. สรา้ งแรงบันดาลใจ โดยครสู าธติ เทคนคิ สี ปฏบิ ตั งิ านตามขัน้ ตอนได ้ มากกวา่ 75 % ? (ทาได/้ ทา ความพรอ้ มและความสนใจ สนี ้า
น้าใหน้ ักเรยี นชม ไมไ่ ด)้ S=ใหน้ ักเรยี นไดถ้ ามกอ่ นลงมอื ทางาน
R= สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้
L=นักเรยี นทุกคนไดเ้ หน็ ขัน้ ตอนการใชเ้ ทคนคิ สนี ้า
6.ลงมอื สมั ผัสเทคนคิ สนี ้า ตามขัน้ ตอนดว้ ย R= กระตอื รอื รน้ สนุกสนาน ตนื่ เตน้ EE=การตอบของนักเรยี นเพอ่ื ดคู วามพรอ้ ม -อปุ กรณ์ระบาย
ความรบั ผดิ ชอบ L=นักเรยี นทกุ คนลงมอื ไดล้ งมอื สมั ผัสเทคนคิ สนี ้า S1=ครเู สรมิ แรง ใหค้ าแนะนักเรยี นทไี่ มค่ อ่ ย สนี ้า
ทกั ษะกระบวนการ(Process) กลา้ ลงสี เพราะกลัวงานเลอะขาดความม่ันใจ
-การคดิ สรา้ งสรรค์
ในทักษะ
S2=ครชู นื่ ชม ผลงานนักเรยี นทก่ี ลา้ คดิ นอก
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attributes) กรอบและมคี วามแปลก ใหม่
1.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลักสตู รแกนกลางฯ
–มุง่ มั่นในการทางาน 10 7.ปรับปรงุ พัฒนา สะทอ้ นผลการปฏบิ ัตงิ าน Q=นักเรยี นเจอปัญหา /มขี อ้ สงสัยระหวา่ งปฏบิ ตั งิ าน E=การเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดเ้ ลา่ -อปุ กรณร์ ะบาย
5
การ อ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน อะไรบา้ ง ประสบการณ์หรอื แสดงความคดิ เห็น จะเป็ น สนี ้า
การอา่ น การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น
R=นักเรยี นเล่า/นาเสนอผลงานตนเอง ขอ้ มลู ในการประเมนิ ดา้ นความแตกตา่ งระหวา่ ง
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ L=แลกเปลยี่ นเรยี นรู ้ เพอื่ ปรับปรงุ พฒั นาเทคนคิ วธิ กี าร บคุ คล
กจิ กรรมการเรียนรู้ S=รว่ มวเิ คราะหใ์ หข้ อ้ มลู เพมิ่ เตมิ กรณีนักเรยี น
1. ศกึ ษาผลงานทศั นศลิ ป์ ทส่ี รา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนคิ สนี ้า
2. ร่วมกันวางแผนสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้า มขี อ้ สงสัย
บรู ณการกบั แหล่งเรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น 8สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมรว่ มกนั Q=รสู ้ กึ อยา่ งไรบา้ ง กับกจิ กรรมในวนั น้ี E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ มประเมนิ -ประเมนิ ผล
-แนะนาการเรยี นรใู ้ นช่วั โมงต่อไป มคี วามพงิ พอใจในผลงาน ระดับใด ตนเอง Linear
L=สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมรว่ มกัน S=ครสู รปุ ผลการเรยี นรแู ้ ละแนะนาการเรยี นรใู ้ น
R=มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเป็ นธรรมชาติ ช่ัวโมงตอ่ ไป
กระตอื รอื รน้ แสดงออกถงึ ความใฝ่ เรยี นรแู ้ ละ โรงเรียนบญุ วาทยว์ ทิ ยาลยั
มคี วามรบั ผดิ ชอบ สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศกึ ษา “ออกแบบงานทัศนศลิ ปด์ ว้ ยเทคนคิ สีนา้ ” 1
ศ32101
ครผู ู้สอน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
สมั ผัสสนี ำ้
โรงเรียนบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั
สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศกึ ษา ” 1
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5
โรงเรียนบุญวาทย์วทิ ยาลยั
สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
ศิลปศึกษา “ออกแบบงานทศั นศลิ ปด์ ้วยเทคนคิ สนี ้า” 2
ศ32101
ครผู ู้สอน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
สาระ:มาตรฐานการเรยี นรู้ DisiGnออกแบบการเรียนร้ดู ว้ ยความร่วมมือ
2.นักเรยี นร่วมกนั คิดคอนเทนต์(Content) วำงแผนสรำ้ งงำนทัศนศลิ ป์ดว้ ยเทคนคิ สนี ำ้ โดยบูรณกำร
