การเพาะเลี้ยง
เนื้ อเยื่อ
จัดทำโดย
นางสาว ศศิการณ์ บางวัน เลขที่ 24
นางสาว จิรัฐติกาล สุยะใหญ่ เลขที่
33
ครู ประจำชั้น
ครู ณรงค์ศั กดิ์ พลแก้ว
ครู กายทิพย์ แจ่มจันทร์
โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อคือ
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อเป็นวิทยาการสาหรับการอนุรักษ์
และการเก็บรักษาพันธุกรรมพืช ที่มีการพัฒนาเทคนิ ค
ในการขยายพันธุ์แบบใหม่เพื่อให้ได้ต้นพืชปริมาณมาก
ใช้ระยะเวลาอันสั้ นและมีลักษณะทางพันธุ กรรมตรง
ตามแม่พันธ์ุทุกประการซึ่งวิธีนี้ จะสามารถเก็บพืชได้
เป็นเวลานานโดยไม่มีการกลายพันธ์ุหรืออาจใช้ในการ
เก็บรวบรวมพันธุ์พืชโดยชะลอการเจริญเติบโตให้พืชโต
ช้าๆ ในขวดแก้วเล็กๆ ซึ่งการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเช่น
นี้ จะใช้พื้นที่น้ อยกว่าการเก็บพันธุ์พืชที่ผลิตเป็นต้นพืช
โดยตรงอีกท้ังยังเป็นประโยชน์ มหาศาลในการ
ปรับปรุงพันธุ์พืชให้พืชต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืช
ได้ดีขึ้น หรือให้ผลผลิตมากขึ้น
พืชที่นิ ยมนำมา
เพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อ
พืชที่นิ ยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ ได้แก่
• ไม้ยืนต้น เช่น ยูคําลิปตัส ไผ่ สัก เป็นต้น
• พืชผัก เช่น ขิง หน่ อไม้ฝรั่ง และปูเล่ เป็นต้น
• ไม้ผล เช่น กล้วย สับปะรด สตรอว์เบอร์รี่ และส้ม
เป็นต้น
• ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น หน้ํ าวัว เบญจมาศ กล้วยไม้ ว่าน
สี่ทิศ เยอบีร่า เฮลิโคเนี ย และฟิโลเดนดรอน เป็นต้น
• พืชกินแมลง เช่น หยาดน้ำค้าง กําบหอยแครง และ
หม้อข้ําวหม้อแกงลิง เป็นต้น
ข้อจำกัดของ
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อพืช
ด้านการลงทุน
1. การสร้างห้องปฏิบัติงาน เนื่ องจากการปฏิบัติงาน
ต้องมีการจัดการพื้นที่ทำงาน และการใช้เครื่องมือ
และสารเคมีที่มีราคาค่อนข้างสูง
2. การอบรมและฝึกฝนผู้ปฏิบัติงาน เนื่ องจากการ
ทำงานการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อมีการทำงานด้วย
เทคนิ คปลอดเชื้อและทำงานตามลำดับขั้นตอน
ตั้งแต่การฟอกฆ่าเชื้อ วิธีการตัดและวางเนื้ อเยื่อพืช
การเพิ่มปริมาณต้น การชักนำราก รวมถึงการ
ฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดของเครื่องมือที่ใช้
3. การค้นคว้าวิจัยในการค้นหาเทคนิ คและสูตร
อาหารเพาะเลี้ยงพืชที่เหมาะสม รวมถึงการเลือก
ชนิ ดและปริมาณสารควบคุมการเจริญเติบโตที่
เหมาะสม เพื่อให้ต้นพืชมีการเจริญเติบโตและ
พัฒนาพร้อมกัน และลดการเกิดลักษณะของต้น
พืชที่แตกต่างไปจากเดิม (Somaclonal variation)
ทำไม... ต้องมี
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื้อ
ประโยชน์ ของการเพาะ
เลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ㆍ การขยายพันธุ์พืช (Micropropagation)
- ผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคปริมาณมากในระยะ
เวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น เพิ่มปริมาณได้
10 เท่า ต่อการย้ายเนื้ อเยื่อลงอาหารใหม่ทุก
เดือน เมื่อเวลา 2 เดือนสามารถผลิตต้นพันธุ์
พืชได้ถึง 100 ต้น
- ต้นพันธุ์ที่ได้มีลักษณะตรงตามพันธุ์เหมือน
ต้นแม่)
ทำไม... ต้องมี
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื้อ
ประโยชน์ ของการเพาะ
เลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ㆍ
การอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรมพืช
(Germplasmconservation, Gene bank)
-การเก็บรักษาพันธุ์พืชหายาก โดยชักนำให้พืชในขวด
เพาะเลี้ยงมีอัตราการเจริญอย่างช้าๆสามารถคงสภาพ
และมีชีวิตได้ในเวลาที่ยาวนาน เป็นการประหยัดพื้นที่
และแรงงาน
-การเก็บรวบรวมพันธุ์พืชในขวดเพาะเลี้ยงเพื่อเป็น
ㆍแหล่งพันธุกรรมที่มีสำรองตลอดเวลา
การแลกเปลี่ยนพันธุ์พืชระหว่างประเทศ
(International transfer)
-การแลกเปลี่ยนพันธุ์พืชที่อยู่ในสภาพปลอดเชื้อช่วย
ลดความเสี่ ยงของการแพร่กระจายโรคพืช
.การผลิตสารทุติยภูมิ
(secondarymetaboliteproduction)
-การผลิตสารต่างๆที่ใช้ทางด้านการแพทย์,การเกษตร
ทำไม... ต้องมี
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื้อ
ประโยชน์ ของการเพาะ
เลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ㆍ
การปรับปรุงพันธุ์พืช (Plant improvement)
- การเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอ (Embryo culture)
เป็นการสร้างลูกผสมโดยช่วยชีวิตเอ็มบริโอ
ซึ่งรอดชีวิตได้ยากในสภาพธรรมชาติ
- การเพาะเลี้ยงอับละอองเรณูและละอองเรณู
(Pollen and anther culture) เป็นการสร้าง
ต้น Haploid plant เพื่อลดระยะเวลาใน
การสร้างพันธุ์แท้
- การชักนำการกลายพันธุ์ (Induced mutation)
โดยใช้สารเคมี หรือรังสี เพื่อให้ได้พืชกลายพันธุ์
- การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การรวม
โปรโตพลาสต์ (Protoplast fusion) และ
เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม (Genetic engineering)
ห้องปฏิบัติการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ประกอบด้วย
ส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ
ห้องเตรียมอาหาร
ห้องย้ายเนื้ อเยื่อ
ห้องเลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. การเตรียมเนื้ อเยื่อ
เป็นการนาชิ้นส่ วนพืชจากต้นแม่พันธุ์ในส่ วนของยอด
อ่อนหรือตายอดเพื่อนาเข้ามาสู่ กระบวนการเพาะเลี้ยง
เนื้ อเยื่อโดยส่วนของพืชนั้ นสามารถนามาได้จากหลาย
วิธีเช่นยอดจากการปักชำทรายยอดจากการติดตายอด
Cuttingและยอดจากต้นแม่พันธุ์โดยตรงทั้งนี้ การได้
ยอดจากการติดตาเป็นวิธีที่ยังนิ ยมใช้ในการเพาะเลี้ยง
เนื้ อเยื่อ แต่มีข้อเสีย คือต้องใช้เวลานานและต้องมีความ
