40 รายได้เงินสดที่ขายได้ด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 4,160 บาท ข้าวเหนียวนาปีจํานวน 4,019 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 5,107 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 6,608 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 3,359 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 4,306 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 4,471 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 1 จํานวน 12,527 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 9,997 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 10,811 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 61,333 บาท ไม้ผลรวมจํานวน 1,535 บาท สําหรับทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เกษตรกรจะปลูกเพื่อใช้ ในฟาร์มตนเองทั้งหมด รายจ่ายเงินสดในการผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 2,428 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 2,347 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 2,733 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 2,371 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 จํานวน 2,524 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 3,583 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 2,657 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 7,108 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 4,179 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 5,119 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 32,373 บาท ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 699 บาท และไม้ผลรวมจํานวน 1,745 บาท (ตารางที่ 4.13) พื้นที่นอกโครงการ ผลผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 833 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนา ปีจํานวน 680 กิโลกรัม ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 952 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 916 กิโลกรัม มัน สําปะหลังโรงงานจํานวน 1,241 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 8,654 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 5,832 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 7,606 กิโลกรัม ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 3,650 กิโลกรัม กล้วยน้ําว้า จํานวน 600 กิโลกรัม รายได้เงินสดที่ขายได้ด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 5,093 บาท ข้าวเหนียวนาปีจํานวน 6,600 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 5,948 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 3,970 บาท มันสําปะหลังโรงงาน จํานวน 2,169 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 10,269 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 6,887 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 8,626 บาท ส่วนกล้วยน้ําว้าและหญ้าเลี้ยงสัตว์ไม่มีการจําหน่าย รายจ่ายเงินสดในการผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 2,496 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 2,610 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 2,868 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 2,761 บาท มันสําปะหลัง โรงงานจํานวน 2,493 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 7,094 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 3,688 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 3 จํานวน 4,490 บาท กล้วยน้ําว้าจํานวน 4,000 บาท ส่วนหญ้าเลี้ยงสัตว์ไม่มีรายจ่ายเงินสด (ตารางที่ 4.14) รวมทั้งโครงการ ผลผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 788 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 730 กิโลกรัม ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 859 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 976 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยง สัตว์รุ่น 1 จํานวน 838 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 917 กิโลกรัม มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 2,251 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 9,796 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 7,878 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 9,306 กิโลกรัม ดาวเรืองเกษตรจํานวน 1,120 กิโลกรัม ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 3,917 กิโลกรัม องุ่น จํานวน 1,120 กิโลกรัม เมล่อนจํานวน 1,930 กิโลกรัม ไม้ผลรวมจํานวน 89 กิโลกรัม รายได้เงินสดที่ขายได้ด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 4,211 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 4,253 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 5,155 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 6,608 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 3,554 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 4,306 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 3,391 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 1 จํานวน 12,099 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 9,090 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 10,423 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 61,333 บาท องุ่นจํานวน 110,000 บาท เมล่อนจํานวน 180,000 บาท และไม้ผลรวม จํานวน 2,030 บาท รายจ่ายเงินสดในการผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 2,433 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 2,371 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 2,739 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 2,371 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น
41 1 จํานวน 2,599 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 3,583 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 2,580 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 1 จํานวน 7,105 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 4,036 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 5,007 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 32,373 บาท องุ่นจํานวน 89,700 บาท เมล่อนจํานวน 122,800 บาท และไม้ผลรวมจํานวน 1,359 บาท (ตารางที่ 4.15) เมื่อพิจารณาแยกเป็นพื้นที่ในเขตสูบน้ําด้วยไฟฟ้า พบว่า ผลผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้า นาปีจํานวน 805 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนาปีจํานวน 805 กิโลกรัม ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 861 กิโลกรัม ข้าวเหนียว นาปรังจํานวน 1,000 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 600 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 1,167 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 8,654 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 6,211 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 13,694 กิโลกรัม ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 1,784 กิโลกรัม ไม้ผลรวมจํานวน 219 กิโลกรัม รายได้เงินสดที่ขายได้ด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 4,310 บาท ข้าวเหนียวนาปีจํานวน 4,955 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 5,137 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 6,715 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 2,946 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 5,347 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 11,844 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 2 จํานวน 7,086 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 16,655 บาท และไม้ผลรวมจํานวน 3,750 บาท รายจ่ายเงินสดในการผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 2,447 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 2,539 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 2,737 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 2,276 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 จํานวน 2,727 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 3,066 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 4,365 บาท อ้อย โรงงานปีที่ 2 จํานวน 1,937 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 5,786 บาท ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 1,201 บาท และ ไม้ผลรวมจํานวน 213 บาท (ตารางที่ 4.16) ส่วนพื้นที่นอกเขตสูบน้ําด้วยไฟฟ้า พบว่า ผลผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 708 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนาปีจํานวน 722 กิโลกรัม ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 833 กิโลกรัม ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 889 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 841 กิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 659 กิโลกรัม มัน สําปะหลังโรงงานจํานวน 2,251 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 8,625 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 8,382 กิโลกรัม อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 8,537 กิโลกรัม ดาวเรืองเกษตรจํานวน 1,120 กิโลกรัม ทุ่งหญ้าเลี้ยง สัตว์จํานวน 1,761 กิโลกรัม องุ่นจํานวน 1,120 กิโลกรัม เมล่อนจํานวน 1,930 กิโลกรัม และไม้ผลรวมจํานวน 25 กิโลกรัม รายได้เงินสดที่ขายได้ด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 3,692 บาท ข้าวเหนียวนาปี จํานวน 4,097 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 5,456 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 6,222 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 จํานวน 3,562 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 3,232 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 3,392 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 12,390 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 9,697 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 9,332 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 61,333 บาท องุ่นจํานวน 110,000 บาท เมล่อนจํานวน 180,000 บาท และไม้ผลรวม จํานวน 822 บาท รายจ่ายเงินสดในการผลิตด้านพืชเฉลี่ยต่อไร่ ได้แก่ข้าวเจ้านาปีจํานวน 2,373 บาท ข้าวเหนียว นาปีจํานวน 2,333 บาท ข้าวเจ้านาปรังจํานวน 2,768 บาท ข้าวเหนียวนาปรังจํานวน 2,716 บาท ข้าวโพดเลี้ยง สัตว์รุ่น 1 จํานวน 2,597 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 จํานวน 4,115 บาท มันสําปะหลังโรงงานจํานวน 2,580 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 10,230 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 4,672 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 4,871 บาท ดาวเรืองเกษตรจํานวน 32,373 บาท ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 589 บาท องุ่นจํานวน 89,700 บาท เมล่อน จํานวน 122,800 บาท และไม้ผลรวมจํานวน 1,031 บาท (ตารางที่ 4.17)
42 ตารางที่ 4.13 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช ในพื้นที่โครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 785 4,160 274 254 812 120 1,070 172 2,428 ี ข้าวเหนียวนาปี 735 4,019 455 331 771 102 939 204 2,347 ข้าวเจ้านาปรัง 854 5,107 23 294 858 123 1,180 278 2,733 ข้าวเหนียวนาปรัง 976 6,608 33 347 748 125 871 280 2,371 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 1 801 3,359 - 509 695 82 1,199 39 2,524 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 2 917 4,306 - 777 1,115 625 899 167 3,583 ถั่วเขียวผิวมัน 61 1,391 - 243 52 26 513 98 932 ถั่วดํา 467 14,000 - 1,333 1067 333 467 - 3,200 มันสําปะหลังโรงงาน 3,143 4,471 - 18 508 227 1904 - 2,657 อ้อยโรงงานปีที่ 1 11,468 12,527 - 1,186 1,078 32 4,760 52 7,108 อ้อยโรงงานปีที่ 2 8,719 9,997 - - 844 32 2,824 479 4,179 อ้อยโรงงานปีที่ 3 9,672 10,811 - 162 1,115 82 3,587 173 5,119 งา 15 450 - 150 105 169 - 250 674 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 727 105 168 - 250 1,250 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 769 6,154 - - - 6,923 ผักสวนครัวรวม 500 50 4,950 - - - - - - ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 8,000 19,573 3,333 800 667 32,373 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,927 -* 3,927 64 106 261 265 3 699 ทุเรียน 8 200 - - 140 - - - 140 ลําไย - - - - 160 - - - 160 มะขามเปรี้ยว - - - 133 - - - - 133 องุ่น 1,120 110,000 2,000 60,000 3,700 2,000 24,000 - 89,700 กล้วยน้ําว้า 541 635 47 1,929 1,718 649 1,506 - 5,802 มะม่วงหิมพานต์ 21 1,022 - - 325 86 1,587 - 1,998 มะนาว - - - 6,000 800 - 2,000 6,000 14,800 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 60,000 36,800 2,000 24,000 - 122,800 หน่อไม้ไผ่ 315 3,750 225 - - 700 - 50 750 ไม้สัก - - - - - 12 346 - 358 ไม้ยืนต้นรวม - - - - - 42 83 - 125 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 98 1,535 223 921 292 41 491 - 1,745 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - - 82 - 182 818 1,082 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 48 1,659 117 - 240 118 - 37 396 ที่มา : จากการวิเคราะห์ องุ่น และเมล่อน ปลูกแบบกางมุ้ง
