รายงานวิชาความร้เู บ้ืองต้นเก่ียวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เรอื่ ง องค์การอนามยั โลก (TWO)
จัดทาโดย
นางสาวอนสิ า สรุ ะประกิจ รหัสนักศึกษา 6301110001
นายชาญชัย ยางนอก รหสั นกั ศึกษา 6502120005
นางสาวกานต์สนิ ี ยางนอก รหสั นักศึกษา 6502120009
เสนอ
อาจารยพ์ รี ะยุทธ ศลิ าพรหม
รายงานเล่มน้ีเป็นสว่ นหน่งึ ของการเรยี นวชิ าความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ียวกบั ความสัมพันธ์
ระหวา่ งประเทศ (PSPA 105)
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
วทิ ยาลัยพชิ ญบณั ฑิต
ก
คานา
รายงาน (เร่ือง องค์การอนามัยโลก WHO) เป็นส่วนหน่ึงของวิชาความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (PSPA 105) จัดทาข้ึนเพ่ือศึกษาหาความรู้ทางด้านองค์การอนามัยโลก ว่ามี
ความสาคญั อยา่ งไร ประวัตคิ วามเปน็ มา แนวทางการปฏบิ ตั ขิ องสาธารณสุขระหวา่ งประเทศเปน็ อย่างไร เป็นตน้
ผู้จัดทาหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักศึกษา ท่ีกาลังหาข้อมูลเก่ียวกับ
องคก์ รอนามยั โลก หากมขี อ้ แนะนาหรอื ขอ้ ผิดพลาดประการใด ผู้ขดั ทาขอน้อมรับไวแ้ ละขออภัยมา ณ ทีน่ ้ีด้วย
ผ้จู ัดทา
นางสาวอนิสา สุระประกิจ รหสั นักศึกษา 6301110001
นายชาญชัย ยางนอก รหสั นักศกึ ษา 6502120005
นางสาวกานตส์ ินี ยางนอก รหสั นักศึกษา 6502120009
สารบญั ข
เรือ่ ง หน้า
คานา ก
ข
สารบัญ 1
1
ประวัติความปน็ มาองค์การอนามยั โลก (WHO) 2
ความสาคัญของวันอนามัยโลก 2-3
วตั ถปุ ระสงค์ของการจัดต้งั องคก์ ารอนามยั โลก 4-5
งานขององคก์ ารอนามัยโลก 5
ไทย ประเทศแรกร่วมมือองค์การอนามยั โลกใน 6 แผนงาน 5-8
องค์/กลไลดา้ นการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ 9
9
1.ววิ ัฒนาการ 9-10
2.ความจาเป็นในการปฏริ ูปกลไก/องค์กรด้านสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ 10
3.ขอ้ เสนอสาหรบั การปฏริ ูปกลไลสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ 10-11
4.บทบาทในองค์การอนามัยโลก 11
5. บทบาทในเวทีสขุ ภาพระหวา่ งประเทศอ่ืน 11
6. การดาเนนิ การในการจดั ประชมุ ระหว่างประเทศท่สี าคัญ 11
ความร่วมมือระหว่างทวภิ าคี 11-13
การวิเคราะห์สถานการณข์ องการสาธารณสขุ ระหว่างประเทศในประเทศไทย 13-14
1.ปัญหาของระบบปัจจบุ นั 14
2.ความจาเป็นในการปฏิรูป 14-15
แนวทางการพฒั นาการสาธารณสขุ ระหว่างประเทศในอนาคต 15
การพฒั นาและเสริมสร้างโครงการและกลไกใหม่ 16
การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
การพัฒนาระบบสาธารณสุขระหวา่ งประเทศบนฐานองค์ความรู้
ภาคผนวก
1
ประวตั แิ ละความเป็นมาวันอนามัยโลก
องค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นองค์กรชานาญพิเศษของสหประชาชาติ ซ่ึงรับผิดชอบการ
ประสานงานดา้ นสาธารณสุขระหว่างประเทศ กอ่ ตัง้ เมอ่ื 7 เมษายน ค.ศ. 1948 ประกอบดว้ ยสมาชิก 131 ประเทศ
(ธันวาคม 2511) องค์การน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะคุ้มครองและส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วโลก มี
สานกั งานใหญ่ต้ังอยทู่ นี่ ครเจนวี า ประเทศสวติ เซอร์แลนด์
องคก์ รอนามัยโลกมบี ทบาทเป็นหนว่ ยงานระหว่างประเทศท่ีทาหน้าที่ดูแลและคอยประสานงานด้านการสาธารณสุข
เพื่อคมุ้ ครองและสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของประชาชนท้ังโลกมี 4 หน้าท่ีหลักคอื
1. อานวยความชว่ ยเหลือแก่ประเทศตา่ งๆตามความต้องการเมื่อได้ร้องขอมา
2. จัดให้บรกิ ารด้านสขุ ภาพอนามัยแกป่ ระเทศต่างๆทวั่ โลก
3. ส่งเสริมและประสานงานด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระหว่างชาติเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพต่างๆ
อนั ไมอ่ าจดาเนินไปได้โดยลาพงั ของแตล่ ะประเทศ
4. ทาหนา้ ทแ่ี ก้ปัญหาโรคทย่ี ังไมส่ ามารถรักษาได้ เชน่ ซาร์ส ไขห้ วดั นก และล่าสุดคอื โควิด-19
ความสาคัญของวนั อนามัยโลก
องค์การอนามัยโลก นับเป็นองค์กรระหว่างประเทศองค์การหน่ึงที่จัดตั้งขึ้นภายหลังสงครามโลก
ครั้งท่ี 2 โดยการดาเนินการของคณะรฐั มนตรีเศรษฐกิจ และสงั คมขององคก์ ารสหประชาชาติ โดยอาศัยแนวความคิด
และการดาเนินงานขององค์กรทีเ่ กีย่ วข้องกับการอนามยั ท่ีมีมาก่อน
2
วัตถุประสงค์ของการจดั ตั้งองค์การอนามัยโลก
1. เพอื่ ช่วยเหลอื ประชาชนท่ัวโลกใหม้ พี ลานามยั อยู่ในระดบั สงู สุดเทา่ ท่ีสามารถจะทาได้ทั้งใน
ร่างกายและจิตใจ
2. เพื่อประสานงานสง่ เสริมการอนามัยระหวา่ งชาติ และร่วมมือกบั รัฐบาลประเทศสมาชกิ ในการ
ดาเนนิ งานตามโครงการอนามัยต่าง ๆ รวมทั้งกาหนดมาตรฐานยา และวคั ซีน
3. เพ่ือให้บริการทางวชิ าการในดา้ นอนามัยระหว่างประเทศและส่งเสริมการวจิ ัยทางการแพทย์
งานขององค์การอนามัยโลก นน้ั แยกออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ
1. พยายามอานวยความชว่ ยเหลือให้แก่ประเทศตา่ งๆ ตามความต้องการเมื่อได้รอ้ งขอมา