สาระ : ทศั นศิลปะ เปา้ หมาย กับแหล่งเรียนรูส้ วนพฤกษศำสตรโ์ รงเรียน ด้วยควำมชนื่ ชมและเห็นคุณคำ่
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การสอน/
ถา่ ยทอดความรสู ้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ
ชน่ื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เวลา กจิ กรรมและเนอ้ื หาการเรยี นรู้ Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนุนจากครู
นาท ่ี
ตวั ชวี้ ัด คาบเรยี นท่ี 3 L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู เครอ่ื งมอื
ศ 1.1 ม.4-6/4 มที กั ษะและเทคนคิ ในการใชว้ สั ดุอปุ กรณ์และ 5
กระบวนการทส่ี งู ขน้ึ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น
10
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด 1.ทักทาย ตรวจเชค็ ยชอ่ื นักเรยี นทเ่ี ลอื ก Q=ถามถงึ สงิ่ ทเ่ี คยเรยี นมา เพอื่ ตรวจสอบวา่ จาไดห้ รอื ไม่ S1=ใชค้ าถามทเ่ี คยใชใ้ นคาบทเี่ รยี นแลว้ -หอ้ งเรยี นศลิ ปะ
กระบวนการสรา้ งสรรค์ สามารถแสดงออก 20
นั่งตามกลุ่มดว้ ยความสมคั รใจ พรอ้ มกบั R=จาได-้ ลมื แลว้ เพอื่ ตรวจสอบความจาของผเู ้ รยี นหรอื ใช -แผนการเรยี นรู ้
ไดห้ ลายวธิ กี ารดงั น้ี 10
การสรา้ งสรรคแ์ บบรปู ธรรม (Realistic)การสรา้ งสรรคก์ งึ่ นามธรรม 5 ซกั ถามทบทวนกจิ กรรมการเรยี นใน Q=ถามถงึ ความแตกต่างระหวา่ งสง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรู ้ ทบทวนความรู ้
(Semi Abstract)การสรา้ งสรรคน์ ามธรรม (Abstract) ประเภท
ความคดิ สรา้ งสรรคค์ วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ บ่งออกเป็น 3 ประเภท ชัว่ โมงทผ่ี า่ นมา กับการเรยี นกับการเรยี นในครงั้ น้ี S2=นัดหมายการเรยี นซอ่ มเสรมิ สาหรับ
ไดแ้ ก่ ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความคดิ (Creative in thinking)
ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความงาม(Creative in beauty) ความคดิ 2.แจง้ เป้าหมายการเรยี นรู ้ ในคาบเรยี นนี้ R=ลักษณะของสนี ้า-เทคนคิ สนี ้า นักเรยี นทขี่ าดเรยี นในคาบทผ่ี า่ นมา
สรา้ งสรรคท์ างประโยชนใ์ ชส้ อย (Creative in function) เป็ นตน้
คุณสมบัตขิ องผทู ้ มี่ คี วามคดิ สรา้ งสรรคเ์ ป็ นผทู ้ ห่ี ม่ันศกึ ษาหาความรู ้ จะทาใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั คดิ คอนเทนต์ E=สังเกตจานวนนักเรยี นทก่ี ารตอบ
และประสบการณ์ต่างๆ อยเู่ สมอ กลา้ คดิ กลา้ ทาอยา่ งมกี ระบวนการ
เป็ นนกั แกป้ ัญหา ชอบสรา้ งสรรคส์ งิ่ ใหมท่ แ่ี ปลกแหวกแนว ไม่ (Content) วางแผนสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ คาถามของนักเรยี น ทาใหร้ วู ้ า่ นักเรยี น มี
เหมอื นผอู ้ น่ื การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะมกี ระบวนการหรอื ขนั้ ตอน
ตามลาดับ ดังนกี้ ารรบั รู ้ (Perception) ประสบการณ์ (Experience) ดว้ ยเทคนคิ สนี ้าโดยบรู ณการกับแหล่ง พนื้ ฐานและประสบการณ์การเรยี นศลิ ปะ
จนิ ตนาการ (Imagination)
เรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ดว้ ย อยใู่ นระดับใด
ความรู้ (Knowledge)
-กระบวนการสรา้ งสรรค์ งานทศั นศลิ ป์ ความชนื่ ชมและเหน็ คุณค่า
ทักษะกระบวนการ(Process) 4.ครใู ชส้ อ่ื “คอนเทนท์ (Content)” คอื Q=ทาไม ? ตอ้ งสรา้ งคอนเทนทเ์ พอ่ื ออกแบบงานทัศนศลิ ป์ E=-การตอบคาถามของนักเรยี นทาใหร้ ถู ้ งึ -PPT. การสรา้ ง
-การคดิ สรา้ งสรรค์
อะไร ? R= สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้ ตอบคาถาม ระดับการคดิ และประสบการณข์ องนักเรยี น คอนเทนท์
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attributes)
1.คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางฯ L= -ยกตัวอยา่ งผลงานการสรา้ งคอนเทนท์ (Content)ใน S=ใหน้ ักเรยี นไดถ้ ามกอ่ นลงมอื ทางาน (Content)ในงาน