43 ตารางที่ 4.14 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช นอกพื้นที่โครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 833 5,093 173 341 799 144 977 235 2,496 ี ข้าวเหนียวนาปี 680 6,600 880 340 660 - 1,410 200 2,610 ข้าวเจ้านาปรัง 952 5,948 - 384 804 156 1,137 387 2,868 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 1 916 3,970 - 517 771 87 1,268 118 2,761 มันสําปะหลังโรงงาน 1,241 2,169 - - 386 229 1,811 67 2,493 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,654 10,269 - 1,400 1,131 38 4,108 417 7,094 อ้อยโรงงานปีที่ 2 5,832 6,887 - - 684 227 2,118 659 3,688 อ้อยโรงงานปีที่ 3 7,606 8,626 - - 910 29 3,240 311 4,490 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 750 150 100 1,775 - 2,775 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 533 507 267 - - 1,307 ผักสวนครัวรวม 528 147 5,253 - - - 588 - 588 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,650 -* 3,650 - - - - - - ลองกอง - - - - 624 100 - - 724 มะขามเปรี้ยว - - - - - - 1000 - 1,000 มะขามหวาน 4 - 145 - - - - - - กล้วยน้ําว้า 600 - - - - 4,000 - - 4,000 มะม่วงหิมพานต์ 33 1,486 - - 194 11 634 4 843 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 72 2,930 167 - 381 279 - - 660 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 60 444 156 4,100 6,051 489 7,136 1,822 19,598 ที่มา : จากการวิเคราะห์
44 ตารางที่ 4.15 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช รวมพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 788 4,211 268 259 811 121 1,067 175 2,433 ี ข้าวเหนียวนาปี 730 4,253 489 332 761 92 982 204 2,371 ข้าวเจ้านาปรัง 859 5,155 22 298 854 124 1,180 283 2,739 ข้าวเหนียวนาปรัง 976 6,608 33 347 748 125 871 280 2,371 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 1 838 3,554 - 511 719 84 1,221 64 2,599 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 2 917 4,306 - 777 1,115 625 899 167 3,583 ถั่วเขียวผิวมัน 61 1,391 - 243 52 26 513 98 932 ถั่วดํา 467 14,000 - 1,333 1,067 333 467 - 3,200 มันสําปะหลังโรงงาน 2,251 3,391 - 9 451 228 1,860 32 2,580 อ้อยโรงงานปีที่ 1 9,796 12,099 - 1,226 1,088 33 4,636 122 7,105 อ้อยโรงงานปีที่ 2 7,878 9,090 - - 798 89 2,618 531 4,036 อ้อยโรงงานปีที่ 3 9,306 10,423 - 133 1,079 72 3,526 197 5,007 งา 15 450 - 150 105 169 - 250 674 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 750 150 100 1,775 - 2,775 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 727 105 168 - 250 1,250 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 769 6,154 - - - 6,923 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 533 507 267 - - 1,307 ผักสวนครัวรวม 525 137 5,221 - - - 526 - 526 ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 8,000 19,573 3,333 800 667 32,373 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,917 -* 3,917 62 102 252 255 3 674 ทุเรียน 8 200 - - 140 - - - 140 ลําไย - - - - 160 - - - 160 ลองกอง - - - - 624 100 - - 724 มะขามเปรี้ยว - - - 67 - - 500 - 567 มะขามหวาน 4 - 145 - - - - - - องุ่น 1,120 110,000 2,000 60,000 3,700 2,000 24,000 - 89,700 กล้วยน้ําว้า 544 600 378 1,822 1,622 836 1,422 - 5,702 มะม่วงหิมพานต์ 25 1,184 - - 279 60 1,254 2 1,595 มะนาว - - - 6,000 800 - 2,000 6,000 14,800 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 60,000 36,800 2,000 24,000 - 122,800 หน่อไม้ไผ่ 315 3,750 225 - - 700 - 50 750 ไม้สัก - - - - - 12 346 - 358 ไม้ยืนต้นรวม - - - - - 42 83 - 125 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 89 2,030 240 594 323 125 317 - 1,359 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - - 82 - 182 818 1,082 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 50 1,476 167 618 1,116 174 1,075 306 3,289 ที่มา : จากการวิเคราะห์ หมายเหตุ : มูลค่าผลผลิตที่เกษตรกรได้รับ เท่ากับ รายได้เงินสดจากการขายผลผลิตรวมกับมูลค่าผลผลิตที่ใช้ในครัวเรือน
45 ตารางที่ 4.16 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช ในเขตพื้นที่สูบน้ําด้วยไฟฟ้า ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 805 4,310 252 259 825 126 1,059 178 2,447 ี ข้าวเหนียวนาปี 805 4,955 496 587 507 120 1,150 175 2,539 ข้าวเจ้านาปรัง 861 5,137 22 294 863 125 1,181 274 2,737 ข้าวเหนียวนาปรัง 1,000 6,715 42 265 725 82 847 357 2,276 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 1 600 2,946 - 535 619 - 1,063 510 2,727 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 2 1,167 5,347 - 689 883 230 1,014 250 3,066 ถั่วเขียวผิวมัน 33 1,111 - 178 - 67 200 250 695 ถั่วดํา 467 14,000 - 1,333 1,067 333 467 - 3,200 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,654 11,844 - 548 921 18 2,826 52 4,365 อ้อยโรงงานปีที่ 2 6,211 7,086 - - 263 18 1,656 - 1,937 อ้อยโรงงานปีที่ 3 13,694 16,655 - - 1,212 63 4,457 54 5,786 งา 15 450 - 150 105 169 - 250 674 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 727 105 168 - 250 1,250 ผักสวนครัวรวม 527 156 5,238 - - - 625 - 625 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,934 - 3,934 - 53 632 516 - 1,201 มะม่วงหิมพานต์ 70 3,500 - - - - - - - ไม้ผลรวมอื่น ๆ 219 3,750 235 - 175 38 - - 213 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - - - - - 818 818 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 16 167 35 749 1,169 187 1,304 333 3,742 ที่มา : จากการวิเคราะห์
46 ตารางที่ 4.17 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช นอกเขตพื้นที่สูบน้ําด้วยไฟฟ้า ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 708 3,692 368 279 727 103 1,106 158 2,373 ี ข้าวเหนียวนาปี 722 4,097 622 275 817 86 945 210 2,333 ข้าวเจ้านาปรัง 833 5,456 - 306 746 104 1,146 466 2,768 ข้าวเหนียวนาปรัง 889 6,222 - 643 834 281 958 - 2,716 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 1 841 3,562 - 511 720 85 1,223 58 2,597 ข้าวโพดเลี้ยงสัตวร์ุ่น 2 659 3,232 - 869 1,354 1,031 780 81 4,115 ถั่วเขียวผิวมัน 79 1,571 - 286 86 - 714 - 1,086 มันสําปะหลังโรงงาน 2,251 3,392 - 9 451 228 1,860 32 2,580 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,625 12,390 - 2,000 1,278 50 6,701 201 10,230 อ้อยโรงงานปีที่ 2 8,382 9,697 - - 960 110 2,910 692 4,672 อ้อยโรงงานปีที่ 3 8,537 9,332 - 156 1,055 74 3,363 223 4,871 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 750 150 100 1,775 - 2,775 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 769 6,154 - - - 6,923 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 533 507 267 - - 1,307 ผักสวนครัวรวม 517 33 5,133 - - - - - - ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 8,000 19,573 3,333 800 667 32,373 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,761 - 3,761 70 103 204 209 3 589 ทุเรียน 8 200 - - 140 - - - 140 ลําไย - - - - 229 - - - 229 ลองกอง - - - - 624 100 - - 724 มะขามเปรี้ยว - - - 67 - - 500 - 567 มะขามหวาน 4 - - - - - - - - องุ่น 1,120 110,000 2,000 60,000 3,700 2,000 24,000 - 89,700 กล้วยน้ําว้า 544 600 378 667 733 569 800 - 2,769 มะม่วงหิมพานต์ 2,471 2,972 - - 285 61 1,279 2 1,627 มะนาว - - - 6,000 800 - 2,000 6,000 14,800 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 60,000 36,800 2,000 24,000 - 122,800 หน่อไม้ไผ่ 315 3,750 225 - - 700 - 50 750 ไม้สัก - - - - - 12 346 - 358 ไม้ยืนต้นรวม - - - - - 42 83 - 125 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 25 822 200 470 219 91 251 - 1,031 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 206 7,619 610 - 867 76 - 179 1,122 ที่มา : จากการวิเคราะห์
47 4.2.4 รายได้เงินสดการเกษตร ในการผลิตทางการเกษตรปีเพาะปลูก 2559/60 เกษตรกรมีรายได้เป็น เงินสดในการเกษตร มีรายละเอียดดังนี้คือ 1) ด้านพืช รายได้เงินสดด้านพืชรวมทั้งหมด 144,144 บาท/ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นรายได้เงิน สดจากการปลูกข้าวเจ้านาปีจํานวน 60,489 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 41.96 รองลงมาเป็นรายได้จากการปลูกข้าว เจ้านาปรังจํานวน 52,624 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 36.51 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 7,238 บาท หรือคิด เป็นร้อยละ 5.02 อ้อยโรงงานปีที่ 1-3 จํานวน 4,144 5,574 และ 9,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.87 3.87 และ 6.73 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.18) ตารางที่ 4.18 รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช รวมพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ข้าวเจ้านาป 788 60,489 3,854 3,725 11,647 1,742 15,325 2,513 34,952 ี ข้าวเหนียวนาปี 730 587 68 46 105 13 136 28 328 ข้าวเจ้านาปรัง 859 52,624 220 3,046 8,723 1,271 12,043 2,893 27,976 ข้าวเหนียวนาปรัง 976 516 3 27 58 10 68 22 185 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 838 7,238 - 1,041 1,464 171 2,487 130 5,293 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 917 700 - 126 181 102 146 27 582 ถั่วเขียวผิวมัน 61 40 - 7 2 1 15 3 28 ถั่วดํา 467 53 - 5 4 1 2 - 12 มันสําปะหลัง โรงงาน 2,251 1,341 - 4 178 90 735 13 1,020 อ้อยโรงงานปีที่ 1 9,796 4,144 - 420 373 11 1,588 42 2,434 อ้อยโรงงานปีที่ 2 7,878 5,574 - - 489 55 1,605 326 2,475 อ้อยโรงงานปีที่ 3 9,306 9,700 - 124 1,004 67 3,281 184 4,660 งา 15 2 - 1 1 1 - 1 4 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 30 - 4 1 1 9 - 15 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 30 1 5 1 1 - 2 9 ถั่วฝักยาว 538 4 - - 2 - - - 2 ผักอื่นๆ 533 75 - 5 5 3 - - 13 ผักสวนครัวรวม 525 1 25 - - - 3 - 3 ดาวเรืองเกษตร 1,120 115 - 15 37 6 2 1 61 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ 3,917 -* 2,430 26 43 107 108 1 285 ทุเรียน 8 5 - - 4 - - - 4 ลําไย - - - - 2 - - 2 ลองกอง - - - - 8 1 - - 9 มะขามเปรี้ยว - - 1 - 8 - - - 8 มะขามหวาน 4 - 2 - - - - - - องุ่น 1,120 138 3 75 5 3 30 - 113 กล้วยน้ําว้า 544 7 4 21 18 9 16 - 64 มะม่วงหิมพานต์ 25 148 - - 35 7 157 - 199 มะนาว - - - 15 2 - 5 15 37
48 ตารางที่ 4.18 (ต่อ) รายได้ – รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านพืช รวมพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดพืช ผลผลิต ต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้ เงินสด มูลค่า ผลผลิตที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่า ปุ๋ย/ยา ค่า น้ํามัน ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม เมล่อน 1,930 225 16 75 46 3 30 - 154 หน่อไม้ไผ่ 315 19 1 - - 4 - - 4 ไม้สัก - - - - - 1 23 - 24 ไม้ยืนต้นรวม - - - - - 1 3 - 4 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 89 154 18 45 25 10 24 - 104 ไร่นาสวนผสม 182 75 - - 1 - 3 11 15 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 50 110 12 46 83 13 80 23 245 รวมพืช - 144,144 6,658 8,904 24,555 3,705 37,924 6,235 81,323 ที่มา : จากการวิเคราะห์ หมายเหตุ : มูลค่าผลผลิตที่เกษตรได้รับเท่ากับ รายได้เงินสดจากการขายผลผลิตรวมกับมูลค่าผลผลิตที่ใช้ในครัวเรือน ค่า * คือ ใช้ภายในฟาร์มตนเอง 2) ด้านปศุสัตว์ รายได้เงินสดด้านปศุสัตว์รวมทั้งหมด 22,387 บาท/ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็น รายได้เงินสดจากการเลี้ยงโคจํานวน 12,674 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 56.61 รองลงมาเป็นรายได้จากการเลี้ยงสุกร จํานวน 9,396 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 41.97 ไก่พื้นเมือง/ไก่บ้านจํานวน 191 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.85 รายได้ จากการเลี้ยงไก่ชนจํานวน 82 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.37 (ตารางที่ 4.19) ตารางที่ 4.19 รายได้ - รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านปศุสัตว์ หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดปศุสัตว์ รายได้ เงินสด มูลค่าผลผลิต ปศุสัตว์ที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่าอาหาร/ ค่ายา ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม ไก่พื้นเมือง/ไก่บ้าน 191 158 13 113 - - 126 ไก่ไข่ 2 - 20 13 - 1 34 ไก่ชน 82 41 50 88 - - 138 เป็ดไข่ - - 1 5 - - 6 เป็ดเนื้อ 5 - 8 - - - 8 สุกร 9,396 8 356 6,728 88 - 7,172 กระบือ - - - 38 1 - 39 โค 12,674 - 5,595 291 335 301 6,522 ไข่ไก่/ไข่เป็ด 37 36 - - - - - รวมปศุสัตว์ 22,387 243 6,043 7,276 424 302 14,045 3) ด้านสัตว์น้ํา รายได้เงินสดด้านสัตว์น้ํารวมทั้งหมด 1,507 บาท/ครัวเรือน เป็นรายได้เงินสด จากการเลี้ยงปลาน้ําจืดจํานวน 825 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 54.74 การเลี้ยงกบจํานวน 682 บาท หรือคิดเป็นร้อย 45.26 (ตารางที่ 4.20)
