The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by koyjirawanjo31, 2022-08-10 05:42:08

PPT ไฟฟ้า

PPT ไฟฟ้า

ไฟฟ้าในชวี ิตประจาวัน

ไฟฟ้ากลายเป็นปจั จัยสาคัญในการดารงชีวิตของเรา
อุปกรณไ์ ฟฟ้าที่อยรู่ อบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเปน็ อุปกรณ์ไฟฟ้า
ท่ีใช้ภายในบา้ น อปุ กรณส์ านักงาน ตลอดจนเคร่อื งมอื
เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ลว้ นแต่ตอ้ งอาศัยพลงั งาน
จากไฟฟ้าท้งั ส้นิ

ดงั น้ัน เราจงึ จาเป็นท่จี ะต้องทาความเขา้ ใจเกย่ี วกับ
ไฟฟ้าให้มากยงิ่ ขนึ้

ไฟฟ้าคืออะไร

ศพั ทบ์ ัญญตั ิของราชบัณฑิตยสถาน
ไฟฟา้ ( Electricity ) คือ พลังงานรูปหน่งึ ซึ่งเกยี่ วขอ้ งกับ

การแยกตัวออกมา หรอื การเคลื่อนท่ขี องอิเลก็ ตรอน หรอื โปรตอน
หรอื อนุภาคอืน่ ที่มสี มบัติแสดงอานาจคล้ายคลงึ กบั อเิ ลก็ ตรอน
หรือโปรตอน ใช้ประโยชนก์ ่อให้เกดิ พลังงานอืน่ เชน่ ความรอ้ น
แสงสว่าง การเคลอ่ื นท่ี

ไฟฟา้ เกิดข้นึ ไดอ้ ยา่ งไร

วตั ถุทกุ ชนิดจะประกอบด้วยอะตอมจานวนมาก ซึ่งโครงสรา้ ง
อะตอมประกอบด้วยนวิ เคลยี สและอเิ ล็กตรอน

ภายในนวิ เคลียสของอะตอม
ประกอบดว้ ยโปรตอนและนวิ ตรอน
โดยอิเล็กตรอนโคจรรอบนวิ เคลียส

ไฟฟา้ เกิดข้ึนได้อย่างไร

เมื่อมีอิทธิพลจากภายนอกเข้ามารบกวน อิเลก็ ตรอนจึงหลดุ
จากวงโคจรและเคลอ่ื นไหวอย่างอิสระระหว่างอะตอมได้ ซง่ึ ทาให้
เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ทางไฟฟา้ ข้ึน

ไฟฟ้าเกดิ ขึน้ ไดอ้ ย่างไร

เหตกุ ารณ์ท่ีแสดงใหเ้ หน็ วา่ วตั ถมุ ีไฟฟ้า คอื การเกิดไฟฟา้ สถิต
เช่น เมือ่ เรานาวัตถสุ องชนิดมาถูกัน จะเกดิ ไฟฟ้าสถิตขน้ึ

อธิบายไดว้ ่า อิเล็กตรอนอิสระท่อี ยภู่ ายในวัตถุชนดิ หนึ่งเคลอื่ นไหวรุนแรงขน้ึ
จนสามารถพ้นจากแรงยึดเหนีย่ วของนวิ เคลียสของอะตอมและกระโดดไปอยูใ่ น
วัตถอุ ีกชนดิ หนึง่ อิเลก็ ตรอนในวัตถชุ นดิ แรกมจี านวนลดลง จึงแสดงไฟฟา้ บวก
ออกมา ในขณะเดยี วกันวัตถทุ ี่ได้รับอเิ ลก็ ตรอนจะแสดงความเปน็ ไฟฟ้าลบออกมา

ประเภทของไฟฟา้

ไฟฟา้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คอื
1. ไฟฟ้าสถิต(ประจไุ ฟฟา้ ท่อี ยู่น่ิง) เกดิ จากเสยี ดสขี องวัตถุตา่ งชนดิ กัน

