ถอดบทเรียนเส้นทางสู่ความสำเร็จด้านการบริหารจัดการการผลิต การตลาด ของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพ บ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นต้นแบบขยายผลสู่กลุ่มเกษตรกรอื่น โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก 1. สถานการณ์การผลิต มะม่วงน ้าดอกไม้ในจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในปี 2565 คณะทำงาน การประสานงานด้านการตลาด หรือหาแหล่งรับซื้อผลผลิต(คณะทำงาน Demand Side) ภายใต้คำสั่งคณะอนุกรรมการ พัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด จังหวัดพิษณุโลก คาดการณ์เนื้อที่ยืนต้นมะม่วงจังหวัดพิษณุโลกว่ามีมาก ถึง 88,000 ไร่ จำแนกเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้มากถึงร้อยละ 60 และจากข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของ กรมส่งเสริมการเกษตร พบว่า มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้รวม 4,992 ราย เนื้อที่ปลูก 52,413 ไร่ เนื้อที่ให้ผล 50,579 ไร่ ผลผลิต 48,586 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 960 กิโลกรัม/ไร่ แหล่งผลิตสำคัญอยู่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เนินมะปราง 34,940 ไร่ รองลงมาคือ อ.วังทอง 11,763 ไร่ และวัดโบสถ์ 4,427 ไร่ โดยเกษตรกรมีการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ 2 พันธุ์ ส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 80 จะนิยมปลูกพันธุ์สีทอง ที่เหลืออีกร้อยละ 20 ปลูกพันธุ์เบอร์4 สาเหตุที่เกษตรกร นิยมปลูกพันธุ์สีทองมากกว่า เนื่องจากเห็นว่าเปลือกด้านนอกไม่ค่อยช้ำง่าย หากต้องขนส่งผลผลิตไปจำหน่ายจะทำ ให้เสียหายน้อยกว่า อีกทั้งเป็นพันธุ์ที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการ เปลือกนอกผลเมื่อสุกจะมีสีเหลือง สวยนวลกว่าโดยเฉพาะถ้าหากเกษตรกรมีการห่อถุงคาร์บอนให้ผลมะม่วงเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเห็นว่ารสชาติของ มะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทอง เมื่อทานสุกจะมีรสหวานและมีกลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ในขณะที่พันธุ์เบอร์ 4 จะมีรสชาติ หวานแบบทั่วไป อีกทั้งเมื่อผลโตเต็มที่พันธุ์เบอร์ 4 จะมีขนาดใหญ่ เป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการที่รับซื้อไป บรรจุกล่องจำหน่าย เมื่อพิจารณาข้อมูลการผลิตเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทอง จังหวัดพิษณุโลก พบว่า มีเนื้อที่ปลูก 41,930 ไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว 40,463 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 1,073 กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตรวม 43,416 ตัน อยู่ในแหล่งผลิต สำคัญ ได้แก่ อ.เนินมะปราง อ.วังทอง และวัดโบสถ์ที่เหลือจะกระจายอยู่ในแต่ละอำเภอไม่มากนัก คุณภาพผลผลิต ที่เกษตรกรสามารถผลิตได้ในปี 2565 จำแนกเป็น เกรด A ร้อยละ 55 เกรด B ร้อยละ 28 และเกรด C ร้อยละ 17 สำหรับปฏิทินผลผลิตของมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทอง หรือร้อยละการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดของมะม่วง น้ำดอกไม้สีทองจังหวัดพิษณุโลก ปี 2565 พบว่า ผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดประมาณ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 - พฤษภาคม 2565 ในร้อยละ 2 8 12 45 28 และ 5 ตามลำดับ โดยผลผลิตจะออกกระจุกตัวมากถึง ร้อยละ 73 ในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน 2565 ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านราคาที่เกษตรกรขายได้ 2. สถานการณ์ตลาดมะม่วงน ้าดอกไม้พันธุ์สีทอง จังหวัดพิษณุโลก จากข้อมูลการรายงานราคาผลผลิตมะม่วงน ้าดอกไม้สีทองของคณะท างานย่อยฯ ระดับอ าเภอ ภายใต้ คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) และการติดตาม สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรส าคัญในระดับพื้นที่ของส านักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 (สศท.2 พิษณุโลก) พบว่า ผลผลิตมะม่วงน ้าดอกไม้สีทองเกรดส่งออกต่างประเทศที่เกษตรกรขายได้ในช่วงต้นฤดู(เดือนธันวาคม 2564) ราคา เกรด A อยู่ที่ 70-80 บาท/กิโลกรัม และเริ่มปรับลดลงอยู่ที่ 50 บาท/กิโลกรัมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาในช่วง ปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน 2565 ราคาปรับลดลงอีกอยู่ที่ 35 บาท/กิโลกรัม ส่วนผลผลิตเกรด B ในช่วง ต้นฤดูอยู ่ที ่ 35-40 บาท/กิโลกรัม เกรด C อยู ่ที ่ 25-30 บาท/กิโลกรัม แต ่ในช ่วงผลผลิตกระจุกตัวออกสู ่ตลาด ท าให้ผลผลิตของเกษตรกรที ่นอกเหนือจากเกรด A จะถูกจัดจ าหน ่ายแบบคละเกรด โดยเน้นจ าหน ่ายตลาดใน ประเทศ ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับขนาดและคุณภาพ อยู่ที่ 15-30 บาท/กิโลกรัม วิถีตลาดของผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองภาพรวมจังหวัดพิษณุโลก ปี 2565 พบว่า ผลผลิตร้อยละ 70 จำหน่ายให้ล้งทั้งในและต่างจังหวัด (นำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคนอกจังหวัดร้อยละ 52 และผู้บริโภคในจังหวัดร้อยละ 18) ที่เหลืออีกร้อยละ 30 จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการเกษตรรายย่อย และผู้ส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ
2 3 บริษัท (ได้แก่ บริษัท ปริ๊นเซส จำกัด / บริษัท สวีฟท์ จำกัด/ บริษัท ไรซิ่ง จำกัด) โดยผลผลิตเกรด A จะส่งออกไปยัง ตลาดยุโรปเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ มากถึงร้อยละ 22 อีกร้อยละ 7 เป็นเกรดB และที่เหลืออีกร้อยละ 1 เป็นเกรด C จะส่งออกไปยังตลาดจีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม สำหรับผลการวิเคราะห์บัญชีสมดุล Demand Supply มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ปี 2565ของคณะทำงาน Demand Site จังหวัดพิษณุโลก พบว่า ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทอง มี Supply >Demand ทำให้เกิดผลผลิตส่วนเกิน (Over Supply) จำนวน 5,475 ตัน เป็นผลผลิตส่วนเกินในเดือน มีนาคม จำนวน 5,076 ตัน เดือนเมษายน จำนวน 383.2 ตัน และ เดือนพฤษภาคม จำนวน 15.65 ตัน 3. การขับเคลื่อนการดำเนินงานแปลงใหญ่มะม่วง จังหวัดพิษณุโลก ข้อมูล ณ วันที่30 ธันวาคม 2564 พบว่า มีจำนวนแปลงใหญ่มะม่วงรวม 16 แปลง ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เนินมะปราง 10 แปลง อำเภอวังทอง 3 แปลง อ.