2. จัดให้บริการดา้ นสุขภาพอนามยั แก่ประเทศต่างๆ ทัว่ โลก
3. สง่ เสรมิ และประสานงานด้านการวิจยั ทางวิทยาศาสตร์ระหวา่ งประเทศ เกย่ี วกับปัญหาสุขภาพ
ตา่ งๆ อันไม่อาจดาเนนิ ไปไดโ้ ดยลาพังแต่ละประเทศ
ทั้งน้ีความมุ่งหมายดั้งเดิมของการร่วมมือกันนี้ก็เพ่ือช่วยกันหยุดยั้งการระบาดของโรคต่างๆแต่ใน
ปัจจุบันได้ขยายความร่วมมือออกไปอีกโดยยกระดับเร่ืองสุขภาพอนามัยทุกแห่งบนโลกและส่งเสริมความกา้ วหน้าใน
ด้านสาธารณสุขด้วยการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆอันเก่ียวกับการคุ้มครองส่งเสริมสุขภาพอนามัยของ
ประชาชน และท่ีสาคัญงานขององค์การอนามัยโลกดาเนินการภายใต้นโยบายและการปกครองของสมัชชาอนามัย
โลกที่ประกอบไปด้วยผู้แทนของประเทศสมาชิก และเพ่ือเป็นการกระจายการปฏิบัติงานขององค์การให้ทั่วถึงส่วน
ตา่ ง ๆ ของโลก สมัชชาอนามยั โลกในการประชมุ สมัยที่ 1 ได้มมี ติกาหนดพื้นทก่ี ารดาเนินงานออกเปน็ 6 ภูมภิ าค คือ
1. ภูมภิ าคอเมรกิ า มีสานักงานอยู่ ณ กรุงวอชิงตนั ดซี ี
2. ภมู ภิ าคเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นตะวนั ออก มีสานักงานอยู่ ณ เมืองอเล็กซานเดรีย
3. ภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตม้ สี านักงานอยู่ท่ี ณ กรุงนิวเดลี
4. ภมู ิภาคแอฟริกามสี านักงานอยู่ ณ เมืองบราซาวีล
5. ภูมภิ าคแปซิฟิกตะวันตกมีสานักงานอยู่ ณ กรงุ มะนิลา
6. ภมู ิภาคยโุ รปมสี านักงานอยู่ ณ กรุงโคเปเฮเกน
สาหรบั ประเทศไทย อยใู่ นภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ ซงึ่ มสี มาชิกอยู่ทั้งหมด 11 ประเทศ คือ
ประเทศบังคลาเทศ ประเทศพม่า ประเทศอินเดีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชน
เกาหลี ประเทศสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประเทศมองโกเลีย ประเทศเนปาล ประเทศศรีลังกา ประเทศภูฏาน และ
ประเทศไทย
WHO ยังให้ความสาคัญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภยั ในการทางาน สิทธิ หน้าที่ และความ
รับผิดชอบของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และส่ิงสาคัญที่ควรพิจารณาด้านอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภยั ในการทางาน ในชว่ งท่มี กี ารระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
- รับผิดชอบในภาพรวม โดยจัดให้มีมาตรการในการป้องกันคุ้มครองเจ้าหน้าที่เพื่อลดความเส่ียง
ทางสขุ ภาพตามหลักอาชีวนามัยและความปลอดภยั ในการทางาน
- ใหค้ วามรู้ จัดฝกึ อบรมด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภัยในการทางานให้แกบ่ คุ คล ประกอบไปด้วย
3
- การอบรมเพ่ือทบทวนเรื่องการควบคมุ และปอ้ งกนั การติดเชื้อ (IPC) และ
- การอบรมเร่ืองสวมใส่ การถอด และกาจัดอุปกรณป์ ้องกันอันตรายส่วนบคุ คล (PPE)
- จัดเตรียมอุปกรณ์ควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ (IPC) และ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล
(PPE) ใหเ้ พียงพอ เช่น หน้ากาก, ถุงมอื , แวน่ ตาสาหรบั ป้องกนั , เสอ้ื คลุม, เจลทาความสะอาดมือ, สบแู่ ละน้าสะอาด
และอุปกรณ์ทาความสะอาดต่าง ๆ ให้มีปริมาณท่ีเพียงพอสาหรับบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ
ผูป้ ฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ท่ใี หก้ ารดูแลผู้ป่วยสงสัยหรอื ผ้ปู ่วยยืนยันติดเชือ้ COVID-19 โดยบคุ คลดังกลา่ ว ไม่ต้องเสีย
- ค่าใชจ้ า่ ยใด ๆ บนพื้นฐานขอ้ กาหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภยั ในการทางาน
- จัดใหม้ ีมาตรการรกั ษาความปลอดภัยส่วนบุคคลทเ่ี หมาะสมตามความจาเป็น
- จัดให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากการกล่าวโทษสาหรับบุคลากร เพ่ือให้สามารถรายงาน
เหตุการณต์ า่ ง ๆ ได้ เช่น หากมกี ารสัมผสั เลือดหรือสารคัดหล่งั จากระบบทางเดินหายใจ หรือกรณที ่ีเกิดความรุนแรง
ระหวา่ งปฏบิ ตั ิ พรอ้ มทง้ั ใหม้ ีการติดตามรวมถึงการชว่ ยเหลือผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ โดยเร่งด่วน
- แนะนาให้บุคลากรประเมินตนเอง รวมทั้งรายงานอาการเจ็บป่วยและจากัดตัวเองอยู่ท่ีบ้านเม่ือมี
อาการเจบ็ ปว่ ย
- จดั สรรระยะเวลาทางานใหม้ ีความเหมาะสม และควรมกี ารหยุดพกั ในระหว่างเวลางาน
- ปรกึ ษาหารือกบั ผู้ปฏิบตั ิงานด้านการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ในประเด็นของอาชวี อนามยั และความ
ปลอดภัยในการทางานของบุคลากร และรายงานต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยแรงงาน ในกรณีที่พบโรคจากการ
ทางาน
ไม่ควรกลับไปปฏิบัติงานในงานในสถานท่ีทางานที่ยังอยู่ในสถานการณ์ท่ีอันตรายอย่างมากต่อชีวิตหรือสุขภาพ
จนกวา่ นายจ้างจะมกี ารแกไ้ ขปญั หาท่เี กดิ ขึ้นไดแ้ ล้ว
- อนุญาตให้บุคลากรมีสิทธิที่จะออกจากสถานท่ีทางานที่มีแนวโน้มท่ีจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และชีวติ อย่างรุนแรง นอกจากบุคลากรควรได้รบั การปกปอ้ งจากผลกระทบที่ไม่เปน็ ธรรมตาม มาจากการใชส้ ิทธนิ นั้
