๓. การวิจัยพัฒนาของกองทัพอากาศในอนาคต ในอนาคต กองทัพอากาศจะดำ เนินการวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำ งานในภารกิจ ป้องกันประเทศ และช่วยเหลือประชาชน โดยมีแนวทางการดำ เนินการภายใต้กรอบ ดังนี้ ๓.๑ ยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อความมั่นคงเสริมสร้างเสถียรภาพให้กองทัพและชาติ การวิจัยเป็นการส่งเสริมความมั่นคงต่อประเทศ เมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้ มีการปฏิรูประบบการวิจัยและนวัตกรรม มีการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยและ นวัตกรรม ได้รวบรวมเงินทุนการวิจัยให้ควบคุมดูแลโดย กองทุนการวิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายลงทุนมากกว่า ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท และการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์อีกกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท รวมไม่น้อยกว่า ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนหน้านี้ ใช้การจัดสรรให้แต่ละหน่วย และได้เปลี่ยนเป็นการรวมการและตั้งเป้าหมายการวิจัยเป็น หลัก โดยประเทศไทยเป็นแบบเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาจากต่างประเทศ (Technology Dependent) ทั้งเครื่องมือในกองทัพ เครื่องมือแพทย์ การเกษตร รวมถึง เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์แม้ว่าประเทศไทยจะมีอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ก็ตาม เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก การที่เราจะ ไปมุ่งที่เทคโนโลยีเก่ากว่าจะทำ ได้ต้องใช้เวลานาน จึงต้องการจะปรับเปลี่ยนให้สามารถ วิจัยพัฒนาสร้างเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น การสร้างรถไฟฟ้า เทคโนโลยี AI หุ่นยนต์ เป็นต้น เริ่มจากการ Reverse Engineering และสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้น มา หลังจากที่ฝ่ายวิจัยพัฒนาประเทศได้ร่วมกันวิจัยพัฒนากับกองทัพพบว่าปัญหา สำ คัญของการวิจัยในกองทัพคืออายุการเป็นนักวิจัยมีระยะเวลาสั้นเนื่องจากจะต้อง มีการย้ายการทำ งานมีระเบียบวิธีเป็นขั้นตอนยุ่งยากมาก จึงได้ทดลองทำ งานด้าน การวิจัยในการพัฒนายุทโธปกรณ์หรือการดำ รงสภาพยุทโธปกรณ์ ดังนั้นยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาด้านความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถของการป้องกันประเทศ นโยบาย ของ คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) จึงเน้นไปที่การส่ง เสริมให้กองทัพวิจัยพัฒนาในสิ่งใหม่เทคโนโลยีใหม่ที่ เป็นการดำ รงสภาพยุทโธปกรณ์ ที่มีมาตรฐาน เช่น เกราะกันกระสุน และเน้นงานวิจัยที่มีเป้าเฉพาะระยะยาวให้สามารถใช้ งานแบบ Dual use เพื่อประชาชนและความมั่นคงทางทหารได้ เช่น เรดาร์ เทคโนโลยี ดาวเทียม อวกาศ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร Virtual Training and Simulation ระบบ อัตโนมัติต่างๆ อากาศยานไร้คนขับ และหุ่นยนต์ โดยมอบหมายให้ สำ นักงานการวิจัย แห่งชาติเป็นผู้ประสานงานควบคุมดูแลการวิจัยพัฒนา นอกจากนี้ กสว. ยังสามารถ จัดสรรงบประมาณเฉพาะเป้าหมายได้ ถ้าวิเคราะห์แล้วมีความคุ้มค่า โดยการทำ การ วิจัยด้วยงบประมาณของ กสว.ถือเป็นงบประมาณกองทุนที่สามารถใช้เป็นค่าตอบแทน ให้กับนักวิจัยได้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับนักวิจัย กสว.(วช.)จะร่วมมือกับ ทอ. ค้นหาเป้า หมายการวิจัยระยะยาวเพื่อประโยชน์ในด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชน ต่อไป
