The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natcha Thunphutdom, 2022-11-15 10:41:17

นิทานอีสป

นิทานอ

Ebook
นิทานอีสป 10 เรื่อง



นิทานอีสปเรื่อง กระต่ายตื่ นตูม

ครั้งหนึ่งมีกระต่ายตัวหนึ่งนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ขณะที่นอนหลับอยู่นั้นเกิด
พายุใหญ่ ทำให้ลูกตาลหล่นลงที่พื้นดิน เกือบถูกกระต่าย

กระต่ายตกใจตื่นขึ้น คิดว่าฟ้าถล่ม ลุกขึ้นวิ่งไปอย่างรวดเร็ว สัตว์อื่นๆ เห็น
กระต่ายวิ่งมา จึงถามกระต่ายว่า "ท่านวิ่งหนีอะไรมา"
กระต่ายบอกว่า "ฟ้าถล่ม!"

สัตว์เหล่านั้นได้ฟัง ก็วิ่งตามกระต่ายไปจนพบราชสีห์ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นสัตว์เจ้า
ปัญญา เห็นสัตว์วิ่งมา ดังนั้นจึงถามว่า

"พวกท่านวิ่งหนีอะไรมา" สัตว์เหล่านั้นบอกว่า "ฟ้าถล่ม"
ราชสีห์จึงบอกให้สัตว์เหล่านั้น พาไปดู เมื่อได้ดูที่ต้นตาลก็เห็นลูกตาลหล่นอยู่ที่
โคนต้นราชสีห์จึงว่า "คนที่โง่เขลา ไม่คิดอะไรให้รอบคอบ จึงได้รับผลตอบแทน

เช่นนี้แหละ"

นิทานอีสปเรื่อง

สุนัข
ป่า
หน้า
โง่

ลาตัวหนึ่ง ขณะกำลังกินหญ้าอยู่ที่กลางทุ่งอย่างเพลิดเพลิน แต่มันก็ต้องตกใจ
อย่างที่สุดเมื่อมันมองไปเห็นสุนัขป่าดุร้ายตัวหนึ่งเข้า และเจ้าสุนัขป่าตัวนั้นก็

กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาหมายจะจับมันกินเป็นอาหาร และด้วยเจ้าลาตัวนี้มันเป็นลา
ที่สมองดี นั่นเองมันจึงแสร้งทำเป็นว่าเท้าเจ็บแล้วแกล้งก้าวเขยกขาหลังของ
มันค่อยๆ เดินไปข้างหน้าอย่างสมจริงสมจังมากเสียด้วย
สุนัขป่าที่วิ่งมาถึงหมายจะกระโดดตะครุบแต่เมื่ อมันเห็นอาการเดินเขยกขา

ของลาเข้าเช่นนั้น ก็จึงเกิดความสงสัยขึ้นมาติดหมัดเลยทีเดียว มันจึงหยุดแล้ว
ตะโกนถามออกไปว่า "นั่นเจ้าเป็นอะไรน่ะ ทำไมถึงเดินขาเขยกอย่างนั้นเล่า"
ลาหัวหมอแข็งใจตอบไปว่า "เมื่อสักครู่นี้ข้ากระโดดข้ามพุ่มไม้แล้วไป
เหยียบเอาหนามแหลมเข้า นี่หนามมันยังติดฝังฝ่าเท้าของข้าอยู่เลยเออแน่ะ!

เมื่อเจ้าจะกินข้า ก็กินเถอะข้ายอม แต่สงสัยว่าเจ้าคงต้องเอาหนามที่ฝ่าเท้าหลัง
ของข้านี้ออกเสียก่อนจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวหนามมันจะเลยเข้าไปตำ
คอหอยเจ้าตอนกินข้า ได้ก็ไม่รู้นะ"

เมื่อได้ยินลาว่าดังนั้น เจ้าสุนัขป่าที่ดุร้ายแต่สมองทึบก็เกิดเห็นด้วยขึ้นมา มันจึงยกเท้า
หลังข้างที่เขยกของลาขึ้นดู หมายจะดึงหนาม ออกเลียก่อนแล้วค่อยกิน..ว่าอย่างนั้น

แต่ขณะที่มันกำลังมองสำรวจหาหนามอยู่นั้นเอง ลาก็เลยได้จังหวะและใช้เท้าหลัง
ข้างนั้นดีดลูกหลังโดนปากสุนัขป่าอย่างเต็มแรง