49 ตารางที่ 4.20 รายได้ - รายจ่ายเงินสดในการประกอบกิจกรรมการเกษตรทางด้านสัตว์น้ํา หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดสัตว์น้ํา รายได้ เงินสด มูลค่าผลผลิต สัตว์น้ําที่ใช้ ในครัวเรือน รายจ่ายเงินสดในการผลิต ค่าพันธุ์ ค่าอาหาร/ ค่ายา ค่าจ้าง แรงงาน อื่น ๆ รวม กบ 682 1 190 135 46 - 371 ปลาน้ําจืด 825 1,106 475 489 - 4 968 รวมสัตว์น้ํา 1,507 1,107 665 624 46 4 1,339 ที่มา : จากการวิเคราะห์ 4) ด้านอื่นๆ เป็นรายได้เงินสดอื่นๆทั้งในเขตและนอกเขตโครงการ จํานวน 23.832 บาท/ ครัวเรือน (ตารางที่ 4.25) 4.2.5 รายจ่ายเงินสดการเกษตร ในการผลิตทางการเกษตรปีเพาะปลูก 2559/60 เกษตรกรมีรายจ่าย เป็นเงินสดในการเกษตร มีรายละเอียดดังนี้คือ 1) ด้านพืช รายจ่ายเงินสดด้านพืชรวมทั้งหมด 81,323 บาท/ครัวเรือน โดยแยกเป็นค่าพันธุ์ค่า ปุ๋ย/ยา ค่าน้ํามัน ค่าจ้างแรงงาน และอื่น ๆ จํานวน 8,904 24,555 3,705 37,924 และ 6,235 บาท/ ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.95 30.19 4.56 46.63 และ 7.67 ตามลําดับ ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเงินสด จากการปลูกข้าวเจ้านาปีจํานวน 34,952 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.98 รองลงมาเป็นรายจ่ายจากการปลูกข้าวเจ้า นาปรังจํานวน 27,976 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 34.40 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 5,293 บาท หรือคิดเป็นร้อย ละ 6.51 อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 4,660 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.73 อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 2,475 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.04 และอ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 2,434 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.99 (ตารางที่ 4.18) 2) ด้านปศุสัตว์ รายจ่ายเงินสดด้านปศุสัตว์รวมทั้งหมด 14,045 บาท/ครัวเรือน โดยแยกเป็น ค่าพันธุ์ค่าอาหาร/ยา ค่าจ้างแรงงาน และอื่น ๆ จํานวน 6,043 7,276 424 และ 302 บาท/ครัวเรือน หรือคิด เป็นร้อยละ 43.03 51.80 3.02 และ 2.15 ตามลําดับ ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงสุกรจํานวน 7,172 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 51.06 รองลงมาเป็นรายจ่ายจากการเลี้ยงโคจํานวน 6,522 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.44 และรายจ่ายจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง/ไก่บ้านจํานวน 126 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.90 ส่วนใหญ่การเลี้ยง ไก่เกษตรกรจะปล่อยตามบ้านค่าใช้จ่ายจึงมีน้อย (ตารางที่ 4.19) 3) ด้านสัตว์น้ํา รายจ่ายเงินสดด้านสัตว์น้ํารวมทั้งหมด 1,339 บาท/ครัวเรือน โดยแยกเป็นค่า พันธุ์ค่าอาหาร/ยา ค่าจ้างแรงงาน และอื่น ๆ จํานวน 665 624 46 และ 4 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 49.66 46.60 3.44 และ 0.30 ตามลําดับ เป็นรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงปลาน้ําจืดจํานวน 968 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 72.29 ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงปลาปล่อยตามธรรมชาติ และรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงกบ จํานวน 371 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 27.71 (ตารางที่ 4.20) 4) ด้านอื่นๆ เป็นรายจ่ายเงินสดอื่นๆทั้งในเขตและนอกเขตโครงการ จํานวน 15.964 บาท/ ครัวเรือน (ตารางที่ 4.25) 4.2.6 มูลค่าผลิตผลที่นํามาบริโภคในครัวเรือน จากการทําการเกษตรตลอดทั้งปีเพาะปลูก 2559/60 เกษตรกรได้นําผลผลิตการเกษตรภายในฟาร์มตนเองมาบริโภคและใช้ในครัวเรือน มีรายละเอียดดังนี้คือ 1) ด้านพืช เกษตรกรได้นําผลผลิตมาบริโภคและใช้ในครัวเรือนจํานวน 6,658 บาท/ครัวเรือน ได้แก่ข้าวเจ้านาปี/นาปรัง ข้าวเหนียวนาปีผักสวนครัว เมลอน่กล้วยน้ําว้า ไม้ผลรวม เป็นต้น (ตารางที่ 4.18) 2) ด้านปศุสัตว์เกษตรกรได้นําผลผลิตมาบริโภคและใช้ในครัวเรือนจํานวน 243 บาท/ครัวเรือน ได้แก่ ไก่พื้นเมือง/ไก่บ้าน ไก่ชน ไข่ไก่/ไข่เป็ด สุกร (ตารางที่ 4.19)
50 3) ด้านสัตว์น้ํา เกษตรกรได้นําผลผลิตมาบริโภคและใช้ในครัวเรือนจํานวน 1,107 บาท/ ครัวเรือน ได้แก่ ปลาน้ําจืด และกบ (ตารางที่ 4.20) 4.2.7 รายได้สุทธิเกษตร ในการผลิตทางการเกษตรปีเพาะปลูก 2559/60 มีรายละเอียดดังนี้คือ 1) ด้านพืช รายได้เงินสดสุทธิจากการปลูกพืชเฉลี่ย 62,821 บาท/ครัวเรือน สําหรับมูลค่าผลผลิต พืชที่ใช้ในครัวเรือนหมายถึงมูลค่าผลผลิตพืชรวมหักมูลค่าผลผลิตพืชขายเฉลี่ย 6,658 บาท/ครัวเรือน สรุปรายได้ สุทธิจากการปลูกพืชหมายถึงรายได้เงินสดสุทธิจากการปลูกพืชรวมกับมูลค่าผลผลิตพืชที่ใช้ในครัวเรือนเท่ากับเฉลี่ย 69,479 บาท/ครัวเรือน เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า รายได้สุทธิของข้าวเจ้านาปีจํานวน 29,391 บาท/ครัวเรือน หรือ คิดเป็นร้อยละ 42.30 รองลงมาเป็นข้าวเจ้านาปรังจํานวน 24,868 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 35.79 อ้อย โรงงานปีที่ 3 จํานวน 5,040 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 7.25 อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 3,099 บาท/ ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.46 หญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 2,145 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ3.09 อ้อย โรงงานปีที่ 1 จํานวน 1,710 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.46 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 1,945 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.80 (ตารางที่ 4.21) ตารางที่ 4.21 รายได้สุทธิจากการปลูกพืช ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดพืช รายได้เงินสดสุทธิ จากการปลูกพืช 1 มูลค่าผลผลิตพืช ที่ใช้ในครัวเรือน 2 รายได้สุทธิ จากการปลูกพืช 1 + 2 ข้าวเจ้านาป 25,537 3,854 29,391 ี ข้าวเหนียวนาปี 259 68 327 ข้าวเจ้านาปรัง 24,648 220 24,868 ข้าวเหนียวนาปรัง 331 3 334 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 1,945 - 1,945 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 118 - 118 ถั่วเขียวผิวมัน 12 - 12 ถั่วดํา 41 - 41 มันสําปะหลังโรงงาน 321 - 321 อ้อยโรงงานปีที่ 1 1,710 - 1,710 อ้อยโรงงานปีที่ 2 3,099 - 3,099 อ้อยโรงงานปีที่ 3 5,040 - 5,040 งา - 2 - - 2 ถั่วเลิสงรุ่น 1 15 - 15 ถั่วเลิสงรุ่น 2 21 1 22 ถั่วฝักยาว 2 - 2 ผักอื่นๆ 62 - 62 ผักสวนครัวรวม - 2 25 23 ดาวเรืองเกษตร 54 - 54 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ - 285 2,430 2,145 ทุเรียน 1 - 1 ลําไย - 2 - - 2 ลองกอง - 9 - - 9 มะขามเปรี้ยว - 8 1 - 7 มะขามหวาน - 2 2
51 ตารางที่ 4.21 (ต่อ) รายได้สทธุิจากการปลูกพืช ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดพืช รายได้เงินสดสุทธิ จากการปลูกพืช 1 มูลค่าผลผลิตพืช ที่ใช้ในครัวเรือน 2 รายได้สุทธิ จากการปลูกพืช 1 + 2 องุ่น 25 3 28 กล้วยน้ําว้า - 57 4 - 53 มะม่วงหิมพานต์ - 51 - - 51 มะนาว - 37 - - 37 เมล่อน 71 16 87 หน่อไม้ไผ่ 15 1 16 ไม้สัก - 24 - - 24 ไม้ยืนต้นรวม - 4 - -4 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 50 18 68 ไร่นาสวนผสม 60 - 60 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ - 135 12 - 123 รวมพืช 62,821 6,658 69,479 ที่มา : จากการสํารวจ หมายเหตุ : มูลค่าผลผลิตพืชที่ใช้ในครัวเรือนคือ รวมมูลค่าบริโภคในครัวเรือน/เก็บไว้ทําพันธุ์/แจกให้ญาติพี่น้อง/คงเหลือ ปลายปี 2) ด้านปศุสัตว์ รายได้เงินสดสุทธิจากด้านปศุสัตว์จากการสํารวจพบว่า มีรายได้เงินสดสุทธิเฉลี่ย 8,342 บาท/ครัวเรือน มูลค่าผลผลิตปศุสัตว์ที่ใช้ในครัวเรือนเฉลี่ย 243 บาท/ครัวเรือน ส่วนต่างมูลค่าปศุสัตว์ต้นปี และปลายปีเฉลี่ย 1,905 บาท/ครัวเรือน เนื่องจากเกษตรกรมีการเลี้ยงโคซึ่งมีส่วนต่างถึง 1,215 บาท/ครัวเรือน ทํา ให้โดยภาพรวมของครัวเรือนเกษตรมีค่าเป็นบวก สรุปรายได้สุทธิเฉลี่ย 10,490 บาท/ครัวเรือน หมายเหตุ : มูลค่า ผลผลิตปศุสัตว์ที่ใช้ในครัวเรือนคือ รวมมูลค่าบริโภคในครัวเรือน นํามาแปรรูป และแจกให้ญาติพี่น้อง (ตารางที่ 4.22) ตารางที่ 4.22 รายได้สุทธิจากการเลี้ยงปศุสัตว์ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดปศุสัตว์ รายได้เงินสดสุทธิ จากการ เลี้ยงปศุสัตว์ 1 มูลค่าผลผลิต ปศุสัตว์ที่ใช้ ในครัวเรือน 2 ส่วนต่างมูลค่า ปศุสัตว์ต้นปี และปลายปี 3 รายได้สุทธิจากการ เลี้ยงปศุสัตว์ 1 + 2 + 3 ไก่พื้นเมือง/ไก่บ้าน 65 158 - 118 105 ไก่ไข่ - 32 - 12 - 20 ไก่ชน - 56 41 16 1 เป็ดไข่ - 6 - 4 - 2 เป็ดเนื้อ - 3 - - - 3 สุกร 2,224 8 443 2,675 กระบือ - 39 - 333 294 โค 6,152 - 1,215 7,367 ไข่ไก่/ไข่เป็ด 37 36 - 73 รวมปศุสัตว์ 8,342 243 1,905 10,490 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : รายได้สุทธิจากการเลี้ยงปศุสัตว์= รายได้เงินสดสุทธิจากการเลี้ยงปศุสัตว์ + มูลค่าผลผลิตปศุสัตว์ที่ใช้ในครัวเรือน + ส่วนต่างมูลค่าผลผลิตปศุสัตว์ต้นปีและปลายปี
52 3) ด้านสัตว์น้ํา รายได้เงินสดสุทธิจากการเลี้ยงสัตว์น้ํา จากการสํารวจพบว่า มีการเลี้ยงปลาน้ําจืด และกบเท่านั้น มีรายได้เงินสดสุทธิเฉลี่ย 168 บาท/ครัวเรือน มูลค่าผลผลิตปศุสัตว์ที่ใช้ในครัวเรือนเฉลี่ย 1,107 บาท/ ครัวเรือน ส่วนต่างมูลค่าปศุสัตว์ต้นปีและปลายปีเฉลี่ย 1,023 บาท/ครัวเรือน รายได้สุทธิเฉลี่ย 2,298 บาท/ ครัวเรือน (ตารางที่ 4.23) ตารางที่ 4.23 รายได้สุทธิจากการเลี้ยงสัตว์น้ํา หน่วย : บาท/ครัวเรือน ชนิดสัตว์น้ํา รายได้เงินสดสุทธิ จากการ เลี้ยงสัตว์น้ํา 1 มูลค่าผลผลิต สัตว์น้ําที่ใช้ ในครัวเรือน 2 ส่วนต่างมูลค่า สัตว์น้ําต้นปี และปลายปี 3 รายได้สุทธิจากการ เลี้ยงสัตว์น้ํา 1 + 2 + 3 กบ 311 1 - 65 247 ปลาน้ําจืด - 143 1,106 1,088 2,051 รวมสัตว์น้ํา 168 1,107 1,023 2,298 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : รายได้สุทธิจากการเลี้ยงสัตว์น้ํา=รายได้เงินสดสุทธิจากการเลี้ยงสัตว์น้ํา+มูลค่าผลผลิตสัตว์น้ําที่ใช้ในครัวเรือน+ ส่วนต่างมูลค่าผลผลิตสัตว์น้ําต้นปีและปลายปี มูลค่าผลผลิตสัตว์น้ําที่ใช้ในครัวเรือน=มูลค่าผลผลิตสัตว์น้ําที่จับได้–มูลค่าสัตว์น้ําที่ขาย 4) ด้านอื่นๆ รายได้เงินสดสุทธิจํานวน 7,868 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.25) 4.2.8 รายได้สุทธิเกษตร เงินออม และการออมสุทธิ ในการผลิตทางการเกษตรปีเพาะปลูก 2559/60 มี รายละเอียดดังนี้คือ 1) รายได้เงินสดเกษตร รายได้เงินสดเกษตรรวมเท่ากับ 191,870 บาท/ครัวเรือน เป็นด้านพืช ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 144,144 22,387 1,507 และ 23,832 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อย ละ 75.13 11.67 0.79 และ 12.42 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.24) 2) รายจ่ายเงินสดเกษตร รายจ่ายเงินสดเกษตรรวมเท่ากับ 112,671 บาท/ครัวเรือน เป็นด้าน พืช ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 81,323 14,045 1,339 และ 15,964 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็น ร้อยละ 72.18 12.46 1.19 และ 14.17 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.24) 3) รายได้เงินสดสุทธิเกษตร รายได้เงินสดสุทธิเกษตรรวมเท่ากับ 79,199 บาท/ครัวเรือน เป็น ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 62,821 8,342 168 และ 7,868 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็น ร้อยละ 79.32 10.54 0.21 และ 9.93 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.24) 4) มูลค่าผลผลิตเกษตรที่ใช้ในครัวเรือน และส่วนต่างมูลค่าผลผลิตเกษตรต้นปีและปลายปี มูลค่าผลผลิตเกษตรที่ใช้ในครัวเรือน และส่วนต่างมูลค่าผลผลิตเกษตรต้นปีและปลายปีรวมเท่ากับ 10,936 บาท/ ครัวเรือน เป็นด้านพืช ด้านปศุสัตว์และด้านสัตว์น้ําเท่ากับ 6,658 2,148 และ 2,130 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็น ร้อยละ 60.88 19.64 และ 19.48 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.24) 5) รายได้สุทธิเกษตร รายได้สุทธิเกษตรในเขตโครงการฯ หมายถึง รายได้เงินสดสุทธิเกษตรรวม กับมูลค่าผลผลิตเกษตรที่ใช้ในครัวเรือนและส่วนต่างมูลค่าผลผลิตเกษตรต้นปีและปลายปี ดังนั้น รายได้สุทธิเกษตร รวมเท่ากับ 90,135 บาท/ครัวเรือน เป็นด้านพืช ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 69,479 10,490 2,298 และ 7,868 บาท/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 77.08 11.64 2.88 และ 8.73 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.24) 6) รายได้เงินสดนอกเกษตร นอกจากรายได้เงินสดการเกษตรภายในฟาร์มตนเองแล้ว เกษตรกรส่วนใหญ่การครองชีพมีรายได้เสริมจากนอกการเกษตร เนื่องจากระบบการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต่อเนื่อง ทําให้มีแรงงานภายในครัวเรือนว่างงานจึงออกทํางานนอกฟาร์มและมีแรงงานนอกการเกษตร ได้แก่ ครัวเรือนไป
53 รับจ้างการเกษตรนอกฟาร์ม กําไรจากการค้าขาย(ซื้อสินค้าเกษตรมาขาย) ให้บริการนอกการเกษตร คนในครัวเรือน รับจ้างกิจกรรมนอกเกษตร นําเครื่องมือไปรับจ้างนอกการเกษตร เงินเดือน/ค่าตอบแทน ได้รับเงินทํางานจาก ต่างประเทศ/ลูกหลานอยู่ต่างประเทศส่งให้เป็นต้น ในปีเพาะปลูก 2559/60 มีรายได้นอกการเกษตรรวมเท่ากับ 112,550 บาท/ครัวเรือน โดยเป็นรายได้จากเงินเดือน/ค่าตอบแทนจํานวน 52,198 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46.38 ได้เงินทํางานในต่างถิ่น/ลูกหลานในประเทศส่งให้จํานวน 14,143 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.57 กําไรจากการค้า ขาย(ซื้อของมาขายฯ/ร้านขายของชํา)จํานวน 12,162 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.81 คนในครัวเรือนไปรับจ้างนอก การเกษตรจํานวน 11,465 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.19 (ตารางที่ 4.25) 7) รายจ่ายเงินสดนอกเกษตร เป็นรายจ่ายในครัวเรือนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการดํารงชีพของ ครอบครัวเกษตรของบุคคลภายในครัวเรือนทั้งหมด(ค่าบริโภค/อุปโภค) คือ ค่าอาหาร ค่าหัตถกรรม/อุตสาหกรรมใน ครัวเรือน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สิ่งของใช้ในครัวเรือน (สบู่ยาสีฟัน ผงซักฟอก ของใช้ส่วนบุคคล) ค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า/ แสงสว่าง ค่าน้ําใช้ในครัวเรือน ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายการศึกษา เป็นต้น ดังนั้น โดยเฉลี่ยรวมต่อครัวเรือน เกษตรกรมีรายจ่ายนอกเกษตรทั้งหมดตลอดทั้งปีเท่ากับ 101,190 บาท/ครัวเรือน โดยเป็นค่าอาหารจํานวน 31,325 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 30.96 ค่าอุปโภค อื่นๆ จํานวน 69,865 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 69.04 ได้แก่ค่าใช้จ่าย การศึกษาจํานวน 9,710 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.60 ค่าน้ํามัน(ใช้กับยานพาหนะ)จํานวน 8,702 บาท หรือคิด เป็นร้อยละ 8.60 ค่ากิจกรรมทางศาสนา/พิธีกรรมจํานวน 7,405 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.32 ค่าเชื้อเพลิง/ ไฟฟ้า/แสงสว่างจํานวน 6,818 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.74 ที่อยู่อาศัย (ค่าเช่าบ้าน/ค่าซ่อมแซมบ้าน)จํานวน 6,418 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.34 ค่าภาษีที่ดินนอกเกษตร/ค่าธรรมเนียม/ค่าเบี้ยประกันต่าง ๆ จํานวน 5,755 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.69 (ตารางที่ 4.25) 8) รายได้เงินสดคงเหลือเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน รายได้เงินสดคงเหลือเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน หมายถึง รายได้เงินสดสุทธิเกษตรรวมกับรายได้นอกการเกษตร ดังนั้นรายได้เงินสดคงเหลือเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน เท่ากับ 191,749 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.24) 9) เงินออม เงินออมหมายถึง เป็นเงินคงเหลือจากการใช้จ่ายทั้งในการเกษตรและนอกการเกษตร เป็นเงินออมที่เกษตรกรคงเหลือเพื่อไว้ใช้สอยในปีต่อไปหรือใช้สอยเม่ือมีความจําเป็น ดังนั้น เกษตรกรมีเงินออม เท่ากับ 90,559 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.24) 10) เงินออมสุทธิเงินออมสุทธิหมายถึง รายได้สุทธิเกษตรรวมกับรายได้นอกการเกษตร แล้วหัก รายจ่ายนอกการเกษตร ดังนั้น เกษตรกรมีเงินออมสุทธิเท่ากับ 101,495 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.24) 11) รายได้เงินสดสุทธิเกษตรเหลือจากการใช้จ่ายในครัวเรือน รายได้เงินสดสุทธิเกษตรเหลือ จากการใช้จ่ายในครัวเรือนหมายถึง รายได้เงินสดสุทธิเกษตรหักรายจ่ายนอกการเกษตร ดังนั้น รายได้เงินสดสุทธิ เกษตรเหลือจากการใช้จ่ายในครัวเรือนเท่ากับติดลบ 21,991 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.24)
