โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พ้นื ท่เี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(7) ส่งเสริมการสร้างธรรมาภิบาล ค่านิยม และจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบการ
ชุมชน และสงั คมให้คำนึงถึงผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มท่ีเกิดจากขยะ
(๗) เสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และร่วมมือในการบริหารจัดการขยะ การนำขยะ กลับมา
ใช้ประโยชน์ใหม่หรือใช้ซ้ำ รวมทั้งการนำขยะมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า หรือสร้างประโยชน์ ที่ก่อให้เกิด
รายไดต้ ่อชุมชนและสถานประกอบการ
(8) ประสานความรว่ มมือระหวา่ งหนว่ ยงานของรฐั สถานศกึ ษา ชุมชน และผู้ประกอบการอยา่ ง
สรา้ งสรรค์ เพื่อจดั ให้มสี ่ิงอาํ นวยความสะดวกทเ่ี หมาะสมต่อการบรู ณาการ การจัดการขยะอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
หมวด 4 หน้าที่ผู้กอ่ ให้เกดิ ขยะ โดยใหม้ ีการออกกฎกระทรวงกาํ หนดหนา้ ทขี่ องผูก้ ่อให้เกิดขยะ
รวมถึงการกําหนดหน่วยงานของรัฐที่จะมีอำนาจหน้าที่อนุญาต ควบคุม ตรวจสอบ และออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้อง
มีหน้าที่ปฏิบตั ิตามไวด้ ้วย
หมวด 5 มาตรการส่งเสริม
หมวด 6 การควบคุม โดยกำหนดอำนาจหน้าทข่ี องพนกั งานและเจา้ หนา้ ที่
หมวด 7 บทกาํ หนดโทษ
2.6.2 มาตรการและกฎหมายท่สี ่งผลตอ่ การพฒั นาพื้นทช่ี ุมชนและอาคาร
1. พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุม
อาคาร (ฉบบั ที่ 5) พ.ศ. 2558
สำหรับมาตราที่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองรวม ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาทิเช่น มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตนิ ้ี
“อาคาร” หมายความวา่ ตึก บ้าน เรือน โรงรา้ น แพ คลงั สินค้า สำนักงานและสงิ่ ที่สร้างขึ้น
อย่างอ่ืน ซง่ึ บคุ คลอาจเขา้ อยหู่ รือเขา้ ใช้สอยได้ และหมายความรวมถงึ
(1) อัฒจนั ทร์ หรอื สิ่งที่สรา้ งขน้ึ อยา่ งอืน่ เพือ่ ใชเ้ ปน็ ท่ีชุมนมุ ของประชาชน
(2) เขื่อน สะพาน อุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอดเรือ รั้ว
กำแพง หรือประตทู ส่ี ร้างขึ้นติดตอ่ หรือใกล้เคยี งกบั ท่ีสาธารณะหรือสง่ิ ทส่ี ร้างข้นึ ให้บคุ คลทไ่ี ปใชส้ อย
(3) ป้ายหรือสง่ิ ท่สี รา้ งข้ึนสำหรบั ตดิ หรอื ตั้งป้าย
(ก) ที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะมีขนาดเกินหนึ่งตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวม
ท้งั โครงสร้างเกินสิบกโิ ลกรมั
(ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่าง
จากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดิน และมีขนาดหรือมีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
(4) พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถสำหรับ
อาคารท่ีกำหนดตามมาตรา 8 (9)
(5) สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงส่วน
ต่าง ๆ ของอาคารด้วย
มาตรา 2 ระบุว่า สำหรับเขตท้องที่ทีไ่ ดม้ ีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมาย
ว่าด้วยการผังเมือง หรือเขตท้องที่ที่ได้เคยมีการประกาศดังกล่าว ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ บังคับตามเขตของผังเมือง
รวมน้นั โดยไมต่ ้องตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า
มาตรา 8 เพ่ือประโยชน์แหง่ ความม่นั คงแข็งแรง ความปลอดภัย การสาธารณสขุ การรักษา
คุณภาพสง่ิ แวดล้อม การผงั เมอื ง การสถาปตั ยกรรม และการอำนวยความสะดวกแกก่ ารจราจร ตลอดจนการอ่ืนท่ี
รายงานการศึกษาฉบับสุดท้าย (Final Report) 2 - 51
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พื้นท่เี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจ
ออกกฎกระทรวง
มาตรา 9 ในกรณีที่ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8 แล้ว ให้ราชการ
สว่ นทอ้ งถ่นิ ถอื ปฏิบตั ติ ามกฎกระทรวงน้นั เวน้ แตเ่ ป็นกรณีตามมาตรา 10
ในกรณีที่ยังมิได้มกี ารออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8 ให้ราชการส่วนท้องถ่ิน
มอี ำนาจออกข้อบญั ญตั ิท้องถิน่ กำหนดเร่อื งนน้ั ได้
ในกรณที ี่ไดม้ กี ารออกขอ้ บญั ญัตทิ อ้ งถิ่นกำหนดเรอ่ื งใดตามวรรคสองแลว้ ถ้าต่อมามีการออก
กฎกระทรวงกำหนดเรื่องนั้น ให้ข้อกำหนดของข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงเป็นอัน
ยกเลิกและให้ขอ้ กำหนดของข้อบญั ญตั ิท้องถน่ิ ในสว่ นทไี่ ม่ขัดแยง้ กบั กฎกระทรวงยงั คงใช้บงั คบั ต่อไปได้ จนกว่าจะ
มีการออกข้อบัญญัตทิ อ้ งถ่ินใหม่ตามมาตรา 10 แตต่ ้องไมเ่ กินหนง่ึ ปีนับแต่วนั ทีก่ ฎกระทรวงนั้นใช้บังคับ
มาตรา 10 ในกรณีที่ไดม้ ีการออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา 8 แล้วให้ราชการ
สว่ นท้องถ่ินมอี ำนาจออกข้อบญั ญัติทอ้ งถ่ินในเรอื่ งนัน้ ได้ในกรณี ดังตอ่ ไปน้ี
(1) เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิน่ กำหนดรายละเอียดในเรื่องนั้นเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้
ในกฎกระทรวงโดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงดงั กล่าว
(2) เป็นการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่องนั้นขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าว
เน่อื งจากมคี วามจำเปน็ หรือมีเหตผุ ลพิเศษเฉพาะทอ้ งถน่ิ
การออกข้อกำหนดตามข้อ 2 ให้มีผลใช้บังคบั ได้เมื่อได้รบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
ควบคมุ อาคารและไดร้ ับอนุมัติจากรัฐมนตรี
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558”
พระราชบัญญตั นิ ้ีให้ใช้บงั คับตง้ั แตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน็ ต้นไป สรปุ สาระสำคญั โดยใหเ้ พิ่ม
ความต่อไปนีเ้ ปน็ วรรคสองของมาตรา 8 แห่งพระราชบญั ญัติควบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522
“กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดให้เรื่องที่เป็นรายละเอียดทางด้านเทคนิคเกี่ยวกั บ
การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเป็นตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคมุ อาคารประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษากไ็ ด้”
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม
กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารสามารถออก
กฎกระทรวงกำหนดให้เรื่องที่เป็นรายละเอียดทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือ
เคลือ่ นยา้ ยอาคารที่มีการเปลยี่ นแปลงรวดเร็ว ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑท์ รี่ ฐั มนตรโี ดยคำแนะนำของคณะกรรมการ
ควบคุมอาคารประกาศกำหนดไว้ เพื่อใช้เป็นข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามมาตรฐานสากล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามพัฒนาการ
ของเทคโนโลยเี กยี่ วกบั การก่อสรา้ ง
เพิ่มเติมบทบัญญัติทีก่ ำหนดให้เจ้าของอาคาร ผู้ครอบครองอาคาร หรือผู้ดำเนินการสำหรับ
อาคารบางชนิดหรือประเภทต้องจัดให้มีการประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน
ของบุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลดังกล่าวได้รับการชดใช้ค่าเสียหายในเบื้องต้นในกรณีที่บุคคลนั้นได้รับ
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินจากอาคารนั้น ปรับปรุงกระบวนการเกี่ยวกับการแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ให้มีความเหมาะสมกับการพัฒนาบุคลากรและ
องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม อันเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น
และปรับปรุงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับการปรับปรุงบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น จึงจำเป็นต้องตรา
พระราชบัญญัตินข้ี ึ้นมา
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report)
2 - 52 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทสี่ ่งผลต่อการพัฒนาพืน้ ท่ี
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพน้ื ที่เฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
2.1) การกำหนดบรเิ วณควบคุมอาคาร
การกำหนดบริเวณควบคุมอาคาร (Zoning) ตามกฎหมายว่าด้วยควบคุมอาคาร
อาจนำมาปรับใช้เป็นมาตรการทางผังเมืองที่มีสามารถนำมาใช้บังคับในกรณีที่ยังไม่มีการออกกฎกระทรวงให้ใช้
บังคับผังเมือง เนื่องด้วยเป็นการกำหนดบริเวณ (Zoning) เพื่อส่งเสริมความเป็นย่านของการก่อสร้างและใช้สอย
อาคารประเภท ชนิดเดียวกันหรือเกื้อกูลกันให้อยู่บริเวณเดียวกัน และห้ามอาคารประเภทที่มีผลกระทบ
ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ให้ก่อสร้างในพื้นที่บางบริเวณที่กำหนด การกำหนดและจำแนกบริเวณควบคุมอาคาร
ดังกล่าว พอจะเทียบเคียงได้กับการจำแนกและกำหนดบริเวณประเภทที่ดินและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดนิ
ตามกฎกระทรวงใหใ้ ช้บังคบั ผงั เมอื ง และทส่ี ำคัญการกำหนดบริเวณควบคมุ อาคารตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ
อาคารมีขั้นตอนการดำเนินการที่ไม่ยุ่งยาก และมีอายุการใช้บังคับได้ตลอดไป จึงถือเป็นมาตรการทางผังเมือง
ทีค่ วรจะต้องจัดใหม้ ีข้ึนเพ่ือใช้บังคับไม่วา่ จะมีการออกกฎกระทรวงใหใ้ ชบ้ งั คับผังเมืองรวมหรอื ไม่ก็ตาม
2.2) แนวทางกำหนดมาตรการตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
(1) ออกประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยอาศยั อำนาจตามมาตรา 13 เร่ืองกำหนด
บริเวณหา้ มก่อสร้าง ดัดแปลง ใชห้ รอื เปลีย่ นการใช้อาคารบางชนดิ หรอื บางประเภทในท้องทว่ี างผัง
ข้อดี
• เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่จำเป็นต้องรีบแก้ไขปัญหาความไม่เป็นระเบียบ
การก่อสร้างอาคาร และผลกระทบของอาคารบางประเภทที่มีต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งที่อยู่อาศัย
และทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถจะรอการออกเป็นกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองที่มีขั้นตอนและ
กระบวนการวางและจดั ทำผงั เมืองท่ียาวนานได้
• สามารถดำเนินการได้ทันที โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ตามคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นออกประกาศกระทรวงมหาดไทย
ใช้บงั คับ
• ช่วยให้ท้องถิ่นสามารถตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเรื่องควบคุมอาคารได้ง่ายขึ้น
โดยใช้ข้อกำหนดประกาศกระทรวงมหาดไทย เป็นข้อกำหนดของข้องบัญญัติท้องถิ่นไม่ต้องเร่ิมกระบวนจัดทำ
ร่างกฎหมายขึ้นใหม่ และมีผลทำให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีผลใช้บังคับเป็นข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ต่อไป
ไม่หมดอายกุ ารใชบ้ ังคับ
ข้อเสยี
• ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีอายุการใช้บังคับสั้นเพียง 1 ปี ถ้าท้องถ่ิน
ไมต่ ราเปน็ ขอ้ บัญญตั ิทอ้ งถน่ิ ข้ึนมารองรบั มผี ลทำใหป้ ระกาศกระทรวงมหาดไทยสิ้นสภาพการใช้บังคับ
• ท้องถิ่นอาจจะไม่เห็นด้วยกับประกาศกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีผลทำให้
ทอ้ งถิ่นไม่ตราข้อบัญญตั ิท้องถ่ินขึ้นมารองรบั
• ท้องถิ่นอาจจะเห็นด้วยกับประกาศกระทรวงมหาดไทยไม่ครบทุกเขตพื้นที่
ปกครอง ซึง่ จะมผี ลทำใหม้ าตรการควบคมุ อาคารขาดประสทิ ธิภาพมผี ลใชบ้ งั คับไม่ครอบคลมุ เตม็ พ้นื ท่วี างผงั
(2) เทศบัญญัติ และข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ตราโดยเทศบาล
และองค์การบรหิ ารส่วนตำบล ตราโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 และมาตรา 10 เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามกอ่ สร้าง
ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท เพื่อเป็นมาตรการทางผังเมือง ในการควบคุม
จัดระเบียบการก่อสร้างอาคารบางชนิด หรือบางประเภทในพื้นที่บางบริเวณ (Zoning) ให้มีความเหมาะสม
เพื่อเป็นมาตรการควบคุมอาคารในกรณีที่ยังไม่มีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองหรือเสริมเพิ่มเติมในกรณี
ทม่ี กี ฎกระทรวงใหใ้ ชบ้ งั คบั ผงั เมอื งแล้ว
รายงานการศึกษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report) 2 - 53
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พืน้ ทีเ่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ข้อดี
• ท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาของแต่ละท้องถิ่น
ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้มาตรการควบคุมอาคารบงั คับใช้ได้อย่างมปี ระสิทธิผลตรงกับปัญหาและความต้องการของแต่
ละทอ้ งถิ่น
• ท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งใช้ระยะเวลา
ดำเนินการสนั้
• ประชาชนจะให้การยอมรับข้อบัญญัติท้องถิ่นมากกว่ากฎกระทรวงควบคมุ
อาคาร เนื่องจากประชาชนสามารถแสดงออกถึงความต้องการมาตรการทางกฎหมายผ่านผู้นำและผู้แทนประชาชน
ในท้องถิ่นไดอ้ ย่างสะดวก
ขอ้ เสีย
• ท้องถิ่นไม่ให้ความสำคัญกับการตราข้อบัญญัติท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นอำนาจ
และสิทธขิ องแตล่ ะท้องถนิ่ ทีจ่ ะดำเนนิ การหรอื ไมด่ ำเนินการตราข้อบญั ญัติทอ้ งถ่นิ เรื่องการควบคมุ อาคารได้
• ปญั หาและความต้องการแกไ้ ขปัญหาทแ่ี ตกตา่ งกัน ทำใหไ้ ม่สามารประสาน
ในมาตรการข้อกำหนดให้สอดคล้องกันได้ และมีผลทำให้มาตรการข้อกำหนดในพื้นที่บริเวณต่อเนื่องกันแต่อยู่
ตา่ งเขตการปกครองมีการใชบ้ งั คับไม่เหมือนกนั
• มคี วามลา่ ชา้ ในการแกไ้ ขปัญหา เพราะการทจ่ี ะใหท้ ุกท้องถิน่ ตราขอ้ บญั ญตั ิ
ท้องถิ่นเพื่อใช้บังคับพร้อมกันอาจเป็นสิ่งที่ดำเนินการได้อยาก ทำให้การควบคุมการก่อส ร้างอาคารบางชนิด
ประเภทไมส่ ามารถดำเนนิ การได้
• ปัญหาการเมืองและผลประโยชน์ระดับท้องถิ่น ทำให้ไม่สามารถตรา
ขอ้ บัญญตั ิทอ้ งถน่ิ เพ่ือการควบคุมอาคารบางชนดิ หรอื บางประเภทได้
• มีความเข้าใจว่าในกรณีที่ผังเมืองรวมยังไม่ประกาศบังคับใช้จะสามารถ
ใช้ข้อบัญญัติท้องถิ่นควบคุมแทนผังเมืองรวมได้ ซึ่งในความเป็นจริง ข้อบัญญัติท้องถิ่นออกตามความ
ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ไม่ใช่พระราชบัญญัติการผังเมือง ส่งผลให้มีข้อจำกัดว่าสามารถควบคุมได้
เฉพาะตัวอาคาร ไม่สามารถควบคุมประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินและความหนาแน่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เทา่ เทยี ม และเป็นธรรมเท่ากับผงั เมืองรวม
(3) กฎกระทรวง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยน
การใช้อาคารในท้องที่วางผัง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำ
ของคณะกรรมการควบคมุ อาคาร เพอื่ ควบคุมและจัดระเบียบการก่อสรา้ ง ดดั แปลงอาคารในพ้นื ที่วางผงั
ขอ้ ดี
• มีเอกภาพในการใช้บังคับทางกฎหมาย กฎกระทรวงควบคุมอาคารเป็น
มาตรการทางกฎหมายที่ทอ้ งถ่ินและหน่วยงานทเี่ ก่ยี วข้องตอ้ งถือปฏิบตั ิ
• สามารถแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ เนื่องจากเป็นข้อกำหนดทาง
กฎหมายท่ปี ระชาชนและหน่วยงานท่เี กีย่ วขอ้ งต้องถือปฏบิ ัติ
• ลดปัญหาความกดดันทางการเมืองและผลประโยชน์ของท้องถิ่นในกรณี
ท่ีทอ้ งถนิ่ ไม่พร้อมจะดำเนนิ การตราข้อบญั ญตั ทิ อ้ งถ่ินเอง
• สามารถจัดระเบียบก่อสร้างอาคารให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
และความสำคญั ของพ้นื ทแ่ี ตล่ ะบริเวณ ซง่ึ ดีกว่าเป็นการมองเฉพาะในพืน้ ทแ่ี ตล่ ะเขตการปกครองทอ้ งถ่ิน
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report)
2 - 54 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่สี ง่ ผลต่อการพัฒนาพนื้ ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พน้ื ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