2. ไฟฟา้ กระแส(ประจไุ ฟฟ้าทเี่ คลอ่ื นท่ี) เกดิ จากการเคลอ่ื นทีข่ อง
อเิ ลก็ ตรอนอย่างตอ่ เน่ืองในลวดตวั นา
เช่น ลวดทองแดง อะลูมเิ นยี ม ฯลฯ

ไฟฟ้ากระแส

แบ่งเปน็ 2 ชนดิ
1. ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D.C. ) คือ ระบบไฟฟา้
ทไี่ ม่มีการเปลี่ยนขั้ว ทาให้กระแสไฟฟ้าไหลไปในทิศทางเดยี วกนั
ตลอดเวลา เชน่ ถา่ นไฟฉาย แบตเตอร่ี

ไฟฟา้ กระแส

แบ่งเปน็ 2 ชนดิ

2. ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current หรอื A.C. ) คือ ระบบ
ไฟฟา้ ท่ีแรงดนั ไฟฟ้ามกี ารเปลยี่ นขัว้ จากบวกเปน็ ลบและลบเป็นบวก
ตลอดเวลา ไฟฟ้าทใี่ ชใ้ นบา้ นเรือนเป็นไฟฟา้ กระแสสลบั

กระแสไฟฟ้า (Electric Current)

กระแสไฟฟ้า เกิดจากการเคล่อื นท่ขี องอิเล็กตรอนในลวดตัวนา

ซึ่งอิเล็กตรอนจะเคล่อื นทจ่ี ากจดุ ท่มี ีศกั ยไ์ ฟฟา้ ตา่
หรือข้วั ลบไปยังจุดที่มศี ักยไ์ ฟฟ้าสงู หรือขั้วบวก

แต่อิเล็กตรอนจะเคลอ่ื นทบ่ี ริเวณผวิ รอบนอกของ
ขดลวดตัวนา เราจงึ นิยามคาว่า กระแสไฟฟา้ ขึ้นแทน
การเคล่ือนที่ของอิเลก็ ตรอน

โดยกาหนดใหก้ ระแสไฟฟา้ มีทิศทางการไหลสวนทาง
กบั อิเลก็ ตรอน โดยจะเคลอื่ นท่จี ากจดุ ที่มีศกั ยไ์ ฟสูงหรือ
ขว้ั บวกไปยงั จุดทีม่ ีศกั ยไ์ ฟฟา้ ต่าหรอื ข้ัวลบ

แหล่งกาเนิดไฟฟา้

1. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟา้ จากปฏิกริ ิยาเคมี เกดิ จากการทาปฎิกริ ยิ าของ
สารเคมแี ล้วทาให้เกดิ การแตกตวั เปน็ ไอออน เกิดเปน็ ประจุไฟฟา้

2. แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ แบบเหนี่ยวนา เกดิ จากการนาแท่งแม่เหลก็ ทมี่ ี
สนามแม่เหล็กเคลอ่ื นทต่ี ดั กับขดลวด ซึง่ จะเหนยี่ วนาใหเ้ กดิ กระแสไฟฟา้
โดยเรยี กอปุ กรณท์ ีท่ าให้เกดิ กระแสไฟฟา้ ดงั กล่าวนว้ี า่ เครอื่ งกาเนิดไฟฟา้
หรือไดนาโม

3. แหล่งกาเนิดไฟฟา้ จากเซลลส์ ุริยะ โดยอาศยั หลักการของ
ปฏกิ ิริยาโฟโตอเิ ล็กตรกิ เกดิ จากแสงไปตกกระทบบนพนื้ ผวิ ของโลหะ จน
ทาให้อิเลก็ ตรอนบนผิวของโลหะหลดุ ออกมา ทาให้ปริมาณประจุไฟฟา้
ระหวา่ งผิวหนา้ และขัว้ ไฟฟา้ แตกตา่ งกัน

1. แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าจากปฏิกิริยาเคมี

เกดิ จากการทาปฎกิ ริ ยิ าของสารเคมแี ล้วทาใหเ้ กิดการแตกตัวเป็น
ไอออน เกิดเปน็ ประจุไฟฟา้

