ป ร ะ วั ติ แ ล ะ ค ว า ม เ ป็ น ม า
ข อ ง บ้ า น ด ง เ จ ริ ญ
บ้ า น ด ง เ จ ริ ญ
น า ย ศั ก ดิ์ ด า ท อ ว ห า ญ ชั ย
เ ล ข ที่ ๓ ๓ ม . ๕ / ๒
ป ร ะ วั ติ แ ล ะ ค ว า ม เ ป็ น ม า
ประวัติความเป็นมา
ตำบลดงเจริญ ตั้งขึ้นเมื่อสมัยตอนปลายสมัยกรุง
ศรีอยุธยา คือ บ้านดุงคำ เป็นหมู่บ้านที่สังกัดเดิมใน
ตำบลโนนทัน ปัจจุบันตำบลดงเจริญ อยู่ในเขตการ
ปกครองของอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร แบ่ง
การปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้าน
พื้ นที่
เป็นพื้ นที่ราบลุ่ม อยู่ห่างจากอำเภอคำเขื่อนแก้ว 4 กม.
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร และ
นับถือศาสนาพุ ทธ
เขตพื้ นที่
ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว
จังหวัดยโสธร
ทิศใต้ ติดกับ ตำบลโพนทัน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัด
ยโสธร
ด ง เ จ ริ ญ
ด้านวิถีชีวิต
ส่วนใหญ่นิยม ทำนาปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง
ด้วยความที่บ้านดงเจริญ ส่วนล่างตรงที่ติดถนนจะมีน้ำ
ขังตลอดเกือบทั้งปีจึงเหมาะแก่การทำนา
ชาวบ้านจะทำนาเป็นสองส่วน การทำ นาปี จะอยู่ในช่วง
เดือนมิถุนา-เดือนธันวาคมและนาปรัง จะอยู่ในช่วงเดือน
ธันว่าคม-เดือนเมษายน (บางครัวเรือนก็ไม่ทำนาปรัง)
ส่วนการปลูกมันสำปะหลังเป็นเกษตรลำดับที่สองรอง
ลงมาจากการทำนา จะนิยมปลูกในช่วงต้นฝน และหลัง
ฝน และบางครัวเรือนจะมีอาชีพเสริมคือการปลูกแตง
เอาไว้ขายที่ข้างทางถนนใหญ่ ถ้าขับรถผ่านจะเห็นเรียง
กันเป็นทอดๆไป
ด ง เ จ ริ ญ
สถานที่สำคัญ
สถานที่สำคัญของบ้านดงเจริญนี้มีหลายที่เช่น
ดอนปู่ตา เป็นสถานที่ศักสิทธิ์ของชาวบ้านดงและหมู่
บ้านระแวกรอบๆ จะอยู่ที่ตรงทางเข้าบ้านดงเจริญ๒
คนที่มองข้างนอกจะคิดว่าบ้านดงเจริญอยู่ในป่า อันที่
จริงแล้วป่าที่ทุกคนคิดเป็นแค่ทางเข้าที่เป็นที่ตั้งของ
ดอนปู่ตา โดยที่คนที่ขับรถผ่านจะทำการบีบแตรรถเพื่ อ
เป็นการเคารพก่อนออกจากหมู่บ้านหรือเข้ามาในหมู่บ้าน
ดอนปู่ตา
ด ง เ จ ริ ญ
สถานที่สำคัญ
อีกหนึ่งสถานที่คือ วัดบ้านดงเจริญหรือที่เรียกว่าวัด
โพธิ์ศรีธรรมรามเป็นวัดที่ชาวบ้านดงมาทำบุญในบุญ
ต่างๆ แล้วมีพระใหญ่ชัยมงคลที่พึ่ งสร้างขึ้นมาโดยคณะ
ครอบครัวของครู บุญปลูก เสงี่ยมศักดิ์ ทำการถวาย
ปัจจัยการสร้างพระใหญ่ชัยมงคลที่มีความสวยงาม
ถือได้ว่าเป็นแลนมาร์คของบ้านดงเจริญเลยก็ว่าได้
ด ง เ จ ริ ญ
ประเพณี
บุญบั้งไฟ
เป็นการบูชาพญาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง
ชาวบ้านมีความเชื่อว่าพญาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝน
ตกถูกต้องตามฤดูกาล และความชื่นชอบไฟเป็นอย่าง
มาก หากหมูบ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา
ฝนก็จะไม่ตกตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิยภัยพิ บัติกับ
หมู่บ้าน เลยได้จัดขบวนการแห่บั้งไฟ การเซิ้งไฟจัดขึ้น
อย่างสนุกสนาน
ด ง เ จ ริ ญ
ประเพณี
สงกรานต์
การรดน้ำดำหัว ผู้ใหญ่ นอกจากจะเป็นการขอพรจากผู้