ผลก็เลย ทำให้ฟันในปากของเจ้าสุนัขป่าหักไปหลายซีเลือดแดงกลบปากเลยทีเดียว
เจ้าสุนัขป่าจำต้องทรุดลงนั่งร้องโอดครวญไปมา และตอนนั้น ลาหัวหมอก็เลยถือ

โอกาสออกวิ่งหนีไปจากที่นั้นทันที
นิ ท า น เ รื่ อ ง นี้ ส อ น ใ ห้ รู้ว่า

ผู้ที่ชอบสอดรู้ในเรื่องที่ตนไม่น่าที่จะรู้ในบางครั้ง ก็มักจะต้องเจ็บตัวและเสียผลประโยชน์
ง่าย ๆ อย่างตัวอย่างที่ ว่ามานี่แหละ
พุ ทธภาษิ ต

ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น ผู้รู้เห็นแดนเกิด
แห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ

นิทานอีสปเรื่อง แกะเจ้าปัญหา

ลูกแกะตัวหนึ่งหลงฝูงจึงวิ่งเตลิดไปพบกับหมาป่า ขณะกำลังจะถูกจับกิน ลูกแกะเห็นจวนตัวไม่มีทางหนีพ้น
จึงแข็งใจยืนเผชิญหน้า พร้อมออกอุบายว่า "ไหน ๆ ข้าก็จะต้องกลายเป็นอาหารของท่านอย่างไม่มีทางหลีก

เลี่ยงได้แล้ว ก่อนตายข้าอยากฟังเสียงปีและเต้นรำเป็นครั้งสุดท้ายขอท่านช่วยอนุเคราะห์ด้วยเถิด"
หมาป่านึกสนุกจึงเป่าปีด้วยทำนองเร้าใจ...หมาเฝ้าฝูงแกะตัวหนึ่งวิ่งมาตามเสียง ครั้นเห็นลูกแกะกำลังตก

อยู่ในอันตรายจึงเห่าเรียกพรรคพวกของมัน ทำให้หมาป่าต้องรีบทิ้งปี่ วิ่งหนีไปด้วยความเสียดาย

:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::
เมื่อพบลาภหรือมีโอกาสได้แสดงความสามารถ หากมัวหลงระเริงมัวแต่เห็นแก่ความสนุกสนานลาภและโอกาส

นั้นก็จะหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

:: พุ ทธภาษิต ::
ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น

นิทานอีสป
เรื่อง
ลา
ใจ
ดำ

พ่อค้าคนหนึ่งนำสัมภาระบรรทุกเกวียน แล้วให้วัวกับลาช่วยกันลากไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง
แม้จะเทียมแอกคู่กันแต่ลานั้นไม่ค่อยยอมช่วยวัวจึงใช้แรงอยู่ฝ่ายเดียว....จนเหนื่อยหอบ

แล้วออกแรงลากนัก....ก็เอ่ยปากขอให้ลาช่วยออกแรงลากเกวียนบ้าง...
แต่ลาก็แกล้งปดว่า ตนก็ช่วยออกแรงเต็มที่อยู่แล้ว วัวออกแรงลากเกวียนอันหนัก

อึ้งตามลำพังจนขาหัก....และหมดแรงขาดใจตายไปในที่สุด
พ่อค้าจึงแล่เอาเนื้อวัวบรรทุกเกวียนให้ลาลากไป... ในขณะที่เกวียนนั้นมีน้ำหนัก

มากกว่าเดิมอีกหลายเท่า
ในวันที่ลาหมดแรงใกล้จะสิ้นใจตาย นกฝูงหนึ่งที่บินตามมาจิกกินเนื้อวัวก็เอ่ยกับลา
ว่า “สมน้ำหน้า...ถ้าเจ้าช่วยวัวออกแรงลากเกวียนแต่แรก...ก็ไม่ต้องมาตายกลางป่ากัน

เช่นนี้”
:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::
ผู้ที่ไม่คิดช่วยเหลือเกื้อกูลแต่คิดจะเอาเปรียบผู้อื่นร่ำไป ย่อมได้ภัยแก่ตนในที่สุด

:: พุทธภาษิต ::
ผาตึ กยิรา อวิเหฐยํ ปรํ
ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น