- หากมีการติดเช้ือ COVID-19 ที่เกิดจากการสัมผัสปัจจัยเส่ียงในท่ีทางาน ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิที่
ไดร้ บั การชดเชย การฟ้ืนฟูเยียวยาและการได้รับการรักษา ทงั้ น้จี ะพจิ ารณาการไดร้ ับความสยี่ งจากการทางานซ่ึงมีผล
ทาใหเ้ กิดความเจบ็ ป่วย ให้เป็นกาฬโรคทเ่ี กดิ จากการทางาน
- จัดให้มีการเข้าถึงบริการรักษาและคาปรกึ ษาดา้ นสุขภาพจิต
4
ไทย’ ประเทศแรกรว่ มมือองค์การอนามัยโลกใน 6 แผนงาน
WHO หารือ สธ.แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือรัฐบาลไทย-องค์การอนามัยโลก ค.ศ.2017 – 2021
ใน 6 แผนงาน คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความปลอดภัยบนท้องถนน การติดเช้ือด้ือยาต้านจุลชีพ สุขภาพของผู้ย้ายถนิ่
การสร้างความเข้มแข็งงานสุขภาพโลก การพัฒนาศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศและสุขภาพ โดยกระทรวง
สาธารณสุข จะร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องขับเคล่ือนให้ประสบความสาเร็จ ไทยเป็นประเทศแรกท่ีดาเนินงานตาม
แผนยุทธศาสตร์ความรว่ มมือดงั กลา่ ว
เม่ือวันท่ี 8 พฤศจิกายน 2561 ท่ีกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวง
สาธารณสุข และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้การต้อนรับ นพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์
(Dr. Daniel Kertesz) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจาประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือ
เก่ยี วกับการดาเนินงานตามยุทธศาสตรค์ วามร่วมมอื ระหวา่ งรฐั บาลไทยกับองคก์ ารอนามัยโลก ค.ศ. 2017 – 2021
นพ.สุขุม ให้สัมภาษณ์ว่า ประเทศไทยมีความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (World Health
Organization : WHO) ในการพัฒนาบริการ การสง่ เสรมิ และการวจิ ยั เพอ่ื พฒั นาดา้ นการแพทย์และการสาธารณสุข
โดยขณะน้ี ได้ดาเนินการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก ( WHO
Country Cooperation Strategy : CCS) ค.ศ.2017 – 2021 ประกอบด้วย 6 แผนงาน ได้แก่ โรคไม่ติดต่อ (Non-
communicable Diseases) คว ามปลอดภัยบนท้องถน น ( Road Safety) การติดเชื้อด้ือยาต้าน จุ ล ชี พ
(Antimicrobial Resistance) สุขภาพของผู้ย้ายถิ่น (Migrant Health) การสร้างความเข้มแข็งของงานสุขภาพโลก
เพื่อการพัฒนาสุขภาพในประเทศ (Global Health Diplomacy) การพัฒนาศักยภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ
และสขุ ภาพ (International Trade and Health)
5
โดยมีการระดมงบประมาณจากองค์การอนามัยโลก กระทรวงสาธารณสุข สานักงานกองทุน
สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สานักงานหลักประกันสุขภาพ
แหง่ ชาติ (สปสช.) และสานักงานคณะกรรมการสขุ ภาพแห่งชาติ (สช.)
ทั้งน้ี ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ดาเนนิ งานตามแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือดังกลา่ ว จากเดิม
ที่เป็นโครงการขนาดเล็ก 200 - 300 โครงการ ใช้งบประมาณขององค์การอนามัยโลก เปล่ียนมาเป็นการมุ่งเน้น
แผนงานหลกั ทมี่ คี วามสาคญั และมีผลกระทบสงู ต่อการแก้ไขปัญหาสขุ ภาพของประเทศ 5-6 แผนงาน มกี ารระดมทุน
ทางสังคม ปฏิญญา และงบประมาณ จากองค์การอนามัยโลก กระทรวงสาธารณสุข สานักงานกองทุนสนับสนุนการ
สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
และสานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยเห็นชอบร่วมกันในการดาเนินการตามหลักการของปฏิญญา
ปารีส (Paris Declaration on Aid Effectiveness) ซ่ึงมีหลักการสาคัญคือ การมีแผนงานเดียวในแต่ละประเด็น ใช้
ระบบบริหารและตรวจสอบเป็นระบบเดียว และระบบรายงานและประเมินผลเป็นระบบเดียว โดยกระทรวง
สาธารณสขุ จะร่วมกบั หนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องขับเคลอ่ื นใหป้ ระสบความสาเร็จต่อไป
องค์กร / กลไกดา้ นการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ
1. ววิ ัฒนาการ
ความพยายามในความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเกิดข้ึนเน่ืองจากปัญหาการระบาด
ของโรคติดต่อท่ีเกิดข้ึนทั่วโลก นับต้ังแต่กลางศตวรรษที่แล้ว ในท่ีสุดก็มีการจดั ตัง้ องค์กรสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ขึ้นภายใต้ระบบขององค์การสหประชาชาติ เช่น องค์การอนามัยโลก ท่ีได้รับการจัดตั้งในปี พ.ศ. 2491 ปัจจุบันน้ีมี
หลาย องค์กรภายใต้องค์การสหประชาชาตแิ ละธนาคารเพอื่ การพฒั นาต่างๆ ทีท่ างานด้านสาธารณสขุ
ตารางท่ี 13.1 ลาดับเหตกุ ารณ์สาคญั ของการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ
พ.ศ. 2373 อหิวาตกโรคระบาดไปท่ัวทวปี ยุโรป
พ.ศ. 2377