54 ตารางที่ 4.24 รายได้สุทธิเกษตร เงินออม และการออมสุทธิปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน รายการ จํานวน 1. รายได้เงนสดเกษตริ 191,870 - พืช 144,144 - ปศุสัตว 22,387 ์ - สัตว์น้ํา 1,507 - อื่นๆ 23,832 2. รายจ่ายเงนสดเกษตริ 112,671 - พืช 81,323 - ปศุสัตว 14,045 ์ - สัตว์น้ํา 1,339 - อื่นๆ 15,964 3. รายได้เงนสดสิุทธเกษตริ 1 (1) - (2) 79,199 - พืช 62,821 - ปศุสัตว 8,342 ์ - สัตว์น้ํา 168 - อื่นๆ 7,868 4. มูลค่าผลผลิตเกษตรทใชี่ในคร ้ ัวเรือน และส่วนต่างมลคูาผลผล่ ิต เกษตรต้นปีและปลายปี 10,936 - พืช 6,658 - ปศุสัตว 2,148 ์ - สัตว์น้ํา 2,130 - อื่นๆ - 5. รายได้สุทธเกษตริ 2 (3) + (4) 90,135 - พืช 69,479 - ปศุสัตว 10,490 ์ - สัตว์น้ํา 2,298 - อื่นๆ 7,868 6. รายได้เงนสดนอกเกษตริ 112,550 7. รายจ่ายเงนสดนอกเกษตริ 101,190 8. รายได้เงนสดคงเหลิ ือเพอใช ื่้จ่ายในครวเรั ือน (3) + (6) 191,749 9. เงินออม (3) + (6) – (7) 90,559 10. เงนออมสิทธุิ(5) + (6) – (7) 101,495 11. รายได้เงินสดสุทธเกษตรเหลิ ือจากการใช้จ่ายในครัวเรือน (3) - (7) - 21,991 ที่มา : จากการวิเคราะห์
55 ตารางที่ 4.25 รายได้ – รายจ่ายเงินสดเกษตรอื่นๆ ในและนอกเขตโครงการของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน รายการ จํานวน ๏ รายได้เงนสดเกษตรอิ ื่นๆ (ในเขตโครงการ) 11,819 - ได้ค่าเช่าที่ดินการเกษตร 1,144 - ได้ค่าเช่าโรงเรือน 13 - ขายทรพยั ์สินเกษตร (ที่ดินในเขตโครงการ) 2,020 - อื่นๆ ไดแก้ ่เงินช่วยเหลือเกษตรกรจากภาครัฐ 8,642 ๏ รายได้เงนสดเกษตรอิ ื่นๆ (นอกเขตโครงการ) 12,013 - ได้ค่าเช่าที่ดินการเกษตร 60 - แปรรูปเกษตรจากผลผลิตนอกฟาร์ม(เบื้องต้น) 30 - ครัวเรือนไปรับจ้างการเกษตรนอกฟาร์ม 5,393 - นําเครื่องมือไปรับจ้างการเกษตรนอกฟาร์ม 1,305 - นําพาหนะรับจ้างขนผลผลิตเกษตรนอกฟาร์ม 200 - ได้รับเงินช่วยเหลือด้านการเกษตร 4,442 - ให้บริการด้านการเกษตรอื่นๆ 55 - กําไรจากการค้าขาย (ซื้อสินค้าเกษตรมาขาย) 315 - อื่นๆ เกษตรนอกเขตโครงการ (ขายรถไถ) 213 ๏ รายได้เงนสดนอกเกษตริ 112,550 - กําไรจากการค้าขาย (ซื้อของมาขายฯ/ร้านขายของชํา) 12,162 - ให้บริการนอกการเกษตร 1,383 - ทําหัตถกรรม/อุตสาหกรรมครัวเรือน (เย็บผ้า ฯ) 1,725 - คนในครัวเรือนรับจ้างกิจกรรมนอกเกษตร 11,465 - นําเครองมื่ือไปรับจ้างนอกการเกษตร 3,473 - ได้รับเงินช่วยเหลือนอกการเกษตร/รัฐบาลให (้เกิดอุทกภัย ฯลฯ) 6,934 - ได้รับเงินชดเชย โบนัส นายหน้า 654 - เงินเดือน/ค่าตอบแทน 52,198 - เงินพนัน/หวย/เสี่ยงโชค 1,379 - ได้รับเงินค่าดอกเบี้ย 250 - ได้รับเงินค่าเงินประกัน 1,050 - ได้รับเงินทํางานในต่างถิ่น/ลูกหลานในประเทศส่งให 14 ้ ,143 - ได้รับเงินทํางานจากต่างประเทศ/ลูกหลานอยู่ต่างประเทศส่งให 1 ้ ,346 - กําไรธุรกิจนอกการเกษตร 360 - ขายทรัพย์สนนอกการเกษตริ (อื่นๆ) 500 - ได้รับเงินจากงานพิธีกรรมต่างๆ (บวช/แต่งงาน/ศพ ฯลฯ) 2,646 - อื่นๆ นอกการเกษตรนอกฟาร์ม 882
56 ตารางที่ 4.25 (ต่อ) รายได้ – รายจ่ายเงินสดเกษตรอื่นๆ ในและนอกเขตโครงการของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน รายการ จํานวน ๏ รายจ่ายเงินสดเกษตรอนื่ๆ (ในเขตโครงการ) 14,548 - ค่าซ่อมเครื่องจักร/โรงเรือนเกษตร (กรณแยกเป ี ็นรายพืชไม่ได้) 1,969 - ค่าเช่าเครื่องจักร/โรงเรือนเกษตร 448 - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้เกษตร รวมทุกกิจกรรม 4,835 - ค่าจัดรูป / ปรับรูปที่ดินการเกษตร 75 - ค่าซื้อที่ดินเกษตร 1,675 - ค่าซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์การเกษตร 1,313 - ค่าภาษีที่ดินการเกษตร 61 - ค่าเช่าที่ดินการเกษตร (กรณีแยกเป็นรายพืชไม่ได้) 4,172 ๏ รายจ่ายเงินสดเกษตรอนื่ๆ (นอกเขตโครงการ) 1,416 - ค่าแปรรูปสินค้าเกษตรจากผลผลตนอกเขตโครงการ ิ 9 - ค่าซอมเคร่ ื่องจักร / โรงเรือนเกษตร (กรณีแยกเป็นรายพืชไม่ได้) 777 - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้เกษตร รวมทุกกจกรรมิ 216 - ค่าซอเครื้ื่องจักรอุปกรณ์เกษตร 175 - ค่าภาษีที่ดินเกษตร (กรณีแยกเปนรายพ็ ืชไม่ได้) 4 - ค่าเช่าที่ดินเกษตร (กรณีแยกเปนรายพ็ ืชไม่ได้) 235 ๏ รายจ่ายเงินสดนอกเกษตร (นอกโครงการ) 101,190 ๏ บริโภค 31,325 - อาหาร 31,325 ๏ อุปโภค อื่นๆ 69,865 - เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม 1,415 - เครื่องแต่งกายเสริมสวย/เครื่องประดับ 783 - สิ่งของใช้ในครัวเรือน (สบู่ยาสีฟัน ผงซักฟอก ของใช้ส่วนบุคคล) 3,218 - ที่อยู่อาศัย (ค่าเช่าบ้าน ค่าซ่อมแซมบ้าน) 6,418 - ค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า/แสงสว่าง 6,818 - ค่าน้ํามัน (ใชก้ับยานพาหนะ) 8,702 - ค่าน้ําใช้ในครัวเรือน 1,886 - ซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน/เฟอร์นิเจอร์ฯ 421 - ค่ารักษาพยาบาล 1,599 - ค่าขนส่ง/สื่อสาร (ใน-ต่างถิ่น) 2,814 - ค่าซื้อยานพาหนะ/ค่าบํารุงรักษา 1,783 - ค่ากิจกรรมทางศาสนา/พิธีกรรม 7,405 - ค่าใช้จ่ายการศึกษา 9,710 - ค่าใช้จ่ายเสี่ยงโชค/บันเทิงมหรสพ 3,704
57 ตารางที่ 4.25 (ต่อ) รายได้ – รายจ่ายเงินสดเกษตรอื่นๆ ในและนอกเขตโครงการของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ครัวเรือน รายการ จํานวน ๏ อุปโภค อื่นๆ (ต่อ) - ค่าภาษีที่ดินนอกการเกษตร/ค่าธรรมเนียม/ค่าเบี้ยประกันต่าง ๆ 5,755 - ค่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกการเกษตร/ดอกเบี้ยซื้อของเงินผ่อน 4,400 - อื่น ๆ 3,034 ที่มา : จากการสารวจํ เมื่อพิจารณารายได้เงินสดสุทธิเกษตร ปีเพาะปลูก 2558/59 ในระดับประเทศ ภาคเหนือ และ จังหวัดอุตรดิตถ์มีค่าเท่ากับ 57,405 44,354 และ 42,822 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ ส่วนรายได้เงินสดสุทธิ เกษตรของโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ปีเพาะปลูก 2559/60 (พื้นที่สูบน้ําด้วยไฟฟ้า เพื่อทดแทนไม่ได้ รับน้ําจากโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16,000 ไร่) มีค่าเท่ากับ 79,199 บาท/ครัวเรือน หมายเหตุ : ข้อมูลที่มาเปรียบเทียบรายได้สุทธิเกษตร ปีเพาะปลูก 2558/59 เป็นข้อมูลที่มีล่าสุดในปัจจุบัน และเป็น ข้อมูลเบื้องต้นจากศูนย์สารสนเทศการเกษตร สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ตารางที่ 4.26) ตารางที่ 4.26 เปรียบเทียบรายได้สุทธิเกษตร หน่วย : บาท/ครัวเรือน รายการ ปีเพาะปลูก 2558/59* 2559/60 ระดับประเทศ ภาคเหนือ จังหวัดอุตรดตถิ ์พื้นที่โครงการ 1. รายได้เงนสดเกษตริ 157,248 151,306 139,672 191,870 - พืช 115,820 117,357 112,512 144,144 - ปศุสัตว 25,949 25,447 21,281 22,387 ์ - สัตว์น้ํา 9,535 2,448 2,371 1,507 - อื่น ๆ 5,944 6,054 3,508 23,832 2. รายจ่ายเงนสดเกษตริ 99,843 106,952 96,850 112,671 - พืช 66,555 74,176 68,906 81,323 - ปศุสัตว์/สัตว์น้ํา 20,075 16,627 15,663 15,384 - อื่น ๆ 13,213 16,149 12,281 15,964 3. รายได้เงนสดสิุทธเกษตริ (1) - (2) 57,405 44,354 42,822 79,199 - พืช 49,265 43,181 43,606 62,821 - ปศุสัตว์/สัตว์น้ํา 15,409 11,268 7,989 8,510 - อื่น ๆ - 7,269 - 10,095 - 8,773 7,868 ที่มา : จากการวิเคราะห์ หมายเหตุ : * เป็นข้อมูลเบื้องต้นจากศูนย์สารสนเทศการเกษตร สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
58 4.3 ปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จากการสํารวจและจัดเก็บข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกรตามแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปีเพาะปลูก 2559/60 (1 พฤษภาคม 2559 – 30 เมษายน 2560) เป็นพื้นที่สูบน้ําด้วยไฟฟ้า เพื่อทดแทนไม่ได้รับน้ํา จากโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16,000 ไร่เกษตรกรมีปัญหาเรื่องต่างๆ ดังนี้คือ 4.3.1 ปัญหาเรื่องดิน มีรายละเอียดดังนี้ สภาพดินและสภาพพื้นที่ทําการเกษตรมีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 12.00 เนื่องจากสภาพพื้นที่การเกษตร เป็นดินปนทรายคิดเป็นร้อยละ 5.50 ดินเป็นลูกรัง/หินกรวดคิดเป็นร้อยละ 3.80 ดินแข็งคิดเป็นร้อยละ 2.20 และ สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มน้ําคิดเป็นร้อยละ 0.50 คุณสมบัติของดินมีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 2.25 เนื่องจากสภาพดินขาด ธาตุอาหารคิดเป็นร้อยละ 1.50 และสภาพดินเปรี้ยว/กรดคิดเป็นร้อยละ 0.75 ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ใน โครงการเหมาะสมกับการปลูกพืชทั้งหมดจึงไม่มีปัญหากับการปลูกพืช ส่วนสภาพพื้นที่การเลี้ยงสัตว์ไม่มีความ เหมาะสมในโครงการคิดเป็นร้อยละ 29.50 (ตารางที่ 4.27) ตารางที่ 4.27 ปัญหาเรื่องดิน รายการ ร้อยละ ๏ ดิน และสภาพพื้นที่ทําการเกษตร 100.00 - ไม่มีปญหาั 88.00 - มีปญหาั * 12.00 ดินปนทราย 5.50 ดินเป็นลูกรัง/หินกรวด 3.80 ดินแข็ง 2.20 สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มน้ํา 0.50 ๏ คุณสมบัติของดิน 100.00 - ไม่มีปญหาั 97.75 - มีปญหาั * 2.25 ดินขาดธาตุอาหาร 1.50 ดินเปรี้ยว/กรด 0.75 ๏ ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่การปลูกพืช 100.00 - มีความเหมาะสม 100.00 - ไม่มความเหมาะสมี - ๏ ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่การเลี้ยงสัตว์ 100.00 - มีความเหมาะสม 70.50 - ไม่มความเหมาะสมี 29.50 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.3.2 ปัญหาเรื่องน้ํา มีรายละเอียดดังนี้ คุณภาพของน้ํามีปัญหาเกี่ยวกับความเปรี้ยว/กรดคิดเป็นร้อยละ 2.50 กรณีมีบ่อน้ําในไร่นา เกษตรกรไม่ใช้ประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 44.90 และใช้ประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 55.10 ได้แก่เลี้ยงปลาคิดเป็นร้อยละ 28.75 ปลูกพืชฤดูแล้งคิดเป็นร้อยละ 16.50 และใช้น้ําบ่อตอนฝนทิ้งช่วงคิดเป็นร้อยละ 9.85 กรณีฝนตกการ
59 ระบายน้ํามีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 7.25 ไม่มีแหล่งน้ําในหมู่บ้านคิดเป็นร้อยละ 52.72 ในรอบปีเพาะปลูกที่ผ่านมา เกษตรกรประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ําคิดเป็นร้อยละ 74.00 เนื่องจากในฤดูแล้งขาดแคลนน้ํา (ตารางที่ 4.28) ตารางที่ 4.28 ปัญหาเรื่องนา้ํ รายการ ร้อยละ ๏ คุณภาพของน้ํา 100.00 - ไม่มีปญหาั 97.50 - มีปญหาั เกยวกี่ับความเปรี้ยว/กรด 2.50 ๏ กรณีมีบ่อนาในไร้ํ ่นา ท่านใช้ประโยชน์ 100.00 - ไมใช่ ้ประโยชน์ 44.90 - ใช้ประโยชน์ * 55.10 - เลี้ยงปลา 28.75 - ปลูกพืชฤดูแล้ง 16.50 - ใช้น้ําบ่อตอนฝนทิ้งช่วง 9.85 ๏ กรณีฝนตกการระบายน้ํา 100.00 - ไม่มีปญหาั 92.50 - มีปญหาั 7.25 ๏ แหล่งน้ําในหมู่บ้าน 100.00 - ไม่ม 52.72 ี - ม ีการใช้ประโยชน์ 47.25 ไมสามารถน่ ามาใช ํ ้ได้ 20.25 ใช้ในการเกษตร 16.75 ใช้ในครัวเรอนื 10.25 ๏ ในรอบปีเพาะปลูกที่ผ่านมา ท่านประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ํา 100.00 - ไม่ม 26.00 ี - มี * เนื่องจาก ฤดูแล้งขาดแคลนน้ํา 74.00 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.3.3 ปัญหาเรื่องการผลิตและการตลาด มีรายละเอียดดังนี้ พื้นที่ทําการเกษตรสามารถทําได้เพียงหนึ่งครั้งต่อปีคิดเป็นร้อยละ 68.00 สําหรับเรื่องโรคพืชและ แมลงระบาดเกษตรกรที่มีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 12.75 มีครัวเรือนที่เลี้ยงปศุสัตว์คิดเป็นร้อยละ 4.00 และไม่มีปัญหา เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด ส่วนเรื่องการขาดแคลนแรงงานคนในท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 9.75 เนื่องจากลักษณะ กิจกรรมการปลูกพืชคล้ายกันทําให้ขาดแคลนแรงงาน ช่วงเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่เกษตรกรทําของตัวเอง และแรงงาน ออกไปรับจ้างต่างท้องที่ ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตขาดแคลนแรงงานเครื่องจักรในท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 5.75 เนื่องจากช่วงทํานาปีไม่มีรถเกี่ยวหายากทําให้ผลผลิตเสียหาย ขาดแคลนปัจจัยการผลิตในท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 0.50 คือ ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์พืช มีปัญหาด้านการตลาด/การจําหน่ายคิดเป็นร้อยละ 15.00 เนื่องจากราคาขาย ผลผลิตทางการเกษตรไม่แน่นอน (ตารางที่ 4.29)
60 ตารางที่ 4.29 ปัญหาด้านการผลิตและการตลาด รายการ ร้อยละ ๏ พื้นที่ทําการเกษตรสามารถปลูกพืชได้ 100.00 - 1 ครั้ง/ป 68.00 ี - มากกว่า 1 ครั้ง/ปี 32.00 ๏ ปัญหาโรคพชและแมลงื 100.00 - ไม่มีปญหาั 87.25 - มีปญหาั 12.75 ๏ จํานวนครัวเรือนที่เลี้ยงปศุสัตว์ 100.00 - ไม่เลี้ยง 96.00 - เลี้ยง เรื่องโรคสัตว์ 4.00 ไม่มีปญหาั 4.00 มีปัญหา - ๏ ขาดแคลนแรงงานคนในท้องถิ่น 100.00 - ไม่มีปญหาั 90.25 - มีปญหาั 9.75 ๏ ขาดแคลนแรงงานเครื่องจักรในท้องถิ่น 100.00 - ไม่มีปญหาั 94.25 - มีปญหาั 5.75 ๏ ขาดแคลนปัจจัยการผลตในท ิ ้องถิ่น 100.00 - ไม่มีปญหาั 99.50 - มีปญหาั * เกี่ยวกับพันธุ์พืช 0.50 ๏ ปัญหาด้านการตลาด/การจําหน่าย 100.00 - ไม่มีปญหาั 85.00 - มีปญหาัเนื่องจากราคาขายไม่แน่นอน 15.00 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.4 ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ํา และการบริการของภาครัฐ 4.4.1 การเปนสมาช็ ิกกลุ่มสูบนาด้ํ ้วยไฟฟ้า การเป็นสมาชิกกลุ่มสูบน้ําด้วยไฟฟ้าของครัวเรือนเกษตรคิดเป็นร้อยละ 75.50 และไม่เป็นสมาชิก กลุ่มสูบน้ําด้วยไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 24.50 (ตารางที่ 4.30) ตารางที่ 4.30 การเป็นสมาชิกกลุ่มสูบน้ําด้วยไฟฟ้าของครัวเรือนเกษตร ณ วันสํารวจ รายการ ร้อยละ ๏ การเป็นสมาชิกกลุ่มสูบน้ําด้วยไฟฟ้า 100.00 - เป็น 75.50 - ไม่เป็น 24.50 ที่มา : จากการสารวจํ
