ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 9.นักเรียนนำเสนอคำที่ใช บัน บรร โดยครูใชไมเรียกเลขที่เรียกใหนักเรียนยกตัวอยางคำทีละ คน เพื่อนๆชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มพูนคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10.นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ -นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร คำที่ใช รร หัน ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนดูแผนภูมิเพลง “คำที่มี รร (หัน)” แลวอานออกเสียงพรอมกัน รองเปนเพลง ตามครู 1 เที่ยว แลวใหนักเรียนรองเอง 2 เที่ยว ครูและนักเรียนรวมกันสนทนา เกี่ยวกับเนื้อหาของเพลง โดยครูถามนำเพื่อโยงเขาสูสาระการเรียนรูและกระตุนความ สนใจของผูเรียนโดยครูถามคำถามดังนี้ - คำที่มี รร (หัน) มีหลักการอานอยางไร *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถามกอนจะ เรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน 2. นักเรียนศึกษาเรื่องคำ รร (หัน) แลวรวมสนทนาโดยครูใชคำถามดังนี้ - คำ รร (หัน) หมายถึงอะไร - คำ รร (หัน) มีวิธีการอานอยางไร ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 3. นักเรียนรวมกันจำแนก คำ รร (หัน) จากบัตรคำ พรอมฝกอานออกเสียง 4. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ - นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังปฏิบัติ 5. นักเรียนคิดคำที่มี รร แลวไปเขียนบนกระดานทีละคนจนครบทุกคน คนไหนที่ออกไปชา หรือคิดไมออก ครูตองคอยกระตุน ชี้แนะใหเขียนใหไดทุกคน คนละ 1 คำ ครูและ นักเรียนชวยกันตรวจสอบความถูกตองของการเขียน 6. นักเรียนอานคำที่เขียนบนกระดานทีละคำ ใหสังเกตคำที่นักเรียนเขียน ถาเปนคำที่ไมมี ตัวสะกด ใหอานออกเสียง เปน - น เชน จัดสรร อานวา จัด - สัน จรรยา อานวา จัน - ยาแตถา รร มีตัวสะกด ใหอานออกเสียงเปน - กับตัวสะกดของคำนั้น ๆ เชน กรรมกร อานวา กำ - มะ - กอน 7. นักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่อง คำ รร (หัน) ดังนี้ คำที่ใช รร ที่ไมมีตัวสะกดจะออกเสียงเหมือนมีไมหันอากาศและสะกดดวย น ถามี ตัวสะกดออกเสียงเหมือนมีไมหันอากาศประสมกับตัวสะกดของคำนั้น 8. นักเรียนทำแบบฝกหัดเรื่อง คำ รร (หัน) ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ คาบที่ 6
9. นักเรียนนำเสนอคำ รร (หัน) โดยครูใชไมเรียกเลขที่เรียกใหนักเรียนยกตัวอยางคำทีละ คน เพื่อนๆชวยกัน ตรวจสอบความถูกตอง ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มพูนคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ -นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร 3.3 คุณลักษณะอังพึงประสงค : Attitude (A) มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยมีจิตสาธารณะ 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู : การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ดานความรู (K) - การตอบคำถาม - ทำแบบฝกหัด - คำถาม - แบบฝกหัด ดานทักษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอาน - ทักษะการเขียน - ทักษะการอาน - แบบประเมินการอาน - ใบงานการเขียนตามจินตนาการ - แบบฝกหัด ดานคุณธรรม จริยธรรมและคานิยม (A) - สังเกตพฤติกรรมในการรวม กิจกรรม การทำงานกลุม - แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/แหลงการเรียนรู 7.1 สื่อการเรียนรู 1. แบบฝกหัด 2. ไมเรียกชื่อ 3. หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่ 3 4. คำถาม 5. รูปภาพ 6. ตัวอยางการเขียนประโยคจากภาพ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................ ..................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..............................................ครูผูสอน ลงชื่อ.................................................ผูตรวจ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง ) ( นางสาววรรณิภา ไสวศรี ) ลงชื่อ....................................................ผูบริหาร ( นายจิรพงศ ไมตรีจิตร )