เจ้าหน้าท่ีของ France’s Higher Council of Health จดั การประชมุ ระหวา่ งประเทศขึ้นเป็น
พ.ศ. 2394 ครง้ั แรกเพ่อื จัดทามาตรฐานการปองกนั การแพรร่ ะบาดของโรค และขอ้ จากดั ระเบยี บการกักกัน
พ.ศ. 2435 โรคที่เป็นอุปสรรคต่อกจิ การพานิชย์
พ.ศ. 2440
มีการจัดประชุม เร่อื งสขุ าภบิ าลระหว่างประเทศขึน้ เปน็ ครั้งแรก ณ กรงุ ปารีส เพ่ือจดั ทา
International Sanitary Convention แตป่ รากฏวา่ ลม้ เหลว
มกี ารเห็นชอบต่อสนธสิ ญั ญา International Sanitary Convention ท่ีเนน้ เฉพาะอหวิ าตกโรค
มกี ารเหน็ ชอบต่อสนธิสัญญา International Sanitary Convention วา่ ด้วยมาตรการ การ
ปอ้ งกันโรคกาฬโรค
พ.ศ. 2445 6
พ.ศ. 2450 มีการจัดตั้ง สานกั การสขุ าภิบาลระหวา่ งประเทศ (The International Sanitary Bureau) ณ
กรุงวอชงิ ตนั
พ.ศ. 2462
ดีซี ซึงภายหลังไดเ้ ปลียนซีอใหม่เป็น Pan American Sanitary Bureau และ Pan American
พ.ศ. 2469 Sanitary Organization ตามลาดับ
พ.ศ. 2478
พ.ศ. 2488 มกี ารจดั ต้ังสานักงานสขุ ลักษณะสาธารณะนานาชาติ (L’Office international d’hygiene
พ.ศ. 2489 publique - OIHP) ข้นึ ณ กรงุ ปารีส โดยมคี ณะเลขานกุ ารกจิ และคณะกรรมการถาวร ท่ี
พ.ศ. 2491 ประกอบดว้ ยข้าราชการ อาวโุ สจากประเทศสมาชกิ
พ.ศ. 2494
พ.ศ. 2512 จดั ตง้ั สหพนั ธช์ าติ (The League of Nations) เพอื่ ดาเนนิ การในการปองกันและควบคุมโรค
พ.ศ. 2521 ในขณะ เดยี วกนั มีการจัดตงั้ องค์การอนามัย (Health Organization) ของสหพนั ธช์ าติ ข้ึน ณ
นครเจนีวา
มีการทบทวนสนธสิ ัญญา International Sanitary Convention และเพมิ่ เดิมการเตรยี มการ
สาหรบั โรคไข้ทรพิษ และไข้ไทฟัส
เริม่ การบังคบั ใช้ International Sanitary Convention เพื่อการเดินทางทางอากาศ
การประชุมสหประชาชาติ ณ เมอื งซานฟรานซสิ โก มีมดเิ ห็นดว้ ยอย่างเป็นเอกฉันท์ตอ่ การจัดตง้ั
องค์การ
การประชมุ ทางวิชาการสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ ณ นครนวิ ยอรค์ เหน็ ชอบตอ่ การสถาปนา
องค์การอนามัยโลก
สถาปนาองค์การอนามยั โลก ข้ึนเมอื่ ๆ เมษายน ซ่งึ ปัจจุบนั ถอื เป็นวันอนามยั โลกของทุกปี
การประชมุ สมัชชาอนามยั โลกอนุมตั ิ International Sanitary Regulations เพื่อบงั คบั ใช้ แทน
International Sanitary Convention
มกี ารเปล่ียนชื่อ International Sanitary Regulations เป็น International Health
Regulations ซ่งึ ครอบคลุมเฉพาะอหวิ าตกโรค, กาฬโรค, ไขท้ รพิษและไขเ้ หลือง
การประชุมรว่ มระคับนานาชาติ ของ WHO/UNICEF ณ เมือง อัลมา-อตา ไดม้ ีการเหน็ ชอบต่อ
Declaration on Primary Health Care ใหเ้ ป็นหวั ใจสาคัญของการบรรลสุ ุขภาพดีถว้ นหน้าปี
2000
7
พ.ศ. 2522 Global Commission ประกาศรบั รองการกวาดลา้ งไขท้ รพษิ ทัง้ นี้ไทรพษิ ได้เกิดขึน้ ครัง้ สดุ ทา้ ย
เมอื่ ปี ค.ศ. 1977
พ.ศ. 2524 การประชมุ สมชั ชาอนามัยโลกไดเ้ หน็ ชอบต่อ Global Strategy ของการบรรลสุ ขุ ภาพดีถ้วนหน้า
ปี 2000 และการประชุมสมัชชาสหประชาชาตไิ ดอ้ นุมัติ Global Strategy น้ี ซ่ึงเป็นการ
เรยี กร้องให้องคก์ รระหว่าง ประเทศทเ่ี กยี่ วข้องประสานความรว่ มมือกบั องค์การอนามัยโลก
พ.ศ. 2531 การประชมุ สมัชชาอนามัยโลกไดใ้ ห้คามัน่ วา่ จะกวาดลา้ งโรคโปลโิ อ ไดภ้ ายในปี พ.ศ. 2543
พ.ศ. 2537 คณะกรรมการบริหารระดบั สูงขององค์การอนามยั โลก ไดเ้ รม่ิ ดาเนนิ การปฏริ ูปองค์กรเพื่อ
ตอบสนองตอ่ การเปลีย่ นแปลงของโลกในยุคปจั จบุ ัน
พ.ศ. 2540 องค์การอนามยั โลกเรม่ิ ดาเนนิ การในการจัดทาร่างกรอบอนุสญั ญาเพื่อการควบคมุ การบริโภค
ยาสบู และได้รับการรับรองจากประเทศตา่ งๆ ครบ 40 ประเทศ เมื่อวันที่ 30 เดอื นพฤศจกิ ายน
2547 ทาให้มีผล
บังคบั ใชใ้ นวนั ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2548 นับเป็นกฎหมายระหว่างประเทศด้านสขุ ภาพฉบับแรกภายใต้ธรรมนูญ ของ
องค์การอนามยั โลก
8
ตารางท่ี 13.2 องค์กรสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ และจดุ อ่อน จดุ แขง็
องค์กร จุดแขง็ จุดออ่ น
ธนาคารโลกและธนาคาร • เปน็ แหลง่ เงนิ ทนุ คาแนะนาด้าน • รวมศนู ย์และ มีสานักงานระดับประเทศ
พฒั นาภมู ภิ าคตา่ งๆ นโยบาย และการช่วยเหลอื ทาง ท่ีไม,เข้มแขง็
วิชาการ • สนใจปัญหาด้านสาธารณสขุ ในวงแคบ
UNICEF • มคิ วามเชอื่ มโยงกับกระทรวงการคลัง • เน้นแนวคิดแบบตะวันตก
UNFPA • มีเปา้ หมายที่แคบ
และการวางแผน • การริเร่ิมโครงการตา่ งๆ มปี ัญหาความ
UNDP
WHO • มีประสทิ ธภิ าพในระดับการปฏิบตั กิ าร ไม,ย่ังยืน
• เเปปน็น็ แแหหลลงง่่ ททนนุุ ใดนา้ รนะปดรบั ะปชราะกเรทศ • เล็ก มีการปรบั เปลย่ี นกระบวนทศั น์
• มบี ทบาทสนบั สนุนทีเ่ ข้มแขง็ • เน้นเฉพาะโครงการท่ีมีลักษณะเป็น
มมีีรสะาบนบักงกาานรปจัดระหเาทพศสั ทดเ่ี ุขท้มี่มแีปขร็งะสิทธิภาพ
• แนวจดา่ิงกการควบคมุ ประชากรสสู่ ุขภาพ
••
การสืบพนั ธ์
(มเี จ้าหน้าทเี่ ป็นคนท้องถิน่ 85%)
• มเปีบ้าทหบมาาทยเกปวน็ ้าผงูส้ นับสนนุ • มีศักยภาพทางวชิ าการจากดั
