โรคไวรัส รั หัว หั เหลือ ลื ง Yellow head Virus Disease
คำ นำ ไวรัสหัวเหลือง ( Yellow Head Virus, YHV ) มีรายงานการระบาดครั้งแรกในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง กุลาดำ ในประเทศไทย ( ซลอ,2534 ) และต่อมาได้มีการแพร่กระจายในแหล่งเลี้ยงกุ้งที่เพาะเลี้ยง ในทวีปเอเชีย ( Mohan et.al., 1998 ; Walker et.al., 2001 ) สาเหตุของโรคหัวเหลืองเกิดจากไวรัส RNA สายเดี่ยว ( SsDNA) ( Wongteerasupaya etal.1995 ) จัดอยู่ในสกุล Okavirus ครอบครัว Roniviridae อันดับ Nidovirales ( Cowby et.al, 1999; Mayo, 2002 ) เป็นไวรัสที่มีผนังหุ้ม (enveloped virus ) รูปร่างเป็นท่อน ( bacilifiorm ) มีความยาว 150 - 200 นาโนเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของอนุภาค 40 - 50 นาโนเมตร พบอยู่ในไซโตพลาสซึมของเซลล์ที่ติดเชื้อและช่องว่างระหว่างเซลล์ ( Nadala et.al., 1997 ) การใช้เทคนิคทางพยาธิวิทยาสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย YHV โดยเฉพาะในเหงือก และต่อมน้ำ เหลือง (lymphoid organ) จะมีความเด่นชัดมากโดยกุ้งที่ใกล้ตายพบว่าเซลล์ที่มีต้น กำ เนิดมาจากชั้น ectoderm และ mesoderm จะมีการตายมาก จะเกิด cytoplasmic inclusion ติดสีน้ำ เงิน จากการย้อมด้วยสีฮีมาท๊อกไซลินและอีโอซิน (H&E) เมื่อดูดเลือดกุ้งมาทำ blood smear ก็จะพบการตายของเซลล์เม็ดเลือดในระยะต่างๆ เช่น การเกิด pyknosis และ karyorrhexis ของนิวเคลียสของเซลล์เม็ดเลือด ( Nash et.al, 1995 )
สารบัญ บั
บทนำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปี พ.ศ. 2551 โรคที่ทำ ความเสียหายแก่เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวแวนนา ไมมากที่สุดในพื้นที่ภาคกลาง คือ โรคหัวเหลือง แม้ว่าเกษตรกรจะมีการใช้คลอรีนผงหรือสารเคมีฆ่า พาหะจำ พวกกุ้งและปูก่อนปล่อยลูกกุ้ง รวมทั้งมีการล้อมรั้วป้องกันปูและขึงเชือกป้องกันนกแล้ว ก็ตาม ฟาร์มส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหาการเกิดโรคหัวเหลืองจนถึงขั้นต้องหยุดการเลี้ยงกุ้งหรือ เปลี่ยนไปเลี้ยงสัตว์น้ำ ชนิดอื่นแทนในเอกสารเผยแพร่ฉบับนี้ เกษตรกรจะทราบถึงลักษณะทั่วไปของ โรคหัวเหลืองที่พบในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม รวมทั้งวิธีการวินิจฉัยโรค สาเหตุการแพรร่ระบาด ของโรค และแนวทางการป้องกันโรคชนิดนี้ โรคหัวเหลืองเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัหัวเหลือง (YHV) มีผลต่อการเพาะเลี้ยงกุ้งที่เป็นการค้าไม่ เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ยังรามไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใด้ ฮาวาย และประเทศแถบตะวันตก (Lu et J, 1994 , 1995) โรคหัวเหลืองในกุ้งกุลาดำ มีรายงานดรั้งแรกบริเวณภาคตะวันออกและภา ดกลางของประเทศ เมื่อปี 2533 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งเป็นอย่างมาก การ ระบาดของโรดหัวเหลืองบริเวณภาดได้ของประเทศพบครั้งแรกจากบ่อเลี้ยงกุ้งที่อำ เภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงต้นปี 2535 หลังจากนั้นในราวปลายเดือนเมษายนถึงตันเดือน พฤษภาคม โรคหัวเหลืองได้แพร่ระบาดในฟาร์มเลี้ยงกุ้งบริเวณรอบทะเลสาบสงขลาและแพร่เข้าสู่ จังหวัดปัตตานีในราวกลางเดือนมิถุนายน สิทธิ บุณยรัตผลิน และคณะ. 2535)