–มงุ่ ม่ันในการทางาน
งานทัศนศลิ ป์ ทัศนศลิ ป์
การ อา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น
การอา่ น การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น 5.นักเรยี นวางแผนทา“คอนเทนท์ Q=นักเรยี นยงั มคี วามคาดหวงั ในเรอ่ื งใดอกี บา้ ง?และยังมี E=การตอบของนักเรยี นเพอ่ื ดคู วามพรอ้ ม -อปุ กรณ์ระบายสี
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน (Content)ในการสรา้ งสรรคง์ าน ความสงสัยอะไรอกี ? S1=ครเู สรมิ แรง ใหค้ าแนะนักเรยี น ใน น้า
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
ทัศนศลิ ป์ ในหัวขอ้ สนี ้าสรา้ งสรรค์ พันธุ์ R=นักเรยี นตัง้ คาถาม /เสนอมมุ มองทแ่ี ตกตา่ ง แสดง กลุม่ ทเ่ี สนอความคดิ ยงั ไมค่ ่อยน่าสนใจที่ -FILA MAP
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ศกึ ษาผลงานทศั นศลิ ป์ ทสี่ รา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนคิ สนี ้า พฤกษา ตามความถนัดและความสนใจ ความคดิ โตแ้ ยง้ ชใี้ หเ้ หน็ คณุ ค่าทซี่ อ่ นอยู่ ไมค่ อ่ ย
2. รว่ มกนั วางแผนสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้า
สนใจ L=หลกั การสาคญั ของการคดิ คอนเทนต์ S2=ครชู น่ื ชม ผลงานนักเรยี นทก่ี ลา้ คดิ
บูรณการกับแหลง่ เรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
นอกกรอบและมคี วามแปลก ใหม่
7. นักเรยี นนาเสนอแนวคดิ การสรา้ ง Q=นักเรยี นเจอปัญหา /มขี อ้ สงสัยระหวา่ งปฏบิ ตั งิ าน E=การเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดเ้ ลา่ -อปุ กรณ์ระบายสี
“คอนเทนท์ (Content) อะไรบา้ ง ประสบการณห์ รอื แสดงความคดิ เหน็ น้า
R=นักเรยี นเล่า/นาเสนอผลงานกลุ่ม S=รว่ มวเิ คราะหใ์ หข้ อ้ มลู เพมิ่ เตมิ กรณี -FILA MAP
L=แลกเปลยี่ นเรยี นรู ้ สะทอ้ นแนวคดิ เพอื่ ปรบั ปรงุ พัฒนา นักเรยี นมขี อ้ สงสยั
8สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมรว่ มกนั Q=รสู ้ กึ อยา่ งไรบา้ ง กับกจิ กรรมในวันน้ี E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ ม -ประเมนิ ผล
-แนะนาการเรยี นรใู ้ นชวั่ โมงต่อไป ประเมนิ ตนเอง Linear
มคี วามพงิ พอใจในผลงาน ระดับใด S=ครสู รปุ ผลการเรยี นรแู ้ ละแนะนาการ
นักเรยี นสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง? เรยี นรใู ้ นช่ัวโมงตอ่ ไป ในเรอื่ งทเ่ี รยี นนี้ มี
L=สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมกลุ่มรว่ มกัน อะไรทน่ี ักเรยี นอยากรเู ้ พม่ิ เตมิ อกี
R=มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเป็ นธรรมชาติ
กระตอื รอื รน้ แสดงออกถงึ ความใฝ่ เรยี นรแู ้ ละ โรงเรียนบญุ วาทยว์ ทิ ยาลยั
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
มคี วามรบั ผดิ ชอบ
ศิลปศึกษา “ออกแบบงานทัศนศลิ ป์ดว้ ยเทคนิคสนี า้ ” 2
ศ32101
ครูผู้สอน นางสบนั นา มหาวรรณ์
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนบญุ วาทย์วิทยาลัย
สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศึกษา “ออกแบบงานทศั นศลิ ปด์ ว้ ยเทคนคิ สีน้า” 2
ศ32101
ครูผ้สู อน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
1.ขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จรงิ ชื่อผลงาน
สีน้าสรา้ งสรรค์ (Facts)
พันธพ์ุ ฤกษา )
2.แนวคดิ สรา้ งนวตั กรรม สงิ่ ที่อยากรู้ แผนปฏิบตั กิ าร
(Innovation Ideas) (Learning issues) (Action plans)
........................................................................... sketch ตวั อย่างผลงาน )
...........................................................................