สัปดาหที่ 16 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิตและ มีนิสัยรักการอาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/1 อานออกเสียงคำ ขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยกรองงายๆ ไดถูกตอง คลองแคลว ตัวชี้วัดที่ ป 3/3 ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล เกี่ยวกับเรื่องที่อาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/4 ลำดับเหตุการณและคาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อานโดยระบุเหตุผลประกอบ ตัวชี้วัดที่ ป 3/5 สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัดที่ ป 3/9 มีมารยาทในการอาน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 3/2 เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไดอยางชัดเจน ตัวชี้วัดที่ ป 3/6 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ ปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 3/1 เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอานจับใจความสำคัญ คือ การอานเพื่อจับใจความหรือขอคิด ความคิดสำคัญหลักของขอความ หรือเรื่องที่อาน การอานจับใจความสำคัญ ถือเปนทักษะสำคัญที่ใชในการอานเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเปนพื้นฐานสำคัญในการศึกษา หาความรู จึงควรฝกฝนใหเกิดความชำนาญ 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมาย และหลักการอานจับใจความสำคัญ (K) 2. อธิบายขั้นตอนการเขียนนิทานได (K) 3. บอกลักษณะของคำในมาตรา กง กม เกย เกอวได (K) 4. อานเรื่องไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P) ภาคเรียนที่ …1…/……..........……... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 6 คาบ หนวยการเรียนรูที่ …..7………. เรื่อง ความฝนเปนจริงได
5. แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน (P) 6. เขียนนิทานจากภาพที่กำหนดใหได (P) 7. อาน เขียนและจำแนกคำมาตรา กง กม เกย เกอวได (P) 8. เห็นความสำคัญของการอานและมารยาทในการอาน (A) 9. เห็นความสำคัญของการเขียนนิทานและนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน (A) 10. กระตือรือรนในการรวมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การอานจับใจความเรื่องสั้น การเขียนนิทานจากภาพ มาตราตัวสะกด แมกง แมกม แมเกย แมเกอว พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 5. กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอานจับ ใจความเรื่องสั้น ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอานสรุปใจความ โดยใชคำถามดังตอไปนี้ - การอานสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใชทักษะอะไรบางในการอานสรุปใจความ 2. นักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเรื่องสั้น โดยใชคำถามดังนี้ - นักเรียนเคยอานเรื่องสั้นหรือไม แลวเรื่องนั้นชื่อวาอยางไร - นักเรียนมีหลักการอานเรื่องสั้นอยางไร * ในการถามควรใชไมเรียกเลขที่สุมตอบทีละคนโดยถามคำถามกอนจะเรียกเลขที่เพื่อใหทุกคน ไดคิดและเพื่อเปนการสรางบรรยากาศความตื่นเตนในการอยากตอบคำถามทั้งยังเปนวิธีการที่ดีอยาง หนึ่งในการควบคุมชั้นเรียน 3. นักเรียนเขากลุมอานเรื่องสั้นตามที่ครูกำหนด ขั้นที่ 2ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 4. นักเรียนแตละกลุมรวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับเรื่องที่อาน โดยครูใชคำถามดังนี้ -ตัวละครสำคัญในเรื่องมีใครบาง แตละคนมีนิสัยหรือลักษณะเฉพาะอยางไร -จากเรื่องที่อานนักเรียนไดขอคิดอะไรบาง 5. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูที่ไดรับไปใชในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังปฏิบัติ 6. นักเรียนเขากลุมทำกิจกรรมการตั้งคำถามและตอบคำถามจากเรื่องที่อาน กลุมละ 5 ขอ คาบที่ 1-2
กติกาในการตั้งคำถาม คุณครูแบงจำนวนหนาที่แตละกลุมจะตองรับผิดชอบในการตั้งคำถาม เพื่อ ปองกันไมใหการตั้งคำถามของแตละกลุมไมใหซ้ำกัน 7. นักเรียนรวมกันสรุปขอคิดที่ไดจากการอาน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 8. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอคำถามหนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนตอบคำถาม ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร การเขียนนิทาน จากภาพ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนรวมกันทบทวนเกี่ยวกับวิธีการเขียนเรื่องตามจินตนาการเพื่อเชื่อโยงความรู ไปใชในการเขียนนิทานจากภาพ 2. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามทาทาย ดังนี้ - เมื่อนักเรียนดูภาพแตละภาพ ทำใหนักเรียนเกิดความคิดตางกันหรือไม อยางไร - ทำไมจึงเรียนเรื่องการเขียนนิทานจากภาพ *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถามกอนจะ เรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 3. นักเรียนทุกคนดูรูปภาพ แลวสนทนาโดยครูใชคำถามดังนี้ - จากรูปที่เห็นนักเรียนคิดวาเปนรูปอะไร - การแตงนิทานจากภาพมีความสำคัญอยางไร - ภาพที่นักเรียนเห็นมีองคประกอบอะไรบาง -จากภาพนักเรียนสามารถแตงประโยคไดอยางไร (การถามควรใชไมเรียกเลขที่สุมตอบ 4-5 คน เพื่อเปนการสรางบรรยากาศความ ตื่นเตนในการตอบคำถาม และเปนวิธีการที่ดีอยางหนึ่งในการควบคุมชั้นเรียน) 4. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร คาบที่ 3-4
