37
3.2 แผนการดำเนนิ งานวิจยั
1. การดำเนินงานกิจกรรมของชุดโครงการเป็นการสร้างเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของ
โครงการย่อย หวั หน้าชุดโครงการได้ดำเนินการจัดประชุมและติดตามตามแผนท่แี สดงในตารางท่ี 3.1
ตารางท่ี 3.1 กิจกรรมและเดือนท่ีดำเนนิ การในระยะเวลาวิจยั
กจิ กรรม เดือนที่
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ประชุมคณะผู้วิจัย วางแผนการดำเนินงาน
โครงการภายใตช้ ุดโครงการ
ประชมุ ติดตามผลการดำเนนิ งาน
ดำเนนิ กจิ กรรมภายใต้โครงการ
- การจัดเวทีชุมชนและถ่ายทอด
เทคโนโลยกี ารผลิตขา้ ว
- การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบน
พืน้ ทีส่ งู
- การพัฒนาระบบการสำรองข้าวภายใน
ชมุ ชนโดยใชร้ ูปแบบธนาคารข้าว
- การพัฒนาชุมชนตน้ แบบเพอื่ สรา้ งสมดุล
ของแมลงศตั รูข้าวและศตั รธู รรมชาติ
- การส่งเสริมปลูกพืชร่วมระบบและการ
แปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวและพืชร่วม
ระบบในชมุ ชน
สรุปผลการดำเนินงานและจัดทำรายงาน
ความก้าวหน้ารายไตรมาส วิเคราะห์ปัญหา
และอุปสรรค และหาแนวทางแก้ไขเพ่ือ
ดำเนนิ งาน
ติดตามการดำเนินงานในพื้นที่ระหว่างการ
ดำเนินกิจกรรมในโครงการย่อยร่วมกับ
คณะผูว้ จิ ัย 1 ครั้ง
จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการ
ภายใต้ชดุ โครงการและนำเสนอผลงาน
38
ตารางท่ี 3.2 กิจกรรมและประเดน็ วิจยั ใหม่ในการดำเนนิ งานโครงการ
กจิ กรรม ประเดน็ วจิ ัยใหม่
ประชุมคณะผูว้ ิจัย วำงแผนกำรดำเนนิ งำนโครงกำร -กำรประเมินระดบั ควำมมน่ั คงทำงอำหำรของ
ภำยใต้ชดุ โครงกำร ครวั เรอื นในชมุ ชนเป้ำหมำย
-กำรพฒั นำนวตั กร โดยกำรอบรมและปฏบิ ัตอิ ยำ่ ง
เขม้ ข้น เพ่อื เพิม่ ศักยภำพในกำรพฒั นำชุมชน
-กำรสร้ำงพ้ืนท่ีตน้ แบบในกำรขยำยกำรเรียนร้ใู หก้ ับ
ชุมชนเปำ้ หมำย
ประชุมตดิ ตำมผลกำรดำเนินงำน -กำรตดิ ตำมผลกำรดำเนินงำนผำ่ นระบบออนไลน์
สรปุ ผลกำรดำเนินงำนและจดั ทำรำยงำนควำมกำ้ วหน้ำ -กำรบริหำรจัดกำรควำมเสยี่ งของกำรดำเนนิ งำนวจิ ัย
รำยไตรมำส วเิ ครำะห์ปญั หำและอปุ สรรค และหำแนว ในช่วงสถำนกำรณ์โรคระบำด COVID-19
ทำงแกไ้ ขเพอ่ื ดำเนินงำน -กำรวเิ ครำะหป์ ระเด็น cost effectiveness
ติดตำมกำรดำเนนิ งำนในพื้นทรี่ ะหวำ่ งกำรดำเนนิ -กำรตดิ ตำมผลกำรดำเนนิ งำนผำ่ นระบบออนไลน์
กิจกรรมในโครงกำรยอ่ ยรว่ มกับคณะผู้วจิ ยั
2. เพม่ิ แนวทางบรหิ ารจดั การความเส่ียงของการดำเนนิ งานวิจยั ในชว่ งสถานการณ์โรคระบาด COVID-
19 เพื่อให้สามารถส่งมอบผลผลิตได้ครบและทันตามระยะเวลาที่กำหนด จากผลกระทบ COVID-19 ทำให้
คณะผู้วิจัยไม่สามารถดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดไว้ได้อย่างเต็มที่ จึงได้มีการปรับแผนการดำเนินงานให้
สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ โดยมแี นวทางบริหารจดั การดงั น้ี
1. การดำเนินงานในการเรียนรู้และจัดการความรู้ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีมา
เป็นรูปแบบออนไลน์ที่ทำให้เกษตรกรเข้าใจได้ง่าย โดยอาศัยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่เป็นพี่เลี้ยงในการ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทม่ี ีอย่แู ล้วในชุมชน
2. การพัฒนาต้นแบบพื้นที่การเรียนรู้ ได้ปรับใช้ในแปลงของเกษตรกรจริงและมีเจ้าหน้าที่ของโครงการ
เข้าไปให้คำแนะนำติดตามตามช่วงเวลาที่กำหนด ประสานงานกับเกษตรกรแกนนำเพื่อสร้าง
กระบวนการเรยี นรู้ให้กับชมุ ชนผา่ นแปลงของเกษตรกรต้นแบบ
3. แนวทางการจ้างนักศึกษาจบใหม่มาช่วงดำเนินการในพื้นที่ เพื่อประสานงานและช่วยเหลือเกษตรกร
ในการดำเนนิ งานในแปลงเรยี นรู้ต้นแบบและชุมชน
4. บางพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่สามารถขายผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้ จะพัฒนา
ชอ่ งทางการตลาดในรปู แบบตลาดออนไลนใ์ ห้กับกลุ่มวิสาหกจิ ชุมชนและกล่มุ เกษตรกรท่ีมีอยู่แล้วเพ่ือ
เปน็ การเพ่ิมรายได้ให้กบั เกษตรกรอกี ทางหนึ่ง
39
3.3 เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการวิจยั
1. การประเมนิ ระดับความมน่ั คงทางอาหารของครวั เรือน
เป็นเครื่องมือที่ใช้เพิ่มเติมในการวิจัยครั้งนี้ โดยใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ซึ่งให้ผู้เชี่ยวชาญ
ตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงแก้ไขกอ่ นนำไปใชก้ ับกลมุ่ ตวั อยา่ ง ประกอบดว้ ย 3 ส่วน ดงั น้ี
สว่ นที่ 1 ข้อมลู พืน้ ฐานของครวั เรอื นเกษตรกรกลุ่มตวั อยา่ ง ไดแ้ ก่ เพศ อายุ อาชีพหลัก อาชพี เสริม
รายได้ ระดบั การศกึ ษา จำนวนสมาชิกในครัวเรือน สถานะในครอบครวั ลักษณะการบริโภคอาหารของ
ครอบครัว ผู้รบั ผิดชอบคา่ ใชจ้ ่ายอาหารของครอบครัว
สว่ นที่ 2 ข้อมลู แหล่งทมี่ าของอาหารของครวั เรอื นเกษตรกร เปน็ แบบเลือกตอบที่ตอบได้หลายขอ้
ส่วนที่ 3 ข้อมูลแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในชุมชน
ให้ผู้ตอบแสดงความคดิ เห็นและหรอื ท่ีได้ปฏิบัติ 3 ด้าน ไดแ้ ก่ ดา้ นการบริหารจดั การครวั เรือน ด้านการจดั การ
อาหารของชมุ ชน ด้านการสร้างเสรมิ อาชีพ เปน็ แบบมาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดบั ตามวธิ ีวดั ของลิเคิร์ท
(Likert Scale)
2. การพฒั นานวตั กรชมุ ชน
เป็นขั้นตอนหนึ่งในการได้มาของนวัตกรชุมชน โดยการสร้างต้นแบบการเรียนรู้ของตัวเกษตรกรผ่าน
เกษตรกรแกนนำและเกษตรกรที่มีศักยภาพในชุมชน ให้เป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนพัฒนาพื้นท่ีอย่างมีส่วน
ร่วมระดบั ชมุ ชน ตำบล อำเภอ และจงั หวดั ตามลำดบั ซง่ึ ระดับนวตั กรมหี ลายระดบั ทำใหเ้ กษตรกรถูกจำแนก
เบื้องต้นส่วนใหญ่อยู่ในระดับต้นเท่านั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาเป็นระยะในระหว่างดำเนินโครงการ เช่น การ
จัดกิจกรรมร่วมกันทบทวนองค์ความรู้และบทบาทในชุมชน การเสริมสร้างองค์ความรู้ใหม่ การจัดเสวนา
ระหว่างเครือข่าย และการศึกษาดูงาน เป็นต้น หลังจากนั้นดำเนินการประเมินระดับนวัตกรอีกครั้งก่อนจบ
โครงการ ตามแบบฟอร์มการประเมนิ นวตั กรชมุ ชนในชุดโครงการ (ภาคผนวก)
3. การสรา้ งพ้นื ทก่ี ารเรียนรู้
ต้นแบบการเรียนรู้จำเป็นต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญหลัก คือ พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้นผู้วิจัยได้
กำหนดเบื้องต้นให้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของอำเภอแต่ละพื้นที่เป็น
พื้นที่การเรียนรู้หลักในกิจกรรมที่ 1 การจัดเวทีชุมชนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว และให้แปลง
ต้นแบบในกิจกรรมที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง และกิจกรรมที่ 3 การพัฒนาระบบการ
สำรองข้าวภายในชุมชนโดยใช้รูปแบบธนาคารข้าว เป็นพื้นที่การเรียนรู้ย่อย เช่น แปลงต้นแบบการเพิ่ม
