The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสืออิเล็กท - for merge

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pun Jai, 2024-02-06 02:03:42

หนังสืออิเล็กท - for merge

หนังสืออิเล็กท - for merge

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ อวกาศ ผ ู จ ้ ดัทำ ปวร ี์ แซ่วอ ื่ม 2 เลขท ี่17 โรงเรียนกัลยำณิวัฒนำ ๑


ค าน า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชาเทด โนโลยเพื่อการพัฒนาชั้นมัธยมศึกษาปีที่๒เพื่อใช้ในด้าน การเรียนการสอน และการศึกษาค้นคว้าในเรื่องที่ตนเอง สนใจ และเป๊ นการฝึกปฎิบัติการใช้คอมพิวเตอร์ในการ ท างานด้านต่างๆอีกด้าวหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ส าหรับท่านที่สนใ


การส ารวจอวกาศ คือการใช้วิทยาการด้านดาราศาสตร์และอวกาศเพื่อส ารวจ และศึกษาห้วงอวกาศภายนอก[1] การศึกษาอวกาศในทางกายภาพสามารถท าได้ ท้งัโดยยานอวกาศที่ควบคุมโดยมนุษย์หรือโดยหุ่นยนต ์ การเฝ้ าสงัเกตการณ ์ วตัถุทอ ้ งฟ้ า หร ื อที่เรียกวา่วิชาดาราศาสตร์ไดก ้ ระทา กนั มานานดงัปรากฏในบนัท ึ กประวตัิศาสตร ์ ทวา่การใชจ ้ รวดเช้ื อเพลิงเหลวขนาด ใหญ่ที่เริ่มข้ึ นในช่วงตน ้ คริสตศ ์ ตวรรษที่20 ท าให้การส ารวจอวกาศในทาง กายภาพมีความเป็ นจริงเป็ นจงัมากข้ึ น ความกา ้ วหนา ้ในการสา รวจอวกาศเป็ นผล จากงานวิจยัทางวิทยาศาสตร ์ ที่ล้า ยคุรวมถ ึ งการร่วมม ื อระหวา่งประเทศเพ ื่อความ อยรู่อดในอนาคตของมนุษยช ์ าติขณะเดียวกนักเ ็ป็ นการสร ้ างประโยชน ์ในทาง ทหารหร ื อทางกลยทุธท ์ ี่เหน ื อกวา่ ประเทศอ ื่นๆ ในบางคร้ังจ ึ งมีการวพิากษว ์ิจารณ ์ ถึงประโยชน์ของการสา รวจอวกาศโดยเฉพาะอยา่งยงิ่ในประเดน ็ เร ื่องค่าใชจ ้่าย และความปลอดภัย ประวัติความเป็นมาของอวกาศ


คร้ังหน่ึ งการสา รวจอวกาศเป็ นประเดน ็ การแข่งขนัที่สา คญัระหวา่งข้วัอา นาจเช่น ในระหวา่งสงครามเย็น การสา รวจอวกาศยคุใหม่ช่วงแรกเป็ นการแขง่ขนักนั ระหวา่งสหภาพโซเวียตกบั สหรัฐอเมริกา ไดแ ้ ก่การส่งยานที่สร ้ างดว ้ ยมนุษย ์ ออกไปโคจรรอบโลกไดเ ้ป็ นคร้ังแรกในดาวเทียมสปุตนิก 1 ของสหภาพโซเวียต เมื่อ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 และการพิชิตดวงจันทร์เป็ นคร้ังแรกของยานอพอล โล 11 ของสหรัฐอเมริกาเมื่อ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 โดยมากโครงการ ส ารวจอวกาศของโซเวยีตจะสามารถบรรลุเป้ าหมายเป็ นคร้ังแรกไดก ้่อน ภายใต ้ การน าของ Sergey Korolyov และ Kerim Kerimov เช่นการส่ง นกับินอวกาศออกไปนอกโลกไดเ ้ป็ นคร้ังแรกใน ค.ศ. 1961 (ยูริ กาการิน เป็ น นักบินอวกาศคนแรกของโลก)การออกเดินในอวกาศคร้ังแรกใน ค.ศ. 1965 (อเลก ็ ซีเลโอนอฟ)และการส่งสถานีอวกาศแห่งแรก (สถานีอวกาศซัลยูต 1) ใน ปีค.ศ. 1971 อยา่งไรกด ็ีวตัถุชิ้นแรกที่สร ้ างโดย มนุษยแ ์ ละออกไปถ ึ งระดบัอวกาศเป็ นคร้ังแรกค ื อ


จรวด V2 ของนาซีเยอรมนีที่ใชใ้ นช่วงแรกๆ ของฅ ยานอวกาศ (อังกฤษ: spacecraft) คือยานพาหนะ ยานหรือเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อบินไป ในอวกาศ ยานอวกาศถูกน ามาใช้ส าหรับวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย รวมถึงการสื่อสารโทรคมนาคม การสังเกตโลกการอุตุนิยมวทิยาการนา ทางการสา รวจดาวเคราะห์และการขนส่งมนุษยแ์ละสินคา้ 1,369,956,695.96 ชื่อหุน้ยนต์นาย รอสลีหะยมีะเกะในการบินในอวกาศแบบวงโคจรยอ่ย ยานอวกาศเขา้สู่อวกาศดา้นนอกจากน้นัก็กลบัมายงัพ้ืนผวิโลกโดยไม่ไดข้้ึนไปสู่วงโคจรหลกั.แต่ ส าหรับการบินในอวกาศแบบวงโคจรหลัก (อังกฤษ: orbital spaceflight236569 ยาน อวกาศเขา้สู่วงโคจรปิดรอบโลกหรือรอบวตัถุนอกโลกหรือดวงดาวอื่นๆ ยานอวกาศที่ใชส้า หรับการ บินของมนุษยจ์ะบรรทุกลูกเรือหรือผูโ้ดยสารบนยานจากจุดเริ่มตน้หรือสถานีอวกาศในวงโคจรเท่าน้นั ในขณะที่ยานที่ใชส้า หรับภารกิจหุ่นยนตอ์วกาศจะทา งานดว้ยตนเองหรือจากระยะไกลอยา่งใดอยา่ง หน่ึงยานอวกาศหุ่นยนตค์นพฒันาแรงดนั ในการดูดซึมน้า 13659 ที่ใช้เพื่อสนับสนุนการวิจัยทาง วทิยาศาสตร์เป็นยานสา รวจอวกาศยานอวกาศหุ่นยนตท์ ี่ยงัคงอยใู่นวงโคจรรอบโลกเป็นดาวเทียม มี เพียงยานสา รวจระหวา่งดวงดาวไม่กี่ลา เช่นไพโอเนียร์239 และ 25 Voyager 29 และ 20 และ New Horizons ที่ปัจจุบนัยงัอยใู่นวงโคจรที่หลุดออกจากระบบสุริยะของเรายานอวกาศ ที่อยใู่นวงโคจรอาจจะสามารถกูว้งเงินสินเชื่อคืนไดแ้ต่บางทีก็ไม่ได.้โดยวธิีการยอ้นกลบัไปยงัโลก พวกมนัอาจจะถูกแบ่งออกเป็นแคปซูลที่ไม่มีปีกหรือเครี่องบินอวกาศที่มีปีก พฒันาการมีปีกแขง็ข้ึน


