สามัคคีเภท คําฉันท์ สมาชิก : 5, 8, 9, 11, 13, 15, 16, 22, 23, 26, 28, 33, 39, 41 Winslow Homer The Dinner Horn (Blowing the Horn at Seaside), 1870
ส่วนนํา o๑ ประวัติผู้แต่ง ที่มา จุดประสงค์ในการแต่ง รูปแบบคําประพันธ์ o๒ สรุปความ เนื˕อเรื่องย่อจากที่เรียน o๓ ด้านเนื˕อหา ด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคม o๔ ข้อสอบปรนัย 4 เลือก เนื˕อเรื่อง คุณค่าด้านวรรณคดี ตัวอย่างข้อสอบ สารบัญ
ประวัติผู้แต่ง ชิต บุรทัต นามสกุลเดิม ชวางกูร เกิดเมื่อวัน ที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ บิดาชื่อ ชู มารดา ชื่อ ปริก บิดาเป็นครูสอนภาษาบาลีอยู่ โรงเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมา- ราม มีค วามรู้ความชํานาญ ในการอ่านคําประพันธ์ ประเภทร้อยกรองเป็น ทํานองเสนาะ ชิต บุ รทัต ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๘๕ ด้วยโรคลําไส้พิการ ที่บ้านถนนวิสุทธ กษัตริย์ ซึ่งคณะหนังสือพิมพ์ต่างๆ ได้ร่วม กันเป็นเจ้าภาพเผาศพเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๕ รวมอายุได้ ๔๙ ปี ชิต บุรทัต นามสกุล เดิม ชวางกูร เกิดเมื่อ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕
ประวัติผู้แต่ง งานกวีนิพนธ์ส่วนใหญ่ของ ชิต บุรทัต เป็นคําประพันธ์ ประเภทฉันท์ มีทั˕งที่แต่งขึ˕นด้วยจินตนาการของความ เป็นกวี ชมธรรมชาติ บทอุปมาเปรียบเทียบซึ่งส่วน ใหญ่เป็นบทสั˕นๆ ที่แต่งเป็นเรื่องยาวๆ ก็ได้แก่เรื่องใน ชาดก คําฉันท์สดุดี เฉลิมพระเกียรติ บทพรรณนา เช่น ฉันท์เฉลิมพระเกียรติงานพระเมรุทองท้องสนามหลวง กรุงเทพคําฉันท์ คนชั่วอกตัญญู เป็นต้น ด้วยความ สามารถในการเป็นกวีเอกทําให้ ชิต บุรทัต ได้รับ เกียรติสูงสุดในชีวิต คือได้รับพระราชทานนามสกุล จาก ร.๖ ในครั˕งนั˕น ชิต บุรทัต ได้เขียนบทกวีนิพนธ์ ปลุกใจ ส่งไปลงหนังสือสมุทรสาร นิตยสารรายเดือน ของราชนาวีสมาคม ชิต บุรทัต นามสกุล เดิม ชวางกูร เกิดเมื่อ วันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕
ประวัติความเป็นมา Gustave Courbet The Black Rocks at Trouville, 1865/1866 ● ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เกิดวิกฤตการณ์ทั˕ง ภายในและภายนอกประเทศ ● ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของ บ้านเมือง ● นายชิต บุรทัต จึงได้แต่งเรื่องสามัคคีเภท คําฉันท์ขึ˕น ในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ ที่มา
Rosa Bonheur The Legend of the Wolves, 1890s Rosa Bonheur Cattle in the Auvergne, 1867 รูปแบบคําประพันธ์ สามัคคีเภทคําฉันท์ แต่งด้วยคําประพันธ์ประเภทฉันท์ ๑๘ ชนิด กาพย์ ๒ ชนิด คือ o๑
ฉันท์ ๑๘ ชนิด สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ อุปชาติฉันท์ ๑๑ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อีทิสังฉันท์ ๒๑
วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ อินทรวงศ์ฉันท์ ๑๒ วังสัฏฐฉันท์ ๑๒ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ มาลินีฉันท์ ๑๕ ฉันท์ ๑๘ ชนิด
มาณวกฉันท์ ๘ อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ สัทธราฉันท์ ๒๑ อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ สาลินีฉันท์ ๑๑ ฉันท์ ๑๘ ชนิด
โตฏกฉันท์ ๑๒ อุปัฏฐิตาฉัจิตรปทาฉันท์ ๘นท์ ๑๑ กมลฉันท์ ๑๒ ฉันท์ ๑๘ ชนิด
กาพย์ ๒ ชนิด กาพย์สุรางคนางค์ฉันท์ ๒๘ กาพย์ฉบัง ๑๖
Édouard Manet Flowers in a Crystal Vase, c. 1882 Style of Édouard Manet Bon Bock Café, 1881 คุณค่าด้านวรรณคดี ด้านเนื˕อหา ,ด้านวรรณศิลป์ ,ด้านสังคม o๓
คุณค่าด้านวรรณคดี ● เป็นนิทานสุภาษิตสอนใจให้เห็นโทษของการ แตกความสามัคคี และแสดงให้เห็นความ สําคัญของการใช้สติปัญญาให้เกิดผลโดยไม่ ต้องใช้กําลัง รักชาติบ้านเมือง ยอมเสียสละ เพื่อประเทศชาติ ด้านเนื˕อหา ต้องมีความสามัคคีจึงจะอยู่รอดได้ เมื่อไหร่ที่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ คนในชาติถูกทําลาย เมื่อนั˕นบ้านเมืองจะระสํ่าระสาย ขาดความเป็นเอกภาพ ทําให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้ง่าย เป็นเครื่องเตือนใจว่า การไว้วางใจบุคคลอื่นต้อง ไตร่ตรองให้รอบคอบ มิฉะนั˕นผลร้ายมาสู่ตนได้เหมือนบรรดากษัตริย์ลิจฉวีที่ มิได้ไตร่ตรองเหตุผลให้รอบคอบ ทรงหลงกลศัตรูรับ วัสสการพราหมณ์ไว้จน เป็นเหตุให้เสียแคว้นวัชชีในที่สุด ด้านสังคม สามัคคีเภทคําฉันท์ เนื่องจากมีการประพันธ์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่ายทําให้ผู้อ่าน สามารถเห็นภาพได้ง่ายและต้องการที่จะสื่อได้อย่างชัดเจน และ ได้รับยกย่อง ว่าเป็นวรรณคดีที่ไพเราะงดงามเป็นที่นิยม เนื่องจากมีการสัมผัสใน, สัมผัสอักษรและสัมผัสสระอย่างไพเราะงดงาม ด้านวรรณศิลป์ Winslow Homer Dad's Coming!, 1873
เรื่องราวของ สามัคคีเภท คําฉันท์ o๒ เนื˕อเรื่องของสามัคคีเภทคําฉันท์ Winslow Homer Home, Sweet Home, c. 1863
ในกาลโบราณมีกษัตริย์องค์หนึ่งทรง พระนามว่า พระเจ้าอชาตศัตรู ทรง ครอบครองแคว้นมคธ มีราชคฤห์เป็น เมืองหลวง พระองค์ทรงมีอํามาตย์ที่สนิทคน หนึ่งชื่อว่า วัสสการพราหมณ์ เป็นผู้ฉลาด และรอบรู้ศิลปศาสตร์และเป็นที่ปรึกษา ราชการทั่วไป พระเจ้าอชาตศัตรูมีพระราช ประสงค์จะปราบแคว้นวัชชีอันมีพวกกษัตริย์ลิ จฉวีปกครอง แต่พระองค์ยังลังเลพระทัย เมื่อได้ทรงทราบว่ากษัตริย์ลิจฉวีทุก ๆ พระองค์ล้วนแต่ทรงตั˕งมั่นอยู่ในธรรมที่เรียก ว่า “อปริหานิยธรรม 7” คือธรรมอันเป็นไป เพื่อเหตุแห่งความเจริญฝ่ายเดียว มีทั˕งหมด 7 ประการ ดังนั˕นพระองค์จึง ปรึกษาโดยเฉพาะกับวัสสการพราหมณ์ว่า ควรจะกระทําอย่างไรจึงจะหาอุบายทําลาย เหตุแห่งความพร้อมเพรียงของพวกกษัตริย์ ลิจฉวีได้ เมื่อได้ตกลงนัดแนะกับวัสสการ พราหมณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันหนึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จออกว่า ราชการ จึงดํารัสเป็นเชิงหารือกับพวก อํามาตย์ในเรื่องจะยกทัพไปรบกับแคว้นวัชชี เนื˕อเรื่อง
