ประวัติศาสตร์ไทยก่อน
การปฏิรูปการปกครอง
ในสมัยรัชกาลที่ 5
ประเด็นสำคัญของ
ประวัติศาสตร์ไทย
แนวคิดเกี่ยวกับความเป็น อาณาจักรโบราณในดิน
มาของชนชาติไทย แดนไทยและอิทธิพลที่มีต่อ
ปัจจัยที่มีผลต่อการ สังคมไทย
สถาปนา อาณาจักรไทยในช่วงเวลา
ต่างๆ
สาเหตุและผลของการปฏิรูป การเลิกทาส การเลิกไพร่
การปกครองบ้านเมือง
การเสด็จประพาสยุโรปและหัว การเปลี่ยนแปลงการ
เมืองสมัยรัชกาลที่ 5 ปกครอง พ.ศ. 2475
บทบาทของสตรีไทย
แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นมาของชนชาติ
ไทย
ดินแดนประเทศไทยในปัจจุบันนั้นมีความเป็นมา
ยาวนาน ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนมนุษย์โบราณ
โดยมีการค้นพบหลักฐานจากแหล่งโบราณคดีต่างๆ
ต่อมามีการเกิดขึ้นของอาณาจักรโบราณต่างๆ
กระจายตัวทั่วภูมิภาคตลอดช่วงระยะเวลาใน
ประวัติศาสตร์ ผลัดกันเรืองอำนาจ และล่มสลายลงไป
หากแต่ยังหลงเหลือร่องรอยในอดีต ทิ้งไว้เป็นมรดกแก่
ชนชาติไทยในปัจจุบัน
แหล่งโบราณคดีในประเทศไทย
ในดินแดนประเทศไทย ได้มีการค้นพบอารยธรรมของมนุษย์สมัย
ก่อนประวัติศาสตร์กระจายอยู่ทั่วไป เรียกว่า แหล่งโบราณคดี
แหล่งโบราณคดีในประเทศไทยที่สำคัญ ได้ แก่
- แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัด
กาญจนบุรี
- แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน
จังหวัดอุดรธานี
- แหล่งโบราณคดีพงตึก ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัด
กาญจนบุรี
แหล่งโบราณคดีเหล่านี้มีการขุดค้นพบ โครงกระดูกมนุษย์ โลงไม้
เครื่องมือหินกะเทาะ ขวานหินขัด ภาชนะดินเผาลายเขียนสี เครื่อง
มือเครื่องใช้ และเครื่องประดับที่ทำด้วยสำริด และเหล็ก
ขณะที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (Ban Chiang Archaeological
Site) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง
สหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific
and Cultural Organization) หรือ ยูเนสโก (UNESCO)
แนวคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย
คนไทยมาจากไหน เป็นหนึ่งในคำถามที่ยังไม่
ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแน่นอน แต่ก็ได้มีนักวิชาการ
นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ ได้ทำการศึกษา
จนสามารถสรุปแนวคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของ
ชนชาติไทยไว้ ดังนี้
- แนวคิดที่ 1 ชนชาติไทยอาศัยอยู่แถบเทือกเขา
อัลไตบริเวณเอเชียกลาง ตอนเหนือของประเทศ
จีน
- แนวคิดที่ 2 ชนชาติไทยอาศัยอยู่แถบบริเวณ
มณฑลเสฉวน ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนกลาง
ของประเทศจีน
- แนวคิดที่ 3 ชนชาติไทยอาศัยอยู่กระจายทั่วไป
ทางตอนใต้ของประเทศจีน
- แนวคิดที่ 4 ชนชาติไทยตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ที่
เป็นประเทศไทยปัจจุบัน
- แนวคิดที่ 5 ชนชาติไทยอาศัยอยู่บริเวณ
คาบสมุทรมลายู และหมู่เกาะทางใต้
อาณาจักรโบราณในดินแดนไทย
และอิทธิพลที่มีต่อสังคมไทย
อาณาจักรโบราณในดินแดนไทยและอิทธิพลที่มีต่อ
สังคมไทย
ดินแดนไทยปัจจุบันเคยเป็นที่ตั้งของ