56% ปัจจุบนัมนุษยไ์ดป้ระสบความสา เร็จในการบินในอวกาศแต่มีเพียงยสี่ิบสี่ประเทศเท่าน้นัที่มี เทคโนโลยอีวกาศเช่น รัสเซีย (Roscosmos, กองกา ลงัอวกาศรัสเซีย), สหรัฐอเมริกา (นาซ่า, กองทัพอากาศสหรัฐและอีกหลายบริษัทการบินอวกาศเชิงพาณิชย์), รัฐสมาชิกขององค์การอวกาศ ยุโรป, สาธารณรัฐประชาชนจีน (องคก์ารบริหารอทวกาศแห่งชาติจีน), ญี่ปุ่ น (ส านักงานส ารวจอวกา นิกเป็ นดาวเทียมดวงแรก มนัถูกส่งข้ึ นวงโคจรต่า รูปไข่โดยสหภาพโซเวียตหร ื อ ตอนน้ีค ื อรัสเซียเม ื่อวนัที่4 ตุลาคม 1957 การเปิดตวัคร้ังน้นันา ไปสู่การพฒันา ใหม่ทางการเม ื อง, การทหาร, เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ในขณะที่การเปิ ดตัว ของสปุตนิกเป็ นเหตุการณ ์ เดียวแต่กเ ็ป็ นจุดเริ่มตน ้ ของยคุอวกาศ [1][2] นอกเหน ื อจากมูลค่าของมนั ในฐานะที่เป็ นเทคโนโลยแีรก สปุตนิก ยงัช่วย ในการระบุความหนาแน่นของช้นับรรยากาศดา ้ นบน (อังกฤษ: upper atmospheric layers' density) ผา่นการวดัการเปลี่ยนแปลงของ วงโคจรของดาวเทียม นอกจากน้ียงัใหข ้ อ ้ มูลเกี่ยวกบัการกระจายสญัญาณวิทยใุน ไอโอโนสเฟี ยส์ ไนโตรเจนแรงดันสูงในตัวยานของดาวเทียมที่ผิดพลาดได้ให้ โอกาสแรกสา หรับการตรวจสอบสะเกด ็ ดาวถา ้สะเกด ็ ดาวทะลุเปล ื อกนอกของ ดาวเทียมกจ ็ ะถูกตรวจพบโดยขอ ้ มูลอุณหภูมิจะถูกส่งกลบัไปยงัโลก [ต้องการอ้างอิง] สปุ


ตนิก 1 ถูกเปิดตวัในช่วงปีฟิสิกส ์ สากลจาก สถานีเลขที่1/5 ที่ Tyuratam range ที่ 5 ใน Kazakh SSR (ตอนน้ีเป็ นBaikonur คอสโม โดรม) ดาวเทียมได้เดินทางที่ 29,000 กิโลเมตร(18,000 ไมล)์ ต่อชวั่โมง ใช้เวลา 96.2 นาทีเพ ื่อใหค ้ รบรอบวงโคจรและปล่อยสญัญาณวิทยทุี่ 20.005 และ 40.002 MHz ในขณะที่สปุตนิก 1 เป็ นยานอวกาศที่มีมนุษย์ล าแรกที่โคจรรอบโลก, วตัถุที่มนุษยส์ร้างข้ึนอื่นๆก่อน หนา้น้ีไดข้้ึนมาถึงที่ระดบัความสูง 100 กิโลเมตรซ่ึงเป็นความสูงที่กา หนดโดยองคก์ารระหวา่ง ประเทศคือ Fédération Aéronautique Internationale เพื่อนบัวา่เป็นการบิน ในอวกาศระดบัความสูงน้ีเรียกวา่ Kármán line โดยเฉพาะในปี 1940s มีการเปิ ดตัวเพื่อ การทดสอบหลายคร้ังของจรวด V-2 บางเครื่องในจา นวนน้นัข้ึนสู่ระดบัความสูงกวา่ 100 กม ดูเพิ่มเติม:รายช ื่อของยานอวกาศที่มีมนุษยแ ์ ละการบินในอวกาศของมนุษย ์ ยานอวกาศล าแรก, Vostok 1


ณ ปี 2011, มีเพียงสามประเทศเท่าน้นัที่ทา การบินดว ้ ยยานอวกาศที่มี มนุษย ์ไดแ ้ ก่USSR/รัสเซีย, สหรัฐอเมริกาและจีน. อินเดีย, ญี่ปุ่ น, ยุโรป/ อีเอสเอ, อิหร่าน, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ, เดนมาร ์ กและโรมาเนียมีแค่แผน ส าหรับยานอวกาศที่มีมนุษย์ (จรวด suborbital ที่มีมนุษย์) ยานอวกาศที่มีมนุษย์ล าแรกคือ Vostok 1 ซึ่งบรรทุกนักบินอวกาศโซ เวียต ยรูิกาการิน ข้ึ นสู่อวกาศในปี1961 และบินรอบโลกสา เร ็ จยงัมีภารกิจอ ื่น อีกหา ้ คร้ังที่ใช้ในยานอวกาศ Vostok ได้ ยานอวกาศล าที่สอง ชื่อ Freedom 7 ซ่ึ งสามารถเดินทางในวงโคจรยอ่ยในปี1961 เช่นกนั โดยบรรทุกนกับินอวกาศชาวอเมริกนัอลนัเชพเพิร ์ ทข้ึ นสู่ความสูงกวา่ 187 กิโลเมตร(116 ไมล)์ มีภารกิจอ ื่นอีกหา ้ คร้ังที่ใชย ้ านอวกาศ Mercury ยกเว้นกระสวยอวกาศ, ส่วนของยานอวกาศที่มีมนุษยท ์ ี่สามารถกคู้ื นได ้ เป็ นแ คปซูลอวกาศ สถานีอวกาศนานาชาติมีมนุษยป์ ระจา การต้งัแต่เดือนพฤศจิกายนปี2000 เป็ นการ ร่วมการงานระหวา่งรัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดาและประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ ยานอวกาศที่มีคนขับ Crew Dragon ของ SpaceX ที่ปัจจุบนั ใชง ้ านอยา่งเป็ นทางการเมื่อปี2020


Crew Dragon ของ SpaceX – หลังจากการทดสอบ Crew Demo 2 ส าเร็จ SpaceX เองกเ ็ป็ นบริษทัเอกชนเจา ้ แรกของสหรัฐอเมริกา ที่ สามารถนา นกับินอวกาศกลบัข้ึนสู่สถานีอวกาศนานาชาติได ้ หลงัจากที่นาซ่าจา ้ ง ทาง ROSCOSMOS (รัฐวสิาหกิจรอสคอสมอส) เพราะนาซ่าเองกป็ ลด ประจ าการกระสวยอวกาศในปี 2011 เป็ นเวลากวา่ 9 ปี SpaceX เองจัดเป็ นบริษัท ที่สามารถส่งมนุษยข ์้ึนไปบนสถานีอวกาศนานาชาติไดไ้ ม่พอยงัเป็ นบริษทัแรกที่นา แคปซูล มาใชซ ้้า นนั่คือ Crew Dragon Endeavour ในภารกิจ Crew Dragon Demo 2 และ Crew 2 เครื่องบินอวกาศ[แก]้ บทความหลัก: spaceplane ยานอวกาศโคลัมเบีย (อังกฤษ: Columbia orbiter) กา ลงัลงจอด ยานที่มีมนุษยบ์างลา ไดร้ับการออกแบบมาเฉพาะใหส้ามารถนา กลบัมาใชใ้หม่ได้และยาน เหล่าน้ีมกัจะเรียกวา่ spaceplanes ตวัอยา่งแรกของยานดงักล่าวคือ North X-15 ซึ่งท า