อาวุโสเพื่ อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทย
แล้ว ยังมีความหมายแฝงอีกอย่างคือ การแสดงความ
เคารพต่อบิดา-มารดา ผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณ เพื่ อ
ขอโทษต่อสิ่งที่ล่วงเกิน ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจ
หรือไม่ตั้งใจ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง
ด ง เ จ ริ ญ
ประเพณี
บุญข้าวสาก
ก่อนจะถึงวันที่จะต้องทำบุญข้าวสาก ชาวบ้านจะเตรียมอาหารชนิดต่างๆ
ห่อด้วยใบตองไว้แต่เช้ามืด ข้าวสากจะห่อด้วยใบตองกล้วยกลัดหัว
กลัดท้าย มีรูปคล้ายกลีบข้าวต้มแต่ไม่พั บสั้น ต้องเย็บติดกันเป็นคู่
ห่อที่ 1 คือ หมาก พลู และ บุหรี่
ห่อที่ 2 คือ อาหารคาวหวาน อย่างละเล็กอย่างละน้อย ประกอบด้วย
1. ข้าวเหนียว เนื้อปลา เนื้อไก่ หมู และใส่ลงไปอย่างละเล็กอย่างละน้อย
ถือเป็นอาหารคาว
2. กล้วย น้อยหน่า ฝรั่ง แตงโม สับปะรด ฟักทอง (แล้วแต่จะเลือกใส่)
เป็นอาหารหวาน
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ตอนเช้าจะนำภัตตาหารไปถวายพระภิกษุสามเณร
ครั้งหนึ่งก่อน พอถึงเวลาประมาณ 9 - 10 โมงเช้า พระสงฆ์จะตีกลอง
โฮม(รวม) ญาติโยมจะนำอาหารที่เตรียมไว้มาถวายพระสงฆ์ โดยการ
ถวายจะใช้วิธีจับสลาก เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผู้ที่เป็นหัวหน้าจะ
กล่าวนำคำถวายสลากภัต ญาติโยมว่าตามจบแล้วนำไปให้พระเณรจับ
สลาก พระเณรจับได้สลากของใคร ผู้เป็นเจ้าของพาข้าว(สำรับ
กับข้าว)และเครื่องปัจจัยไทยทานก็นำไปประเคนให้พระรูปนั้นๆ จากนั้นพระ
เณรจะฉันเพล ให้พรญาติโยมจะพากันรับพรแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
ไปให้ญาติพี่ น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
เสร็จจากนี้แล้ว ชาวบ้านยังนำเอาห่อข้าวสากไปวางไว้ตามบริเวณวัด
พร้อมจุดเทียนและบอกกล่าวให้ญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้วมารับเอา
อาหารและผลบุญที่อุทิศให้ นอกจากนี้ ชาวบ้านจะนำอาหารไปเลี้ยง ตา
แฮก ณ ที่นาของตนด้วย เป็นเสร็จพิ ธีทำบุญข้าวสาก
ด ง เ จ ริ ญ
ประเพณี
บุญกุ้มข้าวใหญ่
บุญกุ้มข้าวใหญ่ หรือ บุญคูนลาน เป็นประเพณีทำบุญที่ชาวนาเก็บ
เกี่ยวข้าวแล้วจะนำมานวดที่ลานนวดข้าว ก่อนนำข้าวไปเก็บในยุ้ง
ฉาง เรียกว่า บุญคูนลาน โดยเชิญญาติพี่ น้องมาร่วมทำบุญเพื่ อ
ร่วมบูชาแม่โพสพ โดยนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุ ทธมนต์ โยง
ด้ายสายสิญจ์รอบกองข้าว ถวายอาหารบิณฑบาตร เลี้ยง
ญาติมิตร พระสงฆ์อนุโมทนาประพรมน้ำพระพุ ทธมนต์ผู้ร่วมพิ ธี
ตลอดจนประพรมลานข้าว วัว ควาย เจ้าของนา เพื่ อเป็นสิริมงคล
กิจกรรมสำคัญ คือให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมารวมกันไว้ที่ลาน
ชั่วคราว บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ แล้วประกอบพิ ธีกรรม
ตามประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่ อาทิเช่น การนำข้าวเปลือกมาโฮม
บุญ การสู่ขวัญข้าวขวัญน้ำ การถวายทานข้าว จัดขบวนแห่
ปราสาทข้าวจากทุกตำบล จากหน่วยราชการ/ภาคเอกชน จัด
