แผนการจดัการเรียนรู้
หน่วยการเรยีนรทู้ี่3เร่ืองการสบืพนัธ์ขุองพชืดอก
รายวชิาชวีวิทยาว30243
ช้ันมธัยมศกึษาปีที่5ภาคเรียนที่1/2565
โรงเรียนสามพรา้ววทิยา
นางสาวมนทกานติต้นพนม
รหัสนักศกึษา62040111125
โรงเรียนสามพร้าววทิยา
สํานกังานเขตพ้ืนท่กีารศึกษามธัยมศึกษาอุดรธานีเขต1
สํานักงานคณะกรรมการศกึษาขั้นพน้ืฐาน
กระทรวงศกึษาธิการ
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว30243 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 เล่ม 1 นี้จัดทำ
ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรยี นการสอนให้มปี ระสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรู้ /ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
2560) ผู้จดั ทำจงึ ได้ศึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนคิ วิธีการสอนการวัดและประเมินผล มาจดั ทำแผนการจัดการ
เรียนรูใ้ นครั้งน้ี แผนการจดั การเรียนรู้ในเลม่ 3 น้ี ประกอบไปด้วย แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3
เรอ่ื ง การสบื พนั ธ์ุของพชื ดอก เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นบรรลมุ าตรฐานการเรียนรู้ ได้เตม็ ศักยภาพอยา่ งแทจ้ รงิ จึงหวังเป็น
อย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอนรายวิชา
วิทยาศาสตร์ นำไปสกู่ ารพฒั นาท่ถี ูกตอ้ ง และเกดิ ผลแกผ่ เู้ รียนเปน็ อยา่ งดี
นางสาวมนทกานติ ต้นพนม
10 ตุลาคม 2565
ข
สารบญั
เรื่อง หน้า
คำนำ………………………………………………………………………………………………………………………………. ก
สารบัญ……………………………………………………………………………………………………………………………. ข
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง การสบื พนั ธ์ุของพชื ดอก
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1 โครงสร้างและส่วนประกอบของดอก……………….………………… 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 กระบวนการสรา้ งเซลล์สืบพนั ธข์ุ องพืช………………………………. 5
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3 การปฏิสนธใิ นพชื ดอก……………………………………………………… 9
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 ผลและเมลด็ ……………………………..…………………………………….12
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5 การขยายพนั ธ์ุแบบอาศยั เพศและไม่อาศัยเพศของพืชดอก..…..16
1
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 3-1
รายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่องการสบื พันธุ์ของพืชดอก จำนวน 10 ชั่วโมง
เรือ่ งที่ 1 โครงสรา้ งและสว่ นประกอบของดอก จำนวน 2 ชัว่ โมง
สอนโดย นางสาวมนทกานติ ตน้ พนม ภาคเรียนท่ี 1/2565
วันท่สี อน...........................................................
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายวฏั จกั รชีวติ แบบสลับของพชื ดอก
2. สาระการเรียนรู้
โครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ในพชื แต่ละชนิดมีโครงสร้างของดอกแตกต่างกัน บาง
ชนิดมีโครงสร้างหลักครบทั้ง 4 ส่วน ซึ่งได้แก่ กลีบเลี้ยง (sepal) กลีบดอก (petal) เกสรเพศผู้
(stamen) และเกสรเพศเมีย(pistil) เรียกว่า ดอกสมบูรณ์(complete flower) ถ้าขาดส่วนใดส่วน
หนง่ึ ไปไม่ครบ 4 สว่ น เรียกวา่ ดอกไมส่ มบูรณ์(incomplete flower) และดอกทมี่ ที ง้ั เกสรเพศผู้และ
เพศเมียอยู่ภายในดอกเดียวกัน เรียกวา่ ดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower) ถ้ามีแต่เกสรเพศผู้ หรือ
เกสรเพศเมียอย่างเดยี ว เรียกวา่ ดอกไมส่ มบรู ณ์เพศ (imperfect flower)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกโครงสร้างและชส้ี ่วนประกอบของเพศดอกได้ (K)
2. นักเรียนสามารถบอกความหมายของดอกสมบูรณเ์ พศและดอกไม่สมบูรณ์เพศได้ (K)
3. นักเรยี นสามารถจดั ประเภทพืชดอกโดยใช้เกณฑต์ า่ งๆได้ (P)
4. นกั เรียนสามารถเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี ได้ (P)
5. นกั เรียนมคี วามกระตือรือรน้ และม่งุ ม่ันในการทำงาน (A)
4. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (5Es)
ข้ันท่ี 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 3 เรื่อง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการ
เจริญเติบโตกอ่ นเร่ิมบทเรยี น
1.2 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยนำกิจกรรมมาให้นักเรียนมีส่วนร่วมในห้องเรียน โดยครู
เขียนคำถาม Prior Knowledge บนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคำถามลงในสมดุ บันทึก
2
1.3 ให้นักเรียนจับคู่ แล้วแลกเปลี่ยนคำตอบและอภิปรายคำตอบกับคู่ของตนเองให้ได้คำตอบที่
สมบรู ณ์ถกู ต้องทส่ี ุด
1.4 ครสู ุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คู่ ออกมานำเสนอคำตอบ
1.5 นกั เรียนและครูรว่ มกันอภปิ รายคำตอบ Prior Knowledge โดยมแี นวคำถามดังนี้
- ดอกไมม้ คี วามสำคญั กบั วงจรชวี ิตของพชื อยา่ งไร
(แนวคำตอบ: ดอกไม้เปน็ อวยั วะที่พืชใช้ในการสรา้ งเซลล์สบื พันธ์ุ และสืบพันธุ์ โดยมีส่วนประกอบท่ี
สำคัญ คอื เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี สว่ นกลบี เลีย้ งและกลีบดอกเปน็ อีกปัจจัยทช่ี ว่ ยในการสืบพันธุ์
