~ 51 ~
4.4.2 การเตะเท้าหงาย เป็นการเคล่ือนท่ีไปในน้ําที่ผิวน้ําตามแนวนอน ขณะที่นอน
หงาย มีวิธีการฝึกดังนี้
1) นอนหงายเงยหน้า ลําตัวเหยียดตรงขนานกับผิวน้ํา แขนทั้งสองเหยียดตรงแนบข้าง
ลําตัว ขาเหยียดตรง
2) ให้งอเข่าลงแล้วเตะเท้าข้ึน บิดปลายเท้าเข้าหากันเล็กน้อย การเตะเท้าหงายให้เน้น
การสะบัดหลังเท้า ให้นํ้าไหลออกไปจากปลายเท้าทางหลงั เทา้ เพื่อให้มีแรงสง่ ลําตัวให้เคล่ือนที่ไปด้านหน้า เข่า
งอได้เล็กน้อย แต่อย่างอหรือยกเข่าขึ้นจะทําให้ก้นงอหรือจมลงไป ทําให้ลําตัวด้านหลังต้านนํ้า การหงายปาก
และจมกู พ้นนํา้ ทําใหห้ ายใจได้ตลอด เม่ือต้องการเคลือ่ นท่ีไปไกล ๆ ให้ใช้มือทีแ่ นบอยขู่ า้ งลาํ ตวั ช่วยโบกน้าํ
ภาพที่ 2-22 แสดงการเตะเทา้ หงายในนาํ้
ทีม่ า : พลากร นัคราบัณฑิต (2560)
4.5 การเคลื่อนท่ใี นนํ้า
การเคล่ือนที่ในนํ้าเป็นการนําทักษะพื้นฐานมาประกอบกันเพ่ือให้เกิดการเคลื่อนท่ีได้
อย่างต่อเน่ือง โดยการฝึกการเคล่ือนท่ีในน้ํา มีทักษะท่ีสําคัญได้แก่ การฝึกการโผตัว การใช้มือพุ้ยน้ําและใช้เท้า
กระทุ่มนา้ํ การฝึกเปลี่ยนทิศทางขณะว่ายนํา้ การฝึกพลกิ ตัวขณะว่ายน้ํา และการกลับสทู่ า่ ยืน
4.5.1 การฝกึ การโผตัว
การโผตัวเพ่ือการเคลื่อนที่ไปในน้ํา ทําได้ 2 ทิศทางคือ การโผตัวไปข้างหน้า และการ
โผตัวไปข้างหลัง
1) การโผตัวไปข้างหน้า คือการก้มตัวไปข้างหน้า แล้วถีบพื้นสระเพ่ือให้ตัวพุ่งไป
ข้างหน้า ซึ่งเป็นทักษะแรกท่ีผู้เรียนต้องรู้จักและฝึกฝนก่อนการใช้มือพุ้ยน้ําหรือใช้เท้าเตะนํ้า เม่ือโผตัวไป
ข้างหน้าแล้วหมดแรงพุ่งจากการถีบพื้นสระ ให้ผู้เรียนฝึกเตะเท้าสลับขึ้นลงไปด้วย จะทําให้ร่างกายพุ่งไปต่อได้
อีก ควรฝึกในระดับนํ้าลึกประมาณช่วงแขนของผู้เรียน และฝึกจากด้านน้ําลึกเข้ามาสู่ด้านนํ้าตื่นเพ่ือความ
ปลอดภยั
~ 52 ~
ภาพที่ 2-23 แสดงการโผตัวไปข้างหนา้
ทม่ี า : พลากร นคั ราบัณฑิต (2560)
2) การโผตัวไปข้างหลัง เป็นทักษะพื้นฐานของการว่ายน้ําท่ากรรเชียง ควรเริ่มฝึกท่ีน้ํา
ลกึ ระดับเอวโดยมลี าํ ดับขั้นดงั น้ี
2.1) ยืนบนพนื้ สระ แลว้ งอเขา่ เอนตวั ไปข้างหลังจนน้าํ อยู่ระดบั คอหรอื แนวเดยี วกับคอ
2.2) ให้ผู้เรียนสูดหายใจเข้าทางปากให้เต็มที่ หลังจากน้ันกางแขนออกเพ่ือ
รกั ษาการทรงตัวแล้วกม้ หนา้ ใหค้ างชดิ คอ
2.3) ถบี พ้ืนสระใหเ้ ต็มท่ี เพ่อื ให้ลําตัวพ่งุ ไป
2.4) ให้กลั้นหายใจไว้ ไม่ต้องกลัวว่านํ้าจะเข้าจมูก เมื่อหมดแรงพุ่งให้งอเขาทั้ง
สองข้างมาชิดอก
2.5) ใช้แขนทั้งสองขา้ งพุ้ยนาํ้ โดยหุบแขนทก่ี างอยมู่ าขา้ งหน้าให้ชิดกับลําตัว เพื่อ
ชว่ ยให้ลําตวั ต้ังตรง
2.6) ยกศรี ษะให้พ้นนา้ํ เมื่อลาํ ตัวตง้ั ตรงแล้วจึงยนื ขึน้
2.7) เม่ือชํานาญแล้วให้ฝึกการโผตัวไปข้างหลังแล้วใช้เท้าเตะนํ้าไปด้วย เพื่อให้
ร่างกายเคล่ือนไปได้ไกลกว่าเดิม ซ่ึงควรฝึกตามความกว้างของสระ หรือจากทางด้านนํ้าลึกไปยังด้านน้ําต้ืน ใน
การเตะเทา้ นน้ั ตอ้ งใชเ้ ท้าดีดหรอื งดั มากกว่า และใช้ฝา่ เท้ามากกวา่ หลงั เทา้
~ 53 ~
ภาพท่ี 2-24 แสดงการโผตัวไปข้างหลัง
ท่มี า : พลากร นคั ราบณั ฑติ (2560)
4.5.2 การใช้มอื พุย้ น้ําและใชเ้ ท้าเตะนํา้
เป็นทักษะการใช้มือท่ีต่อเน่ืองจากการฝึกการโผตัว วิธีท่ีง่ายที่สุดคือ การพุ้ยนํ้า
แบบพายเรอื หรอื ท่าสุนขั ว่ายนํ้า โดยมวี ิธกี ารคอื
1) การเคล่ือนไหวของมือ ให้กดมือลงไปในนํ้าในทิศทางตรงข้ามกับที่ผู้เรียน
ต้องการจะเคลอื่ นทไ่ี ป จนรสู้ กึ ว่าเกิดการเคลอ่ื นไหว สามารถทาํ ได้ในขณะที่ยนื อย่ใู นนํ้าด้วย
2) การเคล่ือนไหวของขา ใหเ้ คลื่อนไหวเหมือนกับการป่นั จกั รยาน
3) การพุ้ยน้ําแบบพายเรือและการเตะขาเหมือนกับการป่ันจักรยาน เป็นการ
เคลอ่ื นที่ในน้ําในลกั ษณะลาํ ตวั ตรง ซ่งึ ก็คือทกั ษะการลอยตัวแบบลาํ ตวั ตั้งตรงนนั่ เอง
4) หากต้องการเปลยี่ นทิศทางก็ใหพ้ ุ้ยนํา้ ไปในทิศทางตรงกันข้าม
4.5.3. การฝึกเปลีย่ นทิศทางขณะเคลือ่ นท่ีในนํา้
การเปลี่ยนทิศทางมีความจาํ เป็นสําหรบั ผฝู้ ึกหดั ใหม่ ๆ เปน็ อยา่ งมาก มีหลกั การ
คอื พยายามอย่าปล่อยใหเ้ ทา้ และขาทงั้ สองตกลงไปในแนวด่งิ ใชม้ ือทั้งสองพุย้ น้าํ ไปขา้ งๆ ในทิศทางตรงกนั ข้าม
กับทศิ ทางทีต่ ้องการจะไปเท่านั้น
ข้อควรระวัง ก็คือ อย่าปล่อยให้ขาท้ังสองตกลงในแนวด่ิง เพราะจะทําให้การ
เปลี่ยนทิศทางเปน็ ไปอย่างลําบากขึ้น พยายามรกั ษาลําตัวให้ลอยอยู่บนผวิ นา้ํ เสมอ
~ 54 ~
4.5.4 การฝกึ พลิกตวั ขณะลอยตัว
การฝึกพลิกตัวขณะลอยตวั มี 2 ลักษณะ ได้แก่
1) การพลิกตัวจากควํ่าเป็นหงาย ต้องปล่อยให้ขาลดต่ําลงกว่าแนวลําตัว บิด
หน้าหงายขึ้นในทิศทางท่ีต้องการจะพลิกตัว พร้อมท้ังเหยียดแขนที่จะพลิกตัวข้ึนแล้วเหว่ียงข้ามลําตัวกลับไป
ส่วนแขนอกี ขา้ งหนึง่ อยขู่ ้างลาํ ตัว แล้วกดพุย้ น้าํ เพอ่ื ช่วยพลกิ ตวั อีกแรงหนง่ึ
ภาพท่ี 2-25 แสดงการพลิกตวั จากควํา่ เป็นหงาย
ทีม่ า : วาสนา คุณาอภสิ ิทธ์ิ (2545: 53)
~ 55 ~
2) การพลิกตัวจากหงายเป็นคว่ํา เปน็ ทกั ษะที่ฝึกยาก จึงควรฝกึ จากระดบั น้าํ ต่ืน
ก่อน หากต้องการจะพลิกตัวทางซ้ายให้สอดเท้าขวาผ่านมาอยู่ใต้เท้าซ้าย แขนขวาเหยียดลงกดพุ้ยน้ําจากขวา
มาซ้าย แขนซ้ายยกผ่านลําตัวมาข้างหน้า แล้วพุ้ยน้ําจากด้านหน้าไปด้านหลัง พร้อมกับเตะเท้าขวาไปข้างหน้า
และเตะเทา้ ซา้ ยมาขา้ งหลังอยา่ งแรง
ภาพที่ 2-26 แสดงการพลิกตัวจากหงายเป็นควํ่า
ท่ีมา : วาสนา คณุ าอภิสิทธิ์ (2545: 54)
~ 56 ~
4.5.5 การกลบั สู่ทา่ ยนื
การกลับสู่ทา่ ยนื มี 2 ลักษณะ ได้แก่
1) การกลับสูท่ า่ ยนื จากการลอยตัวแบบนอนควํ่า มีวิธีการฝึกคือ ให้ยกศีรษะข้นึ
สูง งอขากลบั สทู่ ่านัง่ แล้วปลอ่ ยมอื ให้หอ้ ยลงขา้ งตัว พร้อมกบั พุ้ยน้ําไปขา้ งหลงั
2) การกลับสู่ท่ายืนจากการลอยตัวแบบนอนหงาย มีวิธีการฝึกคือ ให้ยกศีรษะ
ข้ึนจากน้าํ ดงึ ขาลงกลบั มาใหเ้ ป็นทา่ นัง่ และดงึ แขนไปข้างหลงั
ภาพที่ 2-27 แสดงการกลบั สทู่ ่ายืน
ทมี่ า : วาสนา คุณาอภิสทิ ธิ์ (2545: 56)
~ 57 ~
4.5.6 การเคลือ่ นทไี่ ปจบั อุปกรณ์ลอยนาํ้ ในน้ําลึก
หากผู้เรียนขาดทักษะการเคลื่อนท่ีไปจับอุปกรณ์ลอยนํ้า เม่ือเคลื่อนที่หรือว่าย
นํ้า ไปเพ่ือจับอุปกรณ์ลอยนํ้า อุปกรณ์น้ันอาจจะถกู คล่ืนที่ออกไปและเคลื่อนท่ีห่างออกไปเรื่อย ๆ ตามแรงคลื่น
ทไ่ี ปกระทบ
นอกจากน้ีการจับอุปกรณ์ลอยนํ้า หากยังจับได้ไม่แน่นหรือมั่นคงดีพอ เมื่อออก
แรงกดอุปกรณ์ลงเพ่ือยกพยุงตัวข้ึน อุปกรณ์จะมีแรงลอยตัว ดันจนอาจจะหลุดมือลอยน้ําห่างออกไปอีก ดังนั้น
ควรให้ผู้เรียนฝึกการเคล่ือนท่ีไปหาอุปกรณ์โดยมีคล่ืนน้อยที่สุด เน้นการยึดจับอุปกรณ์นั้นๆ ให้ม่ันคงก่อนจึงจะ
ออกแรงกดเพื่อพยุงตัวลอยขึ้น วิธกี ารฝึกการเคลือ่ นที่ไปจบั อุปกรณ์ลอยนาํ้ ในนาํ้ ลึก มีลาํ ดบั ดงั น้ี
1) โยนขวดน้าํ ด่ืมพลาสติกลงไปในน้ําห่างจากผู้เรียน ประมาณ 3 เมตร จากน้ัน
ให้ผู้เรียนยืนอยู่ในนํ้า เตะขาเคลื่อนท่ีออกไปจากขอบสระ จนถึงตําแหน่งท่ีขวดน้ําด่ืมพลาสติกลอยอยู่ แล้วย่ืน
มือออกไปจับขวดน้ําดม่ื พลาสตกิ
2) โยนขวดนา้ํ ด่ืมพลาสตกิ ลงไปในนํ้าห่างจากผูเ้ รียน ประมาณ 3 เมตร จากน้นั