นิทานอีสป
เรื่อง
แมวผู้หวังดี

ด้วยเพราะเป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านเดียวกันแมวจึงแวะไปเยี่ยมอาการของแม่ไก่ที่นอนป่วยอยู่ในรังหลังบ้าน
“เพื่อนเอ๋ย! เจ้านอนป่วยไข้อยู่อย่างนี้ถ้ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ ...เราอยู่บ้านเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจ

ถึงข้าจะเคยไล่กัดเจ้าในบางครั้งก็เถอะ...อย่าถือสาเลยนะ... นี่ข้ามาเยี่ยมเจ้าเพราะหวังดีจริงๆ”



แม่ไก่จึงพยายามยิ้มก่อนจะเอ่ยว่า “ขอบใจมาก... แต่ทางที่ดีแล้วเจ้าช่วยกลับไปเสียเถิดนะ...เพื่อนเอ๋ย เพราะ
ถ้าเจ้ามาเยี่ยมข้าบ่อยๆ อย่างนี้ข้าก็ยิ่งกลัวเจ้า และคงจะป่วยหนักขึ้นเป็นแน่”


:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::
แขกบางประเภทก็ไม่เป็นที่พึงปรารถนาของเจ้าบ้าน

cat & mouse

แมว
กับ
หนู

หนูสองตัวอาศัยอยู่ในบ้านใหญ่หลังหนึ่ง คืนวันหนึ่ง เมื่อเจ้าของบ้านเข้านอนแล้ว พวกมันพากันออกมาจากรูใกล้
ห้องครัวเพื่อหาอาหารกินตามปกติ แต่ขณะที่รีบวิ่งตรงไปยังตู้กับข้าว พวกมันก็ต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ เมื่อเห็นแมว
ศัตรูตัวฉกาจของพวกมันนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู หนูทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับเพื่อวิ่งหนี แต่พวกมันรู้สึกแปลกใจ
เอามาก ๆ ที่เห็นเจ้าแมวจอมโหดยังนั่งนิ่งเฉยอยู่กับที่ ไม่วิ่งไล่จับอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อเห็นพวกมันอย่างที่เคยเป็น

ดังนั้น เจ้าหนูตัวหนึ่งจึงทำใจกล้าเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่แมวก็ยังนั่งนิ่งเฉย โดยพวกหนูหารู้ไม่ว่า ที่จริงแล้ว แมว
เจ้าเล่ห์กำลังคอยที่อยู่อย่างสงบเพื่อให้พวกหนูตายใจ ซึ่งก็ได้ผล เพราะหนูเบาปัญญาทั้งสองคิดว่าแมวไม่สนใจมัน
แล้ว พวกมันจึงรีบปืนขึ้นไปบนตู้กับข้าว แต่ทันทีที่พวกหนูหันหลังให้ แมวจอมโหดก็ใช้อุ้งมือที่มีเล็บอันแหลมคมของ

มันตะปบจับหนูทั้งสองตัวกินเป็นอาหารสมกับที่มันรอคอย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจศัตรู

นิทานอีสปเรื่อง
สุนัขจิ้งจอก
เฒ่ากับหมี

สุนัขจิ้งจอกเฒ่านั่งคุยกับหมีเฒ่าถึงประวัติชีวิตของพวกตนตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงวัยชรา
อย่างภาคภูมิใจ "ข้าน่ะไม่เคยไปกินคนที่ตายแล้วเลยนะ เจ้ารู้หรือไม่" หมีอวดในความมี
คุณธรรมของตน แต่สุนัขจิ้งจอกหัวร่อเบา ๆ พลางว่า "ถ้าเจ้าอยากให้ใครนับถือ เจ้าก็ไม่

ควรกินคนที่ยังมีชีวิตอยู่"



:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

ช่วยคนที่ยังไม่ตาย ย่อมเป็นที่น่านับถือกว่าช่วยคนที่ตายไปแล้ว



:: พุทธภาษิต ::