เช่น กลีบดอกทีม่ ีสสี ันสวยงามชว่ ยล่อแมลงมาผสมเกสร)
1.6 ครใู ห้นักเรียนตอบคำถาม Big Question ก่อนเร่ิมบทเรยี นโดยใหน้ ักเรียนเขยี นคำตอบลงในสมุด
บนั ทกึ กอ่ นเข้าสบู่ ทเรียน โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- ดอก (Flower) มคี วามสำคญั กบั พืชอยา่ งไร
(แนวคำตอบ: ดอกเป็นอวยั วะทใี่ ช้ในการสรา้ งเซลล์สืบพนั ธสุ์ ำหรับพืชดอก โดยพืชบางชนิดอาจมีดอก
ที่สมบูรณ์เพศ (Perfect flower) มีเกสรเพศผู้ (Stamen) และเกสรเพศเมีย (Pistil) อยู่ภายในดอก
เดียวกัน แต่พืชบางชนิดอาจมีดอกที่ไม่สมบูรณ์เพศ (Incomplete flower) มีเพียงเกสรเพศผู้หรือ
เกสรเพศเมยี อยู่ภายในดอก หลงั จากดอกไม้ได้รับการผสมเกสร ดอกจะพฒั นากลายเปน็ ผล เนือ่ งจาก
รังไข่ (Ovary) ท่อี ยู่ภายในดอกจะเจรญิ เป็นเน้อื ผลทห่ี อ่ หุ้มเมลด็ (Seed) ไวภ้ ายใน)
ขนั้ ที่ 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 นักเรยี นและครูไปทำการศึกษาดอกไม้ในบรเิ วณโรงเรยี น
2.2 ใหน้ กั เรียนเลอื กเกณฑท์ จี่ ะใช้จดั ประเภทดอกไมโ้ ดยใช้สว่ นประกอบตา่ งๆของพืชดอก
2.3 ครูสุ่มตัวอย่างนักเรียน 2 กลุ่มเพื่อนำเสนอวิธีการทีก่ ลุ่มของตนเองใช้เป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่ม
ของพชื ดอก
2.4 ให้นักเรียนเก็บดดอกไม้มา 1 ชนิดแล้วนำมาออกแบบชุดตุ๊กตา เรื่องการศึกษาโครงสร้างของ
ดอกไม้ โดยใชส้ ว่ นประกอบทั้งหมดของดอกไม้
2.5 ครแู นะนำวิธกี ารทำงาน
ขน้ั ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครจู ับฉลากเพอื่ หาตัวแทนที่จะนำเสนอใบงาน ออกแบบชดุ ต๊กุ ตา
3.2 นกั เรยี นรายงานการทำงาน และความรู้ทไี่ ด้รบั จากการทำงาน
3.3 ครูถามนกั เรียนว่า มคี ำถามใดบ้างทคี่ รูถามไปและยงั ไมไ่ ดต้ อบ ให้นักเรียนช่วยตอบคำถามนั้น
เช่น ส่วนประกอบของดอกไมแ้ ตล่ ะชนดิ เหมือนหรอื ตา่ งกนั อยา่ งไร, นักเรยี นแบ่งกลุ่มของพชื ดอก
โดยใช้เกณฑ์ใด
3
3.4 ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นได้ซกั ถามแลกเปลี่ยนความคิดเหน็
ขัน้ ที่ 4 ขั้นขยาความรู้ (Elaboration)
4.1 ครนู ำประเด็นท่ีเกิดความขัดแย้งกัน จากการนำเสนอของแตล่ ะกลุ่มมาใหน้ กั เรียนช่วยกันอภปิ ราย
วา่ นักเรยี นมีความคิดเหน็ อย่างไร
4.2 ครูจดั การทดลองสาธิตเพอื่ ให้นกั เรยี นศกึ ษา การวางตวั ของรงั ไข่
4.3 นกั เรียนทำมโนทัศน์ เรอ่ื งโครงสร้างของพชื ดอกลงสมุด
4.4 นกั เรยี นและครูช่วยกันสรุปสงิ่ ทไ่ี ด้จากการเรียนร้ใู นกิจกรรมการเรียนการสอน
ขนั้ ที่ 5 ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
5.1 ให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรูท้ ่ี 3.1 ลงในสมุด
5. สือ่ / แหลง่ การเรยี นรู้
5.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนชีววิทยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 การสืบพันธขุ์ องพืชดอก
2) แบบฝกึ หัดชีววิทยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 การสบื พนั ธุข์ องพืชดอกและการเจรญิ เตบิ โต
(กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรูท้ ี่ 3.1)
3) ใบงาน เรอื่ ง ออกแบบชุดตุ๊กตาโดยใช้สว่ นประกอบของพืชดอก
5.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรยี น
6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ กี ารวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์ความสำเร็จ
(ตามจดุ ประสงค)์
1. นักเรียนสามารถบอก - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั ร้อยละ 70
- Prior Knowledge ผ่านเกณฑ์
โครงสร้างและชีส้ ่วนประกอบ - การตอบคำถามระหวา่
ของเพศดอกได้ (K) กิจกรรมการเรียนการสอน
2. นกั เรียนสามารถบอก - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝกึ หดั รอ้ ยละ 70
ความหมายของดอกสมบรู ณ์ - การตอบคำถามระหวา่ - Big Question ผา่ นเกณฑ์
เพศและดอกไม่สมบรู ณเ์ พศได้ กิจกรรมการเรยี นการสอน
(K)
3. นกั เรียนสามารถจัด - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด 4
รอ้ ยละ 70
ประเภทพชื ดอกโดยใช้เกณฑ์ - การตอบคำถามระหวา่ ผา่ นเกณฑ์
ต่างๆได้ (P) กิจกรรมการเรียนการสอน ร้อยละ 70
ผา่ นเกณฑ์
4. นกั เรยี นสามารถ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝึกหัด
เปรยี บเทยี บความแตกต่าง - การตอบคำถามระหวา่ ระดับคณุ ภาพ 2
ของเกสรเพศผู้และเกสรเพศ กจิ กรรมการเรยี นการสอน -แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
เมียได้ (P) ลักษณะอนั พงึ
5. นักเรยี นมีความ - การสังเกตพฤตกิ รรมการ ประสงค์
กระตอื รือรน้ และมงุ่ มนั่ ใน ทำงาน
การทำงาน (A) - สังเกตความมุง่ มน่ั ในการ
ทำงาน
5
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3-2
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื งการสืบพนั ธ์ขุ องพชื ดอก จำนวน 10 ชั่วโมง
เรือ่ งที่ 2 กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพชื จำนวน 2 ชั่วโมง
สอนโดย นางสาวมนทกานติ ต้นพนม ภาคเรยี นที่ 1/2565
วันท่สี อน...........................................................