จากรูป สงั กะสจี ะแตกตวั เปน็ ไอออนและ
ให้อิเลก็ ตรอนมากกวา่ ทองแดง ทาใหเ้ กิดการ
เคลอ่ื นท่ีของอิเลก็ ตรอนจากสงั กะสไี ปสทู่ องแดง
ขณะเดียวกันกจ็ ะเกิดการเคลอ่ื นที่ของกระแสไฟฟา้
ทศิ ทางตรงกนั ข้ามกบั การไหลของอิเล็กตรอนจาก
ทองแดงไปสสู่ งั กะสี จนกระท่ังข้ัวไฟฟา้ ทง้ั สองขวั้
มีประจไุ ฟฟา้ เทา่ กนั จึงหยดุ การเคล่อื นที่

ตัวอย่างเซลล์ไฟฟ้าเคมี ได้แก่ ถา่ นไฟฉาย
ถ่านใส่นาฬกิ า ถา่ นลเิ ทยี ม แบตเตอรีเ่ ป็นตน้

1. แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าจากปฏกิ ริ ยิ าเคมี

เกดิ จากการทาปฎิกริ ยิ าของสารเคมีแลว้ ทาให้เกิดการแตกตวั เป็น
ไอออน เกิดเป็นประจุไฟฟา้ แบง่ เปน็ 2 ประเภท

1.1 เซลลไ์ ฟฟา้ แบบปฐมภมู ิ ( Primary Cell) จะใหก้ ระแสไฟฟ้าจาก
การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี โดยเมือ่ สารเคมีถูกใช้หมดแล้วจะไม่สามารถนาใช้
กลบั มาใช้ไดอ้ กี

1.2 เซลลไ์ ฟฟา้ ทุติยภมู ิ (Secondary Cell) เป็นเซลล์ไฟฟ้าที่เมื่อใช้
พลังงานไฟฟา้ หมด จะสามารถนากลบั มาชารจ์ ไฟใหม่ได้อกี

1. แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ จากปฏิกิริยาเคมี

เกิดจากการทาปฎิกริ ิยาของสารเคมแี ล้วทาใหเ้ กดิ การแตกตัวเป็น
ไอออน เกดิ เป็นประจไุ ฟฟา้ แบง่ เป็น 2 ประเภท

1.1 เซลลไ์ ฟฟ้าแบบปฐมภูมิ ( Primary Cell) จะใหก้ ระแสไฟฟ้า
จากการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี โดยเมอื่ สารเคมีถกู ใช้หมดแล้วจะไม่สามารถนาใช้
กลบั มาใชไ้ ดอ้ ีก ไดแ้ ก่

1) เซลล์แหง้ (Dry Cell)
2) เซลล์แอลคาไลน์ (Alkaline Cell)
3) เซลลป์ รอท (Mercury Cell)

1. แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าจากปฏิกิรยิ าเคมี

1.1 เซลลไ์ ฟฟ้าแบบปฐมภมู ิ ( Primary Cell) จะใหก้ ระแสไฟฟ้าจาก
การเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยเมื่อสารเคมีถูกใช้หมดแลว้ จะไม่สามารถนาใช้
กลับมาใชไ้ ด้อีก ได้แก่

1) เซลลแ์ ห้ง (Dry Cell) เซลลไ์ ฟฟา้ ชนิดน้ีถูกเรยี กว่า เซลลแ์ หง้
เพราะไม่ได้ใช้ของเหลวเป็นอเิ ลก็ โทรไลต์

1. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าจากปฏิกริ ิยาเคมี

ส่วนประกอบของเซลลแ์ ห้ง

กล่องของเซลลท์ าดว้ ยโลหะสงั กะสซี ึง่ ทาหนา้ ท่ีเป็นขว้ั ลบ ส่วนแท่ง
คารบ์ อนอยู่ตรงกลางทาหน้าทเี่ ป็นขั้วบวก ระหว่างอเิ ลก็ โตรดทัง้ สองบรรจุ
ด้วยของผสมชน้ื ของแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) แมงกานสี ไดออกไซด์
(MnO2) ผงคาร์บอน