ชานาญอีกทั้งยังต้องมีต้นพันธุ์เพื่อใช้สาหรับการติดตา
อีกด้วย
ในส่วนนี้ จะขอกล่าวถึงการปักชำทรายซึ่งเป็นการ
ปฏิบัติการ ณ ห้องปฏิบัติการสาหรับเพาะเลี้ยง เนื้ อเยื่อ
อ.อ.ป. ราชดาเนิ นนอก กทม. โดยมีรายละเอียด ดังนี้
2. การเตรียมอาหาร
เป็นการนาธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการในการเจริญเติบโต และธาตุ
อาหารรองมาผสมกับวุ้น ฮอร์โมนพืช วิตามิน น้ าตาล และบางกรณีอาจมี
การเติมผงถ่านด้วย ในอัตราส่วนที่เหมาะสมแล้วนาไป นึ่ งฆ่าเชื้อ ซึ่งใน
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อพืชขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง สิ่งที่สาคัญมากอย่าง
หนึ่ งคือ องค์ประกอบของอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
ชนิ ดนั้ นๆ ซึ่งต้องประกอบด้วยอาหารที่ พืชสามารถนาไปใช้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยสูตรอาหารเลี้ยงเนื้ อเยื่อ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
1. สารอนิ นทรีย์ ได้แก่ ธาตุอาหารหลักคือ ธาตุอาหารที่พืชจาเป็นต้องใช้
ในปริมาณมาก เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแตสเซียม กามะถัน
แคลเซียม แมกนี เซียมและกามะถัน และธาตุอาหารรองหรือธาตุ อาหารที่
พืชจาเป็นต้องใช้ในปริมาณน้ อย เช่น เหล็ก แมงกานี ส สังกะสี ทองแดง
โมลิบดีนั ม โบรอน ไอโอดีน โคบอล คลอรีน
2. สารประกอบอินทรีย์ ได้แก่ สารที่มีองค์ประกอบของคาร์บอน (C)
ไฮโดรเจน (H) และ ออกซิเจน (O) แบ่งออกได้หลายกลุ่ม คือ
2.1 น้ำตาล
2.2 วิตามิน ชนิ ดที่มีความสาคัญ ได้แก่ Thiamine Pyridoxine
Nicotinic acid
2.3 กรดอะมิโน ได้แก่ ไกลซีน
2.4 สารควบคุมการเจริญเติบโต ได้แก่ ออกซิน ไซโตไคนิ น จิบ
เบอเรล ลิน
2.5 สารอินทรีย์พวกอิโนซิทอล อะดีนี น ช่วยส่งเสริมให้เกิดยอด
2.6 วุ้น เป็นเพียงส่วนที่ทาให้อาหารแข็ง หรือกึ่งแข็งกึ่งเหลวที่พอจะ
พยุงเนื้ อเยื่อพืชไม่ให้จมอยู่ในอาหาร
2.7 ผงถ่าน เพื่อดูดสารพิษที่พืชสร้างขึ้นมา ซึ่งส่งผลต่อการเจริญ
เติบโตของพืช (ถ้ามี)
อาหารสาหรับเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อแบ่งออกเป็น 4 สูตรอาหารหลัก
1. อาหารสาหรับหลังจากการฟองฆ่าเชื้อชิ้นส่วนเนื้ อเยื่อ
2. อาหารสาหรับขยายกอชิ้นส่วนเนื้ อเยื่อ
3. อาหารสาหรับยืดยอด
4. อาหารสาหรับออกราก
ส่ วนประกอบของอาหาร
สั งเคราะห์
ธาตุอาหารที่พืชต้องการ แบ่งเป็น ธาตุอาหารหลักที่
พืชต้องการในปริมาณมาก เช่น ไนโตรเจน,
ฟอสฟอรัส, โปแตสเชี่ยม ฯ และธาตุอาหารรองที่
พืชต้องการในปริมาณที่น้ อย เช่น เหล็ก, สังกะสี,
ทองแดง, โบรอน ฯลฯ
วิตามิน เช่น thiamine, nicotinic acid, inositol ฯลฯ
สารควบคุมการเจริญเติบโต
น้ำตาล
สารประกอบอินทรีย์อื่น เช่น น้ำมะพร้าว, กล้วยบด
ฯลฯ
วัสดุค้ำจุน เช่น วุ้น (ในกรณีที่เป็นอาหารแข็ง)
3.การฟอกฆ่าเชื้อชิ้นส่วนเนื้ อเยื่อและการนำเนื้ อเยื่อ