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรียนรู้
อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพชื ดอก และอธิบาย
การปฏสิ นธขิ องพชื ดอก
2. สาระการเรยี นรู้
พืชแตล่ ะต้นไม่ว่าจะเป็นพืชดอกหรอื พืชไร้ดอกจะมีช่วงระยะที่แตกต่างกัน 2 ระยะสลับกัน คอื ระยะ
ทส่ี รา้ งสปอร์ เรียกว่า ระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) แล้วระยะทสี่ ร้างเซลลส์ ืบพันธุ์ เรยี กว่า ระยะ
แกมีโทไฟต์ (Gametophyte) พืชดอกเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการสูงที่สุดในอาณาจักรพืช มีการสืบพันธ์ุ
แบบอาศัยเพศ โดยมีดอกเปน็ อวัยวะที่ทำหน้าท่ีสร้างสปอร์ แลว้ เจรญิ เปน็ แกมโี ทไฟต์ที่ทำหน้าที่สร้าง
เซลล์สืบพันธุ์ ดังนั้นวัฏจักรชีวิตของพืชดอกจึงเป็น วัฏจักรชีวิตแบบสลับ (Alternation of
generation)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายกระบวนการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธแ์ุ ละการปฏิสนธขิ องพืชดอกได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บกระบวนการสร้างเซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศผแู้ ละเพศเมยี ของพืชดอกได้ (P)
3. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ีและงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย (A)
4. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (5Es)
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 เร่ิมเขา้ ส่บู ทเรียนครถู ามคำถาม Prior Knowledge เพื่อทบทวนความรู้เดิม โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
- พืชสืบพนั ธุไ์ ดอ้ ย่างไร
(แนวคำตอบ: พืชใช้อวัยวะทีเ่ รียกว่า ดอก ในการสืบพันธุ์ โดยมีส่วนประกอบของดอกท่ีมีส่วนสำคัญ
ในการสบื พนั ธ์ุ คือ เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี ซงึ่ อาจอยภู่ ายในดอกเดียวกันหรอื คนละดอก)
6
1.2 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นครูแจก
ดอกไม้ 4 ประเภท ได้แก่ ดอกชบา ดอกฟักทอง ดอกเฟือ่ งฟา้ ดอกกุหลาบ
1.3 จากนั้นใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สำรวจและเขยี นส่วนประกอบของดอกไม้ โดยให้ตัวแทนกลมุ่
ออกมาเขยี นสว่ นประกอบของดอกไม้บนกระดานหน้าชนั้ เรยี น
1.4 ครูนำดอกไม้ของแต่ละกลุ่มมาให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าตัวแทนกลุ่มเขียนคำตอบถูกต้อง
หรือไม่ โดยมีแนวคำตอบ ดังนี้
- ดอกชบา
(แนวคำตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมีย (Pistil) กลีบดอก (Petal) กลีบเลี้ยง
(Sepal))
- ดอกฟกั ทอง
(แนวคำตอบ: ประกอบดว้ ยเกสรเพศเมยี (Pistil) กลีบดอก (Petal) กลบี เลี้ยง (Sepal))
- ดอกเฟือ่ งฟ้า
(แนวคำตอบ: ประกอบด้วยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมีย (Pistil) กลีบเลยี้ ง (Sepal))
ดอกหน้าวัว
(แนวคำตอบ: ประกอบดว้ ยเกสรเพศผู้ (Stamen) เกสรเพศเมยี (Pistil))
- ดอกบานเย็น
(แนวคำตอบ: ประกอบดว้ ยเกสรเพศเมีย (Pistil) กลบี ดอก (Petal) กลีบเลย้ี ง (Sepal))
ขั้นท่ี 2 ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูเขียนคำศพั ท์บนกระดาน แล้วให้นักเรียนสบื ค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น หนังสือเรยี น
ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1 อนิ เทอร์เนต็ หอ้ งสมุด เพื่อหาความหมายของคำศพั ท์ ดงั นี้
- Alternation of generation
(แนวคำตอบ: วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก ซึ่งมี 2 ระยะสลับกัน คือ ระยะสปอโรไฟต์
(Sporophyte) สลับกบั ระยะแกมีโทไฟต์ (Gametophyte))
- ระยะ Sporophyte
(แนวคำตอบ: ระยะที่พืชมกี ารสร้างสปอร์ (Spore))
- ระยะ Gametophyte
(แนวคำตอบ: ระยะทีพ่ ชื มีการสร้างเซลล์สบื พนั ธุ์ (Gamete))
- Diploid
(แนวคำตอบ: จำนวนโครโมโซม (Chromosome) ทมี่ สี องชดุ )
- Haploid
(แนวคำตอบ: จำนวนโครโมโซม (Chromosome) ทมี่ ีชุดเดยี ว)
7
- Microspore mother cell
(แนวคำตอบ: กลุ่มเซลล์ที่อยภู่ ายในอับเรณู (Anther) ซ่งึ จะแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ (Mitosis) ได้
เซลลใ์ หม่ 4 เซลล์ เรียกว่า ไมโครสปอร์ (Microsporocyte))
- Megaspore mother cell
(แนวคำตอบ: กลุ่มเซลล์ที่อยู่ภายในออวุล (Ovule) ซึ่งจะแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส (Meiosis) ได้เซลล์
ใหม่ 4 เซลล์ เรยี กวา่ เมกะสปอร์ (Megapore))
- Male gametophyte
(แนวคำตอบ: เรณู (Pollen))
- Female gametophyte
(แนวตอบ: ถุงเอม็ บริโอ (Embrto sac))
2. ครแู จกใบงานที่ 3.1.1 เรือ่ ง วัฏจกั รชวี ิตของพืชดอก ให้นักเรยี นศกึ ษาคำชแี้ จงและลงมือทำใบ
งานโดยนำความร้ทู ไ่ี ด้จากการสืบค้นความหมายของคำศัพท์บนกระดานทำใบงาน จากนน้ั ทำใบงานท่ี
3.1.2 เร่อื ง การสร้างเซลลส์ บื พนั ธขุ์ องพชื ดอก
ขั้นท่ี 3 ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
3.1 ครูสุ่มเรยี นนักเรยี น 3-4 คน ออกมานำเสนอคำตอบในใบงานหนา้ ชั้นเรยี น
3.2 ครสู ุ่มเรียกนกั เรยี น 2 คน ชว่ ยกันสรุปวัฏจกั รชวี ติ ของพืชดอก
3.3 นักเรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายผลจากการทำใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง วฏั จกั รชีวติ ของพชื ดอก ให้ได้
ใจความว่า “พชื มีวัฏจักรชวี ติ แบบสลับระหว่างระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) กับระยะแกมีโทไฟต์
(Gametophyte) โดยระยะสปอโรไฟตท์ ำหน้าท่ีสร้างสปอร์ (Spore) ส่วนระยะแกมีโทไฟตท์ ำหน้าท่ี
สร้างเซลล์สืบพันธุ์ (Gamete) ซึ่งไมโครสปอร์ (Micro spore) ที่เกิดจากการแบ่งเซลล์ของไมโครส
ปอร์มาเทอร์เซลล์ (Microspore mother cell) ที่อยู่ภายในอับเรณู (Anther) จะเจริญและพัฒนา