........................................................................... สมาชิก/บทบาทความรบั ผดิ ชอบ
........................................................................... .........................................................
........................................................................... .........................................................
........................................................................... .........................................................
........................................................................... .........................................................
........................................................................... .........................................................
.......................................................................... .........................................................
.........................................................
.........................................................
.........................................................
.........................................................
.........................................................
.........................................................
.........................................................
โรงเรียนบญุ วาทย์วิทยาลยั
สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
ศิลปศกึ ษา “สีน้ำสรำ้ งสรรค์ พนั ธุ์พฤกษำ” 3
ศ32101
ครผู ู้สอน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
Doingลงมอื ปฏิบตั ิดว้ ยความรับผดิ ชอบ
สาระ:มาตรฐานการเรียนรู้
เปา้ หมาย 2.นักเรยี นร่วมกนั สร้ำงงำนทัศนศลิ ป์ดว้ ยเทคนิคสนี ้ำโดยบูรณกำรกับแหลง่ เรียนรู้สวนพฤกษศำสตร์
สาระ : ทัศนศลิ ปะ โรงเรยี น ดว้ ยควำมชนื่ ชมและเหน็ คณุ ค่ำ
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คณุ คา่ งานทศั นศลิ ป์ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การสอน/
ถา่ ยทอดความรูส้ กึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอย่างอสิ ระ
ชน่ื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เวลา กจิ กรรมและเนอื้ หาการเรยี นรู้ Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนุนจากครู
นาท ่ี
ตัวชี้วัด คาบเรยี นที่ 4 L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู เครอ่ื งมอื
ศ 1.1 ม.4-6/4 มที ักษะและเทคนคิ ในการใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์และ 5
กระบวนการทสี่ งู ขน้ึ ในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น
5
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด 1.ทักทาย ตรวจเชค็ ยชอ่ื นักเรยี นทเ่ี ลอื กน่ังตาม Q=ถามถงึ สงิ่ ทเี่ คยเรยี นมา เพอื่ ตรวจสอบวา่ จา S1=ใชค้ าถามทเ่ี คยใชใ้ นคาบทเี่ รยี นแลว้ -หอ้ งเรยี นศลิ ปะ
กระบวนการสรา้ งสรรค์ สามารถแสดงออก
กลมุ่ ดว้ ยความสมคั รใจ พรอ้ มกับซักถาม ไดห้ รอื ไม่ เพอ่ื ตรวจสอบความจาของผเู ้ รยี นหรอื ใช -แผนการเรยี นรู ้
ไดห้ ลายวธิ กี ารดังนี้ ทบทวนกจิ กรรมการเรยี นในชวั่ โมงทผี่ า่ นมา R=จาได-้ ลมื แลว้ ทบทวนความรู ้
การสรา้ งสรรคแ์ บบรปู ธรรม (Realistic)การสรา้ งสรรคก์ ง่ึ นามธรรม
(Semi Abstract)การสรา้ งสรรคน์ ามธรรม (Abstract) ประเภท 2.แจง้ เป้าหมายการเรยี นรู ้ ในคาบเรยี นนี้ Q=ถามถงึ ความแตกต่างระหวา่ งสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรู ้ S2=นัดหมายการเรยี นซอ่ มเสรมิ สาหรบั