เซลลแ์ หง้ น้จี ะใหศ้ กั ย์ไฟฟา้ ประมาณ 1.5 โวลต์

1. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าจากปฏกิ ิรยิ าเคมี

2) เซลล์แอลคาไลน์ (Alkaline Cell) มสี ่วนประกอบของเซลล์
เหมอื นกับเซลลแ์ หง้ แตม่ สี ่ิงที่แตกตา่ งกนั คือเซลลแ์ อลคาไลน์ใช้เบสซ่ึงได้แก่
โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ (KOH) เปน็ อิเลก็ โทรไลต์แทนแอมโมเนยี มคลอไรด์
(NH4Cl) และเน่ืองจากใชส้ ารละลายเบสนเี่ องเซลลช์ นิดนี้จงึ ถูกเรียกวา่ เซลล์
แอลคาไลน์

เซลลน์ ้จี ะให้ศักยไ์ ฟฟ้าประมาณ 1.5 โวลต์ แต่ให้กระแสไฟฟ้าได้
มากกว่าและนานกวา่ เซลล์แห้ง เพราะ OH- ท่ีเกิดขึ้นท่ีขวั้ คารบ์ อนสามารถ
นากลบั ไปใชท้ ี่ข้ัวสงั กะสไี ด้

1. แหลง่ กาเนิดไฟฟ้าจากปฏกิ ริ ยิ าเคมี

3) เซลล์ปรอท (Mercury Cell) มหี ลักการเช่นเดียวกับเซลล์
แอลคาไลน์ แต่ใชเ้ มอร์ควิ รี (II) ออกไซด์ (HgO) แทนแมงกานสี ไดออกไซด์
(MnO2) เปน็ เซลล์ท่ีมขี นาดเลก็ ใชก้ นั มากในเคร่ืองฟงั เสียงสาหรบั คนหูพกิ าร
หรอื ใชใ้ นอปุ กรณอ์ นื่ เช่น นาฬิกาข้อมอื เคร่อื งคิดเลข เซลล์นี้จะใหศ้ ักยไ์ ฟฟ้า
ประมาณ 1.3 โวลต์ ให้กระแสไฟฟา้ ตา่ แตส่ ามารถใหค้ า่ ศกั ยไ์ ฟฟา้ คงทีต่ ลอด
อายุการใช้งาน

1. แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้าจากปฏกิ ิริยาเคมี

1.2 เซลลไ์ ฟฟ้าทุตยิ ภูมิ (Secondary Cell) เปน็ เซลล์ไฟฟา้ ที่เม่ือใช้
พลงั งานไฟฟ้าหมด จะสามารถนากลบั มาชารจ์ ไฟใหม่ไดอ้ กี เชน่ แบตเตอร่ี

2. แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้าแบบเหน่ยี วนา

เกดิ จากการนาแท่งแม่เหลก็ ท่ีมีสนามแม่เหล็กเคลอื่ นท่ีตดั กับขดลวด
ซึง่ จะเหน่ียวนาใหเ้ กิดกระแสไฟฟา้ โดยเรยี กอุปกรณ์ทที่ าให้เกดิ กระแสไฟฟ้า
ดังกล่าวน้วี า่ เครือ่ งกาเนิดไฟฟา้ หรือไดนาโม

3. แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ จากเซลล์สุริยะ

โดยอาศยั หลกั การของปฏกิ ริ ยิ าโฟโตอเิ ล็กตรกิ เกดิ จากแสงไป
ตกกระทบบนพน้ื ผวิ ของโลหะ จนทาใหอ้ เิ ลก็ ตรอนบนผิวของโลหะหลุด
ออกมา ทาให้ปริมาณประจไุ ฟฟา้ ระหว่างผวิ หนา้ และขว้ั ไฟฟา้ แตกต่างกนั