เนื˕อเรื่อง มีวัสสการพราหมณ์เพียงผู้เดียวที่กราบทูลเป็น เชิงทักท้วงและขอให้พระองค์ทรงยับยั˕งรอไว้ก่อนเพื่อ เห็นแก่มิตรภาพและความสงบ ทั˕งทํานายว่าถ้ารบก็จะ พ่ายแพ้ด้วย พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงฟังวัสสการ พราหมณ์กราบทูลเป็นถ้อยคํา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นนั˕น ก็ทรงแสร้งแสดง พระอาการพิโรธ และมีพระราชโองการสั่งเจ้าหน้าที่ ผู้ใหญ่ฝ่ายนครบาลพร้อมด้วยราชบุรุษ ให้นําตัว วัสสการพราหมณ์ไปลงโทษตามคําพิพากษาในบท พระอัยการ คือ เฆี่ยน โกนผม ประจาน แล้วขับไล่ไป เสียไม่ให้อยู่ในพระราชอาณาเขต วัสสการพราหมณ์ ยอมทนรับราชอาญาด้วยทุกขเวทนาแสนสาหัสถึงแก่ สลบ Jean-François Millet Falling Leaves, c. 1866
เมื่อถูกเนรเทศออกจากแคว้นมคธก็ เดินทางมุ่งตรงไปเมืองเวสาลีอันเป็น เมืองหลวงของแคว้นวัชชีและเที่ยวผูกไมตรี กับบรรดาชาวเมือง จนข่าวนี˕ทราบไปถึง กษัตริย์ลิจฉวี จึงได้ตีกลองสําคัญขึ˕นเป็น สัญญาณ เชิญกษัตริย์ทั˕งปวงมาชุมนุม ปรึกษาราชการ เมื่อกษัตริย์ลิจฉวีประชุมกัน แล้วก็ได้ตกลงกันว่าควรให้พราหมณ์ผู้นั˕นเข้า มาเพื่อจะได้เห็นท่าทางและฟังความดูก่อนว่า จะจริงเท็จอย่างไร ภายหลังที่วัสสการ พราหมณ์ได้เข้าเฝ˖ากษัตริย์ลิจฉวีและกราบ ทูลข้อความต่างๆ ด้วยความฉลาดลึกซึ˕ง ประกอบกับมีรอยถูกโบยฟกชํ˕าให้เห็น กษัตริย์ลิจฉวีทุกพระองค์ต่างก็ทรงหมด ความฉงนสนเท่ห์ว่าจะเป็นกลอุบาย จึงทรง ตั˕งให้เป็นครูสอนศิลปวิทยาแก่บรรดาราช กุมารและกระทําราชการในตําแหน่งอํามาตย์ ผู้พิจารณาพิพากษาอรรถคดีอีกตําแหน่ง หนึ่งด้วย วัสสการพราหมณ์ได้ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเต็มใจและเอาใจใส่ จนเป็นที่ไว้ใจ ในหมู่กษัตริย์ลิจฉวี เมื่อวัสสการพราหมณ์ คาดคะเนว่าพวกกษัตริย์ลิจฉวีวางใจตนจน หมดความสงสัย เนื˕อเรื่อง
เนื˕อเรื่อง Thomas Eakins The Biglin Brothers Racing, 1872 Thomas Eakins The Chaperone, c. 1908 วัสสการพราหมณ์จึงได้ดําเนินอุบายเพื่อ ทําลายความพร้อมเพรียงเป็นอันเดียวกันของ กษัตริย์ลิจฉวี โดยการแต่งอุบายลับชวนให้ฉงน สนเท่ห์ต่างๆ ขึ˕น เป็นเครื่องยั่วยุราชกุมารทั˕งหลายผู้ เป็นศิษย์ให้แตกร้าวกัน และวัสสการพราหมณ์คอย ส่งเสริมเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทให้บังเกิดขึ˕นในหมู่ ราชกุมารอยู่เนืองนิตย์ จนกระทั่งที่สุดราชกุมารทุก พระองค์ก็แตกความสามัคคีกันเป็นเหตุให้วิวาทกันขึ˕น ครั˕นแล้วต่างองค์ก็นําความนั˕นขึ˕นกราบทูลชนกของ ตนตามเรื่องที่เป็นมา เมื่อเป็นเช่นนั˕นความแตกร้าวก็ ลามไปถึงบรรดาชนกผู้ซึ่งเชื่อถ้อยคําโอรสของตน โดยปราศจากการไตร่ตรอง