•
• คเปวลามยี่ นสาแมปาลรงถไปในตราะมดคับวปามระแเตทกศตแ่างตดกา้ ตน่าง
• มคิ วามสมั พันธใ์ กล้ชดิ กับรฐั บาล •
• มีบทบาทในการประสานงาน กกนาั รเมือง
• องค์ความร้ทู างวชิ าการและ • การสนบั สนุนจากชมุ ชนตั้งมงุ่ เน้น งาน
• ระดับชุมชนไม่เข้มแขง็
วทิ ยาศาสตร์ การแพทย์
ร่วมกับรัฐบาล
• เจา้ หนา้ ท่ี 2 ใน 3 (ของ 5,700 คน) อยู่
• เครือข่ายผเู้ ชี่ยวชาญระดบั โลก ในส่วนกลางหรือระดับภมู ิภาค
• เชอ่ื มกับกระทรวงสาธารณสขุ
องค์กรเพื่อมนุ ษยธรรม เช่น มูลนิธิรอคกีเฟลเลอร์ (Rockefeller Foundation), Ford
Foundation, Welcome Trust และ Gate’s Foundation ก็มีส่วนสาคัญในเร่ืองการสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกนั ก็ไดม้ ีการจัดตงั้ กลไกใหม่ๆ ชนิ เช่น Global Alliance on Vaccine and Immunization (GAVI) and
กองทุน Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria (GFATM) ซึ่งเป็นกองทุนสาคัญท่ีแหล่งทุน
ตา่ งๆ ร่วมกนั พัฒนาขนึ้ และบรหิ ารงานแบบมสี ่วนร่วม
9
2. ความจาเปน็ ในการปฏิรปู กลไก/องค์กรด้านสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ
ความซับซ้อนของปัญหาด้านสุขภาพท่ีเกิดจากการเปลี่ยนผ่านทางระบาดวิทยาโรคติดเชื้ออุบัติ
ใหม/่ อุบัติซา้ และความเชือ่ มโยงของปญั หาสขุ ภาพกับปัญหาความยากจน
ผลกระทบของโลกาภวิ ัตนแ์ ละการพ่ึงพากนั ระหวา่ งประเทศต่าง ๆ
- ความเสย่ี งจากการเดนิ ทาง การค้าและสง่ิ แวดล้อม
- ขอ้ ตกลงทางการคา้ นานาชาติรวมทั้งการค้าทวภิ าคี, ในภูมภิ าค ภายใต้องค์การ
การคา้ โลก (เชน่ GATT TRIPS GATS TBT และ SPS) APEC NAFTA และ AFTA
การเปลย่ี นแปลงบทบาทขององค์กรตา่ งๆ
- องคก์ ารสหประชาชาติ – คงทีห่ รือลดลง
- องคก์ ารความรว่ มมือทวิภาคี - ลดลง
- ธนาคารเพื่อการพฒั นา – เพิ่มชนื้
- องค์กรประชาสงั คม - เพิม่ ชนื้
- องคก์ รธุรกจิ - เพ่ิมช้นื
- ประเทศรารวย - เพ่มิ ชืน้
โครงสร้างองค์กรปัจจุบนั ขององค์การอนามยั โลกที่ล้าสมัย
- จากดั เฉพาะภาคราชการ ภาคประชาชนเขา้ รว่ มได้นอ้ ยมาก
- โครงสร้างที่ลา้ สมยั ของภูมิภาค
- โครงสรา้ งที่มพี ิธีรตี รอง และข้ันตอนมากเกนิ ไป
- ขาดการร่วมมือกบั ผมู้ บี ทบาทอ่ืนๆ
- ขาดกลไกสาหรบั การแลกเปลีย่ นประสบการณ์ระหวา่ งประเทศตา่ งๆ
3. ข้อเสนอสาหรับการปฏิรปู กลไกสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ
การประชุม Conference for World Health Cooperation Beyond 2000 ได้เสนอ 3 ข้อเสนอ
เพอ่ื ปรับปรุงการร่วมมือระหว่างผ้มู ีบทบาทหลกั ด้านสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ ดังน้ี
ปฏริ ปู ระบบการทางานทม่ี ุ่งเนน้ ประเดน็ เฉพาะหนา้ สปู่ ระเดน็ เชงิ กลยุทธ์
เนน้ การทาหน้าท่ีด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศมากกว่าความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศ
เสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ ของหนา้ ที่ที่สาคญั ให้อยูเ่ หนือมาตรฐานทัง้ ในระดบั ประเทศและระดบั โลก
4. บทบาทในองคก์ ารอนามยั โลก
1. ผูแ้ ทนไหนไดแ้ สดงบทบาทผู้นาในการประชุมคณะกรรมการภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ
การประชุมสมัชชาอนามัยโลกในทุกวาระของการประชุม จะมีผู้แทนไทยเตรียมข้อเสนอและแสดงความคิดเห็น
รวมท้ังร่วมเจรจา ต่อรองในการร่างมติต่างๆ และหลายกรณีได้รับเชิญเป็นประธานคณะทางานในการร่างมติต่างๆ
เช่น มติสมัชชาอนามัยโลกใน เรื่องโรคซาร์ (WHA 56.29) มติสมัชชาอนามัยโลกเก่ียวกับการอพยพของบุคลากร
สาธารณสุข (WHA 57.19) บทบาทดงั กล่าว ในชว่ ง 5 ปที ี่ผา่ นมา ทาให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเด่นชดั ชนื้ ในเวที
10
สุขภาพโลก และมีการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้บริหารระดับสูงขององค์การอนามัยโลกรวมทั้งประเทศ
สมาชิกอ่ืนๆ ด้วย ทาให้มี การเชิญผู้บริหารระดับสูงของไทยเข้าเป็นคณะกรรมการต่างๆ ระดับโลก เข่น
Commission on Intellectual Property and Public Health มี ศ.ดร.ภกั ดี โพธิศิริ เปน็ กรรมการ
2. การผลักดันให้คนไทยได้เสือกตั้งเป็นผู้อานวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ ได้แก่ นพ.สาลี เปล่ียนบางช้าง ซ่ึงดารงตาแหน่งตั้งแต่มีนาคม พ.ศ. 2547 - กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 นับเป็น
คนไทยคนแรกท่ี ประสบความสาเร็จระดบั นี้
3. บทบาทในการจัดเวทีสุขภาพระหว่างประเทศ ที่สามารถเช่ือมโยงประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิก
ขององค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก เข่น การร่วมมือกันในเรื่อง
กองทุนเอดส์ โลก การปีองกันและควบคุมโรคซาร์ และโรคไข้หวัดนก เปน็ ตน้
4. บทบาทในคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก ผู้แทนไทยเป็นกรรมการบริหารองค์การ
อนามัยโลก ต้ังแต่ พ.ศ. 2547 - เมษายน 2550 และเป็นกรรมการในคณะกรรมการด้านแผนงาน งบประมาณ และ