ประสิทธภิ าพการผลิตขา้ วบนพืน้ ทสี่ ูง และธนาคารขา้ วชมุ ชน เปน็ ตน้
40
บทที่ 4
ผลการวิจัย
4.1 ผลการดำเนนิ งานวจิ ยั
จากการดำเนินงานของชุดโครงการ ได้ประชุมคณะผู้วิจัยวางแผนการดำเนินงาน และติดตามการ
ดำเนินงานโครงการภายใต้ชุดโครงการ สามารถสรุปภาพรวมของการดำเนินงานชุดโครงการให้บรรลุเป้าหมาย
ตามท่ี บพท. กำหนด (ภาพที่ 4.1) และผลการดำเนนิ งานสรปุ เป็นรายโครงการ ดงั นี้
4.1.1 โครงการวิจัยย่อยที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพและการใช้ประโยชน์จากข้าวบนพื้นที่สูงใน
อำเภอบ่อเกลือ จงั หวัดนา่ น
1. การจัดเวทีชุมชนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว ได้ดำเนินการวิเคราะห์บริบทชุมชนจากการ
จดั เวทชี ุมชนและการประเมินความมน่ั คงทางอาหารของครวั เรือนในชมุ ชนท้งั 4 ชุมชน ดำเนินกิจกรรมระหว่าง
วันที่ 20-24 กรกฎาคม 2564 ในพื้นที่เป้าหมาย 4 ชุมชน คือ บ้านผาคับ ตำบลบ่อเกลือใต้ บ้านสว้า ตำบลดง
พญา บ้านนากอก ตำบลภูฟ้า และบ้านบ่อหยวกใต้ ตำบลบ่อเกลือเหนือ เพื่อชี้แจงเป้าหมายและวัตถุประสงค์
ของโครงการ ระดมความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนกับนักวิชาการ ทำให้ทราบถึงแนว
ทางการสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชน นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมย่อยเพื่อพัฒนานวัตกรชุมชน ได้
ดำเนินการจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเพื่อพัฒนานวัตกรข้าวชุมชนให้กับเกษตรกรใน 4 ตำบล
ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2564 เป็นเวลา 3 วัน ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
อำเภอบ่อเกลือ โดยการคัดเลือกเกษตรกรจากการจัดเวทีชุมชน การทำแปลงต้นแบบเรียนรู้ในพื้นที่เป้าหมาย
และจากการลงพื้นที่สัมภาษณ์เก็บข้อมูลประเมินระดับความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนที่ได้ดำเนินงาน
กิจกรรมร่วมกันในช่วงเวลา 4 เดือน จำนวน 5 คนต่อ 1 ชุมชน รวมทั้งหมด 20 คน โดยเนื้อหาในการอบรมได้
จากความต้องการของเกษตรกรและผู้วิจัยได้เพิ่มเติม ได้แก่ การพัฒนานวัตกรข้าวและการสร้างเครือข่าย การ
ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว และระบบนิเวศวิศวกรรม การแปรรูปข้าวและพืชหลังนาเพื่อสร้างรายได้
เทคโนโลยีการปลูกข้าวและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและระบบธนาคารข้าว
เทคโนโลยกี ารป้องกันและกำจดั โรคข้าว การผลิตข้าวอินทรยี ์ การเพิ่มมลู คา่ สินคา้ ข้าว กรณีศึกษาข้าวสงั ข์หยด
พทั ลุง การผลิตและพัฒนาสตู รวัสดุปลูกและการเพาะเหด็ เย่ือไผจ่ ากฟางขา้ ว
สำหรับการสร้างประสบการณ์ของนวัตกรชุมชน ดำเนินการจัดการศึกษาดูงานเพื่อพัฒนานวัตกร
ชุมชน ณ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ และศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ตำบลสะเมิง
ใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2565 โดยการนำเกษตรกรจากกลุ่มนวัตกร
ชมุ ชนในแตล่ ะตำบล จำนวน 20 คน
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง ได้ดำเนินจัดทำพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการทำแปลง
ต้นแบบของชุมชน ให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและให้มีการแลกเปลี่ยนในแต่ละชุมชน โดย
การจัดกิจกรรมย่อยและคดั เลอื กเกษตรกรที่สนใจ ผู้วิจัยและเกษตรกรดำเนินการเก็บขอ้ มูล และวางแผนให้แต่
ละกลุ่มร่วมกัน โดยใช้เทคโนโลยีของกรมการข้าวที่นำมาปรับใช้ ได้แก่ เทคโนโลยีการปลูกข้าวโดยวิธีการโยน
กล้าอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยีปรับใช้การผลิตข้าวอินทรีย์ตาม
มาตรฐานสากล การสร้างสมดุลของแมลงศัตรูข้าวและศัตรธู รรมชาติ และเทคโนโลยีปรับใช้ชีวภัณฑ์สูตรสำเร็จ
เช้ือจุลินทรยี ์ปฏปิ กั ษ์ เพ่อื ควบคุมโรคใบไหม้ ผลการดำเนนิ งานมดี ังน้ี
41
บา้ นผาคับ ตำบลบ่อเกลอื ใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดนา่ น
ทำการสร้างแปลงต้นแบบการเรียนรู้ในพื้นที่เกษตรกรแบบ Technology-verification Experiment
จำนวน 4 แปลง โดยการปรับใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ของกรมการข้าว ใช้พันธุ์ข้าว
พันธุ์กข 22 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวของกรมการข้าวที่ต้านทานต่อการระบาดของแมลงบั่วและคุณภาพข้าวมีกลิ่นหอม
และนุ่ม จึงได้รับความนิยมจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ ใช้วิธีการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยใช้การ
โยนกล้าเนื่องจากเกษตรกรมีปญั หาเร่อื งแรงงานและระยะเวลาในการปลกู ซ่ึงทำให้การใช้อัตราเมลด็ พันธุ์ลดลง
ตามไปด้วยเป็นการลดต้นทุนอีกทางหนึ่ง สำหรับการใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินนั้นเกษตรกรได้มีการนำมา
ปรับใช้ในพืน้ ที่อยู่บ้างแล้ว แต่ขาดความรู้และอุปกรณใ์ นการวิเคราะห์ไม่สามารถทำเองได้ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่จงึ
เข้าไปสนับสนุนการวิเคราะห์ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องโรคและแมลง ได้นำใช้ชีวภัณฑ์สูตรสำเร็จเชื้อจุลินทรีย์
ปฏิปักษ์เพื่อควบคุมโรคไหม้และการสร้างสมดลุ ของแมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติเพื่อควบคุมแมลงศัตรขู ้าว
ซึ่งผลการเปรียบเทียบกับการผลิตข้าวของเกษตรกร พบว่า เทคโนโลยีการผลติ ข้าวของกรมการข้าวที่ได้ปรบั ใช้
ในแปลงเกษตรกร 4 ราย ไดแ้ ก่ นายสำราญ สอนลาว นางศรจี ม วงศฉ์ ุด นางสลวย อภิวงศ์ และนายสมบรู ณ์
ลำนัย ให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีของเกษตรกรซึ่งผลผลิตเฉลี่ย 672 647 851 และ 856 กิโลกรัมต่อไร่
ตามลำดับ โดยมีความแตกตา่ งระหวา่ ผลผลิตข้าวอยู่ระหวา่ ง 15 – 97 กโิ ลกรมั
บา้ นนากอก ตำบลภูฟา้ อำเภอบอ่ เกลอื จงั หวัดน่าน
ทำการสร้างแปลงต้นแบบการเรียนรู้ในพื้นที่เกษตรกรแบบ Technology-verification Experiment
จำนวน 4 แปลง เปรียบเทียบเทคโนโลยีการผลิตข้าวโดยการใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่
เกษตรกรนิยมปลูกในพ้ืนทเี่ นอ่ื งจากมผี ลผลติ สูง ในพ้ืนท่ีบ้านนากอกได้นำวิธกี ารปลกู โดยการโยนกล้ามาใชเ้ พื่อ
ลดปัญหาเรื่องแรงงาน อีกทั้งการโยนกล้าทำให้ผลผลิตขา้ วเพิ่มข้ึนจากเดิม 30-50 เปอร์เซนต์ ประกอบกับการ
ใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ขณะนี้เกษตรกรได้ทำการเก็บเกี่ยวใน
ระยะพลับพลึงตามคำแนะนำ และดำเนินการเปรียบเทียบกับผลผลิตข้าวของเกษตรกรเอง ซึ่งผลการ
เปรียบเทียบกับการผลิตข้าวของเกษตรกร พบว่า เทคโนโลยีการผลิตข้าวของกรมการข้าวที่ได้ปรับใช้ในแปลง
เกษตรกร 3 ราย ได้แก่ นางก้อน ดวงพันธ์ นางชื่น ดวงพันธ์ น.ส.นัทรัญญา พิศจาร และนางผิน สุทธเขต