61 4.4.2 ค่าใช้จายในการจ ่ ัดหาน้ํามาใชเพ้ ื่อการเกษตร เกษตรกรไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํามาใช้เพื่อการเกษตรของครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 19.75 และ มีค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํามาใช้เพื่อการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 80.25 โดยเฉลี่ยจํานวน 4,889 บาท/ครัวเรือน โดยแยก เป็นค่าน้ํามันในการสูบน้ําเพื่อการเกษตรเท่ากับ 760 บาท/ครัวเรือน ค่าไฟฟ้าในการสูบน้ําเพื่อการเกษตรเท่ากับ 4,089 บาท/ครัวเรือน ค่าซื้อน้ําทําการเกษตร/สูบน้ําด้วยไฟฟ้าเท่ากับ 40 บาท/ครัวเรือน (ตารางที่ 4.31) ตารางที่ 4.31 ค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํามาใช้เพื่อการเกษตรของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 รายการ ร้อยละ บาท/คร. ๏ ค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ําเพื่อการเกษตร 100.00 - - ไม่ม 19.75 - ี - ม ี ได้แก่ 80.25 4,889 ค่าน้ํามันในการสูบน้ําเพื่อการเกษตร 760 ค่าไฟฟ้าในการสูบน้ําเพื่อการเกษตร 4,089 ค่าซื้อน้ําทําการเกษตร/สูบน้ําด้วยไฟฟ้า 40 ที่มา : จากการสารวจํ 4.4.3 การได้รับการสนับสนนปุัจจัยการผลิตจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรไม่ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณของ์ ครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 คิดเป็นร้อยละ 86.75 สําหรับเกษตรกรได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตคิดเป็น ร้อยละ 13.25 ปัจจัยที่ได้รับเป็นพันธุ์ไก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์ปลา และพันธุ์ไม้ผล คิดเป็น ร้อยละ 6.50 2.50 2.00 1.50 และ 0.75 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.32) ตารางที่ 4.32 การได้รับการสนับสนุนปัจจยการผลั ิตจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 รายการ ร้อยละ ๏ การได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากส่วนราชการฯ 100.00 - ไม่ได้รับ 86.75 - ได้รับ * 13.25 พันธุ์ไก่ 6.50 เมลดพ็ ันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2.50 เมลดพ็ ันธุ์ผัก 2.00 พันธุ์ปลา 1.50 พันธุ์ไม้ผล 0.75 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.4.4 การได้รับการบริการจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรไม่ได้รับการบริการจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิดเป็นร้อยละ 96.50 สําหรับเกษตรกรได้รับการบริการคิดเป็นร้อยละ 3.50 บริการที่ได้รับเป็นตรวจวิเคราะห์ดิน (ตารางที่ 4.33)
62 ตารางที่ 4.33 การได้รับการบริการจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 รายการ ร้อยละ ๏ การได้รบการบรั ิการจากส่วนราชการฯ 100.00 - ไม่ได้รับ 96.50 - ได้รับ เรื่องตรวจวิเคราะห์ดิน 3.50 ที่มา : จากการสารวจํ 4.4.5 ความเพียงพอของแหล่งเงินทุน แหล่งเงินทุนของครัวเรือนเกษตร ส่วนใหญ่เห็นว่าเพียงพอคิดเป็นร้อยละ 94.75 ที่เหลือเห็นว่าไม่ เพียงพอคิดเป็นร้อยละ 5.25 สาเหตุจากต้นทุนการเกษตรสูงขึ้น ประสบภัยแล้ง และมีรายได้น้อยคิดเป็นร้อยละ 2.25 2.25 และ 0.75 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.34) ตารางที่ 4.34 ความเพียงพอของแหล่งเงินทุนของครัวเรือนเกษตร ปเพาะปล ีูก 2559/60 รายการ ร้อยละ ๏ ความเพียงพอของแหล่งเงินทุน 100.00 - เพียงพอ 94.75 - ไม่เพียงพอ * 5.25 ต้นทุนการเกษตรสูงขึ้น 2.25 ประสบภัยแล้ง 2.25 มีรายได้น้อย 0.75 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.5 ความคาดหวังและความสนใจของเกษตรกรภายหลงมั ีโครงการฯ 4.5.1 ความคาดหวังของเกษตรกรต่อการผลิตดานการเกษตรภายหล้ ังมีโครงการฯ เกษตรกรส่วนใหญ่เห็นว่าเกิดประโยชน์มากคิดเป็นร้อยละ 78.75 รองลงมาเห็นว่าเกิดประโยชน์ ปานกลางคิดเป็นร้อยละ 15.75 เห็นว่าเกิดประโยชน์น้อยคิดเป็นร้อยละ 3.25 และเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์คิดเป็น ร้อยละ 2.25 (ตารางที่ 4.35) ตารางที่ 4.35 ความคาดหวังของเกษตรกรต่อการผลิตด้านการเกษตรภายหลังมีโครงการฯ รายการ ร้อยละ ๏ ความคาดหวังของเกษตรกรด้านการเกษตรภายหลังมีโครงการฯ 100.00 - เกิดประโยชน์มาก 78.75 - เกิดประโยชน์ปานกลาง 15.75 - เกิดประโยชน์น้อย 3.25 - ไม่เกิดประโยชน์ 2.25 ที่มา : จากการสารวจํ
63 4.5.2 ความคาดหวังของเกษตรกรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ําเพื่อการเกษตรภายหลังมีโครงการฯ จากการสํารวจพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่คาดหวังว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ํา เพื่อการเกษตรภายหลังมีโครงการคิดเป็นร้อยละ 97.25 โดยเห็นว่าจะช่วยแก้ปัญหามีน้ําเพียงพอในการทําการเกษตร ในฤดูแล้ง มีจํานวนรอบการผลิตเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํา ขยายพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น ลดหรือ บรรเทาภัยจากน้ําท่วม คิดเป็นร้อยละ 94.75 76.00 54.00 36.00 และ 22.50 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.36) ตารางที่ 4.36 ความคาดหวังของเกษตรกรเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ําเพื่อการเกษตร ภายหลังมีโครงการฯ รายการ ร้อยละ ๏ การแก้ปญหาเรั ื่องน้ําเพื่อการเกษตรภายหลังมีโครงการ 100.00 - ไม่ช่วยแก้ปัญหา 2.75 - ช่วยแก้ปัญหา * 97.25 มีน้ําเพียงพอในการทําการเกษตรในฤดูแล้ง 94.75 มีจํานวนรอบการผลิตเพิ่มขึ้น 76.00 ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํา 54.00 ขยายพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น 36.00 ลดหรอบรรเทาภื ัยจากน้ําท่วม 22.50 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ 4.5.3 ความสนใจในการทํากิจกรรมเพิ่มเติมภายหลังมีโครงการฯ เกษตรกรมีความสนใจและต้องการในการทํากิจกรรมเพิ่มเติมภายหลังมีโครงการคิดเป็นร้อยละ 49.75 ส่วนใหญ่เป็นด้านการผลิตพืชคิดเป็นร้อยละ 44.00 ได้แก่ส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ดีข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์/อ้อย โรงงาน/ถั่วเขียว/ถั่วลิสง/ถั่วเหลือง เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว การเพาะเห็ด ไร่นาส่วนผสม และสนับสนุนกิ่งพันธุ์ไม้ผล ตารางที่ 4.37 ความสนใจในการทํากิจกรรมเพิ่มเติมภายหลังมีโครงการฯ ปีเพาะปลูก 2559/60 รายการ ร้อยละ ๏ ความสนใจในการทํากิจกรรมเพิ่มเติมภายหลังมีโครงการฯ 100.00 - ไม่ต้องการ 50.25 - ต้องการ * 49.75 ด้านการผลิตพืช 44.00 ด้านประมง 15.75 ด้านปศุสัตว์ 14.25 ด้านการจัดทําปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพ 7.00 ด้านการจัดทําบัญชีครัวเรือน 3.75 ด้านส่งเสริมอาชีพเสริม 2.50 ด้านเงินลงทุนการเกษตร 2.50 ด้านป่าไม้ 0.25 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ
64 ด้านประมงคิดเป็นร้อยละ 15.75 ได้แก่การเลี้ยงปลากินพืช/กบ ขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาในวงบ่อ เป็นต้น ด้าน ปศุสัตว์คิดเป็นร้อยละ 14.25 ได้แก่ส่งเสริมการเลี้ยงโค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง เป็นต้น ด้านการจัดทํา ปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพคิดเป็นร้อยละ 7.00 ด้านการจัดทําบัญชีครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 3.75 ด้านส่งเสริมอาชีพเสริม คิดเป็นร้อยละ 2.50 ได้แก่จักรสาน แปรรูปอาหาร การเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นต้น ด้านเงินลงทุนการเกษตรคิดเป็นร้อย ละ 2.50 และด้านป่าไม้คิดเป็นร้อยละ 0.25 (ตารางที่ 4.37) 4.6 ทัศนคติระดับความพงพอใจ ึและผลกระทบที่มีตอโครงการ ่ 4.6.1 ทัศนคตและระดิบความพั ึงพอใจของเกษตรกรที่มตี่อโครงการ มีรายละเอียดดังนี้ 1) การจัดโครงการตรงกับความต้องการของเกษตรกร เกษตรกรเห็นว่าตรงกับความต้องการระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็น ร้อยละ 81.00 12.75 5.25 และ 1.00 ตามลําดับ 2) ความเหมาะสมกับพื้นที่ เกษตรกรเห็นว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่ในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 75.50 17.25 5.50 และ 1.75 ตามลําดับ 3) พื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น เกษตรกรเห็นว่ามีพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้นในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และ น้อย คิดเป็นร้อยละ 58.75 16.00 9.50 และ 15.75 ตามลําดับ 4) รายได้ทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เกษตรกรเห็นว่ามีรายได้ทางการเกษตรเพิ่มขึ้นในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และ น้อย คิดเป็นร้อยละ 68.50 23.00 6.75 และ 1.75 ตามลําดับ 5) สามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้ เกษตรกรเห็นว่าสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้ในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 76.00 18.00 4.75 และ 1.25 ตามลําดับ 6) สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฝนทิ้งช่วง เกษตรกรเห็นว่าสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฝนทิ้งช่วงในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 75.00 16.50 4.25 และ 4.25 ตามลําดับ 7) บรรเทาปัญหาน้ําท่วม เกษตรกรเห็นว่าสามารถบรรเทาปัญหาน้ําท่วมในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และ น้อย คิดเป็นร้อยละ 8.50 39.00 34.00 และ 18.50 ตามลําดับ 8) การลดใช้ปุ๋ยเคมี/สารเคมี เกษตรกรเห็นว่าสามารถลดใช้ปุ๋ยเคมี/สารเคมีในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และ น้อย คิดเป็นร้อยละ 1.25 21.25 48.00 และ 29.25 ตามลําดับ 9) ความเหมาะสมของเกษตรกรต่อโครงการ เกษตรกรเห็นว่าความเหมาะสมของเกษตรกรต่อโครงการในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 58.50 29.50 5.00 และ 7.00 ตามลําดับ 10) โครงการจัดรูปที่ดิน เกษตรกรเห็นว่าถ้ามีโครงการจัดรูปที่ดินมีความสนใจเข้าร่วมโครงการคิดเป็นร้อยละ 14.50 และไม่สนใจในโครงการคิดเป็นร้อยละ 85.50 ตามลําดับ (ตารางที่ 4.38)
65 ตารางที่ 4.38 ทัศนคติและระดับความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการ รายการ ร้อยละ ๏ การจัดโครงการตรงกับความต้องการของเกษตรกร 100.00 - ระดับมาก 81.00 - ค่อนข้างมาก 12.75 - ค่อนข้างน้อย 5.25 - น้อย 1.00 ๏ มีความเหมาะสมกับพื้นที่ 100.00 - ระดับมาก 75.50 - ค่อนข้างมาก 17.25 - ค่อนข้างน้อย 5.50 - น้อย 1.75 ๏ มีพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น 100.00 - ระดับมาก 58.75 - ค่อนข้างมาก 16.00 - ค่อนข้างน้อย 9.50 - น้อย 15.75 ๏ เกษตรกรมีรายได้ทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 100.00 - ระดับมาก 68.50 - ค่อนข้างมาก 23.00 - ค่อนข้างน้อย 6.75 - น้อย 1.75 ๏ สามารถปลกพูืชฤดูแล้งได้ 100.00 - ระดับมาก 76.00 - ค่อนข้างมาก 18.00 - ค่อนข้างน้อย 4.75 - น้อย 1.25 ๏ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฝนทิ้งชวง่ 100.00 - ระดับมาก 75.00 - ค่อนข้างมาก 16.50 - ค่อนข้างน้อย 4.25 - น้อย 4.25 ๏ บรรเทาปัญหาน้ําท่วม 100.00 - ระดับมาก 8.50 - ค่อนข้างมาก 39.00 - ค่อนข้างน้อย 34.00 - น้อย 18.50
66 ตารางที่ 4.38 (ต่อ) ทัศนคติและระดับความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการ รายการ ร้อยละ ๏ การลดใช้ปยเคมุ๋ ี/สารเคม 100.00 ี - ระดับมาก 1.25 - ค่อนข้างมาก 21.25 - ค่อนข้างน้อย 48.00 - น้อย 29.25 ๏ ความเหมาะสมของเกษตรต่อโครงการ 100.00 - ระดับมาก 58.50 - ค่อนข้างมาก 29.50 - ค่อนข้างน้อย 5.00 - น้อย 7.00 ๏ ถ้ามีโครงการจัดรูปที่ดินท่านสนใจเข้าร่วมโครงการหรือไม่ 100.00 - สนใจ 14.50 - ไม่สนใจ 85.50 ที่มา : จากการสารวจํ 4.6.2 ทัศนคตของเกษตรกรในด ิ ้านผลกระทบจากโครงการฯ มีรายละเอียดดังนี้ 1) ผลกระทบทางบวกจากโครงการ เกษตรกรเห็นว่าไม่มีผลกระทบทางบวกจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 6.75 ส่วนที่เห็นว่ามี ผลกระทบทางบวกจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 93.25 เกี่ยวกับสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้คิดเป็นร้อยละ 80.75 การ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูฝน/ฝนทิ้งช่วงคิดเป็นร้อยละ 79.25 มีพื้นที่การเกษตรเพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 66.25 และบรรเทาปัญหาน้ําท่วมคิดเป็นร้อยละ 18.75 (ตารางที่ 4.39) ตารางที่ 4.39 ทัศนคติของเกษตรกรในด้านผลกระทบจากโครงการฯ รายการ ร้อยละ ๏ ผลกระทบทางบวกจากโครงการ * 100.00 - ไม่ม 6.75 ี - มี * 93.25 สามารถปลูกพชฤดืูแล้งได้ 80.75 บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูฝน/ฝนทิ้งช่วง 79.25 มีพื้นที่การเกษตรเพิ่มขึ้น 66.25 บรรเทาปัญหาน้ําท่วม 18.75 ๏ ผลกระทบทางลบจากโครงการ * - ไม่ม 91.25 ี - มี * 8.75 อัตราค่าเช่าที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 8.75 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถตอบผลกระทบได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ และตอบได้มากกว่า 1 คําตอบ
67 2) ผลกระทบทางลบจากโครงการ เกษตรกรเห็นว่าไม่มีผลกระทบทางลบจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 91.25 ส่วนที่เห็นว่ามี ผลกระทบทางลบจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 8.75 เกี่ยวกับอัตราค่าเช่าที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (ตารางที่ 4.39) 4.7 ข้อคิดเหน็และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของเกษตรกร จากการสัมภาษณ์เกษตรกรที่ทําการเกษตรในพื้นที่โครงการ ในปีเพาะปลูก 2559/60 (1 พฤษภาคม 2559 – 30 เมษายน 2560) เกี่ยวกับข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมคือ ควรมีการประกันราคาข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คิดเป็นร้อยละ 8.00 รัฐควรมีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 6.00 สนับสนุนเงินทุนด้านการเกษตรดอกเบี้ยต่ําคิดเป็น ร้อยละ 2.00 ควรมีน้ําเพื่อการเกษตรอย่างสม่ําเสมอคิดเป็นร้อยละ 1.75 สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้มีราคาต่ําลงคิด เป็นร้อยละ 0.75 และรัฐควรมีการจัดสรรพื้นที่ทํากินให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่ของตนเองคิดเป็นร้อยละ 0.25 (ตารางที่ 4.40) ตารางที่ 4.40 ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของเกษตรกร ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : ร้อยละ ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ เสนอแนะ ไม่เสนอแนะ รวม - ควรมีการประกันราคาข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8.00 92.00 100.00 - รัฐควรมีตลาดรองรับผลผลตทางการเกษตริ 6.00 94.00 100.00 - สนับสนุนเงินทุนด้านการเกษตรดอกเบี้ยต่ํา 2.00 88.00 100.00 - ควรมีน้ําเพื่อการเกษตรอย่างสม่ําเสมอ 1.75 98.25 100.00 - สนับสนุนปัจจัยการผลิตใหม้ีราคาต่ําลง 0.75 99.25 100.00 - รัฐควรมีการจัดสรรพื้นที่ทํากินให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีพื้นทของตนเองี่ 0.25 99.75 100.00 ที่มา : จากการสารวจํ