ระบบ บริหารด้วยการปฏิรูปการจัดการสานักงานองค์การอนามัยโลกในประเทศไทย โดยเพ่ิมประสิทธิภาพ ความ
โปร่งใส และการมสี ว่ นรว่ ม นบั เปน็ สานักงานองค์การอนามัยโลกทด่ี ที ีส่ ดุ แหง่ หนึง่ ของโลก
5.บทบาทในเวทสี ขุ ภาพระหวา่ งประเทศอนื่
ผู้บริหารและนกั วิชาการระดบั สูงของไทยไดร้ บั การคดั เลือกไปเปน็ ผู้นาในองคก์ ารต่างๆ หลาย
องค์กร เชน่
COHRED (Council for Health Research and Development) เชิญ ศ.นพ.จรสั สวุ รรณเวลา
เป็น ประธาน และขณะน้ีมี นพ. สมศักดิ, ชุณหรัศมี, เป็นกรรมการ
GFHR (Global Forum for Health Research) เคยเชญิ ศ.นพ.จรัส สวุ รรณเวลา เป็นประธาน
GFATM (Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria) ผู้แทนไทย คือ นพ.สุวิทย์
วบิ ลุ ผลประเสริฐ เปน็ กรรมการบริหารกองทุนฯ และได้รับเลือกเป็นรองประธานกรรมการบรหิ ารกองทุนฯ (มกราคม
2546 - มีนาคม 2547)
GAVI (Global Alliance on Vaccine Initiative) มี นพ. วิโรจน์ ต้ังเจริญเสถียร เป็นประธาน
คณะกรรมการทบทวนโครงการ
IFCS (Intergovernmental Forum on Chemical Safety) มี นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็น
President (พฤศจกิ ายน 2546 - กันยายน 2549)6.
6. การดาเนนิ การในการจดั ประชมุ ระหวา่ งประเทศทสี่ าคัญ
ประเทศไทยประสบความสาเร็จในการเปน็ เจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศที่สาคัญๆ หลาย
เร่ือง เข่น การประชุมนานาชาติเรื่องโรคเอดส์ (กรกฎาคม 2547) ซ่ึงมีผู้เข้าร่วมประชมุ กว่า 20,000 คน การประชุม
เวทรี ะหวา่ งประเทศ ในเร่อื งความปลอดภัยดา้ นสารเคมี (พฤศจิกายน 2546) และกาลังจะเปน็ เจา้ ภาพจัดการประชุม
การสง่ เสรมิ สขุ ภาพโลก ครงั้ ท่ี 6 (สิงหาคม 2548)
11
นอกจากน้ี ยังประสบความสาเร็จในการจัดประชมุ ระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคด้วย เข่น เร่ือง
เกี่ยวกับ ไข้หวัดนก เรื่องโรค‘ซาร์ และเร่ืองความร่วมมือเกี่ยวกับโรคติดต่ออุบัติใหม่และอุบัติซ้า การจัดประชุม
รัฐมนตรีเอเชยี แปซฟิ ิก เรือ่ งโรคเอดส์ เปน็ ต้น
ความร่วมมอื ทวิภาคี
ประเทศไทย ได้มีการเจรจาความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศและมีการจัด
ประชุมความ รว่ มมอื กันเปน็ ประจาทกุ ปี ซ่ึงสง่ ผลให้เกิดความรว่ มมือในการควบคมุ และปีองกนั โรคติดต่อตา่ งๆ อยา่ ง
ใกลช้ ิดมากขึ้นกวา่ เดิม
การวเิ คราะห์สถานการณ์ของการสาธารณสุขระหว่างประเทศในประเทศไทย
1. ปัญหาของระบบปจั จบุ ัน
1.1 ความไม่ชัดเจนเชิงนโยบาย: ขาดการพัฒนาวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของการพัฒนาการ
สาธารณสุขระหว่างประเทศในระดับประเทศ
1.2 ปญั หาด้านโครงสร้างกลไก: โครงสรา้ ง'ท่มี ีอยู่ ยังอยูใ่ นวงจากัดเฉพาะภาครัฐเทา่ นนั้ โดยเฉพาะ
กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานท่รี ับผิดชอบ มีศักยภาพเฉพาะด้านวิเทศสัมพันธ์ แต่ยังขาดศักยภาพในด้านวชิ าการ
สาธารณสุขระหว่างประเทศ ไม่มีผู้เช่ียวชาญด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศ และขาดแผนการพัฒนา
ผู้เชย่ี วชาญทม่ี ี ความต่อเน่ือง ผู้ทเี่ คยทางานในดา้ นน้ีมักจะทาตามที่ตนมีศักยภาพอยู่ ข้อมลู ขา่ วสารด้านสาธารณสุข
ระหวา่ งประเทศ กระจัดกระจายท่วั ไป โดยทไ่ี ม่สามารถรวบรวมได้งา่ ย
1.3 ประสทิ ธภิ าพ: กลไกทม่ี ีอยู่เป็นกลไกย่อยๆ กระจัดกระจาย มคี วามรว่ มมือนอ้ ย ขาดความ
เขม้ แข็ง
2. ความจาเปน็ ในการปฏริ ปู
นอกจากปัจจัยในระดับโลก ยังมีการ เปลี่ยนแปลงในระดับประเทศ ในช่วง 10 ปีท่ีผ่านมา ส่งผล
ผลกั ดันให้เกดิ การปฏริ ปู ของระบบปจั จบุ ัน เขน่
2.1 ระดับการพัฒนาในประเทศ: ประเทศไทยกลายเป็นประเทศผู้มีรายได้ปานกลางตั้งแต่ทศวรรษ
ที่ ผ่านมา แมภ้ ายหลังวิกฤตเศรษฐกจิ ใน พ.ศ. 2540 ผลติ รวมประชาชาติตอ่ หวั
2.2 ประชากร ก็ยังอยู่ท่ีประมาณ 2,000 เหรียญ สหรัฐฯ ส่งผลต่อการไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก
นานาชาตหิ รือองคก์ รความช่วยเหลือทวภิ าคีต่าง ๆ เงนิ งบประมาณของ องคก์ ารอนามยั โลกทสี่ นับสนนุ ประเทศไทย
ปีละ 130 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 8 ของโลก กาลังจะลดลง นอกจากน้ีประเทศ ไทยยังได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อ
สนับสนุนการพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านท่ียากจนกว่า ซึ่งงบประมาณนี้เคยมีงบประมาณ ถึง 200 ล้านบาท ใน
พ.ศ. 2536 แต่ลดลงเหลอื 80 ลา้ นบาท ใน พ.ศ. 2543
2.3 พลวัตห้างเศรษฐกิจ: วิกฤตทางเศรษฐกิจส่งผลต่อการลดงบประมาณสาธารณสุขและ
งบประมาณ ช่วยเหลอื ประเทศเพ่ือนบ้านดังน้ันความร่วมมือด้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศจึงมีความสาคัญต่อ
การพัฒนาสาธารณสุข เช่น บทบาทท่ีเพ่ิมขึ้นของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย เมื่อเศรษฐกิจฟืนตัวต้ังแต่ พ.ศ.