๓.๒ แผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และแนวทางการขอทุนวิจัยกระทรวงกลาโหม นโยบายเฉพาะ เสริมสร้างความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์โดยพิจารณาใช้การซ่อม ปรับปรุงและการขยายขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เป็นลำ ดับแรก สำ หรับการจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ควรมุ่งเน้นความทันสมัย เพื่อให้สามารถ รองรับกับภัยคุกคามในอนาคตได้ นโยบายทั่วไป พัฒนางานอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ เพื่อให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของกองทัพและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศได้อย่างแท้จริง โดยให้พิจารณาปรับปรุงระบบการทำ งานร่วมกัน ระหว่างองค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมการของกระทรวงกลาโหมที่มีอยู่ โดยกำ หนดเป้าหมาย คือ การผลิตและบรรจุใช้งานในอัตราของเหล่าทัพ ... จากนโยบายของ นาย สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนปัจจุบัน จึงนำ มา สู่ แนวทางการปฏิบัติของกลาโหม ที่มีเป้าหมายการดำ เนินการที่จะต้องวิจัยแล้วนำ ไปผลิตและใช้งาน ในกองทัพให้ได้ เป้าหมายคือการดำ เนินการต่อยอดให้เกิดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดังนี้ o การวิจัยและพัฒนาด้านยุทโธปกรณ์ให้มีมาตรฐาน o ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ o สามารถนำ ไปสู่การผลิต และบรรจุใช้งานในอัตราการจัดยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ o จนถึงการขายให้ต่างประเทศได้ แนวทางการดำ เนินการวิจัยในกองทัพจะประกอบด้วย กระบวนการหลัก จนนำ ไปสู่เป้าหมายสุดท้าย ของการวิจัยพัฒนาของกองทัพ คือ การขยายผลการวิจัยให้ไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้แก่
ซึ่งมีกรอบของทุนวิจัยพัฒนา โครงการประเภทต่าง ๆ ๒ ประเภท คือ โครงการทั่วไป และ โครงการมุ่งเน้นเป้าหมาย ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณา แตกต่างกัน ดังแสดง โดยการวิจัยพัฒนาภายใต้กรอบของกลาโหมจะต้องพิจารณาถึงนโยบายและแผนการวิจัย พัฒนากลาโหม หรือแผนและนโยบายขึ้นอยู่กับหน่วยที่ให้ทุนวิจัยพัฒนาที่นักวิจัยต้องการขอดำ เนิน การ ดังนั้นกระบวนการการขอทุนวิจัยพัฒนากลาโหมเป็นไปตามแผนผัง ดังนี้
๓.๓ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) มีแนวทางในการดำ เนินการตาม พระราชบัญญัติ เทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 การวิจัย การพัฒนา การออกแบบ การผลิต การประกอบรวม การปรับปรุง การซ่อมสร้าง การเปลี่ยนลักษณะ การแปรสภาพ หรือการให้บริการซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการป้องกันประเทศ ตามนโยบาย รวม.กห. ประจำ ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ด้านการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดังนี้ 1.พัฒนางานอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อ ความต้องการของกองทัพและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง โดยให้พิจารณาปรับปรุงระบบการทำ งานร่วมกันระหว่างองค์กรหน่วยงาน และคณะกรรมการ ของกระทรวงกลาโหมที่มีอยู่ โดยกำ หนดเป้าหมายคือ การผลิตและบรรจุใช้งานในอัตราของ เหล่าทัพ ตลอดจนการสนับสนุนนโยบายชดเชยการนำ เข้ายุทโธปกรณ์ (Defense Offset) สิ่งที่สำ คัญที่สุดในการพิจารณาการให้ทุนวจัยพัฒนาของ กลาโหม คือ ต้องมีหน่วยผู้ใช้หรือ หนังสือรับรองจากหน่วยผู้ใช้ ซึ่งการดำ เนินการวิจัยพัฒนาจะสามารถ ดำ เนินการเองทั้งหมด การ ร่วมกับหน่วยนอกกองทัพดำ เนินการวิจัย หรือการออกแบบและจ้างดำ เนินการ 2.เสริมสร้างความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์ โดยพิจารณา ใช้การซ่อมปรับปรุงและการขยายขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ ที่มีอยู่เป็นลำ ดับแรก สำ หรับการจัดหายุทโธปกรณ์ใหม่ ควรมุ่ง เน้นความทันสมัยเพื่อให้สามารถรองรับกับภัยคุกคามในอนาคต ได้ โดยกระบวนการจัดหาต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เกิด ประโยชน์สูงสุด และเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และคำ สั่งข้อบังคับเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ของกระทรวงกลาโหม รวมถึงควรพิจารณาการจัดหาจากแหล่ง ผลิตภายในประเทศก่อน หรือแหล่งผลิตที่มีการใช้ชิ้นส่วนจาก ภายในประเทศ หรือการจัดหาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนกับสินค้า เกษตร ทั้งนี้ การจัดหายุทโธปกรณ์ที่ใช้งบประมาณสูง ต้อง สามารถชี้แจงเหตุผลและความจำ เป็นได้อย่างชัดเจน