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังการปฏิบัติ 5. นักเรียนเขากลุมเขียนนิทาน จากภาพ 6. นักเรียนรวมกันสรุปความสำคัญของการเขียนนิทานจากภาพ ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ องคประกอบของประโยค ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 7. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน เพื่อนกลุมอื่นรวมกันแสดงความคิดเห็น ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร มาตราตัวสะกด แมกง แมกม แม เกย แมเกอว ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. ครูทบทวนเนื้อหาบทเรียนคำในมาตรา กง กม เกย เกอว จากที่นักเรียนเคยเรียนชั้น ประถมศึกษาที่ 2 โดยครูใชคำถามเพื่อโยงเขาสูสาระการเรียนรูและกระตุนความสนใจของ ผูเรียนโดยครูถามคำถามดังนี้ - คำในมาตรา กง กม เกย เกอว พยัญชนะใดเปนตัวสะกด - นักเรียนจะนำความรูที่ไดรับไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถาม กอนจะเรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน 2. นักเรียนเลนเกมใบคำ โดยขออาสาสมัครนักเรียน 8 คน ออกมาแสดงทาใบคำละ 1 คน ให เพื่อน ๆ ทาย โดยครูใหอาสาสมัครดูคำใบ และทำทาใหเพื่อนดูทีละคน หามพูด ตองแสดง ทาจนเพื่อนทายถูก ถาเพื่อนทายถูกติดบัตรคำบนกระดาน ดังนี้ รองเพลง กระตาย หกลม ชาง กางรม แมว เกี่ยวขาว ควาย 3. นักเรียนอาน สะกดคำ แลวตอบคำถาม ดังนี้ ๐ คำวา “รองเพลง” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “กระตาย” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “หกลม” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “ชาง” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “กางรม” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “แมว” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “เกี่ยวขาว” มีอะไรเปนตัวสะกด ๐ คำวา “ควาย” มีอะไรเปนตัวสะกด ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 4. นักเรียนทำกิจกรรมวิเคราะหคำทั้ง 8 คำ โดยครูใชคำถาม ดังนี้ คาบที่ 5-6
๐ คำใดบางที่มี “ง” เปนตัวสะกด ๐ คำใดบางที่มี “ม” เปนตัวสะกด ๐ คำใดบางที่มี “ย” เปนตัวสะกด ๐ คำใดบางที่มี “ว” เปนตัวสะกด หลังจากนั้นนักเรียนออกมาเขียนคำตอบลงในตารางบนกระดาน และชวยกันตรวจสอบ ความถูกตอง ง สะกด ม สะกด ย สะกด ว สะกด 5. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังปฏิบัติ 6. นักเรียนยกตัวอยางคำที่มี ง, ม, ย, ว เปนตัวสะกด คนละ 1 คำ ทุกคน 7. นักเรียนทำกิจกรรมการอานและแตงประโยค 8. นักเรียนสรุป คำในมาตรา กง กม เกย เกอว ดังนี้ คำในมาตรา กง กม เกย เกอว เปนคำที่มี ง, ม, ย, ว เปนตัวสะกดตัวเดียวตรงตาม มาตรา การเขียนสะกดคำและรูความหมายของคำอยางถูกตอง สามารถนำไปใชสื่อสารใน ชีวิตประจำวันไดอยางเหมาะสม 9. นักเรียนทำแบบฝกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 10.นักเรียนนำเสนอมาตราตัวสะกด แมกง แมกม แมเกย แมเกอว หนาชั้นเรียน โดยใชไมเรียก เลขที่เรียกนักเรียน *โดยใหนักเรียนยกตัวอยางคำและผันใหเพื่อนๆฟง เพื่อนชวยตรวจสอบความถูกตอง ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 11.นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร 3.3 คุณลักษณะอังพึงประสงค : Attitude (A) มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยมีจิตสาธารณะ 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู :
การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ดานความรู (K) - การตอบคำถาม - ทำแบบฝกหัด - คำถาม - แบบฝกหัด ดานทักษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอาน - ทักษะการเขียน - ทักษะการคิดวิเคราะห - แบบประเมินการอาน - แบบประเมินการเขียนนิทาน - คำถาม -แบบฝกหัด ดานคุณธรรม จริยธรรมและคานิยม (A) - สังเกตพฤติกรรมในการรวม กิจกรรม การทำงานกลุม - แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/แหลงการเรียนรู 7.1 สื่อการเรียนรู 1. แบบฝกหัด 2. ไมเรียกชื่อ 3. หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่ 3 4. คำถาม 5. รูปภาพ 6. ตัวอยางการเขียนประโยคจากภาพ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................ ...................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..............................................ครูผูสอน ลงชื่อ.................................................ผูตรวจ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง ) ( นางสาววรรณิภา ไสวศรี ) ลงชื่อ....................................................ผูบริหาร ( นายจิรพงศ ไมตรีจิตร )