จงช่วยเหลือคนเดือดร้อน ด้วยความตั้งใจ

นิทานอีสเรื่องเด็กชายผู้โอ้อวด

เด็กชายคนหนึ่งชอบคุยโอ้อวดกับใครต่อใครว่าเขาสามารถกินน้ำให้หมดทะเลได้เขาเทียว
คุยโอ้อวดกับชาวบ้านไปทั่ว แต่มีชายคนหนึ่งไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด เด็กชายจึงพูดว่า "งั้น
เรามาพนันกันไหม ถ้าข้าทำได้จริง ท่านต้องจ่ายเงินให้ข้า" ชายคนนั้นจึงบอกว่า "ถ้าเช่น
นั้น เจ้าจงไปดื่มน้ำทะเลให้หมดก่อนเถอะ" เด็กชายจึงตอบว่า "ได้อยู่แล้ว แต่ว่าพวกท่าน

ต้องไปกั้นไม่ให้แม่น้ำไหลลงสู่ทะเลก่อน แล้วข้าจะดื่มน้ำทะเลให้หมดตามที่พนันกันไว้"



:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::
การคุยโวโอ้อวดนั้น ไม่ก่อให้เกิดผลสำเร็จที่ดีแต่อย่างใด

นิทานอีสป
เรื่อง

กบเลือกนาย

กบเลือกนาย ณ ทะเลสาบแห่งหนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ มีกบฝูงหนึ่งอาศัยอยู่อย่างมีความสุข วันหนึ่งพวกมัน
ปรึกษากันว่าน่าจะมีกษัตริย์มาปกครอง พวกมันจึงไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์ เทพจูปิเตอร์จึงได้โยนขอนไม้
ก้อนหนึ่งลงมาในทะเลสาบแห่งนี้ พวกกบต่างตื่นเต้นดีใจพากันขึ้นไปร้องเพลงเต้นระบำกันอยู่บนท่อนไม้นั้น



หลายวันต่อมาพวกกบต่างเบื่อราชาขอนไม้ที่ได้แต่ลอยน้ำไปมา จึงไปวิงวอนขอให้เทพจูปิเตอร์ส่งกษัตริย์
มาให้ใหม่อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์จึงได้ส่งปลาไหลลงมา แต่ปลาไหลก็เอาแต่มุดอยู่ในรูพวกมันจึงได้ไปร้องขอ

ต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง

คราวนี้เทพจูปิเตอร์ได้ส่งนกกระสาลงมา นกกระสาได้ไล่จิกกินกบไปทีละตัวๆ ทุกวันจนกบแทบไม่เหลือ ส่วน
กบที่เหลือก็ไปร้องขอต่อเทพจูปิเตอร์อีกครั้ง เทพจูปิเตอร์นั้นด้วยความรำคาญพวกกบจึงกล่าวว่า “หาก

พวกเจ้าไม่พอใจในความเป็นอยู่แบบเดิม พวกเจ้าก็จงทนเผชิญกับหายนะที่ร้องขอกันต่อไปเถอะ”



:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

การไม่รู้จักพอในสิ่งที่มีอยู่ย่อมเกิดผลร้ายตามมา

นิทานอีสป
เรื่อง

ชาวสวนกับต้น
แอปเปิ้ล

ชาวสวนคนหนึ่งปลูกต้นแอปเปิ้ลไว้เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่มีต้นไหนออกผลให้เขาเลยทั้งยังเป็นที่อยู่ของ
นกและแมลงตัวเล็ก ๆ มากมาย เขาจึงตัดสินใจที่จะตัดต้นแอปเปิ้ลทิ้ง ขณะที่เขากำลังจะตัดต้นแอปเปิ้ลทิ้ง
พวกนกและแมลงก็พากันมาอ้อนวอนว่า "ได้โปรดเถิดท่านต้นไม้พวกนี้เป็นที่อยู่อาศัยของพวกข้า หากท่าน
เก็บมันไว้ พวกข้าสัญญาว่าจะร้องเพลงให้ท่านฟังทุกวันเป็นการตอบแทน" ชาวสวนไม่ฟังเลยแม้แต่น้ อย เขา
ลงมือตัดต้นแอปเปิ้ลไปเรื่อย ๆ จนถึงต้นสุดท้ายที่มีรังผึ้งที่เต็มไปด้วยน้ำผึ้งห้อยอยู่ เขาจึงเห็นว่าก็มีค่าอยู่

เหมือนกัน

:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::
ทุกสิ่งมีค่า หากเรารู้จักพิจารณามองให้เห็นเป็นประโยชน์ของมัน

เครดิต

http://www.kalyanamitra.org/th/Aesop_detail.php?page=4135


Click to View FlipBook Version