เป็นแกมีโทไฟต์เพศผู้ (Male gametophyte) คือ เรณู (Pollen) ส่วนเมกะสปอร์ (Megaspore) ที่
เกิดจากการแบ่งเซลล์ของเมกะสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Megaspore mother cell) ที่อยู่ภายในออวุล
(Ovule) จะเจริญและพัฒนาเป็นแกมีโทไฟต์เพศเมีย (Female gametophyte) คือ ถุงเอ็มบริโอ
(Embryo sac)”
ขัน้ ที่ 4 ขน้ั ขยาความรู้ (Elaboration)
9. ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
ขน้ั ที่ 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
5.1 ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามทา้ ทายการคิดข้ันสงู (H.O.T.S.) โดยมีแนวคำถามดงั นี้
- หากพืชไมม่ กี ระบวนการปฏิสนธิ พืชจะมวี งจรชวี ิตแบบใด
8
(แนวคำตอบ: พืชจะไม่มีระยะดิพลอยด์ (Diploid) หรือระยะสปอโรไฟต์ (Sporophyte) จึงทำให้พืช
ไม่สามารถสร้างสปอร์ (Spore) และเจริญเป็นต้นสปอโรไฟต์ได้ ส่งผลให้พืชไม่สามารถสร้างเซลล์
สืบพนั ธ์ุ (Gamete) ได้ต่อไป)
5.2 ให้นักเรียนสืบค้นเกี่ยวกบั วัฏจักรชีวิตของพืชชนิดอื่น เช่น มอส เฟิร์น สน หญ้าถอดปล้อง เห็ด
เพื่อทำชิ้นงาน 1 ชิ้น โดยให้นักเรียนเลือกพืชมาหนึง่ ชนิดแลว้ สรุปและวาดวฏั จกั รชีวิตลงในกระดาษ
A4 พร้อมตกแตง่ ให้สวยงามและนำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น (สุ่มตวั แทนหรือตามความสมคั รใจ)
5. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
5.1 สื่อการเรียนรู้
1) คำถาม Prior Knowledge
2) ใบงานที่ 3.1.1 เร่ือง วฏั จักรชีวิตของพชื ดอก
3) ใบงานท่ี 3.1.2 เร่ือง การสร้างเซลล์สบื พนั ธข์ุ องพืชดอก
4) แบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ หดั ชีววิทยา ม.5 เล่ม 1
5) คำถามท้าทายการคิดข้ันสูง
5.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น
2) ห้องสมุด
3) อินเตอรเ์ นต็
6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วิธีการวดั เครือ่ งมือ เกณฑค์ วามสำเร็จ
(ตามจุดประสงค)์ รอ้ ยละ 70
ผา่ นเกณฑ์
1. อธบิ ายกระบวนการสร้าง - ตรวจใบงานท่ี 3.1.1 - ใบงาน 3.1.1
รอ้ ยละ 70
เซลลส์ ืบพนั ธแุ์ ละการปฏสิ นธิ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์
ของพชื ดอกได้ (K) - การตอบคำถาม - คำถาม ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
2. เปรียบเทียบกระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 3.1.2 - ใบงาน 3.1.2
สรา้ งเซลลส์ ืบพันธ์ุเพศผู้และ - ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หดั
เพศเมียของพชื ดอกได้ (P) - การตอบคำถาม - คำถาม
3. รับผิดชอบตอ่ หน้าทีแ่ ละ - การสังเกตพฤตกิ รรมการ -แบบประเมนิ
งานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A) ทำงาน ลกั ษณะอนั พึง
ประสงค์
9
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3-3
รายวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 เรื่องการสบื พันธุข์ องพืชดอก จำนวน 10 ช่ัวโมง
เร่ืองท่ี 3 การปฏิสนธิในพืชดอก จำนวน 2 ช่วั โมง
สอนโดย นางสาวมนทกานติ ต้นพนม ภาคเรยี นที่ 1/2565
วนั ทีส่ อน...........................................................
..................................................................................................................... ..............................................
1. ผลการเรยี นรู้
อธบิ าย และเปรยี บเทยี บกระบวนการสรา้ งเซลลส์ ืบพันธ์เุ พศผู้และเพศเมียของพชื ดอก และอธบิ าย
การปฏิสนธขิ องพชื ดอก
2. สาระการเรยี นรู้
การปฏสิ นธิ (Fertilization) คือกระบวนการท่ีเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้ (ละอองเรณู) ผสมกบั เซลล์สืบพนั ธุ์
เพศเมยี (ไข่ออ่ น) เมอื่ เกิดการถา่ ยละอองเรณู ละอองเรณูจะตกอยทู่ ี่บรเิ วณไมโครไพลซ์ ึง่ จะมีสารก่งึ
เหลวคอยดกั จบั เรณูไว้ เมอ่ื มีสภาพทเี่ หมาะสม ละอองเรณจู ะงอกและมีการเจริญของท่อเรณเู พอ่ื เขา้
ไปผสมกับเซลลไ์ ข่ (Egg cell)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายกระบวนการปฏิสนธขิ องพชื ดอกได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บกระบวนการถา่ ยเรณใู นต้นเดียวกันและข้ามตน้ ได้ (P)
3. มีความใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน (A)
4. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (5Es)
ขน้ั ที่ 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูเปิดสื่อวิดีทัศน์ เรื่อง Double Fertilization in Angiosperms หรือให้นักเรียนศึกษาสื่อคิว
อารโ์ ค้ดจากหนงั สอื เรยี นชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 เรื่อง การปฏิสนธขิ องพชื
ขั้นที่ 2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครูเปิดสื่อวิดีทัศน์ เรื่อง Double Fertilization in Angiosperms หรือให้นักเรียนศึกษาสื่อคิว
อาร์โค้ดจากหนงั สอื เรยี นชวี วิทยา ม.5 เล่ม 1 เร่อื ง การปฏสิ นธขิ องพืช
2.2 หลงั จากนกั เรียนดวู ิดที ศั นจ์ บ ครูเขียนขอ้ ความบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรยี น เรียงลำดบั หมายเลข
10
ตามข้นั ตอนการปฏิสนธิของพืชดอกให้ถูกตอ้ ง โดยใหน้ กั เรยี นลอกคำถามและเรยี งลำดับหมายเลขลง
ในสมดุ บนั ทึกของตนเอง โดยมแี นวคำถามดงั น้ี
1) สเปริ ์มไปผสมกับโพลาร์นวิ คลไี อและเซลล์ไข่
2) เรณตู กลงบนยอดเกสรเพศเมีย
3) เจเนอเรทฟี เซลล์แบง่ เซลล์แบบไมโทซิสได้สเปริ ์ม 2 เซลล์
4) ทวิ บน์ วิ เคลยี สแบ่งเซลลง์ อกหลอดเรณูไปตามกา้ นเกสรเพศเมีย
2.3 ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุม่ กล่มุ ละ 3-4 คน ทำใบงานท่ี 3.2.4 เรอ่ื ง การปฏิสนธขิ องพืชดอก