ให้ผู้เรียนท่ียืนอยู่บนขอบสระ กระโดดลงน้ํา เตะขาให้ตัวลอยขึ้นเหนือนํ้า แล้วเตะขาเคลื่อนท่ีออกไปจนถึง
ตาํ แหน่งทขี่ วดนา้ํ ดมื่ พลาสตกิ ลอยอยู่ แลว้ ย่นื มือออกไปจับขวดน้ําดื่มพลาสตกิ น้นั
ทกั ษะและการสอนวา่ ยนํา้ ทา่ ฟรสี ไตล์
การว่ายน้ําท่าวัดวา หรือฟรีสไตล์ (Free Style) หรือท่าครอว์ล (Crawl Stroke) เป็นท่าว่ายนํ้าทท่ี ําให้
นักว่ายนํ้าว่ายได้เร็วที่สุดเม่ือเปรียบเทียบกับท่าอ่ืน เพราะนักว่ายน้ํามีอิสระท่ีจะใช้ท่าว่ายน้ําใด ๆ ก็ได้
องค์ประกอบของการว่ายนํ้าท่าฟรีสไตล์ท่ีนําเสนอในบทน้ี ประกอบด้วย ลักษณะของลําตัว การเคล่ือนไหวเท้า
การเคลื่อนไหวแขน การหายใจและการประสานสัมพันธ์ การเริ่มต้น การกลับตัว การเข้าแตะเส้นชัย และการ
ฝึกเพ่ือพฒั นาทักษะการวา่ ยน้ําทา่ ฟรีสไตล์
ลักษณะของลาํ ตวั
ลักษณะร่างกายในการทรงตัวที่สําคัญ คือ ผู้ว่ายจะต้องพยายามรักษาระดับของการทรงตัวให้ลําตัว
ลอยนอนราบขนานกับพื้น ควํ่าหน้าตามแนวขนานกับผิวนํ้าให้มากท่ีสุด สายตามองตรงข้างหน้าตามแขนที่พุ่ง
เหยียดตรง ลกั ษณะลําตวั ของผู้ว่ายควรมลี ักษณะดังนี้
1) ลําตวั ต้องเหยยี ดราบตรงขนานกบั พ้นื
2) ตามองไปขา้ งหนา้ (ทาํ มมุ ประมาณ 45 องศา)
3) น้ําอยู่ระดับตนี ผม
4) หลังและขาอยู่ตาํ่ กว่าระดับผวิ น้ํา
5) สะโพกต่ํากวา่ ระดบั ผวิ น้ํา 1-2 น้ิว
~ 58 ~
ภาพที่ 3-1 แสดงการจดั วางลาํ ตวั ทา่ ฟรีสไตล์
ทมี่ า : กองทนุ พัฒนาสวสั ดิการผู้ตดั สนิ และผูฝ้ ึกสอนวา่ ยนา้ํ (2548)
การเคลือ่ นไหวเท้า
การเตะเท้าแบบปกติธรรมดาที่สุดในการว่ายน้ํา เรียกว่า “การเตะเท้าสลับ” น่ันคือการเตะเท้าขวา-
ซ้าย สลับข้ึน-ลง โดยเร่ิมการเคลื่อนไหวต้ังแต่สะโพกลงไปจนถึงปลายเท้า เข่าและข้อเท้าเกือบตึง ต้องไม่งอ
มาก หรอื ถา้ จะงอก็เป็นการงอเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสะดวกตอ่ การเคลอ่ื นไหวเทา้ หรือเข่าเท่าน้ัน
ข้อสําคัญ ต้องแน่ใจว่าการเคลื่อนไหวนั้นไม่ใช่การสั่นขา แต่เป็นการเตะขาหรือเท้าแต่ละข้างสลับกันโดยเริ่ม
จากสะโพก ปลายเท้าจะเหยยี ดตรงตามธรรมชาติ
โดยปกติการเตะเท้าสลับจะช่วยให้การเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้ดี แต่สําหรับในช่วงการฝึกข้ันต้น การ
เตะเท้าสลับจะช่วยให้เกิดความสมดุลและความม่ันคงหรือเสถียรภาพแก่ร่างกาย เพ่ือที่จะหมุนหรือเคล่ือนไหว
แขนต่อไป ซึง่ เป็นการเคลอื่ นไหวทเี่ หมือนกบั การเหวีย่ งแขนในการเดนิ ตามปกติ
2.1 ลักษณะสําคญั ของการเคลื่อนไหวเท้า มดี งั น้ี
1) ขาเหยยี ดตรงปลายเทา้ งุ้ม
2) เทา้ เตะสลับขึน้ ลง ตดิ ตอ่ กนั ไมห่ ยดุ
3) ปลายเทา้ ขนึ้ ลงอยู่ในระดบั ผวิ ให้จังหวะแตะขึน้
4) จงั หวะแตะเทา้ ลงใหก้ ดปลายเท้าลงลกึ ประมาณ 1 ฟตุ จากผวิ น้าํ
5) การสง่ แรงต้องส่งจากสะโพกสง่ ไปยงั ขาและเท้า
2.2 การสอนการเคล่ือนไหวเท้า มลี าํ ดับของการฝึกดงั ต่อไปน้ี
1) ให้ผู้เรียนนั่งเตะขาสลับกันบนขอบสระ โดยนั่งบนขอบสระให้ขาช่วงล่างห้อยลงไปในน้ํา
สน้ เทา้ ทัง้ สองแตะขอบสระ
~ 59 ~
2) ผู้สอนจับแขนผู้เรียนในน้ํา ให้เตะเท้า พร้อมกับก้มหน้าหายใจเป็นจังหวะ โดยที่ผู้สอนเดิน
ถอยหลังไปเรอื่ ยๆ
3) ให้ผู้เรียนจับโฟม เตะเท้า พร้อมกับก้มหน้าหายใจเป็นจังหวะ เพ่ิมระยะทางให้มากขึ้นให้
ผู้เรียนถีบตัวออกจากผนังสระ ก้มหน้า เตะเท้าเพื่อเคลื่อนท่ีมาหาผู้สอนท่ีอยู่ไม่ไกล เม่ือทําได้แล้ว ให้เพิ่ม
ระยะทางมากข้นึ
2.3 การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องท่ีพบมากในการเคล่ือนไหวเท้า ผู้สอนควรแก้ไขดังนี้
1) งอเข่ามาก: สั่งให้ผู้เรียน “เตะเท้าไปข้างหลัง” (ไม่ใช่เตะขึ้นลง) ให้ผู้เรียนพยายามเตะ
สะบัดนํ้าออกไปด้านหลงั
2) เกร็งขา-ขาส่ัน (เขย่าขา): ส่ังให้ผู้เรียนน่ังเตะเท้าท่ีขอบสระ บริหารข้อเท้าด้วยการให้พับ
และเหยียดปลายเท้า (งุ้ม-พับ ข้อเท้า) แล้วให้เตะเท้าขึ้นทลี ะข้างปลายเท้างุ้ม เตะสลับกันข้ึน-ลง ช้าๆ แล้วเพิม่
เปน็ เรว็ ขน้ึ
3) เตะเท้าตรงเกนิ ไป: ให้ผู้เรียนนอนควา่ํ บนขอบสระ ขาทง้ั สองข้างเหยยี ดตรง เขา่ ชิดกัน พับ
ขาท่อนล่างข้ึนทีละข้างประมาณ 45 องศา แล้วเตะลง เม่ือขาหน่ึงลงมาอีกข้างก็จะขึ้น ทําสลับกันไปจนเกิด
ความชาํ นาญ
4) เตะเท้าแล้วไม่ไป-เตะเท้าแล้วถอยหลัง: แสดงว่าเตะเท้าไม่ถูกวิธี ให้เริ่มต้นสอนใหม่ จาก
การเกาะขอบสระเตะเท้า
การเคล่อื นไหวแขน
การเคลื่อนไหวแขนต้องเริ่มฝึกจากท่าลอยตัวควํ่า แขนเหยียดตรงอยู่เหนือศีรษะ จากนั้นก็เคลื่อนไหว
แขนลงไปใต้นํ้าแล้วเคลื่อนที่ออกไปทางด้านหลังให้ต่อเนื่องกัน ในขณะท่ีแขนอีกข้างหน่ึงยังคงเหยียดตรงอยู่
เหนือศีรษะ จากน้ันจึงเริ่มเคลื่อนไหวแขนอีกข้าง น่ันคือการเคล่ือนไหวแขนสลับกันทีละข้าง การเคลื่อนไหว
แขนมี 4 ขน้ั ตอน คอื 1) พุง่ มือ 2) กดมอื 3) ดึงมอื และ 4) ผลักมือ หรอื พยุ้ นํ้า
การพุ่งมือลงน้ํา นิ้วมือต้องชิดติดกัน ลักษณะฝ่ามือต้องหันเข้าหาเท้า แล้วกดมือลงไปในนํ้าให้ผ่าน
เส้นตรงกลางลําตัวตัวออกไปด้านหลัง โดยยกข้อศอกให้สูง แขนจะงอ และเม่ือเคลื่อนไหวแขนจนมาอยู่ใน
ลักษณะน้ีแล้ว ต่อไปก็ดึงมือผ่านไหล่แล้วผลักมือหรือพุ้ยนํ้าให้ออกไปด้านหลังจนกระท่ังแขนเหยียดออกเต็มที่
โดยหวั แม่มือแตะอย่ทู ่ตี ้นขา
การเคลื่อนไหวแขนต้องกระทําอย่างต่อเน่ืองกับการกลับเข้าที่หรือข้ันพัก ซึ่งแขนข้างหนึ่งจะอยู่พ้นน้ํา
โดยต้องให้ข้อศอกของแขนข้างน้ียกสูงขึ้นจากน้ํา ส่วนมืออยู่เหนือผิวน้ําในลักษณะสบายๆไม่เกร็ง ลําตัวท่อน
บนจะม้วนลงหรือเอียงลงไปตามการเคลื่อนไหวของแขนด้วย เพ่ือช่วยให้การกลับเข้าท่ีหรือข้ันพักเป็นไปอย่าง
สบาย ส่วนแขนท่ีอยู่ในนํ้าให้วาดผ่านด้านหน้าลําตัวให้มีความกว้างเท่ากับช่วงของไหล่ แล้วเหยียดออกไป
ด้านหลงั ให้เตม็ ท่ี การเคลอื่ นไหวของแขนมคี วามสาํ คญั ต่อการเคล่ือนทีไ่ ปข้างหนา้ มากกว่าการเคล่ือนไหวขา
~ 60 ~
พุ่งมือ
กดมือ
ดึงมือ
ผลักมือ
การกลบั เข้าทห่ี รือขน้ั พกั
ภาพที่ 3-2 แสดงการเคล่ือนไหวแขนท่าฟรีสไตล์
ทีม่ า: วาสนา คุณาอภิสทิ ธิ์ (2545: 66)
3.1 การสอนการเคลื่อนไหวแขน
1. การหมนุ แขนบนบก
ให้ผู้เรียนเหยยี ดแขนไปขา้ งหน้าท้ังสองแขน การหมุนไม่เน้นเทคนคิ มากนัก เช่น การ
ยกข้อศอกสูง การกดข้อศอกเพียงแค่เน้นการใช้หัวไหล่ในการหมุนแขนเท่านั้น แขนที่หมุนจึงเหยียดแต่ไม่เกร็ง
สามารถสอนได้ 3 ลักษณะดงั นี้
1.1 หมุนแขนใดแขนหน่ึงประมาณ 5-10 ครั้ง โดยให้อีกแขนหนึ่งเหยียดนิ่งไว้ เมื่อ
ครบ 5-10 คร้ัง แลว้ ให้ทาํ สลบั กนั ให้แขนอีกขา้ งหมุน 5-10 คร้งั สว่ นแขนอีกขา้ งก็เหยียดนิ่งไว้
~ 61 ~
1.2 หมุนที่ละแขน สลบั กนั ไปมา แขนทไ่ี ม่หมนุ จะเหยียดนง่ิ ไว้ ในการหมนุ แต่ละครง้ั
จะต้องให้แขนแตะกนั เสียก่อน
1.3 หมนุ ควงแขนสลบั กนั ไปมา ในลักษณะเดยี วกนั กบั การวา่ ยน้าํ ฟรสี ไตล์
ภาพที่ 3-3 แสดงการสอนหมุนแขนบนบก
ทีม่ า: พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
2. การหมุนแขนทีละขา้ งโดยอาศัยทเ่ี กาะ
การหมุนแขนเช่นนี้ เป็นการฝึกเพ่ือกําหนดสภาวะร่างกายให้คล้ายคลึงกับการว่ายน้ํา โดยที่