สาเหตุแ ตุ ละปัจ ปั จัย จั ที่ทำ ที่ ทำให้เ ห้ กิดกิโรค สาเหตุของโรค : เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ(SS RNA) รูปร่างเป็นแท่งมีผนังทุ้ม เพิ่ม จำ นวนอนุภาคใน cytoplasm ขนาด 4426x173713 นาโนเมตร. จึโนมประมาณ 22 kb พบ ในกุ้งสกุล Penaeid หลายชนิด เช่น กุ้งกุลาดำ (P. monodon) กุ้งขาว (P. Vannamei), P. japonicus, P. setiferus, P. aztecus, P. duorarum, P.stylirostris อ้างอิง https://www.researchgate.net/publication/Lymphoidorgan-of-yellow-head-virus-positive-Penaeus-vannameicultured-at-40gL-1-salinity.png
วงจรชีวิ ชี ตวิของไวรัส รั ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อ YHV1 ที่มีความหลากหลายสูงในการเพาะเลี้ยงเซลล์ การติดเชื้อ ได้หลากหลายการติดเชื้อ 0.001 ในเบื้องต้นของเซลล์อวัยวะน้ำ เหลือง บ่งชี้ว่าไตเตรทของไวรัส สูงสุดคือได้รับเชื้อหลังติดเชื้อ 4 วัน (อัศวลาภสกุล et al., 2003) อาการทางคลินิกของการติด เชื้อ YHV1 เกิดขึ้นใน P. monodon ภายใน 7-10 วัน นับจากวันสัมผัส YHV1 (Chantanachookin et al., 1993) ความคงทนของไวรัส( วิธีการยับยั้งที่มีประสิทธิผล) YHV1 สามารถยับยั้งได้โดยการให้ความร้อนที่ 60°C เป็นเวลา 15 นาที (Flegel et al., 1995b) แต่ไวรัสจะไวต่อคลอรีนที่ 30 ppm (0.03 มก. มล.–1) (เฟลเกิล และคณะ 1997)
ลัก ลั ษณะและอาการโรคหัว หั เหลือ ลื ง กุ้งมาเกยอยู่บริเวณขอบบ่อ การกินอาหารจะลดลงจนผิดสังเกต กุ้งมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรงดีด ลำ ตัวซีด ส่วนหัวซึ่งเป็น ส่วนดับ ดับอ่อน และเหงือกจะมีสีเหลือง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในวันที่สองหลังจากที่เริ่มเห็นอาการของโรค กุ้งจะตายเพิ่มขึ้นประมาณ 50% และ 70% ในวันที่สาม กุ้งจะตายหมดหรือเกือบหมดในวันที่สี่และห้าหลังจากเริ่มมีอาการให้เห็น (สิทธิ บุณยรัดผลิน และคณะ. 2535) ชลอและพรเลิศ (2547) ใหขอสังเกตถึงการเกิดโรคไวรัสหัวเหลืองในกุงกุลาดําวา กอนที่จะเริ่มพบ กุงตาย พบวาการกินอาหารของกุงในบอจะเพิ่มมากขึ้นผิดปกติติดตอกันหลายวัน กอนที่กุงจะเริ่ม ปวย แตในการ ศึกษาครั้งนี้กุงขาวกินอาหารปกติไมไดเพิ่มมากขึ้นผิดปกติแตอยางใดกอนที่จะปวย