สัปดาหที่ 17 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิตและ มีนิสัยรักการอาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/1 อานออกเสียงคำ ขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยกรองงายๆ ไดถูกตอง คลองแคลว ตัวชี้วัดที่ ป 3/3 ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล เกี่ยวกับเรื่องที่อาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/4 ลำดับเหตุการณและคาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อานโดยระบุเหตุผลประกอบ ตัวชี้วัดที่ ป 3/5 สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัดที่ ป 3/9 มีมารยาทในการอาน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 3/5 เขียนเรื่องตามจินตนาการ ตัวชี้วัดที่ ป 3/6 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ ปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 3/7 เลือกใชภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่นไดเหมาะสมกับกาลเทศ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอานจับใจความสำคัญ คือ การอานเพื่อจับใจความหรือขอคิด ความคิดสำคัญหลักของขอความ หรือเรื่องที่อาน การอานจับใจความสำคัญ ถือเปนทักษะสำคัญที่ใชในการอานเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเปนพื้นฐานสำคัญในการศึกษา หาความรู จึงควรฝกฝนใหเกิดความชำนาญ 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมาย และหลักการอานจับใจความสำคัญ (K) 2. อธิบายวิธีการเขียนเรื่องตามจินตนาการได (K) 3. รูจักและบอกความหมายของภาษาถิ่น (K) 4. อานเรื่องไดคลองแคลว รวดเร็วและถูกตองตามอักขรวิธี (P) ภาคเรียนที่ …1…/……..........……... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 6 คาบ หนวยการเรียนรูที่ …..8………. เรื่อง ภูมิใจภาษาไทยของเรา
5. แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน (P) 6. เขียนเรื่องตามจินตนาการได (P) 7. จำแนกภาษาถิ่นตางๆ ได (P) 8. เห็นความสำคัญของการอานและมารยาทในการอาน (A) 9. เห็นความสำคัญของการเขียนตามจินตนาการและนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน (A) 10. กระตือรือรนในการรวมกิจกรรม (A) 4. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การอานจับใจความภูมิใจภาษาไทยของเรา การเขียนเรื่อง ตามจินตนาการจากหัวขอที่กำหนด ภาษาไทยถิ่น พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 5. กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอานจับ ใจความภูมิใจ ภาษาไทยของเรา ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1.นักเรียนดูภาพเกี่ยวกับภาพวัฒนธรรมไทย แลวรวมสนทนาโดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนภูมิใจในความเปนไทยหรือไม - นอกจากวัฒนธรรมแลวนักเรียนภูมิใจอะไรอีกบางในความเปนไทย *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถามกอนจะ เรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน 2.นักเรียนทบทวนเกี่ยวกับการอานสรุปใจความ โดยใชคำถามดังตอไปนี้ - การอานสรุปใจความคืออะไร - นักเรียนใชทักษะอะไรบางในการอานสรุปใจความ 3. นักเรียนแบงกลุม ใหแตละกลุมอานในใจเรื่องภูมิใจภาษาไทยของเรา จากหนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โดยนำหลักการอานในใจมาใช ครูสังเกตการอานของนักเรียนแตละคนวาปฏิบัติไดถูกตองตาม หลักการอานหรือไม ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 4. นักเรียนรวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับ ความภูมิใจภาษาไทยของเรา แลวรวมสนทนาโดยครูใช คำถามดังนี้ - นักเรียนมีความภูมิใจในภาษาไทยของเราอยางไร 5. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ - จากการศึกษาเรื่องจาก ความภูมิใจภาษาไทยของเรา นักเรียนสามารถนำไปใชประโยชน ในชีวิตประจำวันไดอยางไร คาบที่ 1-2
ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังการปฏิบัติ 6. นักเรียนเขากลุม ทำกิจกรรมการถามตอบจากเรื่องที่ศึกษา โดยใหแตละกลุมตั้งคำถาม 5 ขอ 7. นักเรียนรวมกันสรุปขอคิดที่ไดจากเรื่อง ขั้นที่ 4ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 8. ตัวแทนกลุมอานคำถามและใหเพื่อนๆในชั้นเรียนตอบคำถาม ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร การเขียนเรื่อง ตามจินตนาการ จากหัวขอที่ กำหนด ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 7. นักเรียนทบทวนบทเรียนการเขียนตามจินตนาการ หลังจากนั้นครูใหนักเรียน รวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามทาทายเพื่อโยงเขาสูสาระการเรียนรูและ กระตุนความสนใจของผูเรียน ดังนี้ - นักเรียนเคยคิดอยากเปนนักเขียนหรือไม เพราะเหตุใด - ผูที่มีจินตนาการจะสามารถเขียนเรื่องราวตางๆที่นาสนใจจริงหรือไม เพราะเหตุ ใด - การเขียนเรื่องตามจินตนาการชวยพัฒนาความคิดสรางสรรคและกอใหเกิด ความสุขไดจริงหรือไม *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถาม กอนจะเรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน 8. นักเรียนแบงกลุม ใหแตละกลุมศึกษาเรื่องการเขียนเรื่องตามจินตนาการจากใบความรู และ ครูสังเกตการณทำงาน เปนกลุม ความสามัคคี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทำงานเปนกลุมของนักเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 9. นักเรียนดูตัวอยางการเขียนเรื่องตามจินตนาการ แลวรวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับการใชภาษา ในการเขียน 10. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังการปฏิบัติ 11. นักเรียนทำกิจกรรมการเขียนตามจินตนาการ 12. นักเรียนสรุปเกี่ยวกับหลักในการเขียนตามจินตนาการ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 7. นักเรียนนำเสนอผลของการทำกิจกรรมการเขียนเรื่องตามจินตนาการ โดยใชวิธีจับสลาก *ขณะที่นักเรียนนำเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผูฟงและผูนำเสนอ เพื่อเก็บไป เปนขอมูลในการพัฒนาปรับปรุงตอไป พฤติกรรมที่นำไปเปนเงื่อนไขพัฒนา เชน - มารยาทในการพูดและฟง คาบที่ 3-4
- ความสนใจ ใหเกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแยงหรือคลอยตามอยางมีเหตุผล - การใชทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ขั้นที่ 5ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 8.นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ - นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร ภาษาไทยถิ่น ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนอานบัตรคำพรอมกัน และสนทนากับนักเรียนโดยใชคำถาม ดังนี้ ๐ คำทั้ง 4 เหมือนกันอยางไร ๐ คำทั้ง 4 ตางกันอยางไร ๐ นักเรียนทราบไหมวาคำทั้ง 4 คำมีความหมายอยางไร (พูด) ๐ เหตุใดความหมายเหมือนกันแตใชคำไมเหมือนกัน (เพราะเปนคำพูดที่ใชสื่อสารกันภายใน ทองถิ่นใดทองถิ่นหนึ่ง เราเรียกวา ภาษาถิ่น) ๐ นักเรียนทราบไหมวาคำทั้ง 4 คำมีภาษาถิ่นใดบาง (พูด เปนภาษาไทยกลาง, แหลง เปน ภาษาถิ่นใต, เวา เปนภาษาถิ่นอีสานและ อู เปนภาษาถิ่นเหนือ) 2.นักเรียนศึกษาเรื่องคำภาษาถิ่นในภาคตางๆ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 3. นักเรียนรวมกันวิเคราะหเกี่ยวกับความสำคัญของภาษาถิ่น แลวรวมสนทนาโดยครูใช คำถามดังนี้ -การใชภาษาถิ่นของแตละภาคในการสนทนากันมีความสำคัญอยางไร 4. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังปฏิบัติ 5. นักเรียนทำกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู โดยโยงเสนจับคูคำภาษาถิ่นกับภาษาไทย มาตรฐานที่มีความหมายเหมือนกัน เมื่อนักเรียนทำเสร็จแลวชวยกันตรวจสอบความถูกตอง และขออาสาสมัครอานนำ ใหเพื่อนๆ อานตามพรอมกัน 6. นักเรียนทำกิจกรรมฝกการใชคำภาษาถิ่น โดยการเลือกใชภาษาถิ่นที่กำหนดใหตรงกับคำที่ เปนภาษาไทยมาตรฐาน คาบที่ 5-6 พูด แหลง เว่า อู้ หรอย (ใต้) บักนัด (อีสาน) หมะหนุน (เหนือ) บักหุ่ง (อีสาน) ดีปลี (ใต้) ผักแคบ (เหนือ) นํ้าชุบ (ใต้) ซาว (เหนือ) ม่วน (อีสาน) ป้อ(เหนือ)
1) น้ำพริก 2) คุณพอ 3) อรอย 4) ผักตำลึง 5) พริก 6) มะละกอ 7) ขนุน 8) สับปะรด 9) ยี่สิบ 10) สนุก 7. นักเรียนสรุปเกี่ยวกับคำภาษาถิ่น ดังนี้ ภาษาถิ่น เปนภาษาเฉพาะของทองถิ่นใดทองถิ่นหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวทั้งถอยคำ และสำเนียง 8. นักเรียนทำแบบฝกหัด ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 9. นักเรียนนำเสนอเกี่ยวกับคำภาษาถิ่นจากการทำแบบฝกหัด ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มพูนคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 10. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ -นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร 3.3 คุณลักษณะอังพึงประสงค : Attitude (A) มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยมีจิตสาธารณะ 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู : การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ดานความรู (K) - การตอบคำถาม - ทำแบบฝกหัด - คำถาม - แบบฝกหัด ดานทักษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอาน - ทักษะการคิดวิเคราะห - แบบประเมินการอาน - คำถาม - แบบฝกหัด ดานคุณธรรม จริยธรรมและคานิยม (A) - สังเกตพฤติกรรมในการรวม กิจกรรม การทำงานกลุม - แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/แหลงการเรียนรู