• กฎกระทรวงฯใช้บังคับได้ตลอดไป เว้นแต่จะมีการยกเลิก ซ่ึงต่างจาก
ประกาศกระทรวงมหาดไทยที่มีอายุการใช้บังคับเพียง 1 ปี หรือกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองที่อายุการใช้
บงั คบั เพยี ง 5 ปี
• ขน้ั ตอนการดำเนินการไมย่ ุง่ ยาก โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองนำเสนอขอ
ความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อนำเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกเป็น
กฎกระทรวงควบคมุ อาคาร
ขอ้ เสีย
• ขัดกับหลักการกระจายอำนาจ และไม่ให้ความสำคัญกับการตราข้อบัญญัติ
ทอ้ งถ่นิ เพอื่ แกไ้ ขปญั หา ควบคมุ และจดั ระเบยี บการกอ่ สรา้ งอาคารภายในเขตการปกครองของแตล่ ะท้องถนิ่
• กฎกระทรวงดำเนินการโดยส่วนกลาง ซึ่งประชาชนในท้องถิ่นอาจจะ
ไมย่ อมรบั
2.3) แนวทางการกำหนดมาตรการควบคมุ อาคาร
การตราข้อกำหนดควบคุมอาคารเพื่อใช้บังคับในพื้นที่วางผัง ถือว่ามีความจำเป็น
ที่จะต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากยังไม่มีกฎกระทรวงให้ใช้บงั คับผงั เมือง ซึ่งวิธีการดำเนินการจะเป็นในรูปแบบใด
ขึน้ อยกู่ ับความเหมาะสมและความพร้อมของท้องถิ่นเป็นหลัก กล่าวคอื
(1) ในหลักการที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขปญั หาที่เร่งด่วน และในกรณที อ้ งถิ่นยังไม่
มคี วามพรอ้ มในการตราขอ้ บญั ญตั ิท้องถิน่ เห็นควรให้
(ก) อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองนำเสนอข้อแนะนำต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 13 เรื่อง กำหนดบริเวณห้าม
กอ่ สร้าง ดัดแปลงใช้หรือเปลย่ี นการใช้อาคารบางชนดิ หรือบางประเภทในทอ้ งที่วางผงั ประกากระทรวงมหาดไทย
มีอายุการใช้บังคับ 1 ปี ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นรองรับภายใน 1 ปี ประกาศ
กระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเป็นอนั ยกเลกิ
(ข) กรมโยธาธิการและผังเมือง ให้การคำปรึกษา ความรู้ทางวิชาการและ
ประสานท้องถิ่นดำเนินการ ตราเทศบัญญัติและข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อรองรับประกาศ
กระทรวงมหาดไทยให้ใชบ้ งั คับเป็นขอ้ บัญญตั ิทอ้ งถิ่น
(2) ในหลักการกระจายอำนาจ และความรับผิดชอบท้องถิ่น ในกรณีท้องถิ่น
มีความพร้อมในการตราเทศบญั ญตั ิ และข้อบญั ญัตทิ ้องถน่ิ จึงเห็นควรให้
(ก) ท้องถิ่นดำเนินการตราเทศบัญญัติและข้อบัญญัติองค์การบริหาร
ส่วนตำบล เพือ่ เป็นมาตรการควบคุมอาคารในพื้นทีเ่ ขตการปกครองของแตล่ ะทอ้ งถ่ิน
(ข) กรมโยธาธิการและผังเมือง ให้การคำปรึกษา ความรู้ทางวิชาการและ
ประสานการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ในการตราเทศบัญญัติและข้อบัญญัติ
ท้องถิ่น เรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ขึ้นใช้บังคับในพื้นที่วางผังพร้อมกัน เพื่อประสิทธิภาพการควบคุมอาคารให้เกิดในพื้นท่ี ในการควบคุมอาคาร
ดังกล่าวขา้ งตน้
(3) ในหลักการความเป็นเอกภาพของการใช้บังคับมาตรการทางกฎหมาย
ที่ต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขและป้องกนั ปัญหาการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารซึ่งทุกหน่วยงานต้องถือปฏิบตั ิ
พร้อมกันทั้งพื้นที่ และในกรณีที่ท้องถิ่นไม่พร้อมหรือไม่ได้ดำเนินการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในระย ะเวลา
อันสมควร หรือไม่สามารถตราข้อบัญญัตทิ อ้ งถ่นิ ควบคุมอาคารดังกลา่ วได้ จงึ เหน็ ควรให้
(ก) กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการ โดยเสนอขอความเห็นชอบต่อ
คณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อจัดทำคำแนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทยออกกฎกระทรวง โดยอาศัย
รายงานการศึกษาฉบบั สดุ ทา้ ย (Final Report)
บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพัฒนาพนื้ ที่ 2 - 55
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พ้ืนท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
อำนาจตามมาตรา 13 เพือ่ รองรับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง กำหนดบรเิ วณหา้ มก่อสรา้ ง ดดั แปลง ใช้หรือ
เปลีย่ นการใชอ้ าคารบางชนดิ หรือบางประเภทในทอ้ งทว่ี างผงั ทีม่ ีอายุใชบ้ ังคับ 1 ปี ใหใ้ ช้บังคับต่อไป
(ข) กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการ โดยเสนอขอความเห็นชอบต่อ
คณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อจัดทำคำแนะนำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทยออกกฎกระทรวง โดยอาศัย
อำนาจตามมาตรา 8 (10) ออกกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้
อาคารบางชนดิ หรอื บางประเภทในทอ้ งทีว่ างผงั เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพของการใชบ้ ังคับมาตรทางกฎหมาย
ลดปญั หาการขัดแย้งในการเมอื งและผลประโยชน์ท้องถิ่น
(4) แนวทางวิธดี ำเนนิ การท่ีเหมาะสม
(ก) จากการนำเสนอวิธีการตราข้อกำหนดควบคุมอาคารดังกล่าวข้างต้น
จึงพิจารณาแล้วว่า ปัญหาการขาดมาตรการควบคุมบริเวณการก่อสร้างอาคารในพื้นท่ีวางผังเป็นกรณีเร่งด่วน
ที่จะต้องดำเนินการในทันที่ จึงควรที่จะออกเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารขึ้นใช้บังคับในระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการวางและจัดทำผังเมือง
เพราะสามารถดำเนินได้ในขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก โดยอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองนำเสนอข้อแนะนำต่อ
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 13
(ข) หลงั จากน้ันให้ออกเป็นกฎกระทรวงข้นึ มารองรับประกาศกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งจะทำให้การใช้บังคับทางกฎหมายมีความต่อเนื่องครอบคลุมทั้งพื้นที่วางผัง ซึ่งจะแก้ไขปัญหาความไม่พร้อม
ของท้องถ่นิ ตา่ ง ๆ ในการตราข้อบญั ญัติท้องถิ่นเพ่อื รองรับประกาศกระทรวงมหาดไทย
(5) ขอบเขตและข้อกำหนดการควบคมุ อาคาร
(ก) กำหนดประเด็นปัญหาของการก่อสร้างและใช้สอยอาคารในพื้นที่แต่
ละบรเิ วณ เพือ่ กำหนดแนวทางการควบคุมอาคาร
(ข) จำแนกพื้นที่บริเวณควบคุมอาคารตามการจำแนกประเภทและขอบเขต
บริเวณทด่ี ินประเภทต่าง ๆ ตามข้อกำหนดผังเมืองจังหวดั เปน็ หลัก ซึ่งจะกำหนดบริเวณควบคุมอาคาร 2 บริเวณ คือ
− บริเวณยา่ นชมุ ชน
− บริเวณย่านอตุ สาหกรรมและคลงั สินคา้
(6) พื้นที่แต่ละบริเวณมีข้อกำหนดในด้านประเภทชนิด ขนาด ความสูง ระยะร่น
ของอาคารหา่ งเขตท่ดี ิน รอ้ ยละพืน้ ทว่ี า่ งปราศจากอาคาร และอตั ราส่วนพื้นทอ่ี าคารรวมตอ่ พน้ื ท่ีทีด่ ิน (F.A.R.)
เน่ืองจากพ้นื ท่ศี กึ ษาเพื่อดำเนินการวางผงั พื้นทเี่ ฉพาะ เพือ่ เช่อื มโยงระเบยี งเศรษฐกิจ
EEC นั้นมีเป้าประสงค์หลักในการพัฒนาเพื่อการเป็นรองรับการขยายตัวด้านการรองรับการท่องเที่ยวที่ส่งผล
มาจากการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ EEC ซึ่งจะทำให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลาย โดยที่กิจกรรมบางประเภท
อาจมีผลกระทบกับวิถีชุมชนที่มีอยู่เดิม และทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยู่เดิมดังนั้นการนำกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคารใช้บังคับในพื้นที่จึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองเพื่อให้เกิดความเป็น
ระเบียบเรยี บรอ้ ยและเมืองเกิดการพฒั นาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพตรงตามแผนและนโยบายมากท่ีสุด
2. พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ พ.ศ.2535
กฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติฉบับน้ีให้อำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออก
ข้อบัญญัติหรือข้อกำหนดของท้องถิ่นในการควบคุมดูแลความปลอดภัยและความสะอาดด้านการสาธารณสุข
การอนามัยของครอบครัว รวมถึงบทลงโทษต่อผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายด้านการสาธารณสุขในชุมชน
หรือในสถานประกอบการ ดังนั้นในการวิเคราะห์พื้นที่ชุมชนในปัจจุบัน รวมถึงการวางผังพื้นที่เฉพาะในอนาคต
จึงต้องศึกษาข้อกำหนดท้องถิ่นซ่งอาจมีนัยสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของอาคารและสถานที่ชุมชน
ตามเจตจำนงของ พรบ.การสาธารณสขุ น้ัน
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 56 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่สี ่งผลต่อการพัฒนาพนื้ ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พน้ื ทเ่ี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธิการและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
3. พระราชบญั ญัติการขดุ ดนิ และถมดนิ
พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 เป็นกฎหมายที่มีการบังคับในพื้นที่ที่อยู่
ในเขตผังเมืองและพื้นที่อื่น ๆ สำหรับการนำพระราชบัญญัติเป็นกรอบในการวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชน
สามารถนำไปใช้เป็นกรอบในการวางผังพื้นที่โครงการ หรือการออกแบบโครงการ โดยจะต้องศึกษาข้อกำหนด
และมาตรการท้องถน่ิ ที่เกย่ี วข้องกับรายละเอียดของการขุดดนิ และถมดินในท้องถนิ่ น้ัน ๆ ท้ังน้ี วัตถุประสงค์ของ
การควบคุม เพื่อให้การขุดดินหรือถมดินในท้องที่ที่กำหนดมีการปฏิบัติตามหลักวิชาการ ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
แกช่ ีวิตและทรพั ย์สินของผดู้ ำเนินการและผูท้ อ่ี น่ื ๆ ด้วย
4. พระราชบัญญตั กิ ารจัดสรรท่ีดนิ
พระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน พ.ศ. 2543 เป็นควบคมุ การดำเนินการพัฒนาทีด่ ินเพือ่ การคา้
ตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปเพื่อให้มีการจัดการทางด้านสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของโครงการน้ัน ๆ ที่เป็น
ไปตามหลักเกณฑ์เพื่อประโยชน์ของผู้คนในพื้นที่โครงการจัดสรร โดยมีการระบุรายละเอียด การดำเนินการ
ไว้ในพระราชบัญญัติการจัดสรรท่ีดิน พ.ศ.2543 อย่างครบถ้วน พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดนิ พ.ศ.2543 ได้กำหนด
ขึ้นใหม่หลังจากยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับ 286 ปี พ.ศ. 2515 ซึ่งใช้มาเป็นเวลานานและมีรายละเอียด
ทไี่ มเ่ หมาะสม และเพ่ือใหเ้ กิดความคล่องตวั ในการดำเนนิ ธุรกจิ การจัดสรรทไ่ี ด้
5. พระราชบัญญตั ิสถานบริการฉบบั ที่ 4 พ.ศ. 2546
สำหรับการใช้ประโยชน์จากพระราชบัญญัติสถานบริการ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2546 เพื่อการวางผงั
พื้นที่เฉพาะชุมชน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ “โดยเหตุปัจจุบันได้มีบุคคล
ประกอบกิจการ สถานบริการบางประเภท ซึ่งอาจดำเนินการไปในทางกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย
หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และจัดให้มีการแสดงเพื่อความบันเทิง สถานบริการนั้น ๆ ไม่เหมาะสมเป็นเหตุ
ให้เยาวชนเอาเยี่ยงอย่างจนประพฤติตัวเสื่อมทรามลง เป็นการสมควรที่จะออกกฎหมายควบคุมสถานบริการนั้น ๆ
รวมทั้งการแสดงด้วย ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีของชาติ
ตอ่ ไป”
ด้วยเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของกฎหมายเพื่อที่จะควบคุมความเหมาะสมต่อเยาวชน
การป้องกันการมั่วสมุ หรอื เห็นภาพทไ่ี ม่เหมาะสมกับวยั อย่างไรกต็ ามกฎหมายและมาตรการได้เนน้ ถึงการควบคุม
และสร้างกฎระเบียบในการป้องกันเหตุรำคาญแก่ประชาชนในพ้ืนท่ีโดยรอบสถานบริการนั้น โดยกำหนดเกีย่ วกับ
“สถานท่ที ี่ต้งั ข้ึนเพ่อื ใหบ้ รกิ ารโดยหวงั ประโยชน์ในทางการค้า” ดงั ต่อไปนี้
(1) สถานเตน้ รำ รำวง หรอื รองเง็ง เป็นปกตธิ ุระประเภทท่มี ีและประเภทท่ไี มม่ ีคูบ่ ริการ
(2) สถานที่ท่ีมีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอ่ืนจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอ
สำหรับปรนนบิ ัติลูกคา้
(3) สถานอาบนำ้ นวด หรืออบตัว ซงึ่ มผี ู้บริการให้แกล่ กู ค้า เวน้ แต่
(ก) สถานที่ซึ่งผู้บริการได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขา
การแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทยตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องขึน้
ทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทยตามกฎหมาย
ดังกล่าว หรอื สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าดว้ ยสถานพยาบาล
(ข) สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องมีลักษณะของสถานที่ การบริการหรือ
ผู้ให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยด้วย ประกาศดังกล่าวจะกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองให้เป็นไป
ตามมาตรฐานนั้นดว้ ยกไ็ ด้ หรือ
(ค) สถานท่ีอน่ื ตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report)
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายท่ีส่งผลตอ่ การพัฒนาพืน้ ท่ี 2 - 57
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพื้นทเี่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(4) สถานทีท่ ีม่ ีอาหาร สรุ า หรอื เครอ่ื งดื่มอย่างอ่ืนจำหนา่ ยหรือให้บริการ โดยมรี ปู แบบอย่าง
หนึ่งอย่างใด ดังต่อไปน้ี
(ก) มีดนตรี การแสดงดนตรี หรอื การแสดงอน่ื ใดเพือ่ การบันเทิงและยนิ ยอมหรือปล่อย
ปละละเลยใหน้ ักร้อง นกั แสดง หรอื พนกั งานอ่นื ใดนั่งกับลกู ค้า
(ข) มีการจัดอุปกรณ์การร้องเพลงประกอบดนตรีให้แก่ลูกค้า โดยจัดให้มีผู้บริการ
ขับร้องเพลงกบั ลูกคา้ หรอื ยินยอมหรือปลอ่ ยปละละเลยให้พนกั งานอน่ื ใดน่ังกับลกู ค้า
(ค) มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงเต้น เช่น การเต้นบนเวที
หรอื การเต้นบริเวณโตะ๊ อาหารหรือเคร่ืองดมื่
(ง) มีลักษณะของสถานที่ การจัดแสงหรือเสียง หรืออุปกรณ์อื่นใดตามที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
(5) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี
หรอื การแสดงอนื่ ใดเพ่อื การบันเทงิ ซง่ึ ปิดทำการหลงั เวลา 24.00 นาฬกิ า
(6) สถานท่ีอ่ืนตามทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง
รายละเอยี ดของมาตราสำคญั มีดังน้ี
มาตรา 4 ห้ามมิให้ผูใ้ ดตง้ั สถานบรกิ าร เวน้ แตจ่ ะได้รับใบอนญุ าตจากพนักงานเจา้ หนา้ ท่ี
มาตรา 16 ห้ามมใิ ห้ผรู้ ับอนญุ าตต้งั สถานบรกิ าร
(1) รบั ผ้มู อี ายุตำ่ กว่าสิบแปดปีบรบิ รู ณ์เข้าทำงานในสถานบรกิ าร
(2) ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวาย หรือครองสติไม่ได้
เขา้ ไปหรอื อยใู่ นสถานบรกิ ารระหว่างเวลาทำการ
(3) จำหนา่ ยสรุ าใหแ้ ก่ผ้มู อี าการมนึ เมาจนประพฤติวุ่นวายหรอื ครองสตไิ ม่ได้
(4) ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ซึ่งไม่มีหน้าที่เฝ้าดูแลสถานบริการนั้นพักอาศัย
หลับนอนในสถานบริการ
(5) ยนิ ยอมหรือปล่อยปละละเลยใหม้ ีการกระทำความผดิ เกีย่ วกบั ยาเสพติดในสถานบริการ
(6) ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการ เว้นแต่เป็นกรณี
ทเ่ี จา้ หนา้ ทีซ่ ง่ึ อยใู่ นเครือ่ งแบบนำเข้าไปเพ่อื ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีตามกฎหมาย
มาตรา 16/2 ห้ามมิให้ผู้ใดนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการ เว้นแต่ผู้นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใน
เคร่อื งแบบ และนำเข้าไปเพอ่ื ปฏิบตั หิ น้าทีต่ ามกฎหมาย
มาตรา 17 การกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ การจัดสถานที่ภายนอกและภายใน
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความสะอาดหรือเพื่อความสะดวกในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่
การใช้โคมไฟหรอื การใหพ้ นกั งานตดิ หมายเลขประจำตวั ในสถานบริการ ให้เป็นไปตามทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
6. พระราชบญั ญัติโรงแรม พ.ศ.2547
พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 เป็นกฎหมายในการกำหนดและควบคุมการดำเนินการ