2.4 ครูอาจแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการงอกหลอดเรณู โดยครูอาจให้นักเรียนสืบค้น
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการงอกหลอดเรณู แล้วให้นักเรียนสรุปลงในสมุดบันทึกของ
ตนเอง แล้วให้นกั เรยี นจับคู่ แลกเปลี่ยนขอ้ มลู และขอ้ สรุปท่ีได้จากการศกึ ษาใบงาน
ขัน้ ที่ 3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
3.1 นักเรียนและครูรว่ มกันเฉลยข้นั ตอนการปฏิสนธิของพชื ดอก โดยครูอธิบายคำตอบว่า เม่ือเรณูตก
ลงบนยอดเกสรเพศเมีย เรณู ทิวบ์เซลลจ์ ะแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสเพื่องอกหลอดเรณูไปตามก้านเกสร
เพศเมียแทงเขา้ ไปในรังไข่ จากนั้นเจเนอเรทีฟเซลล์จะแบง่ เซลล์ ได้ 2 นิวเคลียส ไดจ้ ำนวนสเปิร์ม 2
เซลล์ เขา้ ไปผสมกับโพลาร์นิวคลีไอและเซลลไ์ ด้ โดยสเปิร์มท่ีผสมกับโพลารน์ วิ คลไี อจะเจริญเป็นเอน
โดสเปริ ์ม สว่ นสเปิร์มที่ผสมกบั เซลล์ไขจ่ ะเจริญเปน็ ไซโกต ดังนน้ั หมายเลขควรเรยี งจาก 2) 4) 3) 1)
3.2 ครสู ุ่มตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอใบงานที่ 3.2.4 เรื่อง การปฏสิ นธิของพืชดอก
3.3 ครูสมุ่ ตวั แทน 1 คู่ นำเสนอข้อสรุปที่ได้จากการศกึ ษาการงอกหลอดเรณู
ขั้นที่ 4 ข้นั ขยาความรู้ (Elaboration)
4.1 ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหัดชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1
4.2 เพื่อขยายความเข้าใจให้นักเรียนทำผังสรุปกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก พร้อม
นำเสนอในรูปแบบทนี่ ่าสนใจ
4.3 ใหน้ กั เรียนทำผังมโนทศั น์ เร่ือง การถา่ ยเรณู พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม
ขน้ั ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครูตรวจแบบฝกึ หัดในแบบฝกี หัดชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1
5.2 ครูตรวจใบงานที 3.2.4 เร่ือง การปฏสิ นธิของพืชดอก
5.3 ประเมินชนิ้ งาน เรือ่ ง การสร้างเซลล์สืบพนั ธุ์ของพืชดอก โดยใชแ้ บบประเมินชิน้ งาน
5.4 ประเมินผงั มโนทศั น์ เร่ือง การถ่ายเรณู โดยใช้แบบประเมนิ ชิ้นงาน
5.5 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานของนักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5.6 สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
11
5. สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
5.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี นชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 การสบื พันธุ์ของพชื ดอกและการ
เจริญเตบิ โต
2) แบบฝึกหดั ชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การสบื พนั ธุข์ องพืชดอกและการเจริญเตบิ โต
3) ใบงานที่ 3.2.4 เร่ือง การปฏิสนธขิ องพชื ดอก
4) วิดีทศั น์ เรอ่ื ง Double Fertilization in Angiosperms จาก
(https://www.youtube.com/watch?v=bUjVHUf4d1I)
5.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อนิ เทอรเ์ นต็
6. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วิธีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑค์ วามสำเรจ็
(ตามจุดประสงค)์ - แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 70
- ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
1. นักเรยี นสามารถอธบิ าย - ตรวจแบบฝึกหดั
- แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 70
กระบวนการปฏสิ นธขิ องพชื - ตรวจใบงาน - ใบงาน ผ่านเกณฑ์
ดอกได้ (K) -แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
ลกั ษณะอันพึง ผา่ นเกณฑ์
2. เปรยี บเทียบกระบวนการ - ตรวจแบบฝึกหัด ประสงค์
ถ่ายเรณูในต้นเดยี วกนั และ - ตรวจใบงาน
ข้ามต้น ได้ (P)
3. มคี วามใฝร่ ูใ้ ฝเ่ รยี น (A) - การสังเกตพฤตกิ รรมการ
ทำงานกลุ่ม
- สงั เกตความมวี นิ ยั ใฝ่
12
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3-4
รายวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรื่องการสบื พันธุ์ของพืชดอก จำนวน 10 ช่ัวโมง
เรือ่ งที่ 4 ผลและเมลด็ จำนวน 2 ชว่ั โมง
สอนโดย นางสาวมนทกานติ ตน้ พนม ภาคเรยี นท่ี 1/2565
วนั ท่สี อน...........................................................
............................................................................................................................. ......................................
1. ผลการเรยี นรู้
อธบิ ายการเกดิ เมล็ดและการเกิดของพชื ดอกก โครงสร้างเมลด็ และล และยกตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชน์
จากโครงสร้างต่าง ๆ ของเมล็ดและผล
2. สาระการเรียนรู้
หลังการปฏิสนธิรังไข่จะมีการเจริญและพัฒนาไปเป็นผล และออวุลจะมีการเจริญ และพัฒนาไปเป็น
เมล็ด โครงสร้างของเมล็ดประกอบด้วย เปลือกเมล็ด เอ็มบริโอ และเอนโดสเปิร์ม โครงสร้างของผล
ประกอบด้วย ผนังผล และเมลด็ ซ่ึงแต่ละส่วนของโครงสร้างจะมีประโยชน์ตอ่ พืชเองและต่อส่ิงมีชีวิต
อื่น
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายการเกดิ เมลด็ และผลของพืชดอกได้ (K)
2. นักเรยี นสามารถสรา้ งแบบจำลองโครงสร้างของเมล็ดได้ (P)
3. นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบตอ่ หน้าทแ่ี ละงานทไี่ ด้รับมอบหมาย (A)
4. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (5Es)
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.1 ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนเข้าสู่บทเรียน โดยให้นักเรียนเล่นเกมแข่งกันบอกชื่อ
ดอกไม้ โดยครกู ำหนดจำนวนพยางค์ ดังนี้
- 1 พยางค์ (เข็ม บวั )
- 2 พยางค์ (กุหลาบ มะลิ ชบา)
- 3 พยางค์ (เบญจมาศ ทานตะวัน กระดุมทอง)
- 4 พยางค์ (บานไม่ร้โู รย คณุ นายตน่ื สาย)