อาณาจักรโบราณหลายแห่ง ดังพบหลักฐานอยู่ในรูป
ของศิลาจารึก ตำนาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ
อาณาจักรโบราณที่สำคัญ
อิทธิพลของอาณาจักรโบราณในสังคมไทย
อิทธิพลของอาณาจักรโบราณต่อสังคมไทยที่
เห็นชัดเจน คือ การนับถือพระพุทธศาสนาและศาสนา
พราหมณ์-ฮินดู โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาได้สืบทอด
มาจนถึงปัจจุบันและมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งาน
ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนบนผืน
แผ่นดินไทย เช่น การสร้างสรรค์พระพุทธรูปที่มี
ลักษณะเฉพาะของแต่ละสมัย และเจดีย์รูปแบบต่าง ๆ
เช่น เจดีย์ทรงดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ในสมัย
สุโขทัย เจดีย์ทรงลังกาที่ได้รับอิทธิพลจากลังกาและ
นครศรีธรรมราช เจดีย์ทรงปรางค์ที่ได้รับอิทธิพลจาก
วัฒนธรรมเขมร วรรณกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น
ไตราภูมิพระร่วง มหาชาติคำหลวง ตลอดจนประเพณี
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เป็นต้น
สำหรับศาสนาพรามหมณ์-ฮินดูก็ได้มีอิทธิพล
ต่อสังคมไทยด้วยเช่นกัน แม้จะไม่มากเท่าพระพุทธ
ศาสนาก็ตาม เช่น การสร้างเทวรูปพระอิศวร พระ
นารายณ์ หรือโบราณสถานศาลตาผาแดงในสมัย
สุโขทัย คติความเชื่อที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
สมมติเทพ พระราชพิธีต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา พระราช
พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และในสมัยรัตนโกสินทร์
พระราชพิธีต่าง ๆ ในสมัยอยุธยา พระราชพิธีจรด
พระนังคัลแรกนาขวัญก็ล้วนแต่ได้รับอิทธิพลมาจาก
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ปั จ จั ย ที่ มี ผ ล ต่ อ ก า ร ส ถ า ป น า
ปัจจัยที่เอื้อต่อการสถาปนา
อาณาจักรสุโขทัย มี 2 ด้าน
1. ปัจจัยภายใน 2. ปัจจัยภายนอก
๏ มีผู้นำที่เข้มแข็ง ๏ ขอมมักจะรุ กราน
๏ มีขวัญและกำลังใจดี และแผ่อำนาจเข้าไป
๏ รักความเป็นอิสระ ในอาณาจักรอื่นๆ
๏ บ้านเมืองมีความ ๏ การที่ขอมขยาย
อุดมสมบูรณ์ อาณาเขตออกไปไกล
๏ การสร้างปราสาท
หรือเทวสถานไว้
ประดิษฐานศิวลึงค์
อาณาจักรไทยในช่วงเวลาต่างๆ
อาณาจักรไทย
1. อาณาจักรฟู นัน สันนิษฐานว่าเป็นอาณาจักรของชาว
ขอม มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอู่ทองหรือเมืองออกแก้วไม่
ทราบแน่ชัด แต่มีชื่อเรียกในสมัยโบราณว่า วยาธปุระ มี
อาณาเขตครอบคลุมประเทศกัมพู ชาทั้งหมด และ
บ ริ เ ว ณ ภ า ค ก ล า ง ข อ ง ไ ท ย
2 เมือง คือ เมืองละโว้ และเมืองนครชัยศรี อยู่
บริเวณสองฝั่ งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และยังมี
เมืองโบราณอื่นๆกระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำอีก เช่น
เมืองคูบัว เมืองอู่ทอง เมืองศรีเทพ อาณาจักรทวาร
วดีเกิดขึ้นหลังจากฟูนันเสื่อมอำนาจ วัฒนธรรม
ประเพณีคล้ายกับอาณาจักรฟูนัน เป็นลักษณะเมือง
โบราณที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบเมืองเป็นรู ปวงกลม
หรือวงรี
3. อาณาจักรละโว้ แต่เดิมสันนิษฐานว่าเป็นอาณาจักร