ให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีของเกษตรกรซึ่งผลผลิตเฉลี่ย 873 625 และ 802 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ โดยมี
ความแตกต่างระหว่าผลผลิตข้าวอยู่ระหว่าง 22 – 263 กิโลกรัม ในขณะที่ผลผลิตข้าวแปลงนางชื่น ดวงพันธ์
ใหผ้ ลผลิตเฉลย่ี 848 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ มผี ลผลติ มากกวา่ กรรมวิธขี องกรมการขา้ วถงึ 14 กโิ ลกรมั ต่อไร่
บา้ นสว้า ตำบลดงพญา อำเภอบอ่ เกลอื จังหวัดน่าน
ทำการสร้างแปลงต้นแบบการเรียนรู้ในพื้นที่เกษตรกรแบบ Technology-verification Experiment
จำนวน 4 แปลง เนื่องจากเกษตรกรนิยมปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองจึงได้ปรับใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวโดยการใช้
พันธุ์ขาวภูฟ้า ดอลาย และดอจีน ใช้วิธีการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่ (โยนกล้า) และการใช้ชีวภัณฑ์สูตรสำเร็จ
เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์เพื่อควบคุมโรคไหม้ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดหนักมากในฤดูที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศใน
พื้นที่เอื้อเฟื้อต่อการแพร่กระจายของโรค สำหรับการเก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึงนั้นเกษตรกรไม่สามารถเก็บ
เกี่ยวได้ เนื่องจากฝนยังตกในระหว่างการเก็บเกี่ยว และเกษตรกรบางรายเก็บเกี่ยวก่อนระยะพลับพลึง ผลการ
เปรียบเทียบกับการผลิตข้าวของเกษตรกร พบว่า เทคโนโลยีการผลิตข้าวของกรมการข้าวที่ได้ปรับใช้ในแปลง
เกษตรกร 3 ราย ได้แก่ นางตอง เขื่อนเมือง นางหทัย สำราญดี และนายผล ขันหลวง ให้ผลผลิตสูงกว่า
กรรมวธิ ีของเกษตรกรซง่ึ ผลผลติ เฉลีย่ 595 712 และ 578 กโิ ลกรัมตอ่ ไร่ ตามลำดบั โดยมคี วามแตกตา่ งระหวา่
ผลผลิตข้าวอยู่ระหว่าง 119 – 156 กิโลกรัม ในขณะที่ผลผลิตข้าวแปลงนายวัน ใจปิง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 600
กิโลกรมั ต่อไร่ มผี ลผลิตมากกว่ากรรมวิธขี องกรมการขา้ วถึง 33 กิโลกรัมตอ่ ไร่
42
บ้านบอ่ หยวกใต้ ตำบลบอ่ เกลอื เหนอื อำเภอบ่อเกลอื จังหวดั น่าน
ทำการสร้างแปลงต้นแบบการเรียนรู้ในพื้นที่เกษตรกรแบบ Technology-verification Experiment
จำนวน 4 แปลง เปรียบเทียบเทคโนโลยีการผลิตขา้ ว โดยการใช้พันธ์ุขา้ วพันธก์ุ ข22 ดอลาย และดอลายเปลือก
ดำ ใช้วิธีการปลูกที่เหมาะสมกับพื้นที่ (ปักดำและโยนกล้า) และนำใช้ชีวภัณฑ์สูตรสำเร็จเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์
เพื่อควบคุมโรคไหม้ สำหรับการเก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึงนั้นเกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ เนื่องจากฝนยัง
ตกในระหว่างการเก็บเกยี่ ว และเกษตรกรบางรายเกบ็ เก่ยี วกอ่ นระยะพลับพลงึ ผลการเปรยี บเทียบกับการผลิต
ข้าวของเกษตรกร พบว่า เทคโนโลยีการผลิตข้าวของกรมการข้าวที่ได้ปรับใช้ในแปลงเกษตรกร 4 ราย ได้แก่
นางม้วน อุดเต็น นายรัชภูมิ อักขระ และนายสมโภชน์ อุดเต็น ให้ผลผลิตสูงกว่ากรรมวิธีของเกษตรกรซึ่ง
ผลผลิตเฉลี่ย 311 476 และ 402 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ โดยมีความแตกต่างระหว่าผลผลิตข้าวอยู่ระหว่าง
25 – 120 กิโลกรัม ในขณะที่ผลผลิตข้าวแปลงของนางจันทร์ อุดเต็น ให้ผลผลิตเฉลี่ย 597 กิโลกรัมต่อไร่ มี
ผลผลติ มากกว่ากรรมวิธขี องกรมการขา้ วถึง 39 กโิ ลกรัมต่อไร่
จากการดำเนินงานทง้ั 4 พนื้ ท่ี จะมกี ารจัดกลมุ่ อภิปรายขยายผลการเรียนรู้ในแตล่ ะชมุ ชนให้เกษตรกร
และทำการวิเคราะห์ต้นทุนและรายได้จากการเปรียบเทียบในแปลงเรียนรูในแต่ละชุมชน พบว่าในแต่ละพื้นท่ี
จะมีแปลงที่ใช้เทคโนโลยีของการผลิตข้าวกรมการข้าวสามารถสร้างรายได้ฉลี่ย 1,136 บาท โดยชุมชนบ้านผา
คับ นากอก สว้า และบ่อหยวกใต้ มีแปลงต้นแบบที่สามารถเรียนรู้และได้ผลตอบแทนรายได้ในระดับสูง คือ
นายสำราญ สอนลาว นางกอ้ น ดวงพันธ์ นางหทยั สำราญดี และนายรัชภมู ิ อกั ขระ ตามลำดับ
3. การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพือ่ สรา้ งสมดลุ ของแมลงศตั รขู ้าวและศัตรธู รรมชาติ เป็นการสร้างตน้ แบบ
เพื่อลดการใช้สารเคมีในพื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกรซึ่งเป็นแปลงปลูกข้าวอินทรีย์ ให้เกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกข้าว
อินทรีย์ จำนวน 28 คน ได้จัดทำแปลงต้นแบบการเรียนรู้ จำนวน 1 แปลง ที่บ้านผาคับ ตำบลบ่อเกลือใต้
อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มีเกษตรกรเข้าร่วมทำแปลงขยายผล 12 แปลง โดยนำหลักการปรับโครงสร้าง
ระบบนเิ วศในนาขา้ วให้เหมาะสมต่อการเพ่ิมปรมิ าณและความหลากหลายของสง่ิ มีชีวติ ทเี่ ป็นประโยชน์ เชน่ ตัว
ห้ำ ตัวเบียน และสิ่งมีชีวติ อื่นในห่วงโซ่ของระบบนิเวศนาข้าว ช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรพู ืช จัดการแหลง่
อาหารเพม่ิ เติมใหศ้ ัตรธู รรมชาติ และสนบั สนนุ การรักษาสภาพแวดลอ้ มในชุมชน จากการศึกษาของในแปลงนา
ของเกษตรกรด้วยใช้ระบบนเิ วศวศิ วกรรม พบแมลงศตั รขู า้ วมากกวา่ 8 ชนิด ในแตล่ ะระยะการเจรญิ เตบิ โตของ
ข้าว ได้แก่ เพลี้ยไฟข้าว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว เพลี้ยจักจัน่ สีเขียว เพลี้ยจักจั่นปีกลาย
หยัก แมลงบั่ว แมลงสิง และตั๊กแตนข้าว ศัตรูธรรมชาติจำนวน 12 ชนิด จำแนกเป็นแมลงตัวห้ำ 8 ชนิด ได้แก่
ด้วงเต่าสีส้ม ด้วงปีกตัด ด้วงเต่า แมลงปอเข็ม แมงมุมแคระ จิงโจ้น้ำเลก็ แมงมุมถงุ แมงมุมเข้ียวยาว และแตน
เบียน 5 ชนิด และแมลงที่เป็นประโยชน์หรือเป็นห่วงโซ่อาหาร 4 ชนิด ได้แก่ ริ้นน้ำจืด ผึ้ง ต่อแตน และ
แมลงวันผสมเกสร
4. การส่งเสริมปลูกพืชร่วมระบบและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชน
ดำเนินการส่งเสรมิ ให้กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวสาลีและบักวีตซึ่งเป็นพืชหลังนาสร้างรายได้ใหเ้ กษตรกรในพืน้ ที่ได้
อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปร่วมกับข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกรอีกทางหนึ่ง เป็นวิธีการเสริมความ
มั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนและสร้างความยั่งยืนของรายได้ให้กับชุมชนต่อไป เริ่มดำเนินการปลูกในเดือน
ธันวาคม 2564 ที่บ้านนากอก ตำบลภฟู า้ (22 ราย) และบา้ นผาคับ ตำบลบ่อเกลือใต้ (12 ราย) อำเภอบ่อเกลือ
จังหวัดน่าน ก่อให้เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนของบ้านนากอก และกลุ่มผู้ปลูกข้าวสาลีบ้านผาคับขึ้น เป็นการใช้
ประโยชน์จากข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชนที่มีการปลูกอยู่แล้ว ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี และบักวีต ซึ่งเหลือจาก
การบริโภคแล้วนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า สร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง โดยผลิตภัณฑ์ที่