7.1 สื่อการเรียนรู 1. แบบฝกหัด 2. ไมเรียกชื่อ 3. หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่ 3 4. คำถาม 5. รูปภาพ 6. ตัวอยางการเขียนประโยคจากภาพ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................ ...................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..............................................ครูผูสอน ลงชื่อ.................................................ผูตรวจ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง ) ( นางสาววรรณิภา ไสวศรี ) ลงชื่อ....................................................ผูบริหาร ( นายจิรพงศ ไมตรีจิตร )
สัปดาหที่ 18 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท 1.1 ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนำไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการดำเนินชีวิตและ มีนิสัยรักการอาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/1 อานออกเสียงคำ ขอความ เรื่องสั้นๆ และบทรอยกรองงายๆ ไดถูกตอง คลองแคลว ตัวชี้วัดที่ ป 3/3 ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล เกี่ยวกับเรื่องที่อาน ตัวชี้วัดที่ ป 3/4 ลำดับเหตุการณและคาดคะเนเหตุการณจากเรื่องที่อานโดยระบุเหตุผลประกอบ ตัวชี้วัดที่ ป 3/5 สรุปความรูและขอคิดจากเรื่องที่อานเพื่อนำไปใชในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัดที่ ป 3/9 มีมารยาทในการอาน มาตรฐานที่ ท 2.1 ใชกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบตางๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดที่ ป 3/5 เขียนเรื่องตามจินตนาการ ตัวชี้วัดที่ ป 3/6 มีมารยาทในการเขียน มาตรฐาน ท 4.1 เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ ปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัดที่ ป 3/1 เขียนสะกดคำและบอก ความหมายของคำ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอานจับใจความสำคัญ คือ การอานเพื่อจับใจความหรือขอคิด ความคิดสำคัญหลักของขอความ หรือเรื่องที่อาน การอานจับใจความสำคัญ ถือเปนทักษะสำคัญที่ใชในการอานเพื่อการสื่อสารมากที่สุด เพราะเปนพื้นฐานสำคัญในการศึกษา หาความรู จึงควรฝกฝนใหเกิดความชำนาญ 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. รูและเขาใจหลักการอานจับใจความสำคัญ(K) 2. อธิบายวิธีการเขียนบรรยายภาพได (K) ภาคเรียนที่ …1…/……..........……... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 6 คาบ หนวยการเรียนรูที่ …..8………. เรื่อง ภูมิใจภาษาไทยของเรา
3. บอกลักษณะของคำในมาตรา กก กด กน กบได (K) 4. อานและรองเพลงไดถูกตอง (P) 5. เขียนบรรยายภาพได (P) 6. อาน เขียนและจำแนกคำมาตรา กก กด กน กบได (P) 7. กระตือรือรนและมีสวนรวมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู (A) 8. เห็นความสำคัญของการเขียนบรรยายและนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน (A) 9. กระตือรือรนในการรวมกิจกรรม เห็นความสำคัญของมาตราตัวสะกด (A) 4. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การอานจับใจความบทเพลง การเขียนบรรยายภาพ มาตราตัวสะกด แมกก แมกด แมกน แมกบ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 5. กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ กิจกรรมการเรียนการสอน การอานจับ ใจความบทเพลง ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนดูแผนภูมิเพลง “อานในใจ” แลวอานออกเสียงพรอมกัน รองเปนเพลงตาม ครู 1 เที่ยว แลวใหนักเรียนรองเอง 2 เที่ยว ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาของ เพลง โดยครูถามนำเพื่อโยงเขาสูสาระการเรียนรูและกระตุนความสนใจของผูเรียนโดยครูถามคำถาม ดังนี้ -การอานสรุปใจความคืออะไร -นักเรียนใชทักษะอะไรบางในการอานสรุปใจความ -การอานจับใจความบทเพลงมีความเหมือนหรือแตกตางจากการอานสรุปใจความทั่วไป อยางไร -นักเรียนจะนำหลักการอานสรุปความไปใชในชีวิตประจำวันไดอยางไร *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถามกอนจะ เรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน 2. นักเรียนศึกษาวิธีการอานจับใจความสำคัญจากใบความรู และสนทนาเกี่ยวกับการอานจับ ใจความสำคัญโดยครูใชคำถามดังนี้ -การอานจับใจความสำคัญคืออะไร *ในการตอบคำถามใหครูใชไมเรียกเลขที่ เพื่อใหนักเรียนตอบทีละคน โดยถามคำถามกอนจะ เรียกเลขที่เพื่อใหทุกคนไดคิด ในแตละคำถามควรใหนักเรียนนำเสนอ 4-5 คน ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 2. นักเรียนแบงกลุม ใหแตละกลุมอานในใจเรื่องการอานจับใจความบทเพลงจากใบความรู 3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปใจความสำคัญของการอานจับใจความบทเพลง คาบที่ 1-2