ของขอม แต่จากหลักฐานในปัจจุบัน น่าเชื่อว่าเป็น
อาณาจักรโบราณของไทย ลพบุรีหรือละโว้อาจเป็นถิ่น
กำเนิดของพระเจ้าอู่ทอง ผู้ทรงสถาปนากรุ งศรีอยุธยา
ล ะ โ ว้ ต ก เ ป็ น เ มื อ ง ขึ้ น ข อ ง ข อ ม ใ น ช่ ว ง ที่ ข อ ม เ จ ริญ
รุ่ ง เ รือ ง
4. อาณาจักรตามพรลิงค์ เป็นชุมชนสำคัญแถบ
ชายทะเลในดินแดนภาคใต้ของประเทศไทย มีหัวเมือง
สำคัญได้แก่ เมืองนครศรีธรรมราช เมืองไชยา เมือง
ปัตตานี เมืองสงขลา เมืองตะกั่วป่า เริ่มราวปลายพุทธ
ศตวรรษที่ 13 ต้นพุทธศตวรรษที่ 14 นับเป็นเมือง
โบราณเก่าแก่ในแหลมมลายู มีชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า
ตามพรลิงค์
สาเหตุและผลของการปฏิรูปการ
ปกครองบ้านเมือง
1
เกิดจากภยันตรายที่มาจาก 2
การคุกคามของประเทศ
มหาอำนาจตะวันตกถ้าคนไทย
ไม่มีการปรับปรุงตนเองให้
เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับ
อารยประเทศ อาจเป็นข้ออ้าง
ที่ทำให้ชาติตะวันตกเข้ามาปก
ครองประเทศไทยได้
การปกครองในระบบเก่า
อำนาจการปกครองบ้าน
เมืองตกอยู่กับขุนนางถ้ามี
การปฏิรูปแผ่นดินให้ทันสมัย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
ปฏิรูปทางการปกครองแล้ว
จะทำให้สถาบันพระมหา
กษัตริย์มีพระราชอำนาจ
อย่างแท้จริง
การเลิกทาส การเลิกไพร่
การเลิกทาส การเลิกไพร่
ประมาณว่าไทยมีทาสเป็น หมอสมิธ บรรณาธิการ
จำนวนกว่าหนึ่งในสาม หนังสือพิมพ์ไซแอมรีโพซิ
ของพลเมืองของประเทศ ตอรี เขียนบทความตำหนิ
เพราะเหตุว่าพ่อแม่เป็น รัฐบาลสยามอย่างรุนแรง
ทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อ ด้วยเห็นว่า "ในบรรดา
แม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็น ประเทศเจริญทั้งหลาย
ทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป พระเจ้าแผ่นดินก็ดี พวก
ทาสนั้นจะต้องหาเงินมา ขุนนางก็ดี ไม่มีสิทธิ์เกณฑ์
ไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะ แรงราษฎรผู้เสียภาษีอากร
ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต โดยไม่ให้อะไรตอบแทน
เพราะตามกฎหมายถือว่า
ยังมีค่าตัวอยู่
การเสด็จประพาสยุโรปและหัวเมืองสมัย
รัชกาลที่ 5
การเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2440
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จ
ประพาสยุโรปด้วยเรือหลวง ”มหาจักรี” ในปี พ.ศ. 2440
โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 เรือหลวงได้เข้าเทียบ
ท่ากรุงโคเปนเฮเกนพร้อมกับเรือรบ Helgoland และ
Tordenskjold ของเดนมาร์ก พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ด้วยเครื่องแบบ
จอมพลและประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูล Order of
the Elephant ของเดนมาร์ก ทั้งนี้ ในขบวนเสด็จประกอบ
ด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยาม
มกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุม
พันธุ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช รวม
ทั้งสมาชิกในพระราชวงศ์และข้าราชบริพารอีกจำนวนมาก
โดยในการเสด็จประพาสเดนมาร์กครั้งนี้ทรงได้รับการต้อนรับ