2545 บทบาทของไทยใน การรว่ มมือช่วยเหลือประเทศกาลงั พัฒนาโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านก็มีมากข้นึ อีก
12
2.4 ศักยภาพในการพัฒนาสาธารณสุข: ความสาเร็จของการพัฒนาสุขภาพนับเป็นฐานทางสังคมที่
สะสมมาท่งั ในระดบั สถาบนั และบุคคล ซง่ึ สิ่งน้ีสามารถใชเ้ สรมิ สร้างความเข้มแขง็ ของบทบาทของประเทศไทยในการ
ร่วมมือ ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะศักยภาพในการพัฒนากาลังคนด้านสุขภาพ จานวนผู้รับทุนองค์การอนามัยโลก
ที่มาศึกษาอบรมในประเทศไทย (339 คน ใน พ.ศ. 2540 และ 225 คน ใน พ.ศ. 2541) สามารถเทียบเท่าได้กับ
สหรัฐอเมรกิ า (ตารางท่ี 13.3) แต่มขี อ้ แตกต่างตรงทผ่ี ทู้ ี่มาในประเทศไทยส่วนใหญจ่ ะเป็นทุนระยะส้ัน
ประเทศแรกทีร่ บั ผไู้ ดท้ ุนจากองคก์ ารอนามัยโลก พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2539
ประเทศ อเมริกา เอเชยี ตะวนั ภมู ิภาค แปซิฟิก รวม หมายเหตุ
ยุโรป เมดเิ ตอร์เรเนยี น ตะวันตก
ออกเฉียงใต้ ไม,มีประเทศใน
ตะวันออก 4.7 ทอาวฟปิ ริกาที่อยูใ่ น 10
1. สหรัฐอเมรกิ า 10.0 10.0 2.6 อันดับแรกน้ี แต่ 3
2. ไทย 7.5 7.3 ประเทศแรกใน
6.2 อาฟริกา (87 ทุน)
3. อนิ เดยี 8.5 เคนยา่ (74 ทนุ )
2.7 เซเนกัล (65 ทุน)
4. อังกฤษ 10.2 6.2 รวมเปน็ 1.8%
ของทุนทั้งหมด
5. อยี ปิ ต์ 5.2 39.2
6. อินโดนีเซีย 60.8
3.4
ๆ. ออสเตรเลยี 100.0
8. จาไมคา้
9. ฝรั่งเศส
10. ฟิลปิ ปินส์ 23.7
สดั ส่วนในภมู ิภาค 13.4
ต่างๆ 10 ประเทศ
สดั สว่ นต่อประเทศ
'ท้ังหมด (121
ประเทศ)
- กลไกความร่วมมือ'ทวิภาคีและในภูมิภาคท่ีเพิ่มข้ึน:ได้มิความร่วมมือทวิภาคีและในภูมิภาคใหม่ๆ
เกิด ขึ้นหลายโครงการ เช่น Mekong Basin Disease Surveillance Project (MBSD), ASEAN Subcommittee
on Health and Nutrition ขอ้ ตกลงทวิภาคกี บั ประเทศเพ่อื นบ้าน และความรว่ มมอื South-South Collaboration
ซ่ึงทาให้มิความจาเป็นท่ี จะต้องเพิ่มศักยภาพของการสาธารณสุขระหว่างประเทศเพ่ือให้มีผลดีต่อความร่วมมือ
เหลา่ น้ี
13
- ประเด็นทางการเมืองเก่ียวกับการสาธารณสุขระหว่างประเทศที่เพิ่มข้ึน : เช่น ประเด็นเกี่ยวกับ
การจัดสรรทรัพยากรในองค์กรระหว่างประเทศ ผลประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศ และประเด็นการเมืองใน
องค์กร ระหว่างประเทศ มีผลกระทบต่อประเทศกาลงั พัฒนา รวมทั้งประเทศไทย ถึงแม้ว่าบทบาทของผู้แทนไทยใน
เวทีการเจรจาต่อ รองจะเรม่ิ โดดเด่นขึ้น แตย่ ังขนึ้ กับตัวบคุ คลมากกวา่ การมีระบบตดิ ตามอยา่ งตอ่ เนื่อง
แนวทางการพัฒนาการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศในอนาคต
1. การกาหนดวสิ ัยทศั นแ์ ละยุทธศาสตร์
ไดเ้ คยมีการจัดทาวิสัยทศั นแ์ ละยุทธศาสตร์การพัฒนางานสาธารณสุขระหวา่ งประเทศไว้
เม่อื พ.ศ. 2541 ซึ่ง ยังทน้ สมัยและควรได้รับการพัฒนาตอ่ เนื่อง
2. วิสัยทศั น์
“จะเสรมิ สร้างการพฒั นาการสาธารณสุขระหว่างประเทศเพ่อื ประโยชนใ์ นการพัฒนา
ระบบ บรกิ ารสุขภาพในประเทศไทย เพื่อแกป้ ัญหาสุขภาพเรง่ ดว่ น เพ่ือประโยชน์ของประเทศ และเพ่อื เสรมิ สร้าง
ภาพ ลักษณ์ของประเทศไทยในเวทสี าธารณสุขระหวา่ งประเทศ”
3. ยทุ ธศาสตร์
- การพัฒนาโครงสร้างและกลไกการสาธารณสุขระหวา่ งประเทศท่มี ปี ระสิทธิภาพ
- การพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์
- การพฒั นาระบบการสาธารณสุขระหว่างประเทศบนพื้นฐานขององคค์ วามรู้
กรอบแนวคดิ ของการพฒั นาการสาธารณสุขระหวา่ งประเทศ
Framework ของการสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ 14
พฒั นาความรู้
ภารกจิ 6 ประการ ของสาธารณสขุ การสนับสนนุ 3 ประการ
พฒั นาคน
ระหว่างประเหศ บรหิ ารจดั การ
1. การเตาระวงั ด้านสขุ ภาพ
2. การแก้ไขปญั หาสุขภาพทสี่ าคัญ
ระดับโลก
3. การพฒั นามาตรฐานต่างๆ ด้าน
สขุ ภาพ
4. การบริหารจดั การองศ์ความรู้
5. การชว่ ยเหลอื ผู้ด้อยโอกาส