13
1.2 นกั เรยี นและครูร่วมกันทบทวนเกีย่ วกบั โครงสร้างของดอกที่เกีย่ วข้องกบั การสบื พนั ธุข์ อง
พชื กระบวนการสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์ และการปฏสิ นธิ โดยครูต้ังคำถาม แลว้ ให้นักเรยี นยกมอื
ตอบคำถาม โดยมีแนวคำถามตอ่ ไปนี้
- กระบวนการปฏสิ นธิเกดิ ขึ้นบรเิ วณใดของดอก
(แนวคำตอบ: รงั ไข่ (Ovary))
ขั้นท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ใหน้ ักเรียนสบื ค้นขอ้ มูล หรอื ศกึ ษาจากหนงั สือเรียนชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1 เพื่อตอบคำถามตอ่ ไปนี้
- เมล็ดและผลเจริญหรอื พฒั นามาจากสว่ นใด
(แนวคำตอบ: เมลด็ พฒั นามาจากออวลุ (Ovule) ส่วนผลเจริญมาจากรงั ไข่ (Ovary))
- สว่ นประกอบของผล (Fruit) ประกอบด้วยอะไรบ้าง
(แนวคำตอบ: ผนงั ผล (Pericarp) และเมลด็ (Seed))
2.2 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล เรื่อง โครงสร้างของผลจาก
แหลง่ การเรยี นรู้ เช่น อนิ เทอร์เน็ต ห้องสมุด หรอื หนงั สอื เรยี นชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1
2.3 หลงั จากนนั้ ให้ตัวแทนกลุม่ ออกมารบั ดนิ นำ้ มนั ซงึ่ มสี ีสนั ต่างๆ ที่ครูเตรยี มไวใ้ หแ้ ตล่ ะกลุ่ม
2.4 ครมู อบหมายใหแ้ ต่ละกลุ่มรว่ มกนั สร้างแบบจำลองโครงสร้างของผล โดยใชด้ นิ น้ำมันที่ครูเตรียม
ไวใ้ ห้
ขัน้ ที่ 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
3.1 ครสู ่มุ ตัวแทนกลุม่ 2 คน ออกมานำเสนอแบบจำลองโครงสรา้ งผลของกลมุ่ ตนเอง
3.2 ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการสร้างแบบจำลองโครงสร้างผล โดยมีแนวการอภิปราย
ว่าผลประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ผนังผล (Pericarp) และเมล็ด (Seed) ซึ่งผนังผลแบ่งออกเป็น 3 ชั้น
ได้แก่ ผนังชั้นนอก (Exocarp) ผนังชั้นกลาง (mesocarp) และผนังชั้นใน (Endocarp) ส่วนเมล็ด
(Seed) เจริญมาจากออวลุ (Ovule) ที่มีส่วนประกอบหลกั คือ เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) เอนโด
สเปิรม์ (Endosperm) และเอม็ บริโอ (Embryo)
3.3 ครูยกตัวอย่างผลให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น โดยให้นักเรียนศึกษาผลมะพร้าวในกรอบ Biology
Focus จากหนังสอื เรยี นชีววิทยา ม.5 เลม่ 1
ขนั้ ที่ 4 ขั้นขยาความรู้ (Elaboration)
4.1 ครูอิบายเพ่ิมเตมิ ในส่วนที่นักเรยี นยังมีขอ้ สงสยั ครูยกตวั อย่างประโยชน์ทีไ่ ด้จากโครงสร้างต่าง ๆ
ของเมล็ดและผล โดยครูอาจให้นกั เรยี นแต่ละคนยกตวั อย่าง 1 ตัวอย่าง
4.2 จากน้ันครใู ช้คำถามเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจมากขน้ึ โดยครอู าจถามคำถาม ดังนี้
- การเจริญของไซโกต (Zygote) ไปเปน็ เอ็มบรโิ อ (Embryo) เกดิ จากการแบง่ แบบใดและเกดิ ขึน้ กคี่ ร้ัง
14
(แนวคำตอบ: แบบไมโทซิส (Mitosis) จำนวน 2 ครั้ง)
- ไซโกต (Zygote) ที่เกิดจากการแบ่งเซลลแ์ ล้วติดอย่กู บั รไู มโครไพล์ (Micropyle) เรยี กว่าอะไร
(แนวคำตอบ: เซลล์ฐาน (Basal cell))
- เซลล์สนับสนุน (Suspensor) ทำหนา้ ทอ่ี ะไร
(แนวคำตอบ: ยึดเอม็ บริโอ (Embryo))
- บริเวณใดของเอ็มบริโอ (Embryo) จะเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อและส่วนต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่เฉพาะ
(แนวคำตอบ: แอพิคัลเซลล์ (Apical cell))
ข้ันที่ 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
5.1 ตรวจแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1
5.2 ประเมนิ ชิน้ งาน เรอ่ื ง ประเภทของผล จากแบบประเมนิ ช้นิ งาน
5.3 ประเมินรายงาน เรือ่ ง โครงสรา้ งเมลด็ จากแบบประเมนิ รายงาน
5.4 ประเมินช้ินงาน เร่ือง โครงสรา้ งของผลและเมลด็ จากแบบประเมินชิน้ งาน
5.5 สังเกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
5.6 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
5. สอื่ / แหล่งการเรียนรู้
5.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนงั สอื เรยี นชีววิทยา ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 การสืบพันธ์ขุ องพชื ดอก และการ
เจริญเตบิ โต
2) แบบฝึกหดั ชวี วิทยา ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 การสบื พันธขุ์ องพชื ดอก และการเจรญิ เติบโต
5.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อินเทอร์เนต็
15
6. กระบวนการวัดและประเมินผล
รายการวดั วิธกี ารวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์ความสำเร็จ
- แบบฝกึ หดั
(ตามจุดประสงค)์ รอ้ ยละ 70
- ตรวจแบบจำลอง ผ่านเกณฑ์
1. นักเรียนสามารถอธบิ าย - ตรวจแบบฝกึ หดั
-แบบประเมนิ รอ้ ยละ 70
การเกดิ เมล็ดและผลของพชื ลกั ษณะอนั พึง ผา่ นเกณฑ์
ประสงค์
ดอกได้ (K) ระดับคุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
2. นักเรยี นสามารถสร้าง - สร้างแบบจำลอง
แบบจำลองโครงสร้างของ
เมล็ดได้ (P)
3. นักเรียนมคี วามรบั ผิดชอบ - การสังเกตพฤตกิ รรมการ
ตอ่ หนา้ ทแี่ ละงานทไ่ี ด้รบั ทำงานกลมุ่
มอบหมาย (A) - สังเกตการทำงานท่ไี ด้รบั
มอบหมาย
16
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3-5
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื งการสืบพันธข์ุ องพชื ดอก จำนวน 10 ช่ัวโมง
เรื่องที่ 5 การสบื พนั ธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศและการขยายพันธ์ุ จำนวน 2 ชว่ั โมง
สอนโดย นางสาวมนทกานติ ต้นพนม ภาคเรยี นท่ี 1/2565
วันที่สอน...........................................................
...................................................................................................................................................................