เป็นอย่างดีจากสมเด็จพระราชาธิบดีคริสเตียนที่ 9 ซึ่งทรงจัด
ให้ประทับที่พระราชวัง Amalienborg ด้วย
การเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สองเมื่อปี พ.ศ. 2450
ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม
- 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ เยือนเดนมาร์กเป็นครั้งที่ 2
ด้วยในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2450 ทำให้ความสัมพันธ์
ระหว่างสยามและเดนมาร์กแนบแน่นยิ่งขึ้น โดยทรงได้รับ
การต้อนรับจากสมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 8 ให้
ประทับที่พระราชวัง Bernstorff
ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนเดนมาร์กครั้งนี้ ได้เสด็จฯ ไปยัง
เมือง Roskilde และเยี่ยมชมวิหาร Roskilde
Cathedral ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพเก่าแก่ของกษัตริย์
และราชินีแห่งเดนมาร์ก โดยทรงวัดส่วนสูงบน “เสาวิหาร
หลวง” ร่วมกับพระมหากษัตริย์เดนมาร์กในอดีต นอกจากนี้
ได้เสด็จฯ ไปเยือนที่พำนักของ Andreas du Plessis de
Richelieu และ H.N. Andersen โดยมีสมาชิกใน
ครอบครัวของบุคคลทั้งสองเฝ้าฯ รับเสด็จ
ในวันสุดท้ายของการเสด็จฯ เยือนเดนมาร์ก ได้ทรงล่องเรือ
ไปยังคาบสมุทร Jutland และทรงหยุดประทับที่เมือง
Aarhus ก่อนจะทรงล่องเรือต่อไปยังท่าเรือเมือง
Frederikshavn และประทับรถไฟไปยังเมือง Skagen
ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุดของคาบสมุทร Jutland โดย
เสด็จฯ ถึงเมือง Skagen ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.
2450 และเสด็จฯ เยือนแหลมเกรเนนซึ่งตั้งอยู่ทางตอน
เหนือสุดของเดนมาร์กและทรงปักธงช้างเผือกไว้ที่แหลมดัง
กล่าว ต่อมาได้พระราชทานธงช้างเผือกดังกล่าวให้แก่เมือง
Skagen เป็นของขวัญ
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ก า ร
ปกครอง พ.ศ. 2475
การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[1] เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ของประวัติศาสตร์ไทยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.
2475 ซึ่งมีผลทำให้ราชอาณาจักรสยามเปลี่ยนรู ปแบบ
ประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นราชา
ธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเปลี่ยนรู ปแบบการ
ปกครองไปเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เกิด
ขึ้นจากคณะนายทหารและพลเรือนที่ประกอบกัน เรียก
ตนเองว่า "คณะราษฎร" โดยเป็นผลพวงจากการ
เปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์โลก ตลอดจนการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองภายในประเทศ
การปฏิวัติดังกล่าวทำให้ประเทศสยามมีรัฐธรรมนูญ
ฉบับแรก
บทบาทของสตรีไทย
บทบาทของสตรีไทยในอดีตต้องดูแลกิจการภายในบ้านให้
เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ต่อมาได้รับอิทธิพลจากตะวันตก
มากขึ้น ทำให้บทบาทของสตรีไทยได้เปลี่ยนแปลงไป มี
บทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศมากขึ้น