วัดโบสถ์ 2 แปลง และอ.ชาติตระการ 1 แปลง มีเกษตรกรผู้ผลิต มะม่วงน้ำดอกไม้ที่เป็นสมาชิกแปลงใหญ่ 621 ราย พื้นที่รวม 11,555.25 ไร่ ที่ได้ขับเคลื่อนในรูปแบบการถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิตมะม่วงฯผ่าน ศพก.ในแต่ละอำเภอ จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างมากในทุกภาคการผลิต โดยเฉพาะภาค เกษตรที่โครงสร้างประชากรส่วนใหญ่ในประเทศอยู่ในภาคส่วนนี้ สำหรับกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพิษณุโลก ได้รับ กระทบอย่างหนัก เพราะไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามปกติ จำนวนพ่อค้ารับซื้อลดลงจากช่วงก่อนเกิดสถานกา รณณ์การระบาดของ Covid-19 ทำให้เกษตรกรสมาชิกกลุ่มประสบภาวะขาดทุนอย่างสิ้นเชิง ขาดสภาพคล่อง ไม่มี เงินทำทุนในการซื้อปัจจัยในการผลิตเพื่อดำเนินการต่อในรอบการผลิตต่อไป แต่ในช่วงวิกฤตินั้น ยังคงมีมาตรการ ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ผ่านโครงการยกระดับแปลงด้วยเกษตร สมัยใหม่ เชื่อมโยงการตลาด ที่เริ่มดำเนินโครงการในช่วงตั้งแต่ 31 มีนาคม – 30 กันยายน 2564 ทำให้เกษตรกร ชาวสวนมะม่วงกลุ่มแปลงใหญ่ในจังหวัดพิษณุโลก สามารถดำรงอยู่ให้อยู่รอดในวิกฤติดังกล่าวได้ และนับจากวันนี้สู่ เส้นทางอนาคต กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงของจังหวัดพิษณุโลกจะตั้งเป้าหมายพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่เกษตร 4.0 ด้วยการ ผสมผสานองค์ความรู้ด้านการผลิต ความเชี่ยวชาญ ผนวกกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรมาพัฒนาทั้ง ประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพ เน้นสร้างคุณค่าและมูลค่าสูง ตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้การผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ ของจังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงคุณภาพของประเทศได้อย่างยั่งยืน ต่อไป 4. ตัวอย่างต้นแบบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการการผลิต การตลาด สินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้อันดับ 1 ของประเทศ โดยมี อ.เนินมะปราง เป็นแหล่งผลิต ใหญ่ที่สุดของจังหวัด หากจะกล่าวถึงมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองคุณภาพดี รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง จะต้องนึกถึงกลุ่มแปลงใหญ่ มะม่วง หรือกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย ที่มีสโลแกนกลุ่มว่า “มะม่วงดีมีทั่วไป แต่ถ้าหวานจับใจ ต้องไปที่วังน้ำบ่อ” ซึ่งกลุ่มนี้สามารถจะนำมาใช้เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการ การผลิต การตลาด สินค้ามะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัด เพื่อพร้อมก้าวสู่การเป็นเกษตร 4.0เพราะกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพ บ้านวังน้ำบ่อ ฯ มีคุณลักษณะเด่นในมิติการพัฒนาที่ยึดหลักการใช้พื้นที่หรือความต้องการของคนในชุมชนเป็นตัวตั้งเป็น การส่งเสริมต่อยอดด้วยการร่วมผลักดัน ส่งเสริม กับภาครัฐและภาคีเครือข่าย ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด ให้เกิดผลสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะการขับเคลื่อนกลุ่มที่อาศัยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอน ตลอดห่วงโซ่การผลิต ด้วยการร่วมคิดร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมลงมือทำ วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยยึด หลักความพึงพอใจของคนในชุมชน จะนำไปสู่ความสำเร็จของการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรที่จะนำไปสู่ความมั่นคง ทางเศรษฐกิจช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และลดความเหลื่อมล้ำให้เกษตรกร
3 จากแนวคิดดังกล่าว กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงคุณภาพหลายแห่งในจังหวัดพิษณุโลก รวมถึงกลุ่ม ผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ หมู่ 13 ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในรูปของกลุ่ม วิสาหกิจชุมชน และ ณ วันนี้กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ฯ ได้ยกระดับด้านการพัฒนาเป็นกลุ่มที่สามารถ พึ่งพาตนเอง มียั่งยืนของการพัฒนาอาชีพ ที่สามารถสร้างความสุขให้แก่เกษตรกรสมาชิกได้แล้ว และยังมีความ พร้อมที่จะพัฒนากลุ่มเพื่อก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นในอนาคต 4.1 ความเป็นมาของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ หมู่ 13 ต.ไทรย้อยอ.เนินมะปรางจ.พิษณุโลก กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้เข้าร่วม โครงการส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ในปี 2561 ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม 41 ราย พื้นที่รวม ประมาณ 700 ไร่ มีประธานกลุ่ม คือ นางสาวชลธิชา ช่างประดิษฐ์อายุ 58 ปีจบการศึกษาระดับ ปวส.สาขาบัญชี และปัจจุบันกำลังศึกษาต่อในคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยได้รับทุนเรียนจากสำนักงาน พัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และยังได้ผ่านการอบรมหลักสูตร วกส วิทยาการการเกษตรระดับสูง ที่ จัดขึ้นโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิจัยและพัฒนาการเกษตร (องค์การมหาชน ) และ มูลนิธิสถาบันเกษตราธิการ กษ. วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งกลุ่มในระยะเริ่มแรก เกิดจากคุณชลธิชาฯ ได้ลาออกจากงาน และกลับมาอยู่ บ้านที่ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้เห็นถึงการเป็นแหล่งผลิตมะม่วงขนาดใหญ่ของจังหวัด ผลผลิตที่ เกษตรกรในพื้นที่ผลิตได้นำไปจำหน่ายให้กับล้งในจังหวัดพิจิตรที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งครอบครัวก็มีสวนมะม่วง เช่นกัน แต่เมื่อสังเกตถึงความเป็นอยู่หรือภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนของเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงในพื้นที่ก็ยังคงยากจน รายได้จากการผลิตยังไม่ค่อยเพียงพอต่อการชำระหนี้สินธนาคาร ตนเองจึงตัดสินใจว่า หากจะทำสวนมะม่วง ต้องทำ สวนมะม่วงคุณภาพที่จำหน่ายได้ราคาดีกว่าเดิม ไม่ทำแบบดั้งเดิมแต่ในช่วงเริ่มแรก ตนเองไม่มีความรู้และ ประสบการณ์ในการผลิตมะม่วงมาก่อน รวมถึงไม่เคยรู้จักหน่วยงานด้านการเกษตรในพื้นที่ ตนเองจึงเริ่มแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งได้พบการประชาสัมพันธ์ในสื่ออินเทอร์เน็ตจึงได้สมัครเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ เป็นครั้งแรก ได้แก่ หลักสูตรการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้คุณภาพ ที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร จากวันนั้น ทำให้ ตนเองรู้ว่า หากเกษตรกรต้องการจะผลิตมะม่วงคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่า ต้องมีความรู้ด้านวิชาการ ต้องเปิดโลกทัศน์ รับรู้ข่าวสาร เรียนรู้เกี่ยวกับมะม่วงตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการจำหน่าย หลังเสร็จสิ้นการอบรมฯ คุณชลธิชาฯ ได้นำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมาทดลองทำการผลิตมะม่วงคุณภาพมาตรฐาน GAP โดยในระยะแรก ได้ขอความรู้เพิ่มเติมจากเพื่อนเกษตรกรในชุมชนที่มีความชำนาญการผลิต ผสมผสานกับความคิดริเริ่ม ทำให้การ ขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรเล็กๆในพื้นที่เป็นไปด้วยดี แต่ต้องพบข้อจำกัดอีกครั้ง เมื่อถึงขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐาน GAP สืบเนื่องจาก พื้นที่ อ.เนินมะปราง ส่วนใหญ่ มากกว่าร้อยละ 80 เป็นที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้การขอ เอกสารเพื่อรับรองมาตรฐาน GAP ค่อนข้างยุ่งยาก แต่ด้วยเงื่อนไขกฎระเบียบที่มีการปรับเปลี่ยนตามข้อเท็จจริงว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อการเกษตรมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ทำให้สมาชิกกลุ่มสามารถแก้ปัญหา ดังกล่าวได้ และเกษตรกรสมาชิกทุกคนเริ่มมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลิตมะม่วงคุณภาพตามขั้นตอนจนได้รับรอง มาตรฐาน GAP แบบกลุ่ม ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรสมาชิกกลุ่มที่สามารถร่วมกันดำเนินการจน ประสบผลสำเร็จ เพราะเงื่อนไขการรับรองมาตรฐานแบบกลุ่มมีความเข้มงวด หากสมาชิกกลุ่มเพียงรายใดรายหนึ่ง กระทำผิดเงื่อนไข สมาชิกทุกรายในกลุ่มนั้นจะถูกยกเลิกการรับรองมาตรฐาน GAP ร่วมกัน การทำมาตรฐาน ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องยาก สำหรับการบริหารจัดการภายในกลุ่มที่ต้องทำให้สมาชิกทุกรายมีความคิด และมอง เป้าหมายเดียวกัน แต่ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานแล้ว ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก ขึ้น จำหน่ายในราคาเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งเริ่มมีช่องทางการจำหน่ายเริ่มมีมากขึ้น จากการติดต่อขอรับซื้อจาก ผู้ประกอบการส่งออกโดยตรง และมีบริษัทส่งออกผลไม้ไปยังตลาดญี่ปุ่น อาทิ บริษัทสยาม อินเตอร์ฟู้ด จำกัด เข้า มาเจรจาเพื่อติดต่อขอรับซื้อผลผลิตของกลุ่มฯ และยังได้ดำเนินการติดต่อซื้อขายต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ เพื่อนเกษตรกรในชุมชนที่ยังไม่เป็นสมาชิกกลุ่มฯ มีความสนใจขอเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิตมะม่วง คุณภาพ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลผลิต และการเลือกใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดโทษหรือตกค้างจน
4 เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และจากการแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรสมาชิก และเกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรในพื้นที่อีกหลายรายขอสมัครเป็นสมาชิกกลุ่ม อย่างไรก็ตาม กลุ่มฯ ยังคงมีข้อจำกัดเรื่อง เกษตรกรสูงวัยที่ไม่มีความรู้และไม่รู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมเกษตร ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งไม่มีการจัดเก็บองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลผลิต ฯลฯ ทำให้ใน ปัจจุบัน การขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านการพัฒนากลุ่มได้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ ทั้งทางด้านการผลิต ได้แก่ เน้นลดข้อจำกัดของกลุ่มเกี่ยวกับเกษตรกรสูงวัยที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง โดยการจัดสมาชิกกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า จับกลุ่มกับเกษตรกรสูงวัยให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาการผลิต อาทิ การสร้างความเข้าใจและการสอนใช้สารเคมี ชนิดใหม่ไว้เป็นทางเลือกประมาณ 2-3 ชนิด ที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมทั้ง ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม การศึกษาเรียนรู้ผ่าน Smart Phone ให้แก่เกษตรกรสมาชิก การ ออกแบบทดดลองเรื่องความเสียหายหลังเก็บเกี่ยวการผลิต อาทิ การเก็บผลผลิตที่ลดความเสียหาย การกำหนด ข้อบังคับให้เก็บผลผลิตเมื่อมีความแก่ 85 % ขึ้นไป การตัดขั้วมะม่วงที่ถูกต้อง การทิ้งช่วงระยะเวลาหลังเก็บเกี่ยว ก่อนเข้าบ่ม การทดลองบ่ม ฯลฯ และการพัฒนาด้านการตลาด โดยเน้นการทำสัญญาข้อตกลงกับบริษัท และผู้ ส่งออกที่เป็นคู่ค้าเกี่ยวกับการชำระเงินค่าสินค้า การเคลมสินค้า และการศึกษาความต้องการตลาดหลัก และตลาด รอง เพื่อวางแผนบริหารจัดการผลผลิตให้ออกสู่ตลาดตรงความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา 4.2สภาพการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ หมู่ 13 ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ปัจจุบัน ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ส่วนใหญ่ของเกษตรสมาชิกกลุ่มมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ปี โดยต้นมะม่วง น้ำดอกไม้ในพื้นที่บ้านวังบ่อ ต.