4.นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังการปฏิบัติ 5.นักเรียนทำกิจกรรมการถามตอบจากเรื่องที่ศึกษา 6.นักเรียนรวมกันสรุปหลักการอานจับใจความบทเพลงดังนี้ หลักการจับใจความสำคัญ 1. ตั้งจุดมุงหมายในการอานใหชัดเจน 2. อานบทเพลงอยางคราวๆ พอเขาใจหลังจากนั้นอานเพื่อพยายามตีความเนื้อหาที่ บทเพลงตองการสื่อ 3. เมื่ออานจบใหตั้งคำถามตนเองวา เรื่องที่อาน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร อยางไร 4. นำสิ่งที่สรุปไดมาเรียบเรียงใจความสำคัญใหมดวยสำนวนของตนเองเพื่อใหเกิด ความสละสลวย ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 7. แตละกลุมออกมานำเสนอผลของการทำกิจกรรม การระดมสมองใหเพื่อนฟง โดยใชวิธีจับ สลาก *ขณะที่นักเรียนนำเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผูฟงและผูนำเสนอ เพื่อเก็บไป เปนขอมูลในการพัฒนาปรับปรุงตอไป พฤติกรรมที่นำไปเปนเงื่อนไขพัฒนา เชน - มารยาทในการพูดและฟง - ความสนใจ ใหเกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแยงหรือคลอยตามอยางมีเหตุผล - การใชทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร 8. เปดโอกาสใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น วิพากษวิจารณผลงานของเพื่อน ลักษณะการ นำเสนอของเพื่อน อยางอิสระ นำจุดเดนจุดดอย จุดควรพัฒนา สิ่งที่เหมือนกัน และแตกตางกัน ของ แตละกลุมมาแสดงใหนักเรียนเห็นถึงความหลากหลายของความคิด ซึ่งขึ้นอยูกับเหตุผล ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. นักเรียนชวยกันสรุปบทเรียน ครูสรุปเพิ่มเติมดวยการสุมถามนักเรียนบางคน เพื่อเปนการ ประเมินความเขาใจไปในตัวดวย 10. นักเรียนนำความรูเรื่อง การอานจับใจความ ที่ไดเรียนรูไปใชเพื่อการฝกทักษะการอานสื่อสาร และแนะนำเพื่อนๆ นอง ๆ หรือคนใกลชิด การเขียนบรยาย ภาพ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. นักเรียนสังเกตตัวอยางการเขียนประโยคจากภาพที่ครูนำมาใหดูแลวรวมกันสนทนาเกี่ยวกับ การเขียนประโยคจากภาพ โดยครูถามเพื่อโยงเขาสูสาระการเรียนรูและกระตุนความสนใจผูเรียน โดยครู ใชคำถามดังนี้ คาบที่ 3-4
- นักเรียนคิดวาการเขียนประโยคจากภาพมีประโยชนอยางไร ชวยเสริมสราง พัฒนาการทางดานใดบาง (ทั้งนี้ครูพิจารณาคำตอบของนักเรียนและสามารถชี้แนะเพิ่มเติมได) - การเขียนประโคจากกภาพควรใชภาษาเขียนในลักษณะใด เพราะเหตุใด - เมื่อเราดูภาพๆ เดียวกันหากเราหรือเพื่อนควรเขียนประโยคเหมือนกับเพื่อนหรือไม เพราะเหตุใด 2. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุนใหนักเรียนอยากคนหาคำตอบ เชน - ทำไมเราจึงตองฝกการเขียนประโยคจากภาพ (คำถามนี้ยังไมตองใหนักเรียนตอบ แต จะใหตอบในขั้นตอนของการสรุปความ) หลังจากนั้นใหนักเรียนศึกษาเรื่อง การเขียนประโยคจากภาพ ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 3. ครูนำรูปมาใหนักเรียนทุกคนดู 1 รูป ตางคนตางคิดวิเคราะหรูปดังกลาว แลวสนทนาโดยครู ใชคำถามดังนี้ - จากรูปที่เห็นนักเรียนคิดวาเปนรูปอะไร - การแตงประโยคจากภาพมีความสำคัญอยางไร - ภาพที่นักเรียนเห็นมีองคประกอบอะไรบาง -จากภาพนักเรียนสามารถแตงประโยคไดอยางไร (การถามควรใชไมเรียกเลขที่สุมตอบ 4-5 คน เพื่อเปนการสรางบรรยากาศความ ตื่นเตนในการตอบคำถาม และเปนวิธีการที่ดีอยางหนึ่งในการควบคุมชั้นเรียน) 4. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังการปฏิบัติ 5. ครูแบงนักเรียนออกเปน 4 กลุม สมาชิกในกลุมชวยกันวิเคราะหภาพแลวแตงประโยคให สอดคลองกับภาพที่ กำหนด 6.นักเรียนรวมกันสรุปความสำคัญของการแตงประโยคจากภาพ ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ องคประกอบของประโยค ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 7. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน เพื่อนกลุมอื่นรวมกันแสดงความคิดเห็น 8. นักเรียนรวมกันคัดเลือกประโยคที่ชอบมากที่สุด 3 อันดับ แลวนำไปจัดแสดงที่ปายนิเทศ หนาชั้นเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 9. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสาระสำคัญของเรื่อง การแตงประโยคจากภาพ 10.นักเรียนนำความรูเรื่อง การแตงประโยคจากภาพที่ไดเรียนรูไปใชเพื่อการฝกทักษะการ เขียนสื่อสารและแนะนำเพื่อนๆ นอง ๆ หรือคนใกลชิดในเรื่องการฝกแตงประโยคจากภาพ
มาตราตัวสะกด แมกก แมกด แม กน แมกบ ขั้นที่ 1 ขั้นรวบรวมขอมูล 1. ครูนำสิ่งของตอไปนี้มาใหนักเรียนดู (ถาไมมีของจริงสามารถนำภาพมาใหนักเรียนดูได) บอกและเขียนชื่อสิ่งนั้น แลวสังเกตตัวสะกดของคำ ดังนี้ สิ่งแรกที่ใหนักเรียนดู คือ “ปากกา” ครูใชคำถามสนทนากับนักเรียน ดังนี้ - สิ่งที่ครูถืออยูคืออะไร (ปากกา) - “ปากกา” เขียนอยางไร ใหนักเรียนอาสาสมัครมาเขียนคำวา “ปากกา” บนกระดาน สิ่งที่สองที่ใหนักเรียนดู คือ “มะกรูด” ครูใชคำถามสนทนากับนักเรียน ดังนี้ - สิ่งที่ครูถืออยูคืออะไร (มะกรูด) - “มะกรูด” เขียนอยางไร ใหนักเรียนอาสาสมัครมาเขียนคำวา “มะกรูด” บนกระดาน สิ่งที่สามที่ใหนักเรียนดู คือ “จาน” ครูใชคำถามสนทนากับนักเรียน ดังนี้ - สิ่งที่ครูถืออยูคืออะไร (จาน) - “จาน” เขียนอยางไร ใหนักเรียนอาสาสมัครมาเขียนคำวา “จาน” บนกระดาน สิ่งสุดทายที่ใหนักเรียนดู คือ “บวบ” ครูใชคำถามสนทนากับนักเรียน ดังนี้ - สิ่งที่ครูถืออยูคืออะไร (บวบ) - “บวบ” เขียนอยางไร ใหนักเรียนอาสาสมัครมาเขียนคำวา “บวบ” บนกระดาน 2. ใหนักเรียนอานคำบนกระดาน และพิจารณาคำทีละคำ โดยครูใชคำถาม ดังนี้ - คำวา “ปากกา” สะกดดวยพยัญชนะตัวใด - คำวา “จาน” สะกดดวยพยัญชนะตัวใด - คำวา “มะกรูด” สะกดดวยพยัญชนะตัวใด - คำวา “บวบ” สะกดดวยพยัญชนะตัวใด ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะหและสรุปความ 3. ครูติดขอความบนกระดานหรือเขียนบนกระดาน ดังนี้ 4. ใหนักเรียนออกมาขีดเสนใต คำที่มีตัว ก, ด, น, บ, สะกด คาบที่ 5-6 ปากกา มะกรูด จาน บวบ หอยสังข์เป็ นหอยทะเลที่สวยงามเปลือกหนาและหนัก สีขาว ปากเปลือกกางออกเป็ น แผ่นหนากว้าง มียอดแหลม หอยสังข์เคลื่อนที่ โดยใช้ถีบตัวพุ่งไปข้างหน้า มันชอบกิน เนื้อสัตว์เน่า แต่ชาวบ้านกลับชอบจับหอยนี้มาควักเอาเนื้อกิน
คำที่มี ก สะกด คือ เปลือก หนัก ปาก ออก ควัก คำที่มี ด สะกด คือ ยอด สัตว(ออกเสียงเปน ด สะกด) คำที่มี น สะกด คือ เปน แผน เคลื่อน มัน กิน บาน กิน คำที่มี บ สะกด คือ ถีบ กลับ ชอบ จับ 5. ใหนักเรียนศึกษาความรูเรื่องคำในมาตรา กก กด กน กบ โดยครูคอยชี้แนะ ใหนักเรียน อานในใจ และ อานพรอมกัน โดยมีอาสาสมัครอานนำ เพื่อน ๆ อานตาม ครูตองพยายาม ใหนักเรียนทุกคนอาสาสมัครออกมาทำกิจกรรม 6. ใหนักเรียนเขียนคำ มาตรา กก กด กน กบ ในตาราง ตัวสะกดละ 5 คำ ก สะกด ด สะกด น สะกด บ สะกด 7. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปมาตรา กก กด กน กบ 8. นักเรียนแตละกลุมคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคาโดยครูใชคำถามดังตอไปนี้ -นักเรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใชประโยชนในชีวิตประจำวันไดอยางไร ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูหลังปฏิบัติ 9. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวา ๐ คำที่มี ก สะกด เรียกวา มาตรา กก หรือ แมกก ๐ คำที่มี ด สะกด เรียกวา มาตรา กด หรือ แมกด ๐ คำที่มี น สะกด เรียกวา มาตรา กน หรือ แมกน ๐ คำที่มี บ สะกด เรียกวา มาตรา กบ หรือ แมกบ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ 10. แตละกลุมออกมานำเสนอผลของการทำกิจกรรม การระดมสมองใหเพื่อนฟง โดยใชวิธีจับ สลาก *ขณะที่นักเรียนนำเสนอ ครูพยายามสังเกตพฤติกรรมทั้งของผูฟงและผูนำเสนอ เพื่อเก็บไป เปนขอมูลในการพัฒนาปรับปรุงตอไป พฤติกรรมที่นำไปเปนเงื่อนไขพัฒนา เชน - มารยาทในการพูดและฟง - ความสนใจ ใหเกียรติ - การซักถาม เสนอแนวคิดแยงหรือคลอยตามอยางมีเหตุผล - การใชทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร 11. เปดโอกาสใหนักเรียนแสดงความคิดเห็น วิพากษวิจารณผลงานของเพื่อน ลักษณะการ นำเสนอของเพื่อน อยางอิสระ นำจุดเดนจุดดอย จุดควรพัฒนา สิ่งที่เหมือนกัน และ แตกตางกัน ของแตละกลุมมาแสดงใหนักเรียนเห็นถึงความหลากหลายของความคิด ซึ่ง ขึ้นอยูกับเหตุผล
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มพูนคุณคาบริการสังคมและจิตสาธารณะ 12. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชคำถามดังนี้ -นักเรียนสามารถนำความรูเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนไปใชประโยชนในสังคมไดอยางไร 3.3 คุณลักษณะอังพึงประสงค : Attitude (A) มีวินัย ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทยมีจิตสาธารณะ 6. การวัดและประเมินผลการเรียนรู : การประเมิน วิธีการ เครื่องมือ ดานความรู (K) - การตอบคำถาม - ทำแบบฝกหัด - คำถาม - แบบฝกหัด ดานทักษะและกระบวนการ (P) - ทักษะการอานในใจ - ทักษะการอานออกเสียง - ทักษะการเขียน - ทักษะการอาน - แบบประเมินการอานในใจ - แบบประเมินการอานออกเสียง - แบบประเมินการคัดลายมือ - แบบฝกหัด ดานคุณธรรม จริยธรรมและคานิยม (A) - สังเกตพฤติกรรมในการรวม กิจกรรม การทำงานกลุม - แบบสังเกตพฤติกรรม 7. สื่อ/แหลงการเรียนรู 7.1 สื่อการเรียนรู 1. แบบฝกหัด 2. ไมเรียกชื่อ 3. หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปที่ 3 4. คำถาม 5. รูปภาพ 6. ตัวอยางการเขียนประโยคจากภาพ 8. กิจกรรมเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................ ....................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..............................................ครูผูสอน ลงชื่อ.................................................ผูตรวจ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง ) ( นางสาววรรณิภา ไสวศรี ) ลงชื่อ....................................................ผูบริหาร ( นายจิรพงศ ไมตรีจิตร )