3. แหล่งกาเนิดไฟฟ้าจากเซลลส์ รุ ิยะ

เซลลส์ ุรยิ ะ เป็นเซลลไ์ ฟฟา้ ทส่ี ามารถแปลงรปู พลงั งานจากแสงอาทติ ย์
ใหเ้ ปน็ พลงั งานไฟฟา้ ไดโ้ ดยตรง

โดยทวั่ ไปเซลล์สุรยิ ะ ประกอบด้วยแผ่นก่ึงตัวนา 2 ชัน้ ดงั รปู
ช้นั บน ทาด้วยซลิ ิคอนผสมฟอสฟอรัส ช้นั ลา่ ง ทาด้วยซลิ คิ อนผสมโบรอน
ชัน้ บนจะบางกวา่ ชนั้ ล่างเพอ่ื ใหแ้ สงอาทติ ย์สามารถสอ่ งทะลุไปถึงชน้ั ลา่ งได้
แสงอาทติ ยจ์ ะเป็นตวั ทาใหเ้ กดิ ความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟา้

เซลล์สรุ ยิ ะถกู นามา ใชง้ านในหลายด้าน เชน่ นาฬิกา เครอ่ื งคานวณ
และแม้กระทง่ั ดาวเทยี ม ได้แก่ ดาวเทียมไทยคม เป็นต้น

อุปกรณ์ไฟฟ้า

อปุ กรณ์ไฟฟ้า เปน็ ส่งิ ท่ีนามาใชร้ ว่ มกับการใชไ้ ฟฟา้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ
การไหลของกระแสไฟฟ้า

1. สายไฟ (Wire) เป็นอปุ กรณท์ น่ี ากระแสไฟฟ้าไหลไปยงั เครอ่ื งใช้
ไฟฟา้ ทาจากวสั ดทุ เี่ ปน็ ตัวนาไฟฟา้ เช่น ทองแดง โดยท่วั ไปจะมีฉนวนหุ้ม
เชน่ พวี ีซี
ก. สายทนความรอ้ น มีเปลอื กนอกเป็นฉนวน
ท่ีทนความรอ้ น เชน่ สายเตารดี
ข. สายคู่ ใชเ้ ดนิ ในอาคารบ้านเรือน
ค. สายคอู่ ่อน มีลกั ษณะอ่อน ใชก้ บั เครอื่ งใช้
ไฟฟ้าภายในบ้าน เชน่ วิทยุ โทรทศั น์
ง. สายเด่ยี ว ใช้เดินในท่อร้อยสาย

อุปกรณ์ไฟฟา้

1. สายไฟ (Wire) เปน็ อุปกรณ์ท่ีนากระแสไฟฟา้ ไหลไปยงั เครอื่ งใช้
ไฟฟ้าทาจากวสั ดทุ ี่เปน็ ตวั นาไฟฟ้า เช่น ทองแดง โดยท่วั ไปจะมีฉนวนหุ้ม
เช่น พวี ซี ี

อปุ กรณ์ไฟฟ้า

2. สวิตช์ (Switch) เป็นอุปกรณท์ มี่ หี น้าทตี่ ัดหรือต่อวงจรไฟฟ้า
ในส่วนท่ตี ้องการ

2.1 สวติ ชท์ างเดยี ว
2.2 สวิตชส์ องทาง

อุปกรณ์ไฟฟ้า

2. สวิตช์ (Switch) เป็นอุปกรณท์ ี่มีหน้าท่ีตัดหรอื ตอ่ วงจรไฟฟา้
ในสว่ นทีต่ ้องการ

2.1 สวิตช์ทางเดียว
2.2 สวติ ชส์ องทาง
2.3 สวิตชอ์ ัตโนมตั ิ

อปุ กรณไ์ ฟฟา้

3. ฟิวส์ (Fuse) เปน็ อุปกรณท์ ่ใี ชต้ ดั วงจรไฟฟา้ เมอ่ื มกี ระแสไฟฟา้
ไหลผา่ นมากเกินไป หรือเมอ่ื เกิดไฟฟ้าลดั วงจร ฟิวส์ทาจาก ตะกั่วผสม
ดบี ุกและบสิ มัทเลก็ น้อย