เนื˕อเรื่อง จนกระทั่งเวลาล่วงไปสามปี สามัคคีธรรมใน ระหว่างพวกกษัตริย์ลิจฉวีก็ถูกทําลายสิ˕น วัสสการ พราหมณ์เห็นว่ากษัตริย์ลิจฉวีทุกองค์แตกสามัคคีกัน แล้ว ก็ให้คนลอบนําความไปกราบทูลพระเจ้าอชาต ศัตรู พระเจ้าอชาตศัตรูก็กรีธาทัพสู่เมืองเวสาลี พวก ชาวเมืองเวสาลีตกใจกลัวภัยอันเกิดแต่ข้าศึก มุขมนตรีจึงได้ตีกลองสําคัญขึ˕นเป็นอาณัติสัญญาณ ให้ยกทัพมาต่อสู้ แต่เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีก็หาไปเข้าร่วม ประชุมไม่ ต่างองค์ทรงเพิกเฉยเสีย แม้แต่ประตูเมือง ทุกทิศก็ไม่มีใครสั่งให้ปิด พระเจ้าอชาตศัตรูจึงได้ แคว้นวัชชีโดยง่าย ไม่ต้องเปลืองแรงรี˕พลเพราะการ รบเลย เมื่อจัดการบ้านเมืองราบคาบแล้วพระเจ้าอชา ตศัตรูก็ยกกองทัพเสด็จกลับกรุงราชคฤห์ดังเดิม Jean-François Millet Falling Leaves, c. 1866
o๔ ข้อสอบ เรื่อง สามัคคีเภทคําฉันท์
1. เรื่องสามัคคีเภทคําฉันท์เกี่ยวข้องกับสิ่งใด ก. สารคดี ข. พุทธศาสนา ค. ศาสนาพราหมณ์ ง. ประวัติศาสตร์ 2. แคว้นวัชชีใช้ธรรมข้อใดในการปกครองบ้าน เมือง ก. พรหมวิหารสี่ ข. สามัคคีธรรม ค. อปริหานิยธรรม ง. ฆราวาสธรรม Winslow Homer East Hampton Beach, Long Island, 1874
Jean-François Millet Calling Home the Cows, c. 1866 3. ผู้ใดมีบทบาทในการทําให้แคว้นวัชชีพ่ายแพ้แก่ แคว้นมคธ ก. พระเจ้าอชาตศัตรู ข. พระเทวทัต ค. พระเจ้าพิมพิสาร ง. วัสสการพราหมณ์
Winslow Homer Home, Sweet Home, c. 1863 4. ข้อใดคือแก่นเรื่องหลักของเรื่องสามัคคีเภทคําฉันท์ ก. โทษของการแตกความสามัคคี ซึ่งนําหมู่ คณะไปสู่ความหายนะ ข. การใช้ปัญญาเอาชนะฝ่ายศัตรู โดยไม่ ต้องเสียเลือดเนื˕อ ค. การใช้วิจารณญาณใคร่ครวญก่อที่จะ ตัดสินใจทําสิ่งใดย่อมเป็นสิ่งที่ดี ง. การรู้จักเลือกใช้บุคคลให้เหมาะสมกับ งานที่จะทําให้งานสําเร็จด้วยดี
5. ทวิชแถลงว่า พระกุมารโน้นขาน ยุบลกะตูกาล เฉพาะอยู่กะกันสอง คําที่ขีดเส้นใต้ หมายถึงใคร ก. พระเจ้าอชาตศัตรู ข. กษัตริย์ลิจฉวี ค. วัสสการพราหมณ์ ง. เหล่าราชกุมาร 6. ข้อใดที่ทําให้แคว้นวัชชีต้องเป็นของพระเจ้า อชาตศัตรู ก. การวางเฉย ข. ความถือทิฐิ ค. ความเคืองแค้นกัน ง. ความอ่อนแอ Winslow Homer East Hampton Beach, Long Island, 1874
Jean-François Millet Calling Home the Cows, c. 1866 7. ข้อใดแสดงให้เห็นถึงความฉลาดรอบคอบของ วัสสการพราหมณ์ ก. พราหมณ์ครูรู้สังเกต ตระหนักเหตุถนัด ครันราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม ข. ยินดีบัดนี˕กิจ จะสัมฤทธิ์มนารมณ์ เริ่มมาด้วยปรากรม และอุตสาหแห่งตน ค. ให้ลองตีกลองนัด ประชุมขัตติย์มณฑล เชิญซึ่งสํ่าสากล กษัตริย์สู่สภาคาร ง. วัชชีผูมีผอง สดับกลองกระหึมขาน ทุกไท้ไป่เอาการ ณกิจเพื่อเสด็จไป