นิทรรศการของหน่วยงานภาคราชการ/เอกชน จัดประกวดเรียง
ความเรื่อง “ข้าวของพ่ อ” ประกวดแข่งขันสารภัญญะ งามตุ้มโฮม
ไทบ้านไผ่ ประกวดธิดาบุญกุ้มข้าวใหญ่ การแสดงศิลปวัฒนธรรม
ประเพณีอิสานตามฮีตสิบสองคองสิบสี่ การแสดงแสง สี เสียง
ชุด”กุ้มข้าวใหญ่ ไอศวรรย์ อัศจรรย์เมืองบ้านไผ่” และการแข่งขัน
การประกวดผลิตผลทางการเกษตรและปศุสัตว์
ด ง เ จ ริ ญ
วัฒนธรรม
ด้านวัฒนธรรมประเพณี เป็นสิ่งที่ควบคู่กับชาว
บ้านมาช้านาน ประเพณีที่สำคัญและจัดอย่างยิ่ง
ใหญ่อลังการคือ บุญบั้งไฟ ชาวบ้านบางส่วน
จะแต่งตัวเป็นตัวละครหรือแต่งตัวตลกๆ เพื่ อ
ความสนุกสนาน วันที่สองเป็นการจุดบั้งไฟ
พญานาค เพื่ อเป็นการบูชาพญานาค เพื่ อ
เป็นการบูชาพญาแถน ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อ
ว่า พญาแถนมีหน้าที่ดูแลควบคุมฝน ในปัจจุบัน
มีการแข่งขันเพิ่ มมาด้วยความสนุกสนาน จะมี
การจ้างหมอลำ
จะเต้นกันอย่างมีความสุข โดยจะพากันสาดน้ำ
เข้าหน้าเวทีเพื่ อเป็นการเล่นโคลน เพื่ อความ
สนุกสนานของคนในหมู่บ้านชาวบ้านจะออกมา
ตักบาตรทุกเช้าและทุกๆวันเพื่ อเป็นสิริมงคล
ด ง เ จ ริ ญ
ความเชื่อ
ในสมัยก่อนแทบทุกหมู่บ้านในภาคอีสานจะมี “ดอนปู่ตา”
ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในชุมชน โดยมีความเชื่อว่า
ดอนปู่ตาเป็นที่อยู่อาศัยของผีบรรพบุรุษของหมู่บ้าน ปู่
ตา หมายถึง วิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว
ปู่เป็นวิญาณทางพ่ อ ตา เป็นวิญญาณทางแม่ คนใน
ชุมชน จึงปลูก ตูบ หรือ หอ ให้ผีปู่ตาอาศัยซึ่งอาจจะมี
รูปปั้ นแทนหรือไม่มีก็ได้ โดยถือว่าเป็นเขตพื้ นที่ศักดิ์สิทธิ์
ผู้ใดจะรุกล้ำหรือตัดต้นไม้แสดงวาจาหยาบคาย ไม่ได้
ดังนั้น ดอนปู่ตา จึงเป็นกลายเป็นป่าขนาดเล็กๆ และ
เป็นพื้ นที่ป่าสงวนของคนในชุมชนไปในตัว
ด ง เ จ ริ ญ
แหล่งการเรียนรู้
โรงเรียนบ้านดงเจริญ เป็นสถานที่สำคัญของหมู่บ้าน
ก่อตั้งเมื่อปี๒๔๖๙ เดิมชื่อว่า โรงเรียนประชาบาลตำบล
โพนทัน 2 (วัดบ้านดง) โดยปัจจุบัน
โรงเรียนบ้านดงเจริญ เป็นโรงเรียนขนาดปานกลาง
มีสนามกีฬาให้คนในหมู่บ้านได้ออกกำลังกาย โรงเรียน
แห่งนี้มีการสอนตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล๒-ม.๓ โดย
นักเรียนจะมีไม่เกิน๑๕๐คน มีแหล่งเรียนเรียนรู้เยอะแยะ
เช่น แหล่งเรียนรู้การปลูกผักสวนครัวโดยครูและ
นักเรียนที่โรงเรยนจะเอาเวลาว่างมาปลูกผักเพื่ อขายและ
เพื่ อทำกินในโรงอาหาร และแหล่งเรียนรู้ไส้เดือนดิน
โดยครูจะให้นักเรียนที่มีความสนใจ มาศึกษาเรื่องไส้ด
เดือน พอเลี้ยงได้ก็จะเอามูลไส้เดือนนี้ไปขายหรือไปใส่
ผัก โดยอาหารที่นำมาให้ไส้เดือนก็คือ เศษอาหารที่
โรงอาหารของแต่ละวัน และีอกอย่างคือ การทำน้ำยา
ล้างจาน โดยการเรียนรู้นี้ คณะกรรมการที่มาดูงาน
สนใจเป็นอย่างมาก และยังเป็นโรงเรียนวิถีพุ ทธชั้นนำ
อีกด้วย
ด ง เ จ ริ ญ
การแต่งกายชาวบ้านดงเจริญ
อ้ า ง อิ ง
HTTPS://WWW.GOOGLE.COMSGSDDHJQAENJ
MCXNMRM
HTTP://YASOTHON.KAPOOK.COM
HTTPS://WWW.M-
CULTURE.GO.TH/MUKDAHAN/EWT_NEWS.PHP
?NID=529&FILENAME=INDEX