8) แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 8
(พ.ศ. 2540-2544)
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 8 จะให้ความสาคญั กบั การมี
สว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ นในสงั คม และมงุ่ ให้ “คนเป็นศนู ย์กลางการพฒั นา” และใช้เศรษฐกิจ
เป็นเคร่ืองมือชว่ ยพฒั นาให้คนมคี วามสขุ และมคี ณุ ภาพชีวิตทด่ี ีขนึ ้ พร้อมทงั้ ปรับเปลีย่ นวธิ ีการ
พฒั นาแบบแยกสว่ นมาเป็นบรู ณาการแบบองค์รวม เพ่ือให้เกิดความสมดลุ ระหวา่ งการพฒั นา
เศรษฐกิจ สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
แม้วา่ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 8 จะให้ความสาคญั กบั
การปรับกระบวนทรรศ์การพฒั นาใหมม่ าสกู่ ารพฒั นาทีเ่ ป็นองค์รวม มงุ่ ปรับวธิ ีการคิดให้
เช่ือมโยงกนั อย่างเป็นระบบ ปรับวิธีการทางานทยี่ ดึ ภารกิจร่วมกนั และทางานแบบ
มสี ว่ นร่วมคดิ ร่วมทา และร่วมรับผิดชอบ แตใ่ นทางปฏิบตั กิ ็ยงั ไมบ่ งั เกิดผลเทา่ ทค่ี วร
ประกอบกบั โครงสร้างระบบบริหารราชการ ตลอดจนทศั นคติ คา่ นิยมของคนยงั ไมส่ ามารถ
ปรับเปลี่ยนได้ทนั ทที นั ใดและเป็นอปุ สรรคตอ่ การแปลงแผนไปสกู่ ารปฏิบตั อิ ย่มู าก
9) แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 9
(พ.ศ. 2545-2549)
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 9 ได้นา “ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง” มาเป็นปรัชญานาทางในการพฒั นาและบริหารประเทศเป็นครัง้ แรก ควบคไู่ ปกบั
กระบวนทรรศน์การพฒั นาแบบบรู ณาการเป็นองค์รวมที่มี “คนเป็นศนู ย์กลางการพฒั นา”
ตอ่ เนื่องจากแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 8 โดยให้ความสาคญั กบั การ
พฒั นาทสี่ มดลุ ทงั้ ด้านตวั คน สงั คม เศรษฐกจิ และสง่ิ แวดล้อม เพือ่ นาไปสกู่ ารพฒั นาที่ยง่ั ยืน
และความอย่ดู มี สี ขุ ของคนไทย
ในระยะแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 9 นี ้เศรษฐกิจ
ของประเทศขยายตวั อย่างตอ่ เนื่อง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจปรับตวั สคู่ วามมนั่ คง ความยากจน
ลดลง ขณะเดียวกนั ระดบั คณุ ภาพชีวติ ของประชาชนดขี นึ ้ มาก เน่ืองจากการดาเนินการ
เสริมสร้างสขุ ภาพอนามยั มีหลกั ประกนั สขุ ภาพทีม่ ีการปรับปรุงทงั้ ด้านปริมาณและคณุ ภาพ
โดยครอบคลมุ สว่ นใหญ่ของประเทศ และการลดลงของปัญหาสารเสพตดิ แตเ่ ศรษฐกิจ
ยงั ไมเ่ ข้มแขง็ และออ่ นไหวตอ่ ความผนั ผวนของปัจจยั ภายนอก ขณะท่ีปัญหาด้านคณุ ภาพ
การศกึ ษา ความยากจน และความเหลอ่ื มลา้ ทางรายได้ ความปลอดภยั ในชีวิตและทรัพย์สนิ
และความโปร่งใสในการบริหารจดั การของภาครัฐที่ยงั ต้องให้ความสาคญั ในการแก้ไขปัญหา
อยา่ งตอ่ เน่ือง
10) แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 10
(พ.ศ. 2550-2554)
จดุ มงุ่ หมายของการพฒั นาประเทศตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 คอื การแก้ปัญหาความยากจน และยกระดบั คณุ ภาพชีวิต
ของคนสว่ นใหญ่ โดยเป็นการพฒั นาท่ียง่ั ยืน ประชาชนอยดู่ ีมีสขุ ซงึ่ ในการพฒั นา
จาเป็นต้องตระหนกั ถงึ ความจาเป็นในการปรับเปลยี่ นกระบวนการคิด ทศั นคติ และ
กระบวนการทางานโดยยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพอ่ื ให้มกี ารเปล่ยี นแปลงระบบ