อาการทางคลินิลิกนิ กุ้งตั้งแต่ระยะหลังตัวอ่อนเป็นต้นไปสามารถติดเชื้อ YHV1 ได้ ในกุ้งที่เพาะเลี้ยงการติดเชื้อ อาจส่งผลให้มีอัตราการตายจำ นวนมาก โดยปกติจะเป็นช่วงระยะต้นถึงปลายระยะวัยรุ่น กุ้งป่วย อาจมีลักษณะโดยรวมเป็นสีขาวและมีการเปลี่ยนสีของเซฟาโลธอแรกซ์เป็นสีเหลืองซึ่งเกิดจาก ตับอ่อนสีเหลืองที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งอาจมีความนิ่มเป็นพิเศษเมื่อเปรียบเทียบกับตับอ่อนสีน้ำ ตาล ของกุ้งที่มีสุขภาพดีในหลายกรณี การสูญเสียพืชในบ่อทั้งหมดเกิดขึ้นภายในสองสามวันนับจาก การ ปรากฏครั้งแรกของกุ้งที่แสดงสัญญาณรวมของ YHV1 (Chantanachookin et al., 1993 ) ลักษณะของโรคเหล่านี้ไม่ได้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ และในกรณีที่ไม่มีสัญญาณ รวมที่ทำ ให้ เกิดโรคอื่นๆ ก็ไม่น่าเชื่อถือแม้แต่ในการวินิจฉัยเบื้องต้นของ YHV1
การตรวจวินิวิจนิฉัย ฉัโรคหัว หั เหลือ ลื ง ปัจจุบันนี้มีชุดตรวจโรคไวรัสหัวเหลืองสำ เร็จรูปที่นักวิชาการหรือเกษตรกรที่ปฏิบัติงานภายใน ฟาร์มสามารถตรวจได้เอง โดยมีขั้นตอนที่ไม่ยั่งยากมากและให้ผลการวินัจฉัยอยู่ในระดับที่ดี เพื่อ ใช้ในการตัดสินใจของเกษตรกรว่าจะต้องมีการจัดการอย่างไรต่อไป โดยไม่ต้องรอผลการตรวจ จากเทคนิคปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรสหรือพีซีอาร์ ที่ต้องส่งตัวอย่างกุ้งไปตรวจจากหน่วยงานที่มี ความชำ นาญในการวินิจฉัยโรคนี้ ซึ่งนอกจากจะใช้เวลานานแล้วยังมีค่าใช้จ่ายสูงด้วย สำ หรับชุดตรวจไวรัสหัวเหลือง ปัจจุบันนี้เหมาะสมแก่เกษตรกรหรือนักวิซาการเพื่อใช้ภายใน ฟาร์ม เพราะสามารถอ่านผลได้ภายในเวลา 5-15 นาที ซึ่งชุดตรวจสอบนี้ผลิตโดยหน่วยโครงการ เทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ซึ่งมีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ ขั้นตอนการตรวจสอบโจคหัวเหลืองด้วยชุดตรวจสอบที่ผลิตโดยหน่วยโครงการเทคโนโลยีชีวภาพ กุ้ง 1. ตัดรยางค์ที่ขาว่ายน้ำ 1-2 ขา หรือเหงือกของกุ้งป่วยที่ยังมีชีวิตสำ หรับกุ้งขนาดเล็ก แต่ถ้ากุ้งมี ขนาดใหญ่ใช้เข็มฉีดยาขนาด 26 G ซึ่งมีอยู่ในชุดตรวจสอบ ดูดเลือดกุ้งบริเวณแอ่งเลือด ด้านท้อง (ventral sinus) ที่ตำ แหน่งบริเวณลำ ตัวปล้องแรก ประมาณ 0.1 ซีซี ( ตัวเลข 10 บน กระบอกฉีด ) 2. ใส่รยางค์หรือน้ำ เลือดลงไปในหลอดพลาสติกที่บรรจุน้ำ ยาประมาณครึ่งหลอด 3. ใช้แท่งบด บดตัวอย่างในหลอดทิ้งไว้ 5 นาที อ้างอิงสำ นักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
4. ใช้หลอดหยด ( dropper ) หรือเข็มฉีดยาที่ใช้ดูดเลือด ดูดของเหลวในหลอดพลาสติกไปหยด ในแอ่งวงกลมของชุดทดสอบทิ้งไว้ 5 - 15 นาที จึงอ่านผล ถ้าปรากฎเส้นทดสอบสีชมพูม่วงเฉพาะแถบควบคุม (C) เท่านั้น แสดงว่าไม่พบเชื้อหัวเหลือง (YHVIGAV)หรือมีจำ นวนเชื้อน้อยกว่าความไวของชุดทดสอบถ้าปรากฎเส้นทดสอบสีชมพูม่วง บริเวณแถบทดสอบ (T) และแถบควบคุม (C) แสดงว่าในตัวอย่างมีการติดเชื้อหัวเหลือง (YHVIGAV)ถ้าไม่ปรากฏเส้นทดสอบสีชมพูม่วงบริเวณแถบควบคุม ให้ทำ การทดสอบใหม่อีกครั้ง โดยใช้ชุดทดสอบอันใหม่ อ้างอิง https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images อ้างอิงสำ นักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