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมเพื่อให้เกิดการดำเนินการที่มีความสะดวกปลอดภัยทั้งแก่ผู้เข้าใช้บริการ
และผู้ประกอบการและประชาชนโดยรอบ
สำหรับมาตราสำคัญที่เกี่ยวข้องต่อการการวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชน คือมาตรการที่ส่งผล
ต่อการกำหนดกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดิน มาตรการที่เป็นกรอบกำหนดชนิดประเภทของโรงแรม ซึ่งสามารถ
ปรากฎในรูปแบบของร่างกฎกระทรวงผังเมืองรวม (หรือข้อเสนอแนะข้อกำหนดควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ของผังพื้นที่เฉพาะชุมชน)ตามความเหมาะสมหรือวัตถุประสงค์ของการวางผังโดยเฉพาะ ชุมชนซึ่งมีบทบาท
ในการรองรบั การทอ่ งเท่ียว มาตรการพระราชบญั ญตั ิโรงแรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง ได้แก่
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 58 บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายท่ีส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พื้นทเ่ี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
มาตรา 13 เพื่อประโยชน์ในการกำหนดและควบคุมมาตรฐานของโรงแรม ส่งเสริมการประกอบ
ธุรกิจโรงแรม และส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงแข็งแรง สุขลักษณะหรือความปลอดภัย
ของโรงแรม รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทของโรงแรม
และกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง ขนาด ลักษณะ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือมาตรฐาน
การประกอบธุรกจิ ของโรงแรม ทง้ั น้ี เงอ่ื นไขดังกลา่ วใหร้ วมถงึ การหา้ มประกอบกจิ การอ่ืนใดในโรงแรมดว้ ย
กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง
ขนาด ลักษณะ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรฐานการประกอบธรุ กิจของโรงแรมแต่ละประเภทให้แตกต่างกัน
ก็ได้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงลักษณะของท้องท่ีที่โรงแรมตั้งอยู่หรือความจำเป็นในการควบคุมดูแลโรงแรม
ในแตล่ ะประเภท หรอื ความเหมาะสมกบั ลกั ษณะของโรงแรมแตล่ ะประเภท
มีการอาศัยอำนาจตามความในมาตราดังกล่าวออกเป็นกฎกระทรวงกําหนดประเภท
และหลักเกณฑการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2551 ซ่ึงที่มีรายละเอียดท่ีสำคัญและเกี่ยวข้องดังน้ี
ขอ้ 1 ใหสถานที่พักที่มีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกิน
สี่ห้องและมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง
หรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริม และได้แจ้งให้
นายทะเบยี นทราบตามแบบทร่ี ัฐมนตรกี ำหนดไมเปนโรงแรมตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
ขอ้ 2 โรงแรมแบง่ เปน 4 ประเภท ดังตอไปน้ี
(1) โรงแรมประเภท 1 หมายความวา โรงแรมท่ีให้บริการเฉพาะห้องพัก
(2) โรงแรมประเภท 2 หมายความวา โรงแรมท่ีให้บริการหองพักและห้องอาหารหรือ
สถานทส่ี ำหรับบริการอาหารหรือสถานทีส่ ำหรับประกอบอาหาร
(3) โรงแรมประเภท 3 หมายความวา โรงแรมที่ใหบริการหองพัก หองอาหารหรอื สถานท่ี
สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายวาด้วยสถานบริการหรอื
หอ้ งประชมุ สมั มนา
(4) โรงแรมประเภท 4 หมายความว า โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ห้องอาหาร
หรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร สถานบริการตามกฎหมายวาด้วย
สถานบริการ และหอ้ งประชมุ สมั มนา
ข้อ 3 สถานทต่ี ั้งของโรงแรมต้องมีลกั ษณะ ดังตอ่ ไปน้ี
(1) ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอนามัยของผู้พักและ
มกี ารคมนาคมสะดวกและปลอดภยั
(2) เสน้ ทางเขา้ ออกโรงแรมต้องไมก่ ่อใหเ้ กิดปญหาด้านการจราจร
(3) ในกรณีท่ีใช้พื้นที่ประกอบธุรกิจโรงแรมในอาคารเดียวกันกับการประกอบ
กจิ การอื่น ต้องแบ่งสถานทใี่ ห้ชัดเจน และการประกอบกจิ การอืน่ ตอ้ งไมส่ ่งผลกระทบตอการประกอบธรุ กจิ โรงแรม
(4) ไม่ตั้งอยูในบริเวณหรือใกล้เคียงกับโบราณสถาน ศาสนสถานหรือสถานอันเป็น
ท่ีเคารพในทางศาสนา หรือสถานที่อื่นใดอันจะทําให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่เหมาะสม กระทบต่อความมั่นคงและ
การดํารงอยูของสถานที่ดงั กล่าว หรอื จะทําใหขัดตอ่ ขนบธรรมเนยี มประเพณีและวัฒนธรรมท้องถ่ิน
7. พระราชบัญญตั ิจัดรปู ทีด่ นิ เพ่อื พัฒนาพ้นื ที่ พ.ศ.2547
พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ พ.ศ.2547 เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจใน
การดำเนินการพัฒนาที่ดินในพื้นที่หลายๆแปลง เพื่อให้เกิดผังที่ดินใหม่ที่เหมาะสมและก่อประโยชน์กับพื้นที่น้นั
มากยิ่งข้ึน
ทั้งนี้การใช้ประโยชน์ในการวางผังพื้นที่ชุมชน เป็นไปตามเจตจำนงซึ่งระบุความหมาย
การจัดรูปท่ีดินเพื่อการพัฒนาในพระราชบัญญตั ิได้ให้ไว้ว่า “การดําเนินการพัฒนาที่ดินหลายแปลงโดยการวางผัง
จัดรูปที่ดินใหม ปรับปรุงหรือจัดสรางโครงสรางพื้นฐาน และการรวมรับภาระและกระจายผลตอบแทน
รายงานการศกึ ษาฉบับสุดท้าย (Final Report) 2 - 59
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่สี ง่ ผลตอ่ การพฒั นาพ้นื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพื้นทเ่ี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
อยางเป็นธรรม ทั้งนี้ โดยความรวมมือระหวางเอกชนกับเอกชนหรือเอกชนกับรัฐ เพื่อใหเกิดการใชประโยชน
ในที่ดินที่เหมาะสมยิง่ ขึน้ ในดานการคมนาคม เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอมและชุมชน และเป็นการสอดคลองกับ
การผงั เมือง” รายละเอียดของมาตราสำคัญท่ีเกี่ยวข้องมีดังนี้
มาตรา 35 ผูท้ จ่ี ะเป็นผูด้ ำเนนิ การจัดรูปทดี่ ินเพ่อื พฒั นาท่ไี ดม้ ีดังตอ่ ไปน้ี
(1) สมาคม
(2) กรมโยธาธิการและผังเมือง การเคหะแหงชาติ และองคกรปกครองสวนทองถน่ิ
(3) หนวยงานของรัฐหรือนิติบุคคลอื่นใดที่รัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อการจัดรูปที่ดินเพ่ือ
พฒั นาพ้นื ที่
(4) หน่วยงานของรัฐอื่นใดตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 37 การจัดรูปทีด่ ินเพื่อพฒั นาพื้นที่จะตองสอดคลองกับหลกั การผังเมอื งหรือผังเมืองตาม
กฎหมายวด้วยการผังเมืองแล้วแต่กรณี และดำเนินการใหมีสิ่งที่จะเป็นประโยชนแกสวนรวมตามความเหมาะสม
แกสภาพของชุมชนและการพฒั นาเมอื งตอไปในอนาคต
มาตรา 38 ใหเจาของที่ดินในเขตจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มีสิทธิในที่ดินที่ได้รับการจัดให้ใหม่
ตามโครงการจัดรปู ท่ีดนิ เหมือนกับสทิ ธทิ ม่ี ีอยู่ในท่ดี นิ เดมิ โดยใหได้รบั ยกเว้นคาธรรมเนยี มทง้ั ปวงในการจดทะเบยี น
มาตรา 57 ในกรณีมีความจำเป็นเพื่อพัฒนาพื้นที่ใหเหมาะสมยิ่งขึ้น รัฐอาจเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
มาเพื่อใชในโครงการจัดรูปที่ดินรายใดก็ได้ โดยใหนำกฎหมายวาด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มาใชบังคับ
โดยอนโุ ลม
มาตรา 62 ใหประเมินราคาที่ดินของเจาของที่ดินเดิมแต่ละรายไวเป็นฐานในการจัดที่ดินแปลงใหม่
ใหแกเจาของที่ดินเหลานั้น โดยที่ดินแปลงใหมที่ไดรับจะตองมีราคาในขณะโครงการแลวเสร็จไมต่ำกวาราคาเดิม
ท่ใี ชเปนฐาน เวนแตจะไดรับความยินยอมจากเจาของท่ดี นิ น้นั
8. พระราชบญั ญตั ิโรงงาน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ประกาศเมื่อ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ใหร้ ฐั มนตรวี ่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(1) โรงงาน หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวม ตั้งแต่ห้า
สบิ แรงม้าหรือกำลงั เทียบเท่าตั้งแต่หา้ สบิ แรงมา้ ขน้ึ ไป หรอื ใชค้ นงานต้ังแต่หา้ สิบคนข้นึ ไป โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่
กต็ ามเพ่ือประกอบกิจการโรงงาน ทง้ั นี้ ตามประเภทหรอื ชนิดของโรงงาน ท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
(2) ตั้งโรงงาน หมายความว่า การนำเครื่องจักรสำหรับประกอบกิจการโรงงานมาติดต้ัง
ในอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่จะประกอบกิจการโรงงาน หรือนำคนงานมาประกอบกิจการโรงงานในกรณี
ทีไ่ มม่ ีการใช้เครอื่ งจกั ร
(3) ผู้ตรวจสอบเอกชน หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตรวจสอบหรือรับรองตาม
พระราชบญั ญตั นิ ี้
(4) โรงงานจำพวกที่ 2 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงาน
ตอ้ งแจ้งใหพ้ นกั งานเจ้าหนา้ ที่ทราบก่อน
(5) โรงงานใดที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานได้รับใบอนุญาตอยู่แล้ว หากภายหลังปรากฏว่าใช้
เครื่องจักรมีกำลงั รวมลดลงต่ำกวา่ ห้าสบิ แรงมา้ หรือจำนวนคนงานลดลงต่ำกว่าหา้ สบิ คนใหถ้ ือวา่ โรงงานนั้นยังเป็น
โรงงานตามพระราชบัญญัตนิ ้จี นกว่าจะไดแ้ จ้งเลิกประกอบกจิ การโรงงาน
(6) หา้ มมใิ ห้ผ้รู ับใบอนุญาตขยายโรงงาน เว้นแตไ่ ดร้ บั อนญุ าตจากผูอ้ นุญาต
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 60 บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่ีสง่ ผลต่อการพัฒนาพ้นื ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พืน้ ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(7) การขยายโรงงาน เฉพาะเพื่อวัตถปุ ระสงค์ดังตอ่ ไปนี้ ให้ไดร้ ับยกเว้นไมต่ อ้ งขออนุญาต
(ก) เพือ่ ใหม้ ีการบำบัดมลพิษหรอื เพ่ือใหก้ ารบำบดั มลพษิ เดมิ มีประสิทธภิ าพทีด่ ียงิ่ ขน้ึ
(ข) เพือ่ ใหม้ ีมาตรการป้องกนั หรอื ลดเหตุเดือดร้อนรำคาญ
(ค) เพื่อการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรเดิมที่เป็นเครื่องต้นกำลังให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
หรือเพอ่ื ให้ผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มลดลง
(ง) เพอื่ การเปล่ียนแปลงพลงั งานของเคร่ืองจักรเดิมใหม้ ีประสทิ ธิภาพที่ดีย่ิงขน้ึ
(8) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่อาจตั้งโรงงานหรือตั้งโรงงานแล้วแต่ไม่อาจเริ่มประกอบกิจการ
โรงงานได้ภายหลังจากท่ีได้รับใบอนุญาตแล้ว ให้ผู้รับใบอนญุ าตนั้นสามารถโอนใบอนุญาตได้ โดยให้ผู้ซึ่งประสงค์
จะรบั โอนใบอนุญาตยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายในสามสบิ วนั นบั แต่วันท่มี กี ารโอนใบอนญุ าต
2.6.3 มาตรการและกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกับการบริหารพน้ื ท่ชี ายแดน
1. พระราชบญั ญัติคนเขา้ เมือง พ.ศ. 2522
ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ.2522กำหนดการเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอก
ราชอาณาจักร สำหรบั บคุ คลและยานพาหนะจะตอ้ งเดินทางเข้ามาและออกไปตามช่องทางและภายในกำหนดเวลา
ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา โดยอาศัย
อำนาจตามความในพระราชบญั ญตั ิ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
มาตราที่เกี่ยวข้องและนำไปใช้ในงานวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชน เป็นมาตราที่เกี่ยวกับประเด็นหลัก
2 ส่วน คือ
1) บทบาทและขอบเขตหน้าที่ของด่านหรือจุดผ่านแดนที่จะเป็นส่วนในการกำหนดแนวทาง
การพฒั นาหรอื การเตบิ โตของพนื้ ที่ชุมชนชายแดน โดยจะตอ้ งพจิ ารณาจากบทบาทในปจั จบุ ันและแผนในอนาคต
2) มาตรการที่เป็นกฎระเบียบ ซึ่งใช้เป็นกรอบการกำหนดพื้นที่ใช้สอยของการตรวจคนและสินค้า
ผา่ นแดน ซึ่งองคป์ ระกอบทีจ่ ะทำให้เกิดพ้นื ทใี่ ช้สอยต่าง ๆ ได้แก่ บุคคลและกิจกรรมของผ้ผู า่ นแดน พาหนะหรือ
องค์ประกอบการขนส่งรวมถึงวธิ ีขนส่ง อาคารและพ้ืนท่ีใชส้ อยท่ีประกอบกิจกรรมการตรวจคนและสินค้าผ่านแดน
ต่าง ๆ ทั้งนีร้ วมถึงมาตรการท่ีควบคมุ สิ่งปลูกสร้าง กรณีการสร้างสะพานหรือท่าเรือ ที่มีวัตถปุ ระสงค์ในการเช่อื ม
เส้นทางการเดินทางระหวา่ งประเทศ
มาตรา 11 บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางเข้ามา
หรือออกไปตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ และตามกำหนดเวลาทัง้ นี้ตามที่รัฐมนตรี
จะได้ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา 23 เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะจะต้องนำพาหนะเข้ามาในหรือออกไปนอก
ราชอาณาจักร ตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือ ท้องที่ และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ตามท่ี
รัฐมนตรจี ะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่านแดนชั่วคราว มิได้เป็นชื่อเรียก ตามพระราชบัญญัติ
คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แต่ต่างถือเป็นช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ เพื่อการเดิน
ทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ประกาศกระทรวงมหาดไทย จะกำหนดช่องทา งใดจะเป็น
จุดผ่านแดนถาวร หรอื จุดผา่ นแดนชัว่ คราว ข้นึ อยูก่ บั เหตุผลและความจำเปน็ เป็นกรณไี ป โดยมขี ้อแตกต่างท่ีสำคัญ
ดังน้ี
1) จุดผ่านแดนถาวร เป็นการเปิดช่องทางเข้าออก เป็นการถาวร และประชาชนทั่วไปสามารถ
ใชป้ ระโยชน์ได้โดยมกี ารกำหนดเฉพาะเวลา ปดิ - เปดิ
2) จุดผ่านแดนชั่วคราว เป็นการเปิดช่องทางผ่านเข้า-ออกกับประเทศที่มีอาณาเขตติดต่อกับ
ประเทศไทย ตามคำร้องขอของภาคเอกชน รายหนึ่งรายใด โดยจะกำหนดให้เอกชนรายใดเข้าใช้ประโยชน์เป็น
รายงานการศึกษาฉบบั สุดท้าย (Final Report) 2 - 61
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทีส่ ่งผลตอ่ การพัฒนาพ้นื ท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พ้นื ทเี่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ช่องทางผ่านเข้า-ออกและอาจมีการกำหนดเง่ือนไขใด ๆตามความจำเป็น นอกจากนี้ การเปิดจุดผา่ นแดนชัว่ คราว
จะกำหนดระยะเวลาตามความจำเป็นที่ต้องการใช้ประโยชน์ผ่านเข้า-ออกจุดผ่านแดนชั่วคราว ตามภารกิจของ
เอกชนท่ีร้องขอน้นั
2. พระราชบัญญตั ิศลุ กากร พ.ศ. 2469 ถงึ พ.ศ. 2548
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ถึง พ.ศ.2548 คือการกำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไป
แนวทางและวิธีการในการนำของเข้า การส่งของออก การเสียภาษีตามพิกัดอัตราศุลกากรของนักท่องเที่ยว
รวมทั้งระเบียบว่าด้วยการตรวจของ และการป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร และข้อกำหนดเรื่องการนำเงินตรา
เข้า - ออกประเทศ
สำหรับหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำ ณ จุดชายแดนนั้น เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะทำหน้าที่ให้บริการ
พิธีการศุลกากรและการป้องกันและปราบปราม ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สำหรับหน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ปฏิบัติ
ตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและที่เกี่ยวกับความมั่นคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ตามที่หน่วยงานนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบ
ตามกฎหมาย การนำของเข้าและการส่งของออกต้องมียานพาหนะและบุคคลเข้ามาดำเนินการในการขนส่งของ
หรือสินค้าเขา้ มาในหรอื สง่ ออกไปนอกราชอาณาจักร
ดงั นน้ั เพอ่ื ให้การปฏบิ ัติครบถ้วนตามกฎหมาย จึงต้องปฏิบัตใิ ห้เปน็ ไปตามกฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ ง
2.6.4 มาตรการและกฎหมายท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การคา้ และการลงทุน
1. ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรอื ค้าส่ง
ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและมีบทบาท
สำคัญในการกระจายรายได้ ปัจจุบันได้มีการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งสมัยใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ
เปน็ จำนวนมาก รวมทั้งการลดขนาดจากห้างค้าปลกี หรอื ค้าสง่ สมยั ใหมข่ นาดใหญ่ ๆ ลงมาเป็นรา้ นค้าปลีกค้า
ส่งขนาดเล็ก เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารและเพื่อไปแข่งขันโดยตรงกับร้านค้า
ปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิม อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก สมควรมีการ
จัดระเบียบการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งสมัยใหม่ดังกล่าว เพื่อให้การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง
ทุกประเภทดำรงอย่รู ว่ มกันไดต้ ามสภาพเศรษฐกิจการค้าและสภาพแวดลอ้ มในแตล่ ะทอ้ งถ่นิ รวมทั้งควรมีมาตรการ
ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิม กระทรวงพาณิชย์ จึงจำเป็นต้องผลักดันให้มี
การตราพระราชบัญญัตินี้ ในปัจจุบันยังเป็นขั้นตอนการร่างพระราชบัญญัติที่ต้องผ่านการพิจารณาจาก
สภาผู้แทนราษฎรเพื่อประกาศใช้ต่อไป ในการร่างกฎหมายนี้มีรายละเอียดของมาตราสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ได้บญั ญัตไิ ว้ดังนี้
มาตรา 20 เพื่อประโยชน์ในการจัดระบบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง และเพื่อให้ธุรกิจค้าปลีก
หรือค้าส่งรายย่อยดั้งเดิมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบเศรษฐกิจในชุมชนดำรงอยู่ได้ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำ
ของ “คปส.” มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้
เปน็ ธรุ กิจทต่ี ้องขออนุญาตในการประกอบธรุ กิจ
(1) ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจขายสินค้าแห่งใดแห่งหนึ่ง
ตั้งแต่หนึ่งพันตารางเมตรขึ้นไปพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจขายสินค้า หมายความถึงพื้นที่รวมของทุกชั้น
ภายในอาคารและพ้ืนที่ภายนอกอาคารท่ีใช้ประกอบกิจการขายสินค้า พื้นที่ที่ให้บุคคลอื่นเช่าและคลังสินค้าที่อยู่
ในบรเิ วณเดียวกันหรอื ตอ่ เน่ืองกบั พนื้ ทที่ ใ่ี ช้ประกอบกิจการขายสินค้า
(2) ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าสง่ ทีม่ ียอดรายได้หรือประมาณการรายได้ของทุกสาขาในปีภาษีที่ผ่านมา
หรือประมาณการรายได้ของแผนธุรกิจในปีแรกรวมกันตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป หรือตามจำนวนที่กำหนด
เพมิ่ ขึ้นตามพระราชกฤษฎกี า
(3) ธุรกิจค้าปลกี หรือค้าสง่ ท่มี เี งินทุนหมุนเวยี นตง้ั แตห่ นึ่งล้านบาทขน้ึ ไป
(4) ธรุ กจิ ค้าปลีกค้าส่งท่ีมกี ารใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการหรอื มีการบริหารธุรกจิ สมัยใหม่
รายงานการศึกษาฉบบั สุดท้าย (Final Report)
2 - 62 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทส่ี ง่ ผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พน้ื ทเี่ ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธิการและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(5) ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่มีระบบควบคุมหรือใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการคลังสินค้าหรือ
ศูนย์กระจายสินค้าการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักการ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
มาตรา 30 ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่ต้องขออนุญาตตามมาตรา 20 ให้อยู่ห่างจากเขตชุมชน
ที่อยู่อาศัยหรือใจกลางเมืองหรือเขตเทศบาลนครและเทศบาลเมืองอย่างน้อย 5 กิโลเมตร สำหรับธุรกิจค้าปลีก
หรือค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจตั้งแต่ 4,500 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องอยู่ห่างจากเขตดังกล่าว
ไมน่ อ้ ยกวา่ 15 กิโลเมตร และไม่วา่ กรณใี ดหา้ มมิให้ตง้ั สถานประกอบธุรกจิ ใกล้เคียงกับสถานศกึ ษา สถานท่ีสำคัญ
ทางประวัตศิ าสตรแ์ ละโบราณคดี หรอื บริเวณทม่ี ีธุรกจิ ค้าปลกี หรือค้าส่งรายย่อยดงั้ เดิมอยู่เปน็ จำนวนมาก
ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งตาม มาตรา 23 ถ้าหากมีพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจน้อยกว่า
1,000 ตารางเมตร ให้อยู่ห่างจากชุมชนที่อยู่อาศัยหรือใจกลางเมืองหรือเขตเทศบาลนครและเทศบาลเมือง
อยา่ งนอ้ ย 3.5 กโิ ลเมตร และต้องอยูห่ า่ งจากร้านคา้ ปลกี ค้าส่งรายยอ่ ยดง้ั เดิมไมน่ ้อยกว่า 100 เมตร
มาตรา 31 การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจ
ตั้งแต่ 4,500 ตารางเมตร ขน้ึ ไปแตไ่ มถ่ งึ 5,000 ตารางเมตร ให้คำนงึ ถึงสดั สว่ นของประชากรในบริเวณท่ีประกอบ
ธุรกิจอย่างน้อยต้องมีสัดส่วนจำนวนประชากร 250,000 คนต่อหนึ่งสถานประกอบการ และสำหรับธุรกิจค้าปลีก
ค้าส่งที่มีขนาดพื้นที่ของสถานประกอบธุรกิจตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไปอย่างน้อยต้องมีสัดส่วนจำนวน
ประชากร 350,000 คนต่อหนึ่งสถานประกอบการ หากอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยผังเมืองจะต้อง
มกี ารทำประชาพิจารณด์ ้วย
มาตรา 32 ธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งที่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 20 จะต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความ
สะดวกพื้นฐาน เช่น ที่จอดรถ ที่พักผ่อนของลูกค้า ห้องอาหาร ห้องน้ำ โทรศัพท์สาธารณะ ตู้เอทีเอ็ม
ให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ และต้องจัดระบบจราจรมิให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่
ของชมุ ชน
2. ประกาศคณะกรรมการสง่ เสริมการลงทุน ออกตามพระราชบัญญัตสิ ่งเสริมการลงทนุ
ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดเลยในปัจจุบันที่สำคัญ
ได้แก่ ประกาศคณะกรรมการสง่ เสรมิ การลงทุนท่ี 2/2557 เร่อื งนโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทนุ
1) ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 เรื่องนโยบายและหลักเกณฑ์
การสง่ เสรมิ การลงทนุ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริม
การลงทุน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนท่ี 2/2557 ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557
โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับกับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป
มีรายละเอียดดังน้ี
วิสยั ทศั น์ของการส่งเสรมิ การลงทนุ
“ส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณค่า ทั้งในประเทศและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ
เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ก้าวพ้นการเป็นประเทศที่มรี ายได้ระดับปานกลาง (Middle Income Trap)
และเติบโตอย่างยงั่ ยนื ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง”
นโยบายสง่ เสริมการลงทนุ
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้กำหนดนโยบายเพื่อให้บรรลุ ตามวิสัยทัศน์ของ
การสง่ เสรมิ การลงทนุ ไว้ ดังน้ี
(1) ส่งเสริมการลงทนุ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ โดยการสง่ เสริม
การวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ
รายงานการศกึ ษาฉบับสุดทา้ ย (Final Report) 2 - 63
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายท่สี ง่ ผลต่อการพฒั นาพนื้ ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพ้ืนท่เี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
และการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม และการลดความ
เหล่ือมล้ำทางเศรษฐกิจและสงั คม
(2) ส่งเสริมกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีการประหยัดพลังงานหรือใช้พลังงาน
ทดแทนเพอ่ื การเตบิ โตอย่างสมดลุ และยงั่ ยนื
(3) ส่งเสริมใหเ้ กดิ การรวมกลุ่มของการลงทุน (Cluster) ท่สี อดคลอ้ งกบั ศักยภาพของพ้ืนท่ี
และสรา้ งความเขม้ แขง็ ของห่วงโซม่ ลู คา่
(4) ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างเสริมเศรษฐกิจท้องถ่ิน
เก้อื กลู ต่อการสรา้ งความมั่นคงในพนื้ ที่
(5) ส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ทั้งในและ
นอกนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และรองรับการรวมกลุ่ม
ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น
(6) ส่งเสริมการลงทุนของไทยในต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของ
ธุรกิจไทย และเพ่ิมบทบาทของประเทศในเวทีโลก
เขตสง่ เสริมการลงทุน
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนดเขตส่งเสริมการลงทุน ออกเป็น 3 เขตส่งเสริม
การลงทุน ซึ่งในประกาศฉบบั นยี้ งั ไม่ไดก้ ำหนดรายละเอียดท่ีชดั เจนของแต่ละเขต มรี ายละเอยี ดเบอ้ื งต้น ดังน้ี
(1) เขตพน้ื ท่ี 20 จงั หวดั ทม่ี รี ายไดต้ ่อหัวตำ่ ได้แก่ กาฬสินธ์ุ ชัยภูมิ นครพนม นา่ น บึงกาฬ
บุรีรัมย์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์
หนองบวั ลำภู อบุ ลราชธานี และอำนาจเจรญิ
(2) เขตพฒั นาเศรษฐกจิ พิเศษ
(3) เขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology Park) ที่ได้รับส่งเสริม
หรือได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ
โดยประกาศฉบับนี้มีการกำหนดกิจกรรมที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
เป็นพิเศษ ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์มากกว่ากิจการประเภทอื่น ๆ โดยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
โดยไมก่ ำหนดวงเงนิ ภาษเี งนิ ไดน้ ิติบคุ คล มที ัง้ สิ้น 15 กจิ กรรม ดงั น้ี
(1) กิจการปลูกไมเ้ ศรษฐกจิ (ยกเว้นยคู าลปิ ตสั )
(2) กจิ การบรกิ ารออกแบบและพัฒนาผลติ ภณั ฑเ์ ชงิ สร้างสรรค์
(3) กจิ การผลติ ลำตัวอากาศยาน ช้ินส่วนลำตัวอากาศยาน ชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เคร่ืองยนต์
ช้นิ ส่วนอากาศยาน ใบพัด อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ เปน็ ตน้
(4) กิจการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์
(5) กิจการซอฟตแ์ วร์
(6) กจิ การผลิตพลงั งานไฟฟ้าหรือพลงั งานไฟฟ้าและไอนำ้ จากขยะหรือเช้อื เพลิงจากขยะ
(Refuse Derived Fuel)
(7) กิจการบรกิ ารดา้ นการจดั การพลงั งาน (Energy Service Company : ESCO)
(8) กจิ การนิคมหรือเขตอตุ สาหกรรมดา้ นเทคโนโลยี
(9) กจิ การ Cloud Service
(10) กจิ การวจิ ยั และพัฒนา
(11) กจิ การเทคโนโลยีชวี ภาพ (Biotectnology)
(12) กจิ การบริการออกแบบทางวิศวกรรม
(13) กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์
รายงานการศึกษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report)
2 - 64 บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทสี่ ่งผลตอ่ การพัฒนาพ้นื ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพนื้ ที่เฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(14) กจิ การบรกิ ารสอบเทยี บมาตรฐาน
(15) กจิ การสถานฝกึ ฝนวชิ าชีพ
หลักเกณฑ์การให้สทิ ธปิ ระโยชน์
โดยสทิ ธปิ ระโยชนท์ ี่จะไดร้ บั จากการส่งเสริมการลงทนุ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
(1) สิทธิและประโยชน์ตามประเภทกิจกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม A กลุ่มกิจการที่จะ
ได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล เครื่องจักร วัตถุดิบ และสิทธิและประโยชน์ที่มิใช่ภาษีอากร
และกลุ่ม B กลุ่มกิจการที่จะได้รับสิทธิและประโยชน์เฉพาะด้านเครื่องจักร วัตถุดิบ และสิทธิและประโยชน์
ทมี่ ใิ ชภ่ าษอี ากร
(2) สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ (Merit-based Incentive) ซึ่งแบ่ง
ออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน กลุ่มที่ 2 สิทธิและ
ประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค กลุ่มที่ 3 สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาพื้นท่ี
อตุ สาหกรรม กลุ่มท่ี 4 สทิ ธแิ ละประโยชนเ์ พ่มิ เติมตามคุณค่าของโครงการ
ทงั้ นี้ คณะกรรมการไดแ้ บ่งเขตการลงทนุ ออกเปน็ 3 เขต ตามปจั จัยทางเศรษฐกจิ โดยใช้รายได้
และส่ิงอำนวยความสะดวกพนื้ ฐานของแต่ละจังหวดั เป็นเกณฑ์ ดังนี้
เขต 1 ประกอบด้วย 6 จังหวัดในส่วนกลาง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี
ปทมุ ธานี สมทุ รปราการ และสมุทรสาคร
เขต 2 ประกอบด้วย 12 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก
พระนครศรอี ยธุ ยา ภูเก็ต ระยอง ราชบรุ ี สมทุ รสงคราม สระบุรี สพุ รรณบรุ ี และอา่ งทอง
เขต 3 ประกอบด้วย 58 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 36 จังหวัด และ 22 จังหวัด
รายได้ตำ่ ดงั น้ี
(ก) 36 จงั หวดั ไดแ้ ก่ กระบ่ี กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชยั นาท ชุมพร เชียงราย
เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พังงา พัทลุง
พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ระนอง ลพบุรี ลำปาง ลำพูน เลย สงขลา สระแก้ว
สงิ หบ์ ุรี สุโขทัย สรุ าษฏรธ์ านี อตุ รดติ ถ์ และอทุ ัยธานี
(ข) 22 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ นครพนม นราธิวาส น่าน บุรีรัมย์ ปัตตานี พะเยา
แพร่ มหาสารคาม ยโสธร ยะลา ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สุรินทร์ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ หนองคาย
อุบลราชธานี อดุ รธานี และอำนาจเจริญ
โดยจังหวัดเลยอยู่ในเขต 3 เป็นเขตส่งเสริมการลงทุน 36 จังหวัด โดยมีสิทธิและ
ประโยชน์ดา้ นภาษอี ากรตามเขตการลงทนุ ดังน้ี
(1) โครงการที่ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมในท้องท่ี
36 จังหวัด และโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
แหลมฉบัง และนคิ มหรือเขตอตุ สาหกรรมท่ีไดร้ ับการสง่ เสรมิ ในจงั หวดั ระยอง
(ก) ใหไ้ ดร้ บั ยกเวน้ อากรขาเข้าสำหรบั เครื่องจกั ร
(ข) ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี ทั้งนี้ ผู้ได้รับการส่งเสริมใน
โครงการที่มีขนาดการลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) จะต้องดำเนินการ
ให้ไดร้ ับใบรบั รองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรอื มาตรฐานสากลอ่นื ทเ่ี ทียบเท่าภายในระยะเวลา 2 ปี
นับตั้งแต่วันเปิดดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการได้จะถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษี
เงนิ ได้นิติบุคคล 1 ปี
(ค) ให้ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ หรือวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิต
เพอื่ การส่งออกเปน็ ระยะเวลา 5 ปี
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 65
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่สี ง่ ผลต่อการพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพ้ืนท่ีเฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(ง) ให้ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิ ที่ได้จากการลงทุน
ในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้
นิตบิ คุ คล
(จ) อนุญาตให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปา 2 เท่าเป็นระยะเวลา 10 ปี
นับแตว่ นั ท่เี ร่ิมมีรายได้จากกิจการท่ีได้รับการส่งเสริม
(ฉ) อนุญาตให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกจากกำไรสุทธิร้อยละ 25
ของเงินที่ลงทุนแล้วในการนั้นในกิจการที่ได้รับส่งเสริม โดยผู้ได้รับการส่งเสริมจะเลือกหักจากกำไรสุทธิ
ของปีใดปีหนึ่ง หรือหลายปีก็ได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่มีรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งนี้
นอกเหนือไปจากการหักคา่ เส่ือมราคาตามปกติ
(ช) ให้ได้รับการลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ หรือวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลติ
เพอื่ จำหน่ายในประเทศ ร้อยละ 75 เปน็ ระยะเวลา 5 ปี (จะอนุมัติใหค้ ราวละ 1 ป)ี ยกเว้นนคิ มอุตสาหกรรมแหลม
ฉบัง และโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 เป็นต้นไป ที่ตั้ งสถานประกอบการ
ในนิคมหรือเขตอตุ สาหกรรมทไ่ี ด้รับการสง่ เสรมิ ในจังหวดั ระยอง จะไมไ่ ด้รับสิทธิข้อน้ี