ลงขวดเลี้ยง
เป็นวิธีการใช้สารเคมีหรือวิธีการต่างๆ ที่ทำให้ชิ้นส่วน
ของพืชที่นำมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงปราศจากเชื้อจุลินทรีย์
ต่าง ๆ และการนำเอาชิ้นส่วนของพืชที่ฟอกฆ่าเชื้อแล้ว วาง
ลงบนอาหารเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อที่ปลอดเชื้อ โดยใช้เครื่องมือ
และปฏิบัติการในห้องหรือตู้ปลอดเชื้อโดยเฉพาะการฟอก
ฆ่าเชื้อชิ้นส่วนพืช นิ ยมใช้ 2 วิธี ได้แก่
1. การใช้สารเคมี เป็นวิธีที่ใช้ได้อย่างกว้างขวาง โดยเลือก
ใช้ชนิ ดและความเข้มข้นตามลักษณะของเนื้ อเยื่อพืช เหมาะ
กับเนื้ อเยื่อที่มีลักษณะอ่อนนุ่ ม เช่น ใบ ตายอด หรือตาข้าง
สารเคมีที่ใช้ในการ
ฟอกฆ่าเชื้อพืชมีหลายชนิ ดแต่ที่นิ ยมใช้ ได้แก่
เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) และ โซเดียม
ไฮโปคลอไรด์ (Sodium Hypochloride) หรือคลอรอกซ์
(Clorox)
2. การเผาไฟ มีข้อจำกัดในการเลือกใช้ เนื่ องจากความ
ร้อนจากไฟจะทำลายเนื้ อเยื่อพืชจึงเหมาะกับอวัยวะหรือ
เนื้ อเยื่อที่มีส่วนห่อหุ้มหนาหรือแข็งแรง เช่น เมล็ด เนื้ อเยื่อ
ท่อลำเลียง เป็นต้น
4. การย้ายกล้าเนื้ อเยื่อออกจากขวดเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อ
ไปสู่โรงเรือน เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างหนึ่ งที่จะบ่ง
บอกถึงความสำเร็จของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่อ ซึ่งคือ
การนำกล้าเนื้ อเยื่อที่มีรากและลำต้นที่สมบูรณ์แข็ง
แรง โดยนำกลัาเนื้ อเยื่อออกจากขวดเพาะเลี้ยง
เนื้ อเยื่อ และนำไปอนุบาลในโรงเรือน หลังจากกล้า
เนื้ อเยื่อปรับตัวกับและเข้ากับสภาพแวดล้อมได้แล้ว
แล้วนำปลูกในพื้นที่ที่ต้องการ เพื่อประโยชน์ ตาม
วัตถุประสงค์ต่อไป
การดูแลเนื้ อเยื่อระหว่าง
การเลี้ยง
1.นำขวดเลี้ยงเนื้ อเยื่อไปวางบนชั้นในห้องเลี้ยงเนื้ อเยื่อ โดย
ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมโดยทั่วไปปรับอุณหภูมิ
ภายในห้องประมาณ 25 องศาเซลเซียส ระยะเวลาที่ให้แสง
ประมาณ 12 – 16 ชั่วโมง / วัน ความเข้มของแสง 1,000 –
3,000 lux 2. เนื้ อเยื่อพืชที่เลี้ยงควรเปลี่ยนอาหารใหม่ทุก 2
สัปดาห์ ระหว่างการเลี้ยงตรวจดู
3. การเจริญเติบโต สังเกตุการเปลี่ยนแปลง บันทึกรายงาน
ไว้เพื่อเป็นข้อมูล
4.การย้ายพืชออกจากขวดเลี้ยงเนื้ อเยื่อเพื่อลงปลูกใน
กระถาง
เมื่อพืชเจริญเติบโตเป็นต้นที่สมบูรณ์ แล้วก็นำลงปลูกใน
กระถางดังนี้
1.เตรียมทราย : ถ่านแกลบ หรือ ทราย : ขุยมะพร้าว
อัตราส่วน 1 : 1 ใส่กระถางหรือกระบะพลาสติค
2.ใช้ปากคีบ คีบต้นพืชออกจากขวดอย่างระมัดระวัง
3. ล้างเศษวุ้นที่ติดอยู่บริเวณรากออกให้หมด
4. จุ่มยากันรา ตามอัตราส่วนที่กำหนดในสลากยา
ปลูกในกระถางหรือกระบะ
นำไปไว้ในตู้ควบคุมความชื้น แสง
อุณหภูมิ หรือนำไว้ในกระบะพ่น
หมอก เมื่อพืชเจริญตั้งตัวดีแล้วจึง
ย้ายลงแปลงปลูกต่อไป
THANK YOU