บริหารจดั การแนวใหมท่ ีม่ งุ่ เน้นประสทิ ธิภาพและคณุ ภาพ และก้าวตามโลกได้
อยา่ งรู้เทา่ ทนั เพ่ือให้สงั คมไทยเป็นสงั คมท่เี ข้มแข็งและมีดลุ ยภาพ
การพฒั นาประเทศในแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 10
มกี ารกาหนดแผนการพฒั นาประเทศไว้ ดงั นี ้
1. พฒั นาคนให้มีคุณภาพ คุณธรรม รอบรู้อย่างเท่าทนั มสี ขุ ภาวะทด่ี ี อย่ใู น
ครอบครัวทอ่ี บอนุ่ ชมุ ชนท่ีเข้มแขง็ พงึ่ ตนเองได้ มคี วามมนั่ คงในการดารงชีวิตอย่างมี
ศกั ดศ์ิ รีภายใต้ดลุ ยภาพของความหลากหลายทางทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
2. เสริมสร้างเศรษฐกจิ ให้มคี ุณภาพ เสถียรภาพ และเป็ นธรรม มงุ่ ปรับ
โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถแขง่ ขนั ได้ มภี มู ิค้มุ กนั ความเสีย่ งจากความ
ผนั ผวนของสภาพแวดล้อมในยคุ โลกาภิวตั น์ บนพนื ้ ฐานการบริหารเศรษฐกิจสว่ นรวมอยา่ ง
มปี ระสทิ ธิภาพ มีระดบั การออมท่ีพอเพียง
3. ดารงความหลากหลายทางชวี ภาพและสร้างความม่นั คงของฐาน
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละคุณภาพส่ิงแวดล้อม สร้างความสมดลุ ระหวา่ งการอนรุ ักษ์
และการใช้ประโยชน์อย่างยงั่ ยืน เป็นธรรม และมีการสร้างสรรค์คณุ ค่า สนบั สนนุ ให้ชมุ ชน
มีองค์ความรู้และสร้างภมู ิค้มุ กนั เพ่ือค้มุ ครองฐานทรัพยากร ค้มุ ครองสิทธิและสง่ เสริม
บทบาทของชมุ ชนในการบริหารจดั การทรัพยากร ปรับแผนการผลติ และการบริโภคทีเ่ ป็น
มิตรกบั สงิ่ แวดล้อม ตลอดจนรักษาผลประโยชน์ของชาตจิ ากข้อตกลงตามพนั ธกรณี
ระหวา่ งประเทศ
4. พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกดิ ธรรมาภบิ าลภายใต้ระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข มงุ่ สร้างกลไกและกฎระเบยี บ
ทเ่ี อือ้ ตอ่ การกระจายผลประโยชน์จากการพฒั นาสทู่ กุ ภาคีควบคกู่ บั การสร้างเสริม
ความโปร่งใส สจุ ริต ยตุ ิธรรม รับผิดชอบตอ่ สาธารณะ มกี ารกระจายอานาจและ
กระบวนการท่ที กุ ภาคสว่ นมีสว่ นร่วมในการตดั สินใจ สคู่ วามเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สงั คม
และการใช้ทรัพยากร วตั ถปุ ระสงค์ของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10
มดี งั นี ้
1. เพือ่ สร้างโอกาสการเรียนรู้คคู่ ณุ ธรรม จริยธรรมอยา่ งตอ่ เน่ืองทข่ี บั เคลื่อน
ด้วยการเช่ือมโยงบทบาทครอบครัว สถาบนั ศาสนาและสถาบนั การศกึ ษา เสริมสร้าง
บริการสขุ ภาพอยา่ งสมดลุ ระหวา่ งการสง่ เสริม การปอ้ งกนั การรักษา และการฟืน้ ฟู
สมรรถภาพและสร้างความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพย์สนิ
2. เพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพของชมุ ชน เชื่อมโยงเป็นเครือขา่ ย เป็นรากฐานการพฒั นา
เศรษฐกิจ คณุ ภาพชีวติ และอนรุ ักษ์ฟืน้ ฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อย่างยง่ั ยืน นาไปสกู่ ารพงึ่ พาตนเองและลดปัญหาความยากจนอยา่ งบรู ณาการ
3. เพือ่ ปรับโครงสร้างการผลิตสกู่ ารเพมิ่ คณุ คา่ ของสินค้าและบริการบนฐานความรู้
และนวตั กรรม รวมทงั้ สนบั สนนุ ให้เกิดความเชื่อมโยงระหวา่ งสาขาการผลิตเพื่อทาให้มลู คา่
การผลติ สงู ขนึ ้
4. เพื่อสร้างภมู คิ ้มุ กนั และระบบบริหารความเส่ียงให้กบั ภาคการเงนิ การคลงั
พลงั งาน ตลาดปัจจยั การผลิต ตลาดแรงงาน และการลงทนุ