แขนข้างหน่ึงหมุน ส่วนแขนอีกข้างหน่ึงจะต้องเหยียดน่ิง ซ่ึงผู้เรียนท่ีหัดใหม่จะไม่สามารถเหยียดแขนน่ิงโดยไม่
ยึดจับอะไรไว้เลย เพราะยังไม่ชํานาญในการเล้ียงตัว หรือลอยตัว การสอนมี 2 แบบ คือ การสอนบนบก และ
การสอนในนาํ้
2.1 บนบก ให้ผู้เรียนยืนเกาะขอบโต๊ะ ขอบผนัง หรือขอบกําแพงในลักษณะโน้มตัวไป
ข้างหนา้ คล้ายกบั การลอยตวั ในน้าํ แลว้ ใหห้ มนุ แขนทลี ะขา้ งสลบั กันไปมา
2.2 ในนํา้ แบ่งเป็น 4 ขัน้ ตอน คือ
1) เกาะขอบสระ ให้ผู้เรียนลอยตัวเตะเท้า ก้มหน้าเอามือท้ังสองแตะขอบสระ แขน
ทง้ั สองหมนุ สลับกนั ไปมา พรอ้ มกับสอนการบดิ หนา้ หายใจไปในเวลาเดียวกนั
~ 62 ~
ภาพที่ 3-4 แสดงการหมนุ แขนทลี ะข้างโดยเกาะขอบสระ
ที่มา: พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
2) เกาะแขนผู้สอน เม่ือผู้เรียนมีความชํานาญในการหมุนแขนที่เกาะขอบสระแล้ว ก็
ให้ผู้เรยี นหมนุ แขนโดยจับแขนผสู้ อนแทนขอบสระ โดยท่ีผู้สอนจะดงึ ผู้เรียนใหเ้ คล่อื นท่ีไดด้ ้วย เปน็ การสอนเพ่ือ
สรา้ งความรสู้ กึ การเคลือ่ นไหวในการหมนุ แขน
ภาพท่ี 3-5 แสดงการหมุนแขนทีละขา้ งโดยเกาะแขนผู้สอน
ทมี่ า: พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
~ 63 ~
3) การหมนุ แขนดว้ ยการจับโฟม เป็นการปลอ่ ยให้ผู้เรยี นเคลอ่ื นไหวดว้ ยตวั เอง โดยใหผ้ ้เู รียนหมนุ แขน
แตะสลับซ้าย-ขวา ในขณะทแ่ี ขนยังคงจับโฟมเพื่อช่วยเลย้ี งตัวให้ลอยอยู่ตลอดเวลา
ภาพท่ี 3-6 แสดงการหมนุ แขนทีละขา้ งด้วยการจบั โฟม
ท่ีมา: พลากร นคั ราบัณฑติ (2560)
4) เม่ือผู้เรียนมีความชํานาญในการหมุนแขน ให้ผู้เรียนฝึกการถีบตัวออกจากขอบสระ แล้วหมุนแขน
ไปพรอ้ มกบั การหายใจ และให้ว่ายให้ไกลที่สุดประมาณ 10-15 เมตร
3.2 การแก้ไขข้อบกพรอ่ งทพ่ี บมากในการเคลอ่ื นไหวแขน ผสู้ อนควรปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1. การหมุนแขนทงั้ สองข้างไมเ่ ทา่ กัน: ให้ผู้เรียนฝกึ เหยยี ดแขนไปข้างหน้า 1 แขน และเหยยี ด
อีกแขนแนบสะโพก หรือขาท่อนบนให้น่ิงไว้จนเตะน้ําได้ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วจึงเปลี่ยนแขนสลับกันทํา
เชน่ น้ีไปเรอื่ ยๆ จนสามารถแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งนไี้ ด้
2. ข้อศอกตก ข้อศอกและแขนไม่เหยียดชิดลําตัว: ให้ผู้เรียนกวาดน้ําท้ังแขน ข้อศอกเหยียด
ลงก้นสระ แลว้ เล้ยี วเขา้ ไปใตล้ ําตวั จนสน้ิ การกวาดแขน จนแขนเหยียดไปแนบชิดลาํ ตวั
3. วางสันมือลงน้ํา: ให้ผู้เรียนผ่อนข้อมือตามสบาย เน้นให้มือลงนํ้าด้วยปลายน้ิว ปล่อยให้
ขอ้ มือผ่อนตามสบาย
4. ตัวเกร็ง: แก้ไขการสอนให้ผู้เรียนเข้าใจว่า น้ําคือเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู สอนให้มีความม่ันใจว่า
มนษุ ย์เป็นสตั วบ์ กแต่ถา้ การวางตวั ถูกต้องกล็ อยนํ้าได้ ผูส้ อนต้องฝึกใหผ้ เู้ รียนลอยตัวไดก้ อ่ นเป็นอันดับแรก
5. มือลบู นา้ํ : ใหผ้ เู้ รยี นพยายามล็อคข้อมอื ไว้ ยดื ขอ้ ศอกขณะกวาดน้ํา และกวาดนา้ํ ทั้งแขนลงลึก
~ 64 ~
การหายใจและการประสานสมั พนั ธ์
การหายใจเริ่มข้ึนเมื่อมีการหมุนบิดศีรษะไปด้านข้างเพ่ือให้ปากอยู่เหนือผิวน้ําพร้อมๆ กับการดึงแขน
เข้ามาอยู่ด้านข้างลําตัวเพ่ือพร้อมท่ีจะเข้าสู่การกลับเข้าท่ี จากน้ันก็หายใจเข้าอย่างรวดเร็วแล้วหมุนหรือบิด
ศีรษะกลับมาให้หน้าจมน้ํา โดยผิวนํ้าอยู่ในระดับคิ้ว ซึ่งจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่แขนข้างหนึ่งกลับเข้าท่ีอย่าง
สมบูรณ์แล้ว ก่อนการหายใจครั้งต่อไป ต้องหายใจออกทางปากและจมูกก่อนการหมุนหรือบิดศีรษะ ส่วนการ
หายใจทางซา้ ยหรอื ขวานน้ั ข้นึ อยูก่ บั ความถนัดหรอื ความพอใจของแตล่ ะคน
สาํ หรับขั้นตอนในการสอนการหายใจและการประสานสัมพันธ์ มีดังน้ี
1. ให้ผู้เรียนหมุนแขนบนบก พร้อมกําหนดให้หน้าตะแคงข้าง หายใจเข้าเพ่ือดันแขนสุดแล้ว
ให้เอียงหน้าเพ่อื หายใจออกและเขา้ พรอ้ มกบั หมนุ แขนข้างน้ันมาสตู่ ําแหนง่ เร่ิมต้น
2. ฝึกให้ผ้เู รียนหายใจเข้าทางปากและหายใจออกทั้งทางปากและทางจมูกพรอ้ มๆกัน และให้
ดงึ แขนสลับอย่างมจี งั หวะในขณะทยี่ ืนบนบก
3. ใหผ้ ู้เรียนเกาะขอบสระ โดยผสู้ อนพยุงลาํ ตวั ใหล้ อย แลว้ ใหผ้ ูเ้ รยี นดึงแขนสลบั โดยเร่ิมจาก
การไม่หายใจกอ่ น หลังจากนน้ั นําจังหวะการหายใจท่ีฝึกในขนั้ ท่ี 2 มาปฏิบตั ิในนา้ํ
4. เม่ือผู้เรียนหมุนแขนหายใจในจังหวะท่ีถูกต้องแล้ว ให้ผู้เรียนเริ่มเตะขาประกอบ ในขณะที่
เกาะขอบสระอยู่
5. ให้ผู้เรียนเอาฝ่ามือมาวางบนฝ่ามือของผู้สอนแล้วว่ายสลับแขน โดยท่ีผู้สอนพยุงที่มือของ
ผู้เรียนเท่านั้น
6. ฝึกเพ่ิมเติมเฉพาะแขนใดแขนหนง่ึ โดยท่ผี สู้ อนพยุง หรอื ผู้เรียนจบั โฟมเอง
~ 65 ~
ทักษะและการสอนวา่ ยนํา้ ท่ากรรเชยี ง
การวา่ ยนา้ํ ท่ากรรเชยี งมีสว่ นเหมือนท่าฟรีสไตลท์ ่ีมกี ารแขนใชท้ ลี ะขา้ งในการดึงนํ้า แต่ตา่ งกันท่เี ป็นท่า
นอนหงายในการว่ายนํ้า ซ่ึงตามกติกาการแข่งขันกําหนดว่า นักว่ายน้ํากรรเชียงต้องว่ายอยู่บนหลัง (นอนหงาย)
ประเด็นของทักษะและการสอนว่ายน้ําท่ากรรเชียงที่นําเสนอในบทนี้ ประกอบด้วย ลักษณะของลําตัวและ
ศีรษะ การเคล่ือนไหวเท้า การเคลื่อนไหวแขน การหายใจและการประสานสัมพันธ์ และการกลับตัวของท่า
กรรเชยี ง
ลกั ษณะของลาํ ตวั และศีรษะ
ลักษณะลําตัวที่ถูกต้องในท่ากรรเชียงเป็นส่ิงสําคัญมาก จึงต้องพยายามจัดลําตัวให้ราบด้วยการ
นอนหงายให้สะโพกลอยขนานใกล้กับผิวน้ําให้มากท่ีสุด และให้ส่วนของศีรษะอยู่ในนํ้าโดยให้ผิวน้ําอยู่ระดับหู
ปลายเทา้ เหยยี ดตรง เอนศีรษะไปข้างหลัง รกั ษาการทรงตัวโดยการงอหลงั เลก็ นอ้ ย
เมอ่ื มองจากดา้ นข้าง
เม่อื มองจากด้านหนา้
ภาพ 4-1 แสดงตําแหนง่ ร่างกายและศรี ษะทา่ กรรเชียง
ทม่ี า : กองทุนพัฒนาสวัสดกิ ารผตู้ ัดสินและผฝู้ ึกสอนกีฬาวา่ ยนาํ้ (2548)
ตําแหน่งของเส้นผิวนํ้ารอบศีรษะจะอยู่ท่ีตําแหน่งที่ดูราวกับว่าส่วนล่างของติ่งหูที่เรี่ย ๆ นํ้าอยู่
เหมือนสกีนํ้าอันน้อย ๆ หน้าอกของนักว่ายน้ําควรอยู่ที่ผิวน้ํา สะโพกจมอยู่ใต้น้ําประมาณหน่ึงหรือสองน้ิว ต้น
ขาอย่สู ูงในนํา้
แนวลําตัวคร่ึงหน่ึงว่าเหมือนกับที่เห็นในบทที่ว่าด้วยฟรีสไตล์ ให้สังเกตว่าศีรษะจะน่ิงเสมอ ไหล่
ข้างเดียวกับแขนท่ีดึงพลิกลงใต้น้ํา เกือบจะอยู่ใต้คอ ส่ิงนี้ไม่เพียงทําให้รูปทรงของร่างกายมีการไหลเล่ือนผ่าน
นํ้าได้ดีเท่าน้ัน (เป็นหลักการลดแรงดึงของน้ําเช่นเดียวกับในท่าฟรีสไตล์) มันยังทําให้ข้อไหล่ของนักว่ายเข้าใกล้
เส้นกลางตัว ซ่ึงแขนท่ีดึงน้ําติดอยู่กับข้อนี้ ร่างกายเม่ือถูกดึงไปตามแนวจากจุดท่ีติดกับศูนย์กลางอย่างนี้จะทํา
ให้โอกาสที่จะดึงออกนอกแนวมนี ้อยลง (ซ่ึงจะเกิดข้ึนได้ง่ายเมื่อไหล่อยู่ที่ผวิ นํา้ ห่างจากเสน้ กลางตัว) ในการว่าย
กรรเชยี ง สะโพกจะพลกิ ไปมาจากขา้ งหน่ึงไปอีกขา้ งหนึ่ง พร้อมกบั ไหลแ่ ต่ด้วยองศาท่ีไม่เทา่ กัน
~ 66 ~
ภาพที่ 4-2 แสดงตาํ แหนง่ ของลาํ ตัวท่ากรรเชียง
ทม่ี า : กองทนุ พฒั นาสวสั ดกิ ารผู้ตัดสินและผฝู้ ึกสอนกีฬาวา่ ยน้ํา (2548)
เม่ือว่าด้วยความเร็วสูง ร่างกายส่วนบนของนักว่ายกรรเชียงจากเอวข้ึนมาจะอยู่เหนือน้ํา สิ่งน้ีดู