โดยประเทศไทยมีแผนอุตสาหกรรมความมั่นคง มีทั้งหมด ๕ ด้าน ได้แก่ - อุตสาหกรรมพลังงาน - อุตสาหกรรมภัยพิบัติ - อุตสาหกรรมไซเบอร์ - อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ - อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสองทาง Eco system ของอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาค รัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ระบุไว้ว่า งานวิจัยที่เข้าสู่นวัตกรรม จะสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้โดยวิธีการ เฉพาะเจาะจง เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขัน และเป็นการอำ นวยความ สะดวกให้กับการจัดหา ภาครัฐนำ นวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น แนวโน้มเทคโนโลยีสทป.รวบรวมไว้ดังตารางดังนี้
จึงทำ�ให้สทป.มีหน้าที่และอำ�นาจในการดำ�เนินการ -ประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ -ทำ�ความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ -จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล รวมตลอดถึงการเข้า ร่วมทุนถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด -ให้บริการทดสอบและรับรองผลการทดสอบเกี่ยวกับอุปกรณ์ ต้นแบบ หรือผลิตภัณฑ์ ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สถาบันทดสอบ ซึ่งกลุ่มเทคโนโลยีตามแผนการพัฒนา ประกอบไปด้วย กลุ่มดำ�รงสภาพความพร้อมรบ กลุ่มขยายขีดความสามารถ และกลุ่มเสริมสร้างความทันสมัย เมื่อ ทอ.ต้องการนำ�งานวิจัยเข้าสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ซึ่ง ไม่ตรงกับภารกิจตรง ของ ทอ. สทป.มีแนวทางในการดำ�เนินการวิจัยพัฒนาและการร่วมดำ�เนินการจนไปสู่การผลิตใน รูปแบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศดังแสดงในผัง ๓.๔ แนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยกองทัพอากาศ แนวทางการดำ�เนินงานด้านการวิจัยของกองทัพอากาศ กองทัพอากาศจำ�เป็นต้องส่งเสริมโครงการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ ปฏิบัติการทางอากาศโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าในปัจจุบัน สำ�หรับแนวทางการ ขับเคลื่อนงานวิจัยนี้มุ่งเน้นนำ�เสนอแนวทางการดำ�เนินงานด้านการวิจัยเพื่อใช้งานในกองทัพอากาศ และสามารถใช้ประโยชน์ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน เป็นสำ�คัญ แนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยของกองทัพอากาศ ประกอบด้วย ๔ ประเด็นหลัก ดังนี้ วัตถุประสงค์ หัวข้อการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้น แนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยของกองทัพอากาศ การวัดประสิทธิภาพและการประเมินผล
หัวข้อการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเน้น ประกอบด้วย ระบบอากาศยานขั้นสูง การวิจัยและพัฒนาควรมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีระบบเครื่องบิน ยุคใหม่ รวมถึงระบบอาวุธนำ วิถีแบบใหม่ ระบบอากาศยานไร้คนขับ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา สำ หรับการปฏิบัติภารกิจของ อากาศยานไร้คนขับเพื่อทดแทนการปฏิบัติของอากาศยาน ระบบ Avionics ระบบเรดาร์ และระบบสื่อสารโทรคมนาคม มุ่งสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการบูรณาการข้อมูล เพื่อการปฏิบัติการทางอากาศ การปฏิบัติการด้านอวกาศและไซเบอร์ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา ศักยภาพทางอวกาศ การสื่อสารผ่านดาวเทียม และการป้องกันทางไซเบอร์ ระบบพลังงานทางเลือก มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบขับเคลื่อน ประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทางเลือก เพื่อลดต้นทุนและลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศ การบัญชาการ การควบคุม และการสื่อสาร มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและระบบ C3 เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศที่ใช้เครือ ข่ายเป็นศูนย์กลาง วัตถุประสงค์ เพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยาน ระบบอาวุธ ระบบอากาศยาน ไร้คนขับ รวมถึงเทคโนโลยีทางอวกาศ พัฒนาการปฏิบัติการทางอากาศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบใหม่ เพื่อนำ ไปสู่ การปรับปรุงการปฏิบัติทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ การดำ เนินการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน โดยบูรณาการการทำ งานร่วมกันทั้งหน่วยงาน ภายในกองทัพอากาศ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่มีจุดเด่นในด้านต่างๆ ส่งเสริมนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากข้าราชการกองทัพอากาศ อาทิ ผลงาน สิ่งประดิษฐ์คิดค้น บทความทางวิชาการที่นำ มาต่อยอดได้
แนวทางขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนากองทัพอากาศ มีดังนี้ จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาแบบรวมศูนย์ เพื่อกำ�หนดความต้องการ ประสานงาน และกำ�กับดูแลการวิจัยและพัฒนาทั้งหมดของกองทัพอากาศ สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ สถาบันการศึกษา และ องค์กรการวิจัยต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้าน สรรหางบประมาณและจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอเพื่อสนับสนุนโครงการวิจัย ให้เกิด ความต่อเนื่องของโครงการ การพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรด้านการวิจัย โดยเฉพาะการฝึกอบรมเฉพาะทาง การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา กำ�หนดแนวทางสำ�หรับการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่ออำ�นวยความสะดวกในการนำ�ผลงาน วิจัยไปสู่การผลิต พัฒนาสิ่งอำ นวยความสะดวกในการทดสอบและประเมินผล หรือร่วมมือกับหน่วยงานที่มี ขีดความสามารถ เพื่อสนับสนุนโครงการวิจัยให้ได้มาตรฐานเทียบเคียงกับระดับสากล แสวงหาโอกาสในความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านการวิจัย เพื่อใช้ประโยชน์จากความ เชี่ยวชาญและทรัพยากรที่มีร่วมกัน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง สรรหาแนวทางในการดำ�เนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการดำ�เนินงานวิจัยและไม่เป็นภาระของนักวิจัย เพื่อให้เกิดการวัดผลที่มีความเที่ยงตรง มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และเกิดความยั่งยืนในการดำ�เนิน การวิจัย จำ�เป็นต้องมีการกำ หนดการวัดประสิทธิภาพและการประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ ระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยี กำ�หนดระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีของงานวิจัยให้ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อประเมินความสมบูรณ์และศักยภาพสำ�หรับการผลิตสู่การใช้งาน ผลตอบแทนจากการลงทุน ประเมินผลกระทบของการลงทุนด้านการวิจัยโดยการวัดผล ประโยชน์ที่จับต้องได้ หากเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ผลงานวิจัย ติดตามการใช้งานของผู้ใช้ผลงานวิจัย เพื่อประเมินผลและปรับปรุงงานวิจัยให้ สมบูรณ์ ปลอดภัย ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา ประเมินผลการดำ�เนินกระบวนการทางทรัพย์สินทาง ปัญญาที่เกิดจากงานวิจัยของกองทัพอากาศ การทำ งานร่วมกัน ประเมินความสำ�เร็จของความพยายามด้านการวิจัยร่วมกับภาค อุตสาหกรรมและพันธมิตรด้านการวิจัย โดยพิจารณาจากคุณภาพของความร่วมมือ การ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนความรู้