5. เพ่ือสร้างระบบการแขง่ ขนั ด้านการค้าและการลงทนุ ให้เป็นธรรม และคานงึ ถงึ
ผลประโยชน์ของประเทศ รวมทงั้ สร้างกลไกในการกระจายผลประโยชน์จากการพฒั นาสู่
ประชาชนในทกุ ภาคสว่ นอย่างเป็นธรรม
6. เพื่อเสริมสร้างความอดุ มสมบรู ณ์ของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละคณุ คา่ ความ
หลากหลายทางชีวภาพควบคกู่ บั การรักษาคณุ ภาพส่ิงแวดล้อมให้เป็นฐานที่มน่ั คงของ
การพฒั นาประเทศและการดารงชีวติ ของคนไทยทงั้ ในรุ่นปัจจบุ นั และอนาคต รวมทงั้ สร้าง
กลไกในการรักษาผลประโยชน์ของชาตอิ ยา่ งเป็นธรรมและยง่ั ยืน
7. เพ่ือเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจดั การประเทศสภู่ าครัฐ ภาคธุรกิจ
เอกชน และภาคประชาชน และขยายบทบาทขีดความสามารถขององค์กรปกครองสว่ น
ท้องถ่ิน ควบคกู่ บั การเสริมสร้างกลไกและกระบวนการมีสว่ นร่วมในการพฒั นาวฒั นธรรม
ประชาธิปไตยให้เกิดผลในทางปฏิบตั ติ อ่ การอย่รู ่วมกนั อย่างสนั ติสขุ
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 ได้นาปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาเป็นแนวทางปฏิบตั คิ วบคไู่ ปกบั การพฒั นาบรู ณาการเป็นองค์รวมทมี่ คี นเป็น
ศนู ย์กลางการพฒั นาอย่างจริงจงั ตอ่ เน่ืองจากแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบบั ที่ 8 และฉบบั ที่ 9 เพือ่ ใช้เป็นแนวทางในการขบั เคลอ่ื นการพฒั นาให้เกิดความสมดลุ
เป็นธรรม และยง่ั ยืน มงุ่ สสู่ งั คมอยเู่ ยน็ เป็นสขุ ร่วมกนั ซงึ่ เป็นเปา้ หมายสาคญั ของ
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 อนั เป็นการเสริมสร้างประโยชน์สขุ
ให้แกป่ ระชาชนโดยถ้วนหน้า
4. การพฒั นาประเทศท่นี าปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มาใช้ในการวางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมฉบบั ปัจจุบัน
การพฒั นาประเทศในระยะแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 11
ได้ตระหนกั ถงึ สถานการณ์และความเส่ยี ง ซงึ่ เกิดขนึ ้ จากการเปล่ียนแปลงในระดบั โลก
และภายในประเทศ โดยเฉพาะภาวะผนั ผวนด้านเศรษฐกิจ พลงั งาน และภมู อิ ากาศทเี่ ป็นไป
อย่างรวดเร็วและสง่ ผลกระทบอยา่ งชดั เจนตอ่ ประเทศไทยทงั้ เชิงบวกและเชิงลบ ดงั นนั้
ทิศทางการบริหารจดั การประเทศภายใต้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่อื รองรับ
การเปล่ยี นแปลงดงั กลา่ ว จงึ เป็นการใช้จดุ แข็งและศกั ยภาพท่มี ีอยใู่ ห้เป็นประโยชน์
ตอ่ การพฒั นาประเทศเพอ่ื สร้างความเข้มแขง็ และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของ
ประเทศโดยให้ความสาคญั กบั การ
พฒั นาเศรษฐกิจภายในประเทศท่ีเน้นการเสริมสร้างความเข้มแขง็ ของฐานการผลิต
ภาคการเกษตร และการประกอบการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ขณะเดียวกนั
จาเป็นต้องปรับตวั ในการเชื่อมโยงกบั ระบบเศรษฐกิจโลกและภมู ภิ าค ซงึ่ ประเทศไทยมี
พนั ธกรณีภายใต้กรอบความร่วมมือตา่ ง ๆ เพอ่ื สามารถใช้โอกาสทเ่ี กิดขนึ ้ และเพ่ิมภมู ิค้มุ กนั
ของทนุ ท่ีมอี ย่ใู นสงั คมไทยได้อยา่ งเหมาะสม ขณะเดียวกนั จาเป็นต้องสร้างความพร้อม
สาหรับเชื่อมโยงด้านกายภาพทงั้ โครงสร้างพนื ้ ฐานและระบบโลจิสตกิ ส์ ควบคกู่ บั การ
ยกระดบั คณุ ภาพคน การเสริมสร้างองค์ความรู้ การพฒั นาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี
นวตั กรรมและความคดิ สร้างสรรค์ให้เป็นพลงั ขบั เคลือ่ นการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมไทย
การกาหนดทิศทางการพฒั นาประเทศในระยะแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบบั ท่ี 11 จงึ เป็นการสร้างภมู ิค้มุ กนั ในมิติตา่ ง ๆ เพื่อให้การพฒั นาประเทศสคู่ วามสมดลุ และ
ยง่ั ยืน โดยนาทนุ ของประเทศท่มี ีศกั ยภาพมาใช้ประโยชน์อยา่ งบรู ณาการและเกือ้ กลู กนั
พร้อมทงั้ เสริมสร้างให้แข็งแกร่งเพอื่ เป็นรากฐานการพฒั นาประเทศท่ีสาคญั ได้แก่
การเสริมสร้างทนุ สงั คม (ทนุ มนษุ ย์ ทนุ สงั คม ทนุ ทางวฒั นธรรม) ให้ความสาคญั กบั
การพฒั นาคนและสงั คมไทยสสู่ งั คมคณุ ภาพ มงุ่ สร้างภมู ิค้มุ กนั ตงั้ แตร่ ะดบั ปัจเจก ครอบครัว
และชมุ ชน สามารถจดั การความเส่ียงและปรับตวั เข้ากบั การเปลีย่ นแปลง มโี อกาสเข้าถงึ
ทรัพยากรและได้รับประโยชน์จากการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมอยา่ งเป็นธรรม
สาหรับการเสริมสร้างทนุ เศรษฐกิจ (ทนุ กายภาพ ทนุ ทางการเงิน) มงุ่ พฒั นาเศรษฐกิจ
ภายในประเทศให้เข้มแข็งโดยใช้ภมู ปิ ัญญา วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และความคดิ สร้างสรรค์
ให้ความสาคญั กบั การปรับโครงสร้างการค้าและการลงทนุ ให้สอดคล้องกบั ความต้องการ
ของตลาดภายในประเทศกบั ตา่ งประเทศ การผลติ ทเี่ ป็นมิตรตอ่ สิง่ แวดล้อม และมกี ารเชื่อมโยง
กบั ประเทศในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ บนพนื ้ ฐานการพงึ่ พากนั และกนั ในสว่ นการเสริมสร้างทนุ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ให้ความสาคญั กบั การสร้างความมน่ั คงด้านอาหาร
การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมทเี่ ป็นฐานการผลิตภาคเกษตร มงุ่ สกู่ าร
เป็นเศรษฐกิจและสงั คมคาร์บอนตา่ และเป็นมติ รกบั สิ่งแวดล้อม การเตรียมความพร้อมรองรับ
การเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศและภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ รวมทงั้ การสร้างภมู ิค้มุ กนั ด้านการค้า
จากเงอื่ นไขด้านส่ิงแวดล้อม ควบคไู่ ปกบั การเพ่ิมบทบาทไทยในเวทีประชาคมโลก
ดงั วสิ ยั ทศั น์ของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 11 วา่ “สงั คมอย่รู ่วมกนั อยา่ ง
มีความสขุ ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรมและมีภมู ิค้มุ กนั ตอ่ การเปลีย่ นแปลง”
ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาท่สี าคญั ในระยะแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบบั ที่ 11 มีดงั นี ้
1. ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมในสงั คม
2. ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาคนสสู่ งั คมแหง่ การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยง่ั ยืน
3. ยทุ ธศาสตร์ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมนั่ คงของอาหารและพลงั งาน
4. ยทุ ธศาสตร์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสกู่ ารเตบิ โตอย่างมคี ณุ ภาพและยง่ั ยืน
5. ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเช่ือมโยงกบั ประเทศภมู ภิ าคเพอ่ื ความมน่ั คงทาง
เศรษฐกิจและสงั คม
6. ยทุ ธศาสตร์การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมอย่างยง่ั ยืน