3.1 ฟวิ ส์เสน้
3.2 ฟิวส์แผ่น
3.3 ฟวิ สก์ ระเบอื้ ง
3.4 ฟิวส์หลอด

อปุ กรณ์ไฟฟ้า

1. ฟวิ สเ์ สน้ นยิ มใช้ตามบา้ นเรือน ใช้กับสะพานไฟที่แผงไฟรวม

อปุ กรณไ์ ฟฟา้

2. ฟวิ สแ์ ผน่ จะมีปลายทั้งสองขา้ งเป็นขอเก่ียว ใชก้ ับสะพายไฟแผงไฟรวม

อุปกรณไ์ ฟฟ้า

3. ฟิวส์กระเบอ้ื ง มลี กั ษณะเป็นขวดกระเบื้อง ใชท้ ี่แผงไฟรวมในบา้ น

อปุ กรณไ์ ฟฟ้า

4. ฟิวส์หลอด เปน็ โลหะเสน้ เลก็ ๆ บรรจใุ นหลอดแก้ว นยิ มใชก้ บั วิทยโุ ทรทศั น์

อปุ กรณไ์ ฟฟ้า

ฟวิ ส์ทใ่ี ชต้ ามบา้ นมขี นาด 5, 8, 10, 12 และ 32 แอมแปร์
ควรเลอื กขนาดของฟวิ ส์ใหเ้ หมาะสมกับปรมิ าณไฟฟา้ ท่ีใช้ โดยคานวณหา
กระแสไฟฟา้ ท่ีไหลผ่านเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ในบ้านทงั้ หมด แล้วนาข้อมลู จากการ
คานวณไปเลือกซอื้ ฟวิ ส์

P = VI
เมื่อ P = กาลงั ไฟฟา้ มีหนว่ ยเป็น วัตต์

V = ศักยไ์ ฟฟ้า มหี น่วยเป็น โวลต์
I = กระแสไฟฟา้ มหี นว่ ยเปน็ แอมแปร์

อปุ กรณ์ไฟฟ้า

4. สะพานไฟ (Cut Out) เปน็ อุปกรณไ์ ฟฟา้ ทใี่ ชส้ าหรบั เปดิ หรอื
ปิดวงจรไฟฟ้าภายในบา้ น

เราอาจใช้สะพานไฟ ทาหน้าทีค่ วบคมุ วงจรไฟฟา้ ทง้ั หมด หรือ
ตอ่ แยกเพ่ือตัดตอ่ วงจรไฟฟ้าในสว่ นตา่ งๆ ของบ้านในแต่ละสว่ นของบา้ นได้
ด้วย และเรามักจะตอ่ ฟวิ สไ์ วท้ ่สี ะพานไฟ

อุปกรณไ์ ฟฟ้า

5. เต้ารับและเตา้ เสยี บ (Socket) เป็นอปุ กรณ์ที่นากระแสไฟฟา้
จากตวั บ้านเขา้ สเู่ ครื่องใช้ไฟฟา้ เพอ่ื ใหส้ ามารถทางานได้

อุปกรณ์ไฟฟ้า

5. เตา้ รบั และเต้าเสยี บ (Socket) เป็นอุปกรณ์ท่นี ากระแสไฟฟา้
จากตวั บ้านเขา้ สเู่ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าเพอ่ื ให้สามารถทางานได้
เต้ารบั เป็นอุปกรณท์ ่ตี ดิ ตงั้ ไว้กบั ตัวอาคาร โดยตอ่ เขา้ กบั วงจรไฟฟ้า

อปุ กรณไ์ ฟฟ้า

5. เตา้ รบั และเต้าเสยี บ (Socket) เป็นอุปกรณ์ท่ีนากระแสไฟฟา้
จากตัวบา้ นเข้าสูเ่ คร่อื งใช้ไฟฟ้าเพอื่ ให้สามารถทางานได้