ทับไทร ส่วนใหญ่จะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 4 -5 ปี ในขณะที่พื้นที่อื่นๆอาจให้ผลในปี ที่ 3 เนื่องจากปัญหาด้านสภาพดินที่มีกรวด และทรายมาก ทำให้เกษตรกรต้องปลูกต้นมะม่วงพันธุ์กะล่อนเป็น ต้นพันธุ์หลักก่อน 2 ปี เพื่อเป็นสายพันธุ์มะม่วงป่าที่หากินเก่ง แล้วจึงนำมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์สีทองมาเสียบยอด และต้นมะม่วงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้จนถึงอายุ25-30 ปี ซึ่งเกษตรกรจะมีการดูแลตัดแต่งกิ่งไม่ให้ลำต้นมีขนาด โตมากเกินไปเพื่อเก็บรักษาความสมบูรณ์ของต้น และความสูงของต้นจะไม่เกิน 3 เมตร เพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยว ผลผลิต ลดความเสียหายของผลผลิต ระยะเวลาเก็บเกี่ยวมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของสมาชิกกลุ่มฯ หากสถานการณ์ปกติผลผลิตของ กลุ่มจะออกสู่ตลาดในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงปลายเดือนมีนาคมเมษายน แต่บางปีหากเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงในช่วงเร่งช่อดอก หรือเกิดฝนตกชุกในช่วงที่ไม่ต้องการ จะทำให้แตกใบอ่อนแทนการออกดอก เกษตรกรต้องเสียเวลาเพื่อรอให้ต้นสมบูรณ์อีกครั้งแล้วค่อยเร่งช่อดอกใหม่ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดแตกต่างไป ส่วนการทำมะม่วงนอกฤดูยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่อง น้ำไม่เพียงพอ เพราะไม่มีแหล่งน้ำสนับสนุนในพื้นที่ และหลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ทั้งนี้เป็นผลกระทบสืบเนื่องจากที่ดิน ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จากการประเมินค่าใช้จ่ายในการขุดบ่อบาดาลพร้อมอุปกรณ์ ให้มีน้ำใช้ในสวนมะม่วงฯ เกษตรกร จะต้องลงทุนสูงถึง 150,000 บาท ต่อบ่อ พิจารณาปฏิทินผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ออกสู่ตลาดปี 2565 ของ กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง เทียบกับปริมาณผลผลิตภาพรวมของจังหวัด พิษณุโลก ได้ดังนี้ ร้อยละผลผลิต ธ.ค.64 ม.ค.65 ก.พ.65 มี.ค.65 เม.ย.65 พ.ค.65 กลุ่มมะม่วง คุณภาพวังน้ำบ่อ - - 18 40 35 7 ภาพรวมจังหวัด 2 8 12 45 28 5 ที่มา : จากการสำรวจของ สศท.2 พิษณุโลก และคณะทำงาน Demand Side จังหวัดพิษณุโลก ปี 2565
5 การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ออกสู่ตลาดในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์- พฤษภาคม 2565 ของกลุ่มฯ เฉลี่ย 700-800 กก./ไร่/ปี ทำให้ปริมาณผลผลิตรวมใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ผลผลิต ออกกระจายตั้งแต่ปลายปี 2563 จนถึงเดือนเมษายน 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากสภาพภูมิอากาศทำให้ผลผลิต ในแต่ละเดือนออกค่อนข้างน้อย ในขณะที่ปี 2565 พบปัญหาผลผลิตออกกระจุกตัวในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้น เดือนเมษายนมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อราคาที่เกษตรกรขายได้ ทำให้ทางกลุ่มต้องบริหารจัดการวางแผนด้าน การตลาดอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนจากการผลิต 4.3 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของกลุ่มฯ 4.3.1 การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิต 1) เกษตรกรสมาชิกกลุ่มทุกรายดำเนินการตามระบบเทคโนโลยีการจัดการสวนแบบใหม่ โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองแหล่งผลิตGAP พืช ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด และได้ผ่าน การรับรองมาตรฐาน GAP แบบกลุ่ม (Group Certification) ตั้งแต่ปี 2559 และต้องต่ออายุทุก 3 ปี ซึ่งเกษตรกร สมาชิกเห็นว่า ขั้นตอนไม่ได้มีความยุ่งยาก เพียงแค่ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการผลิตเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ทั้งแก่ เกษตรกรผู้ผลิต และผู้บริโภค เช่น การเก็บรักษาสารเคมีและอุปกรณ์ทางการเกษตรให้เป็นสัดส่วน โดยแยกจากที่อยู่ อาศัย การใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องเหมาะสม สภาพภายในสวนต้องรักษาความสะอาด มีการสำรวจ แมลงศัตรูพืช ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคไปทำลาย กำจัดวัชพืชโดยใช้เครื่องตัดหญ้า การจดบันทึกการใช้สารเคมีทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ประเมินสามารถตรวจย้อนกลับได้การสุ่มตรวจผลผลิตเพื่อตรวจสอบสารเคมีตกค้างก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับผลผลิตที่ได้จากแปลงมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกรสมาชิกกลุ่ม เน้นป้อนตลาดส่งออกเป็นหลัก นอกจากนี้ เกษตรกรสมาชิกกลุ่มจะควบคุมความสูงของต้นมะม่วง เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น 2) การเร่งขับเคลื่อนจดทะเบียนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ให้เป็น สินค้า GI ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอประกาศจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ 3) การจัดตั้ง และการขออนุญาตใช้โรงคัดบรรจุตามมาตรฐานรับรอง GMP เพื่อใช้รวบรวม และบรรจุผลผลิตส่งจำหน่าย เพราะขณะนี้ผู้รับซื้อของกลุ่มมีเงื่อนไขในการรับซื้อว่า จะต้องผ่านโรงคัดแยกผลผลิต มาตรฐาน GMP ทั้งผู้ประกอบการส่งออก บริษัทส่งออกผลไม้ ล้งต่างจังหวัด และห้างสรรพสินค้าในจังหวัด (Makro, Tops Central) ซึ่งเดิมทางกลุ่มจะทำการคัดแยกในบริเวณใต้ถุนบ้านของประธานกลุ่มฯ แต่พบปัญหาแมลงวันทอง เจาะผลมะม่วง ทำให้ผลผลิตเสียหาย ดังนั้น จึงได้ประสานติดต่อสอบถามและได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงาน มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาตรวจประเมินและเสนอแนะแนว ทางแก้ไขปัญหา โดยมีหน่วยงานในระดับพื้นที่ให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหาในรูปแบบให้กลุ่มฯ เช่าพื้นที่กรมป่าไม้ จนกว่าพื้นที่ก่อสร้างโรงคัดจะได้รับเอกสารสิทธิ์ หรือใบอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ภายใต้โครงการ จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) 4.3.2 การพัฒนาด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง อาทิ การทำเจลลี่มะม่วง ที่มีลักษณะคล้ายลูกอมหนึบ โดยใช้วัตถุดิบจากมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ไม่ได้ห่อด้วยถุงคาร์บอน โดยได้รับการอบรมจาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก และในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เกษตรกรสมาชิกจะได้รับการ อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การทำน้ำมะม่วง การทำมะม่วงสุกอบแห้ง เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ และ นำผลผลิตส่วนเกินมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้ให้ครัวเรือนได้มากขึ้น 4.4 ความโดดเด่นของกลุ่ม 1) อ.เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมา ตั้งแต่อดีต และ อ.เนินมะปราง ยังได้รับการสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งของจังหวัด ประกอบกับ วิกฤติของทางกายภาพที่พลิกกลายเป็นโอกาส จากสภาพพื้นที่และลักษณะดินในพื้นที่ที่มีแผ่นหิน ก้อนหินน้อยใหญ่ ดินลูกรัง ดินทราย และเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทำให้ผลผลิตมะม่วงมีความหวาน เนื้อแน่น ไม่ฉ่ำน้ำมากเกินไป
6 2) เกษตรกรมีความชำนาญในการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เพราะมีประสบการณ์ในการผลิตมา ยาวนานจากบรรพบุรุษ ผสมผสานกับองค์ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน ตามความต้องการตลาดจากการเข้าร่วมโครงการต่างๆของภาครัฐ 3) พื้นที่เดิมของแปลงมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกรสมาชิกในพื้นที่ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ ทำให้มีปุ๋ยคอกช่วยเพิ่มธาตุอาหารและความสมบูรณ์ให้กับดิน แตกต่างกับพื้นที่อื่น 4) หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลกดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตมะม่วงคุณภาพ และ มาตรการสนับสนุนการตลาดให้กับมะม่วงน้ำดอกไม้จังหวัดพิษณุโลก 4.1) โครงการส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ ทำให้เกษตรกรสมาชิกได้รับการอบรมถ่ายทอด ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเอาใจใส่ การผลิตมะม่วงคุณภาพ การแปรรูป และการจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์ 4.2) โครงการยกระดับมะม่วงแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ ภายใต้งบประมาณ 3 ล้านบาท ที่กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้รับการสนับสนุนในรูปครุภัณฑ์ใหม่ต่างๆ เพื่อเพิ่มผลิตมะม่วงให้มีคุณภาพมากขึ้น ลดต้นทุนการใช้สารเคมี แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและมีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อต่อยอดของกลุ่มเป็นผู้ค้าโดยตรงกับผู้บริโภค ทั้งใน ประเทศและตลาดต่างประเทศ อาทิ โดรน ห้องเย็นแช่ผลมะม่วง ตะกร้าพลาสติก และปัจจัยการผลิตอื่นๆที่ได้รับ การสนับสนุนเพราะเกษตรกรสมาชิกกลุ่มขาดทุนจากราคาปีที่ผ่านมา จากกรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ รวมมูลค่า 2,972,875 บาท โดยเกษตรกรสมาชิกจะได้เข้ารับการฝึกบินโครนที่บังคับด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะใช้ไปบินฉีดพ่นฮอร์โมนให้กับต้นมะม่วงที่กำลังออกช่อในฤดูกาลนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มะม่วง ลดต้นทุนและปริมาณในการฉีดพ่นสารเคมีซึ่งนับเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อทดแทนแรงงาน ค่าจ้างแรงงานสูง จากนั้นจะไปบินฉีดพ่นสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตามสวนต่างๆของสมาชิก 4.3) การสนับสนุนโรงคัดบรรจุผลผลิตมาตรฐาน GMP จะช่วยเกษตรกรสมาชิกสามารถนำ ผลผลิตจำหน่ายได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ทั้งตลาดในประเทศ (ห้างสรรพสินค้าต่างๆ) และตลาดต่างประเทศ 5) ความมุ่งมั่นพัฒนาการผลิตมะม่วงของผู้นำกลุ่ม ประธานกลุ่มฯ (คุณชลธิชา ช่างประดิษฐ์) มีภาวะความเป็นผู้นำสูง โดยเฉพาะในเรื่องการเป็น ต้นแบบที่ดีในการใฝ่หาความรู้ในการผลิตมะม่วงคุณภาพ การอุทิศตนและเสียสละเวลาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรใน พื้นที่ให้มีความเป็นอยู่หรือภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนที่ดีขึ้น มีเงินเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพในครัวเรือน และชำระหนี้ ธกส. มีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายให้เกษตรกรสมาชิกทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนการผลิตมะม่วงของ กลุ่ม เช่น ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของสมาชิกในกลุ่มทุกคนจะต้องมีคุณภาพที่ดีเหมือนกันทุกแปลง ผลผลิตจาก กลุ่มจะต้องมีคุณภาพอยู่ในระดับพรีเมี่ยม พร้อมส่งออก ราคาที่เกษตรกรได้ขายจะต้องสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป นอกจากนี้ผู้นำกลุ่มฯ ยังเป็นผู้มีน้ำใจแบ่งปันข้อมูลให้เกษตรกรรายอื่นๆ แม้ว่าจะไม่ใช่สมาชิกกลุ่มตนเอง หรือเป็น เกษตรกรนอกพื้นที่ เพราะเห็นว่าพวกเราทุกคน ถือเป็นเกษตรกรของจังหวัด และของประเทศไทย ดังนั้น จึงควร ช่วยเหลือกันพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองให้เกิดความยั่งยืนทั้งด้าน การผลิตและการตลาด จากศักยภาพความเป็นผู้นำเกษตรกรที่ช่วยเหลือชุมชนในเชิงประจักษ์ดังกล่าว ทำให้สำนักงาน คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสนอรายชื่อให้ทางมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พิจารณาเพื่อให้เป็นเกษตรกรผู้นำที่มีบทบาทต่อการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนในระดับชุมชน ที่สามารถให้ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายช่วยพลิกฟื้นด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กลับมาเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยหน่วยงาน ดังกล่าวฯ ได้ขอสัมภาษณ์ในประเด็นเกี่ยวกับการปรับตัวและมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา จากปัญหา Covid-19 สู่การพลิกฟื้นอย่างอย่างยั่งยืน
7 6) เกษตรกรต้องการพัฒนาการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อให้หลุดพ้นจากวัฎจักรความยากจน เกษตรกรสมาชิกกลุ่มจะดำเนินการผลิตภายใต้มาตรฐาน GAP โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตเมื่อแก่จัด ประมาณ 85 % มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แล้ว ทางกลุ่มยังมีการทำป้ายให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าเพื่อสร้างความ พึงพอใจมากที่สุด ทั้งในเรื่องการพิจารณาผลมะม่วงให้ทราบถึงระดับความหวาน และวิธีการเก็บรักษา อีกทั้งมีความ ตั้งใจในการผลิตมะม่วงที่ดี มีคุณภาพส่งเพื่อการส่งออก และส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยจะมีการติด QR-Code ไว้บน มะม่วงทุกผลที่ออกไปจากสวน เพื่อสามารถเข้าชมข้อมูล รายละเอียดในทุกมิติของสวน 7) ผลผลิตผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการผลิต GAP แบบกลุ่ม ผ่านการคัดแยกผลผลิตจาก โรงคัดบรรจุ (GMP) และมีการติด QR Code ไว้บนมะม่วงน้ำดอกไม้เกรดพรีเมี่ยมทุกผลที่ออกจากกลุ่มฯ เพื่อให้ ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบย้อนกลับ อีกทั้งเป็นอีกช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเข้าชม Page Facebook และ ติดตามข่าวสารการผลิตมะม่วงคุณภาพ ให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลิตมะม่วงที่ดีมีคุณภาพเกรดส่งออก พร้อม จำหน่ายผ่านออนไลน์ให้เกิดความพึงพอใจต่อลูกค้าสูงสุด ซึ่งผลผลิตของกลุ่มบางส่วนจะนำไปวางจำหน่ายใน