43
เกษตรกรสามารถผลิตเองได้โดยการสนับสนุนองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยแม่
โจ้ เช่น ขนมธัญพืชอัดแทง่ เส้นบักวตี แหง้ และชาบักวตี เปน็ ตน้
5. การพัฒนาระบบการสำรองข้าวภายในชุมชนโดยใช้รูปแบบธนาคารข้าว ได้ดำเนินการพัฒนา
ธนาคารข้าวชองชุมชนที่มีอยู่เดิม ให้สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ในชุมชนและเป็นการบริหาร
จัดการกลุ่มที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากการจัดการอย่างมีระบบโดยมีคณะกรรมการที่ได้รับการคัดเ ลือกจาก
กลุ่มเป็นผู้บริหารจัดการและมีกรมการข้าวเป็นพี่เลี้ยง ได้จัดทำกระบวนการเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว
คุณภาพดีให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ผ่านระบบธนาคารข้าวชุมชน จำนวน 2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารข้าวบ้าน
นากอก และธนาคารข้าวบ้านบ่อหยวก แต่ละธนาคารสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ 500 กิโลกรัมต่อธนาคาร
โดยแต่ละธนาคารมีคณะกรรมการกำกับดูแลและดำเนินการได้เองจากการให้องค์ความรู้การผลิตและจัดการ
เมล็ดพันธ์ุของกรมการข้าว
การสรา้ งกระบวนการเรียนรแู้ ละสร้างนวัตกร
การศึกษาครั้งนี้ดำเนินกิจกรรมการจัดเวทีชุมชนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวได้ดำเนินการจัด
เวทีชุมชน ในพื้นที่เป้าหมาย 4 ชุมชน เพื่อชี้แจงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ ระดมความคิดเห็น
และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนกับนักวิชาการ มีเกษตรกรเข้าร่วมชุมชนละ 30-50 คน เนื่องจาก
สถานการณ์การระบาด COVID-19 ทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจในการเข้าร่วมกิจกรรม และได้ดำเนิน
กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง โดยใช้แปลงของเกษตรกรเป็นต้นแบบการเรียนรู้
จำนวน 4 กิจกรรม โดยนำเทคโนโลยีปรับใช้ในพื้นที่ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง การ
พัฒนาระบบสำรองข้าวภายในชุมชน การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อสร้างสมดุลของแมลงศัตรูข้าวและศัตรู
ธรรมชาติ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชน สำหรับการสร้างนวัตกรชุมชนได้
ดำเนินการโดยใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เป็นศูนย์กลางในการอบรมใช้
เวลา 3 วัน มีนวัตกรจำนวน 12 คน โดยระดับนวัตกรมีตั้งแต่ระดับ 2-5 ทั้งนี้จะมีการประเมินเป็นระยะและมี
การเพ่ิมศกั ยภาพของนวัตกรในระยะตอ่ ไป
4.1.2 โครงการวจิ ยั ย่อยที่ 2 เทคโนโลยีการผลิตขา้ วเพ่ือความมั่นคงทางอาหารบนพืน้ ท่ีสงู อำเภอ
เวียงแหง จังหวดั เชียงใหม่
จากการดำเนินงานทำให้กลุ่มผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการใช้เทคโนโลยี
การผลิตข้าวที่ถูกต้องมากขึ้นทั้งการปลูกข้าวไร่และข้าวนาขั้นบันได เริ่มตั้งแต่การใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ข้าวท่ี
เหมาะสมกับการปลูกข้าวแต่ละวิธี แต่ละสภาพนิเวศการปลูก การสังเกต สำรวจปริมาณและการระบาดของ
โรค แมลงศัตรูข้าวที่สำคัญในแต่ละระยะเจริญเติบโตของต้นข้าว การจัดการความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยวิธี
ต่าง ๆ ความสำคญั ของการใชป้ จั จยั การผลติ ข้าว (เชน่ สารป้องกันกำจดั โรค แมลงศตั รูขา้ ว ปุ๋ยเคมี เปน็ ตน้ ) ให้
ถูกชนิด วิธี อัตรา และระยะเวลาที่ใช้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียโดยไม่เกิดประโยชน์และส่งผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะนวัตกรและเกษตรกรที่ร่วมดำเนินการทดสอบและปรับใช้เทคโนโลยีการผลติ
ข้าวให้สอคคล้องกับภูมิปัญญา วิธีการปฏิบัติของชุมชน ทั้ง 3 ชุดเทคโนโลยี ทำให้เกษตรเห็นความแตกต่างใน
แปลงทดสอบท้ังในเรื่องการใช้อัตราเมล็ดพันธ์ุที่เหมาะสมเพื่อลดความหนาแน่นของประชากรต้นข้าว ลดความ
รนุ แรงการระบาดของโรคไหม้ การจดั การความอุดมสมบูรณข์ องดินดว้ ยการใสป่ ุ๋ยตามค่าวิเคราะหด์ ิน ทำให้ตน้
ข้าวแขง็ ไม่ล้ม เก็บเกี่ยวงา่ ย (โดยเฉพาะข้าวนา) ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังใชป้ ุ๋ยเคมีผิดวิธี (ใช้สูตรทีไ่ ม่เหมาะสม
ต่อระยะการเจริญเติบโต ความต้องการของข้าว และอัตราที่ใส่) และการเก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึง (ใบธง
เหลืองครึ่งหนึ่ง และเมล็ดข้าวโคนรวงเป็นแป้งแข็ง) เพื่อลดการสูญเสียระหว่างเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ การใช้
จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตในแปลงทดสอบสาธิตเทคโนโลยีชุดที่ 3 และแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ ทำให้รวงข้าวใหญ่
44
เมล็ดสมบูรณ์กว่า ซึ่งในระหว่างปฏิบัติแปลงทดสอบนวัตกรและเกษตรกรยอมรับในกระบวนการปฏิบัติเหล่าน้ี
รวมถงึ การใช้ชดุ เทคโนโลยกี ารผลติ ขา้ วทเ่ี หมาะสมเฉพาะพน้ื ท่ที ำให้ผลผลิตข้าวเพ่ิมข้นึ ด้วย
เมื่อเปรียบเทียบ รายได้ ต้นทุนก่อนและหลังดำเนินโครงการของทั้ง 3 ชุมชน (กรณีคนในชุมชนขาย
ข้าวเปลือก) ที่ใช้ชุดเทคโนโลยีการผลิตแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ ทำให้ชุมชนเห็นความแตกต่างของรายได้ที่
เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะชุมชนบ้านห้วยไคร้ ตำบลเปียงหลวง ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นที่ปลูกข้าวเป็นสภาพไร่มีความมั่นคง
ของชุมชนน้อยกว่าชุมชนอื่น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวไร่ เมื่อใช้ชุดเทคโนโลยีของกรมการข้าว 715
บาทต่อไร่ และสภาพนา 1,880 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 47.0 และ 69.0 ตามลำดับ เช่นเดียวกับ ชุมชนบ้าน
ม่วงป๊อก ตำบลแสนไห ที่ใช้ชุดเทคโนโลยีของกรมการข้าวสภาพไร่และสภาพนา มีรายได้เพิ่มขึ้น 848 และ
2,231 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 87.9 และ 28.0 ตามลำดับ ชุมชนบ้านแม่หาด ตำบลเมืองแหง ที่ใช้ชุด
เทคโนโลยีของกรมการข้าวสภาพไร่ สภาพนา และสภาพนาปรับอินทรีย์ มีรายได้เพิ่มขึ้น 531 619 และ 198
บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 54.6 8.70 และ 2.80 ตามลำดับ ทั้งนี้การใช้ชุดเทคโนโลยีที่เหมาะสมทำให้ต้นทุน
การผลิตลดลง โดยเฉพาะในสภาพไร่ ที่สามารถลดต้นทุนการผลิตในชุมชนบ้านห้วยไคร้ร้อยละ 4.67 บ้านม่วง
ป๊อกร้อยละ 10.9 และบ้านแม่หาดร้อยละ 22.1 ส่วนชุดเทคโนโลยีของข้าวนา ร้อยละการเปลี่ยนแปลงของ
ต้นทุนอยู่ในช่วงร้อยละ 7.78 – 18.6 ในขณะที่ ชุดเทคโนโลยีสภาพนาปรับอินทรีย์ เปลี่ยนแปลงเพียงร้อยละ
2.13 เนื่องจากต้องใช้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมีผลทำ
ให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ต้นทุนลดลง ส่งผลให้ครัวเรือน และชุมชนมีความมั่นคงขึ้น รวมทั้งมีองค์ความรู้