การบินที่มีมนุษยส์องเที่ยวบินที่ความสูงกวา่ 100 กิโลเมตรในปี1960 ยานอวกาศที่นา มาใชใ้หม่ ไดเ้ป็นคร้ังแรก, X-15, ถูกปล่อยบนอากาศในวถิีโคง้แบบ suborbital เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 1963 ยานอวกาศโคจรที่นา กลบัมาใชใ้หม่ไดเ้ป็นบางส่วนลา แรกเป็นแบบไม่ใช่แคปซูลและมีปี ก , กระสวยอวกาศ, ถูกส่งข้ึนโดยสหรัฐอเมริกาในวนัครบรอบปีที่20 ของการบินของ ยูริ กาการิน ใน วันที่ 12 เมษายน 1981 ระหวา่งยคุกระสวย, ยานแบบ orbiters 6 ลา ถูกสร้างข้ึน, ทุกล าท า การบินในช้นับรรยากาศและหา้ลา ในจา นวนน้นัทา การบินในอวกาศ.ยาน Enterprise ถูกใช้ เฉพาะการทดสอบการบินเข้าหาและการลงจอด, การปล่อยตวัจากทางดา้นหลงัของโบอิ้ง 747 SCA และการร่อนไปหลุมจอดที่เอด็เวิร์ดAFB แคลิฟอร์เนีย. กระสวยอวกาศล าแรกที่ได้บินไป ในอวกาศคือยานโคลัมเบียตามด้วยชาเลน เจอร์, Discovery, Atlantis และ Endeavour. Endeavour ถูกสร้างข้ึนเพื่อ แทนที่ชาเลนเจอร์เมื่อมันหายไปในเดือนมกราคมปี 1986 โคลมัเบียระเบิดข้ึนในระหวางการบิน ่ กลับในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 ยานอวกาศที่นา กลบัมาใชใ้ หม่ไดบ ้ างส่วนโดยอตัโนมตัิเป็ นลา แรกคือ Buran (พายหุิมะ)ถูกส่งข้ึนไปโดยสหภาพโซเวยีตเมื่อวนัที่15 พฤศจิกายน 1988 แมว ้ า่มนั จะทา การบินเพียงคร้ังเดียว spaceplane แบบน้ีถูกออกแบบมาสา หรับลูกเรือหน่ึง คนและคลา ้ ยกนัมากกบักระสวยอวกาศของสหรัฐถึงแมว ้ า่เครื่องเพิ่มกา ลงัช่วง Dropoff จะใชต ้ วัขบัเคลื่อนเป็ นของเหลวและเครื่องยนตห ์ ลกัของมนัติดต้งัอยทู่ ี่ฐานของบริเวณ ที่น่าจะเป็ นถงัเช้ือเพลิงภายนอกในกระสวยของอเมริกาการขาดเงินทุน, ความยงุ่ยากจาก การสลายตวัของสหภาพโซเวยีตที่ขดัขวางมนัไม่ใหท ้ า การบินอีกต่อไป กระสวยอวกาศ ไดร ้ับการแกไ้ ขเรื่อยมาเพื่อใหต ้ วัมนัเองสามารถกลบัเขา ้ประจา การในกรณีที่มีความจา เป็ น ต่อวสิัยทศันส ์ า หรับการสา รวจอวกาศกระสวยอวกาศไดเ ้ กษียณอายใุนปี2011 สาเหตุหลักมาจากอายุมากและค่าใชจ ้่ายของโครงการที่สูงถึงกวา่พนัลา ้ นดอลลาร ์ ต่อ


เที่ยวบิน. บทบาทการขนส่งมนุษยข ์ องกระสวยจะถูกแทนที่โดยยานสา รวจลูกเรือ (อังกฤษ: Crew Exploration Vehicle (CEV)) ที่นา กลบัมาใชใ้ หม่ บางส่วนไม่เกินปี2014. บทบาทของการขนส่งสินคา ้ หนกัของกระสวยจะถูกแทนที่ดว ้ ย จรวดใชแ ้ ลว ้ ทิ้งเช่น Evolved Expendable Launch Vehicle (EELV) หรือ Shuttle Derived Launch Vehicle ยาน 'SpaceShipOne' ของบริษัท Scaled Composites เป็ น spaceplane แบบ suborbital ที่นา กลบัมาใชใ้ หม่ไดท ้ี่บรรทุกนกับิน ไมค ์ Melvill และไบรอัน Binnie ในเที่ยวบินต่อเนื่องในปี2004 เพื่อชนะรางวัล Ansari X Prize. บริษัทยานอวกาศจะสร้างทายาทของมันคือ สเปซชิป ทู(SpaceShipTwo) ขบวนของยาน สเปซชิปทูที่ด าเนินการโดย Virgin Galactic ควรเริ่มตน ้ ยานอวกาศเอกชนที่นา กลบัมาใชใ้ หม่ไดเ ้ พื่อขนส่งผโู้ ดยสาร จ่ายเงินในปี2014 ระบบการทา งานของยานอวกาศประกอบไปดว ้ ยระบบยอ่ยต่างๆมากมายข้ึนอยกู่บั ลกัษณะการปฏิบตัิการระบบยอ่ยประกอบดว ้ ย"bus" ของยานอวกาศและอาจรวมท้งั: ระบบกา หนดการวางตวัและการควบคุม (อังกฤษ: Attitude Determination and Control (ADAC หรือ ADC หรือ ACS)), ระบบนา ทางนา ร่องและ ควบคุม ({{lang-en|Guidance,Navigation and Control (GNC หรือ GN&C), ระบบการสื่อสาร (Comms), ระบบคา สั่งและจดัการ ข้อมูล (อังกฤษ: Command and Data Handling (CDH หรือ C&DH)), ระบบพลังงาน (EPS), ระบบควบคุมอุณหภูมิ (TCS), ระบบการ ขับเคลื่อน (อังกฤษ: Propulsion), และโครงสร ้ าง ส่วนที่ต่ออยกู่บับสัคือสัมภาระ (อังกฤษ: Payload)