YHV1 มุ่งเป้าไปที่เนื้อเยื่อของ ectodermal และ mesodermal รวมถึงอวัยวะน้ำ เหลือง, เม็ดเลือดแดง,เนื้อเยื่อเม็ดเลือด,ลาเมลลาเหงือกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เป็นรูพรุน ของชั้นใต้ผิวหนัง,ลำ ไส้,ต่อมหนวด,อวัยวะสืบพันธุ์,ทางเดินประสาทและปมประสาท (Chantanachookin et al., 1993; Lightner, 1996) . อวัย วั วะเป้า ป้ หมายและเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ที่ติ ที่ ดติเชื้อ ชื้ อ้างอิง https://fisharticle.com/wpcontent/uploads/2022/06/Yellow-HeadDisease-of-Shrimp.jpg
การติดเชื้อ YHV1 สามารถแพร่เชื้อในแนวนอนการกินเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ การที่กุ้งอยู่ในบ่อ เดียวกัน หรือโดยการอยู่ร่วมกันของกุ้งปกติกับกุ้งที่ติดเชื้อ (Flegel et al., 1995b; Lightner, 1996 ). การติดเชื้อในกุ้งยังเกิดขึ้นได้ด้วยการฉีดสารสกัดจากกุ้งบด (Acetes sp.) ที่เก็บจากบ่อ ที่ติดเชื้อ (Flegel et al., 1995a) อย่างไรก็ตาม การสะสมเอย่างรวดเร็วของการเสียชีวิต ระหว่างการระบาดของโรคบ่งชี้ว่าการแพร่กระจายในแนวนอนเกิดขึ้นได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มาก การแพร่เ ร่ ชื้อ ชื้
การติดเชื้อ YHV1 สามารถแพร่เชื้อในแนวนอนการกินเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ การที่กุ้งอยู่ในบ่อ เดียวกัน หรือโดยการอยู่ร่วมกันของกุ้งปกติกับกุ้งที่ติดเชื้อ (Flegel et al., 1995b; Lightner, 1996 ). การติดเชื้อในกุ้งยังเกิดขึ้นได้ด้วยการฉีดสารสกัดจากกุ้งบด (Acetes sp.) ที่เก็บจากบ่อ ที่ติดเชื้อ (Flegel et al., 1995a) อย่างไรก็ตาม การสะสมเอย่างรวดเร็วของการเสียชีวิต ระหว่างการระบาดของโรคบ่งชี้ว่าการแพร่กระจายในแนวนอนเกิดขึ้นได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มาก รายงานการกระจาย
ป้องกันโดยการใช้ลูกกุ้งปลอดเชื้อ ติดตามสถานการณ์การติดโรคในพื้นที่ และ งดใช้น้ำ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคหรือ การนำ น้ำ มาฆ่าเชื้อก่อนใช้ ควรมีการฆ่าสัตว์พาหะตั้งแต่เตรียมบ่อโดยใช้ระบบกรองน้ำ ร่วมกับการใช้สารเคมีฆ่า พาหะที่มากับน้ำ ป้องกันสัตว์นำ เชื้อระหว่างเลี้ยง เช่น รั้วกันปู ตาข่ายกันนก เป็นต้น เลี้ยงกุ้งที่ความหนาแน่นพอดี ตรวจค่าคุณภาพน้ำ และปรับให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม แนวทางการป้อ ป้ งกัน กั