1. ผลการเรยี นรู้
ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายในและสิ่งเร้าภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพชื
สามารถนำมาประยุกต์ใชค้ วบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืช เพมิ่ ผลผลิต และยดื อายผุ ลผลิตได้
2. สาระการเรียนรู้
ทดลองและอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดสภาพพักตัวของเมล็ดและบอก
แนวทางในการแก้สภาพพกั ตวั ของเมล็ด
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด และสภาพพักตัวของ
เมลด็ ได้ (K)
2. นกั เรยี นสามารถทดลองคณุ ภาพของเมล็ดพันธพ์ุ ืชได้ (P)
3. นักเรียนมีความรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทีแ่ ละงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
4. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (5Es)
ขั้นท่ี 1 ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1. เพือ่ กระต้นุ ความสนใจของนักเรียนครอู าจนำเกมหรือความบนั เทิงมาใหน้ กั เรยี นมีสว่ นรว่ มในชัน้ เรียน โดย
ครูนำภาพเมล็ดพชื ชนดิ ตา่ ง ๆ มาใหน้ ักเรยี นทายวา่ เปน็ เมลด็ พชื ชนดิ ใด ดังรูปภาพ
เมลด็ ตน้ ดาวเรอื ง เมลด็ ถว่ั เหลอื ง
17
เมล็ดกาแฟ เมล็ดทบั ทิม
1. ครูนำภาพเดิมที่ใช้กระตนุ้ นกั เรยี นในตอนต้นชั่วโมงมาถามคำถามนักเรียนวา่ นักเรยี นทราบหรือไม่
วา่ เมล็ดพชื แตล่ ะชนิดมีลกั ษณะการงอกที่แตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ: บางชนดิ มีลกั ษณะการงอกท่เี หมือนกัน เช่น ถั่วเขยี ว ถ่วั เหลอื ง แตบ่ างชนิดมีลักษณะ
การงอกที่แตกตา่ งกนั เช่น การงอกของเมล็ดขา้ วโพดแตกตา่ งกับเมลด็ ถ่ัวเขยี ว)
ข้ันท่ี 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
2.1 ครูพูดเกริ่นนำก่อนเข้าสู่หัวข้อถัดไปว่า หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้โครงสร้างเมล็ดพืชแล้ว
นักเรียนคิดวา่ เมลด็ พนั ธด์ุ ีคือเมล็ดทีด่ ีมีลกั ษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ: พิจารณาคำตอบของนกั เรียน ตวั อยา่ งคำตอบ เชน่ เมล็ดพนั ธด์ุ คี วรมีสีสด ไม่เก่าขุ่นมัว
ไมค่ วรมีเศษหรือรอยแตกหัก ไม่มีรอยเจาะของแมลง มคี วามชื้นต่ำ ปราศจากสงิ่ เจอื ปนและโรค)
2.2 ครูถามตอ่ ไปวา่ นักเรยี นมวี ิธตี รวจสอบคณุ ภาพเมลด็ พนั ธ์ุอย่างไรบา้ ง โดยครอู าจใหน้ ักเรียนตอบ
ตามความคิดเห็นก่อน แล้วจึงมอบหมายให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ เช่น ส่ือ
อนิ เทอร์เน็ต หนังสือเรียนชวี วทิ ยา ม.5 เลม่ 1
(แนวคำตอบ: พิจารณาคำตอบของนกั เรยี น ตัวอย่างคำตอบ เชน่ สงั เกตจากลกั ษณะภายนอก
ตรวจสอบความแข็งแรงดว้ ยการนำไปเพาะ ความบริสทุ ธิ์ของเมล็ด การหาค่าดัชนกี ารงอก)
2.3 เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถลงมอื ปฏบิ ัตไิ ด้ ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-
6 คน เพ่ือทำกจิ กรรมการตรวจสอบคณุ ภาพเมล็ดพนั ธุ์ (หนังสือเรียน หนา้ 123)
2.4 ให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งภาระหน้าที่รับผิดชอบ โดยสมาชิกในกลุ่มมีบทบาทและหน้าที่ของ
ตนเอง ดงั น้ี
- สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหน้าท่ีเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์กิจกรรมการตรวจสอบคุณภาพเมลด็ พันธ์ุ
- สมาชกิ คนท่ี 2 : ทำหนา้ ทอ่ี ่านวิธีการทำกิจกรรม และนำมาอธบิ ายให้สมาชิกภายในกลุม่ ฟัง
- สมาชกิ คนท่ี 3 และ 4 : ทำหน้าทีบ่ ันทึกผลการทำกิจกรรม
- สมาชกิ คนท่ี 5 และ 6 : ทำหนา้ ทน่ี ำเสนอผลท่ีได้จากการทำกจิ กรรม
2.5 ในระหวา่ งการทำกิจกรรม ให้สมาชกิ ภายในกลุ่มตั้งคำถามขั้นตอนการทำกิจกรรมที่ตนเองสงสัย
เช่น แล้วให้สมาชิกรว่ มกนั สืบค้นจากแหลง่ ข้อมลู เพือ่ ตอบคำถาม
18
ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
3.1 ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลจากการทำกิจกรรม และอธิบายข้อสงสัยที่สมาชิก
ภายในกลุ่มต้งั คำถาม และนำเสนอผลจากการสืบค้นคำตอบ
3.2 ครูพิจารณาผลจากการทำกิจกรรมและผลจากการสบื ค้นข้อสงสัยในขั้นตอนการทำกิจกรรมของ
นักเรียน
3.3 ครูเสรมิ และเพิ่มเติมข้อมูล หากขอ้ มูลท่นี กั เรยี นออกมานำเสนอยงั ไมส่ มบรู ณ์
3.4 นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายผลจากการทำกจิ กรรม
3.5 ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม และเฉลยคำถามท้ายกจิ กรรม โดยมีแนวคำถามดงั นี้
- นกั เรียนมีวิธคี ัดเลอื กเมล็ดพนั ธ์ถุ ่ัวเขยี วจากแหลง่ ต่าง ๆ อยา่ งไร เพอ่ื ให้ได้เมล็ดพนั ธุท์ ่ีดที ีส่ ดุ
(แนวคำตอบ: พิจารณาจากดัชนีการงอกเมล็ดพันธุ์ หากแหล่งใดมีค่าดัชนีสูงกว่า แสดงว่าเมล็ดพันธ์ุ
จากแหลง่ น้ันมคี ณุ ภาพทีด่ กี ว่า)
ขั้นท่ี 4 ขัน้ ขยาความรู้ (Elaboration)
เพือ่ ขยายความรู้ ความเข้าใจ ครใู หน้ ักเรียนตอบคำถาม Topic Question ลงในสมุดบนั ทกึ ของตนเอง จากนน้ั
ครอู า่ นคำถามและใหน้ กั เรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบทถี่ ูกตอ้ ง โดยมีแนวคำถามดังน้ี
- สภาพพักตัวของเมล็ดคอื อะไร และยกตวั อย่างการแกส้ ภาพพักตวั ของเมลด็ มาอยา่ งนอ้ ย 3 ขอ้
(แนวตอบ: สภาพพักตัวของเมล็ด คือ กลไกธรรมชาติที่ป้องกันอันตรายให้กับเมล็ดพันธุ์จาก
สภาพแวดล้อม โดยสภาพเมล็ดยังคงมชี ีวิตแต่ไมส่ ามารถงอกเป็นตน้ ใหม่ได้)
- การหาคา่ ดชั นีการงอกของเมลด็ พนั ธทุ์ ำไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ: คำนวณจากสูตรผลรวมของ (จำนวนเมล็ดทีง่ อกในแตล่ ะวนั /จำนวนวันหลงั เพาะ))