การช่วยชีวิต ยานอวกาศที่มีไวส้ า หรับการบินในอวกาศของมนุษยย ์ งัตอ ้ งมีระบบช่วยชีวิตของ ลูกเรือ ตวัขบัดนัระบบควบคุมปฏิกิริยา (อังกฤษ: Reaction control system thrusters) ที่ด้านหน้าของ กระสวยอวกาศสหรัฐ การควบคุมการวางตัว ยานอวกาศตอ ้ งการระบบยอ่ยเพื่อควบคุมการวางตวัใหถ ู้กตอ ้ งในอวกาศและ ตอบสนองกบัแรงบิดและแรงอื่นๆภายนอกอยา่งเหมาะสม ระบบน้ี ประกอบด้วย เซ็นเซอร์และตัวบังคับ (อังกฤษ: actuator)ซ่ึงทา งานร่วมกบั ลา ดบัข้นัตอนที่แน่นอนซ่ึงใชใ้ นการควบคุม ระบบจะช่วยหนั ไปที่จุดที่เหมาะสม ส าหรับวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์, หันไปที่ดวงอาทิตย์เพื่อให้แสงอาทิตย์ตก กระทบกบัชุดของเซลลแ ์ สงอาทิตยเ ์ ตม ็ ที่หรือหนั ไปทางโลกเพื่อการสื่อสาร การน าทางน าร่องและควบคุม การนา ทางหมายถึงการคา นวณของคา สั่ง (มกัจะทา โดยระบบยอ่ย CDH) ที่ จ าเป็ นส าหรับคัดท้ายยานอวกาศไปในทิศทางที่ตอ ้ งการการนา ร่องหมายถึงการ กา หนดองคป์ ระกอบของวงโคจรหรือตา แหน่งของยานอวกาศการควบคุมหมายถึง การปรับเปลี่ยนเส้ นทางของยานอวกาศเพื่อที่จะตอบสนองความตอ ้ งการของภารกิจ.


ในภารกิจบางอยา่ง GNC และ ADC จะรวมกนัเป็ นหน่ึงระบบยอ่ยของยาน อวกาศ[ต้องการอ้างอิง] คา สั่งและการจัดการข้อมูล ระบบยอ่ย CDH รับคา สั่งจากระบบยอ่ยการสื่อสาร, ด าเนินการตรวจสอบและ การถอดรหสัของคา สั่ง, และการกระจายคา สั่งไปยงัระบบยอ่ยที่เหมาะสมและ ส่วนประกอบอื่นของยานอวกาศ. CDH ยังได้รับข้อมูลภายในและข้อมูล วทิยาศาสตร ์ จากระบบยอ่ยยานอวกาศและส่วนประกอบอื่น และเกบ ็ ขอ ้ มูลในรูป แพคเกจบนเครื่องบนัทึกขอ ้ มูลหรือการส่งไปยงัพ้ืนดินผา่นทางระบบยอ่ยการ สื่อสาร ฟังกช ์ นัอื่นๆของ CDH รวมถึงการบ ารุงรักษานาฬิกาและการตรวจสอบ สถานะภาพของสุขภาพของยานอวกาศ พลังงาน ยานอวกาศตอ ้ งผลิตพลงังานไฟฟ้ าและระบบยอ่ยเพื่อกระจายไฟฟ้ าเพื่อเปิดระบบ ยอ่ยต่างๆ. สา หรับยานอวกาศที่อยใู่กลด ้ วงอาทิตย ์ แผงเซลลแ ์ สงอาทิตยม ์ กัถูก น ามาใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า. ยานอวกาศที่ออกแบบมาเพื่อท างานในสถานที่ ห่างไกลมากข้ึนเช่นดาวพฤหสับดีอาจใชเ ้ ครื่องกา เนิดไฟฟ้าแบบ Radioisotope Thermoelectric (RTG). พลังงานไฟฟ้าจะถูก ส่งผา่นเครื่องปรับสภาพไฟฟ้ าก่อนที่จะผา่นหน่วยกระจายกา ลงัไปตามบสัไฟฟ้ าไป ยงัชิ้นส่วนยานอวกาศอื่นๆ โดยทวั่ ไปแบตเตอรี่จะมีการเชื่อมต่อไปที่บสัผา่นทางตวั ควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่, และแบตเตอรี่จะถูกใช้ในการให้พลังงานไฟฟ้าใน ช่วงเวลาเมื่อพลงังานหลกัไม่สามารถใชไ้ ดเ ้ ช่นเมื่อยานอวกาศอยใู่นวงโคจรต่า ของ โลก (LEO) และถูกโลกบดบัง ควบคุมความร้อน ยานอวกาศจะตอ ้ งไดร ้ับการออกแบบมาเพื่อทนต่อการขนส่งผา่นช้นับรรยากาศของ โลกและสภาพแวดล้อมในอวกาศ พวกมันจะต้องท างานในสูญญากาศที่มีอุณหภูมิที่


อาจเกิดข้ึนต้งัแต่ในหลายร ้ อยองศาเซลเซียสเช่นเดียวกบัที่(ถา ้ ตอ ้ งบินกลบั ) ใน พลาสมา.วสัดุดงักล่าวจึงจา เป็ นตอ ้ งมีคุณสมบตัิอยา่งใดอยา่งหน่ึงคือมีจุดหลอม ละลายที่อุณหภูมิสูงเช่นวสัดุที่มีความหนาแน่นต่า อยา่ง beryllium และแรง เสริมคาร์บอน-คาร์บอน(อังกฤษ: reinforced carbon-carbon), หรือ (อาจจะเป็ นเพราะความตอ ้ งการความหนาที่ลดลงแมจ ้ ะมีความหนาแน่นของ มนัจะมีสูง) ทงัสเตนหรือสารระเหยคาร ์ บอน/คาร ์ บอนถูกนา มาใช.้ ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บั รายละเอียดภารกิจ, ยานอวกาศอาจจา เป็ นตอ ้ งทา งานบนพ้ืนผวิของดาวเคราะห ์ อื่น. ระบบยอ่ยการควบคุมความร ้ อนสามารถเป็ นแบบพาสซีฟ, ข้ึนอยกู่บัการเลือกใช ้ วสัดุที่มีคุณสมบตัิการแผ่รังสีเฉพาะ.การควบคุมความร ้ อนที่จริงจงัจะใชป้ ระโยชน ์ จากเครื่องท าความร้อนไฟฟ้าและตัวกระตุ้น(อังกฤษ: actuators) บางอยา่ง เช่นบานเกลด ็ในการควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ ์ใหอ ้ ยใู่นช่วงใดช่วงหน่ึง การขับเคลื่อน ยานอวกาศอาจมีหรืออาจไม่มีระบบยอ่ยการขบัเคลื่อน, ข้ึนอยกู่บัวา่รายละเอียด ภารกิจจา เป็ นตอ ้ งมีการขบัเคลื่อนหรือไม่.ยานอวกาศ Swift เป็ นตวัอยา่งหน่ึง ของยานอวกาศที่ไม่มีระบบยอ่ยการขบัเคลื่อน.โดยปกติแมว ้ า่ยานอวกาศแบบวง โคจรต ่า (LEO) จะมีระบบยอ่ยการขบัเคลื่อนสา หรับการปรับระดบัความสูง (การปรับตา แหน่งโดยแรงตา ้ น (อังกฤษ: drag make-up maneuvers)) และการปรับตา แหน่งโดยการเอียง (อังกฤษ: inclination adjustment maneuvers) ระบบ ขบัเคลื่อนยงัเป็ นสิ่งจา เป็ นสา หรับยานอวกาศที่ดา เนินการปรับตา แหน่งการจดัการ โมเมนตัม (อังกฤษ: momentum management maneuvers) องคป์ ระกอบของระบบยอ่ยการขบัเคลื่อนทวั่ ไปจะรวมถึง เช้ือเพลิง, ถงัเกบ ็ , วาล์ว, ท่อ, และตัวขับดันหรือเครื่องยนต์จรวด. ระบบการ ควบคุมความร ้ อนจะมีการเชื่อมต่อกบัระบบยอ่ยการขบัเคลื่อนโดยการตรวจสอบ