และรู้สึกเหมอื นเรือทอ้ งแบน (เชดิ ข้นึ จากในนา้ํ เหมอื นเรอื เรว็ แตส่ ่วนใหญท่ เ่ี ห็นเปน็ อย่างนัน้ เพราะร่างกายของ
นักวา่ ยนํา้ ดันนาํ้ ให้เปน็ คลืน่ ทาํ ใหน้ ้ําในสว่ นนนั้ ยบุ ลงมามากกวา่ )
นกั วา่ ยนํ้าใหม่ทแี นวโน้มทีจ่ ะ “น่ัง” ลกึ เกินไป ทาํ ใหเ้ กิดแรงดงึ ตา้ นของนา้ํ อยา่ งมาก แตเ่ ขากไ็ ม่
ควรจะทําตัวแข็งเป็นไม้กระดาน นักว่ายนํ้าควรทําตัวให้สบายเหมือนนอนอยู่บนเตียงหนานุ่มหลังใหญ่มีหมอน
ใบเล็กหนุนศีรษะ คางไม่ควรจะกดลงมาแนบอก และศรี ษะก็ไมค่ วรจะแหงนเพอื่ มองฟ้าข้างหนา้ ด้วยในช่วงแรก
ๆ นักว่ายน้ําอาจจะบ่นปวดกล้ามเนื้อคอบ้าง เม่ือเขาพยายามรักษาตําแหน่งของศีรษะไว้อย่างถูกต้อง สิ่งน้ีจะ
ปา่ นไปให้สบาย ๆ แตม่ กี ารยาํ้ เตือนกันบ้าง ไมใ่ ชเ่ ขม้ งวดเกินไป ไม่เปน็ ไรถา้ จะเคลื่อนไหวศรี ษะบ้างนาน ๆ ครัง้
ถ้าทําอย่างนมุ่ นวล
ปัญหาหน่ึงท่ีเกิดข้ึนเป็นประจําเกิดจากการสวมแว่นว่ายน้ํา เหตุที่สวมอยู่เหนือนํ้าเป็นส่วนใหญ่
แว่นของนักว่ายกรรเชียงจึงมักจะเป็นหมอกและทําให้มองเหนือน้ําไม่ชัด ส่ิงนี้ทําให้นักว่ายน้ําไม่แน่ใจว่าตอนน้ี
ว่ายถึงไหนแล้ว ดังนนั้ เขากจ็ ะเรมิ่ มดุ นํ้าไปขา้ งหลังบ้าง เพื่อใหแ้ วน่ ท่สี วมอยจู่ มนํ้า เพื่อให้มองเหน็ ทางการทําให้
ศีรษะและลําตัวผิดท่าไปมากเช่นน้ีไม่เหมาะสมกับเทคนิคการว่ายกรรเชียงที่ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว
โค้ชหลายคนจึงหา้ มนกั ว่ายนํ้าสวมแว่นตอนวา่ ยกรรเชียง จะทําอยา่ งนัน้ กไ็ ด้แต่ถ้าสวมแวน่ ไมไ่ ด้ทาํ ผิดเทคนคิ ใด
ก็น่าจะได้ เพราะมนี กั ว่ายนาํ้ บางคนทาํ ได้
การเคลือ่ นไหวเท้า
การเคลอื่ นไหวเทา้ ในการวา่ ยนาํ้ ทา่ กรรเชียง มีลักษณะดังนี้
1. เปน็ การเตะเท้าในทา่ นอนหงาย ศรี ษะตรง หนา้ มองฟ้า
2. เป็นการออกแรงเตะที่มาจากสะโพก เข่าชิด หย่อนเข่า เตะเท้าสลับข้ึน-ลงให้อยู่ในกรอบ ไม่
สงู -ไม่ลกึ จนเกินไป
3. ขาทีล่ อยอยผู่ วิ นํา้ จะมีลักษณะตรง ผอ่ นตามสบาย เข่าไมเ่ กร็ง
4. ปลอ่ ยข้อเท้าใหอ้ ่อนตวั เวลาที่เตะเท้าข้ึนมา ปลายเท้าชต้ี รง ขณะท่ีเตะข้ึนปลายเท้าจะงุ้มเข้าหากัน
5. ขาทัง้ สองข้างเหยยี ดชดิ กนั (ไมเ่ กร็ง) เตะเท้าทั้งสองข้างขน้ึ -ลงสลบั กัน
~ 67 ~
ภาพ 4-3 แสดงการเคล่ือนไหวของเท้าในทา่ กรรเชียง
ทมี่ า : สมาคมกฬี าวา่ ยน้ําแห่งประเทศไทย (2559)
1. การสอนการเคลือ่ นไหวเท้า มีลาํ ดับขน้ั ตอนในการสอนดงั น้ี
1.1 ใหผ้ ู้เรียนน่งั เตะสลับเทา้ บนขอบสระ (เชน่ เดยี วกบั การเตะเท้าทา่ ฟรสี ไตล์)
1.2 ผู้สอนจับหัวไหล่ผู้เรียนให้นอนหงายในสระน้ํา หน้ามองฟ้าพร้อมกับเตะเท้า โดยท่ีผู้สอน
เดินถอยหลงั ไปเรื่อย ๆ
1.3 ผเู้ รยี นเกาะโฟมแนบหน้าอก นอนหงายในน้าํ หนา้ มองฟา้ พร้อมกบั เตะเทา้
1.4 ผู้เรียนนอนหงายในนํ้า จับโฟมโดยเหยียดแขนทัง้ สองขา้ งไว้เหนือศีรษะ แล้วเตะเท้า เงย
หนา้ มองฟา้
1.5 ผู้เรียนนอนหงายในน้ํา เตะเท้า แขนทั้งสองเหยียดลงแนบลําตัว ยืดอกให้ศีรษะตรงหูทั้ง
สองข้างอย่รู ะดับผวิ นํา้ ฝ่ามอื ควํา่ ลงสูพ่ ้นื สระ เมอื่ ทาํ ไดแ้ ลว้ ใหเ้ พม่ิ ระยะทางมากขน้ึ
~ 68 ~
ภาพ 4-4 แสดงการนอนหงายในน้ําเตะเท้า
ทม่ี า : พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
2. การแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งทีพ่ บมากในการเคลอ่ื นไหวเท้า ผ้สู อนควรกระทาํ ดงั น้ี
2.1 เตะขากรรเชียงปลายเท้าไม่งุ้ม : ใช้การบริหารข้อเท้าบนบก ด้วยการให้พับและเหยียด
ปลายเท้า (งมุ้ -พบั ข้อเท้า) พรอ้ มอธิบายการใช้ข้อเท้าอยา่ งถูกตอ้ ง
2.2 เขา่ งอมาก : ใหผ้ ้เู รยี นพยายามเตะสะบดั นาํ้ ออกไปทางดา้ นหลังเทา้ (ไมใ่ ชก่ ารเตะเท้าข้นึ
ลงเพียงอย่างเดยี ว)
2.3 เกร็งขา-ขาส่ัน : ให้ผู้เรียนบริหารเท้าบนบก ตามข้อ 1. แล้วเตะขาข้ึนลงทีละข้างให้
ปลายเท้าง้มุ จากน้นั เตะเท้าสลับกันข้นึ -ลงอยา่ งชา้ ๆ กอ่ นจึงเพิง่ ความเร็งขน้ึ
2.4 เตะขาตรงเกินไป : ให้ผู้เรียนนอนคว่ําหน้าบนขอบสระ ขาทั้งสองเหยียดตรง เข่าชิดกัน
พับขาท่อนล่างข้ึนทีละข้าง ทํามุมประมาณ 45 องศา แล้วเตะลง เม่ือขาหน่ึงลงมาแล้วขาอีกข้างก็จะขึ้น ทํา
สลับกันไปเชน่ นจี้ นเกดิ ความชํานาญ
2.5 ตัวจม-ตวั ด่ิง : เกิดจากการเตะเทา้ ทีไ่ ม่ถูกวิธี ใหเ้ ริม่ สอนใหมจ่ ากการเกาะขอบสระเตะขา
2.6 เตะแล้วไม่ไป-เตะแล้วถอยหลัง : เกิดจากการเตะเท้าท่ีไม่ถูกวิธี ให้เร่ิมสอนใหม่จากการ
เกาะขอบสระเตะขา
การเคลื่อนไหวแขน
ลกั ษณะการเคล่อื นไหวแขนในทา่ กรรเชียง คือ
1. วาดแขนข้างใดข้างหนึ่งลงในน้ํา ในลักษณะแขนเหยียดตรงเหนือศีรษะจนเกือบเป็น
เส้นตรงกบั หัวไหล่
2. ให้นิว้ ก้อยสัมผสั ผวิ นาํ้ เปน็ อนั ดับแรกตรงตาํ แหนง่ ด้านหลงั
3. ใหไ้ หลย่ กขน้ึ เลก็ นอ้ ยและหนั ฝา่ มอื ออกจากลําตวั ต่อจากนน้ั ใหพ้ ุย้ นํา้ และผลักมือกลบั เข้ามาท่ขี า
4. หลงั จากผลักมือไปแล้วมือจะยกขน้ึ พน้ น้ํา ขน้ั ตอนนเ้ี รยี ก “การกลบั เขา้ ท”ี่
~ 69 ~
วิธีปฏิบัติอย่างง่ายที่สุดในการดึงแขนกลับเข้าท่ี คือพยายามเหยียดแขนให้ตรงและยกขึ้นตรง ๆ
จุดหมุนคือ ข้อต่อหัวไหล่และเม่ือยกมือขึ้นจนถึงจุดสูงสดุ ในอากาศแล้ว ฝ่ามือจะหมนุ ออกไปจากลําตัวซ่ึงจะทํา
ใหน้ ้วิ ก้อยหนั ลงสู่ผิวนาํ้ เปน็ อันดับแรก
ภาพ 4-5 แสดงการเคล่อื นไหวแขนในท่ากรรเชยี ง
ทม่ี า : กองทนุ พฒั นาสวสั ดกิ ารผตู้ ัดสนิ และผฝู้ ึกสอนกีฬาวา่ ยนํา้ (2548)
1. การสอนการเคลอื่ นไหวแขน แบง่ เป็นการสอนหมนุ แขนบนบกและการสอนหมนุ แขนในนํา้ ดงั น้ี
1.1 การหมุนแขนบนบก สามารถสอนตามลําดบั ดังน้ี
1) ใหผ้ เู้ รยี นหมนุ ทลี ะแขน เช่น การหมุนแขนขา้ งซ้ายสักพกั หนึง่ แลว้ คอ่ ยเปลีย่ นมาเป็น
แขนข้างขวา ทาํ เช่นนส้ี ลบั กันไป
2) ให้ผู้เรียนหมุนแขนสลับไปมา เป็นการหมุนแขนซ้ายสลับแขนขวาไปมาตลอด
เหมือนกบั การวา่ ยกรรเชยี งในนํ้า
3) การหมุนแขนทีละข้างโดยให้นอนหงายเหยียดยาวไปตามพื้นบริเวณขอบสระ ลําตัว
ซีกหนึ่งล้ําขอบสระไปในนํ้า เพื่อสะดวกในการหมุนแขน เน้นการหมุนหัวไหล่กับการกวาดน้ําในลักษณะการ
ออกแรงกวาดนํ้าทั้งท่อนแขน ฝึกให้ฝ่ามือกวาดน้ําขนานผิวน้ําตลอดจนเกือบชิดสะโพก แล้วให้กดควํ่าฝ่ามือลง
พร้อมกับแขนชิดสะโพกและชิดแนบลําตัว ทําเช่นน้ีจนผู้เรียนสามารถกวาดน้ําเองได้หลายครั้งตามต้องการ จึง
เปลี่ยนการหมุนแขนอีกข้างหน่ึง นอกจากการฝึกนอนที่ขอบสระแล้ว อาจให้ผู้เรียนนอนบนโต๊ะ หรืออุปกรณ์
อะไรก็ได้ทส่ี ามารถสอนกวาดนา้ํ ได้สะดวก
~ 70 ~
ภาพ 4-6 แสดงการสอนการหมุนแขนบนบกแบบหมุนแขนสลับไปมา
ท่ีมา : พลากร นคั ราบณั ฑิต (2560)
2. การหมนุ แขนในน้ํา ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ทกั ษะในน้าํ ตามลาํ ดับต่อไปน้ี
2.1 ใหผ้ ู้เรียนลอยตวั ในนาํ้ พรอ้ มกับใชข้ าเตะนํ้าเพอ่ื ชว่ ยในการพยุงตวั ใหล้ อยขึ้น และมผี ูส้ อน
เป็นผพู้ ยุงไว้ แลว้ ให้ผูเ้ รียนหดั ใชแ้ ขนทลี ะขา้ ง เชน่ เม่ือผูเ้ รียนหัดหมุนแขนซา้ ย แขนขวากจ็ ะเหยียดนิ่ง เป็นการ
เรียนรู้เพ่อื การกวาดนํ้าในทา่ กรรเชียง เมอื่ ผเู้ รยี นหมุนแขนไดด้ ี ผูส้ อนก็ไม่ต้องจบั ตวั หรือพยงุ ผ้เู รียนอกี ต่อไป