ครูอาจเพม่ิ เติมความรู้ให้แก่นักเรียนศกึ ษาเร่ือง เมลด็ ขา้ ว ซงึ่ เป็นเมลด็ พนั ธ์ุท่ีคนเอเชียส่วนใหญ่นิยม
ปลูกและนำมาผา่ นกระบวนการวิธีต่าง ๆ ก่อนนำมาหุงรับประทาน ซงึ่ สว่ นประกอบของเมล็ดข้าว
สามารถนำมาใช้ประโยชนต์ า่ ง ๆ ไดม้ ากมาย
17. ให้นักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมจากกรอบ Biology in real life แล้วครูอาจตั้งคำถามว่าส่วนประกอบ
ของเมลด็ ขา้ วนำมาใชป้ ระโยชนอ์ ย่างไรบา้ ง
(แนวตอบ: เปลือกข้าว (Seed Coat) หรือแกลบนิยมนำมาผสมในอาหารของสัตว์ปีก เยื่อหุ้ม
เมล็ดหรือรำข้าว (Rice bran) นิยมนำมาสกัดทำเป็นน้ำมันรำข้าวใช้ประกอบอาหาร เอ็มบริโอ
(Embryo) หรือจมูกข้าวนิยมนำมาผสมในเครื่องดื่มประเภทนม เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และ
เอนโดสเปิรม์ (Endosperm) หรือขา้ วขาวนิยมนำมาหุงรับประทาน)
19
ขั้นที่ 5 ข้ันประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครใู ห้นกั เรยี นทำกิจกรรม เกษตรกรนอ้ ยในโรงเรียน
5.2 แบง่ กลุ่มนกั เรยี น โดยแต่ละกลุม่ มีสมาชิก 3 คน
5.3 ให้นักเรยี นทำการขยายพนั ธุ์พืชอะไรกไ็ ดใ้ นโรงเรียน พรอ้ มตดิ ตามและรายงานผลทกุ สัปดาห์
จนกวา่ จะได้ผลผลิต
5.4 ตรวจแบบฝึกหัดในแบบฝกึ หัดชีววิทยา ม.5 เลม่ 1
5.5 ประเมินการปฏิบัติการโดยใชแ้ บบประเมนิ ปฏบิ ตั กิ ารจากการทำกิจกรรม
5.6 สงั เกตพฤติกรรมการทำงานของนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
5.7 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
5. ส่อื / แหลง่ การเรยี นรู้
5.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 การสบื พันธุข์ องพชื ดอกและการ
เจริญเติบโต
2) วสั ดุอปุ กรณก์ ิจกรรมการตรวจสอบคุณภาพเมลด็ พนั ธุ์
5.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งปฏิบตั ิวทิ ยาศาสตร์
2) อนิ เทอรเ์ นต็
3) คิวอาร์โคด้ จากหนังสือเรียนชีววทิ ยา ม.5 เลม่ 1 เรอ่ื ง การงอกของเมล็ด
20
6. กระบวนการวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีการวดั เครอื่ งมือ เกณฑค์ วามสำเร็จ
(ตามจุดประสงค)์
1. นักเรียนสามารถอธิบาย - การตอบคำถาม - คำถาม Topic รอ้ ยละ 70
Question ผา่ นเกณฑ์
เกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผล - คำถาม ระหว่าง
กิจกรรมการเรยี นรู้
ต่อการงอกของเมล็ด และ
สภาพพักตวั ของเมล็ดได้ (K)
2. นักเรียนสามารถทดลอง - การทดลอง - แบบบันทึกผลการ รอ้ ยละ 70
คุณภาพของเมล็ดพันธุ์พืชได้ ทดลอง ผ่านเกณฑ์
(P)
3. นักเรียนมีความรับผิดชอบ - การสงั เกตพฤตกิ รรมการ -แบบประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 2
ต่อหน้าที่และงานที่ได้รับ ทำงานกลุ่ม ลักษณะอันพึง ผา่ นเกณฑ์
มอบหมาย (A) ประสงค์
ภาคผนวก
ใบงานที่ 3.3.1
เร่อื ง วฏั จักรชีวิตของพืชดอก
ตอนที่ 1
คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นพิจารณาวฏั จกั รชีวิตของพชื ดอก แลว้ เติมคำท่ขี าดหายไปลงในกล่องสเี หลย่ี มให้สมบรู ณ์
ตอนที่ 2
คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาส่วนประกอบท่กี ำหนดให้ในตาราง แลว้ ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตารางให้ตรง
กับจำนวนชดุ โครโมโซม
ข้อ สว่ นประกอบ แฮพลอยด์ (n) ดพิ ลอยด์ (2n)
1. ไซโกต (Zygote)
2. อับเรณู (Anther)
3. เมกะสปอร์ (Megasporogenesis).
4. สปอโรไฟต์ (Sporophyte)
5. ถงุ เอ็มบรโิ อ (Embryo sac)
ใบงาน
เรอ่ื ง ประเภทของดอก
ตอนที่ 1 จำแนกดอกตามสว่ นประกอบของดอก
คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนพิจารณาดอกไมท้ กี่ ำหนดให้ แลว้ ทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในตาราง
ชอ่ื ดอกไม้ ประเภทของดอก ดอกไม่ครบส่วน
ดอกสมบรู ณ์เพศ ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ ดอก ครบสว่ น
มะเขือ
บานเยน็
อนิ ทผาลมั
ขา้ วโพด
มะละกอ
กล้วยไม้
ตอนที่ 2 จำแนกดอกตามจำนวนดอกท่ีอยบู่ นก้าน
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนพจิ ารณาดอกไม้ที่กำหนดให้ แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง
ชื่อดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกเด่ยี ว ดอกชอ่
ดอกการะเวก
ดอกฝร่ัง
ดอกผกากรอง
ดอกหางนกยงู
ดอกมะเขือ
ตอนท่ี 3 จำแนกดอกตามตำแหน่งของรงั ไข่เทยี บกบั ตำแหนง่ ของวงกลบี
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาดอกไมท้ ก่ี ำหนดให้ แลว้ ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในตาราง
ชอ่ื ดอกไม้ ประเภทของดอก
ดอกที่มีรังไข่อยู่เหนอื วงกลีบ ดอกทีม่ รี งั ไข่อยู่ใตว้ งกลบี
ยี่หุบ
ทับทมิ
พรกิ
ถัว่
แตงกวา
ใบงาน
เรอ่ื ง การสรา้ งเซลล์สืบพนั ธ์ุของพชื ดอก
ตอนที่ 1
คำชแี้ จง : จงเตมิ คำลงในตารางกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์
ลกั ษณะที่พิจารณา การสร้าง male การสร้าง female
gametophyte gametophyte
แหล่งสรา้ งเซลล์สบื พนั ธุ์ …............................... รงั ไข่
เซลลเ์ รมิ่ ตน้ (mother cell) ................................... เมกะสปอรม์ าเทอรเ์ ซลล์
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ าก meiosis ของเซลลแ์ ม่ ...................................
ไมโครสปอร์
จานวน 4 เซลล์
เซลลท์ ไ่ี ดจ้ ากการแบง่ เซลล์แบบ mitosis ...................................
...................................
ตอนท่ี 2
คาชีแ้ จง : จงเขยี นแผนภาพกระบวนการสรา้ งเซลล์สบื พนั ธเุ์ พศผแู้ ละการสรา้ งเซลล์สบื พนั ธเุ์ พศเมยี
1. การสรา้ งเรณู (pollen grian) ของพชื ดอก
ตอบ
2. การสรา้ งถงุ เอม็ บรโิ อ ของพชื ดอก
ตอบ