เทคโนโลยีการผลิตท่ีเหมาะสมเฉพาะพน้ื ทน่ี ำไปปรับใช้ และขยายผลในชมุ ชนได้
จากการรวมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ข้าวทั้งสำหรับบริโภค และผลิตเมล็ดพันธุ์ ทำให้ชุมชนบ้านห้วยไคร้
ตำบลเปียงหลวง และบ้านแม่หาด ตำบลเมืองแหง มีความเข็มแข็งของชุมชนมากขึ้น เกิดการช่วยเหลือ
สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากข้าว การหาความรู้ แก้ไขปัญหาสถาณ์การผลิตข้าว การบริหารจัดการกลุ่ม โดย
มีนวัตกรข้าวเป็นผู้ขับเคลื่อนและประสานสมาชิกกลุ่ม คนในชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ที่สามารถช่ วยเหลือ
สนับสนุนได้ ส่วนบ้านม่วงป๊อก ตำบลแสนไห ถึงแม้ไม่มีการรวมกลุ่มจัดตั้งธนาคารข้าว แต่มีนวัตกรข้าวที่มี
ความรู้ ทักษะ สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยี วิเคราะห์ หาทางแก้ไขปัญหาให้คนในชุมชนได้ ซึ่งด้วยลักษณะพ้ืน
ที่ตั้งของชุมชนและแปลงปลูกข้าวบ้านม่วงป๊อก ตำบลแสนไห ท่ีอยู่เชิงเขากลางตำบล มีแปลงปลูกข้าวข้ามไป
อยู่เขตชุมชนอื่นหลายชุมชน จึงทำให้มีการขยายผลการใช้เทคโนโลยี และการประสานหาเครือข่ายช่วยเหลือ
ด้านข้าวของนวัตกรสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้ง 3 ชุมชน มีความเข้มแข็ง ความมั่งคง และมีการ
ชว่ ยเหลอื ดา้ นข้าวระหว่างชุมชนโดยคนในพ้นื ท่ี
การสรา้ งกระบวนการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรชาวบ้าน
ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการสร้างกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่สูง โดยมี
หน่วยงานภาคใี นพ้ืนท่ี ได้แก่ เกษตรอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และเจ้าหน้าที่โครงการตามพระราชดำริ
เป็นต้น ร่วมดำเนินการคัดเลือก ประเมิน และชี้แจงให้เกษตรกรรู้จักโครงการ หลังจากนั้นได้ดำเนินการจัดเวที
ชุมชนร่วมกบั การอบรมถ่ายทอดความรเู้ ทคโนโลยกี ารผลติ ขา้ ว โดยใชศ้ ูนย์เรียนร้กู ารเพิ่มประสิทธภิ าพการผลิต
สินค้าเกษตรตาบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง เป็นศูนย์กลาง และทำการเรียนรู้จากแปลงต้นแบบในชุมชนผ่าน
กิจกรรมการจัดการเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่สูง ที่บ้านห้วยไคร้ ตำบลเปียงหลวง จำนวน 5
แปลง บ้านม่วงป๊อก ตำบลแสนไห จำนวน 4 แปลง และบ้านแม่หาด ตำบลเมืองแหง จำนวน 4 แปลง รวม
ทั้งหมด 13 แปลง และกิจกรรมการจัดการข้าวของชุมชนในรูปแบบธนาคารข้าว ดำเนินการใน 2 ชุมชน ได้แก่
บ้านห้วยไคร้ ตำบลเปียงหลวง มีสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มจำนวน 20 ราย และบ้านแม่หาด ตำบลเมืองแหง มี
45
สมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มจำนวน 30 ราย ทั้งสองกลุ่มมีคณะกรรมการในชุมชนสำหรับบริหารและเป็นตัวแทน
ดำเนนิ งานแลว้
คณะวิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์นวัตกรชาวบ้านที่ร่วมโครงการวิจัยแยกเป็นรายบุคคลตามชุมชน
เป้าหมาย และได้ประเมินนวัตกรว่าอยู่ในระดับใด จำนวน 10 คน โดยพบว่า บ้านห้วยไคร้ ตำบลเปียงหลวง
3 คน บ้านม่วงป๊อก ตำบลแสนไห 3 คน และบ้านแม่หาด ตำบลเมืองแหง 4 คน มีระดับนวัตกรตั้งแต่ 2-5
ประกอบด้วย สมาชิกในชุมชน (เกษตรกรรุ่นใหม่) เจ้าหน้าที่ที่ว่าการอำเภอ (อส.) ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บา้ น
และกำนัน จากการวิเคราะหพ์ บวา่ เกษตรกรท่ีเปน็ กำนันและผใู้ หญบ่ ้านจะมรี ะดับนวัตกรที่สามารถทำแผนเข้า
สภู่ าครัฐได้ ในขณะที่กลุ่มสมาชิกในชุมชนทีม่ ีความสนใจ ต้งั ใจและให้ความร่วมมือจะมจี ำนวนมากในระดับ 2-4
4.1.3 โครงการวิจัยย่อยที่ 3 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่สูงเฉพาะพื้นที่ในอำเภอ
แมแ่ จ่ม จังหวัดเชยี งใหม่
จากการถ่ายทอดให้ความองค์รู้กับเกษตรกรเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง โดยมี
เนื้อหาคือ พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมสำหรับข้าวที่สูง การใช้พืชปุ๋ยสด การใช้ปุ๋ยเคมีตามคำแนะนำของกรมการข้าว
การใช้ปุ๋ยชีวภาพ และการใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์เพื่อป้องกันกำจัดโรคและแมลง รวมทั้งการผลิตเมล็ดพันธ์ุ
และวิธีการจัดการข้าวในชุมชนในรูปแบบธนาคารข้าว นอกจากนี้ยังดำเนินการทบทวนปัญหาการผลิตข้าวของ
เกษตรกร ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 จึงได้ปรับเปลี่ยนแผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจัดการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว ให้แก่เกษตรกรใน 3 ตำบล โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมการอบรม 58 ราย
นอกจากนี้คณะผู้วิจัยได้ประสานงานกับนวัตกรชุมชน จัดการอบรมเรื่อง การใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ใน
นาข้าว ใหแ้ กเ่ กษตรกรรายอน่ื เพ่ือเผยแพรค่ วามรู้ และแนะนำวิธีการผลติ ขา้ วท่ีถูกตอ้ ง เน่ืองจากการใส่ป๋ยุ เคมี
ตามค่าวิเคราะห์ดินเป็นวิธีที่สามารถเพิ่มผลผลิตข้าว และลดต้นทุนการผลิตได้ ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ท่ี
บา้ นแมป่ าน ตำบลชา่ งเคิ่ง อำเภอแมแ่ จ่ม จังหวัดเชยี งใหม่ มเี กษตรกรเขา้ รว่ ม 53 คน โดยใหน้ วตั กรชุมชนเป็น
วิทยากร และเป็นการเปิดตัวว่าในชุมชนมีผู้ให้คำปรึกษาด้านการผลิตข้าว หากในอนาคตเมื่อเกษตรกรพบ
ปัญหาด้านการผลิตข้าว ต้องมาขอคำปรึกษากับนวัตกรชุมชนในพื้นที่ หากนวัตกรชุมชนไม่สามารถแก้ไขได้ก็
เป็นผู้ประสานกบั คณะวจิ ัยอกี ทหี นงึ่
การปรับใช้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวทีส่ ูงเฉพาะพื้นท่ี เป็นการคัดเลอื กนวัตกรชมุ ชนร่วมทำ
แปลงสาธิตการผลิตข้าวนาที่สูงของกรมการข้าว เปรียบเทียบกับแปลงเกษตรกร จากนั้นร่วมกันติดตามการ
เจริญเติบโตข้าว และประเมินองค์ประกอบผลผลิตข้าว และเมื่อสิ้นสุดการทดลองให้จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อ
สรุปผลการดำเนินงาน วิเคราะห์องค์ประกอบผลผลิตและผลผลิตข้าว รวมทั้งการคำนวณต้นทุนการผลิต และ
รายได้โดยเป็นการเปรียบเทียบกรรมวิธีของกรมการข้าวและวิธีของเกษตรกร รวมทั้งการประเมินการยอมรับ
เทคโนโลยีการผลิตข้าวของนวัตกรชุมชน และวางแผนการพัฒนาการผลิตข้าวเฉพาะพื้นที่ของตนเอง โดยสรุป
ไดด้ ังน้ี
1) ผลผลิตข้าว เมื่อดำเนินการตามเทคโนโลยีการผลิตของกรมการข้าวนั้น สามารถทำให้เกษตรกรมี
ผลผลิตขา้ วเพม่ิ ขนึ้ เมอื่ เปรียบเทยี บกับวิธีการของเกษตร โดยมีรายละเอียดดงั นี้
1.1) บ้านแม่ปาน ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ วิธีการของเกษตรกรให้ผลผลิตเฉลี่ย
501 กิโลกรัมต่อไร่ หากดำเนินการตามกรรมวิธีของกรมการข้าวให้ผลผลิตข้าว 604 กิโลกรัมต่อไร่ น้ัน
หมายความวา่ มีผลผลิตขา้ วเพิม่ ขึ้น 103 กิโลกรัมตอ่ ไร่
46