Gourmet Market ทุกสาขา และห้างสรรพสินค้าในเครือของบริษัทฯ สยามพารากอน ดิเอ็มโพเรียม ดิเอ็มควอเทีย ฯลฯ 8) การวางแผนดำเนินงานพัฒนามะม่วงตามกรอบแนวคิด B-C-G Value Chain 8.1) Bio Economy (Value Creation) 8.1.1) ต้นทาง (1)ด้านการพัฒนาบุคลากร โดยเพิ่มพูนความรู้ สร้างความเข้มแข็ง สร้างคนต้นแบบ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตมะม่วงคุณภาพ โดยจะมีแผนพัฒนาองค์กรความรู้ให้กับเกษตรกรสมาชิกเดือนละ 2 ครั้ง ตั้งแต่เริ่มตั้งกลุ่มฯ ซึ่งจะเวียนกันไปอบรมครั้งละ 20 คน เรื่องเกี่ยวกับการทำมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออกให้ได้ คน ที่ไปรับการอบรมมาในครั้งก่อนจะนำมาถ่ายทอดให้ที่ประชุมประจำเดือนของกลุ่ม (2)ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กลุ่มตามแนวทางการพัฒนาแปลงใหญ่ โดย ไม่เน้นเพิ่มผลผลิต แต่เน้นพัฒนาคุณภาพ เพื่อให้จำหน่ายได้ในราคาที่ดีกว่าราคาตลาด 8.1.2) กลางทาง (1) ด้านพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความหลากหลาย และทางเลือกให้กับผู้บริโภค อาทิ การวางแผนทำถ่านไบโอชาร์จากมะม่วงที่ไม่ได้ขนาด ลูกเล็กลีบ ไม่โต หรือเรียกว่า มะม่วงกะเทย ซึ่งจะมีมาก ถึง 12-17 ตัน จากพื้นที่สวนมะม่วงของสมาชิกกลุ่ม โดยจะนำมาทำถ่านชีวภาพลงดิน ลักษณะความเป็นรูพรุนของ ถ่านชีวภาพจะช่วยกักเก็บน้ำและอาหารในดิน และเป็นที่อยู่ให้กับจุลินทรีย์สำหรับทำกิจกรรมเพื่อสร้างอาหารให้ดิน เมื่อดินอุดมสมบูรณ์จะส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น (2) ด้านสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยแปรรูปขั้นสูงเชิงพาณิชย์ เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ และการพัฒนา บรรจุภัณฑ์ (2.1)การวางแผนจะแปรรูปมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่หลากหลาย ได้แก่ มะม่วงอบแห้ง น้ำมะม่วง มะม่วงแช่อิ่ม ซึ่งมีตลาดที่พร้อมจะรับผลิตภัณฑ์ไปวางจำหน่ายแต่ ทางกลุ่มยังไม่มี องค์ความรู้ในการผลิตตามมาตรฐานการเพื่อส่งออก (2.2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Premium Package ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ สีทองของกลุ่มได้จัดทำบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Premium Package ซึ่งเป็นกล่องกระดาษหนา สีแดง ห่อโฟม ติด QR Code รัดริบบิ้นสีแดงบนผลมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองปริมาณ 9-12 ลูก น้ำหนักรวม 5 กิโลกรัม ราคา 599 บาท และ Special Package บรรจุมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ลงกล่องสีน้ำตาลรักษ์โลก สวมโฟมกันกระแทก ปริมาณ 9-12 ลูก น้ำหนักรวม 5 กก. ราคา 499.-บาท และในอนาคตมีแผนจะประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีนวัตกรรมจาก AIC และ สถาบันการศึกษามาพัฒนาและคงคุณภาพของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองให้ดีที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค
8 8.1.3 ปลายทาง (1) การประชาสัมพันธ์มะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มฯ โดยเข้ากิจกรรมเกษตรกรพบ ผู้ประกอบการ ของจังหวัดพิษณุโลก ที่มีหลายหน่วยงานจัดกิจกรรมขึ้น โดยทางกลุ่มวางแผนและกำหนดเป้าหมาย ว่า ในปี 2566 จะต้องนำผลผลิตของกลุ่มวางจำหน่ายในห้าง Big C Makro The Malls และจะเพิ่มการจำหน่าย ผลผลิตผ่านตลอดออนไลน์ให้มากขึ้นด้วย (2) การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย โดยเน้นการทำ MOU กับผู้ประกอบการรับซื้อ ผลผลิตทุกราย เพื่อสร้างหลักประกันผลผลิตที่จะจำหน่าย อาทิ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ทางกลุ่มฯ ได้ลงนาม บันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับ Makro ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก โดยมีพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก และ เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน (3) การประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคมะม่วงน้ำดอกไม้ในตลาด ต่างประเทศ ประธานกลุ่มฯ ทราบว่าตลาดหลักมะม่วงน้ำดอกไม้ไทยอีกประเทศที่น่าจับตามอง คือ ประเทศเกาหลี และทราบว่าตลาดเกาหลีชอบมะม่วงน้ำดอกไม้สุกที่บ่มสุกเมื่อแก่จัดมากกว่ามะม่วงที่นำเข้าในปัจจุบัน ทำให้ทาง กลุ่มต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่แก่จัด พร้อมต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพ รสชาติของผลผลิต ให้ถูกต้อง พร้อมสอบถามความต้องการของตลาดให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้รับซื้อพึงพอใจต่อผลผลิตมากที่สุด 8.2) Circular Economy (Zero Waste) 8.2.1 ต้นทาง ทางกลุ่มฯ วางระบบการจัดการวัสดุเหลือใช้จากการผลิต ในปี 2566 จะนำ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ใบ กิ่งมะม่วงขนาดเล็กผลิตปุ๋ยหมัก กิ่งมะม่วงขนาดใหญ่นำมาเผาทำน้ำส้มควัน ไม้ เพาะเห็ดม่วง ผลมะม่วงร่วงหล่นเสียนำไปทำน้ำหมัก และถ่านไบโอชาร์ 8.2.2 กลางทาง ทางกลุ่มยังไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับการนำเนื้อไม้ไปแกะสลัก เปลือกไม้ทำสี ย้อมผ้าได้สีเขียว ใบไม้และเมล็ดทำยารักษาโรคท้องอืดท้องเสีย สมานแผน หรือนำผลการศึกษาวิจัยการนำเศษวัสดุ เหลือใช้มาสร้างรายได้เพิ่ม หรือการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อต่อยอดในอุตสาหกรรมทางเลือกมาทดลองใช้ ภายในกลุ่มฯ 8.2.3 ปลายทาง ทางกลุ่มยังไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์ จากวัสดุธรรมชาติ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมมะม่วงแปรรูป หรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ 8.3) Green Economy (ความสมดุลและยั่งยืน) 8.3.1 ต้นทาง (1) การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและ เพียงพอด้วย IOT โดยมี ม.นเรศวรมาสนับสนุนติดตั้งเครื่องวัดความชื้น เพื่อให้ใช้น้ำอย่างเหมาะสมเกิดประสิทธิภาพ สูงสุด (2) การกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีธรรมชาติกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้รับการรับรองขบวนการผลิตมะม่วงปลอดภัยจากกรมวิชาการเกษตร ด้วยมาตรฐาน GAP (3) การลดการใช้สารเคมี โดยใช้วิธีการแบบผสมผสาน 8.3.2 กลางทาง ทางกลุ่มมีความต้องการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานสะอาดใน กระบวนการผลิตมะม่วงแปรรูป อาทิ มะม่วงอบแห้ง แต่ยังขาดองค์ความรู้ และอุปกรณ์ในการผลิต ซึ่งทางกลุ่มฯ ยังไม่มีเงินลงทุน 8.3.3 ปลายทาง (1)การประชาสัมพันธ์การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ ต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผลผลิตของกลุ่ม (2) การบูรณาการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับ หน่วยงานอื่นๆ ในระดับจังหวัด ทางกลุ่มยังไม่มีการวางแผนเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