(2) โครงการท่ตี ้ังนอกนคิ มหรือเขตอตุ สาหกรรมที่ได้รับการส่งเสรมิ ในทอ้ งที่ 36 จังหวัด
(ก) ให้ไดร้ บั ยกเวน้ อากรขาเขา้ สำหรบั เครอ่ื งจักร
(ข) ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี ทั้งนี้ ผู้ได้รับการส่งเสริมใน
โครงการที่มีขนาดการลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) จะต้องดำเนินการ
ใหไ้ ดร้ ับใบรับรองระบบคณุ ภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือมาตรฐานสากลอน่ื ทีเ่ ทยี บเทา่ ภายในระยะเวลา 2 ปี
นับตั้งแต่วันเปิดดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการได้จะถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้
นติ บิ ุคคล 1 ปี
(ค) ให้ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ หรือวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิต
เพอ่ื การส่งออกเปน็ ระยะเวลา 5 ปี
(ง) อนุญาตให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกจากกำไรสุทธิร้อยละ 25
ของเงินที่ลงทุนแล้วในการนั้นในกิจการที่ได้รับส่งเสริม โดยผู้ได้รับการส่งเสริมจะเลือกหักจากกำไรสุทธิ
ของปีใดปีหนึ่ง หรือหลายปีก็ได้ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่มีรายได้จากกิ จการที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งนี้
นอกเหนือไปจากการหกั ค่าเสอื่ มราคาตามปกติ
2.6.5 กฎหมายเกี่ยวกบั การค้าระหวา่ งประเทศ
กฎหมายการค้าระหว่างประเทศเป็นมาตรการเกี่ยวกับการวางกฎเกณฑ์วิธีการของการค้าระหว่าง
ประเทศเกี่ยวกับ สัญญาซื้อขาย การนำสินค้าเข้า-ออก การขนส่ง การประกันภัย การศุลกากร ทั้งนี้ในส่วนของ
การส่งเสรมิ และสนับสนุนการค้าชายแดนในส่วนที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว จึงควรพิจารณา
มาตรการเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศจึงประกอบด้วยกฎหมายศุลกากร พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอก
และการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซง่ึ สินค้า และกฎหมายสง่ เสรมิ การลงทุน ดังน้ี
1) พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 กฎหมายศุลกากร เป็นมาตรการเกี่ยวข้องกับ
การนำของเข้าหรือส่งของออกราชอาณาจักรและการศุลกากรในการกำหนดวิธีการเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้า
ตลอดจนเงื่อนไขในการขนถ่าย การเก็บรักษา สินค้า และการนำสินค้าออกไปจากเขตศุลกากรขึ้นโดยเฉพาะ
ตามมาตรา 18 ดงั นี้
18 มาตรา 3 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 บัญญัติว่า “ในพระราชบัญญัตินี้
เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น” “ทางอนุมัติ” ให้หมายความว่า ทางที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
ให้เป็นทางที่จะใช้ขนส่งของเข้าในหรือออกนอก ราชอาณาจักรได้ หรือจากเขตแดนทางบกมายังด่าน ศุลกากร
หรือจากด่านศุลกากรไปยังเขตแดนทางบกได้ “ด่านพรมแดน” ให้หมายความว่า ด่านที่ตั้งขึ้นไว้โดยกฎกระทรวง
รายงานการศึกษาฉบับสุดท้าย (Final Report)
2 - 66 บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่สง่ ผลตอ่ การพัฒนาพ้ืนที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พน้ื ท่ีเฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ณ ทางอนุมัติ เพื่อตรวจของที่ขนส่งโดยทางนั้น “ด่านศุลกากร” ให้หมายความวา่ ด่านที่ต้ังข้ึนไว้โดยกฎกระทรวง
ณ ทางอนุมัติ เพื่อเก็บศุลกากรแก่ของทีข่ นส่งโดยทางนัน้ และเพื่อตรวจของดว้ ย “การนำของเขา้ หรือส่งของออก
ทางบก” ให้หมายความรวมตลอดถงึ การนำของเขา้ หรอื ส่งของออกทางลำน้ำ ซ่ึงเปน็ เขตแดนทางบกหรอื ตอนหนงึ่
แห่งเขตแดนนั้น แต่ไมร่ วมถึงการนำของเข้าหรอื ส่งของออกทางไปรษณีย์ หรือทางอากาศ”
เป็นมาตรการดำเนินการมีวัตถุประสงค์เพื่ อการนำของเข้าหรือส่งของออกราชอาณา จั กร
การศุลกากร ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดตั้งเขตปลอดอากรสำหรับการประกอบอุตสาหกรรม
พาณิชยกรรม หรือกิจการอืน่ ใดที่เปน็ ประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้มอี ำนาจกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการอนุมัติให้จัดตั้งเขตปลอดอากร การอนุมัติเส้นทางที่จะใช้ขนส่งของ
เข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักร ได้หรือจากเขตแดนทางบกมายังด่านศุลกากร หรือจากด่านศุลกากรไปยัง
เขตแดนทางบก ดา่ นพรมแดน
การออกกฎกระทรวงเพื่อตั้งศุลกากรต้องคำนึงถึงความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เช่น ปริมาณ
การค้าชายแดน ณ จดุ นั้น ความม่นั คงของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชนทีไ่ ปมาค้าขาย ในบรเิ วณดังกล่าว
ความพร้อมของหน่วยงานศุลกากร เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานปกครองในพื้นที่ ความพร้อม
ด้านงบประมาณกอ่ สร้าง รวมถงึ อัตรากำลังพนักงานเจ้าหน้าทีท่ ่ีเกีย่ วข้องซงึ่ ตอ้ งไป ประจำการ ณ จุดนั้น
1) พระราชบญั ญตั ิการส่งออกไปนอกและการนำเขา้ มาในราชอาณาจักรซึ่งสนิ คา้ พ.ศ. 2522
ในการสง่ ออกหรอื ในการนำเข้าสินคา้ ใดทส่ี ่งออกหรือนำเข้า เป็นสนิ คา้ ท่ีตอ้ งมหี นงั สือรับรองถิ่น
กำเนิดสินค้า หนังสือรับรองคุณภาพสินค้า หรือหนังสือรับรองอื่นใดตามความตกลงหรือประเพณีทางการค้า
ระหว่างประเทศ โดยมีมาตรการเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการส่งออกหรือการนำเข้า เมื่อพิจารณาถึง
การคา้ ระหว่างประเทศกบั ประเทศเพ่ือนบา้ นที่มีอาณาเขตติดกัน สามารถแบ่ง ได้ 2 ประเภท
(1) การค้าชายแดน ซง่ึ เกย่ี วข้องกับระบบงานของศลุ กากร สามารถแบง่ ได้เปน็ 2 รปู แบบ คอื
(ก) นำเข้า (Import) หมายถึง นำเข้ามาใช้หรือบริโภคในราชอาณาจักรนำกลับเข้ามา
(Re - Import) หมายถึง ส่งออกไปก่อนแลว้ จงึ นำกลับเขา้ มาภายหลัง
(ข) ส่งออก (Export) หมายถึง ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ส่งกลับออกไป (Re - Export)
หมายถงึ นำเข้ามาก่อนแลว้ จึงสง่ กลบั ออกไปภายหลงั
โดยมีนยั สำคัญตามมาตรา 19 ดงั นี้
19 มาตรา 5 ตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนา เข้ามาในราชอาณาจักร
ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า “ในกรณีที่จำเป็นหรือสมควรเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สาธารณ ประโยชน์
การสาธารณสุข ความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรยี บร้อยหรอื ศีลธรรมอันดขี อง ประชาชน หรือเพ่ือประโยชน์อื่น
ใดของรัฐให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในเร่ืองหน่ึงเรื่องใดดงั ต่อไปน้ี
(ก) กำหนดสนิ คา้ ใดใหเ้ ป็นสินคา้ ท่ตี ้องห้ามในการสง่ ออกหรือในการนำเข้า
(ข) กำหนดสินคา้ ใดใหเ้ ปน็ สินคา้ ทีต่ ้องขออนุญาตในการสง่ ออกหรือในการนำเข้า
(ค) กำหนดประเภท ชนิด คุณภาพ มาตรฐาน จำนวน ปริมาตร ขนาด น้ำหนักราคา ชื่อที่ใช้
ในทางการค้า ตราเครื่องหมายการค้า ถิ่น กำเนิดสำหรับสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้าตลอดจนกำหนดประเทศที่ส่ง
ไปหรือประเทศท่สี ่งมาซ่ึงสินคา้ ดงั กล่าว
(ง) กำหนดประเภทและชนิดของสินค้าที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกหรือ
ในการนำเข้า
(จ) กำหนดให้สินค้าใดที่ส่งออกหรือนำเข้าเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า
หนังสือรบั รองคุณภาพสินคา้ หรอื หนังสือ รบั รองอืน่ ใดตามความตกลงหรอื ประเพณีทางการค้าระหว่างประเทศ
รายงานการศึกษาฉบบั สุดท้าย (Final Report)
บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทส่ี ง่ ผลตอ่ การพัฒนาพ้ืนท่ี 2 - 67
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พน้ื ท่เี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(ฉ) กำหนดมาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบในการส่งออกหรือการนำเข้า
ตามพระราชบัญญัตินี้ การแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกประกาศตามมาตรานี้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับ
โดยอนุโลม”
(2) สินค้าผ่านแดน (Transit Cargo) หรือ ส่งผ่านประเทศ (Transit or Transshipment)
ใช้สำหรบั ประเทศ Land locked Country ตามอนุสัญญาบาเซโลนา ค.ศ. 1921 สนิ ค้าถา่ ยลา (Transshipment
Cargo) เปน็ ตาม มาตรา 58 แหง่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 หมายถึงการขนสง่ สนิ คา้ ผา่ นราชอาณาจักร โดยมิได้
ใช้ประโยชน์หรือนำไปสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในประเทศ สินค้าประเภทนี้จะไม่มีภาระในอันที่จะต้องเสียภาษีและ
ไมม่ ภี าระในอันท่จี ะต้องขออนุญาตนำเขา้ และสง่ ออก เป็นการค้าท่อี าศัยประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกัน
แล้วผ่านไปยังอีกประเทศหนึ่ง การค้าในรูปแบบนี้ประเทศไทยได้ทำความตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านเพียง
ประเทศเดียวเท่านั้น คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สำหรับสินค้าผ่านแดน มีกฎหมายที่ควบคุม
การสง่ ผ่าน นำผ่านราชอาณาจักร ซึง่ เกย่ี วกบั การศุลกากร ดงั น้ี
(ก) พ.ร.บ. กกั พชื พ.ศ. 2507
(ข) พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธ
พ.ศ. 2490
(ค) พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
(ง) พ.ร.บ. เช้ือโรคและพิษจากสตั ว์ พ.ศ. 2525
(จ) พ.ร.บ. วตั ถทุ ีอ่ อกฤทธ์ติ ่อจติ และประสาท พ.ศ. 2518
(ฉ) พ.ร.บ. ควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งอาวุธยุทธภัณฑ์และสิ่งที่ใช้ในการ
สงคราม พ.ศ. 2495
(ช) พ.ร.บ. ปุย๋ พ.ศ. 2518
(ซ) พ.ร.บ. วัตถุอนั ตราย พ.ศ. 2535
(ฌ) พ.ร.บ. ยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522
(ญ) พ.ร.บ. สงวนและคมุ้ ครองสัตวป์ ่า พ.ศ. 2535
(ฎ) พ.ร.บ. พนั ธพุ์ ืช พ.ศ. 2518
(ฏ) พ.ร.บ.ควบคมุ ยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530
2) พระราชบญั ญัตสิ ่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 พระราชบญั ญตั ิส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
เป็นมาตรการส่งเสริมโดยการให้สิทธิประโยชน์ หลักประกันและการคุ้มครองตลาดแก่ผู้ลงทุนที่ได้รับการส่งเสรมิ
โดยให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการที่สำคัญ และเป็นประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ของประเทศ กิจการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ กิจการที่ใช้ทุน แรงงานหรือบริการในอัตราสูง
หรือกิจการที่ใช้ผลิตผลการเกษตร หรือทรัพยากรธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบ ซึ่งกิจการนั้นยังไม่มีในประเทศ
หรอื มีไม่เพียงพอ หรอื กรรมวธิ กี ารผลิตยงั ไมท่ นั สมัย ดว้ ยกำหนด ประเภทและขนาดของกจิ การท่ีจะให้การสง่ เสรมิ
การลงทุน โดยจะกำหนดเงื่อนไขในการให้การส่งเสริม แก่บริษัท มูลนิธิ หรือสหกรณ์ โครงการลงทุนที่ให้
การส่งเสริมการลงทุนจะพิจารณาถึงจำนวนผู้ผลิตและกำลังผลิตในกิจการ ที่มีอยู่แล้วกับประมาณการ
ความต้องการและขนาดกำลังผลิตที่จะส่งเสริม โอกาสที่กิจการนั้นจะขยายตลาดผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลที่ผลิต
หรอื ประกอบไดแ้ ละท่ีสนับสนุนให้มกี ารผลิตหรือประกอบ ปรมิ าณและอัตราการ ใชท้ รพั ยากร รวมท้ังทุน วัตถุดิบ
หรือวัสดุจำเป็น และแรงงาน หรือบริการอย่างอื่นที่มีอยู่ จำนวนเงินตราต่างประเทศที่จะประหยัด หรือสงวน
ไว้ได้และที่จะนำเข้า ความเหมาะสมของกรรมวิธีการผลิตหรือประกอบ และหลักเกณฑ์ที่จำเป็นและเหมาะสม
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 68 บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายท่ีส่งผลต่อการพัฒนาพืน้ ท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พืน้ ทเี่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
และต้องเป็นโครงการลงทุนที่มีมาตรการอันสมควรที่จะป้องกันและ ควบคุมมิให้เกิดผลเสียหายต่อคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อมโครงการท่ไี ดร้ ับการสง่ เสรมิ การลงทุนจะได้รบั ยกเวน้
(1) ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการ กำหนดเป็นสัดส่วน
ของเงินลงทุนโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ซึ่งต้องมีกำหนดเวลาไม่เกินแปดปีนับแต่วันที่เริ่มมีรายได้
กรณีที่ประกอบกิจการขาดทนุ ในระหวา่ งเวลาได้รบั ยกเว้นภาษีเงนิ ได้นิตบิ ุคคล ให้นำผลขาดทุนประจำปีที่เกิดขนึ้
ในระหว่างเวลานั้นไปหักออกจากกำ ไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
มีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปี หรือสิทธิและประโยชน์พิเศษลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จาก
การลงทุนในอัตราร้อยละห้าสิบของอัตราปกติมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปี นับแต่การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
สิ้นสุดลง หรือ กิจการที่ได้รับการส่งเสริมไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อนุญาตให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า
และค่าประปาสองเท่าของจำนวนเงินที่ผู้ได้รับการส่งเสริมได้เสียไปเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการที่ได้รับ
การส่งเสริม การอนุญาตให้หักเงินที่ผู้ได้รับการสง่ เสริมการลงทุนในการติดตั้งหรือก่อสร้างสิง่ อำนวยความสะดวก
ในการประกอบกจิ การท่ไี ด้รบั การส่งเสริม จากกำไรรวมทั้งส้นิ ไมเ่ กนิ รอ้ ยละย่ีสบิ ห้าของเงินทีล่ งทุน
(2) การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ
เพื่อใช้ ผลิต ผสม หรือประกอบผลิตภัณฑ์ หรือผลิตผลเฉพาะที่ใช้ในการส่งออก หรือของที่ผู้ได้รับการส่งเสริม
นำเข้ามาเพื่อส่งกลับออกไป หรือยกเว้นอากรขาออกสำหรับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผล หรือหักเงินได้พึงประเมิน
ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ตามเงื่อนไข วิธีการ
และระยะเวลาทก่ี ำหนด
2.6.6 สรปุ มาตรการทส่ี ่งผลตอ่ กรอบการวางผงั พ้นื ท่ีเฉพาะ
ด้วยมาตรการและกฎหมายดังที่กล่าวมาทั้งหมด สามารถจัดกลุ่มและพิจารณาอิทธิพลหรือกรอบ
การปฏิบัตทิ ี่จะสง่ ผลต่อการพัฒนาโครงการ ได้ดังนี้
1) มาตรการและกฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาที่เมืองและสิ่งแวดล้อม : เป็นกรอบมาตรการ
ที่บอกถึงสิทธิหรือการอนุญาตให้เกิดการพัฒนาหรือการวางแผนผังเมืองบนพื้นที่ดินของพื้นที่ศึ กษาและพื้นที่
โครงการในภาพรวม ตามสิทธิของกฎหมายในที่ดินนั้นรวมถึงมาตรการที่กำหนดกรอบของกิจกรรมการ
ใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินประเภทตา่ ง ๆ ในพ้ืนที่ ไดแ้ ก่
(1) กฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดเลย ส่งผลต่อการกำหนดพื้นที่โครงการที่จะต้อง
ประกอบด้วยบริเวณทอ่ี ยู่อาศัย พืน้ ที่เกษตรกรรมท่ีเป็นวิถชี วี ติ และพื้นท่ีส่วนขยายชมุ ชนตามกจิ กรรมที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 และพระราชบัญญัติที่จะส่งผลต่อ
การพฒั นาโครงการต่อไป คอื พระราชบญั ญตั กิ ารผงั เมอื ง พ.ศ.2558
(2) พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 และ พระราชบัญญัติ
ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2559 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และพระราชบัญญัติส่งเสริม
และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ส่งผลต่อการกำหนดเขตพื้นที่โครงการ รวมถึงกิจกรรม
ที่อนุญาตให้ใช้ในพื้นที่ซึ่งมีกฎหมายเหล่านี้ครอบคลุมในเขตพื้นที่โครงการชุมชนชายแดนบ้านเหมืองแพร่ ทั้งน้ี
ชุมชนบ้านเหมืองแพร่มีการทำการเกษตรกรรมบางส่วนในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่สงวนบริเวณเนินเขารอบชุมชน
อย่างไรก็ตามการใช้พื้นที่เลี้ยงชีพทำการเกษตรนี้จะต้องเป็นไปตามกรอบข้อตกลงจากหน่วยงานผู้ดูแลพื้นท่ี
เหล่านี้เป็นหลกั
2) มาตรการและกฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาพื้นท่ชี ุมชนและอาคาร : เปน็ กรอบทางกฎหมาย