1.2) บ้านกองกาน ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เทคโนโลยีการผลิตข้าวของกรมการ
ข้าวมีผลผลิตข้าว 624 กิโลกรัมต่อไร่ และวิธีการของเกษตรกรได้ผลผลิตข้าว 530 กิโลกรัมต่อไร่ ดังนั้นหาก
ดำเนินการตามเทคโนโลยกี ารผลติ ของกรมการข้าวเกษตรกรมผี ลผลิตขา้ วเพ่มิ 94 กโิ ลกรมั ต่อไร่
1.3) บา้ นแม่นาจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จงั หวัดเชียงใหม่ เทคโนโลยกี ารผลิตขา้ วของกรมการ
ข้าวมีผลผลิตข้าว 643 กิโลกรัมต่อไร่ และวิธีการของเกษตรกรได้ผลผลิตข้าว 545 กิโลกรัมต่อไร่ ดังนั้นหาก
ดำเนนิ การตามเทคโนโลยกี ารผลติ ของกรมการขา้ วเกษตรกรมีผลผลิตขา้ วเพ่มิ 98 กิโลกรัมต่อไร่
2) การวิเคราะห์ถึงต้นทุนก่อนเริ่มโครงการและหลังจากมีโครงการ รวมทั้งรายได้สุทธิแล้ว พบว่า หาก
มีโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่สูงเฉพาะพื้นที่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ทำให้
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถได้รับความรู้ และปฏิบัติตามคำแนะนำได้ถูกต้อง ส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิต และ
เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้ โดยทั้ง 3 หมู่บ้านที่ได้เข้าไปดำเนินการมีต้นทุนและรายได้เฉลี่ย มี
ขอ้ สังเกต ดังนี้
2.1) บ้านแม่ปาน ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกร
เฉลี่ย 4,024 บาทต่อไร่ หากดำเนินการตามวิธีการของกรมการขา้ ว สามารถลดตน้ ทุนการผลิตได้ 287 บาทตอ่
ไร่ และสามารถเพม่ิ รายได้ 1,353 บาทตอ่ ไร่
2.2) บ้านกองกาน ตำบลแม่ศึก อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชียงใหม่ ตน้ ทนุ การผลิตขา้ วของเกษตรกรเฉล่ีย
4,173 บาทต่อไร่ หากดำเนินการตามวิธีการของกรมการข้าว สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 649 บาทต่อไร่
และสามารถเพิ่มรายได้ 1,620 บาทตอ่ ไร่
2.3) บ้านแม่นาจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ย 3,334
บาทต่อไร่ หากดำเนินการตามวิธีการของกรมการข้าว สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 494 บาทต่อไร่ และ
สามารถเพม่ิ รายได้ 1,598 บาทตอ่ ไร่
3) นวัตกรชุมชนทัง้ 12 ราย เมื่อทราบต้นทุนการผลิตและรายได้สุทธิ (ตารางที่ 5.1 และ5.2) ต้องการ
ปรับเปลี่ยนการใส่ปุ๋ยเคมีของตนเองเป็นการใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินเนื่องจากเป็น วิธีการที่สามารถลด
ต้นทุนการผลิตข้าว เพราะมีการใส่ปุ๋ยเคมีน้อยกว่ากรรมวิธีของเกษตรกร และจากการประเมินของนวัตกร
ชุมชน พบว่าต้นข้าวมีการเจริญเติบโตและผลผลิตข้าวไม่แตกต่างกับกรรมวิธีของเกษตรกร ดังนั้นในฤดูนาปี
2565 นวตั กรชมุ ชนจงึ ดำเนินการปรับเปลีย่ นการใสป่ ๋ยุ เคมีของตนเองเปน็ การใสป่ ยุ๋ เคมีตามคา่ วิเคราะห์ดิน
4) การใช้กับดักกาวเหนียวและชีวภัณฑ์เชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์เป็นวิธีการที่สามารถใช้ได้ง่าย ปลอดภัย
ต่อชีวิต เน่ืองจากข้าวที่ปลูกเป็นขา้ วเพอื่ การบริโภคเทา่ นน้ั นอกจากน้เี ปน็ การช่วยลดการใชส้ ารเคมบี นพ้ืนทีส่ งู
5) นวัตกรชุมชนได้รับความรู้ใหม่ การสารเคมีป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าวที่ถูกต้อง ทำให้
สามารถลดตน้ ทุนการผลิตและมีคุณภาพชวี ติ ของเกษตรกรที่ดขี ึ้น
6) การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนวัตกรชุมชนกับนักวิจัยโดยการจัดทำแปลงสาธิตการปรับใช้และ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวท่ีสูงเฉพาะพื้นที่ของกรมการข้าว พบว่า กรรมวิธีทดลองบ้างกรรมวิธี เป็น
วิธีการที่นวัตกรชุมชนบางรายไม่เคยรับรู้มาก่อน เนื่องจากนวัตกรชุมชนบางรายมีความเชื่อเดิมที่ต้องปฏิบัติ
ตามความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการเรียนรู้ เปิดใจยอม รับและ
เปลยี่ นแปลงแนวความคิดของนวัตกรชมุ ชน
7) ข้าวพันธุ์ กข22 ให้ผลผลิตสูง ต้านทานต่อโรคไหม้ และแมลงบั่ว นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอม นวัตกร
ทั้ง 10 รายพึ่งพอใจในคณุ ภาพ จงึ มีความต้องการเมลด็ พันธข์ุ า้ ว กข22 เพ่ือใชใ้ นการเพาะปลกู ในฤดูนาปี 2565
ผลการดำเนินงาน การพัฒนาระบบสำรองข้าวภายในชุมชนในรูปแบบธนาคารข้าว ได้ร่วมประชุม
ชี้แจงโครงการโดยมี เกษตรอำเภอแม่แจ่ม เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน และ
47
ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อคัดเลือกผู้สนใจทำแปลงผลิตเมล็ดข้าวเพื่อเป็นระบบสำรองข้าวภายในชุมชนใน
รูปแบบธนาคารข้าว หลังจากนั้นมถี า่ ยทอดความรู้ในการผลิตเมล็ดพันธ์ขุ า้ ว ด้วยวิธีการบรรยาย และฝึกปฏิบตั ิ
จริงในขั้นตอนการคัดเลือกลักษณะต้นข้าว และตรวจตัดข้าวปนตามระยะการเจริญเติบโตของข้าวในแปลง
เกษตรกร ทำความสะอาด และจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว และร่วมกันร่างระเบียบ ข้อปฏิบัติของสมาชิกในการต้ัง
ธนาคารข้าว สามารถจัดตั้ง กลุ่มธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนบ้านแม่ปาน-สันเกี๋ยง ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่
แจม่ จังหวัดเชียงใหม่ มสี มาชิกจำนวน 12 คน ขณะนไี้ ดม้ เี มล็ดพนั ธ์ุขา้ วไว้ใช้สำรองจำนวน 2 พนั ธุ์คอื พันธ์ุข้าว
สันป่าตอง 1 จำนวน 300 กิโลกรัม และ พันธุ์ข้าวเหนียวสันป่าตอง จำนวน 100 กิโลกรัม และกลุ่มธนาคาร
เมล็ดพันธขุ์ ้าวชมุ ชนบ้านแม่วาก-แมน่ าจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแมแ่ จ่ม จังหวัดเชยี งใหม่ มีสมาชกิ จำนวน 22
คน มีเมล็ดข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 สำหรับเพาะปลูกในฤดูนาปี 2565 จำนวน 300 กิโลกรัม ส่วนบ้านกอง กาน
ตำบลแมศ่ กึ อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชียงใหม่ เกษตรกรไมส่ นใจร่วมดำเนนิ การ เน่อื งจากทีห่ มบู่ า้ นกองกาน เคย
มกี ารดำเนินการธนาคารขา้ วมาแล้ว แต่มปี ญั หาเรื่อง ความยุ่งยากในการบริหารจัดการเมล็ดพันธุ์ข้าวและทีเ่ ป็น
ปัญหามากที่สุดคือ คน เพราะมีคนยืม แต่ไม่ยอมชดใช้ข้าว เมื่อไปทวงข้าวก็เกิดการกระทบกระทั่งกันในชุมชน
จนเกิดความเบื่อหน่ายของตัวแทนกลุ่ม หากมีการจัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าวคงพบปัญหาเดิมอีกครั้ง
นอกจากนยี้ ังพบปญั หาเรื่อง สถานทีเ่ ก็บรักษาและคนดแู ล เนื่องจากสถานที่เดมิ ไปเสียหายไปแลว้
การสร้างกระบวนการเรยี นรู้และการสร้างนวตั กร
การจัดทำแปลงสาธิตการปรับใช้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่สูงเฉพาะพื้นที่นั้น ได้นวัตกร
ชุมชนจำนวน 13 ราย เข้ามาร่วมทดสอบวิธีการผลิตข้าวของกรมการข้าวเปรียบเทียบกับวิธีการของนวัตกร
ชุมชน โดยการคัดเลือกนวัตกรชุมชนนั้นมาจากวิธีการคือ การเป็นผู้นำชุมชน ตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ และ