ความคดิ สรา้ งสรรคค์ วามคดิ สรา้ งสรรคแ์ บ่งออกเป็น 3 ประเภท
ไดแ้ ก่ ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความคดิ (Creative in thinking) นักเรยี นรว่ มกนั สรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สี กับการเรยี นกับการเรยี นในครงั้ น้ี นักเรยี นทข่ี าดเรยี นในคาบทผี่ า่ นมา
ความคดิ สรา้ งสรรคท์ างความงาม(Creative in beauty) ความคดิ
สรา้ งสรรคท์ างประโยชนใ์ ชส้ อย (Creative in function) เป็ นตน้ น้าโดยบรู ณการกับแหล่งเรยี นรสู ้ วน E=สงั เกตจานวนนักเรยี นทก่ี ารตอบ
คณุ สมบตั ขิ องผทู ้ ม่ี คี วามคดิ สรา้ งสรรคเ์ ป็ นผทู ้ หี่ มั่นศกึ ษาหาความรู ้
และประสบการณ์ต่างๆ อยูเ่ สมอ กลา้ คดิ กลา้ ทาอยา่ งมกี ระบวนการ พฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ดว้ ยความชนื่ ชมและ คาถามของนักเรยี น ทาใหร้ วู ้ า่ นักเรยี น มี
เป็ นนักแกป้ ัญหา ชอบสรา้ งสรรคส์ งิ่ ใหม่ทแ่ี ปลกแหวกแนว ไม่ เหน็ คณุ คา่ พนื้ ฐานและประสบการณ์การเรยี นศลิ ปะ
เหมอื นผอู ้ นื่ การสรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะมกี ระบวนการหรอื ขนั้ ตอน
ตามลาดบั ดังนก้ี ารรับรู ้ (Perception) ประสบการณ์ (Experience) 4.ใหน้ ักเรยี นไดช้ ม“ตัวอยา่ งการสรา้ งสรรคง์ าน Q=รสู ้ กึ อยา่ งไรบา้ ง ?ทไี่ ดช้ มตัวอยา่ ง อยใู่ นระดับใด
จนิ ตนาการ (Imagination) E=-การตอบคาถามของนักเรยี นทาใหร้ ถู ้ งึ -PPT. ตัวอยา่ งงาน
ความรู้ (Knowledge) ทัศนศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้าในรปู แบบตา่ งๆ เพอ่ื R= สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้ ตอบคาถาม ระดับการคดิ และประสบการณข์ องนักเรยี น ทัศนศลิ ป์
-กระบวนการสรา้ งสรรค์ งานทศั นศลิ ป์
สรา้ งแรงบนั ดาลใจ L= เรยี นรจู ้ ากตัวอยา่ งผลงานงานทัศนศลิ ป์ S=ใหน้ ักเรยี นไดถ้ ามกอ่ นลงมอื ทางาน
ทักษะกระบวนการ(Process)
-การคดิ สรา้ งสรรค์ 35 5.นักเรยี นรว่ มกันสรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ใน Q=นักเรยี นยังมคี วามคาดหวังในเรอื่ งใดอกี บา้ ง?E=การตอบของนักเรยี นเพอื่ ดคู วามพรอ้ ม -อปุ กรณร์ ะบายสนี ้า
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attributes) หัวขอ้ สนี ้าสรา้ งสรรค์ พนั ธพุ์ ฤกษา ตามทไี่ ด ้ R= สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้ S=ครเู สรมิ แรง ใหค้ าแนะนาในระหวา่ งท่ี -FILA MAP
1.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลักสตู รแกนกลางฯ
–ม่งุ มัน่ ในการทางาน วางแผนใน -FILA MAP L=รว่ มมอื กนั สรา้ งสรรคผ์ ลงานดว้ ยความ นักเรยี นปฎบิ ัตงิ าน
การ อา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี น รับผดิ ชอบ
การอ่าน การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น
5 6.สรปุ กจิ กรรมรว่ มกัน และแนะนาการเรยี นรใู ้ น Q=คาดวา่ งานกลุ่มสาเรจ็ กเี่ ปอรเ์ ซนต?์ E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ ม -ประเมนิ ผล
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน แสดงความคดิ เหน็ เพอ่ื ปรบั ปรงุ ผลงาน
ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ชัว่ โมงตอ่ ไป L=สรปุ กจิ กรรมกลุ่มรว่ มกนั S=ครสู รปุ ผลโดยภาพรวมแนะนาการ Pedagogy and Rubric
R=มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเป็ น เรยี นรใู ้ นชวั่ โมงตอ่ ไป..ใหเ้ วลาปรบั ปรงุ Form
กิจกรรมการเรียนรู้ งาน พรอ้ มประเมนิ งานกลมุ่