ที่เป็นแนวทางในการวางผังชุมชน เพื่อกำหนดสัดส่วนตามกิจกรรมการใช้ประโยชน์ของพื้นที่แต่ละแปลงรวมถึง
สดั ส่วนและขนาดของอาคารที่สามารถเกิดขน้ึ ได้ ประกอบด้วย
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 69
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายทสี่ ง่ ผลต่อการพัฒนาพ้ืนที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พนื้ ทเี่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
(1) พระราชบัญญัติการขุดดินถมดิน พ.ศ. 2543 และ พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. 2543 เปน็ กลุม่ กฎหมายท่ีเป็นกรอบการกำหนดแนวทางการพัฒนาทดี่ ิน การกำหนดขนาดและสัดส่วนของ
กลุ่มอาคาร หรือหมู่บ้านจัดสรร ระยะถอยร่นจากเขตที่ดิน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักประการหนึ่งของโครงการ
เป็นหลกั
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ซึ่งออกตามความใน พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. 2522 และ พระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เป็นกลุ่มกฎหมายที่สง่ อิทธิพลต่อขนาดและสัดส่วน
ของอาคาร ตลอดจนการจดั การด้านสุขลักษณะของอาคารในชุมชน
3) มาตรการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารพื้นที่ชายแดน : เป็นกรอบทางกฎหมายท่ี
เปน็ แนวทางในการรกั ษาความปลอดภยั บรเิ วณจุดผ่านแดน การทำกจิ กรรมบริเวณชายแดน เช่น กิจกรรมการค้า
กจิ กรรมการเดนิ ทางระหวา่ งประเทศ โดยถือเป็นสงิ่ พงึ ต้องปฏิบัติ ไดแ้ ก่ พระราชบัญญตั คิ นเขา้ เมอื ง พ.ศ. 2522
และพระราชบัญญตั ิการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซงึ่ สินคา้ พ.ศ. 2522
มาตรการและกรอบทางกฎหมายทั้ง 3 หมวดจะเป็นแนวทางในตามขั้นตอนการวางผังพื้นท่ี
เฉพาะชุมชนชายแดนบ้านเหมืองแพร่ ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดขอบเขตพื้นที่การวางกิจกรรมและกำหนด
การใช้ประโยชนท์ ด่ี นิ ตลอดจนการสรา้ งกลไกกิจกรรมบริเวณจุดผอ่ นปรนทสี่ ง่ ผลต่อการพฒั นาพ้ืนที่และโครงการ
พัฒนาในอนาคต
4) มาตรการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุน : เป็นมาตรการเชิงบวกตาม
นโยบายการส่งเสรมิ การพฒั นาทางเศรษฐกจิ และการลงทนุ พน้ื ทีต่ า่ ง ๆ ของประเทศไทย ซึง่ มาตรการเหลา่ น้ถี อื เป็น
ปัจจัยภายนอก ที่จะเป็นกรอบแนวทางของการพัฒนาพื้นที่เฉพาะในแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมชน
และเศรษฐกิจระดับชายแดน ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธรุ กิจค้าปลีกหรือค้าสง่ และประกาศ
คณะกรรมการสง่ เสริมการลงทุน ออกตามพระราชบญั ญัติสง่ เสรมิ การลงทุน
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 70 บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทส่ี ง่ ผลต่อการพัฒนาพื้นท่ี
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพืน้ ทเ่ี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
2.7 กรณีศึกษาเปรียบเทียบ
2.7.1 กรณศี กึ ษา : เมืองเบตง จงั หวัดยะลา
1. ตำแหน่งที่ตั้ง :
เบตงเป็นอำเภอที่อยู่ทางทิศใต้สุดของประเทศไทย ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นพื้นที่
รายล้อมด้วยภูเขา อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และเป็นเมืองที่มีชายแดนติดกับรัฐเกดะห์
ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้เมืองเบตงมีความโดดเด่นในฐานะเมืองการค้าและการท่องเที่ยวทางด้านสังคม
และวัฒนธรรม อำเภอเบตงประกอบด้วยประชาชน 3 กลุ่มใหญ่ คือ คนไทย คนไทยเชื้อสายมลายู และคนไทย
เชื้อสายจีน เป็นเมืองที่มีความเป็น “สังคมพหุลักษณ์” (Plural Societies) ซึ่งประชากรมีความแตกต่าง
ทางเชื้อชาติ (Race) ต่างวัฒนธรรม (Cultural Heterogeneous) แต่สามารถแสดงออกทางชาติพันธุ์ ศาสนา
ได้อย่างเท่าเทียม สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ไม่มีความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่งต่างจากเมืองอื่น ๆ ในสามจังหวัด
ชายแดนใต้อีกด้วย(รปู ที่ 2.7.1-1)
รายงานการศึกษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report) 2 - 71
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพ้นื ทเ่ี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธิการและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
รปู ท่ี 2.7.1-1 แผนทีเ่ มอื งเบตง จังหวดั ยะลา
รายงานการศกึ ษาฉบับสุดท้าย (Final Report)
2 - 72 บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่ีส่งผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ท่ี
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พ้นื ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
2. บทบาทและศักยภาพของเมอื ง :
เมืองเบตงเป็นเมืองที่มีศักยภาพภาพในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจทั้งด้านการค้าและ
การท่องเท่ียวสำหรบั มูลคา่ การค้าชายแดนสงู เป็นอันดบั หนง่ึ ในบรรดาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายปีติดต่อกัน
ในปี พ.ศ. 2557 ดา่ นศลุ กากรเบตงมมี ลู คา่ การนำเข้า-ส่งออกเท่ากบั 3,533.69 ล้านบาท (กรมการคา้ ตา่ งประเทศ,
2558) ในอีกด้านหนึ่งเมืองเบตงมีการเติบโตของชุมชนอยู่อาศัยไปพร้อมกับกิจกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยว
ขณะที่โครงสร้างเมืองทั้งระบบการจราจรและระบบผังเมืองพร้อมให้บริการและเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ด้วยเช่นเดียวกัน ข้อได้เปรียบที่สำคัญ 3 ประการที่ทำให้เมืองเบตงมีศักยภาพการพัฒนาเมืองด้านการท่องเที่ยว
ไดแ้ ก่
- ประการทห่ี นงึ่ เมอื งเบตงมลี กั ษณะภูมศิ าสตร์ตดิ ต่อกบั ประเทศมาเลเซยี สง่ ผลใหก้ ารเดินทาง
ระหว่างประเทศมีความสะดวกรวดเร็ว สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศแบบเช้าไ ปเย็นกลับ
(one day trip) ได้
- ประการที่สอง เมืองเบตงมีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานและมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญ
ในปัจจัยด้านสายสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนกับชาวมลายู เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจึงคล้ายคลึงกับชาวมาเลเซีย
สง่ ผลให้ชาวมาเลเซียไม่มีความรูส้ ึกขัดแย้งในการมาทอ่ งเที่ยวภายในพืน้ ที่อำเภอ
- ประการที่สาม เมืองเบตงมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
เช่นป่าบาลาฮาลา และแหล่งท่องเทีย่ วบริการเมือง รวมถึงมีสิง่ อำนวยความสะดวกที่ครบครนั ให้แก่นักท่องเที่ยว
เชน่ โรงแรมที่พกั ร้านอาหาร รา้ นคา้ ปลกี ป้ายบอกทางทมี่ ี 3 ภาษา คอื ภาษาจนี ภาษาอังกฤษ และภาษามลายู
ด้วยปจั จัยทง้ั 3 ประการน้ที ำให้เมอื งเบตงมีศักยภาพทางด้านการคา้ การบรกิ าร และการทอ่ งเที่ยวสูง
แมใ้ นภาวการณเ์ หตุการณค์ วามไมส่ งบทางภาคใต้ เมอื งเบตงกย็ ังสามารถดงึ ดดู นักท่องเทย่ี วชาวมาเลเซยี และสิงคโปร์
เดินทางเขา้ มาท่องเที่ยวภายในเมืองเบตงมากในระดบั หนึ่ง
3. ขอ้ จำกัดตอ่ การพฒั นาเมืองและการทอ่ งเทีย่ ว :
ดว้ ยตำแหนง่ ท่ตี ั้งของเมืองเบตงอยู่ในภมู ิประเทศที่เปน็ หบุ เขา ทำใหก้ ารเดินทางเข้าถึงค่อนข้าง
เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยว ปริมาณฝนตกชุกทำให้มีช่วงเวลาสำหรับนักท่องเที่ยวน้อย ทั้งนี้รวมถึง
การเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ผลจากปัญหาความ
ไมส่ งบในบางเหตกุ ารณส์ ่งผลกระทบตอ่ ตลาดการท่องเท่ยี วภายในอำเภอ (รปู ที่ 2.7.1-2)
รปู ท่ี 2.7.1-2 สภาพเมืองเบตง จงั หวดั ยะลา 2 - 73
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ทา้ ย (Final Report)
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทีส่ ่งผลตอ่ การพฒั นาพืน้ ท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พนื้ ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
4. การส่งเสริมการท่องเท่ยี ว :
นโยบายของจังหวัดยะลามีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานของอำเภอเบตงให้สดคล้องต่อการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทั้งการสร้างรายได้ให้
กับประชากรในพื้นที่ การเพิ่มความสะดวกให้แก่นักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงการฟื้นฟูการท่องเที่ยว
แหลง่ ท่องเท่ียว และการสรา้ งความเชอ่ื มั่นดา้ นความปลอดภยั ใหแ้ กน่ ักท่องเท่ียวและประชาชนในพ้ืนท่ี การรักษา
ความเป็นพหุวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจึงเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสริมสร้างอำนาจ
ของประชาชน (Empower) ให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาร่วมกับภาครัฐ การสนับสนุนจากภาครัฐจึงเป็นกลไก
สำคัญในการพัฒนาพื้นที่เบตงในฐานะเมืองชายแดน เชื่อมโยงประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
ใหส้ ามารถเพมิ่ โอกาสทางเศรษฐกิจการค้าและการท่องเทยี่ วอย่างยง่ั ยนื มจี ดุ มุง่ หมาย ดงั น้ี
- การเพ่มิ ความสะดวกใหแ้ ก่นกั ลงทุนและนักท่องเที่ยว
- การฟื้นฟกู ารท่องเที่ยว แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
- การสรา้ งความเชอ่ื มน่ั ด้านความปลอดภัย
เทศบาลเมืองเบตงมีแนวคิดในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการให้ความสำคัญต่อการพัฒนา
เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจำนวน 65 แห่งทั่วเมือง เช่น อุโมงค์ปิยะมิตร พิพิธภัณฑ์
ประวัติศาสตร์อดีตพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ป่าบาลาฮาลา เป็นต้น พร้อมทั้งส่งเสริมเทศกาลทางวัฒนธรรม
ในท้องถิ่น เช่น ประเพณีไหว้พระจันทร์ เทศกาลฮารีรายอ เป็นต้น นอกจากนี้ เทศบาลเมืองเบต งยังคำนึงถึง
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากการ
มีสนามบนิ เบตงในอนาคตดว้ ยเช่นกนั
5. ยุทธศาสตร์การพฒั นาเทศบาลเมอื งเบตง :
การวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลเมืองเบตง พ.ศ.2558 - 2562 ได้กำหนดวิสัยทัศน์
การพฒั นาของเทศบาลเมืองเบตง ไว้ดังน้ี
“เบตงเมืองแห่งการเรียนรู้ เกษตรท่องเที่ยว เมืองน่าอยู่สู่เมืองสุขภาวะพัฒนาสู่สากลบน
วิถวี ฒั นธรรมท่ีหลากหลาย” และได้กำหนดยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาไว้ ดังนี้ (รปู ที่ 2.7.1-3)
5.1 ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านนี้มุ่งเน้นการจัดระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค
สาธารณูปการและการบริการสาธารณะให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพและสภาพแวดล้อมทางด้านกายภาพ
ของเมอื ง อันจะเป็นการชว่ ยเสริมความสะดวกในการอยู่อาศัย การเดนิ ทางและการ ประกอบอาชพี ของประชาชน
แนวทางการพฒั นา
(1) ก่อสร้าง ปรบั ปรงุ บาํ รงุ รักษาถนน สะพาน ทางเทา้ ท่อระบายนำ้
(2) พัฒนาปรับปรงุ ระบบจราจร
(3) กอ่ สรา้ ง ปรบั ปรุง บาํ รงุ บรู ณะสาธารณปู การไฟฟา้ และประปา
รายงานการศึกษาฉบับสุดท้าย (Final Report)
2 - 74 บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พืน้ ทเี่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ที่มา : ผังเมืองรวมเมอื งเบตง จังหวัดยะลา พ.ศ. 2553
รูปที่ 2.7.1-3 ผงั เมืองรวมเมอื งเบตง พ.ศ.2553
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ทา้ ย (Final Report)
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่ีส่งผลต่อการพัฒนาพ้นื ที่ 2 - 75
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พน้ื ท่เี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
5.2 ยุทธศาสตร์ดา้ นการพฒั นาสง่ เสริมคุณภาพชวี ิต
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการศึกษา ที่มีคุณภาพ
อย่างทั่วถึงภายใต้ระบบการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย ตลอดจนพัฒนาการศึกษาเพื่อมุ่งไปสู่ความเป็น
นานาชาติภายใตศ้ ักยภาพของท้องถิ่น มุ่งเน้นการพัฒนา ด้านกีฬา ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็ก สตรีคนชราและ
ผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาที่เสริมสร้างเศรษฐกิจของประชาชนในท้องถิ่นให้ได้รับการ ส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้
ของประชาชน ตลอดจนการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แนวทางการพฒั นา
(1) ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาการจัดการศึกษาทั้งในระบบการศึกษาตามอัธยาศัย
และการพัฒนาแหลง่ เรยี นรู้
(2) พฒั นาคณุ ภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุสตรี เดก็ และเยาวชน
(3) ส่งเสริมสนบั สนุนการกีฬาและกจิ กรรมนนั ทนาการ
(4) สง่ เสริมและพฒั นาอาชพี ให้แก่ประชาชน
(5) พฒั นา สงเสรมิ บา้ นเมอื งนา่ อยู่
(6) พัฒนาสร้างจติ สํานึกและความตระหนักในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
5.3 ยุทธศาสตรด์ ้านการสง่ เสรมิ ด้านสาธารณสุข
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการบริการทางด้าน
สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง การรักษาสุขภาพอนามัย และส่งเสริมสนับสนุนการแก้ปัญหา
ยาเสพติดและโรคตดิ ตอ่
แนวทางการพัฒนา
(1) สง่ เสริมสนบั สนนุ การแกป้ ญั หายาเสพตดิ และโรคติดตอ่
(2) สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การพัฒนาสาธารณสุข
(3) พัฒนา ส่งเสริมปอ้ งกนั รักษาสขุ ภาพอนามยั ของประชาชน
5.4 ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมด้านศิลปะ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและความสัมพันธ์
ทางด้านตา่ งประเทศ
ยุทธศาสตร์การพฒั นาดา้ นนีม้ ุง่ เน้น พัฒนาศักยภาพทางด้านการทอ่ งเที่ยวอย่างครบวงจร
ในพื้นที่ มุ่งเน้นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณีและสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจใน
วัฒนธรรม จารีตประเพณอี ันดีงาม เสริมสร้างจิตสํานึกและความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติตนต่อสังคมภายใต้ความ
หลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนการฟื้นฟูและรักษาเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของท้องถิ่น และเน้นการพัฒนาที่
ยั่งยนื และเสริมสร้างความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ
แนวทางการพฒั นา
(1) พัฒนาและสง่ เสรมิ ความสมพันธ์ทางดา้ นตา่ งประเทศ
(2) ส่งเสรมิ สนบั สนนุ และพัฒนาการท่องเท่ยี ว
(3) พัฒนาสง่ เสรมิ การจัดงานเทศกาล ประเพณี
(4) อนุรักษ์สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมไทย ส่งเสรมเอกลักษณ์จารีตประเพณีและภูมิปัญญา
ท้องถ่นิ ส่งเสริมกจิ การศาสนา
5.5 ยุทธศาสตร์ดา้ นการเมอื งและการบรหิ าร
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงและจัดระบบการบริหารงานให้สามารถ
บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การปรับปรุง พัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีเคร่ืองมือ เครื่องใช้
รายงานการศึกษาฉบบั สดุ ท้าย (Final Report)
2 - 76 บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่สี ง่ ผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพนื้ ทีเ่ ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
และสถานที่ปฏิบัติให้เพียงพอและทันสมัย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และสนใจในกิจการของท้องถ่ิน
ตลอดจนการเสรมิ สร้าง วัฒนธรรมในการบรกิ ารประชาชนและองค์กร
แนวทางการพฒั นา
(1) พัฒนาส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและการมสี่วนร่วมด้านการพัฒนาและบริการ
แก่ประชาชน
(2) ปรบั ปรุงประสิทธภิ าพการบริการประชาชน การพฒั นารายไดแ้ ละการพัฒนาบคุ ลากร
(3) สนับสนุนและพฒั นาปรบั ปรงุ เครือ่ งมอื เคร่ืองใช้และสถานที่ปฏบิ ัติงาน