เตา้ เสยี บ หรือท่เี รยี กวา่ ปลก๊ั เป็นอุปกรณ์ทตี่ ่อกับปลายของสาย
ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า

วงจรไฟฟ้าในบ้าน

วงจรไฟฟา้ คือทางเดนิ ของกระแสไฟฟ้า เรมิ่ จากแหลง่ จ่ายไฟฟา้
ผา่ นตัวนาโหลด และไหลกลบั มา ครบวงจรทีแ่ หลง่ จา่ ยไฟฟ้าตวั เดิม
กระแสไฟฟ้าจะไหลไดว้ งจรต้องต่อเนอ่ื งตลอด เรียกว่า ครบวงจร

วงจรไฟฟา้ ในบา้ น

ไฟฟ้าจากการผลิตของการไฟฟา้ ฝา่ ยผลิตจะถูกส่งมาสสู่ ถานียอ่ ย
จากนั้นจะถกู ปรับคา่ ของกระแสไฟฟา้ ให้ตา่ ลงเพอื่ สง่ ไปยังชมุ ชน โดยก่อน
เข้าสู่บ้านเรอื นต้องลดแรงดนั ไฟฟา้ ลงกอ่ น

วงจรไฟฟ้าในบา้ น

ระบบไฟฟา้ ท่มี ีใชใ้ นประเทศไทยในสว่ นของระบบแรงดันตา่
ท่ีการไฟฟ้าฯจ่ายใหก้ บั ผใู้ ช้ไฟฟา้ แต่ละประเภทตง้ั แตบ่ า้ นไปจนถงึ โรงงาน
ขนาดใหญ่ มอี ยู่ด้วยกนั 2 ระบบ คอื

1. ระบบ 1 เฟส 220 โวลต์
2. ระบบ 3 เฟส 380 โวลต์

ระบบไฟฟ้าแบง่ เปน็ 2 ระบบ

1. ระบบไฟฟ้า 1 เฟส 220 โวลต์ จะมีสายไฟอยู่ 2 เสน้ ประกอบด้วย

1.1 สาย Line (ไลน์) เปน็ สายไฟเสน้ ทม่ี ีกระแสไฟฟ้า เขยี นแทนดว้ ย L
1.2 สาย Neutron (นิวตรอน) เป็นสายไฟที่ไม่มกี ระแสไฟฟา้ เขียนแทนดว้ ย N

เป็นระบบทม่ี ีใชก้ ันมากที่สดุ ในบ้านพกั อาศัยขนาดเลก็ จนถึงกลางและยงั
รวมไปถึงผู้ใช้ไฟฟา้ รายยอ่ ยอนื่ ๆ เช่น ห้องเช่า/หอพกั หรอื รา้ น/แผงค้าขาย

ระบบไฟฟา้ แบง่ เป็น 2 ระบบ

2. ระบบไฟฟา้ 3 เฟส 380 โวลต์ จะมี 2 แบบ คือ แบบ 3 และ 4 สาย

1.1 สาย Line (ไลน์) เป็นสายไฟเสน้ ทมี่ กี ระแสไฟฟา้ เขยี นแทนด้วยจานวน 3 เสน้
1.2 สาย Neutron (นิวตรอน) เป็นสายไฟท่ีไม่มีกระแสไฟฟา้ จานวน 1 เส้น

กลมุ่ ผู้ขอใชง้ านระบบ 3 เฟส 380 โวลตไ์ ดแ้ กบ่ า้ นพักอาศัยขนาด
ใหญ่ อาคารพานชิ ย์ รา้ นคา้ สานกั งานและโรงงานขนาดเลก็ เปน็ ต้น