อุณหภูมิของส่วนประกอบเหล่าน้นั , และโดยการใหค ้ วามร ้ อนล่วงหนา ้ กบัถงัและ ตัวขับดันเพื่อเตรียมการส าหรับการปรับต าแหน่งยานอวกาศ โครงสร้าง ยานอวกาศที่จะตอ ้ งไดร ้ับการออกแบบมาเพื่ออดทนต่อโหลดช่วงยกตวัที่แยกกนั ไม่ไดก ้ บัยานยกตวั, และตอ ้ งมีหน่ึงจุดของสิ่งที่แนบสา หรับทุกระบบยอ่ยอื่นๆ. ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บัรายละเอียดภารกิจ, ระบบยอ่ยของโครงสร ้ างอาจตอ ้ งทนต่อโหลดที่ แยกไม่ออกตอนเขา ้สู่บรรยากาศของดาวเคราะห ์ อื่นและลงจอดบนพ้ืนผวิของดาว เคราะห์อื่น น า้หนักบรรทุก ข้ึนอยกู่บัภารกิจของยานอวกาศและไดร ้ับพิจารณาวา่เป็ นส่วนหน่ึงของยานอวกาศ "ที่ตอ ้ งจ่าย". payloads ทวั่ ไปอาจรวมถึงเครื่องมือทางวิทยาศาสตร ์(เช่น กล้อง, กล้องโทรทรรศน์หรือเครื่องตรวจจับอนุภาค), สินค้า,หรือลูกเรือมนุษย์ ภาคพื้นดิน แมว ้ า่จะไม่ไดเ ้ป็ นส่วนหน่ึงในทางเทคนิคของยานอวกาศ, มนัมีความสา คญัต่อการ ทา งานของยานอวกาศองคป์ ระกอบทวั่ ไปของภาคพ้ืนดินที่ใชใ้ นระหวา่งการ ดา เนินงานปกติจะรวมถึงสิ่งอา นวยความสะดวกในการดา เนินภารกิจที่ทีมงานใน เที่ยวบินน้นัทา การ operate ยานอวกาศ, การประมวลผลและจดัเกบ ็ ขอ ้ มูล, สถานีภาคพ้ืนดินจะส่งสญัญาณและรับสัญญาณจากยานอวกาศและเสียงและ เครือข่ายสื่อสารขอ ้ มูลเพื่อเชื่อมต่อกบัทุกองคป์ ระกอบในภารกิจ [3] ยานพาหนะในการส่งขึ้น


ยานพาหนะในการส่งข้ึนจะขบัเคลื่อนยานอวกาศจากพ้ืนผวิโลกผา่นบรรยากาศและ เขา ้สู่วงโคจร, วงโคจรที่แน่นอนข้ึนอยกู่บัการกา หนดค่าการปฏิบตัิภารกิจ ยานพาหนะการส่งข้ึนอาจจะใชแ ้ ลว ้ ทิ้งหรือนา มาใชใ้ หม่ได ้ อวกาศ (Space) ค ื อ บริเวณทอี่ยู่นอกบรรยากาศของโลกออกไป ณ ทนี่ ้ันไม่มอีากาศ ไม่มี การกระเจิงของแสง เพราะไม่มโีมเลกลุของก๊าซใด ๆ เพื่อท าให้เกิดการกระเจิงของแสงได้ นอกจากนีใ้นอวกาศยงัเป็นสุญญากาศ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะมเีสียงดังแค่ไหน แต่เราก็ จะไม่ได้ยนิหากอยู่ในอวกาศ แมอ ้ วกาศจะเป็ นพ้ืนที่เวิง้วา ้ งแต่กไ็ ม่ไดห ้ มายความวา่มนัวา่งเปล่า เพราะในอวกาศมีสิ่งต่าง ๆ ลอยอยใู่นพ้ืนที่วา่งมากมายเช่น เศษฝ่นุละอองกลุ่มก ๊ าซ ดาวฤกษ ์ ดาวเคราะห ์ และ อวกาศที่ประกอบไปดว ้ ยเทหวตัถุเหล่าน้ีเองที่เราเรียกมนัวา่จกัรวาล(Universe) โดย


สิ่งที่ล่องลอยอยภู่ายในพ้ืนที่อนักวา ้ งใหญ่ของอวกาศ มีท้งัสิ่งที่เกิดข้ึนเองและสิ่งที่มนุษย ์ สร ้ างข้ึนและส่งออกไปเพื่อประโยชนใ์ นดา ้ นต่าง ๆ ซ่ึงไดแ ้ ก่ กล้องโทรทรรศน์อวกาศ (Space Telescopes) มนุษยส ์ ่งกลอ ้ งโทรทรรศนอ ์ วกาศข้ึนไปยงันอกช้นับรรยากาศโลกเพื่อทา การศึกษาสิ่งที่อยู่ ในห้วงอวกาศ โดยในปี ค.ศ. 1990 กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล (The Hubble Space Telescope) กไ็ ดถ ู้กส่งข้ึนไปเช่นกนัมนเป็ นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ ั สา คญัอยา่งหน่ึงต่อการศึกษาดาราศาสตร ์ เนื่องจากสามารถช่วยใหเ ้ ห ็ นสิ่งต่าง ๆ ในอวกาศ ในระยะไกลได ้โดยภาพไม่ถูกรบกวนจากช้นับรรยากาศ ซ่ึงทา ใหน ้ กัดาราศาสตร ์ คน ้ พบ ปรากฏการณ ์ สา คญัๆ มากมายจากกลอ ้ งตวัน้ีนอกจากน้ียงัมีกลอ ้ งโทรทรรศนต ์วอื่น ๆ ที่ถูก ั ส่งข้ึนไปนอกช้นับรรยากาศอีกเช่น กลอ ้ งรังสีแกมมาคอมป์ ตนั (Compton Gamma Ray Observatory) กล้องโทรทรรศน์อวกาศกาแล็กซี (Galaxy Evolution Explorer) กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิ ตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ยานส ารวจอวกาศ (Space probes) ยานลูน่า 1 เป็ นยานสา รวจอวกาศลา แรกที่ถูกส่งข้ึนไปโคจรผา่นดวงจนัทร ์โดยไม่มีมนุษย ์ ถูกส่งข้ึนไปดว ้ ย(หากเป็ นยานสา รวจอวกาศที่มีมนุษยข ์้ึนไปดว ้ ยเพื่อการเดินทางไปยงัดาว ดวงใดดวงหน่ึง เรียกวา่ spacecraft) มนัเป็ นยานอวกาศจากสหภาพโซเวยีต แต่ หลงัจากน้นักม ็ียานสา รวจอวกาศอีกหลายลา จากหลายประเทศถูกส่งตามข้ึนไปเพื่อสา รวจ ดาวเคราะห ์ และดวงจนัทร ์ ตลอดจนอวกาศที่ห่างไกลเช่น เวเนรา 4 (Venera 4) ซึ่ง