วิธีวิก ธี ารป้อ ป้ งกัน กัโรคไวรัส รัในกุ้งกุ้กุล กุ าดำ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจะไม่มียารักษา ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดใน การควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในกุ้งกุลาดำ หลักในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสในกุ้ง กุลาดำ มีดังต่อไปนี้ พันธุ์กุ้ง การดิดเชื้อไวรัสหลายชนิดสามารถติดต่อผ่านพ่อแม่พันธุ์ได้ ดังนั้นการคัดเลือกลูกกุ้ง เพื่อนำ มาเลี้ยงจึงเป็นขั้นตอนสำ คัญที่จะป้องกันการติดเชื้อไวรัสมากับลูกกุ้ง ลูกกุ้งที่แข็งแรงมา จากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ก็จะทำ ให้ปัญหาในช่วงของการเลี้ยงลดน้อยลง การเตรียมบ่อและการเตรียมน้ำ การเตรียมบ่อที่ดีสามารถป้องกันหรือตัดวงจรของเชื้อไวรัส ลงได้ การเตรียมบ่อควรมีช่วงเวลาที่ตากพื้นบ่อให้แห้งสนิท และทำ การฆ่าเชื้อบริเวณพื้นบ่อโดยใช้ ปูนขาวโรยให้ทั่วและไถพรวนเพื่อพลิกดินข้างใต้ให้สัมผัสอากาศ สำ หรับการเตรียมน้ำ ก่อนปล่อย ลูกกุ้ง ควรผ่านขั้นตอนการทำ ลายพาหะของเชื้อไวรัสให้หมด ซึ่งอาจใช้สารเคมีเช่น คลอรีน หรือ ใช้อวนตาถี่กรองออก ความหนาแน่นของอัตราการปล่อย ปัจจัยหนึ่งที่ทำ ให้กุ้งเครียดและติดเชื้อไวรัสได้ง่ายก็คือ ความเครียด ซึ่งเกิดจากอัตราการปล่อยกุ้งมีความหนาแน่นสูง ส่งผลให้การเลี้ยงในเดือนที่ 2 เป็น ตันไปมีปัญหาเพราะกุ้งโดขึ้น โดยทั่วไปอัดราการปล่อยไม่ควรเกิน 100,000 ตัวต่อไร่ การจัดการในช่วงของการเลี้ยงในช่วงของการเลี้ยงถ้าเกษตรกรสามารถควบคุมสภาพน้ำ ในบ่อ ให้ดีและคงที่รวมทั้งพื้นกันบ่อที่สะอาดทำ ให้กุ้งมีสุขภาพแข็งแรง ปัญหาโรคติดเชื้อไม่ว่าจะเป็น แบคที่เรียหรือเชื้อไวรัสจะเกิดขึ้นน้อยมาก ดังนั้นการจัดการต่าง ๆ ที่จะทำ ให้กุ้งแข็งแรง ไม่เครียด จึงเป็นหัวใจสำ คัญของการป้องกันโรคในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การใช้สารเคมีในการกำ จัดเชื้อไวรัส ในกรณีที่เชื้อไวรัสหลุดป่ะปนอยู่ในน้ำ ก็สามารถที่จะใช้ สารเคมีกำ จัดได้ หรือการกำ จัดตัวพาหะนำ เชื้อไวรัส เช่น กุ้งเคย กุ้งหัวแข็ง กุ้งแชบ๊วย และสัตว์ น้ำ ชนิดอื่น ๆ เช่น ปูทะเล การป้องกันไม่ให้ตัวพาหะเหล่านี้เข้าสู่บ่อเลี้ยงก็จะเป็นหนทางหนึ่งใน การป้องกันการเกิดโรคติดเชื้อไวรัส สารเคมีที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสในน้ำ ได้ดี คือ คลอรีน ไอโอดีน แต่ถ้าต้องการกำ จัดพาหะนำ เชื้อไวรัสด้วยการใช้คลอรีนจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การใช้คลอรีนก็ควรจะระมัดระวังเพราะมีผลดกค้างและเป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อม
การจัดการหลังการเกิดโรคติดเชื้อไวรัส หลังจากเกิดการติดเชื้อไวรัสขึ้นในบ่อเลี้ยงซึ่งอาจจะสัง เกดได้จากอาการและอัดราการตาย รวมทั้งการตรวจสอบเพิ่มเติม ถ้ากุ้งเลี้ยงในบ่ออายุ 1 เดือน หรือเดือนกว่า ๆ ควรจะมีการฆ่าเซื้อของน้ำ ในบ่อก่อนที่จะปล่อยออกสู่ภายเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อ ไวรัสมีการแพร่กระจาย หรือถ้ากุ้งมีขนาดพอจะจับขายได้จับควรจะแขวนถุงเจาะรูใส่คลอรีนไว้ บริเวณทางน้ำ ออกเพื่อลดปริมาณเชื้อไวรัสในน้ำ ลง การกระทำ ดังกล่าวจะช่วยให้สามารถดวบคุม การระบาดของเชื้อไวรัสให้อยู่ในบริเวณจำ กัดได้ นอกจากนี้การติดต่อข่าวสารระหว่างเกษตรกร ด้วยกันเองก็จะช่วยให้การป้องกันการระบาดของโรคไวรัสดีขึ้น ภาพจากhttps://lh4.googleusercontent.com/proxy