บทที่ 5 สรุป และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุป ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการสํารวจและจัดเก็บข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกรตาม แผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทด น้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ปีเพาะปลูก 2559/60 (1 พฤษภาคม 2559 – 30 เมษายน 2560) ซึ่งเป็นการจัดเก็บ ข้อมูลในระยะก่อนการดําเนินงานโครงการฯ ประชากรเป้าหมาย คือ เกษตรกรจํานวน 400 ราย ในพื้นที่สูบน้ํา ด้วยไฟฟ้า เพื่อทดแทนไม่ได้รับน้ําจากโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16,000 ไร่ เพื่อใช้เป็น ฐานข้อมูลในการประเมินผลในระยะต่อไป มีรายละเอียดดังนี้คือ ส่วนใหญ่หัวหน้าครัวเรือนเกษตรเป็นเพศชายคิดเป็นร้อยละ 71.00 และเป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 29.00 โดยอายุเฉลี่ยเท่ากับ 59.67 ปี ส่วนอายุเฉลี่ยของหัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่ช่วงอายุ 56 – 65 ปีคิดเป็น ร้อยละ 37.50 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่เรียนจบชั้นประถมศึกษาตอนต้น(ป.4)คิดเป็นร้อยละ 64.75 รองลงมา จบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย(ป.6,7)คิดเป็นร้อยละ 18.25 หัวหน้าครัวเรือนมีอาชีพหลักคิดเป็นร้อยละ 97.50 ซึ่งประกอบอาชีพการเพาะปลูกพืชคิดเป็นร้อยละ 87.50 อาชีพเลี้ยงสัตว์คิดเป็นร้อยละ 4.00 สําหรับอาชีพรอง ส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพรองคิดเป็นร้อยละ 56.00 ส่วนที่มีอาชีพรองคิดเป็นร้อยละ 44.00 โดยมีอาชีพรับจ้าง การเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16.25 รองลงมาเป็นการรับจ้างนอกการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 10.25 การเป็นสมาชิก กลุ่มฯ คิดเป็นร้อยละ 88.00 โดยเป็นสมาชิกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)คิดเป็นร้อยละ 33.10 กลุ่มสหกรณ์คิดเป็นร้อยละ 23.17 กลุ่มเกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 19.17 กลุ่มองค์กรชุมชนท้องถิ่นคิดเป็น ร้อยละ 7.32 และกลุ่มออมทรัพย์คิดเป็นร้อยละ 5.24 และไม่เป็นสมาชิกกลุ่มคิดเป็นร้อยละ 12.00 สมาชิกในครัวเรือนเกษตรเป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 61.61 และเป็นเพศชายคิดเป็นร้อยละ 38.39 โดยอายุเฉลี่ยเท่ากับ 35.90 ปี ส่วนอายุเฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุต่ํากว่า 30 ปี คิดเป็นร้อยละ 44.77 รองลงมาช่วงอายุ 30 – 45 ปีคิดเป็นร้อยละ 17.89 ระดับการศึกษาส่วนใหญ่เรียนจบชั้น ประถมศึกษาตอนต้น(ป.4)คิดเป็นร้อยละ 32.57 รองลงมาจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย(ป.6,7)คิดเป็นร้อยละ 14.96 อาชีพสมาชิกในครัวเรือนเกษตรมีอาชีพคิดเป็นร้อยละ 63.48 ส่วนที่เหลือไม่ประกอบอาชีพคิดเป็นร้อย ละ 36.52 เนื่องจากกําลังเรียนหนังสือและอยู่ในวัยชราไม่ประกอบอาชีพ การเป็นสมาชิกกลุ่มฯ ส่วนใหญ่ไม่เป็น สมาชิกกลุ่มฯคิดเป็นร้อยละ 73.28 และเป็นสมาชิกกลุ่มฯคิดเป็นร้อยละ 26.72 โดยเป็นสมาชิกธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)คิดเป็นร้อยละ 14.15 กลุ่มสหกรณ์คิดเป็นร้อยละ 8.98 กลุ่มองค์กร ชุมชนท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 1.58 กลุ่มเกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 1.16 และกลุ่มออมทรัพย์คิดเป็นร้อยละ 0.85 จํานวนสมาชิกทั้งหมดในครัวเรือนเฉลี่ยเท่ากับ 3.39 คน/ครัวเรือน โดยเป็นเพศชายเฉลี่ยเท่ากับ 1.63 คน/ครัวเรือน และเป็นเพศหญิงเฉลี่ยเท่ากับ 1.76 คน/ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรปีเพาะปลูก 2559/60 โดยเฉลี่ย 21.02 ไร่/ครัวเรือน ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ทํานาปี/นา ปรังจํานวน 14.43 ไร่/ครัวเรือน รองลงมาเป็นที่พืชไร่จํานวน 4.41 ไร่/ครัวเรือน ที่ไม้ผล/ไม้ยืนต้นจํานวน 0.80 ไร่/ครัวเรือน ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 0.62 ไร่/ครัวเรือน ที่บ่อเลี้ยงปลาจํานวน 0.29 ไร่/ครัวเรือน ที่เลี้ยงสัตว์ (คอก)จํานวน 0.22 ไร่/ครัวเรือน และที่ไร่นาสวนผสมจํานวน 0.12 ไร่/ครัวเรือน ส่วนพื้นที่ปลูกพืชผักและที่ปลูก ไม้ดอกไม้ประดับมีเพียงเล็กน้อย การใช้ที่ดินจริงในการประกอบการเกษตรเฉลี่ย 34.32 ไร่/ครัวเรือน ส่วนใหญ่จะ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปี/นาปรังจํานวน 25.13 ไร่/ครัวเรือน รองลงมาเป็นที่ปลูกพืชไร่จํานวน 7.01 ไร่/ครัวเรือน ที่ ปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้นจํานวน 0.80 ไร่/ครัวเรือน ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จํานวน 0.62 ไร่/ครัวเรือน ที่บ่อเลี้ยงปลาจํานวน 0.29 ไร่/ครัวเรือน ที่เลี้ยงสัตว์(คอก)จํานวน 0.22 ไร่/ครัวเรือน และที่ไร่นาสวนผสมจํานวน 0.12 ไร่/ครัวเรือน
69 และประสิทธิภาพการใช้ที่ดินคิดเป็นร้อยละ 163.27 ส่วนพื้นที่อยู่อาศัย 0.71 ไร่/ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร เฉลี่ย 4.32 ผืน/ครัวเรือน ลักษณะการถือครองที่ดินจํานวน 34.31 ไร่/ครัวเรือน แยกเป็นที่ดินของตนเอง ที่ดิน เช่า และที่ดินได้ทําฟรีเนื้อที่ประมาณ 15.90 15.21 และ 3.20 ไร่/ครัวเรือน ตามลําดับ ถ้าแยกตามลักษณะ การใช้ที่ดินในการเกษตร เป็นที่นา ที่ไร่ ที่ไม้ผล/ไม้ยืนต้น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ที่รกร้างว่างเปล่า ที่บ่อเลี้ยงปลา ที่ เลี้ยงสัตว์(คอก) และที่ไร่นาสวนผสม เนื้อที่ประมาณ 25.13 7.01 0.80 0.62 0.12 0.29 0.22 และ 0.12 ไร่/ครัวเรือน ตามลําดับ มูลค่าทรัพย์สินการเกษตรเฉลี่ยต่อครัวเรือนต้นปีส่วนใหญ่จะเป็นทรัพย์สินคงที่มีมูลค่า 1,254,373 บาท รองลงมาเป็นทรัพย์สินในการดําเนินการมีมูลค่า 86,874 บาท และเป็นทรัพย์สินหมุนเวียนมีมูลค่า 20,612 บาท สรุปเกษตรกรมีทรัพย์สินการเกษตรทั้งหมดประมาณ 1,361,859 บาท ถ้าไม่คิดมูลค่าที่ดินจะมีทรัพย์สินการเกษตร มีมูลค่า 107,486 บาท สําหรับมูลค่าทรัพย์สินการเกษตรเฉลี่ยต่อครัวเรือนปลายปีส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินคงที่ ใกล้เคียงกับต้นปีคือ มีมูลค่า 1,257,356 บาท รองลงมาเป็นทรัพย์สินในการดําเนินการมีมูลค่า 84,226 บาท และ เป็นทรัพย์สินหมุนเวียนมีมูลค่า 18,235 บาท สรุปเกษตรกรมีทรัพย์สินการเกษตรทั้งหมดประมาณ 1,359,817 บาท ถ้าไม่คิดมูลค่าที่ดินจะมีทรัพย์สินการเกษตรมีมูลค่า 102,461 บาท หนี้สิน มีเกษตรกรที่ไม่เป็นหนี้หรือไม่ได้กู้ยืมเงินคิดเป็นร้อยละ 17.00 ส่วนที่เป็นหนี้หรือกู้ยืมเงินอยู่ณ 30 เมษายน 2560 คิดเป็นร้อยละ 83.00 โดยแหล่งกู้ยืมเงินของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นแหล่งกู้ยืมในระบบคิดเป็น ร้อยละ 81.36 สําหรับหนี้นอกระบบคิดเป็นร้อยละ 5.92 จํานวนหนี้สินของเกษตรกรทั้งหมดเฉลี่ย 179,051 บาท/ครัวเรือน โดยเป็นหนี้สินในระบบจํานวน 172,968 บาท/ครัวเรือน แบ่งเป็นเงินต้น และดอกเบี้ยค้างจ่าย จํานวน 161,343 และ 11,625 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ ส่วนหนี้สินนอกระบบจํานวน 6,083 บาท/ครัวเรือน แบ่งเป็นเงินต้น และดอกเบี้ยค้างจ่าย จํานวน 5,668 และ 415 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ สําหรับวัตถุประสงค์ การกู้ยืมเงินเพื่อใช้นอกการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 44.11 ส่วนการกู้ยืมเพื่อใช้ในการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 55.89 โดยแยกเป็นการกู้เพื่อใช้ในการเกษตรพื้นที่ในโครงการคิดเป็นร้อยละ 40.34 และกู้ใช้ในการเกษตรพื้นที่นอก โครงการคิดเป็นร้อยละ 15.55 รายได้เงินสดการเกษตร รวมทั้งหมดเท่ากับ 191,870 บาท/ครัวเรือน คือ 1) ด้านพืช รายได้เงินสดด้าน พืชรวมทั้งหมด 144,144 บาท/ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นรายได้เงินสดจากการปลูกข้าวเจ้านาปีจํานวน 60,489 บาท รองลงมาเป็นรายได้จากการปลูกข้าวเจ้านาปรังจํานวน 52,624 บาท ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จํานวน 7,238 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 1-3 จํานวน 4,144 5,574 และ 9,700 บาท ตามลําดับ 2) ด้านปศุสัตว์ รายได้ เงินสดด้านปศุสัตว์รวมทั้งหมด 22,387 บาท/ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นรายได้เงินสดจากการเลี้ยงโคจํานวน 12,674 บาท รองลงมาเป็นรายได้จากการเลี้ยงสุกรจํานวน 9,396 บาท ไก่พื้นเมือง/ไก่บ้านจํานวน 191 บาท รายได้จาก การเลี้ยงไก่ชนจํานวน 82 บาท 3) ด้านสัตว์น้ํา รายได้เงินสดด้านสัตว์น้ํารวมทั้งหมด 1,507 บาท/ครัวเรือน เป็น รายได้เงินสดจากการเลี้ยงปลาน้ําจืดจํานวน 825 บาท และการเลี้ยงกบจํานวน 682 บาท 4) ด้านอื่นๆ จํานวน 23,832 บาท/ครัวเรือน รายจ่ายเงินสดการเกษตร รวมทั้งหมดเท่ากับ 112,671 บาท/ครัวเรือน คือ 1) ด้าน พืช รายจ่ายเงินสดด้านพืชรวมทั้งหมด 81,323 บาท/ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเงินสดจากการปลูกข้าวเจ้า นาปีจํานวน 34,952 บาท รองลงมาเป็นรายจ่ายจากการปลูกข้าวเจ้านาปรังจํานวน 27,976 บาท ข้าวโพดเลี้ยง สัตว์รุ่น 1 จํานวน 5,293 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 3 จํานวน 4,660 บาท อ้อยโรงงานปีที่ 2 จํานวน 2,475 บาท และ อ้อยโรงงานปีที่ 1 จํานวน 2,434 บาท 2) ด้านปศุสัตว์ รายจ่ายเงินสดด้านปศุสัตว์รวมทั้งหมด 14,045 บาท/ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงสุกรจํานวน 7,172 บาท รองลงมาเป็นรายจ่ายจากการเลี้ยงโค จํานวน 6,522 บาท และรายจ่ายจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง/ไก่บ้านจํานวน 126 บาท 3) ด้านสัตว์น้ํา รายจ่ายเงิน สดด้านสัตว์น้ํารวมทั้งหมด 1,339 บาท/ครัวเรือน เป็นรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงปลาน้ําจืดจํานวน 968 บาท/ ครัวเรือน และรายจ่ายเงินสดจากการเลี้ยงกบจํานวน 371 บาท/ครัวเรือน 4) ด้านอื่นๆ จํานวน 15,964 บาท/ ครัวเรือน รายได้เงินสดสุทธิเกษตร รายได้เงินสดสุทธิเกษตรรวมเท่ากับ 79,199 บาท/ครัวเรือน เป็นด้านพืช
70 ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 62,821 8,342 168 และ 7,868 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ มูลค่า ผลผลิตเกษตรที่ใช้ในครัวเรือน และส่วนต่างมูลค่าผลผลิตเกษตรต้นปีและปลายปีรวมเท่ากับ 10,936 บาท/ ครัวเรือน เป็นด้านพืช ด้านปศุสัตว์และด้านสัตว์น้ําเท่ากับ 6,658 2,148 และ 2,130 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ รายได้สุทธิเกษตร หมายถึง รายได้เงินสดสุทธิเกษตรรวมกับมูลค่าผลผลิตเกษตรที่ใช้ในครัวเรือนและ ส่วนต่างมูลค่าผลผลิตเกษตรต้นปีและปลายปี ดังนั้น รายได้สุทธิเกษตรรวมเท่ากับ 90,135 บาท/ครัวเรือน เป็น ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ด้านสัตว์น้ํา และอื่นๆ เท่ากับ 69,479 10,490 2,298 และ 7,868 บาท/ครัวเรือน ตามลําดับ รายได้เงินสดนอกเกษตร นอกจากรายได้เงินสดการเกษตรภายในฟาร์มตนเองแล้ว เกษตรกรส่วน ใหญ่การครองชีพมีรายได้เสริมจากนอกการเกษตร เนื่องจากระบบการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต่อเนื่องทําให้มี แรงงานภายในครัวเรือนว่างงานจึงออกทํางานนอกฟาร์มและมีแรงงานนอกการเกษตร ได้แก่ ครัวเรือนไปรับจ้าง การเกษตรนอกฟาร์ม กําไรจากการค้าขาย(ซื้อสินค้าเกษตรมาขาย) ให้บริการนอกการเกษตร คนในครัวเรือน รับจ้างกิจกรรมนอกเกษตร นําเครื่องมือไปรับจ้างนอกการเกษตร เงินเดือน/ค่าตอบแทน ได้รับเงินทํางานจาก ต่างประเทศ/ลูกหลานอยู่ต่างประเทศส่งให้เป็นต้น ในปีเพาะปลูก 2559/60 มีรายได้นอกการเกษตรรวมเท่ากับ 112,550 บาท/ครัวเรือน โดยเป็นรายได้จากเงินเดือน/ค่าตอบแทนจํานวน 52,198 บาท ได้เงินทํางานในต่างถิ่น/ ลูกหลานในประเทศส่งให้จํานวน 14,143 บาท กําไรจากการค้าขาย(ซื้อของมาขายฯ/ร้านขายของชํา)จํานวน 12,162 บาท คนในครัวเรือนไปรับจ้างนอกการเกษตรจํานวน 11,465 บาท เป็นต้น รายจ่ายเงินสดนอกเกษตร เป็นรายจ่ายในครัวเรือนซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการดํารงชีพของครอบครัวเกษตรของบุคคลภายในครัวเรือนทั้งหมด (ค่าบริโภค/อุปโภค) คือ ค่าอาหาร ค่าหัตถกรรม/อุตสาหกรรมในครัวเรือน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สิ่งของใช้ใน ครัวเรือน (สบู่ยาสีฟัน ผงซักฟอก ของใช้ส่วนบุคคล) ค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า/แสงสว่าง ค่าน้ําใช้ในครัวเรือน ค่า รักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายการศึกษา เป็นต้น ดังนั้น โดยเฉลี่ยรวมต่อครัวเรือนเกษตรกรมีรายจ่ายนอกเกษตร ทั้งหมดตลอดทั้งปีเท่ากับ 101,190 บาท/ครัวเรือน โดยเป็นค่าอาหารจํานวน 31,325 บาท และค่าอุปโภคอื่นๆ จํานวน 69,865 บาท ได้แก่ค่าใช้จ่ายการศึกษาจํานวน 9,710 บาท ค่าน้ํามัน(ใช้กับยานพาหนะ)จํานวน 8,702 บาท ค่ากิจกรรมทางศาสนา/พิธีกรรมจํานวน 7,405 บาท ค่าเชื้อเพลิง/ไฟฟ้า/แสงสว่างจํานวน 6,818 บาท ที่ อยู่อาศัย (ค่าเช่าบ้าน/ค่าซ่อมแซมบ้าน)จํานวน 6,418 บาท ค่าภาษีที่ดินนอกเกษตร/ค่าธรรมเนียม/ค่าเบี้ย ประกันต่าง ๆ จํานวน 5,755 บาท เป็นต้น รายได้เงินสดคงเหลือเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน หมายถึง รายได้เงินสด สุทธิเกษตรรวมกับรายได้นอกการเกษตร ดังนั้นรายได้เงินสดคงเหลือเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนเท่ากับ 191,749 บาท/ครัวเรือน เงินออม หมายถึง เป็นเงินคงเหลือจากการใช้จ่ายทั้งในการเกษตรและนอกการเกษตร เป็นเงิน ออมที่เกษตรกรคงเหลือเพื่อไว้ใช้สอยในปีต่อไปหรือใช้สอยเมื่อมีความจําเป็น ดังนั้น เกษตรกรมีเงินออมเท่ากับ 90,559 บาท/ครัวเรือน เงินออมสุทธิหมายถึง รายได้สุทธิเกษตรรวมกับรายได้นอกการเกษตร แล้วหักรายจ่าย นอกการเกษตร ดังนั้น เกษตรกรมีเงินออมสุทธิเท่ากับ 101,495 บาท/ครัวเรือน รายได้เงินสดสุทธิเกษตรเหลือ จากการใช้จ่ายในครัวเรือน หมายถึง รายได้เงินสดสุทธิเกษตรหักรายจ่ายนอกการเกษตร ดังนั้น รายได้เงินสด สุทธิเกษตรเหลือจากการใช้จ่ายในครัวเรือนเท่ากับติดลบ 21,991 บาท/ครัวเรือน เกษตรกรมีปัญหาเรื่องต่างๆ คือ เรื่องดิน เกี่ยวกับเรื่องสภาพดินและสภาพพื้นที่ทําการเกษตรมีปัญหา คิดเป็นร้อยละ 12.00 ได้แก่สภาพพื้นที่การเกษตรเป็นดินปนทรายคิดเป็นร้อยละ 5.50 ดินเป็นลูกรัง/หินกรวด คิดเป็นร้อยละ 3.80 ดินแข็งคิดเป็นร้อยละ 2.20 และสภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มน้ําคิดเป็นร้อยละ 0.50 คุณสมบัติของ ดินมีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 2.25 ได้แก่สภาพดินขาดธาตุอาหารคิดเป็นร้อยละ 1.50 และสภาพดินเปรี้ยว/กรดคิด เป็นร้อยละ 0.75 ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ในโครงการเหมาะสมกับการปลูกพืชทั้งหมดจึงไม่มีปัญหากับ การปลูกพืช ส่วนสภาพพื้นที่การเลี้ยงสัตว์ไม่มีความเหมาะสมในโครงการคิดเป็นร้อยละ 29.50 เรื่องน้ํา เกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของน้ํามีปัญหาเกี่ยวกับความเปรี้ยว/กรดคิดเป็นร้อยละ 2.50 กรณีมีบ่อน้ําในไร่นา เกษตรกรไม่ใช้ประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 44.90 และใช้ประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 55.10 ได้แก่เลี้ยงปลาคิดเป็นร้อย ละ 28.75 ปลูกพืชฤดูแล้งคิดเป็นร้อยละ 16.50 และใช้น้ําบ่อตอนฝนทิ้งช่วงคิดเป็นร้อยละ 9.85 กรณีฝนตก