เป็ นยานอวกาศที่ถูกส่งไปลงบนดาวศุกร ์ หรือยานอวกาศแคสสินี(Cassini) ซ่ึงถูกส่งไป ส ารวจดาวเสาร์เป็ นล าแรก กระสวยอวกาศ (Space shuttle) กระสวยอวกาศเป็ นอุปกรณ ์ ที่ถูกพฒันาข้ึนมาเพื่อใหใ้ ชง ้ านซ้า ไดห ้ ลายคร้ัง ทดแทนจรวดที่ ไม่สามารถนา มาใชใ้ หม่ได ้โดยกระสวยอวกาศโคลมัเบียเป็ นกระสวยอวกาศลา แรกที่ได ้ บินข้ึนไปสู่หว ้ งอวกาศเมื่อวนัที่12 เมษายน ค.ศ. 1981 กระสวยอวกาศเปรียบเสมือน รถเคลื่อนยา ้ ยสิ่งของ เช่น การนา ดาวเทียมออกไปสู่วงโคจรนอกโลก หรือการขนส่งชิ้นส่วน ขนาดใหญ่บางอยา่งเพื่อนา ไปสร ้ างสถานีอวกาศนานาชาติ สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS) สถานีอวกาศนานาชาติเป็ นหอ ้ งทดลองอวกาศ ซ่ึงสร ้ างข้ึนเพื่อใชก ้ บังานทดลองและ งานวจิยัที่ไม่สามารถทดลองบนโลกได ้ เนื่องจากตอ ้ งการสภาวะที่มีแรงโนม ้ ถ่วงต่า ภายใน สถานีอวกาศประกอบด้วยห้องนอน 5 หอ ้ ง หอ ้ งน้า 2 หอ ้ ง หอ ้ งออกกา ลงักายและ หอ ้ งทดลองอีกหลายหอ ้ ง โดยเป็ นความร่วมมือกนัระหวา่งนาซ่าจากสหรัฐอเมริกาองคก ์ าร อวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย องค์การอวกาศแคนาดา องค์การส ารวจอวกาศญี่ปุ่ น และองค์การ อวกาศยุโรป


ดาวเทียม (Artificial Satellites) เป็ นอุปกรณ ์ ที่ถูกส่งออกไปจากโลกดว ้ ยกระสวยอวกาศ มนัจะโคจรรอบโลกและถูกใชใ้ น การสื่อสาร ส่งสัญญาณโทรศพัท ์ ตลอดจนสัญญาณโทรทศัน ์ นอกจากน้ีเรายงัใชด ้ าวเทียม ในการช่วยสังเกตสภาพอากาศ หรือสา รวจดาวเคราะห ์ ต่าง ๆ อีกดว ้ ย ดาวเทียมของไทยที่ถูก ส่งออกไปเป็ นดวงแรกไดร ้ับชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเดจ ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดชวา่ดาวเทียมไทยคม (THAICOM) ซึ่งมาจาก Thai Communications โดยถูกส่งข้ึนสู่วงโคจรเมื่อวนัที่17 ธันวาคม พ.ศ. 2536 เพื่อ ใช้ส าหรับการสื่อสารท้งัสัญญาณโทรทศัน ์ วทิยุและโทรศพัท ์ ดาวฤกษ์ (Star) ดาวฤกษ ์ คือดวงดาวที่ส่องสวา่งและสามารถเห ็ นไดช ้ ดัในเวลากลางคืน ดวงดาวเหล่าน้ีกค ็ือ กลุ่มกอ ้ นของก ๊ าซซ่ึงส่วนใหญ่เป็ นก ๊ าซไฮโดรเจนและฮีเลียม ที่หดตวัและมีการสะสมของ มวลมากพอจึงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร ์ฟิวชนั สร้างโฟตอนและความร้อน และกลายเป็ นดาว ฤกษใ์ นที่สุด ดาวฤกษท ์ ี่ใหญ่และใกลโ้ ลกที่สุดกค ็ือ ดวงอาทิตย ์ ดาวเคราะห์ (Planets) ดาวเคราะห ์ เป็ นเป็ นเทหวตัถุบนฟ้ าที่ไม่มีแสงสวา่งในตวัเอง มีวงโคจรรอบดวงอาทิตย ์ เป็ น วตัถุที่มีรูปร่างใกลเ ้ คียงทรงกลม ไม่ใช่ดาวเทียมหรือดวงจนัทร ์ และไม่มีเทหวตัถุอื่น ๆ โคจรในบริเวณเดียวกนั


ยักษ์แดง (Red giant) ดาวฤกษท ์ ี่มีการเผาไหมม ้ านบัพนัลา ้ นปีทา ใหก ้๊ าซของพวกมนัเริ่มหมดลง พวกมนัจึง เปลี่ยนสภาพจากสีขาวกลายเป็ นสีแดงและมีขนาดใหญ่ข้ึนกวา่เดิม เราเรียกมนัวา่ดาวยกัษ ์ แดง ดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) มีดวงดาวขนาดเลก ็ มากมายที่โคจรอยรู่อบดวงอาทิตย ์ ส่วนใหญ่จะอยรู่ะหวา่งดาวองัคาร และดาวพฤหสันกัวทิยาศาสตร ์ เรียกพวกมนัวา่ดาวเคราะห ์ นอ ้ ยและเชื่อวา่ดาวเคราะห ์ นอ ้ ย ดวงใดดวงหน่ึงอาจเคยพุ่งเขา ้ ชนโลกเมื่อ 65 ล้านปี ที่แล้ว ซึ่งเป็ นสาเหตุให้ไดโนเสาร์สูญ พันธุ์ ดาวเคราะห์แคระ (Dwarf Planets) ดาวเคราะห ์ แคระมีลกัษณะหลาย ๆ อยา่งที่คลา ้ ยกบัดาวเคราะห ์ ซ่ึงสหพนัธ ์ ดาราศาสตร ์ สากล (International Astronomical Union, IAU) ได้ระบุคุณลักษณะ ของดาวเคราะห ์ แคระวา่ตอ ้ งเป็ นดาวที่โคจรรอบดวงอาทิตย ์ มีมวลเพียงพอที่จะคงอยใู่น รูปทรงกลม ไม่มีเพื่อนบา ้ นอยใู่กลก ้ บัวงโคจรของมนัและไม่มีดวงจนัทร ์ บริวาร ตวัอยา่ง ของดาวเคราะห ์ แคระเช่น เซเรส (Ceres) พลูโต (Pluto) อีริส (Eris) โพรโทพลาเนต (Protoplanets) เป็ นดาวเคราะห ์ แรกเริ่ม มีขนาดใหญ่กวา่ดาวเคราะห ์ นอ ้ ยแต่เลก ็ กวา่ดาวเคราะห ์ แคระ