2.2 ให้ผู้เรียนลอยตัวเองโดยให้แขนทั้งสองชิดแนบลําตัว ใช้ฝ่ามือเคล่ือนไหวเล็กน้อย เพื่อ
ชว่ ยในการเลี้ยงตวั พร้อมกับใช้เทา้ เตะนาํ จากน้นั หมุนแขนทลี ะข้างสลบั กันไป
ภาพ 4-7 แสดงการสอนการหมนุ ในนํ้าโดยใหผ้ เู้ รยี นลอยตัวเอง
ทมี่ า : พลากร นคั ราบัณฑติ (2560)
2.3 ให้ผู้เรียนถีบตัวออกจากขอบสระ ซ่ึงต้องสามารถลอยตัวได้เอง แล้วเตะเท้าพร้อมกับ
หมุนแขน โดยที่ไม่ต้องมีเครื่องมือหรือคนช่วยพยุง ใช้เพียงนํ้ารอบ ๆ ตัวพยุงเลี้ยงตัวไว้ และให้ผู้เรียนว่ายสลับ
แขนไป-มาในระยะทางประมาณ 10-15 เมตร
~ 71 ~
3. การแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งท่พี บมากในการเคลอ่ื นไหวแขน ผสู้ อนควรแกไ้ ขดังนี้
3.1 แขนทั้งสองข้างไม่เท่ากัน : ให้ผู้เรียนนอนหงายในนํ้า แขนข้างหน่ึงเหยียดไปเหนือศีรษะ
และชิดแนบหู ส่วนอีกแขนหน่งึ เหยียดชิดแนบสขี ้างพร้อมกบั เตะเท้า เม่ือเท้าเตะนา้ํ สลับซ้าย-ขวา ได้ประมาณ
6-10 ครั้ง ก็ให้สลับเขนโดยกวาดแขนที่เหยียดเหนือศีรษะมาชิดลําตัว ส่วนแขนท่ีแนบชิดลําตัวก็ยกแขนให้
ข้อศอกเหยียดตรงข้ึนไปในอากาศ แล้ววางลงประมาณ 10 โมง และบ่าย 2 โมง เม่ือเตะเท้าสลับ 6-10 ครั้งก็
เปลี่ยนสลบั ขา้ งอีก
3.2 ข้อศอกตกทําให้การกวาดน้ําของแขนไม่สมบูรณ์ : ให้ผู้เรียนเหยียดแขน และเหยียด
ข้อศอกเต็มที่แลว้ กวาดให้ฝ่ามอื ขนานใต้ผิวนาํ้ ตลอดไปยังสะโพก
3.3 วางสนั มอื ลงนํา้ : ใหผ้ อ่ นขอ้ มอื ตามสบาย เนน้ ให้มือลงน้ําด้วยปลายน้ิว
3.4 ตัวเกร็ง : แก้ไขการสอนใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจว่า นํ้าคือเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู สอนให้มีความมั่นใจว่า
มนษุ ย์เปน็ สตั ว์บกแต่ถ้าการวางตวั ถูกต้องกล็ อยนาํ้ ได้ ผสู้ อนต้องฝกึ ใหผ้ เู้ รียนลอยตัวได้กอ่ นเป็นอันดับแรก
3.5 มอื ลูบนํ้า : ใหผ้ ูเ้ รียนพยายามลอ็ คข้อมือไว้ ยดื ขอ้ ศอกขณะกวาดนํ้า และกวาดน้าํ ทั้งแขนลงลึก
3.6 ยกแขนงอขณะว่าย : ให้ผู้เรียนทําข้อมือให้ตรงเวลายกแขน และผ่อนตามสบาย เหยียด
ข้อศอกเวลายกแขนขึ้นจากนา้ํ เงยหนา้ มองฟา้
การหายใจและการประสานสมั พนั ธ์
การหายใจให้เป็นจังหวะที่สม่ําเสมอและทําด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เกร็ง โดยปฏิบัติดังน้ี มือ
ท้ังสองข้างอยู่ในตําแหน่งท่ีตรงข้ามกันเสมอ เมื่อมือข้างหน่ึงสิ้นสุดการเคล่ือนไหวในลักษณะผลักพุ้ยน้ํา มืออีก
ข้างหนึ่งต้องลงสู่น้ํา ในขณะเดียวกันนั้นต้องยกปลายเท้าหรือหัวแม่เท้าเตะสลับในลักษณะที่ตีน้ําให้เดือด
หายใจเข้า-ออกเปน็ จังหวะสมาํ่ เสมอ คงท่ี ไม่รบี ไม่เกรง็
แม้ว่าการว่ายนํ้าท่ากรรเชียงน้ัน จมูกและปากอยู่ในอากาศ แต่นักว่ายนํ้าบางคนก็มักจะลืมการ
หายใจเสมอในช่วงท่ีต่ืนเต้นกับการเร่งหรือการแข่งขัน ดังน้ัน จึงเป็นสิ่งที่ดีท่ีสุดที่จะสอนนักว่ายน้ําใหม่ให้
หายใจตามหลัก “ให้หายใจเข้าแขนหน่งึ และออกแขนหนึง่ ”
จังหวะของการประสานสัมพันธ์น้ัน แขนไม่ได้อยู่ตรงกันตลอดเวลา แขนที่ยกกลับจะเร่งความเร็ว
ขณะเคล่ือนท่ีไปเพอ่ื ลงนํ้าก่อนทอี่ ีกแขนท่ีดงึ นาํ้ จะเสร็จสิ้น การทาํ เช่นนท้ี ําใหก้ ารว่ายท่ากรรเชียงราบเรียบและ
ควบคมุ ได้ดี และการยกแขนกลับของนกั ว่ายกรรเชยี งจะเร็วมาก หากมนี ํา้ กระเซ็นขน้ึ สงู จากปลายนิว้
ภาพ 4-8 แสดงการประสานสัมพันธใ์ นการว่ายนํา้ ทา่ กรรเชียง
ทีม่ า : สมชัย โต๊ะถม (2544)
~ 72 ~
ทักษะและการสอนวา่ ยนํ้าทา่ กบ
การว่ายน้ําท่ากบมีลักษณะเฉพาะท่ีโดดเด่นคือ เป็นท่าว่ายน้ําเพียงท่าเดียวท่ีขามีความสําคัญต่อ
การเคล่ือนท่ีไปข้างหน้าเท่ากับแขน เป็นท่าว่ายน้ําเพียงท่าเดียวท่ีแขนและขาเคล่ือนไหวอยู่ใต้น้ําตลอดเวลา
และเป็นท่าว่ายน้ําที่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยเบ้ืองหน้าได้ชัดเจนในขณะว่ายน้ํา องค์ประกอบของการว่าย
นํ้าท่ากบท่ีนําเสนอในบทน้ปี ระกอบด้วย ลักษณะของลําตัว การเคลื่อนไหวเทา้ การเคล่ือนไหวแขน การหายใจ
และการประสานสมั พนั ธ์ การเรม่ิ ตน้ การกลับตวั และการเข้าแตะเส้นชัยท่ากบ
ลักษณะของลาํ ตัว
ลักษณะของลําตัวของท่ากบคล้ายกับการหมอบ ผู้ว่ายต้องยกศีรษะและสะโพกสูงข้ึนให้มากที่สุด
เท่าท่ีจะทําได้ ตามท่ีกติกากําหนด เช่น ศีรษะจะจมน้ําก็ได้ แต่ต้องโผล่พ้นนํ้าทุกครั้ง ในแต่ละช่วงของการดึง
แขนและลําตัวจะต้องอยู่ในลักษณะควาํ่ ตลอดเวลา
ก่อนการฝึกท่ากบต้องจัดลําตัวโดยลอยตัวควํ่าแล้วเหยียดลําตัวออกให้ตรง แขนและมือเหยียด
ออกไปข้างหน้าเหนือศีรษะ ขาและเท้าเหยียดออกมาทางด้านหลัง มือท้ังสองอยู่ตํ่าจากระดับผิวน้ําเล็กน้อย
เท้าทั้งอยู่ต่ํากว่ามือ และเมื่อก้มหน้าลงน้ํา ผิวนํ้าควรอยู่ในระดับค้ิว สายตาจับจ้องอยู่ท่ีมือท้ังสอง และศีรษะ
ควรอยูใ่ นลักษณะตง้ั โดยทค่ี างเหยียดออกไปข้างหนา้
การเคล่ือนไหวเท้า
การเคล่ือนไหวเท้าในท่ากบมีลักษณะเป็นการถีบขา เร่ิมจากขาจะอยู่ในลักษณะเหยียดตรงชิด
ติดกัน ปลายเท้าช้ีตรงไปด้านหลงั เพือ่ ให้เกิดความเพรยี วนํ้ามากทีส่ ุด แลว้ เร่ิมการเคลื่อนไหวดังนี้
1) การเริ่มต้นงอเข่า เริ่มงอเข่าท้ังสองดึงส้นเท้าเคลื่อนที่เข้าหากัน เท้าทั้งสองอยู่ใกล้กัน
จนกระท่ังเสร็จส้ินการงอเข่าและยกเท้าข้ึนด้านบน จากนั้นให้บิดปลายเท้าออกด้านข้าง พร้อมหักข้อเท้า
(กระดกปลายเท้าเขา้ หาหนา้ แข้ง) ขาแยกออกเลก็ น้อยประมาณความกวา้ งของสะโพก
2) การถีบขาออก ก่อนทจี่ ะวาดขาออกหรือถบี ขาออกด้านข้าง เทา้ จะตอ้ งอย่ใู นตาํ แหนง่ ท่ถี กู ต้อง
คือ หักข้อเท้า ปลายเท้า หันออก และเท้าจะอยู่นอกแนวสะโพกเล็กน้อย จากน้ันจึงถีบในลักษณะวาดออก
ด้านข้างเปน็ แนวโค้งลง เขา่ ก็จะค่อย ๆ เหยียดออกพร้อมกนั ทั้งสองข้าง ขอ้ สาํ คัญคือ พยายามให้พ้นื ที่ใต้ฝ่าเท้า
ปะทะกับนํา้ ใหม้ ากที่สุด
3) การรวบขา เป็นจังหวะสุดท้ายของการถีบขาซ่ึงเป็นการเคลื่อนไหวต่อเนื่องมาจากการถีบขา
ออกและเป็นจังหวะของการใช้ความเร็วสูงสุดในการถีบขา โดยเท้าเคล่ือนเข้าหากันจนชิดและขาทั้งสองเหยียด
ตรงกอ่ นท่จี ะกลับเข้าสทู่ ่าเริ่มต้นตอ่ ไป
1. การสอนการเคลอื่ นไหวเทา้ การฝกึ ใหผ้ ้เู รยี นเคลื่อนไหวเท้าในท่ากบ มลี ําดับขนั้ ดงั น้ี
1.1 นอนคว่ําบริเวณลานสระ ผ้สู อนจับข้อเท้าและฝา่ เท้าผเู้ รยี นเพื่อทําทา่ ถีบขากบ
1.2 น่ังท่ีขอบสระ ผู้สอนจับข้อเท้าและฝ่าเท้าผู้เรียน ทําท่าการถีบขากบ โดยออกแรงดันฝ่า
มือผูส้ อน เมอ่ื เหน็ ว่าผู้เรียนทําได้ถูกต้องแลว้ ใหผ้ ู้เรยี นซอ้ มถีบเอง
~ 73 ~
ภาพ 5-1 แสดงการสอนเคลอื่ นไหวเทา้ โดยนง่ั ขอบสระโดยใหผ้ ูส้ อนจบั เทา้
ทีม่ า : พลากร นัคราบัณฑิต (2560)
1.3 คว่ําหน้า มือจับขอบสระ ผู้สอนจับเท้าผู้เรียนทําท่าถีบขากบ โดยผู้สอนจะใช้มือดันท่ีฝ่า
เทา้ ผู้เรียนไวจ้ นถกู ตอ้ ง เมื่อทาํ ได้แล้วให้ผเู้ รยี นถบี เอง
ภาพ 5-2 แสดงการสอนเคลือ่ นไหวเท้าโดยนอนคว่าํ หนา้ มอื จับขอบสระและผสู้ อนจับเท้าผู้เรียน
ท่มี า : พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
~ 74 ~
1.4 มือจับขอบสระ ผูเ้ รยี นถีบขากบด้วยตนเอง สว่ นผสู้ อนชว่ ยพยุงสะโพกไมใ่ หต้ กจนตา่ํ เกนิ ไป
1.5 ผู้เรียนจบั โฟม ถบี ขากบเป็นจงั หวะ