71 การระบายน้ํามีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 7.25 ไม่มีแหล่งน้ําในหมู่บ้านคิดเป็นร้อยละ 52.72 ในรอบปีเพาะปลูกที่ ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ําคิดเป็นร้อยละ 74.00 เนื่องจากในฤดูแล้งขาดแคลนน้ํา เรื่องการ ผลิตและการตลาด เกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ทําการเกษตรสามารถทําได้เพียงหนึ่งครั้งต่อปีคิดเป็นร้อยละ 68.00 สําหรับเรื่องโรคพืชและแมลงระบาดเกษตรกรที่มีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 12.75 มีครัวเรือนที่เลี้ยงปศุสัตว์คิดเป็น ร้อยละ 4.00 และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด ส่วนเรื่องการขาดแคลนแรงงานคนในท้องถิ่นคิดเป็น ร้อยละ 9.75 เนื่องจากลักษณะกิจกรรมการปลูกพืชคล้ายกันทําให้ขาดแคลนแรงงาน ช่วงเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่ เกษตรกรทําของตัวเอง และแรงงานออกไปรับจ้างต่างท้องที่ ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตขาดแคลนแรงงานเครื่องจักร ในท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 5.75 เนื่องจากช่วงทํานาปีไม่มีรถเกี่ยวหายากทําให้ผลผลิตเสียหาย ขาดแคลนปัจจัย การผลิตในท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ 0.50 คือ ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์พืช มีปัญหาด้านการตลาด/การจําหน่ายคิดเป็น ร้อยละ 15.00 เนื่องจากราคาขายผลผลิตทางการเกษตรไม่แน่นอน การเป็นสมาชิกกลุ่มสูบน้ําด้วยไฟฟ้าของครัวเรือนเกษตรคิดเป็นร้อยละ 75.50 และไม่เป็นสมาชิกกลุ่มสูบ น้ําด้วยไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 24.50 เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํามาใช้เพื่อการเกษตรของครัวเรือนคิด เป็นร้อย 80.25 โดยเฉลี่ยจํานวน 4,889 บาท/ครัวเรือน โดยแยกเป็นค่าน้ํามันในการสูบน้ําเพื่อการเกษตรเท่ากับ 760 บาท/ครัวเรือน ค่าไฟฟ้าในการสูบน้ําเพื่อการเกษตรเท่ากับ 4,089 บาท/ครัวเรือน ค่าซื้อน้ําทําการเกษตร/สูบ น้ําด้วยไฟฟ้าเท่ากับ 40 บาท/ครัวเรือน เกษตรกรได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากส่วนราชการในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของครัวเรือนเกษตร ปีเพาะปลูก 2559/60 คิดเป็นร้อยละ 13.25 ปัจจัยที่ได้รับเป็น พันธุ์ไก่ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์ปลา และพันธุ์ไม้ผล คิดเป็นร้อยละ 6.50 2.50 2.00 1.50 และ 0.75 ตามลําดับ เกษตรกรได้รับการบริการจากส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คิด เป็นร้อยละ 3.50 บริการที่ได้รับเป็นตรวจวิเคราะห์ดิน แหล่งเงินทุนของเกษตรกรเห็นว่าไม่เพียงพอคิดเป็นร้อย ละ 5.25 สาเหตุจากต้นทุนการเกษตรสูงขึ้น ประสบภัยแล้ง และมีรายได้น้อยคิดเป็นร้อยละ 2.25 2.25 และ 0.75 ตามลําดับ ความคาดหวังของเกษตรกรต่อการผลิตด้านการเกษตรภายหลังมีโครงการฯ เกษตรกรส่วนใหญ่เห็นว่าเกิด ประโยชน์มากคิดเป็นร้อยละ 78.75 รองลงมาเห็นว่าเกิดประโยชน์ปานกลางคิดเป็นร้อยละ 15.75 เห็นว่าเกิด ประโยชน์น้อยคิดเป็นร้อยละ 3.25 และเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 2.25 ความคาดหวังของเกษตรกร เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ําเพื่อการเกษตรภายหลังมีโครงการฯ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่คาดหวังว่า สามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ําเพื่อการเกษตรภายหลังมีโครงการคิดเป็นร้อยละ 97.25 โดยเห็นว่าจะช่วยแก้ปัญหา มีน้ําเพียงพอในการทําการเกษตรในฤดูแล้ง มีจํานวนรอบการผลิตเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ํา ขยาย พื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น ลดหรือบรรเทาภัยจากน้ําท่วม คิดเป็นร้อยละ 94.75 76.00 54.00 36.00 และ 22.50 ตามลําดับ เกษตรกรมีความสนใจและต้องการในการทํากิจกรรมเพิ่มเติมภายหลังมีโครงการคิดเป็นร้อยละ 49.75 ส่วนใหญ่เป็นด้านการผลิตพืชคิดเป็นร้อยละ 44.00 ได้แก่ส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ดีข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์/อ้อย โรงงาน/ถั่วเขียว/ถั่วลิสง/ถั่วเหลือง เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว การเพาะเห็ด ไร่นาส่วนผสม และสนับสนุนกิ่งพันธุ์ไม้ ผล ด้านประมงคิดเปนร็ ้อยละ 15.75 ได้แก่การเลี้ยงปลากินพืช การเลี้ยงกบ ขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาในวงบ่อ เป็นต้น ด้านปศุสัตว์คิดเป็นร้อยละ 14.25 ได้แก่ส่งเสริมการเลี้ยงโค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ไข่ ไก่พื้นเมือง เป็นต้น ด้านการจัดทําปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพคิดเป็นร้อยละ 7.00 ด้านการจัดทําบัญชีครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 3.75 ด้าน ส่งเสริมอาชีพเสริมคิดเป็นร้อยละ 2.50 ได้แก่จักรสาน แปรรูปอาหาร การเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นต้น ด้านเงินลงทุน การเกษตรคิดเป็นร้อยละ 2.50 และด้านป่าไม้คิดเป็นร้อยละ 0.25 ทัศนคติและระดับความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อโครงการ คือ การจัดโครงการตรงกับความ ต้องการของเกษตรกร เกษตรกรเห็นว่าตรงกับความต้องการระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิด เป็นร้อยละ 81.00 12.75 5.25 และ 1.00 ตามลําดับ ความเหมาะสมกับพื้นที่เกษตรกรเห็นว่ามีความ เหมาะสมกับพื้นที่ในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 75.50 17.25 5.50 และ
72 1.75 ตามลําดับ พื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น เกษตรกรเห็นว่ามีพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้นในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 58.75 16.00 9.50 และ 15.75 ตามลําดับ รายได้ทาง การเกษตรเพิ่มขึ้น เกษตรกรเห็นว่ามีรายได้ทางการเกษตรเพิ่มขึ้นในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และ น้อย คิดเป็นร้อยละ 68.50 23.00 6.75 และ 1.75 ตามลําดับ สามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้เกษตรกรเห็นว่า สามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้ในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 76.00 18.00 4.75 และ 1.25 ตามลําดับ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฝนทิ้งช่วง เกษตรกรเห็นว่าสามารถ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฝนทิ้งช่วงในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 75.00 16.50 4.25 และ 4.25 ตามลําดับ บรรเทาปัญหาน้ําท่วม เกษตรกรเห็นว่าสามารถบรรเทาปัญหาน้ํา ท่วมในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 8.50 39.00 34.00 และ 18.50 ตามลําดับ การลดใช้ปุ๋ยเคมี/สารเคมีเกษตรกรเห็นว่าสามารถลดใช้ปุ๋ยเคมี/สารเคมีในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 1.25 21.25 48.00 และ 29.25 ตามลําดับ ความเหมาะสมของ เกษตรกรต่อโครงการ เกษตรกรเห็นว่าความเหมาะสมของเกษตรกรต่อโครงการในระดับมาก ค่อนข้างมาก ค่อนข้างน้อย และน้อย คิดเป็นร้อยละ 58.50 29.50 5.00 และ 7.00 ตามลําดับ โครงการจัดรูปที่ดิน เกษตรกรเห็นว่าถ้ามีโครงการจัดรูปที่ดินมีความสนใจเข้าร่วมโครงการคิดเป็นร้อยละ 14.50 และไม่สนใจใน โครงการคิดเป็นร้อยละ 85.50 ตามลําดับ ทัศนคติของเกษตรกรในด้านผลกระทบจากโครงการฯ คือ ผลกระทบทางบวกจากโครงการ เกษตรกรเห็นว่าไม่มีผลกระทบทางบวกจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 6.75 ส่วนที่เห็นว่ามีผลกระทบทางบวกจาก โครงการคิดเป็นร้อยละ 93.25 เกี่ยวกับสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้คิดเป็นร้อยละ 80.75 การบรรเทาปัญหาการ ขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูฝน/ฝนทิ้งช่วงคิดเป็นร้อยละ 79.25 มีพื้นที่การเกษตรเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 66.25 และบรรเทาปัญหาน้ําท่วมคิดเป็นร้อยละ 18.75 ผลกระทบทางลบจากโครงการ เกษตรกรเห็นว่าไม่มีผลกระทบ ทางลบจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 91.25 ส่วนที่เห็นว่ามีผลกระทบทางลบจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 8.75 เกี่ยวกับอัตราค่าเช่าที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมคือ ควรมีการประกันราคาข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คิดเป็นร้อยละ 8.00 รัฐควรมีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 6.00 สนับสนุนเงินทุนด้านการเกษตรดอกเบี้ย ต่ําคิดเป็นร้อยละ 2.00 ควรมีน้ําเพื่อการเกษตรอย่างสม่ําเสมอคิดเป็นร้อยละ 1.75 สนับสนุนปัจจัยการผลิตให้มี ราคาต่ําลงคิดเป็นร้อยละ 0.75 และรัฐควรมีการจัดสรรพื้นที่ทํากินให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่ของตนเองคิดเป็น ร้อยละ 0.25 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 จํานวนสมาชิกทั้งหมดในครัวเรือนประมาณ 3.39 คน/ครัวเรือน มีพื้นที่การเกษตรเฉลี่ย 21.02 ไร่/ ครัวเรือน อัตราการคุมพื้นที่เท่ากับ 6.20 ไร่/คน ระบบการผลิตมีรายได้จากการปลูกข้าวเป็นส่วนใหญ่และ แรงงานของหัวหน้าครัวเรือนออกไปทํางานอาชีพรองคิดเป็นร้อยละ 44.00 คือ รับจ้างการเกษตร รับจ้างนอก การเกษตร ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น เมื่อพิจารณาพบว่า เกษตรกรมีที่ดินและมีเวลาเหลือหลังจากทํางานใน ฟาร์มตนเอง ยังสามารถประกอบอาชีพเสริมได้ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในตัวเกษตรกรมากขึ้นจึงควรมีการ วางระบบการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่ในแต่ละราย เพื่อให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 5.2.2 อายุเฉลี่ยของหัวหน้าครัวเรือนเกษตรเท่ากับ 59.67 ปีและอายุเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 56 – 65 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.50 และมากกว่า 65 ปีคิดเป็นร้อยละ 28.00 ถ้าคํานึงถึงอนาคตของทายาททางการเกษตร ใน แต่ละครัวเรือนน่าจะมีการปลูกฝังเตรียมพร้อม เพื่อหาผู้สืบสานความเป็นเกษตรกรที่มีคุณภาพต่อไป 5.2.3 การใช้ที่ดินจริงในการประกอบอาชีพทางการเกษตรมีประสิทธิภาพการใช้ที่ดินคิดเป็นร้อยละ 163.27 ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทํานาปี/นาปรังจํานวน 25.13 ไร่/ครัวเรือน หรือคิดเป็นร้อยละ 119.55 ของการถือ
73 ครองที่ดินในการเกษตร ส่วนข้าวเจ้านาปีและข้าวเหนียวนาปีราคาเฉลี่ย 5.87 และ 7.20 บาท/กิโลกรัม ตามลําดับ สําหรับข้าวเจ้านาปรัง และข้าวเหนียวนาปรังมีราคาเฉลี่ย 6.11 และ 6.91 บาท/กิโลกรัม ตามลําดับ ดังนั้น ควรมี ระบบการผลิตเชิงฟาร์มผสมผสานเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาข้าว และมีแหล่งน้ําในไร่นาที่เหมาะสมถูกกําหนด เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการทําฟาร์มของเกษตรกร นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดการใช้ที่ดินและใช้แรงงาน อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดีควรศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติในแต่ละพื้นที่เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม 5.2.4 ในรอบปีเพาะปลูกที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ําคิดเป็นร้อยละ 74.00 เนื่องจากในฤดูแล้งขาดน้ํา หยุดทํานาปรัง และพื้นที่ทําการเกษตรสามารถปลูกพืชได้เพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งปี คิดเป็นร้อยละ 68.00 ดังนั้น ควรส่งเสริมปลูกพืชทดแทนที่ใช้น้ําน้อยในฤดูแล้ง เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการผลิต 5.2.5 ปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่มีหลายปัญหา ได้แก่ดินและสภาพพื้นที่ทําการเกษตรมีปัญหาคิดเป็น ร้อยละ 12.00 เนื่องจากสภาพพื้นที่การเกษตรเป็นดินปนทราย ดินเป็นลูกรัง/หินกรวด ดินแข็ง และเป็นที่ลุ่มน้ํา คุณสมบัติของดินมีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 2.25 เนื่องจากสภาพดินขาดธาตุอาหาร และสภาพดินเปรี้ยว/กรด คุณภาพของน้ํามีปัญหาเกี่ยวกับความเปรี้ยว/กรดคิดเป็นร้อยละ 2.50 กรณีมีบ่อน้ําในไร่นาเกษตรกรไม่ใช้ ประโยชน์คิดเป็นร้อยละ 44.90 โรคพืชและแมลงระบาดมีปัญหาคิดเป็นร้อยละ 12.75 ปัญหาเหล่านี้ควรมี การศึกษาหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขโดยผู้ชํานาญเฉพาะด้าน เพื่อกําหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับ โครงการเขื่อนทดน้ําผาจุกให้สามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ 5.2.6 จากการสํารวจความคิดเห็นของเกษตรกรในด้านทัศนคติ ระดับความพึงพอใจ และผลกระทบที่มี ต่อโครงการ ได้แก่ส่วนใหญ่เกษตรกรมีความคิดเห็นในระดับมากและค่อนข้างมาก(รวม) เกี่ยวกับเรื่องการจัด โครงการตรงกับความต้องการของเกษตรกรคิดเป็นร้อยละ 93.75 ความเหมาะสมกับพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 82.75 พื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 74.75 ความเหมาะสมของเกษตรกรต่อโครงการคิดเป็นร้อยละ 88.00 สําหรับความเห็นของเกษตรกรที่เห็นว่ามีผลกระทบทางบวกจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 93.25 เนื่องจากสามารถ ปลูกพืชฤดูแล้งได้บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ําในช่วงฤดูฝน/ฝนทิ้งช่วง มีพื้นที่ทําการเกษตรเพิ่มขึ้น และ บรรเทาปัญหาน้ําท่วม ส่วนมีผลกระทบทางลบจากโครงการคิดเป็นร้อยละ 8.75 เกี่ยวกับอัตราค่าเช่าที่ดินที่มี แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากเกษตรกร ได้แก่ควรมีการประกันราคาข้าว/ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คิดเป็น ร้อยละ 8.00 รัฐควรมีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 6.00 สนับสนุนเงินทุนด้านการเกษตร ดอกเบี้ยต่ําคิดเป็นร้อยละ 2.00 ควรมีน้ําเพื่อการเกษตรอย่างสม่ําเสมอคิดเป็นร้อยละ 1.75 สนับสนุนปัจจัยการ ผลิตให้มีราคาต่ําลงคิดเป็นร้อยละ 0.75 และรัฐควรมีการจัดสรรพื้นที่ทํากินให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีพื้นที่ของตนเอง คิดเป็นร้อยละ 0.25 ดังนั้น โครงการนี้ควรส่งเสริม และพัฒนาด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป 5.2.7 จากการศึกษาพื้นที่ในโครงการจะเห็นว่า เกษตรกรในโครงการส่วนใหญ่ให้ความต้องการมาก ดังนั้น ควรมีการพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ได้แก่การพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการประกอบ อาชีพทางด้านการเกษตร ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและเกื้อกูลต่อการประกอบการเกษตร การพัฒนา อาชีพเสริมที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ การพัฒนาระดับฟาร์ม เพื่อให้เกิดระบบการทําฟาร์มที่มีประสิทธิภาพและ เหมาะสมกับพื้นที่.