5.6 ยุทธศาสตร์ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคมและการรักษาความสงบเรียบร้อย
สมานฉนั ทแ์ ละสนั ตสิ ุข
ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความมั่นคง การรักษา ความปลอดภัย
ในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และรักษา
ความสงบเรียบร้อย เพอื่ ให้เกิดความสมานฉันท์และสันติสุขอย่างแทจ้ ริง
แนวทางการพฒั นา
(1) ส่งเสรมระบบการรกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สนิ
(2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและส่งเสริมการดํารงชีวิต
ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสขุ
2.7.2 กรณศี กึ ษา : ผงั เมอื งรวมชุมชนปาย จังหวัดแมฮ่ ่องสอน
1. ความเปน็ มาของอำเภอปาย
อำเภอปายเป็นเมืองเก่าแก่ ประชากรที่ต้ังถ่ินฐานอยู่ในดนิ แดนแห่งนีม้ าแต่เดิมคอื ชาว “พ่าย”
หรือ “ไปร” ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาตระกูลออสโตร-เอเชียติก สาขาว้า-เรียง ดังมีร่องรอยหลักฐาน
ซากวิหารและเจดีย์กระจายอยูท่ ั่วไปท้ังบนภูเขาสูง ที่ดอนเชิงเขา บริเวณพื้นราบลุ่มน้ำปาย บางแห่งก่อสร้างด้วย
หิน เช่น ในผืนป่าบริเวณใกล้น้ำตกเอิกเกอเต่อ ซึ่งเป็นต้นน้ำแม่ปิงน้อย บางแห่งมีการขุดคูเป็นร่องลึกบนภูเขา
สูงชนั มีเจดียบ์ นยอดเขา
2. ตำแหนง่ ท่ตี ง้ั :
เมืองปายเป็นเมืองที่มีคนตั้งถิน่ ฐานตั้งแต่สมยั ก่อนประวัติศาสตร์ ในสมัยประวัติศาสตรบ์ ริเวณ
ที่ตั้งเมืองปายเป็นเมืองสำคญั ของลา้ นนาในสมยั ราชวงศ์มงั ราย ซึ่งมีเมอื งเชียงใหม่เป็นศนู ย์กลาง ต่อมาเมืองปาย
ได้ร้างไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ ประมาณปี พ.ศ. 2318-2338 เมืองปายได้ฟื้นฟูเป็นหมู่บ้านและพัฒนา
เป็นอำเภอปาย โดยมีผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ได้แก่ คนไทยวน (คนเมือง) ชาวไทใหญ่
ชาวปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ทั้งนี้เนื่องจากเมืองปายตั้งอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์
มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัจจุบันเมืองปายเป็นเมืองชุมทาง
ทสี่ ำคญั เมืองหนง่ึ บนเสน้ ทางระหวา่ งเชียงใหมก่ ับแม่ฮ่องสอน
3. กิจกรรมการท่องเที่ยว :
อำเภอปายในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบมีวิถีของชาวไทยใหญ่ โดยได้รับอิทธิพลทาง
วฒั นธรรมจากประเทศพมา่ อำเภอปายในช่วงแรกเริ่มร้จู ักในหมู่นักท่องเท่ยี วชาวต่างชาตทิ ี่เดินทางแบบแบ็คแพ็ค
ที่เลือกมาสัมผัส บรรยากาศที่ผ่อนคลายของเมืองที่เต็มไปด้วยเกสต์เฮ้าส์ที่มีราคาที่พักไม่สูงมากนัก ร้านขายของ
ที่ระลึกและร้านอาหาร และรอบเมืองที่มีสปาและแคมป์ช้างจึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ นอกจากนี้อำเภอ
ปายยังมีน้ำตก น้ำพุร้อน และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่
ซงึ่ มชี มุ ชนโบราณต้งั อยู่
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 77
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายที่สง่ ผลต่อการพัฒนาพ้ืนท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พ้ืนทเ่ี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
อำเภอปายในปัจจุบันมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัยและสะดวกสบายขึ้นกว่า
แต่ก่อน มีร้านสะดวกซือ้ มีสถานพักตากอากาศหรรู วมกว่า 350 แห่ง มีคลับบาร์เบียร์อยู่ทั่วไป เพื่อตอบสนองตอ่
นักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การไหลบ่าเข้ามาของการลงทุนทาง ธุรกิจและการเก็งกำไรที่ดิน
โดยทั้งชาวฝร่งั และนายทนุ ขณะหลายคนกังวลวา่ จะเปน็ การสญู เสียวถิ ีชวี ติ และวฒั นธรรมดัง้ เดมิ ของอำเภอปาย
ในชว่ งฤดทู ่องเทยี่ วระหว่างเดอื นพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคมจะมีนักท่องเท่ยี วเดนิ ทางยังอำเภอ
ปายเป็นจำนวนมาก ทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในช่วงฤดูท่องเท่ียวนัน้ อำเภอปายจะมกี ารจราจรตดิ ขัด
4. การวางผังเมอื งรวมชมุ ชนปาย
มงุ่ เนน้ สง่ เสริมศักยภาพเดิมของพน้ื ท่ีและการแก้ไขปัญหาในดา้ นตา่ ง ๆ โดนมีแนวทาง ดังนี้
4.1 บทบาทหน้าทอ่ี ำเภอปาย
ระดบั ภาคเหนอื ตอนบน แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชิงธรรมชาติและวฒั นธรรม
ระดับจังหวัด เป็นศนู ย์กลางการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธรรมชาติ พ้นื ที่ทรัพยากร
ปา่ ไมแ้ ละพืน้ ที่ตน้ นำ้ ปาย ศนู ย์กลางการคมนาคมทางบกระหวา่ งเชียงใหม่แมฮ่ อ่ งสอน ศูนยก์ ลางการค้าการบริการ
ของกลุ่มเมืองทางตอนเหนอื (ปายและบางมะผา้ ) (รูปที่ 2.7.2-1)
รูปท่ี 2.7.2-1 ชุมชนปาย
4.2 วัตถปุ ระสงคใ์ นการพฒั นาผงั เมอื งรวม (รปู ที่ 2.7.2-2)
1) ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองใหเ้ ป็นศูนย์กลางการท่องเทีย่ วเชงิ นเิ วศ และการบรกิ าร
ชุมชน ในอําเภอปาย และอําเภอปางมะผา้ ของจังหวดั แมฮ่ ่องสอน
2) ส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่ราบเชิงเขาและเป็นพื้นที่
นำ้ หลาก
3) บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พน้ื ทปี่ า่ ตน้ น้ำ และแหล่งนำ้ ผิวดินอย่างมีประสิทธิภาพ
และย่ังยนื เพื่อคืนความอุดมสมบรู ณ์ใหแ้ กธ่ รรมชาติ
4) ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนและการรักษาพื้นที่การเกษตรชั้นดี เพื่อเป็นแหล่งผลิต
อาหารที่มคี ุณภาพและเพียงพอแก่การบริโภคภายในชุมชน
5) ดาํ รงรักษาพ้ืนท่ีเมืองเกา่ และยา่ นที่มีคุณคา่ ทางประวัติศาสตร์ และสง่ เสริมศิลปวัฒนธรรม
และวิถชี ีวิตท้องถ่ิน
รายงานการศกึ ษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 78 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่ีส่งผลต่อการพัฒนาพืน้ ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พ้ืนทเ่ี ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
6) บริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับศักยภาพและ
เง่ือนไขของพ้นื ท่ี และมรี ะบบโครงข่ายคมนาคมและขนสง่ ที่เอือ้ ต่อการประหยดั พลงั งาน
7) มีระบบโครงสรา้ งพ้นื ฐานท่ีสมบรู ณ์และเออ้ื ตอ่ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คม
8) ส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องและภาคการท่องเที่ยว
เชงิ นเิ วศ โดยเนน้ การมสี ่วนรว่ มของชมุ ชนและการจัดการทีเ่ ปน็ มติ รกับส่ิงแวดลอ้ ม
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 79
บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายทส่ี ่งผลต่อการพัฒนาพน้ื ท่ี
โครงการศึกษา ออกแบบวางผงั พ้นื ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธิการและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ท่ีมา : ผงั เมืองรวมชมุ ชนปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน รปู ที่ 2.7.2-2 ผงั เมอื งรวมชมุ ชนปาย
2 - 80
รายงานการศึกษาฉบบั สุดท้าย (Final Report)
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่ส่งผลต่อการพัฒนาพ้ืนท่ี
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพ้นื ทเี่ ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
2.7.3 กรณีศกึ ษา : ผังเมอื งรวมชุมชนชายแดนด่านสิงขร จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์
1. ท่มี าและความสำคัญ :
ด่านสิงขรในอดีต เป็นเส้นทางคมนาคมข้ามผ่านดินแดนคาบสมุทร จากชายฝั่งทะเลอันดามัน
ในสหภาพเมียนมามายังชายฝั่งทะเลอีกฟากหนึ่งของอ่าวไทยที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางนี้เป็นที่นิยม
ของนักเดินทางค้าขายทางทะเลซึ่งจะไม่ต้องเสียเวลาเดินเรืออ้อมคาบสมุทรทางตอนใต้ ทั้งนี้โดยทั้งสองฝั่งสมุทร
จะมที ่าเรอื เพือ่ รองรับการขนสง่ สินคา้ ทข่ี นผ่านดินแดนมาได้
2. ทต่ี ั้งโครงการ : (รปู ท่ี 2.7.3-1)
ด่านสิงขรอยู่ในเขตตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีเส้นทางหลวงชนบท
ปข.1039 ที่เชื่อมต่อจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก
ตรงเขา้ มายังด่านชายแดนสิงขร และเช่ือมต่อไปยังชมุ ชนบ้านมดู ่องในสหภาพเมียนมา
ที่มา: โครงการวางและจดั ทำผังชุมชนชายแดนดา่ นสิงขร จงั หวัดประจวบครี ขี นั ธ์ พ.ศ. 2560
รปู ท่ี 2.7.3-1 ตำแหน่งที่ตงั้ โครงการ
พืน้ ท่โี ครงการครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล (รูปท่ี 2.7.3-2) มีขนาดพน้ื ที่ประมาณ 340.80 ตารางกโิ ลเมตร
อย่างไรก็ตามพื้นที่สำคัญที่เป็นแกนการพัฒนาเศรษฐกิจได้แก่บริเวณ ชุมชนคลองวาฬและด่านชายแดนสิงขร
ซึ่งอยู่ในกรอบของตำบลคลองวาฬเป็นหลัก วัตถุประสงค์ของการประกาศเขตผังเมืองรวมครอบคลุมทั้ง 4 ตำบล
เพื่อให้เกิดการจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะรองรับกิจกรรมการค้า การลงทุนทั้งด้านเกษตรกรรมและ
อตุ สาหกรรม ซง่ึ อาจมีพน้ื ทซี่ ่งึ ได้รับอิทธพิ ลจากบทบาทการเป็นดา่ นชายแดนทส่ี ำคญั
รายงานการศึกษาฉบบั สุดท้าย (Final Report) 2 - 81
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทีส่ ่งผลตอ่ การพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพ้นื ทเ่ี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ที่มา : โครงการวางและจดั ทำผงั ชมุ ชนชายแดนด่านสิงขร จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์ พ.ศ. 2560
รปู ท่ี 2.7.3-2 พน้ื ทโ่ี ครงการผังเมอื งรวมชมุ ชนชายแดนดา่ นสงิ ขร
3. กิจกรรมด้านการค้าชายแดนและการท่องเทย่ี ว :
เดิมพ้ืนที่รองรบั การค้าชายแดนมเี พียงบริเวณหน้าดา่ นสงิ ขรเท่านน้ั เนื่องจากข้อจำกัดดา้ นทด่ี ิน
อนุรักษ์ป่าไม้และนโยบายเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศยังไม่ชัดเจน จึงไม่มีชุมชนที่รองรับกิจกรรม
ดา่ นการค้าชายแดน คงมีเพียงชุมชนขนาดเล็กในพื้นทเี่ กษตรกรรมเท่านนั้ ในส่วนของสถานทท่ี อ่ งเที่ยวตา่ ง ๆ จะมี
แยกเป็น 2 บริเวณ คือ บริเวณฝั่งตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในขณะที่พื้นที่ฝ่ัง
ตะวันออกบริเวณชายฝั่งจังหวดั ประจวบครี ีขนั ธ์จะมีสถานที่ทอ่ งเทีย่ วทง้ั สว่ นที่เป็นชายหาด ภเู ขา และสถานทสี ำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและสถานที่ท่องเที่ยวในสหภาพเมียนมา
จะเป็นปัจจยั ทสี่ ำคัญอีกสว่ นหน่ึงในการพฒั นาเศรษฐกิจทเ่ี ชอื่ มโยงกนั ท้ังสองประเทศ (รูปท่ี 2.7.3-3)
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ท้าย (Final Report)
2 - 82 บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายท่ีส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่
โครงการศึกษา ออกแบบวางผังพ้ืนทีเ่ ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ทีม่ า : โครงการวางและจัดทำผงั ชมุ ชนชายแดนด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์ พ.ศ. 2560
รูปที่ 2.7.3-3 สถานทที่ ่องเท่ยี วบริเวณชายแดนด่านสงิ ขรและชายฝง่ั ประจวบครี ีขันธ์
4. บทบาทและทิศทางการพัฒนา :
ปัจจบุ ันด่านสงิ ขรถกู ประกาศเป็นจดุ ผ่อนปรนพเิ ศษ เพ่ือรองรบั การขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งถือ
เป็นด่านการค้าชายแดน ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การผ่านเข้า-ออก จุดผ่อนปรนพิเศษ
ด่านสิงขรมีผลผูกพันเฉพาะประชาชนสัญชาติไทยและเมียนมาเท่านั้น โดยใช้เอกสารข้ามแดน 3 ประเภท คือ
หนงั สอื เดนิ ทาง หนังสือผ่านแดน และบัตรผา่ นแดนชวั่ คราว สำหรับแนวคิดการชุมชนชายแดนด่านสงิ ขรไดก้ ำหนด
ไว้ดงั นี้
วิสัยทัศน์ : “ชุมชนการค้าชายแดนโดดเด่น โครงขา่ ยคมนาคมหลากหลาย เช่อื มโยงเศรษฐกิจ
และการทอ่ งเที่ยว สองมหาสมทุ ร”
วัตถปุ ระสงคข์ องการพฒั นา :
1) เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองชายฝั่งตะวันออก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
กบั เมอื งเศรษฐกิจการค้าเมอื งมะรดิ -เมอื งตะนาวศรี ของสหภาพเมยี นมา
2) เป็นพืน้ ท่รี องรับกจิ กรรมอุตสาหกรรมการขนส่งสนิ ค้าและรองรับด้านการประมง
3) เป็นพื้นทร่ี องรบั การพฒั นากจิ การอตุ สาหกรรมที่ตอ่ เน่ืองจากการเกษตร
4) เปน็ พน้ื ท่เี ช่อื มโยงกจิ กรรมการทอ่ งเท่ียว (หมู่เกาะมะรดิ -เมอื งประจวบฯ)
5) เปน็ พื้นที่บริการการคา้ บริเวณชายแดน
6) เป็นพื้นที่การค้า คลังสินค้า และการขนส่งที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และวัสดุ
ก่อสรา้ ง
รายงานการศกึ ษาฉบบั สดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 83
บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพฒั นาพนื้ ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพน้ื ทเี่ ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวัดเลย
กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
7) รองรับการขยายตัวของชุมชนทจ่ี ะเพมิ่ มากขึ้นจากการพัฒนาพ้ืนท่ีโครงการและการขยายตวั
จากเมอื งประจวบคีรีขันธ์
เป้าหมายเพอื่ การพฒั นา
1) เป้าหมายด้านการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และกิจกรรมของพื้นที่ชายแดนไทย -
สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเเมียนมา
2) เปา้ หมายด้านการคมนาคมบริการการเดินทางและการทอ่ งเทย่ี ว
3) เป้าหมายด้านการคมนาคมเพ่อื การขนสง่ สนิ ค้า
4) เป้าหมายการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ รองรับการขยายตัว
ของเมือง
5) เป้าหมายการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ บริการพื้นที่ชนบท
และเกษตรกรรม
6) เป้าหมายการใช้ประโยชนท์ ดี่ ินเพอื่ อนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ มและธรรมชาติ
5. รูปแบบการพฒั นาพ้นื ท่ี :
จากข้อจำกัดของสภาพพื้นที่บริเวณด่านชายแดนสิงขร ไม่มีพื้นที่สำหรับรองรับการอยู่อาศัย
ของชุมชน เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้ ดังนั้น การพัฒนาชุมชนชายแดนด่านสิงขรเพื่อรองรับ
วัตถุประสงค์และเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่พัฒนาออกเป็น 2 บริเวณ
(รปู ท่ี 2.7.3-4 ) คอื
1) บรเิ วณตลาดการคา้ ชายแดน ซงึ่ ใช้พน้ื ทอี่ ยูท่ ่ดี า่ นชายแดนสงิ ขร
2) บรเิ วณชุมชนบา้ นคลองวาฬ โดยมีศูนย์กลางบริเวณเทศบาลตำบลคลองวาฬ
รายงานการศกึ ษาฉบับสุดทา้ ย (Final Report)
2 - 84 บทท่ี 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายที่ส่งผลตอ่ การพัฒนาพ้ืนที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพืน้ ท่เี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
ท่มี า : โครงการวางและจัดทำผงั ชมุ ชนชายแดนดา่ นสิงขร จังหวัดประจวบครี ีขันธ์ พ.ศ. 2560 2 - 85
รูปที่ 2.7.3-4 ร่างผงั เมอื งรวมชมุ ชนชายแดนด่านสงิ ขร
รายงานการศกึ ษาฉบบั สุดท้าย (Final Report)
บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทีส่ ่งผลตอ่ การพัฒนาพ้ืนท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พนื้ ที่เฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย
ส่วนที่ 1 ดา่ นการคา้ ชายแดนสิงขร
พื้นที่บริเวณที่ 1 : บริเวณด่านการค้าชายแดนสิงขร ประกอบด้วยพื้นที่การค้า
และกิจกรรมดา้ นศลุ กากร พนื้ ที่ใชส้ อย (รูปท่ี 2.7.3-5 ) ประกอบด้วย :-
- พนื้ ทีด่ า่ นพรมแดน (CIQ) และระบบสาธารณปู โภค
- อาคารบรกิ ารการค้าและการท่องเท่ยี วชายแดน
- กลมุ่ อาคารตรวจปลอ่ ยสนิ ค้า (Cargo)
- อาคารพักอาศยั เจา้ หนา้ ที่
- กลุม่ อาคารศูนยก์ ักสัตว์
- อาคารตรวจสอบการเข้าออก (Checking Post)
- ระบบสาธารณูปโภค
ที่มา: โครงการวางและจดั ทำผงั ชุมชนชายแดนด่านสิงขร จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ พ.ศ. 2560
รปู ท่ี 2.7.3-5 อาคารบรกิ ารการคา้ และการทอ่ งเท่ียวชายแดน
สว่ นที่ 2 ชุมชนบ้านคลองวาฬ
การวางผังเมืองรวมด่านสิงขรมีวัตถุประสงค์ให้ชุมชนบ้านคลองวาฬบริเวณเทศบาล
ตำบลคลองวาฬทำหน้าที่เป็นชุมชนศูนย์กลางรอง รองรับการขยายตัวของชุมชนที่เกิดจากการค้าชายแดน
โดยมีแผนให้เกิดการปรับโครงสร้างของระดับชุมชนจากลำดับศักย์ 5 ปรับเป็นชุมชนลำดับที่ 2 (ศูนย์กลางรอง)