ความสมัครใจเข้าร่วมการทดสอบ โดยเทคโนโลยีการผลิตของกรมการข้าวที่นวัตกรชุมชนได้คัดเลือกน้ัน เป็น
วิธีการที่นวัตกรสนใจ และใช้แก้ปัญหาในการผลิตข้าวในพื้นที่ เช่น การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินและ ปุ๋ย
ชวี ภาพ เพอ่ื ลดการใชป้ ยุ๋ เคมี การปอ้ งกันกำจดั โรคและแมลงโดยชีววธิ ีของกรมการขา้ ว โดยการใช้เช้ือจุลินทรีย์
ปฏิปักษ์ และกับดักกาวเหนียว เพื่อลดการใช้สารเคมีบนพื้นที่สูง การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวตาม
คำแนะนำของกรมการข้าว เพื่อให้ใช้สารเคมีได้ถูกต้องเหมาะสมกับการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว
การใช้พันธข์ุ า้ ว เพอื่ เปน็ ทางเลือกในการเพม่ิ ผลิตข้าว
4.1.4 โครงการวิจัยย่อยที่ 4 การปรับปรุงการผลิตข้าวบนพื้นที่สูงด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
เพ่ือการใชพ้ ้นื ทเี่ กษตรกรรมอยา่ งยงั่ ยนื ในอำเภอปางมะผา้ จงั หวัดแม่ฮ่องสอน
โครงการนี้ดำเนินการในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุม 3 ชุมชน 2 ตำบล คือ
(1) บ้านเมืองแพม ตำบลถำ้ ลอด (2) บ้านแม่ละนา และ (3) บ้านลกุ ข้าวหลาม ตำบลปางมะผ้า ซงึ่ ประกอบด้วย
3 กจิ กรรม ดงั น้ี
กิจกรรมที่ 1 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว กิจกรรมนี้ครอบคลุมเนื้อหา 2 ส่วน คือ ประชุม
ชีแ้ จงโครงการ/จดั เวทชี ุมชนระดมความคดิ เห็นในการดำเนินงาน เพอื่ รับฟังความคิดเหน็ และชีแ้ จงวตั ถุประสงค์
ของโครงการแก่ผู้นำชุมชน เกษตรกรในพื้นที่ และหน่วยงานภาคีในพื้นที่ การสำรวจข้อมูลพื้นฐานชุมชน การ
ผลติ ขา้ วและระดบั ความม่ันคงดา้ นอาหารในชุมชน โดยการสมุ่ สัมภาษณ์เกษตรกรในพ้ืนที่ สว่ นที่ 2 ดำเนินการ
จัดฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการ 3 หลักสูตรให้กับแกนนำ นวัตกร เกษตรกรที่สนใจในพื้นท่ี
คือ (1) หลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ และวิธีการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว (2)
หลักสูตรเทคโนโลยกี ารผลิตข้าวพันธุ์ดี และ (3) หลักสูตรการผลติ เมล็ดพนั ธุ์ข้าวให้ได้มาตรฐาน GAP ด้าน ICS
และคัดเลือกเกษตรกรอาสาสมคั รประจำชมุ ชน และถ่ายทอดองค์ความรู้ดา้ นข้าว เพอื่ ใหแ้ กนนำอาสานำไปเปน็
48
ความรู้ ให้คำปรึกษาและถ่ายทอดให้กับเกษตรกรในชุมชนเบื้องต้น และสามารถประสานงานกับหน่วยงานที่
เก่ยี วข้องในพ้ืนทีไ่ ด้
กิจกรรมที่ 2 การปรับใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตขา้ ว
ดำเนนิ การคดั เลือกแปลงเกษตรกรตน้ แบบสำหรบั นำชุดเทคโนโลยีพรอ้ มใชม้ าปรับใชใ้ นพ้นื ท่ีเกษตรกรท้ังนิเวศ
ข้าวนาและข้าวไร่ สำหรับเป็นแปลงเรียนรู้และเป็นแปลงต้นแบบการผลิตข้าวที่ใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้มาปรบั ใช้
ให้เหมาะสมในพื้นที่แปลงเกษตรกร จำนวน 12 แปลง (นิเวศข้าวไร่ และข้าวนา นิเวศละ 6 แปลง) โดยเป็น
แปลงสาธติ การใชป้ ยุ๋ สารกำจัดวัชพืชและแมลงทเ่ี หมาะสม ดำเนินการเปรยี บเทียบผลผลิตข้าวระหว่างแปลงท่ี
ดูแลจัดการโดยกรมการข้าว กับแปลงที่เกษตรกรเจ้าของแปลงดูแลและปฏิบัติแบบกรรมวิธีเกษตรกร ก่อนการ
ทดลองทำการเก็บตัวอย่างดินทั้ง 12 แปลง พบว่าพื้นที่ข้าวไร่ จำนวน 6 แปลง ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว (clay)
ปฏกิ ริ ิยาดิน (soil pH) เปน็ กรดเล็กน้อยถึงกรดจดั มาก มปี รมิ าณอินทรยี วตั ถุในดนิ สูง และปริมาณไนโตรเจนใน
ดินอยู่ในระดับสูงมาก ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มีความผันแปรตั้งแต่ต่ำมากถึงสูงมาก ปริมาณโพแทสเซียมท่ี
สกัดได้อยู่ในระดับสูงมาก ปริมาณแคลเซียมอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำมาก ปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้อยู่ใน
ระดับปานกลางถึงต่ำ ค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกผันแปรอยู่ในระดับต่ำถึงค่อนข้างสูง พื้นที่
ข้าวนาสวน 6 แปลง ลักษณะเนื้อดินเป็นดินเหนียว ดินร่วนเหนียว (clay loam) และดินร่วนเหนียวปนทราย
(sandy clay loam) ปฏิกิริยาดินเป็นกรดปานกลางถึงถึงกรดจัด มีปริมาณอินทรียวัตถุผันแปรในดินต่ำถึงสูง
และปริมาณไนโตรเจนในดินอยู่ในระดับสูงมาก ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มีความผันแปรตั้งแต่ต่ำถึง สูง
ปริมาณโพแทสเซียมที่สกัดได้มีค่าผันแปรอยู่ในระดับต่ำถึงสูงมาก ปริมาณแคลเซียมอยู่ในระดับต่ำถึงต่ำมาก
ปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้อยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำมาก ค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกผัน
แปรอย่ใู นระดับตำ่ ถงึ ปานกลาง
ผลการทดลองพบว่า ผลผลิตข้าวไร่ในแปลงของกรมการข้าวให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยผันแปรระหว่าง
372.2-492.5 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีองค์ประกอบผลผลิตแปลงของกรมการข้าว ดังนี้ คือ น้ำหนัก 1,000 เมล็ด
เฉลี่ย 31.5-38.8 กรัม มีความยาวรวงเฉลี่ย 25.7-30.8 เซนติเมตร ส่วนแปลงเกษตรกรให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยผัน
แปรระหว่าง 276.0-460.8 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีองค์ประกอบผลผลิต คือ น้ำหนัก 1,000 เมล็ด เฉลี่ย 29.8-37.0
กรัม มีความยาวรวงเฉลี่ย 25.3-29.6 เซนติเมตร ดังนั้นการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่
จำเป็นต้องใช้วิธีการทแ่ี ตกต่างกันไปตามแต่ละสภาพพน้ื ที่และนเิ วศ เพือ่ ให้ไดผ้ ลผลติ ข้าวสูงสุด ส่วนตน้ ทุนการ
ผลิต พบว่าแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ดังนี้ ตำบลถ้ำลอด นิเวศข้าวไร่ พบว่าแปลงของกรมการข้าวและ
แปลงของเกษตรกรให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 450.3 และ 420.1 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ย 2,650.0
และ 2,316.7 บาท/ไร่ ตามลำดับ คิดเป็นรายได้สุทธิเฉลี่ย เท่ากับ 3,654.7 และ 3,565.2 บาท/ไร่ โดยแปลง
ของกรมการข้าวให้รายได้สูงกว่าแปลงเกษตรกร 89.5 บาท/ไร่ นิเวศข้าวนาสวน พบว่าแปลงของกรมการข้าว
และแปลงของเกษตรกรใหผ้ ลผลติ ขา้ วเฉลี่ย 398.9 และ 350.2 กโิ ลกรมั /ไร่ มีต้นทนุ การผลิตขา้ วเฉลี่ย 3,616.7
และ 3,200.0 บาท/ไร่ ตามลำดับ คิดเป็นรายได้สุทธิเฉลี่ย เท่ากับ 1,169.7 และ 1,002.4 บาท/ไร่ โดยแปลง
ของกรมการข้าวให้รายได้สูงกว่าแปลงเกษตรกร 167.3 บาท/ไร่ ตำบลปางมะผ้า นิเวศข้าวไร่ พบว่าแปลงของ
กรมการข้าวและแปลงของเกษตรกรให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 572.3 และ 433.2 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิตข้าว
เฉลย่ี 2,610.0 และ 2,210.0 บาท/ไร่ ตามลำดบั คิดเปน็ รายไดส้ ทุ ธิเฉลีย่ เทา่ กับ 5,402.2 และ 3,854.3 บาท/