1.6 ผเู้ รียนจับโฟม ถีบขากบพร้อมหายใจ โดยเงยหน้าข้ึนหายใจ ก่อนทจี่ ะเริม่ ถีบขาแตล่ ะจังหวะ
1.7 ผู้เรียนถีบขาออกจากสระ แล้วถีบขากบมาหาผู้สอน โดยการกลั้นหายใจไว้กอ่ น หลังจาก
น้นั หายใจเปน็ จังหวะ (เหมือนข้อ 6) ใหแ้ ขนยดื ไปข้างหน้า ควํ่าฝา่ มอื ลง
2. การแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งทพี่ บมากในการเคล่ือนไหวเท้า
2.1 ถีบกบเท้างุ้ม : ใช้การบริหารข้อเท้าและการฝึกบนบกด้วยการนอนควํ่าหน้า ขาทั้งสอง
เหยียดตรง พับเข่าท้ังสอง งอขาท่อนล่างขึ้นมาจนตั้งฉาก งุ้มปลายเท้าส้นเท้าตั้ง เตะขาทั้งสองลงจนกระทั่ง
ปลายเท้าแตะพนื้ ทําเช่นนขี้ ้ึน-ลง ไปเรือ่ ยๆ จนเกดิ ความชาํ นาญ
2.2 ตวั จมด่ิง : เกดิ จากการเตะเท้าไมถ่ ูกวธิ ี ให้เร่ิมสอนใหม่จากการเตะเท้าเกาะขอบสระ
2.3 เตะเทา้ ไมพ่ ร้อมกัน-ไม่เท่ากัน : ผู้สอนจับข้อเท้าผู้เรยี น สอนการเตะเทา้ พรอ้ มกนั -เท่ากัน
บนบกและทขี่ อบสระ
การเคลอื่ นไหวแขน
การเคล่ือนไหวแขนในการว่ายน้ําท่ากบ แขนจะต้องเคล่ือนไหวเหมือนกันและพร้อมกันท้ังสอง
แขน ซ่ึงก่อนการเคลื่อนไหว แขนท้ังสองจะอยู่ในลักษณะเหยียดตรงไปข้างหน้าแนวเดียวกับไหล่ลึกจากผิวนํ้า
ประมาณ 6 นิ้ว ฝ่ามือหันออกด้านขา้ งหลัง จากนั้นจึงจะเคลอ่ื นไหวแขนตามขั้นตอนของการใช้แขน ซ่ึงมีลําดับ
ขัน้ ดังต่อไปนี้
1) การจับน้ําหรือการกวักนํ้า เมื่อวาดแขนออกนอกแนวความกว้างของช่วงไหล่ ให้บิดข้อมือลง
เลก็ นอ้ ย เพือ่ เตรียมดงึ น้าํ ไปขา้ งหลัง
2) การดึงนํ้า ดึงน้ําโดยการกวาดแขนออกไปด้านข้างเฉียงลงด้านล่าง หักข้อมือเล็กน้อย
จนกระท่ัง ลําตัวและแขนของผู้ว่ายอยู่ในลกั ษณะคล้ายตัวอักษร “Y” เมอื่ ดงึ มอื มาถงึ แนวไหล่ ใหเ้ ปลี่ยนทศิ ทาง
ดึงเข้าดา้ นในด้วยการหันฝ่ามือเข้าหากนั แขนส่วนบนจะลดตา่ํ ลง จนกระทั่งมือเข้ามาใกลก้ ัน
3) การเหยียดแขน เม่ือส้ินสุดการดึงแขนโดยที่มือทั้งสองอยู่ใกล้กันใต้ลําตัวให้พุ่งแขนไปข้างหน้า
อยา่ งแรงและเรว็ จนกระทง่ั แขนไดเ้ หยียดไปขา้ งหน้าจนสดุ เพอ่ื เรมิ่ การใช้แขนครง้ั ตอ่ ไป
1. การสอนการเคลื่อนไหวแขน ลําดับการสอนมดี งั นี้
1.1 การหมุนแขนบนบก ผู้เรียนยืนตัวตรงเหยียดแขนเหนือศีรษะแนบให้แนบชิดใบหูท้ังสอง
ข้าง ให้มือทั้งสองวางซ้อนกันแล้วเร่ิมนับ 1-2-3-4-5-6 จึงหมุนแขนทั้งสองข้างออกไปด้านข้างระดับหัวไหล่
หมุนลงล่างกลับมาสู่ท่าเดิม (วาดลงกลมคล้ายลูกโป่ง) ในการหมุนแขนพยายามให้เหยียดข้อศอกตลอดเวลา
นอกจากแบบน้ีแล้วอาจให้ผู้เรียนยืนท่าโน้มตัวไปข้างหน้า แขนเหยียดชิดแนบใบหูทั้งสองข้าง หน้าก้มมองพื้น
หมนุ แขนท้ังสองออกไปดา้ นขา้ งระดับหัวไหล่ หมนุ ลงลา่ งกลบั มาสู่ทา่ เดมิ ทาํ เชน่ นห้ี ลาย ๆ ครง้ั
~ 75 ~
ภาพ 5-3 แสดงการสอนหมุนแขนบนบก
ท่ีมา : พลากร นคั ราบัณฑิต (2560)
1.2 การหมุนแขนขณะยืนในนํ้า ให้ผู้เรียนยืนบนพ้ืนสระ ก้มหน้าลงพร้อมกับแขน ทั้งสอง
ข้างแนบชิดใบหูท้ังสอง แล้วหมุนในลักษณะเดียวกันกับการฝึกหมุนแขนบนบก เพียงแต่ให้เงยหน้าหายใจทุก
ครัง้ ทหี่ มนุ แขนครบ 1 รอบ
1.3 การหมุนแขนขณะผู้สอนจับขา การฝึกข้อน้ีต่อเนื่องมาจากข้อ 2 โดยผู้สอน จับขา
ผู้เรียนไว้ไม่ให้มีการใช้ขา เพียงแค่ให้ผู้เรียนลอยตัวขนานกับผิวนํ้า แล้วหมุนแขนพร้อมกันท้ัง 2 ข้าง ฝึกฝนจน
เกิดความชาํ นาญ
1.4 การหมนุ แขนในขณะหนีบ Pull – Bouy วิธีฝึกเหมือนข้อ 3 การหมนุ แขนขณะผูส้ อนจับ
ขา โดยผู้สอนให้ผู้เรียนหนีบ Pull - Bouy ระหว่างขา ฝึกฝนการดึงแขน และจังหวะการหายใจจนเกิดความ
ชํานาญ
2. การแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งท่ีพบมากในการเคลอ่ื นไหวแขน
2.1 แขนในการว่ายกวาดพ้นผิวนํ้า: ให้ผู้เรียนดึงแขนเฉียงปลายนิ้วออกด้านข้างลึกลง (เฉียงลึก
ลง) แขนทัง้ สองเหยียดชดิ กนั ชไี้ ปขา้ งหนา้ กง่ึ กดลงตํา่ ไปหากน้ สระ แขนทง้ั สองกง่ึ วาดออกขา้ งถงึ ลกึ ลงกน้ สระ
2.2 ดึงแขนกว้าง 180 องศา: ให้ผู้เรียนใช้แขนท้ังสองข้างกวาดน้ําข้างหน้าเป็นวงเล็กๆ
คล้ายลูกโป่ง แล้วกวาดน้ําเฉียงออกข้างลึกให้ฝ่ามือท้ังสองควํ่า ขณะสิ้นสุดการกวาดน้ํา แขนทั้งสองข้างม้วน
กลบั ไปขา้ งหน้า ลกั ษณะคลา้ ยคลึงน้ํา
2.3 มอื ลบู นํา้ : พยายามล็อคข้อมือไว้ งอขอ้ ศอกขณะกวาดนํ้า และกวาดนํา้ ทั้งแขนลงลกึ
การหายใจและการประสานสัมพนั ธ์
การหายใจต้องเป็นจังหวะอย่างสมํ่าเสมอสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหว ซึ่งจังหวะการหายใจที่ดีคือ
ตอนท่ีไหล่ยกข้ึนพร้อมกับศีรษะพ้นน้ํา เมื่อปากพ้นผิวนํ้าให้หายใจเข้าเต็มท่ี และหายใจออกเม่ือก้มศีรษะลงใน
นา้ํ และแขนเหยยี ดไปข้างหนา้
~ 76 ~
สําหรับการประสานสัมพันธ์ต้องเป็นไปตามจังหวะที่สอดคล้องกันระหว่างแขน ขา และการ
หายใจ ซ่ึงพอสรุปจังหวะของการวา่ ยกบ ดังนี้
1) ดงึ แขนตามข้นั ตอนของการใช้แขน โดยขณะทแ่ี ขนเริ่มดงึ น้าํ ขาจะอย่ใู นลกั ษณะเหยียดตรง
2) เร่ิมงอเข่าเมื่อแขนดงึ เข้ามาใตล้ าํ ตัว
3) รวบแขนพร้อมท่ีจะพงุ่ เหยียดไปขา้ งหน้า ยกศีรษะพ้นนํ้าหายใจเข้า
4) พงุ่ แขนไปขา้ งหนา้ กม้ ศรี ษะลงในนา้ํ หายใจออกพรอ้ มกับถีบขาตาม
5) เมื่อจบจังหวะการวา่ ย แขน ขา ลาํ ตัวจะอยใู่ นลกั ษณะเหยยี ดตรง
ภาพ 5-4 แสดงการหายใจและการประสานสัมพนั ธท์ ่ากบ
ทมี่ า : สมาคมกีฬาว่ายนํา้ แห่งประเทศไทย (2559)
~ 77 ~
ทกั ษะและการสอนว่ายนํา้ ท่าผเี สอื้
ท่าผีเส้ือเป็นการว่ายนํ้าท่ีต้องใช้ความแข็งแรง จังหวะ และการประสานสัมพันธ์กันเป็นอย่าง
มาก ท่าทางของการว่ายทา่ ผีเส้ือคล้ายคลึงกบั การวา่ ยนาํ้ ของปลาโลมา เพราะการวา่ ยหรือการเตะเท้าเปน็ ไปใน
ลักษณะเดียวกันกับการโบกหางของปลาโลมา องค์ประกอบของการว่ายนํ้าท่าผีเส้ือท่ีนําเสนอในบทนี้ ได้แก่
ลักษณะของลําตัว การเคลื่อนไหวเท้า การเคล่ือนไหวแขน การหายใจและการประสานสัมพันธ์ การเริ่มต้น
การกลับตวั และการเข้าแตะเสน้ ชยั ท่าผเี สื้อ
ลกั ษณะของลาํ ตัว
การลอยตัวท่าผีเส้ือเหมือนกับการเร่ิมต้นในท่าฟรีสไตล์ ต้องพยายามนอนคว่ําเหยียดลําตัวออกไปให้
ขนานกับผิวนํ้า แขนเหยียดตรงอยู่เหนือศีรษะให้เต็มที่เหมือนกับ ขอนไม้ลอยนํ้า ผิวน้ําจะอยู่ในระดับค้ิว
พยายามทําร่างกายให้แบนราบมากทสี่ ดุ
การจัดตําแหน่งของร่างกายที่ดีในการว่ายท่าผีเส้ือ คือ การรักษาระดับของศีรษะ หัวไหล่ และสะโพก
ให้เหมาะสมโดยระดับของหัวไหล่และสะโพกให้อยู่ในระดับเดียวกับผิวนํ้า ส่วนศีรษะหากยกสูงเกินจะทําให้
สะโพกจม
การเคล่ือนไหวเท้า
เคลื่อนไหวขาให้เหมือนหางปลาโลมา คือ ใช้เท้าคู่เตะไปพร้อมๆกัน โดยกระทุ่มข้ึน-ลงในแนวดิ่ง เริ่ม
ฝึกโดยเคลื่อนไหวขาด้วยการยกสะโพกข้ึน แล้วงอเข่าทั้งสองข้างไปพร้อมกัน การงอเข่าเล็กน้อยเช่นนี้จะทําให้
ส้นเท้าตง้ั ข้ึนไปหาผิวน้ํา ต่อจากน้ันลงสะโพกต่ําลง แล้วเหยยี ดขาเตะเท้าออกไปให้ตงึ เต็มท่ี ในข้ันสดุ ท้ายปลาย
เทา้ จะเหยยี ดตรง การเคลอ่ื นไหวลาํ ตวั และขาต้องให้สัมพนั ธ์กนั
ลกั ษณะของการเคลือ่ นไหวเท้าในทา่ ผีเสือ้ มดี ังน้ี
- เปน็ การเตะขาในทา่ นอนคว่ํา
- เตะขาคใู่ ต้ผวิ น้ําในลกั ษณะตรง เข่าหย่อนไมเ่ กรง็ ปลายเทา้ งุ้ม