๓.๕ Roadmap to Unbeatable Air Force การวิจัยพัฒนา กองทัพอากาศได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์แล้ว โดยมีเป้าหมายเสริมสร้าง กองทัพอากาศให้ แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพ มีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน จึงมีแนวทางการดำ เนิน การพัฒนากองทัพอากาศ ด้วยกัน ๓ แนวทาง(โครงการ) ได้แก่
เพื่อสนับสนุนภารกิจกองทัพอากาศ ทุกโดเมน จะต้องทำ การปรับโครงสร้างกำ ลังรบให้เหมาะ สม แข็งแกร่ง และการจัดส่วนราชการให้กะทัดรัดเหมาะสมกับภารกิจเพื่อให้งบประมาณเหมาะสมเพียง พอต่อการ พัฒนาและปฏิบัติภารกิจ และจัดทำ แผนการพัฒนาให้เหมาะสมมากขึ้นไม่เน้นการทำ งาน ของส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ให้ความสำ คัญแต่อาวุธยุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะ ต้องให้ความสำ คัญต่อระบบที่เกี่ยวข้องกับกำ ลังรบและการบริการอื่น ซึ่งกองทัพอากาศไม่ได้มีความ ต้องการซื้อเพียงอย่างเดียว จึงให้ความสำ คัญต่อการวิจัยพัฒนาโดยกำ หนดแนวทาง คาดว่าจะก่อ เกิดการพัฒนากองทัพอากาศอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็น -โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ โดยจะเน้นไปที่ความคุ้มค่าและความซับซ้อนของเทคโนโลยี จะพิจารณาจากเครื่องมือสำ คัญที่ ไม่สามารถดำ เนินการได้เอง หรือการซื้อมีความคุ้มค่า กว่าการสร้างขึ้นเอง -โครงการความร่วมมือกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้เป็นเทคโนโลยีของคนไทย สร้างงานและองค์ความรู้กับอุตสาหกรรมไทย -โครงการวิจัยและพัฒนาโดย กองทัพอากาศ ซึ่งเน้นไปที่สิ่งที่กองทัพอากาศมีศักยภาพ และมีความเป็นไปได้ที่จะดำ เนินการ โดยอาจจะจำ เป็นต้องซื้อเครื่องมือ หรือลงทุนด้านทักษะ กำ ลังพล กองทัพอากาศนำ เอาวิธีการคิดโดยพิจารณาถึง Life Cycle Cost (LCC) เพื่อแบ่งแยก ถึงอุปกรณ์ ยุทโธปกรณ์ใดที่จะดำ เนินการแบบใดที่ได้กล่าวมาแล้วได้ประโยชน์ต่อกองทัพอากาศ สูงสุด มีความคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถไปสู่ Unbeatable Air Force โดยวิเคราะห์ พิจารณาตามที่ได้กล่าวไปแล้วสามารถแบ่งโครงการที่วิเคราะห์เป็นแผนการวิจัยพัฒนากองทัพ อากาศได้ ๘ กลุ่ม โดยใช้สีแดงแสดงแผนที่ต้องจัดหาจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน สีเขียวแสดงแผนที่ ต้องการร่วมงานกับอุตสาหกรรมในประเทศผลิตใช้เอง และสีเหลืองคือกลุ่มที่ต้องการวิจัยพัฒนา เอง ยกตัวอย่างเช่น เรดาร์ที่เป็นยุทโธปกรณ์ที่ได้ใช้งานมาอย่างยาวนาน กองทัพอากาศจึงมุ่งมั่น จะสร้างเรดาร์ให้สามารถสร้างได้เอง โดยแสดงแผนการพัฒนากองทัพอากาศในอนาคต ดังแสดง ภาพรวม ในตารางต่อไปนี้
พล.อ.ท. สรรพชัย ศิลานิล พล.อ.ต.บุญเลิศ อันดารา พล.อ.ต.มนัส จันทร์แดง น.อ.คมน์ แสงอำ พัน น.อ.กฤษฏา สกุลวิวรรธน์ น.อ.อภิสิทธ์ ยุวนเตมีย์ น.อ.กิตติ ฉันทวุฒิ น.อ.จตุชัย แพงจันทร์ น.อ.วิพุธ อารยางกูล น.อ.อมรพงษ์ เอี่ยมสะอาด น.อ.หญิง อาทิมา บุญวรรณ น.อ.วีรชน เพ็ญศรี น.อ.ศศิศ เชื้อสมบูรณ์ น.อ.วันชัย เจียรจันทน์ น.อ.หญิง กมลธร ธรรมลิขิต น.ท.ปริญญา อนันตชัยศิลป์ น.ท.สุพงษ์ อ่อนวงษ์ น.ท.นันทภูมิ สุขโข น.ต.นิตินัย อุตสาหะ น.อ.รณชิต วิจิตร น.อ.ธวัช คุณสามารถ น.อ.เอกประสิทธิ์ พรมฑัณ ประธานคณะ รองประธานคณะ รองประธานคณะ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการ และเลขานุการ คณะอนุกรรมการ และผช.เลขานุการ คณะอนุกรรมการ และผช.เลขานุการ รายชื่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงานวิจัย ทอ. น.อ.รณชิต วิจิตร น.อ.สุนัน ชูมาลี น.อ.ธวัช คุณสามารถ น.อ.ศศิศ เชื้อสมบูรณ์ ร.ท.วรภพ เกิดสมบูรณ์ ร.ต.ทัศนพล โปร่งจิต ร.ต.นิติภูมิ เวียงคำ ร.ต.ประกาศิต แสนมีสุข จ.อ.กำ พลศักดิ์ อินคต จ.ท.กนกพล มุ่งฝอยกลาง จ.ต.จรัญ แผนสมบูรณ์ รายชื่อผู้จัดทำ E-Book