6. สนับสนนุ การพฒั นาระบบสขุ ภาพ
ของประเทศ
การพัฒนาและเสริมสรา้ งโครงการและกลไกใหม่
กลุ่มการสาธารณสุขระหว่างประเทศ สานักนโยบายและยุทธศาสตร์ ควรได้รับการพัฒนา
โดยการ สนับสนุนทางด้านการจัดการและบุคลากร ให้มีบุคลากรด้านวิชาการที่มีทักษะและประสบการณ์ด้านการ
สาธารณสขุ ระหว่าง ประเทศเพ่ิมข้ึน ควรมีการปฏิรูปบทบาทขององคก์ ารอนามัยโลกในประเทศไทยให้มีภารกิจหลัก
อีก 3 ประการคือ สานักงานผู้แทนองค์การอนามัยโลก Liaison Office to ESCAP และสานักงานสาหรับโครงการ
ความร่วมมือระหว่างสองภูมิภาค เช่น Mekong Basin Disease Surveillance Project, โครงการโรคเอดส์
มาลาเรยี และวัณโรค ในอนุภูมิภาคลุ่มแมน่ า้ โขง
- มีการมีส่วนร่วมจากองคก์ รนอกกระทรวงสาธารณสุขและองคก์ รอ่ืนๆ เพ่ิมข้นึ
- มกี ารเสริมสรา้ งความเข้มแข็งของ WHO Collaborating Centers ในประเทศไทย
- การพัฒนากลไกเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับองค์กรสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่ม
การแลก เปลย่ี นภูมิปัญญา
การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควรมุ่งที่การเสริมสร้างภูมิปัญญาด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศใน
ระดับ บุคคลและองคก์ ร
1. เปา้ หมายการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ยด์ ้านการสาธารณสุขระหว่างประเทศในองค์กรทีเ่ กยี่ วข้อง
โดยม่งุ เน้นด้านความสามารถดา้ นภาษาองั กฤษและภาษาอื่นๆ ทกั ษะการประสานงานและเจรจาต่อรอง และความรู้
ความ เข้าใจในเรื่องวฒั นธรรม พธิ กี าร กฎระเบียบตา่ งๆ รวมทัง้ ประเด็นด้านสาธารณสุขเฉพาะเรื่องและทวั่ ไป
2. มีการสนับสนุนใหน้ ักวิชาการในระดับล่างและระดบั กลางของระบบสาธารณสขุ ไทย ใหไ้ ปทางาน
หา ประสบการณ์ในฐานะ fellow ในหนว่ ยงานภายใตอ้ งค์การอนามยั โลก ท้ังสานักงานใหญแ่ ละสานักงานภมู ิภาค
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
15
3. พฒั นาความก้าวหนา้ ในการทางานสาหรับผู้เชย่ี วชาญดา้ นสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ
4. สนบั สนุนผเู้ ชี่ยวชาญด้านการสาธารณสุขไทยใหไ้ ปอยู่ในองค์กรสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศ ใน
ฐานะที่ปรึกษา สมาชกิ ของคณะกรรมการ ผู้เช่ียวชาญ และในระดับผบู้ รหิ ารระดบั สูง
การพัฒนาระบบสาธารณสขุ ระหว่างประเทศบนพื้นฐานองคค์ วามรู้
การวจิ ยั ด้านการพฒั นาสาธารณสขุ ระหว่างประเทศ
- การวิเคราะห์สถานการณ์ของศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกในประเทศไทย และให้คา
แนะนาเพ่ือการพฒั นาในอนาคต
- ผลกระทบของข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศต่อการพัฒนาสาธารณสุขไทย โดยเน้นที่การ
ใหก้ ารเสนอแนะสาหรบั การพฒั นาศกั ยภาพ เพื่อการมสี ่วนรว่ มจะได้ประโยชน์สูงสุด
- การวิเคราะห์สถานการณ์ของหลักสตู รฝึกอบรมนานาชาติในประเทศไทย ท้ังระยะสั้น ระยะยาว
รวมท้ังให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรงุ ในอนาคต
- วิเคราะห์ศักยภาพของผู้เช่ียวชาญสาธารณสุขไทย เพื่อไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
พร้อมทั้งใหข้ อ้ เสนอแนะเพ่ือการพัฒนาต่อไป
- ประเมินกลไกการสาธารณสขุ ระหวา่ งประเทศที่มอี ยู่ในระดบั ภูมภิ าคและระดบั โลก ที่เกยี่ วข้อง
กบั ประเทศไทย รวมท้งั ให้ขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกับบทบาทที่เหมาะสมของประเทศไทย
- การจัดทาแนวทางและคู่มือสาหรับกิจกรรมการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เช่น คู่มือการเข้า
ประชมุ สมัชชาอนามยั โลก
นอกจากนี้ ในทุก ๆ ปี องค์การอนามยั โลก จะมกี ารตัง้ เปา้ หมายสาหรบั การทางานด้วย
คาขวัญส้นั ๆ เพ่อื ใหเ้ จา้ หนา้ ทีส่ าธารณสุขท่วั โลก ใชเ้ ปน็ แนวทางในการให้สุขศึกษาแกป่ ระชาชนในวันอนามัยโลกแต่ละปี
ภาคผนวก