และมีบทบาท (รูปท่ี 2.7.3-6) ดงั นี้
- เป็นศูนย์กลางการบริการสำหรับชุมชนที่ถูกกำหนดให้มีตั้งถิ่นฐานขึ้นใหม่
บนเส้นทางสายหลักที่เข้าถึงด่านชายแดน (เส้นทาง ปข.1039) โดยกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน บริเวณย่าน
การค้าชุมชน ย่านพักอาศยั พืน้ ทส่ี าธารณูปโภคขั้นพนื้ ฐาน และมีส่ิงอำนวยความสะดวกให้แก่ภายในชมุ ชน
รายงานการศึกษาฉบับสุดท้าย (Final Report)
2 - 86 บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายที่ส่งผลต่อการพฒั นาพื้นท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พนื้ ท่เี ฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จังหวัดเลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
- พื้นที่รองรับส่วนบริการการค้า การให้บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ
การทอ่ งเที่ยว
- พื้นที่รองรับกิจการด้านอุตสาหกรรมประเภทก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
กบั การขนสง่ สินคา้ อาหารทะเล
ทม่ี า: โครงการวางและจัดทำผังชุมชนชายแดนด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์ พ.ศ. 2560
รูปท่ี 2.7.3-6 กำหนดการใช้ประโยชน์ทีด่ นิ บริเวณชุมชนคลองวาฬ
2.7.4 สรปุ การนำกรณีศึกษามาปรบั ใชก้ ับโครงการ
1) กรณีศกึ ษา : เมืองเบตง จงั หวัดยะลา
เมืองเบตงเป็นกรณีศึกษาที่แสดงถึงพื้นที่เมืองชายแดนซึ่งมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่สอดคล้อง
กับประเทศเพื่อนบ้าน และในพืน้ ที่มโี ครงสร้างทางประวตั ิศาสตร์การตง้ั ถน่ิ ฐานและมรดกทางวฒั นธรรมซ่ึงถือเป็น
ศักยภาพที่สำคัญ สามารถวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่สามารถนำแนวทางการพัฒนามาใช้ในการโครงการวางผัง
ชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมืองแพร่ ไดด้ งั น้ี
บทบาทและศกั ยภาพ :
จากศักยภาพของเมือง 3 ประการหลัก ได้แก่ ศักยภาพด้านที่ตั้งและการเชื่อมโยงระหว่าง
ประเทศ ศักยภาพด้านวัฒนธรรมที่สอดคล้องกันกับประเทศเพื่อนบ้าน และศักยภาพจากแหล่งท่องเที่ยว
ที่หลากหลาย สามารถวิเคราะห์ได้ว่าลักษณะดังกล่าวมีความคล้ายกับลักษณะของชุมชนบ้านเหมืองแพร่
ซึ่งมีวัฒนธรรมและวิถีที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถผลักดันให้
เป็นเศรษฐกิจของชุมชนได้ ทัง้ น้ีจะเหน็ ไดว้ ่าแนวทางของยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาเมืองเบตงได้ตัง้ จุดมงุ่ หมาย (Goal)
ให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าและการทอ่ งเที่ยว ดังนี้
รายงานการศึกษาฉบับสดุ ทา้ ย (Final Report) 2 - 87
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทสี่ ง่ ผลต่อการพัฒนาพน้ื ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พืน้ ท่ีเฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
- การเพิม่ ความสะดวกให้แก่นกั ลงทนุ และนักทอ่ งเทีย่ ว
- การฟื้นฟกู ารทอ่ งเท่ียว แหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว
- การสร้างความเช่อื มั่นดา้ นความปลอดภยั
ยุทธศาสตร์การพัฒนา :
ยุทธศาสตร์การพัฒนาของเมืองเบตงทั้งในระดับจังหวัดและในระดับเทศบาลเมือง
มีความชัดเจนในประเด็นการพุ่งเป้าการเตรียมความพร้อมและเป้าหมายการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามในการกำหนดยุทธศาสตร์ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดระบบที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างชุมชนบนพื้นฐาน
ของความยั่งยืน เน้นการพัฒนาประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ดังนั้น จึงสามารถนำแนวทางการกำหนด
ยุทธศาสตร์มาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาชุมชนชายแดนบ้านเหมืองแพร่ซึ่งมีแนวโน้มการพัฒนาระดับชุมชนและ
มโี อกาสในการพฒั นาชุมชนใหเ้ ติบโตขึ้นเปน็ เมืองการคา้ ระดบั สากลได้
การบูรณาการสูพ่ นื้ ท่ีโครงการ
สามารถนำยุทธศาสตร์มาปรับใช้กับพื้นที่โครงการออกแบบวางผังเฉพาะ ชุมชนชายแดน
บ้านเหมืองแพร่ไดป้ ระกอบไปด้วย
- ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐานท่ีเน้นความสอดคลอ้ งกับศักยภาพด้านสภาพแวดล้อม
ทางกายภาพของเมือง ซึ่งชุมชนบ้านเหมืองแพร่ต้องมีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆเพื่อรองรับการพัฒนา
ทงั้ ในดา้ นกายภาพของเมือง การพัฒนาทางดา้ นเศรษฐกิจรวมถึงการรักษาสภาพแวดล้อมให้มีสภาพแวดล้อมเมืองที่ดี
มกี ารจดั การท่ีดี เพอื่ คุณภาพชีวติ ท่ดี ีของคนในชมชน
- ยุทธศาสตร์การพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิตซึ่งเน้นในการพัฒนาตัวบุคคลและสวัสดิภาพ
ให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้วจึงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับนาชาติ ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ต้องมีการพัฒนา
ด้านทรัพยากรบุคคลให้มีศักยภาพมากขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจในอนาคต เช่น ด้านการศึกษา
ผีมอื แรงงาน พฒั นาดา้ นสุขภาพ มีพนื้ ทอ่ี อกกำลงั การ มพี ้ืนทีอ่ ยอู่ าศยั ทดี่ ี เปน็ ต้น
- ยทุ ธศาสตร์การส่งเสริมด้านศิลปะ วฒั นธรรม การทอ่ งเทยี่ วและความสัมพนั ธ์ดา้ นต่างประเทศ
ซึ่งการพัฒนาเป้าหมายตามแนวยุทธศาสตร์นี้มีความสอดคล้องต่อเอกลักษณ์ของชุมชนชายแดนบ้านเหมืองแพร่
ที่มีกลุ่มพื้นที่วัฒนธรรมที่เข้มแข็ง สามารถที่จะพัฒนาต่อยอดในรูปแบบของศิลปะและความสัมพันธ์ระดับประเทศ
ได้เช่นเดียวกนั
- ยุทธศาสตร์ด้านการจัดระเบียบชุมชน เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับลักษณะทางสังคมของ
ชุมชนชายแดนบ้านเหมืองแพร่ ซึ่งการพัฒนาควรจะเน้นการมีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
และส่งเสรมิ การดํารงชวี ิต รว่ มกันอย่างสนั ติสุขเชน่ เดยี วกนั
2) กรณศี ึกษา : ชมุ ชนปาย จังหวดั แม่ฮ่องสอน
ชุมชนปายเปน็ กรณีศึกษาที่เน้นให้ถึงการให้ความสำคัญต่อการกำหนดเปา้ หมายของการพัฒนา
ชุมชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงชุมชนจากชุมชนขนาดเล็กที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มาก ต่อมามีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งในส่วนของชุมชน ประชากร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนด้านต่าง ๆ เพ่ื อให้เพียงพอต่อ
ความตอ้ งการของประชากรทีเ่ พ่ิมขนึ้ อย่างตอ่ เน่อื ง
บทบาทและศกั ยภาพ :
จากบทบาทของชุมชนปายในปัจจุบันที่ถูกกำหนดให้เป็นชุมชนที่มีบทบาทระดับจังหวัด
มีความสำคัญเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธรรมชาติ ศูนย์กลางการคมนาคมทางบกระหว่าง
เชียงใหม่แม่ฮ่องสอน ศูนย์กลางการค้าการบริการของกลุ่มเมืองทางตอนเหนือ ชี้ให้เห็นถึงจุดมุ่งหมาย ( Goal)
ของการพัฒนาชุมชนทีไ่ ด้ตั้งไว้ โดยเนน้ ศักยภาพทางทำเลทีต่ งั้ อยา่ งชัดเจน อย่างไรก็ตามเม่ือพิจารณาถึงลักษณะ
ของชุมชนปายในอดีตซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบมีวิถีของชาวไทยใหญ่ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
จึงชี้ให้เห็นถึงบริบทของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาไม่นาน ในแนวทางเดียวกันชุมชน
รายงานการศึกษาฉบบั สุดทา้ ย (Final Report)
2 - 88 บทท่ี 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทสี่ ง่ ผลตอ่ การพฒั นาพืน้ ที่
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผังพื้นทีเ่ ฉพาะชุมชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง กระทรวงมหาดไทย
บา้ นเหมืองแพร่ ซ่ึงเป็นชุมชนท่ีมีเอกลักษณท์ างวัฒนธรรม วถิ ชี วี ติ และมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาตทิ ย่ี งั สมบูรณ์
แต่มีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้หลากหลายทัง้ ในด้านวถิ ีชีวิตชุมชน การท่องเที่ยว รวมถึงการค้าชายแดน ดังน้นั
การกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาในปัจจุบันย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในความเหมาะสมที่แตกต่างกัน
เชน่ เดยี วกนั
วัตถปุ ระสงค์การพัฒนาและแผนผังเมืองรวมชุมชน :
ประเด็นที่น่าสนใจของการวางผังเมืองรวมชุมชนปาย ซึ่งได้ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 2558 จะเห็น
ได้ว่าได้มีการเตรียมพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีความหลากหลายถึง 13 ประเภทในบริเวณชุมชนซึ่งเคย
เป็นชุมชนขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ซึ่งมีนัยสำคัญ คือ ค่ายโสณบัณฑิตย์ ซึ่งประเมินได้ว่าเป็นประชากร
อีกส่วนหนึ่งซึ่งจะต้องใช้สาธารณูปโภค-สาธารณูปการของชุมชน และมีแนวโน้มในการขับเคลื่อนการเติบโต
ของชุมชนทั้งในสว่ นของการคา้ ที่อยู่อาศัย และภาคการบริการต่าง ๆ
จากแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและพื้นที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานของชุมชน บริเวณพื้นท่ี
ลุ่มมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ซึ่งส่งผลให้มีการกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม พื้นที่โล่ง
เพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมริมน้ำ การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย ทั้งนี้ลักษณะของ
ชุมชนบ้านเหมืองแพร่โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ใกล้ลำน้ำเหือง เป็นจุดบรรจบของลำน้ำหลายสาย ในลักษณะ
เดียวกนั จงึ ควรพิจารณากำหนดการใชป้ ระโยชนพ์ นื้ ทเ่ี กษตรกรรมและพ้ืนที่เพ่ือการระบายนำ้ เชน่ เดยี วกัน
เมื่อพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการพัฒนาที่ตั้งประเด็นไว้ ถึงการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว
เชิงนิเวศ และการบริการชุมชน เน้นส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่ราบเชิงเขา
และเป็นพื้นที่น้ำหลาก เน้นการบริหารจัดการป่าต้นน้ำ ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ดํารงรักษาพื้นที่เมืองเก่าและ
ย่านที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงการตั้งวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์
และเอื้อต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเกษตร และการท่องเที่ยว ชี้ประเด็นให้เห็นถึงการเตรียมแนวทาง
ปัญหาที่อาจเกิดความขัดแย้งขึ้นหลายส่วน ได้แก่ การให้ความสำคัญต่อสภาพภูมิประเทศและป่าไม้ซึ่งจะส่งผล
ต่อตำแหน่งที่ตั้งและบริเวณการขยายตัวของที่อยู่อาศัยของชุมชน การรักษาไว้ซึ่งพ้ืนทีม่ ีคณุ ค่าทางประวัติศาสตร์
ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการท่องเที่ยว
ส่งผลกระทบต่อชมุ ชนและสภาพแวดล้อมใหน้ ้อยที่สุด
การบรู ณาการสู่พืน้ ทโ่ี ครงการ
- สามารถนำแนวทางการอนุรักษ์ชุมชนควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรม
การท่องเท่ียวมาประยกุ ต์ใชไ้ ด้
- สามารถนำแนวทางการรักษาไวซ้ ่ึงพืน้ ท่ีมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และการเชือ่ มโยงแหลง่
ทอ่ งเทีย่ วต่าง ๆ ในพ้นื ทมี่ าประยกุ ตใ์ ช้ในพืน้ ทบ่ี า้ นเหมอื งแพร่ได้
- สามารถนำแนวทางการกำหนดข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินมาปรับใช้ได้เนื่องด้วย
มีสภาพพื้นที่ที่คลายคลึงกันคือการตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่มีแม่น้ำไหลผ่าน การกำหนดพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม
เส้นทางการระบายน้ำเป็นต้น
- สามารถนำแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชมุ ชน การบริการนกั ท่องเทีย่ ว การส่งเสรมิ
การตง้ั ถ่นิ ฐานทเี่ หมาะกับสภาพภมู ปิ ระเทศ และการส่งเสรมิ การเกษตรทีย่ ังยืนมาปรบั ใชก้ ับพ้นื ที่บา้ นเหมอื งแพรไ่ ด้
3) กรณีศึกษา : ชมุ ชนชายแดนด่านสงิ ขร จังหวดั ประจวบครี ีขนั ธ์
ชุมชนชายแดนด่านสิงขรเป็นกรณีศึกษาที่แสดงถึงการพัฒนาเชิงนโยบายซึ่งได้ใช้ศักยภาพ
สูงสุดของพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องจากศักยภาพของทำเลที่ตั้งและบทบาทที่สอดรับกับนโยบายหลักของประเทศ ได้แก่
การพัฒนาชุมชนชายแดนหลักตามนโยบายการเปิดประชาคมอาเซยี น AEC และการสรา้ งจดุ ได้เปรยี บทางการค้า
จากศักยภาพทางภูมิศาสตรใ์ นลกั ษณะเดยี วกนั
รายงานการศึกษาฉบบั สุดทา้ ย (Final Report) 2 - 89
บทที่ 2 นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ โครงการพัฒนา และกฎหมายทส่ี ง่ ผลตอ่ การพฒั นาพื้นท่ี
โครงการศกึ ษา ออกแบบวางผงั พนื้ ที่เฉพาะชมุ ชนชายแดนบา้ นเหมอื งแพร่ จงั หวดั เลย
กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง กระทรวงมหาดไทย
บทบาทและศกั ยภาพ :
จากบทบาทของชุมชนซึ่งเน้นให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองชายฝั่งระหว่าง
2 ประเทศ เป็นพื้นท่ีรองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและรองรับด้านการประมง เป็นพื้นที่รองรับ
การพัฒนากิจการอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากการเกษตร เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวและ
การค้าชายแดน จึงชี้ให้เห็นถึงกรณีศึกษาซึ่งมีนโยบายการพัฒนาพื้นที่ซึ่งในสภาพปัจจุบันยังคงเป็นชุมชนชนบท
และมีข้อจำกัดของเขตอนุรักษ์ป่าไม้ หากต้องการให้มีการพัฒนาตามวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ จำเป็นต้อง
มกี ารพฒั นาระบบโครงสรา้ งเมืองในหลายสว่ น ไดแ้ ก่
- การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยว โครงข่ายคมนาคมรองรบั การขนสง่ สนิ ค้า
และโครงขา่ ยคมนาคมสำหรับผ้อู ย่อู าศัยในวถิ ีชวี ิตชนบท-เกษตรกรรมเดิม
- การเตรียมพื้นที่สำหรับตลาดการค้าชายแดน ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมในพื้นท่ี
ซ่งึ ระบบสาธารณปู โภคยังไมส่ มบรู ณ์ ได้แก่ พ้นื ทส่ี ำหรบั ศลุ กากร พืน้ ทีก่ ารขนส่งสนิ คา้ พน้ื ทีต่ ลาดการคา้ ชายแดน
ที่มีความหลากหลาย พื้นที่บริการการเดินทางท่องเที่ยว ตลอดจน พื้นที่สำหรับกิจการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ
ห้องเยน็ การจัดเกบ็ และเตรียมขนสง่ สินค้าประเภทวัสดกุ ่อสร้าง เป็นต้น
- การเตรียมพื้นที่สำหรับชุมชนบริการท่องเที่ยว ซึ่งจะเกิดชุมชนอยู่อาศัยที่มีขยายตัว
มากขึ้นจากกิจกรรมการค้าต่าง ๆ ทั้งนี้ บริเวณที่มีศักยภาพมากที่สุด คือ พื้นที่ขยายตัวจากชุมชนเดิม
ซึ่งจะมีระบบสาธารณูปโภคให้บริการในเบื้องต้นอยู่บ้างแล้ว เช่นในกรณีศึกษานี้ ชุมชนที่อยู่อาศัย และศูนย์กลาง
พาณิชยกรรมบริการไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณด่านชายแดนแต่ถูกกำหนดให้ตั้งอยู่ในชุมชนบริเวณรอบสำนักงาน
เทศบาลตำบลคลองวาฬ เป็นหลัก
การบูรณาการส่พู นื้ ท่โี ครงการ
- การเตรียมพื้นที่ตลาดการค้าชายแดน บ้านเหมืองแพร่ต้องมีการเตรียมความพร้อมคือต้อง
มีพื้นที่สำหรับด่านศุลกากร พื้นที่ตลาดการค้าชายแดน พื้นที่การขนส่งสินค้าต่าง ๆ เพื่อรองรับการพัฒนา
ในอนาคต
- สามารถนำการเตรียมพื้นที่พาณิชยกรรมและการรองรับการท่องเที่ยวมาปรับใช้กับชุมชน
บ้านเหมืองแพร่ได้
- บ้านเหมืองแพร่มีวิถีชีวิตชนบทและเกษตรกรรมดั่งเดิมอยู่ สมารถนำแนวทางการพัฒนา
โครงข่ายคมนาคมรองรับการท่องเที่ยว โครงข่ายคมนาคมรองรับการขนส่งสินค้า และโครงข่ายคมนาคมสำหรับ
ผ้อู ยู่อาศัยในวถิ ีชีวติ ชนบท-เกษตรกรรมเดิม มาปรบั ใช้กบั ชุมชนบา้ นเหมืองแพรไ่ ด้
- บ้านเหมืองแพร่สามารถพัฒนา เป็นพน้ื ทเี่ ช่ือมโยงกจิ กรรมการท่องเท่ียวและการคา้ ชายแดนได้
- กรณีศึกษาซึ่งมีนโยบายการพัฒนาพื้นที่ซึ่งในสภาพปัจจุบันยังคงเป็นชุมชนชนบท
และมีข้อจำกัดของเขตอนุรักษ์ป่าไม้ซึ่งนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาบ้านเหมืองแพร่ได้เนื่องจากมีข้นจำกัด
ที่คลา้ ยคลงึ กันด้านขอ้ จำกัดด้านพื้นทป่ี า่ ไมม้ าปรับใช้ได้
รายงานการศกึ ษาฉบบั สุดทา้ ย (Final Report)
2 - 90 บทที่ 2 นโยบาย ยุทธศาสตร์ โครงการพฒั นา และกฎหมายทีส่ ่งผลตอ่ การพฒั นาพืน้ ที่