วงจรไฟฟา้ ในบ้าน

วงจรไฟฟ้าในบ้านใชไ้ ฟฟา้ กระแสสลับ มคี วามต่างศักย์ไฟฟา้ 220 โวลต์
สายไฟท่เี ข้ามาในบา้ นจะมี 2 สาย ตอ่ จากสายหลกั ทเี่ สาไฟฟา้ ผา่ นมิเตอรไ์ ฟฟา้ แล้ว
เข้าไปในบ้าน โดยสายหน่งึ จะเปน็ สายกลาง(N) และอกี สายจะเปน็ สายท่มี ศี ักย์ (L)
สายท่ีมีศักยจ์ ะผา่ นฟิวส์ ซ่งึ จะเปน็ ตวั ปอ้ งกนั อันตรายที่เกดิ จากไฟฟ้าช็อต หรอื การใช้
กระแสไฟฟา้ เกินขนาดท่ีฟิวส์จะทนได้ เคร่อื งใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะต่อกนั แบบขนาน
หลงั จากผา่ นสะพานไฟรวมไปแล้ว ดงั รูป

วงจรไฟฟา้ ในบ้าน

วงจรไฟฟ้า คอื เส้นทางท่กี ระแสไฟฟา้ ไหลผา่ น โดยกระแสไฟฟา้
จะไหลผ่านสายไฟ สะพานไฟ สวติ ช์ และเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ตามลาดบั แลว้ ไหล
กลับทางสายกลาง ครบวงจรท่ีแหลง่ จา่ ยไฟฟ้าตวั เดิม

พลังงานไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟา้ แตล่ ะชนิดจะใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ แตกต่างกัน โดยหากเรา
ลองสังเกตทีเ่ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าจะพบวา่ มีการระบุตัวเลขท่ีแสดงการใช้พลังงาน

ตวั เลขท่รี ะบุในเครือ่ งใช้ไฟฟ้าแตล่ ะชนดิ จะมคี ่าแตกตา่ งกนั ไป เช่น

หมายความว่า หลอดไฟฟา้ มีตัวเลขกากบั ไว้ 220V 60W
หลอดไฟฟ้าดวงนี้ เมือ่ ตอ่ กับความตา่ งศกั ย์ 220 โวลต์
จะใช้กาลงั ไฟฟา้ 60 วัตต์
หรอื ใชพ้ ลงั งานไฟฟา้ 60 จลู ในเวลา 1 วินาที

คา่ พลงั งานไฟฟ้าทเี่ คร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ใช้ในหน่ึงหนว่ ยเวลา เรียกว่า กาลังไฟฟ้า

กาลังไฟฟ้า(Electric Power)

กาลังไฟฟ้า หมายถงึ คา่ พลังงานไฟฟา้ ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ใน
หนึ่งหน่วยเวลา

เขียนเป็นสมการแสดงความสมั พันธไ์ ด้ ดงั นี้

พลังงานไฟฟา้

ค่ากาลังไฟฟ้าของเครอ่ื งใช้ไฟฟ้า จะสามารถนามาหาคา่ พลงั งาน
ไฟฟ้าทเี่ ครอื่ งใช้ไฟฟ้าน้นั ใชว้ า่ สิ้นเปลืองมากนอ้ ยเพยี งใด

โดยในการวัดคา่ กาลังไฟฟา้ จะวดั เป็นกโิ ลวตั ต์ ชว่ งเวลาท่ใี ชจ้ ะคิดเป็นชั่วโมง
ดังน้ัน พลังงานไฟฟา้ จึงวัดได้เป็น กิโลวัตต์ชว่ั โมง (kWh) หรือเรียกว่า หนว่ ย (Unit)

W = Pt

โดย W = พลงั งานไฟฟา้ ท่ีใช้ มหี นว่ ยเป็น กโิ ลวัตต์ช่ัวโมง (kWh)
t = เวลาท่ีใช้ มหี น่วยเปน็ ชั่วโมง (h)
P = กาลังไฟฟา้ มีหน่วยเปน็ กิโลวัตต์ (kW)





พลงั งานไฟฟา้

พลงั งานไฟฟา้

พลงั งานไฟฟา้


Click to View FlipBook Version