1. ศกึ ษาผลงานทศั นศลิ ป์ ทส่ี รา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนคิ สนี ้า ธรรมชาตกิ ระตอื รอื รน้ แสดงออกถงึ ความใฝ่
2. รว่ มกนั วางแผนสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้า เรยี นรแู ้ ละมคี วามรับผดิ ชอบ=รสู ้ กึ อยา่ งไรบา้ ง
บูรณการกบั แหลง่ เรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น กบั กจิ กรรมในวนั น้ี
โรงเรยี นบุญวาทยว์ ทิ ยาลยั
สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
ศลิ ปศกึ ษา “สีน้ำสรำ้ งสรรค์ พันธุ์พฤกษำ” 4
ศ32101
ครผู สู้ อน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
สาระ:มาตรฐานการเรียนรู้ Displa นาเสนอผลการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
yเปา้ หมาย 1. รว่ มกันนำเสนอผลงำน ประเมินและวิจำรณ์ผลงำนทศั นศิลป์และผลกำรเรียนร้ไู ดด้ ว้ ยตนเอง
สาระ : ทศั นศลิ ปะ
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอ่ื การสอน/
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คุณคา่ งานทัศนศลิ ป์
ถา่ ยทอดความรสู ้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอย่างอสิ ระ เวลา กจิ กรรมและเนอ้ื หาการเรยี นรู้ Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนุนจากครู
ชน่ื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน นาท ่ี
คาบเรยี นที่ 5 L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู เครอื่ งมอื
ตวั ชว้ี ดั 5
ศ 1.1 ม.4-6/8ประเมนิ และวจิ ารณง์ านทศั นศลิ ป์ โดยใชท้ ฤษฎกี าร 30 R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น
วจิ ารณศ์ ลิ ปะ
10 1.ทักทาย ตรวจเช็คยชอ่ื นักเรยี นทเ่ี ลอื ก Q=ถามถงึ สง่ิ ทเี่ คยเรยี นมา เพอ่ื ตรวจสอบวา่ S=ใชค้ าถามทเ่ี คยใชใ้ นคาบทเี่ รยี นแลว้ -หอ้ งเรยี นศลิ ปะ
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด 5
การประเมนิ งานศลิ ปะ หมายถงึ การสรา้ งหลักเกณฑ์ นั่งตามกลุ่มพรอ้ มกับซกั ถามทบทวน แต่ละกลุ่ม พรอ้ มหรอื ไม่ เพอื่ ตรวจสอบความจาของผเู ้ รยี น/ทบทวน -แผนการเรยี นรู ้
กจิ กรรมการเรยี นในชวั่ โมงทผี่ า่ นมา
เพอ่ื ประเมนิ ผลงานศลิ ปะใหเ้ กดิ ความเทย่ี งธรรม เป็ นการรวบรวม R=พรอ้ มนาเสนอ –ขอเวลาเตรยี มความพรอ้ ม ความรู ้
ขอ้ มลู มาประกอบพจิ ารณาในทุก ๆ ดา้ นเพอ่ื การตัดสนิ ใจ การ
ประเมนิ มคี วามสาคญั มากและมผี ลกระทบโดยตรงต่อนกั เรยี นหรอื 2.แจง้ เป้าหมายการเรยี นรู ้ ในคาบเรยี นนี้ E=สงั เกตความพรอ้ มของแตล่ ะกลมุ่
ศลิ ปินผูส้ รา้ งสรรคผ์ ลงาน จงึ ควรดาเนนิ การดว้ ยความรอบคอบใช ้ นักเรยี นรว่ มกนั นาเสนองานทัศนศลิ ป์
หลกั วชิ ามาประกอบ และมคี วามยตุ ธิ รรมอย่างทว่ั ถงึ ซง่ึ โดยท่ัวไป
การประเมนิ คณุ ค่าของงานทศั นศลิ ป์ จะพจิ ารณาจาก 3 ดา้ น และประเมนิ ผลผลการเรยี นรไู ้ ดด้ ว้ ย
ไดแ้ กด่ า้ นความงาม ดา้ นเนอ้ื หาสาระ และดา้ นอารมณค์ วามรูส้ กึ
ตนเอง S=ชน่ื ชมการนาเสนองานของนักเรยี น -ผลงานทัศนศลิ ป์ ของ
การวจิ ารณง์ านศลิ ปะ หมายถงึ การแสดงความ 3.ใหน้ ักเรยี นไดร้ ว่ มกันนาเสนอผลงาน Q1=เราจะใชเ้ กณฑ/์ เหตผุ ลอะไรบา้ ง
คดิ เหน็ ทมี่ ผี ลตอ่ ผลงานศลิ ปะอย่างมหี ลกั การ เพอ่ื แสดงความชน่ื
ชมและปรับปรงุ พฒั นาผลงาน ตลอดจนใหส้ ามารถประเมนิ ค่า กลมุ่ สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ในหวั ขอ้ สี มาตัดสนิ ผลงานศลิ ปะ? นักเรยี น
ผลงานไดด้ ว้ ยความเทยี่ งธรรม การวจิ ารณ์มที งั้ หลักการวจิ ารณ์ซง่ึ
เป็ นมาตรฐานสากล และการวจิ ารณ์ดว้ ยเหตผุ ลรสนยิ มและทัศนคติ น้าสรา้ งสรรค์ พันธุพ์ ฤกษา กล่มุ ละไม่ Q2=กระบวนการทางานกลุ่มในจดุ ไหนทสี่ ะทอ้ ง
สว่ นตัว
เกนิ 5 นาที ถงึ “ความพอเพยี ง”?