74 บรรณานุกรม กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2552. โครงการพัฒนาลุ่มน้ําน่าน งานศึกษาความเหมาะสมและ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพัฒนาชลประทานดอุตรดิตถ์ (เล่ม1-4) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2556. โครงการติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทด น้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ฉบับที่ 1 ประจําปีงบประมาณ 2556 (กรกฎาคม 2556) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2556. รายงานติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทด น้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2557. รายงานสรุปโครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 2558. รายงานติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการป้องกัน แก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ คณะอนุกรรมการบูรณาการแผนปฏิบัติการพัฒนาด้านการเกษตรระดับจังหวัด. 2554. รายงานการสํารวจ ภาวะเศรษฐกิจและสังคมครวเรั ือนเกษตรกร (Benchmark) พื้นที่บูรณาการเพื่อพัฒนาระบบ การบริหารจัดการน้ําเพื่อการเกษตร จังหวัดพิษณุโลก ปี 2554 ภายใต้โครงการพัฒนาและส่ง เสริมอาชีพเกษตรกรรมบริเวณเขื่อนแควน้อยบํารุงแดน ผ.ศ.สมศักดิ์เพียบพร้อม.หลักและวิธีการจัดการฟาร์ม. 2527. ภาควิชาเศรษฐศาสตร์คณะเศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2551. รายงานผลการศึกษาเพื่อจัดทําข้อมูลพื้นฐานในการติดตามประเมิน ผลเกษตรกรทไดี่้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนแควน้อย อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดพิษณุโลก สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2552. รายงานผลการศึกษาเพื่อจัดทําข้อมูลพื้นฐานในการติดตามประเมิน ผลเกษตรกรทไดี่้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (ฝั่งขวาเขื่อนพญาแมน) จังหวัดพิษณุโลก สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2545. ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทําข้อมูลพื้นฐานในการประเมินผลการพัฒนา โครงการกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2557. การติดตามตรวจสอบด้านเศรษฐกิจและสังคม(Bench Mark) ตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ปีงบประมาณ 2557 สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2558. การติดตามตรวจสอบด้านเศรษฐกิจและสังคม(Bench Mark) ตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบ สิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทดน้ําผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ปีงบประมาณ 2558
75 ภาคผนวก
76 ตารางภาคผนวกที่ 1 ราคาผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช ในพื้นที่โครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพชื ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้เงนสดิ มูลค่าผลผลิตที่ ใช้ในครัวเรือน ราคา (บาท/กก.) ข้าวเจ้านาปี 785 4,160 274 5.88 ข้าวเหนียวนาปี 735 4,019 455 6.82 ข้าวเจ้านาปรัง 854 5,107 23 6.10 ข้าวเหนียวนาปรัง 976 6,608 33 6.91 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 801 3,359 - 4.39 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 917 4,306 - 4.70 ถั่วเขียวผิวมัน 61 1,391 - 22.86 ถั่วดํา 467 14,000 - 30.00 มันสําปะหลังโรงงาน 3,143 4,471 - 1.42 อ้อยโรงงานปีที่ 1 11,468 12,527 - 1.08 อ้อยโรงงานปีที่ 2 8,719 9,997 - 1.12 อ้อยโรงงานปีที่ 3 9,672 10,811 - 1.16 งา 15 450 - 30.00 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 15.00 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 15.48 ผักสวนครัวรวม 500 50 4,950 10.00 ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 54.76 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตวั ์ 3,927 -* 3,927 1.00 ทุเรียน 8 200 - 25.00 องุ่น 1,120 110,000 2,000 100.00 กล้วยน้ําว้า 541 635 47 10.00 มะม่วงหิมพานต์ 21 1,022 - 49.28 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 100.00 หน่อไม้ไผ 315 3,750 225 15.00 ่ ไม้ผลรวมอื่น ๆ 98 1,535 223 19.14 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - 30.00 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 48 1,659 117 37.26 ที่มา : จากการวิเคราะห์
77 ตารางภาคผนวกที่ 2 ราคาผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช นอกพื้นที่โครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพชื ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้เงนสดิ มูลค่าผลผลิตที่ ใช้ในครัวเรือน ราคา (บาท/กก.) ข้าวเจ้านาปี 833 5,093 173 5.78 ข้าวเหนียวนาปี 680 6,600 880 11.00 ข้าวเจ้านาปรัง 952 5,948 - 6.27 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 916 3,970 - 4.50 มันสําปะหลังโรงงาน 1,241 2,169 - 1.44 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,654 10,269 - 1.11 อ้อยโรงงานปีที่ 2 5,832 6,887 - 1.18 อ้อยโรงงานปีที่ 3 7,606 8,626 - 1.13 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 13.33 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 15.00 ผักสวนครัวรวม 528 147 5,253 10.00 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตวั ์ 3,650 -* 3,650 1.00 มะขามหวาน 4 - 145 40.00 มะม่วงหิมพานต์ 33 1,486 - 44.83 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 72 2,930 167 45.00 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 60 444 156 10.00 ที่มา : จากการวิเคราะห์
78 ตารางภาคผนวกที่ 3 ราคาผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช รวมพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพชื ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้เงนสดิ มูลค่าผลผลิตที่ ใช้ในครัวเรือน ราคา (บาท/กก.) ข้าวเจ้านาปี 788 4,211 268 5.87 ข้าวเหนียวนาปี 730 4,253 489 7.20 ข้าวเจ้านาปรัง 859 5,155 22 6.11 ข้าวเหนียวนาปรัง 976 6,608 33 6.91 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 838 3,554 - 4.43 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 917 4,306 - 4.70 ถั่วเขียวผิวมัน 61 1,391 - 22.86 ถั่วดํา 467 14,000 - 30.00 มันสําปะหลังโรงงาน 2,251 3,391 - 1.43 อ้อยโรงงานปีที่ 1 9,796 12,099 - 1.09 อ้อยโรงงานปีที่ 2 7,878 9,090 - 1.14 อ้อยโรงงานปีที่ 3 9,306 10,423 - 1.15 งา 15 450 - 30.00 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 13.33 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 15.00 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 15.48 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 15.00 ผักสวนครัวรวม 525 137 5,221 10.00 ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 54.76 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตวั ์ 3,917 -* 3,917 1.00 ทุเรียน 8 200 - 25.00 มะขามหวาน 4 - 145 40.00 องุ่น 1,120 110,000 2,000 100.00 กล้วยน้ําว้า 544 600 378 10.00 มะม่วงหิมพานต์ 25 1,184 - 47.22 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 100.00 หน่อไม้ไผ 315 3,750 225 15.00 ่ ไม้ผลรวมอื่น ๆ 89 2,030 240 27.13 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - 30.00 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 50 1,476 167 33.16 ที่มา : จากการสารวจํ
79 ตารางภาคผนวกที่ 4 ราคาผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช ในเขตพื้นทสีู่บน้ําด้วยไฟฟ้า ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพชื ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้เงนสดิ มูลค่าผลผลิตที่ ใช้ในครัวเรือน ราคา (บาท/กก.) ข้าวเจ้านาปี 805 4,310 252 5.85 ข้าวเหนียวนาปี 805 4,955 496 6.61 ข้าวเจ้านาปรัง 861 5,137 22 6.09 ข้าวเหนียวนาปรัง 1,000 6,715 42 6.88 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 600 2,946 - 4.91 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 1,167 5,347 - 4.58 ถั่วเขียวผิวมัน 33 1,111 - 33.33 ถั่วดํา 467 14,000 - 30.00 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,654 11,844 - 1.09 อ้อยโรงงานปีที่ 2 6,211 7,086 - 1.14 อ้อยโรงงานปีที่ 3 13,694 16,655 - 1.22 งา 15 450 - 30.00 ถั่วเลิสงรุ่น 2 291 4,364 - 15.00 ผักสวนครัวรวม 527 156 5,238 10.00 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตวั ์ 3,934 - 3,934 1.00 มะม่วงหิมพานต์ 70 3,500 - 50.00 ไม้ผลรวมอื่น ๆ 219 3,750 235 19.14 ไร่นาสวนผสม 182 5,455 - 30.00 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 16 167 35 12.42 ที่มา : จากการสารวจํ
80 ตารางภาคผนวกที่ 5 ราคาผลผลิตทางการเกษตรด้านพืช นอกเขตพื้นที่สูบน้ําด้วยไฟฟ้า ปีเพาะปลูก 2559/60 หน่วย : บาท/ไร่ ชนิดพชื ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) รายได้เงนสดิ มูลค่าผลผลิตที่ ใช้ในครัวเรือน ราคา (บาท/กก.) ข้าวเจ้านาปี 708 3,692 368 5.96 ข้าวเหนียวนาปี 722 4,097 622 7.38 ข้าวเจ้านาปรัง 833 5,456 - 6.65 ข้าวเหนียวนาปรัง 889 6,222 - 7.00 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 841 3,562 - 4.43 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 2 659 3,232 - 4.90 ถั่วเขียวผิวมัน 79 1,571 - 20.00 มันสําปะหลังโรงงาน 2,251 3,392 - 1.43 อ้อยโรงงานปีที่ 1 8,625 12,390 - 1.08 อ้อยโรงงานปีที่ 2 8,382 9,697 - 1.14 อ้อยโรงงานปีที่ 3 8,537 9,332 - 1.14 ถั่วเลิสงรุ่น 1 638 6,000 - 13.33 ถั่วฝักยาว 538 12,500 238 15.48 ผักอื่นๆ 533 8,000 - 15.00 ผักสวนครัวรวม 517 33 5,133 10.00 ดาวเรืองเกษตร 1,120 61,333 - 54.76 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสตวั ์ 3,761 - 3,761 1.00 ทุเรียน 8 200 - 25.00 องุ่น 1,120 110,000 2,000 100.00 กล้วยน้ําว้า 544 600 378 10.00 มะม่วงหิมพานต์ 2,471 2,972 - 45.00 เมล่อน 1,930 180,000 13,000 100.00 หน่อไม้ไผ 315 3,750 225 15.00 ่ ไม้ผลรวมอื่น ๆ 25 822 200 45.00 ไม้ผลไม้ยืนต้นอื่น ๆ 206 7,619 610 40.00 ที่มา : จากการสารวจํ
81 ตารางภาคผนวกที่ 6 พันธุ์ข้าวเจ้าที่ปลูกในพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 ชนิดพนธัขุ์ ้าว*ร้อยละ พิษณุโลก 33.09 ปทุมธานี 24.39 สุพรรณบุร 1.96 ี หอมมะล 9.93 ิ กข 31 0.86 กข 47 1.10 กข 49 12.62 กข 29 8.46 ชัยนาท 1.23 กข 57 0.98 อื่น ๆ 5.38 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถปลูกได้หลายพันธุ์ พันธุ์อื่น ๆ ได้แก่กข 10/กข 11/กข 12/กข 14/กข 32 กข 54 สันป่าตอง เป็นต้น ตารางภาคผนวกที่ 7 สูตรปยเคมุ๋ ีที่ใช้ปลูกข้าวในพื้นที่ทั้งโครงการ ปีเพาะปลูก 2559/60 สูตรปุ๋ยเคมี * ร้อยละ สูตร 16-20-0 38.78 สูตร 15-15-15 3.05 สูตร 46-0-0 46.39 สูตร 16-8-8 0.48 สูตร 30-0-0 0.80 สูตร 36-0-0 0.16 สูตร 0-0-60 0.33 สูตร 21-0-0 1.04 สูตร 21-4-21 0.72 สูตร อื่นๆ 8.25 ที่มา : จากการสารวจํ หมายเหตุ : * คือ เกษตรกรหนึ่งรายสามารถใช้ปุ๋ยเคมีได้หลายสูตร สูตร อื่นๆ คือ เป็นปุ๋ยเคมสีูตรตางๆ่ที่เกษตรกรใชหลากหลายสู้ตร แต่จานวนปร ํมาณทิ ใชี่้ไม่มากนกั
ตามแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแผนติดตามตรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเขื่อนทดน ้าผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ ปีงบประมาณ 2560 รายงานการส้ารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกร (Benchmark)