แนวทางการป้อ ป้ งกัน กัโรคหัว หั เหลือ ลื งในกุ้งกุ้ขาวแวนนาไม สำ หรับฟาร์มที่เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมที่เป็นโรคชนิดนี้มาแล้วควรปฏิบัติดังนี้ 1. ตากบ่อให้แห้งสนิท 2. ปรับสภาพพื้นบ่อ ใช้สารเคมีฆ่าพาหะที่อาจจะหลงเหลืออยู่ในน้ำ หรืออาจใช้คลอรีนผง (ความ เข้มข้น 60 เปอร์เซ็นต์ ในปริมาณไร่ละ 1 ถัง ที่ระดับความลึกของน้ำ ประมาณ 1.50 เมตร ใน กรณีที่พีเอชของน้ำ ไม่ถึง 8.0 ควรใช้ในช่วงเวลาที่พีเอซของน้ำ ต่ำ คือในตอนกลางคืน เนื่องจาก คลอรีนออกฤทธิ์ได้น้อยเมื่อพีเอชสูง ส่วนในฟาร์มที่มีพีเอชของน้ำ มีค่าระหว่าง 8.0 - 8.5 อาจใช้ ไตรคลอร์ฟอนเพื่อกำ จัดพาหะในกลุ่มครัสตาเซียน ได้แก่ กุ้งและปู 3. ต้องมีบ่อพักน้ำ อย่างเพียงพอ 4. ต้องมีระบบป้องกันพาหะต่างๆ เช่น รั้วกันปู เชือกขึงกันนก ที่อาจจะนำ กุ้งป่วย จากแหล่งอื่นเข้ามาภายในฟาร์ม 5. ลูกกุ้งที่จะนำ มาเลี้ยงควรผ่านการตรวจเชื้อไวรัสหัวเหลืองด้วยเทคนิค RT-PCR 6.ปล่อยลูกกุ้งในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสม ซึ่งอัตราการปล่อยลูกกุ้งขึ้นอยู่กับเป้าหมายและ วัตถุประสงค์ว่าต้องการผลิตกุ้งให้ได้ขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ตามที่ผู้เลี้ยงกุ้งต้องการ โดยเฉพาะ การเลี้ยงด้วยน้ำ ความเค็มต่ำ ซึ่งมีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ น้อยกว่าน้ำ ทะเลปกติ ควรปล่อยลูกกุ้งใน อัตราความหนาแน่นที่ต่ำ กว่า 7. ฟาร์มเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ใกล้เคียงกันที่ต้องใช้น้ำ จืดจากคลองซลประทานร่วมกันต้องร่วมมือใช้ ระบบการเลี้ยงที่สามารถป้องกันโรคที่เหมือนๆ กัน 8. ในกรณีที่มีกุ้งวยต้องไม่มีการถ่ายน้ำ หรือระบายน้ำ จากบ่อกุ้งป่วยลงไปในซลประทานหรือ แหล่งน้ำ สาธารณะเพราะจะทำ ให้ฟาร์มอื่นๆมีโรคจะเกิดโรคได้ในเวลาต่อมา อ้างอิงหนังสืออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้ง
ชนิดนิกุ้งกุ้ที่ไที่ วต่อ ต่ การติดติเชือ ชื YHV 1 ได้แ ด้ ก่ - Blue shrimp (Penaeus stylirostris) - Giant tiger prawn (Penaeus monodon) - Whiteleg shrimp (Litopenaeus vannamei) - Banana prawn (Penaeus merguiensis) - Carpenter prawn (Palaemon serrifer) - Kuruma prawn (Penaeus japonicus) - Northern brown shrimp (Penaeus aztecus) - Northern pink shrimp (Penaeus duorarum) - Northern white shrimp (Penaeus setiferus) - Jinga shrimp (Metapenaeus affinis) - Yellow shrimp (Metapenaeus brevicornis) - Dagger blade grass shrimp (Palaemonetes pugio) - Pacific blue prawn (Palaemon styliferus) - Sunda