ความรู้ (Knowledge)
- การประเมนิ และวจิ ารณง์ านทศั นศลิ ป์ (6 กลุม่ ) R=สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้ คดิ แกป้ ัญหา
ทกั ษะกระบวนการ(Process) L=การนาเสนอผลงาน
-การคดิ อย่างมเี หตุผล
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attributes) 4.ประเมนิ และวจิ ารณ์ผลงานสรา้ งสรรค์ Q=เราประเมนิ และวจิ ารณ์ผลงาน เพอ่ื อะไร E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ ม -ประเมนิ ผล Spidergram
1.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางฯ L=มสี ว่ นรว่ มในการออกแบบเกณฑก์ ารประเมนิ ประเมนิ ตนเองดว้ ยความซอื่ สตั ย์
ขอ้ 2.ซอื่ สตั ย์ ขอ้ 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง งานทัศนศลิ ป์ S=ครเู สรมิ แรงชนื่ ชมในผลงานกลุ่มของ
นักเรยี น เพอื่ นาไปต่อยอกการเรยี นรู ้
การ อ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น R=มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเป็ น
การอา่ น การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น ธรรมชาตแิ ละมคี วามรบั ผดิ ชอบ
ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น 5.สรปุ กจิ กรรมรว่ มกนั แนะนาการเรยี นรใู ้ น Q=รสู ้ กึ อยา่ งไรบา้ ง กับกจิ กรรมในวนั นี้ E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ มในการ --reflect: exit slip
การแกป้ ัญหา แสดงความคดิ เหน็
ชัว่ โมงตอ่ ไป มคี วามพงิ พอใจในผลงาน ระดับใด S=ครสู รปุ ผลการเรยี นรแู ้ ละแนะนาการเรยี นรู ้
กิจกรรมการเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งไร ในช่วั โมงต่อไป ในเรอ่ื งทเ่ี รยี นนี้ มอี ะไรท่ี
1. ศกึ ษาผลงานทศั นศลิ ป์ ทสี่ รา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนคิ สนี ้า บา้ ง? นักเรยี นอยากรเู ้ พมิ่ เตมิ อกี
2. รว่ มกันวางแผนสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้า L=สรปุ และประเมนิ ผลกจิ กรรมกลุ่มรว่ มกัน
บูรณการกับแหล่งเรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น R=มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นรกู ้ ระตอื รอื รน้
แสดงออกถงึ ความใฝ่ เรยี นรแู ้ ละ
มคี วามรับผดิ ชอบ
โรงเรียนบุญวาทยว์ ิทยาลยั
สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา ลาปาง ลาพนู
ศลิ ปศกึ ษา “สีน้ำสรำ้ งสรรค์ พันธุ์พฤกษำ” 5
ศ32101
ครผู ู้สอน นางสบันนา มหาวรรณ์
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5
สาระ:มาตรฐานการเรยี นรู้ Destination ตอ่ ยอดการเรียนรู้
สาระ : ทศั นศลิ ปะ เปา้ หมาย 2. เรยี นรNู้ FT Art บนโลกดิจทิ ัล
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ตามจนิ ตนาการ และ
ความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์คุณค่างานทศั นศลิ ป์ กจิ กรรมและเนอื้ หาการ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอื่ การสอน/
ถา่ ยทอดความรูส้ กึ ความคดิ ต่องานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ เรยี นรู้ เครอื่ งมอื
ชน่ื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั เวลา Q=การถามคาถามของครู S=การสนบั สนนุ จากครู
นาท ี่ คาบเรยี นท่ี 6 -หอ้ งเรยี นศลิ ปะ
ตวั ชีว้ ดั L=การเรยี นการสอน E=การประเมนิ ผลของครู -แผนการเรยี นรู ้
ศ 1.1 ม.4-6/8ประเมนิ และวจิ ารณง์ านทศั นศลิ ป์ โดยใชท้ ฤษฎกี าร 5
วจิ ารณศ์ ลิ ปะ 10 R=ปฏกิ ริ ยิ าของนกั เรยี น -นักเรยี น