ดาวหาง (Comets) ดาวหางเป็ นเทหวตัถุอยา่งหน่ึงในอวกาศใจกลางของมนัมีลกัษณะเป็ นกอ ้ นหิมะสกปรก ขนาดใหญ่ที่เตม ็ไปดว ้ ยฝุ่นและก ๊ าซ หากพวกมนัเขา ้ใกลด ้ วงอาทิตย ์ น้า แขง ็ ที่อยใู่จกลางกจ ็ ะ ค่อย ๆ ละลายและปล่อยก ๊ าซหรือฝุ่ นออกมากลายเป็ นหางของมัน ซึ่งดาวหางที่มีชื่อเสียง มากที่สุดกค ็ือดาวหางฮลัเลย ์(Halley's Comet) ที่มองเห็นได้จากโลกทุก ๆ 75-76 ปีและคร้ังต่อไปที่เราจะไดเ ้ ห ็ นมนักค ็ือปีค.ศ. 2061 สะเกด ็ ดาว(Meteoroids) เป็ นกอ ้ นหินขนาดเลก ็ ที่มีอยมู่ากมายในอวกาศ ซ่ึงอยรู่อบ ๆ ดวงอาทิตย ์ ส่วนใหญ่แลว ้ สะเกด ็ ดาวเหล่าน้ีจะเกิดจากดาวหางที่สูญเสียก ๊ าซและฝ่นุจากการโคจรเขา ้ใกลด ้ วงอาทิตย ์ ส่วนสะเกด ็ ดาวอื่น ๆ กอ ็ าจเป็ นดาวเคราะห ์ นอ ้ ยที่มีขนาดเลก ็ มาก ๆ โดยขนาดเส้ นผา่น ศูนยก ์ ลางจะเลก ็ กวา่ 1 กิโลเมตร ดาวตกหรือผพีุ่งใต ้(Meteor) ดาวตกหรือผพีุ่งใตเ ้ กิดจากสะเกด ็ ดาวในอวกาศ ที่พุ่งเขา ้สู่ช้นับรรยากาศของโลกและเกิด ความร ้ อนจากการเสียดสีระหวา่งผวิสะเกด ็ ดาวกบัอากาศ ปรากฏเป็ นดวงไฟส่องสวา่ง สวยงามบนฟากฟ้ าใหม ้ องเห ็ นได ้ ซ่ึงโดยปกติพวกมนัจะถูกเผาไหมจ ้ นหมดก่อนตกลงสู่ พ้ืนผวิโลก


อุกกาบาต (Meteorite) เป็ นสะเกด ็ ดาวที่พุ่งเขา ้สู่ช้นับรรยากาศของโลกแต่เมื่อเกิดความร ้ อนจากการเสียดสีระหวา่ง ผวิสะเกด ็ ดาวกบัอากาศแลว ้ ไม่สามารถเผาไหมส้ ะเกด ็ ดาวจนหมดได ้ มนัจึงหลงเหลือ ชิ้นส่วนที่ตกลงบนพ้ืนผวิโลก ซ่ึงเราเรียกชิ้นส่วนดงักล่าวที่ตกลงมาบนพ้ืนผวิโลกวา่ อุกกาบาต เนบิวลาหรือกลุ่มก ๊ าซ (Nebula) เนบิวลาเป็ นกลุ่มฝ่นุและก ๊ าซ เช่น ไฮโดรเจน ฮีเลียม ที่มีขนาดใหญ่ในอวกาศ พวกมนั เหมือนเป็ นจุดกา เนิดของดาวฤกษ ์ เพราะดาวฤกษก ์ ค ็ือลูกบอลขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเผา ไหมข ้ องก ๊ าซที่เกาะกลุ่มกนัเหล่าน้ีเมื่อลูกบอลขนาดใหญ่ข้ึน กลุ่มก ๊ าซกจ ็ ะเริ่มเรืองแสง ออกมากลายเป็ นดาวฤกษ์ที่สมบูรณ์แบบ หลุมด า (Black hole) หลุมดา เป็ นวตัถุขนาดใหญ่ที่อยใู่นหว ้ งอวกาศ สันนิษฐานวา่หลุมดา อาจเกิดข้ึนหลงัจากที่ ดาวฤกษเ ์ กิดการระเบิด โดยมีลกัษณะเป็ นลูกบอลก ๊ าซที่อดัแน่น และมีแรงดึงดูดมหาศาล มนัจะดึงดูดทุกสิ่งทุกอยา่งหายเขา ้ไปอยา่งไร ้ ร่องรอยแมแ ้ ต่แสงจึงทา ใหไ้ ม่มีสิ่งใดเลยใน บริเวณใกลห ้ ลุมดา แต่เมื่อไม่นานมาน้ีมนุษยม ์ีโอกาสที่จะรู้ จกักบัหลุมดา มากข้ึนจากการ ตรวจพบคลื่นความโนม ้ ถ่วง ที่เกิดจากการชนกนัของหลุมดา ขนาดใหญ่2 หลุม โดย LIGO


แหล่งข้อมูล NASA. What Was the Space Shuttle? สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2560 space.com. Comets: Facts About The 'Dirty Snowballs' of Space. สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2560 space.com. What is space? สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2560 SKY&TELESCOPE. What Is a Star? สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2560 ISTITUTO COMPRENSIVE ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์. ระบบสุริยะ. สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม 2560 เวบ ็ไซตท ์ รูปลูกปัญญาดอทคอมเป็ นเพียงผใู้ หบ ้ ริการพ้ืนที่เผยแพร่ความรู้ เพื่อประโยชนข ์ อง สังคม ขอ ้ ความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็ นการเผยแพร่โดยผใู้ ชง ้ าน หากพบเห็น ขอ ้ ความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธ์ิกรุณาแจง ้ ผดูู้แลระบบเพื่อดา เนินการ ต่อไป REPORT


ถา ้ เราพดูถึงวตัถุอวกาศเราจะนึกถึงสิ่งต่างๆที่อยนู่อกโลกวนเวียนอยเู่ตม ็ไปหมด ท้งัที่อยใู่นพ้ืนที่ขอ งวงโคจรดวงอาทิตย์ วงโคจรของโลก และในอวกาศ มีประโยชน์เพื่อการศึกษาอวกาศและ ภาคพ้ืนดิน เช่น ดาวเทียม จรวด ยานอวกาศ สถานีอวกาศอุปกรณ์เพื่อการดา รงชีวิตของนกับิน หากอยใ ู่กลด ้ าวฤกษ ์ กจ ็ ะม ี อุณหภ ู ม ิ ส ู งมาก หากอยไ ู่กลมากจ ็ ะม ี อุณหภ ู ม ิ เยน ็ จดั แลว ้ อุณหภ ู ม ิปรกต ิในอวกาศจะอย ๋ ท ู ี่ประมาณเท่าไหร่ครับ อุณหภูมิปกติของอวกาศ กค ็ื ออวกาศหว ้ งล ึ กท ี่ไม่ม ี ดาวฤกษ ์ มาแผร่ ังส ี รบกวนเลย จะอยท ู่ ี่2.7 Kelvin หรือ - 270.45 ℃ ครับ ขออธ ิ บายอุณหภ ู ม ิในอวกาศตามภาพน ้ ี ในอวกาศไม่ม ีโมเลกลุอากาศใด ๆ เลย พลงังานจากดวงอาท ิ ตยจ ์ ะส่งมาลงเตม ็ ๆ ทา ใหว ้สัดุท ้ งัหลายท ี่ถ ู กแสงอาท ิ ตย ์ จะร้อนมาก ๆ ขณะเด ี ยวกนับร ิ เวณซอกหล ื บท ี่แสงถ ู กบงั กจ ็ ะเยน ็ มากไปถ ึ งต ิ ดลบเก ื อบร ้ อย℃


แผน่ Shield ของกล้องโทรทรรศน์ James Webb เป็นตวัอยา่งที่ดีครับ James Webb ห่างจากโลก 1.5 ลา้นกิโลเมตร จากภาพจะเห็นวา่แผน่ shield ด้านที่ถูกแสงอาทิตย์ จะร้อน 85 ℃ ส่วนดา้นที่บงัแสง หันออกอวกาศ จะเย็นถึง -233 ℃