9 5. ปัจจัยความสำเร็จของการดำเนินงานของกลุ่ม 5.1 ประธานกลุ่มมีศักยภาพของการเป็นผู้นำที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนากลุ่มให้บรรลุเป้าหมาย รวม ใฝ่หาความรู้พัฒนาตนเองและสมาชิก มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม มีมนุสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับเพื่อนเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคีต่าง ๆ 5.2 สมาชิกกลุ่มมีความสามัคคีส่วนใหญ่มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ ที่จะสนับสนุนการพัฒนาการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้คุณภาพ 5.3 การได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ทั้งด้วยการเสาะแสวงหาหนทางด้วยตนเอง และการผลักดันของ หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ 5.3.1 การเสาะแสวงหาหนทางด้วยตนเอง ประธานกลุ่มใฝ่หาความรู้ โดยเข้าร่วมรับการอบรม ในหลักสูตรเกี่ยวกับการผลิตมะม่วงคุณภาพ การแปรรูป การจำหน่ายออนไลน์ และจะนำมา Coaching ให้กับ สมาชิกที่เห็นว่ามีศักยภาพการเป็นผู้นำในรูปแบบการสร้างคู่แฝด และให้เกษตรกรสมาชิกที่สูงวัยและเกษตรกร รุ่นใหม่จับคู่แฝดถ่ายทอดความรู้ที่ตนเองมีให้แก่กันและกัน 5.3.2 การผลักดันของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มีหลายหน่วยงานทั้งในสังกัด กษ. สังกัดกระทรวง พาณิชย์สถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราขภัฎพิบูลสงคราม ร่วมสนับสนุนช่วยเหลือ หรือการเข้าร่วมขับเคลื่อนงานร่วมกับองค์กรอื่นๆเกี่ยวกับการผลิตมะม่วงคุณภาพ การเพิ่มประสิทธิภาพและ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิต การพัฒนาการผลิตในรูปแบบ Smart Farm Ffpประยุกต์ใช้ IOT ในการ จัดการน้ำในแปลงที่มีสร้างระบบควบคุมน้ำ ระบบวัดความชื้น ที่สามารถควบคุมได้ด้วย SmartPhone/โดมทดลอง ป้องกันเรื่องฝน แอนแทรกโนส เชื้อรา แต่มีโรคเกิดขึ้นจากความร้อนสูง ต้นไม่โต ทดสอบแล้วไม่เหมาะ/การศึกษา การลดต้นทุนการผลิต การแปรรูป การจัดงาน Mango Fest ที่ห้างสรรพสินค้าCentral Phitsanulok ฯลฯ 5.4 การมองเป้าหมายร่วมกันของสมาชิกกลุ่ม ในเรื่องการผลิตมะม่วงคุณภาพตามความต้องการ ของตลาด เน้นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ 6. ต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิต โดยภาพรวมของสมาชิกกลุ่มฯ 6.1 ต้นทุนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เฉลี่ยของสมาชิกส่วนใหญ่ อยู่ระหว่าง 9,000 - 12,000 บาท/ไร่/ปี ซึ่งต้นทุนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของเกษตรกรสมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่ใกล้เคียงกันทุกแปลง อาจมีความแตกต่างกันบ้าง ตามสภาพพื้นที่ สภาพอากาศ ช่วงเวลาการดูแล รวมถึงเทคนิคและวิธีการดูแลรักษา ทั้งนี้เนื่องจากสมาชิกกลุ่มทุกราย ผ่านการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตมะม่วงคุณภาพ ทำให้มีรูปแบบการผลิตที่จะทำให้คุณภาพ มะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มมีคุณภาพเดียวกัน เพราะสมาชิกกลุ่มทุกรายเน้นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ 6.2 ราคาที่เกษตรกรขายได้ปี 2565 เทียบกับปี 2563 - 2564 1) ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เกรดส่งออก หน่วย : บาท/กิโลกรัม ปีการผลิต เกรด A เฉลี่ย เกรดคละเฉลี่ย ปี 2563 80 - 100 60-70 ปี 2564 25 10-15 ปี 2565 80-100 (ม.ค.) 70 (ก.พ.) 35 (มี.ค.) 25-30 (ต้น เม.ย.) 50-60 (ม.ค.) 50 (ก.พ.) 25 (มี.ค.) 12-20 (ต้น เม.ย.) ราคาเฉลี่ย 3 ปี 60 35 ที่มา : จากการสำรวจ (มีนาคม 2565)
10 2) ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จำหน่ายในประเทศ หน่วย : บาท/กิโลกรัม ปีการผลิต เกรด A เฉลี่ย เกรดคละเฉลี่ย ปี 2563 30-35 20-25 ปี 2564 25-30 5-15 ปี 2565 35-45 15-25 ราคาเฉลี่ย 3 ปี 30 20 ที่มา : จากการสำรวจ (มีนาคม 2565) 3) ผลตอบแทนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพวังน้ำบ่อฯ ในปี 2565 จากเนื้อที่ให้ผล 692 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 700 - 800 กิโลกรัม/ไร่ ปริมาณผลผลิตรวมในปี 2565 ประมาณ 400 ตัน แบ่งเป็นผลผลิตเกรดส่งออก ประมาณ 50 ตัน ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ย 45 บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทน ที่ได้รับ 2.25 ล้านบาท และผลผลิตที่จำหน่ายภายในประเทศ ประมาณ 350 ตัน ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ย 25บาท/กิโลกรัม ผลตอบแทนที่ได้รับ 8.75 ล้านบาท ดังนั้น จึงประมาณการผลตอบแทนจากการจำหน่ายมะม่วง น้ำดอกไม้สีทองของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพวังน้ำบ่อฯ เท่ากับ 11 ล้านบาท/ปี 4) ต้นทุนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่ม ในปี 2565 ต้นทุนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้เฉลี่ยของ สมาชิกอยู่ระหว่าง 9,000 - 12,000 บาท/ไร่/ปี มีเนื้อที่ให้ผล 692 ไร่ พบว่า กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพวังน้ำบ่อฯ จะมีต้นทุนการผลิตประมาณ 6.23 - 8.30 ล้านบาท/ปี 5) ผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) ของกลุ่มฯ ในปี 2565 จากผลตอบแทนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ สีทอง และต้นทุนการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มฯ ในปี 2565 ทำให้ทราบว่า กลุ่มฯ ได้รับผลตอบแทนสุทธิ ประมาณ 2.77-4.77 ล้านบาท/ปี 6) แหล่งจำหน่าย และวิถีตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้ของกลุ่มฯ ผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของ กลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ตำบลไทรย้อย อำเภอเนินประปราง จังหวัดพิษณุโลก ประมาณร้อยละ 87.5 จำหน่ายภายในประเทศ จำหน่ายผ่านกรมการค้าภายใน จำหน่ายเองผ่านระบบออนไลน์ และจำหน่ายให้กับล้งรับ ซื้อ ที่เหลืออีกร้อยละ 12.5 ส่งออกไปยังต่างประเทศผ่านผู้ประกอบการส่งออกรายย่อย และบริษัทส่งออก ได้แก่ บริษัททานิยาม่า สยาม จำกัด บริษัทสวิฟท์ จำกัด บริษัทภัชสุดา จำกัด และบริษัท NSD จำกัด ฯลฯ พิจารณาจาก ภาพที่ 1 ภาพที่ 1 วิถีตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองของกลุ่มผลิตมะม่วงคุณภาพบ้านวังน้ำบ่อ ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ปี 2565 ที่มา : จากการสำรวจ (มีนาคม 2565) ผลผลิต มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ของกลุ่มฯ รวมทั้งสิ้น 400 ตัน (100 %) ผู้ประกอบการส่งออก ต่างประเทศ 50 ตัน (ญี่ปุ่น เกาหลี) (12.5%) จำหน่าย ภายในประเทศ 350 ตัน (87.5 %) กรมการค้าภายใน 30 ตัน (8.57%) ช่องทางออนไลน์ 15 ตัน (4.29%) ล้ง จ.พิจิตร 305 ตัน (87.14 %) ผู้บริโภค ต่างประเทศ ผู้บริโภค ภายในประเทศ