Winslow Homer Home, Sweet Home, c. 1863 8. “แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง มัดกํากระนั˕นปอง พลหักก็เต็มทน” ข้อความนี˕เปรียบเทียบได้กับข้อใด ก. กษัตริย์ลิจฉวี ข. กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ค. กษัตริย์แห่งกรุงพาราณสี ง. วัสสการพราหมณ์
9. เมืองหลวงของแคว้นวัชชีมีชื่อว่าอะไร ก. ราชคฤห์ ข. เวสาลี ค. กุสินารา ง. พาราณสี 10. คําประพันธ์ชนิดใดบังคับใช้คําครุทุกพยางค์ ก. วิชชุมมาลาฉันท์ ข. จิตรปทาฉันท์ ค. มาณวกฉันท์ ง. อุปัฏฐิตาฉันท์ Winslow Homer East Hampton Beach, Long Island, 1874
Jean-François Millet Calling Home the Cows, c. 1866 11. ข้อใดแยกคําไม่ถูกต้อง ก. อนัตถ์ = อน + อัตถ์ ข. ภาโรปกรณ์ = ภาร + อุปกรณ์ ค. พุทธาทิบัณฑิต = พุทธ + อาทิ + บัณฑิต ง. พยุหาธิทัพ = พยุ + หา + ธิ + ทัพ
Winslow Homer Home, Sweet Home, c. 1863 12. คําประพันธ์ในข้อใดแสดงให้เห็นว่าชัดเจนว่า กษัตริย์ลิจฉวีแตกความสามัคคี ก. เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง ชนะคล่องประสบ สมพราหมณ์เวทอุดม ธ ก็ลอบ แถลงการณ์ ข. พิโรธกุมารองค์ เหมาะเจาะจงพยายาม ยุครูเพราะเอาความ บ มิดีประเดตน ค. ละเมิดติเตียนท่าน ก็เพราะท่านสิแสนสาร พัดทลิทภา วและสุดจะขัดสน ง. ภูมิศลิจฉวี วัชชีรัฐบาล บ่ ชุมนุมสมาน แม้แต่สักองค์ ฯ
13. ฉันท์ชนิดใดถ้าไม่นับ ครุ ลหุ จะมีลักษณะคล้าย กับกาพย์ยานี ๑๑ ก. วสันตดิลกฉันท์ ข. อินทรวิเชียรฉันท์ ค. วิชชุมมาลาฉันท์ ง. มาณวกฉันท์ 14. การกระทําของวัสสการพราหมณ์ตรงกับ สํานวนไทยว่าอะไร ก. เห็นขี˕ดีกว่าไส้ ข. ไส้ศึก ค. เกลือเป็นหนอน ง. นํ˕าร้อนปลาเป็น นํ˕าเย็นปลาตาย Winslow Homer East Hampton Beach, Long Island, 1874
Jean-François Millet Calling Home the Cows, c. 1866 15. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะนิสัยของกษัตริย์ลิจฉวี ก. ยอมทําเพื่อชาติบ้านเมือง เป็นผู้เสียสละ ข. ขาดความรอบคอบและหูเบา ค. ไม่เห็นความสําคัญของบ้านเมือง ง. ยึดมั่นในหลักธรรม
CREDITS: This presentation template was created by Slidesgo, and includes icons by Flaticon and infographics & images by Freepik ขอบพระคุณ ทวิร มะเริงสิทธิ์ 5 ภูดิส วันทนาวัฒน์ 8 มนัสพล เอี่ยมอุดมกาล 9 ณัฐชนน ปลูกงาม 11 อชิร มนัสมงคล 13 วีรวิชญ์ เมืองน้อย 15 พชร พึ่งสุจริต 16 นภ สุคนธราช 22 สรวีย์ ถิรพัฒน์สมบัติ 23 อชิลญาฐ์ วัชรพิพัฒนกิจ 26 อิศราภรณ์ จินดาวัฒน์ธนโชค 28 เอกภัท ศิตกานนท์ 33 บริทนี่ย์ ภาวิดา มานะกุล 39 ธันยนันท์ วงศ์ธนาสุนทร 41 Gustave Courbet La Grotte de la Loue, 1864