river prawn (Macrobrachium sintangense) - Red claw crayfish (Cherax quadricarinatus) โดยปกติการติดเชื้อ YHV1 จะถูกตรวจพบเฉพาะเมื่อโรคปรากฏชัดเท่านั้น และแม้ว่าจะไม่ เกิดขึ้นโดยทั่วไป ใน P. monodon ที่มีสุขภาพดี แต่การตรวจพบการติดเชื้อในประชากรป่าที่มี สุขภาพดีของ P. stylirostris (Castro-Longoria et al., 2008) ในระหว่างการระบาดในบ่อเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำ ความชุกของการติดเชื้อ YHV1 อาจถือว่าอยู่ในระดับสูง ตรวจพบการติดเชื้อ YHV1 ตามธรรมชาติใน P. japonicus, P. merguiensis, P. setiferus, M. ensis และ P. styliferus (Cowley et al., 2002; Flegel et al. , 1995a; 1995b) แต่มีข้อมูลเพียงเล็กน้อย มีอยู่ตาม ความชุกของธรรมชาติ
บรรณานุก นุ รม 1. กรรณวิท รุจิรวัฒน์ และคำ รณ ไวยครุฑธา. 2546 . การตรวจคุณภาพลูกกุ้งโดยวิธี "ไบโอเทคแลป" หน้า 271-280. ใน สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ. กุ้งไทย ก้าวใหม่สู่หนึ่งในผู้นำ กุ้งโลกอย่างยั่งยืน. โรงพิมพ์ ก.พล, กรุงเทพฯ. 2. ชลอ ลิ้มสุวรรณ. 2534. คัมภีร์การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ , พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ จำ กัด. กรุงเทพฯ. 202 น. 3. ชลอ ลิ้มสุวรรณ. 2543. กุ้งไทย 2000 สู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. โรงพิมพ์เจริญ รัตน์การพิมพ์,กรุงเทพฯ. 260 หน้า. 4. บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร. 2547. การนำ เข้ากุ้งของญี่ปุ่น. วารสารข่าวกุ้ง. 16(187) : 4. 5. พุทธ ส่องแสงจินดา. 2546. ออกชิเจนกับการจัดการการเลี้ยงกุ้งและการพัฒนา. หน้า 229-224. ใน สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ.กุ้งไทย ก้าวใหม่ สู่หนึ่งในผู้นำ กุ้งโลกอย่างยั่งยืน.โรงพิมพ์ก.พล, กรุงเทพฯ. 6. ภิญโญ เกียรติภิญโญ. 2545. วิธีปฏิบัติสำ หรับการเลี้ยงกุ้งขาว แอล. แวนาไม (Practical Technology for Litopenaeus vannamei culture) สำ นักงานพิมพ์เมืองเกษตรแม็กกาซีน, สมุทรปราการ 120. น. 7. สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ. 2546. กุ้งไทย ก้าวใหม่สู่หนึ่งในผู้นำ กุ้งโลกอย่างยั่งยืน. โรงพิมพ์ก.พล, กรุงเทพ สำ นักพิมพ์เมืองเกษตรแม็กกาซีน, สมุทรปราการ. 120 น. 8. ศุภมาตย์ และ สิทธิ บุณยรัตนผลิน. 2538. การศึกษาภูมิคุ้มกันโรคและแนวทางการใช้วัคซีน ป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในกุ้งกุลาดำ ( Penaeus monodon ) รายงานการวิจัย. หน้า 1-17 9. ชลอ ลิ้มสุวรรณ. 2546. "แนะเทคนิคบางจุดในการเลี้ยงวานาไมเพื่อความสำ เร็จ" 10. วิสันต์ ท้าวสูงเนิน เทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม 11. ชลอ ลิ้มสุวรรณและพรเลิศ จันทร์รัชชกูล อุตรสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งในประเทศไทย