- งอเขา่ เล็กนอ้ ยเตะขาลงจนตํา่ กว่าระดบั ผิวนาํ้ ประมาณ 30-40 เซนตเิ มตร เข่างอตามสบาย
ก่อนทีจ่ ะเหยยี ดออก สะโพกยกขน้ึ
- ยกขาขึน้ มาจนถงึ บริเวณใต้ผวิ นํา้ งอขาเลก็ นอ้ ยเพอ่ื เตรยี มเตะขาลงต่อไป
- ใช้สะโพกช่วย โดยจะยกสะโพกขึ้นในขณะที่เตะขาลง
2.1 การสอนเคล่อื นไหวเทา้ ในทา่ ผเี สื้อ มีลาํ ดับดงั น้ี
1. นอนคว่ําหน้าบริเวณลานสระ ผู้สอนจับข้อเท้าทําท่าการเตะขาผีเส้อื โดยปรับปลายเท้าทัง้
สองข้างใหเ้ หยียดงุ้มปลายเท้า
2. น่ังที่ขอบสระ หย่อนขาท้ังสองขา้ งลงในสระใหต้ รงกับข้อพับเข่าชิดกับขอบสระ เข่าทั้งสอง
ชิดกนั ปลายเท้างุ้ม เตะงัดเท้าทงั้ สองข้ึนมาพรอ้ มกนั ขึ้น-ลง ตามจังหวะ
~ 78 ~
3. นอนคว่าํ หนา้ บนขอบสระ ขาทง้ั สองเหยียดเข้าไปในสระ วางขาท่อนบนเหนือหัวเข่าอยู่บน
ขอบสระ พับขาขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้าง เตะผิวน้ําเร่ิมต้นเบาๆ ก่อนและทําจังหวะท่ีผู้สอนสั่ง เม่ือผู้เรียนกระทาํ
ได้ดี ถูกตอ้ งกก็ ําหนดจาํ นวนครัง้ การเตะขาข้ึน-ลง ให้ปฏบิ ัติ
4. จับขอบสระยืดแขนเตะขา โดยผู้สอนจับข้อเท้าผู้เรียนเตะขึ้นเหมือนนอนบนขอบสระ ข้อ
3. จนผู้เรียนเขา้ ใจวิธีจงึ ใหท้ ําเอง
5. เมื่อผู้เรียนเตะขาถูกต้อง ให้ก้มหน้าในน้ํา ตามองก้นสระ เตะขาเป็นจังหวะ เช่น เตะขา
ผเี สือ้ 3 คร้งั แล้วเงยหนา้ ขึน้ หายใจ
6. ให้จับโฟมเตะขา หายใจเปน็ จังหวะ
7. ถีบตวั ออกจากสระ เตะขามาหาผสู้ อนโดยไม่หายใจ หลังจากนนั้ ให้หายใจเป็นจังหวะ
ภาพ 6-1 แสดงการฝึกเคลื่อนไหวเทา้ ท่าผีเสือ้ โดยการจบั โฟมเตะขา
ทมี่ า : พลากร นัคราบณั ฑิต (2560)
2.2 การแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งทพี่ บมากในการเคล่อื นไหวเท้า
1. เตะขาไม่เท่ากัน : ให้ผู้เรียนนอนคว่ําหน้าให้ขาท้ังสองเหยียดเข้าไปในสระ ให้เข่าทั้งสอง
เลยขอบสระไปเล็กนอ้ ย พบั เข่าทง้ั สองต้ังขึ้นแล้วเตะลงพร้อมกัน ทาํ เชน่ น้ีจนชาํ นาญ
2. ตัวจม-ตัวดงิ่ : แสดงวา่ การเตะขาไมถ่ กู วิธี ให้เรม่ิ สอนใหมจ่ ากการเกาะขอบสระเตะขา
3. เตะขาแล้วไม่ไป-เตะขาแลว้ ถอยหลงั : แสดงว่าการเตะขาไมถ่ ูกวิธี ให้เริ่มสอนใหม่จากการ
เกาะขอบสระเตะขา
~ 79 ~
การเคล่ือนไหวแขน
การเคล่อื นไหวแขนในการว่ายนํ้าทา่ ผีเส้ือจะต้องทาํ พร้อมกนั ทั้งสองแขน โดยมลี ําดบั ข้นั ตอนดังน้ี
1) การนํามือลงสนู่ ํ้า แขนจะเหยียดเกือบสดุ ขณะท่ีมือลงสนู่ ํ้าในตําแหน่งแนวเดียวกับหวั ไหล่
งอขอ้ ศอกเล็กนอ้ ย นวิ้ หัวแมม่ ือจะลงน้ําก่อนเป็นอนั ดบั แรก
ภาพ 6-2 แสดงจงั หวะการนํามือลงสู่นํา้ ในท่าผเี สื้อ
ที่มา : พลากร นัคราบัณฑติ (2560)
2) การจับน้ําหรือการกวักนํ้า เมื่อมอื ลงสู่น้ําเรยี บร้อยแลว้ ใหว้ าดมอื ออกดา้ นขา้ งจนออกนอก
แนวไหล่ พรอ้ มกบั บิดข้อมือให้หันเข้าด้านในพรอ้ มท่ีจะดงึ นา้ํ ต่อไป
ภาพ 6-3 แสดงจงั หวะการจับนํ้าหรือการกวักนํ้าในท่าผเี สื้อ
ทมี่ า : พลากร นคั ราบัณฑิต (2560)
~ 80 ~
3) การดึงนํา้ และการผลกั นํา้ หลังจากการจบั น้ํา ใหอ้ อกแรงดึงนา้ํ โดยการกวาดน้ําเข้าใต้ลําตัว
เมื่อดึงนํ้าเข้าถึงใต้ลําตัว มือท้ังสองข้างจะมาอยู่ในตําแหน่งท่ีใกล้กันมากที่สุด ในระยะส้ันน้ีข้อศอกท้ังสองข้าง
จะงอทาํ มมุ ประมาณ 90 องศา หลังจากน้ันให้ผลักนํา้ ไปยงั ข้างสะโพกพร้อมกับบดิ ขอ้ มอื ออก
ภาพ 6-4 แสดงจังหวะการดงึ นํ้าและการผลกั นํ้าในท่าผเี สอ้ื
ทีม่ า : พลากร นคั ราบณั ฑติ (2560)
4) การยกแขนพ้นนํา้ หลงั จากส้ินสดุ การผลักนํ้าไปยังสะโพกจะเกิดแรงเหวย่ี งจากการผลักน้ํา
ไปด้านหลังจะทําให้แขนพ้นน้ําข้ึนมา โดยให้ศอกพ้นนํ้าเป็นอันดับแรกเมื่อแขนและมือพ้นนํ้าให้เหว่ียงแขนไป
ข้างหน้าเป็นวงโค้งในระดับต่ําเหนือผิวนํ้าเพื่อเตรียมลงสู่ผิวน้ําต่อไป ข้อสําคัญอย่ายกแขนสูงจากผิวนํ้ามาก
เกินไป ขณะเหวี่ยงแขนอยา่ เกรง็ แขน และพยายามใช้แรงใหน้ อ้ ยทสี่ ดุ
ภาพ 6-5 แสดงจงั หวะการยกแขนพน้ นํา้ ในท่าผเี สื้อ
ทีม่ า : พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
~ 81 ~
3.1 การสอนการเคลอ่ื นไหวแขน ในทา่ ผีเสอ้ื มีลําดบั ดงั นี้
1. การหมุนแขนบนบก
ให้ผู้เรียนยืนตัวตรง หน้าตรง แขนทั้งสองเหยียดชิดกัน และแนบหู แล้วจึงหมุนแขนไป
ข้างหน้า และเลยไปข้างหลังโดยไม่มีการงอศอก จนแขนมาพบกันใหม่ในท่าเหยียดเหนือศีรษะ ทําเช่นน้ีไป
เรื่อยๆ เป็นการฝึกยกแขนขึ้นและหมุนไปข้างหนา้ ในขณะท่ีแขนหมุนพยายามให้ศีรษะนิ่ง เม่ือผู้เรียนหมุนแขน
จนชํานาญแลว้ จึงให้ลงลอยตัวในนํ้าหมุนแขนตอ่ ไป
ภาพ 6-6 แสดงการสอนหมุนแขนบนบก
ทม่ี า : พลากร นัคราบณั ฑติ (2560)
~ 82 ~
2. การหมุนแขนขณะยนื ในบริเวณนํ้าตน้ื
ให้ผู้เรียนก้มหน้าพร้อมกับหมุนแขนทั้งสองไปข้างหน้า โดยให้แขนเหยียดตรงๆ หลายๆ คร้ัง
ประมาณ 2-3 ครง้ั ต่อการเงยหน้าขึ้นหายใจ 1 ครั้ง พยายามมใิ ห้การหมนุ แขนหยดุ ชะงกั
3. การหมุนแขนขณะครูจบั ขา
เป็นการฝึกต่อจากข้อ 2. ผู้เรียนสามารถก้มหน้าดึงแขนและเงยหน้าข้ึนหายใจได้ โดยที่ผู้สอน
จับที่ขาผู้เรียนไว้ ยังไม่มีการใช้ขา เพียงแค่ให้ผู้เรียนลอยตัวขนานกับผิวน้ํา พร้อมกับการหมุนแขนพร้อมกันท้ัง
สองขา้ ง ทําเช่นนมี้ ากๆ และบอ่ ยๆ จนเกดิ ความชํานาญ
4. การหมนุ แขนในขณะหนบี Pull - Bouy
ให้ผู้เรียนก้มหน้าลงน้ํา สายตามองก้นสระ และท้ายทอยลอยปริ่มนํ้าเสมอระดบั ผิวนํา้ และต้ัง
ต้นเหยียดแขนทั้งสองเหนือศีรษะ แขนแนบหแู ละไมเ่ กร็ง จากนัน้ เร่ิมกวาดน้ําท้งั ทอ่ นแขน โดยใหก้ วาดลงลึกไป
ยงั กน้ สระ และส้ินสดุ ลงในลักษณะแขนเหยยี ดชิดลําตัว ฝา่ มือหงายขึ้นไปในอากาศจนพน้ ผิวน้ํา แลว้ เหวย่ี งแขน
ทั้งสองข้างไปข้างหน้า นําด้วยหัวแม่มือ ฝ่ามือคว่ํา แขนทั้งสองผ่อนตามสบาย แขนทั้งสองจะมาสู่ตําแหน่ง
เรมิ่ ตน้ อกี โดยการใหห้ มนุ แขนท้งั สอง 2-3 รอบตอ่ การหายใจ 1 ครง้ั
3.2 การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องทพ่ี บมากในการเคลื่อนไหวแขน ควรแกไ้ ขดงั น้ี
1. วางสนั มอื ลงนา้ํ : ใหผ้ อ่ นขอ้ มือตามสบาย เน้นใหม้ อื ลงนํ้าด้วยปลายนว้ิ มอื
2. ตัวเกรง็ : แกไ้ ขการสอนใหผ้ ้เู รียนเขา้ ใจว่า น้ําคือเพ่อื น ไม่ใช่ศัตรู สอนให้มีความม่นั ใจว่า มนษุ ย์
เป็นสัตวบ์ กแตถ่ า้ การวางตวั ถูกตอ้ งกล็ อยน้ําได้ ผู้สอนต้องฝกึ ให้ผเู้ รียนลอยตวั ไดก้ ่อนเป็นอันดบั แรก
3. มือลบู นาํ้ : ให้ผู้เรยี นพยายามลอ็ คข้อมือไว้ ยดื ขอ้ ศอกขณะกวาดนาํ้ และกวาดนํา้ ท้งั แขนลงลกึ
4. ยกแขนผีเสื้อไม่พ้นผิวน้ํา: เม่ือสิ้นสุดการกวาดน้ําให้ยกแขนท้ังสองออกไปด้านหน้า ทําเหมือน
กางแขนออกแล้วยกแขนไปข้างหน้า คุมข้อมือทั้งสองให้คงเดิมไว้ ขณะท่ีเหวี่ยงแขนท้ังสองไปข้างหน้า ศีรษะ
ชะเงอ้ ไปข้างหน้าคุมใหท้ า้ ยทอยอย่รู ะดบั ผวิ น้ํา ลาํ ตัว คอ ศีรษะเหยยี ด และนิง่ ในขณะทห่ี มนุ แขนไปข้างหน้า
การหายใจและการประสานสมั พันธ์
การหายใจเริ่มขึ้นหลังจากที่ได้หายใจออกใต้น้ําแล้ว โดยการยกศีรษะขึ้นด้านหน้า ในลักษณะของการ
ยื่นคางออกไปตรงๆ แล้วหายใจในขณะท่ีขายังอยู่ในจังหวะของการเตะลงตํ่า และพร้อมกันนั้นแขนก็จะ
เคลื่อนที่เข้าสู่จังหวะการผลักมือขึ้น หลังจากส้ินสุดการผลักมืออย่างสมบูรณ์แล้ว ศีรษะจะม้วนข้ึนและลง การ