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด 1.ทักทาย ตรวจเช็คยชอ่ื นักเรยี นทเ่ี ลอื ก Q=ถาม มใี ครรจู ้ กั NFT บา้ ง S=ใชค้ าถามนาเพอ่ื ตรวจสอบความรใู ้ หม่
การประเมนิ งานศลิ ปะ หมายถงึ การสรา้ งหลักเกณฑ์
นั่งตามกล่มุ พรอ้ มกบั ซกั ถามทบทวน R=ร-ู ้ /ไมร่ จู ้ ัก E=สงั เกตความสนใจของแต่ละคน
เพอื่ ประเมนิ ผลงานศลิ ปะใหเ้ กดิ ความเทยี่ งธรรม เป็ นการรวบรวม
ขอ้ มูลมาประกอบพจิ ารณาในทุก ๆ ดา้ นเพอื่ การตดั สนิ ใจ การ กจิ กรรมการเรยี นในชวั่ โมงทผ่ี า่ นมา
ประเมนิ มคี วามสาคญั มากและมผี ลกระทบโดยตรงต่อนักเรยี นหรอื
ศลิ ปินผูส้ รา้ งสรรคผ์ ลงาน จงึ ควรดาเนนิ การดว้ ยความรอบคอบใช ้ 2.แจง้ เป้าหมายการเรยี นรู ้ ในคาบเรยี นนี้
หลกั วชิ ามาประกอบ และมคี วามยตุ ธิ รรมอยา่ งทัว่ ถงึ ซงึ่ โดยทว่ั ไป
การประเมนิ คุณคา่ ของงานทศั นศลิ ป์ จะพจิ ารณาจาก 3 ดา้ น นักเรยี นเรยี นรเู ้ รอื่ ง NFT Art บนโลก
ไดแ้ กด่ า้ นความงาม ดา้ นเนอ้ื หาสาระ และดา้ นอารมณ์ความรูส้ กึ
ดจิ ทิ ัล
การวจิ ารณ์งานศลิ ปะ หมายถงึ การแสดงความ
คดิ เหน็ ทมี่ ผี ลตอ่ ผลงานศลิ ปะอย่างมหี ลกั การ เพอื่ แสดงความชน่ื 3.ใหน้ ักเรยี นท่ี รจู ้ ักเล่าประสบการณ/์ Q=ใครจะชว่ ยเล่าประสบการณ์/รว่ ม S=ชน่ื ชมตัวแทน นร.ทอี่ อกมาเลา่
ชมและปรบั ปรงุ พัฒนาผลงาน ตลอดจนใหส้ ามารถประเมนิ คา่
ผลงานไดด้ ว้ ยความเทย่ี งธรรม การวจิ ารณม์ ที งั้ หลกั การวจิ ารณ์ซง่ึ รว่ มแลกเปลย่ี นเรยี นรเู ้ รอ่ื ง NFT Art บน แลกเปลยี่ นเรยี นร?ู ้ ประสบการณ์/รว่ มแลกเปลยี่ นเรยี นรเู ้ รอ่ื ง
เป็ นมาตรฐานสากล และการวจิ ารณ์ดว้ ยเหตุผลรสนยิ มและทัศนคติ
สว่ นตวั โลกดจิ ทิ ัล R=สนใจ ตัง้ ใจ กระตอื รอื รน้ มคี าถาม NFT Art บนโลกดจิ ทิ ัล
ความรู้ (Knowledge) L=การแลกเปลย่ี นเรยี นรู ้
- การประเมนิ และวจิ ารณ์งานทศั นศลิ ป์
10 ชมคลปิ สอื่ การสอน NFT Art คอื อะไร? L=ชมคลปิ สอ่ื การสอน - คลปิ การสอน NFT Art
ทกั ษะกระบวนการ(Process)
-การคดิ อย่างมเี หตุผล คอื อะไร?
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attributes)
1.คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รแกนกลางฯ 25 5.แชรไ์ อเดยี /คอนเทนต์ เพอ่ื ต่อยอด Q=นักเรยี นจะนาความรู ้ ทักษะ ประสบการณ์ท่ี E=เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดม้ สี ว่ นรว่ มใน Reminding Quest
ขอ้ 2.ซอ่ื สตั ย์ ขอ้ 5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ไดร้ บั ไปต่อยอดการเรยี นรู ้ ในรปู NFT Art ได ้ การแสดงความคดิ เห็น
การเรยี นรู ้ S=ครสู รปุ ผลการเรยี นรใู ้ หค้ าแนะนาในการ
การ อ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น ต่อยอดการเรยี นรใู ้ นภาคเรยี นที่ 2 และปิด
การอ่าน การคดิ วเิ คราะห์ การเขยี น หรอื ไมไ่ ด ้ อยา่ งไร บทเรยี น
L=เขยี นผลลัพธก์ ารเรยี นรู ้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน R=รว่ มแชรไ์ อเดยี /คอนเทนต์ ทนี่ า่ สนใจ
การแกป้ ัญหา
โรงเรยี นบุญวาทย์วทิ ยาลยั
กิจกรรมการเรียนรู้ สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา ลาปาง ลาพูน
1. ศกึ ษาผลงานทัศนศลิ ป์ ทสี่ รา้ งสรรคด์ ว้ ยเทคนคิ สนี ้า
2. รว่ มกนั วางแผนสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ดว้ ยเทคนคิ สนี ้า
บูรณการกับแหลง่ เรยี นรสู ้ วนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น