11 7. การวางแผนด้านการขับเคลื่อนดำเนินงานในอนาคต ทั้งของกลุ่ม และของตนเอง 7.1 การวางแผนเพื่อพัฒนา และขยายผลของกลุ่มตนเอง การแสวงหาองค์ความรู้เกี่ยวกับแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อสร้างหลากหลายความรู้ เกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของผลตำหนิมะม่วงน้ำดอกไม้ตามเกณฑ์การส่งออกกลยุทธ์การตลาดสำหรับการขาย ออนไลน์ การสร้างคู่แฝดให้เกิดขึ้นหลายๆคู่ในกลุ่ม เพื่อถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน 7.2 การวางแผนเพื่อพัฒนากลุ่มผู้ผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในระดับพื้นที่ 7.2.1) ระดับจังหวัด สมาชิกกลุ่มต้องมีความซื่อสัตย์ในการดูแลผลผลิตทุกแปลงเน้นผลิตเพื่อการ ส่งออก แม้ว่าในช่วง covid ผลผลิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นจำหน่ายตลาดในประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังวางแผนที่ จะพัฒนาสมาชิกกลุ่มให้สามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านการผลิตมะม่วงคุณภาพให้กับเกษตรกรในแหล่งผลิตอื่นๆ ภายในจังหวัด เพื่อสนับสนุนการเกษตรในรูป sharing Economy 7.2.2) ระดับภาคเหนือ และระดับประเทศ ประธานกลุ่มฯ ได้เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายระดับภาค และระดับประเทศ โดยการหารือพูดคุยปรึกษา สนับสนุน แก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนการ ผลิต การตลาดร่วมกัน 7.3 การวางแผนด้านการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ประธานกลุ่มฯ สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรสมาชิกผลิตโดยเน้นพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น 8. ความต้องการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาคี 8.1 หน่วยงานภาครัฐทั้งในและต่างประเทศ ช่วยประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในการจัดการประชุม จัดสัมมนา เพื่อนำเสนอผลผลิตสินค้าเกษตรไทยให้ขาวต่างชาติได้รู้จัก ได้ลิ้มรสความอร่อยของผลไม้คุณภาพของประเทศไทย 8.2 หน่วยงานภาครัฐควรส่งเสริม GAP ควรควบคู่ไปกับ GMP 8.3หน่วยงานภาครัฐควรวางแผนดำเนินโครงการผลักดันให้หน่วยงานภาคเอกชนช่วยเหลือสนับสนุนด้าน การตลาดผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด 8.4 หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และหน่วยงานภาคี อาทิ โรงแรม สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ ควรช่วยอุดหนุนผลผลิตในช่วงฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน ที่ผลผลิตออกกระจุกตัว ในรูปแบบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขาย อาทิการจัดเมนู Welcome Drink ของโรงแรม การเปิดตลาด ออนไลน์ให้กลุ่มเกษตรกรนำสินค้าเกษตรคุณภาพมาจำหน่ายตลอดช่วงฤดูกาล การทำละคร หนังสือ บทความ Story เพื่อสร้างแรงดึงดูดใจและกระตุ้น Demand สินค้า 8.5 สถาบันการศึกษาควรนำผลการศึกษาวิจัย พัฒนา ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาด มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่แปลงใหญ่ หรือแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัด 9. ข้อเสนอแนะในมุมมองของผู้นำกลุ่ม และกลุ่มต้นแบบ เพื่อพัฒนาภาคการผลิต การตลาดมะม่วงน้ำดอกไม้สี ทองของประเทศไทย และจังหวัดพิษณุโลก เน้นให้ธุรกิจอยู่ได้ เกษตรกรอยู่รอด 9.1 คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรจังหวัดพิษณุโลก (คพจ.) ควรเพิ่มแนวทางการบูรณาการแก้ไขปัญหาด้านการบริหารจัดการผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดพิษณุโลก ปี 2565 นอกเหนือจากการกำหนดมาตรการรณรงค์และตรวจสอบผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยวโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับ พื้นที่ และการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรในช่วงสถานการณ์ราคาตกต่ำ ดังนี้ 9.2 ควรใช้กลไกของคณะทำงาน Demand Side ภายใต้คำสั่งของ อพก.พิษณุโลก จัดทำข้อมูลสมดุล สินค้า Demand Supply โดยเชิญผู้ประกอบภาคเอกชน สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล เพื่อสะท้อนข้อมูลจริง และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในด้านการวางแผนบริหารจัดการผลผลิต 9.3 ควรเร่งกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาOver Supply ด้วยการส่งผลผลิตออกไปจำหน่ายนอกแหล่งผลิต ในช่วงปลายเดือนมีนาคม - เมษายน 2565 ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก
12 9.4 ควรผลักดัน ส่งเสริม และสนับสนุนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบริหารจัดการผลผลิตทั้งระบบด้วย BCG Value Chain ได้แก่ การผลิตในรูปแบบ GAP การประสานเชื่อมโยงกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ให้ทราบถึงปริมาณ ความต้องการชัดเจน เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตมะม่วงนอกฤดูได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ฯลฯ 9.5 ควรเร่งแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิ์ของพื้นที่ที่มีแผนจัดตั้งโรงคัดบรรจุผลผลิต GMP / การเก็บเกี่ยว ผลผลิตเมื่อครบอายุเพื่อลดปัญหามะม่วงด้อยคุณภาพ(เก็บเกี่ยวก่อนกำหนด) ที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความยั่งยืนของตลาดทั้งในและต่างประเทศ 9.6 ควรกำหนดแผนกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตให้มีความถูกต้อง แม่นยำ และชัดเจน เน้นคัด ผลผลิตคุณภาพดี และการส่งมอบผลผลิตให้ตรงเวลา เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภค …………………………………………