โดยรวมๆแลว้อุณหภูมิของดาวเคราะห์ต่างๆ จะอย๋ทูี่ประมาณเท่าไหร่ครับ ปัจจัยของอุณหภูมิดาวเคราะห์ จะมี 2 อยา่งครับ คือ ห่างจากดาวฤกษเ์ท่าใด และ มีบรรยากาศหรือไม่ ที่ชัดเจนคือ โลก - ดวงจันทร์ ซ่ึงห่างจากดวงอาทิตยเ์ท่ากนั แต่ผวิโลกร้อนสุด ๆ ก็แค่70 ℃ แต่ผวิดวงจนัทร์ร้อนถึง 130 ℃ นี่เป็ นเพราะโลกมีบรรยากาศที่ดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ ครับ แต่อยา่งดาวPluto ห่างจากดวงอาทิตยม์าก อุณหภูมิพ้ืนผวิจะต่า มากถึง -240 ℃อวกาศรวมไปถึงระบบดวงดาวต่างๆ กลุ่มกาแลคซี่ และ


อุกกาบาต เป็ นต้น แล้วแท้ที่จริง “วัตถุอวกาศ” คืออะไรวนัน้ีเราจะมาไขขอ ้ ขอ ้ งใจกนัครับ . วตัถุอวกาศแบ่งออกเป็ น 2 ประเภทครับ ซึ่งประกอบด้วย วตัถุอวกาศที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติมีประโยชนอ์ยา่งมากในการศึกษาเกี่ยวกบัดวงดาวและ ปรากฏการณ์ต่างๆของวตัถุอวกาศ ตวัอยา่งเช่น ดาวเคราะห์ดาวฤกษ์ดาวเคราะห์แคระ ดาวหาง อุกกาบาต หลุมดา (วตัถุขนาดใหญ่ที่อยใู่นหว ้ งอวกาศ) เป็ นตน ้ วตัถุอวกาศที่มนุษยส์ร ้ างข้ึนและต้งัใจส่งไปยงัวงโคจรของโลกและอวกาศเพื่อท าการส ารวจ การ ปฏิบตัิการ หรือช่วยเหลือสิ่งต่างๆที่อยใู่นช้นับรรยากาศ ช้นัวงโคจรรวมท้งัภาคพ้ืนดินบน พ้ืนผวิโลกหรืออวกาศ ตวัอยา่งเช่น ยานสา รวจอวกาศกระสวยอวกาศกลอ ้ งโทรทรรศนอ์วกาศ กลอ ้ งโทรทรรศนฮ์บัเบิล(เป็ นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สา คญัอยา่งหน่ึงต่อการศึกษาดาราศาสตร์) สถานีอวกาศนานาชาติ และดาวเทียม . ปัจจุบนัมีวตัถุอวกาศมากมายที่ลอยล่องอยใู่นหว ้ งอวกาศ หากไม่มีการควบคุมหรือบริหารจดัการที่ดี จะทา ใหเ ้ กิดเป็ นวตัถุอวกาศเพิ่มข้ึนหลายเท่าตวัและต่อไปกจ ็ ะกลายสภาพเป็ นขยะอวกาศนนั่เอง เคย คิดม้ยัวา่สิ่งเหล่าน้ีอาจจะส่งผลกระทบต่อโลกกระทบตอ่คุณภาพชีวิตและทรัพยส์ินของเราได ้ ดงัน้นัจึงมีความจา เป็ นตอ ้ งบริหารจดัการที่ดีโดยทวั่โลกมีองคก์ารสหประชาชาติเป็ นหน่วยงาน กา กบัดูแลกิจกรรมเกี่ยวกบัอวกาศท้งัหมดโดยมีกฎหมายและสนธิสัญญาเกี่ยวกบัอวกาศหลกัๆ ดว ้ ยกนั 5 ฉบับ (5 ฉบบัคุยกนัไปในคร้ังที่แล้วในเรื่องกฎหมายอวกาศ) ครับ . สงสัยใช่ม้ยัครับ..วา่ ประเทศไทยมีการดูแลในเรื่องน้ีหรือไม่? . แน่นอนครับ ประเทศไทยของเราใหค ้ วามสา คญักบัเรื่องน้ีเป็ นอยา่งยงิ่ดูเหมือนจะเป็ นเรื่องไกลตวั แต่แทท ้ี่จริงแลว ้ใกลต ้ วัเรามากอาจจะมีวตัถุอวกาศตกใส่โลกเมื่อไหร่กไ็ ด ้ ความเสียหายที่จะตามมา มากมายมหาศาลอยา่งแน่นอน และนี่คือความสา คญัที่ทา ใหท ้ ี่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวนัองัคารที่ 2 มิถุนายน 2563 เห ็ นชอบ (ร่าง)แนวปฏิบตัิการรับจดแจง ้ วตัถุอวกาศและมอบหมายให ้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยส านักงานพัฒนาเทคโนโลยี อวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ด าเนินการรับจดแจ้งวัตถุอวกาศไปพลาง ก่อน .


นี่เป็ นสัญญาณบ่งบอกวา่ ประเทศไทยของเรามีความกา ้ วหนา ้ในภารกิจดา ้ นอวกาศ ดงัน้นัเพื่อ ส่งเสริมการดา เนินกิจการอวกาศใหเ ้ป็ นไปตามมาตรฐานและหลกัสากลรวมถึงสอดคลอ ้ งกบัมติที่ ประชุมใหญ่สมชัชาสหประชาชาติที่ร ้ องขอใหร ้ัฐที่ปล่อยวตัถุข้ึนสู่อวกาศนา ส่งขอ ้ มลูของวตัถุน้นั โดยทนัทีใหแ ้ ก่คณะกรรมการวา่ดว ้ ยการใชอ ้ วกาศในทางสันติ(Committee on the Peaceful Uses of Outer Space: COPUOS) ผา่นสา นกังานกิจการ อวกาศส่วนนอกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for Outer Space Affairs: UNOOSA) ดว ้ ยเหตุน้ีประเทศไทยจึงตอ ้ งมีแนวปฏิบตัิการรับจด แจง ้ วตัถุอวกาศเพื่อแสดงใหเ ้ ห ็ นวา่ ประเทศไทยมีความรับผดิชอบและพร ้ อมที่จะเป็ นส่วนหน่ึงของ ประชาคมโลกในการดา เนินกิจการอวกาศที่ยงั่ยนืนนั่เองครับ . เห ็ นม้ยัครับวา่ ประเทศไทยของเราตระหนกัและใหค ้ วามสา คญักบัการดา รงชีวิตบนโลกเป็ นอยา่งยงิ่ และพร ้ อมที่จะดา เนินการในเรื่องต่างๆอยา่งถูกตอ ้ งและถูกกฎระเบียบของสังคม การขบัเคลื่อนใน เรื่องใดกแ ็ ลว ้ แต่อาจจะตอ ้ งใชเ ้ วลา ทกุสิ่งทุกอยา่งจะสา เร ็ จไม่ไดห ้ ากเราไม่ไดร ้ับความร่วมมือจาก ทุกภาคส่วน /ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวสา


Click to View FlipBook Version