กลับเขา้ ที่ของแขนในช่วงนี้เปน็ การกลบั เข้าส่ขู นั้ การเตรยี มเพือ่ เรมิ่ ต้นใหม่
ส่วนการกลับเข้าสู่ท่าเตรียมพร้อมเร่ิมจากผ่อนข้อมือและยกข้อศอกพ้นขึ้นจากน้ํา ต่อจากน้ัน
เคลื่อนไหวมือเข้าสู่ท่าเริ่มต้นด้วยการลดข้อมือลงสู่ผิวน้ําและต้องควบคุมแรงด้วยการก้มศีรษะและการเตะเท้า
ลงด้านล่าง เพื่อช่วยให้แขนกลับเข้าสู่ท่าเริ่มต้นอีกคร้ัง มือและแขนจะเคล่ือนท่ีลงสู่ผิวนํ้าอย่างต่อเน่ืองกันตรง
ตาํ แหนง่ ดา้ นหนา้ ของไหล่
~ 83 ~
บรรณานุกรม
กองทุนพัฒนาสวัสดิการผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายนํ้า. (2548). คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาว่ายน้ํา. กรุงเทพฯ:
สมาคมวา่ ยนํา้ แห่งประเทศไทย.
กองวิชาการกฬี า การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2558). กตกิ ากีฬาวา่ ยนาํ้ . กรุงเทพฯ: การกฬี าแหง่ ประเทศไทย.
กองวิชาการกีฬา ฝ่ายสารสนเทศและวิชาการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2551). คู่มือการฝึกสอนกีฬา
ว่ายน้ํา. กรุงเทพฯ: เอกสารอดั สําเนา.
จันทิมา รอดบุญ. (2547). ระดับทักษะว่ายนํ้าของนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง
วิชาเอกพลศึกษา วิทยาลัยพลศึกษาในเขตภาคใต้ปีการศึกษา 2547. ปริญญานิพนธ์การศึกษา
มหาบัณฑิต, สาขาวชิ าพลศกึ ษา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. นครนายก.
ชัชฎาพร พิทักษ์เสถียรกุล และเนาวรัตน์ เหลืองรัตนเจริญ. (2557). การประยุกต์วิทยาศาสตร์การ กีฬา
สําหรับฝึกนักกีฬาว่ายนาํ้ . กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์วีรวรรณ พรน้ิ ติง้ คแ์ อนด์แพ็คเกจ็ จิ้ง.
ชรัณดา แก้วเข้ม. (2559). ผลของการฝึกความม่ันคงแกนกลางลําตัวตามการใช้งานร่วมกับยางยืดท่ีมีต่อความ
ม่ันคงของแกนกลางลําตัวและเวลาในการว่ายน้ําท่าครอว์ล ระยะ 25 เมตรของนักว่ายน้ําเยาวชนชาย.
วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญามหาบัณฑติ . สาขาวิทยาศาสตรการกฬี า. จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. กรุงเทพฯ.
ชาญชัย ศริ ิพันธ์. (2543). เอกสารประกอบการสอนวิชาวา่ ยน้าํ 2. ชุมพร: วิทยาลยั พลศึกษาจงั หวดั ชุมพร.
ณัฐิกา เพ็งลี. (2545). การศึกษาปัจจัยทางชีวกลศาสตร์และสัดส่วนร่างกายที่มีอิทธิพลต่อสถิติในการว่าย
นํ้าท่าวัดวา ประเภทสปรินท์ ระยะทาง 50 เมตร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาพลศึกษา.
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . กรุงเทพฯ.
เทเวศร์ พริ ยิ ะพฤษท.์ (2529). หลักการฝกึ กฬี าว่ายนํา้ . กรุงเทพฯ: สยามบรรณการพิมพ์.
บญุ เลิศ ใจทน. (2548). ว่ายน้ํากฬี าเพอื่ สุขภาพ. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์สปิ ประภา.
บุญส่ง โกสะ. (2544). เทคนิคการว่ายนํ้า. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สํานักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร.์
พลากร นัคราบัณฑิต. (2560). ทกั ษะและการสอนวา่ ยนํ้า. สงขลา: มหาวิทยาลยั ราชภฏั สงขลา.
วงศ์พัทธ์ ชูดํา. (2557). เอกสารประกอบการสอนวิชา พล 031129 ทักษะและการสอนกีฬาว่ายนํ้า. ตรัง:
สถาบนั การพลศึกษา จงั หวัดตรงั .
วาสนา คุณาอภิสทิ ธ.ิ์ (2545). ว่ายน้าํ เพือ่ ชวี ิต. พิมพค์ ร้งั ท่ี 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
~ 84 ~
วิทยา หล่อศิริ. (2556). ว่ายนํ้า 1. โครงการตําราวิชาการในโอกาสครบรอบปีท่ี 9 ของการสถาปนาสถาบัน
การพลศึกษา พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ: กองส่งเสริมและพัฒนาโรงเรยี นกีฬา สถาบันพลศึกษา กระทรวง
การทอ่ งเท่ียวและกีฬา.
พลากร นัคราบัณฑิต. (2553). ผลของการฝึกความมั่นคงของลําตัวที่มีต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
และความสามารถในการว่ายน้ําท่าครอว์ลในนักกีฬาว่ายน้ําเยาวชนชาย . วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.
สาขาวิทยาศาสตรการกฬี า. จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. กรงุ เทพฯ
พิสิษฐ์ ธิติเลิศเดชา. (2545). ผลของการฝึกกําลังกล้ามเน้ือลําตัวแบบการหดตัวคงที่ต่อความเร็วในการว่าย
น้ําท่าครอว์ลระยะทาง 50 เมตร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาเวชศาสตรการกีฬา.
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . กรงุ เทพฯ.
วิชุดา คงสุทธ์ิ. (2545). ผลของการฝกึ พลัยโอเมตริกด้วยเมดิซนิ บอลและหนังยาง ท่ีมีต่อพลังกล้ามเนือ้ สว่ นบนและ
ความเร็วในการว่ายนํ้าของนักว่ายน้ํา. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาวิทยาศาสตรการกีฬา.
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. กรุงเทพฯ.
รดมยศ มาตเจอื . (2556). แนวทางการพัฒนาการจัดการแข่งขนั วา่ ยนํ้าชิงชนะเลศิ แห่งประเทศไทย สระวา่ ยนาํ้ 25
เมตร. วิทยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑติ . สาขาวิทยาศาสตรการกฬี า. จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. กรงุ เทพฯ.
ศุกล อริยสัจส่ีสกุล. (2551). เอกสารประกอบการสอนการว่ายนํ้า. ปทุมธานี: สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต
กรงุ เทพ.
สกายบุ๊กส์. (2551). ว่ายนํ้า รวมกฎ กติกา และพ้ืนฐานการเลน่ . พิมพ์ครั้งท่ี 12. กรุงเทพฯ: บริษัทสกายบกุ๊ ส์
จาํ กดั .
สมใจ โต๊ะถม. (2544). ทักษะการสอนวา่ ยน้ําเบอ้ื งตน้ . ลาํ ปาง: วทิ ยาลยั พลศึกษา จงั หวัดลําปาง.
สมาคมกีฬาว่ายนาํ้ แหง่ ประเทศไทย. (2559). คู่มือการพฒั นาผฝู้ กึ สอนวา่ ยนาํ้ สมาคมกฬี าว่ายนาํ้ แหง่ ประเทศ
ไทย (ครูสอนว่ายน้ํา) การอบรมผู้ฝึกสอนว่ายนํ้า ระดับ 1.1 ณ ห้องประชุมศูนย์กีฬาและสุขภาพ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2559. กรุงเทพฯ:
เอกสารอดั สาํ เนา.
สํานักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2552). หลักสูตรว่ายนํ้าเพื่อเอาชีวิตรอดและคู่มือการ
สอน. กรุงเทพฯ: สาํ นักงานกจิ การโรงพมิ พ์ องคก์ ารสงเคราะห์ทหารผา่ นศึก.
สเุ ทพ บูลกลุ . (2532). คมู่ ือการฝึกสอนว่ายน้ําระดับเบอ้ื งตน้ . กรุงเทพฯ: สมาคมผฝู้ ึกสอน
วา่ ยน้ําแหง่ ประเทศไทย.
~ 85 ~
Counsilman, J.E. (1977). Competitive Swimming Manual for Coaches and Swimmer.
Bloomington: Counsilman.co.inc.
Hannula & Thornton. (2012). The swimming coaching bible volume II. Champaign: Human
Kinetics, Inc.
Hannula, D. (1994). Coaching swimming successfully. Champaign: Human Kinetics.
Mcleod, I. (2010). Swimming Anatomy. Champaign: Human Kinetics.
Salo, D. & Riewald, S.A. (2008). Complete conditioning for swimming. Champaign: Human
Kinetics.
The American National Red Cross. (1981). Swimming and Aquatics Safety. Washington D.C.:
American Red Cross.
Wilkie, D. & Juba, K. (1986). The Handbook of Swimming. London: Pelham Books Ltd.