ไร่ โดยแปลงของกรมการข้าวให้รายไดส้ งู กวา่ แปลงเกษตรกร 1,8547.9 บาท/ไร่ นิเวศข้าวนาสวน พบว่าแปลง
ของกรมการข้าวและแปลงของเกษตรกรให้ผลผลิตข้าวเฉลี่ย 619.7 และ 522.0 กิโลกรัม/ไร่ มีต้นทุนการผลิต
ข้าวเฉลี่ย 3,616.7 และ 3,216.7 บาท/ไร่ ตามลำดับ คิดเป็นรายได้สุทธิเฉลี่ย เท่ากับ 3,819.7 และ 3,047.3
บาท/ไร่ โดยแปลงของกรมการขา้ วให้รายไดส้ ูงกว่าแปลงเกษตรกร 772.4 บาท/ไร่
49
กิจกรรมที่ 3 การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ กิจกรรมนี้ดำเนินการ 2 ส่วน คือ
การจัดทำแปลงเรียนรู้และสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้ในชุมชน ทั้งนิเวศข้าวไร่และข้าวนาสวน โดยทีม
นักวิจัยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์หลัก เพื่อใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายต่อไป ในแปลงสาธิตการผลิต
เมล็ดพันธุ์ทำการวัดการเจริญเติบโตของต้นข้าว การแตกตอ จำนวนต้น/กอ จำนวนกอ/ตารางเมตร ความสูง
ต้นข้าวทุก 15, 30, 45, 60, 75 และ 90 วันหลังหยอด/ปักดำ สามารถสรุปผลการทดลองดังนี้ แปลงข้าวไร่
แปลงที่ 1 พันธุ์ข้าวดอเชียงดาว ให้ผลผลิตข้าว 590.69 กิโลกรัม/ไร่ ต้นข้าวมีการแตกกอเฉลีย่ สูงสุดหลังหยอด
ได้ 75 วัน (24.6+7.5 หนอ่ /กอ) แปลงท่ี 2 พนั ธ์ขุ ้าวเจา้ ลีซอสนั ป่าตอง ใหผ้ ลผลติ ขา้ ว 137.86 กิโลกรมั /ไร่ ต้น
ข้าวมีการแตกกอเฉลีย่ 6-8 หน่อ/กอ ความสูงต้นข้าว ต้นเข้ามีการเจริญเติบโตทางลำต้นจนถึงอายุ 90 วันหลัง
การหยอด มีความสงู เฉล่ยี ของแปลงท่ี 1 และ 2 คือ 151.7+5.9 และ 117.4+6.3 เซนติเมตร ตามลำดบั แปลง
ข้าวนาสวน แปลงที่ 1 พันธุ์ข้าวพื้นเมือง บือแหม่ชาถ่า ให้ผลผลิตข้าว 831.56 กิโลกรัม/ไร่ ต้นข้าวมีการแตก
กอสูงสุดเมื่ออายุได้ 60 วันหลังการปักดำ (33.6+3.8 หน่อ/กอ) แปลงที่ 2 ข้าวพันธุ์ กข21 มีให้ผลผลิตข้าว
485.12 กิโลกรัม/ไร่ การแตกกอสูงสุดเมื่ออายุ 75 วัน หลังการปักดำ (22.6+2.6 หน่อ/กอ) ความสูงต้นข้าว
ต้นข้าวมคี วามสงู สงู สุดเฉล่ียในแปลงที่ 1 และแปลงท่ี 2 คือ 184.9+6.0 และ 73.4+5.3 เซนติเมตร ตามลำดับ
ผลการวิเคราะห์คุณภาพข้าว พบว่า พันธุ์บือแหม่ชาถ่า กข21 และเจ้าลีซอสันป่าตอง ผ่านมาตรฐานเมล็ดพันธุ์
ชัน้ พนั ธุ์จำหนา่ ย
การสร้างกระบวนการเรียนรแู้ ละสรา้ งนวตั กร
ดำเนินการสนับสนุนเมล็ดพันธ์ุข้าวชัน้ พันธุ์คดั แกก่ ล่มุ เกษตรกรท่รี วมตัวในชุมชนเพ่ือต้ังเปน็ กลุ่มผู้ผลิต
เมล็ดพันธุ์ข้าวสำรองสำรับชุมชน เพื่อจัดทำเป็นแปลงเรียนรู้และสาธิตการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยายใน
พื้นที่บ้านเมืองแพม นิเวศข้าวไร่ และข้าวนาสวน ชุมชนเลือกพันธุ์ข้าวพื้นเมือง คือ ดอยเชียงดาว และบือแหม่
ชาถ่า ตามลำดับ บ้านแมละนา นิเวศข้าวไร่ และข้าวนาสวน ชุมชนเลือกพันธุ์เจ้าลีซอสันป่าตอง และ กข21
ตามลำดับ ขณะนี้อย่รู ะหวา่ งเกบ็ เกยี่ วผลผลติ และวเิ คราะหผ์ ลผลิตขา้ ว องคป์ ระกอบผลผลิต ตลอดถงึ คุณภาพ
เมล็ดพันธุ์ต่อไป สำหรับการจัดทำแปลงเรียนรู้และสาธิตเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยการ
ใช้เมล็ดพันธุ์ดีหรือพันธุ์ที่เกษตรกรในพื้นที่นิยมปลูก ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ดูแลจัดการโรค-แมลงที่
เหมาะสม เก็บเกี่ยวในระยะพลับพลึง เปรียบเทียบกับการจัดการแบบเดิมของเกษตรกร ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บ
เกย่ี วผลผลติ และจะวเิ คราะห์ผลผลิตขา้ ว องค์ประกอบผลผลติ โดยจะรายงานผลในรายงานฉบับสมบูรณต์ ่อไป
การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว และสร้างแกนนำอาสาสมัครประจำพื้นที่ ดำเนินการจัดฝึกอบรม
เชิงปฏิบัติการ 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตข้าวพันธุ์ดี เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ณ
อาคารฝึกอบรมศูนย์วจิ ัยขา้ วแม่ฮ่องสอน มเี กษตรกรจาก 3 ชมุ ชนเขา้ รว่ มรวม 50 ราย หลักสตู รเทคโนโลยีการ
ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ดำเนินการฝึกอบรม 3 รอบ รอบที่ 1 วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม
หมู่บ้านลุกข้าวลาม รอบที่ 2 วันที่ 21 ตุลาคม 2564 ณ ศาลาประชาคมหมู่บ้านเมืองแพม และรอบที่ 3 วันท่ี
22 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์เรียนรู้การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปางมะผ้า เกษตรกรเข้าร่วม
อบรมรอบละ 20 ราย
4.2 ผลการวเิ คราะห์นวัตกรชาวบ้าน
การวิเคราะหน์ วตั กรชาวบ้านในชุดโครงการวจิ ัยน้ี เน่อื งจากความแตกต่างของกลุ่มชาติพันธแ์ุ ละสภาพ
พื้นที่ จึงได้ดำเนินการสร้างนวัตกรในแต่ละโครงการ ซึ่งมีวิธีคัดเลือก วิธีการพัฒนา และคุณลักษณะหลังการ
พัฒนา รวมถึงบทบาทหน้าที่ในชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการประเมินคุณสมบัติตามแบบฟอร์มในภาคผนวก สามารถ
สรปุ ได้ ดงั ตารางที่ 4.1-4.4
50
ตารางที่ 4.1 วิธกี ารวิเคราะหน์ วตั กรชาวบ้านในอำเภอบ่อเกลอื จงั หวดั นา่ น
ชอื่ นวตั กร บทบาทหน้าทใี่ นชุมชน ระดับของนวตั กร วิธีการพัฒนา คณุ ลักษณะ
1. นายแก้ว ดวงพันธ์ กำนนั ตำบลภูฟ้า หลังการพัฒนา
กอ่ น หลงั
35 1. ผา่ นการจดั เวที 1. เป็นแกนนำ
ชุมชนและถา่ ยทอด สามารถ
เทคโนโลยกี ารผลิต ประชาสมั พนั ธ์ ให้
ข้าว ข้อมูลระดบั อำเภอ
2. ผ่านการศึกษาดู และจังหวัดนำไปสู่
งานการแปรรูป การพัฒนาชุมชนได้
ผลติ ภณั ฑ์ข้าวและ 2. มีความเสียสละ
พืชร่วมระบบเพือ่ ความรบั ผิดชอบ เป็น
พัฒนานวัตกร ทยี่ อมรับและไว้ใจ
ชมุ ชน ของคนในชมุ ชน
3. ร่วมทำแปลง
ตน้ แบบการเรียนรู้
4. ผ่านการ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี
การผลิตข้าวเพื่อ
พัฒนานวตั กรข้าว
ชุมชน
2. นางผนิ สุทธเขต ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญบ่ า้ นนากอก 3 5 1. ผา่ นการจดั เวที 1. เปน็ แกนนำ
ชมุ ชนและถา่ ยทอด สามารถ
เทคโนโลยีการผลติ ประชาสมั พันธ์ ให้
ข้าว ขอ้ มูลระดับอำเภอ
2. ผ่านการ และจงั หวดั นำไปสู่
ถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาชุมชนได้
การผลิตขา้ วเพอ่ื 2. มคี วามเสยี สละ
พัฒนานวัตกรขา้ ว ความรับผดิ ชอบ เป็น
ชุมชน ทีย่ อมรบั และไวใ้ จ
3. ผา่ นการศึกษาดู ของคนในชมุ ชน
งานการแปรรูป
ผลิตภณั ฑ์ข้าวและ
พชื ร่วมระบบเพอื่
พฒั นานวตั กร
ชุมชน
4. ร่วมทำแปลง
ตน้ แบบการเรียนรู้
51
ชือ่ นวตั กร บทบาทหน้าทใี่ นชุมชน ระดับของนวตั กร วธิ กี ารพฒั นา คุณลักษณะ
เกษตรกร ก่อน หลัง หลงั การพัฒนา
3. นางนัทรญั ญา พศิ 13
จาร 1. ผา่ นการจัดเวที 1. สามารถในการ
35
ชมุ ชนและถา่ ยทอด สร้างความร่วมมือ
เทคโนโลยีการผลิต ของชุมชนในการ
ขา้ ว แก้ไขปญั หา
2. ผ่านการ 2. มีความเสียสละ
ถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรับผดิ ชอบ เปน็
การผลิตขา้ วเพือ่ ที่ยอมรบั และไว้ใจ
พฒั นานวัตกรข้าว ของคนในชุมชน
ชุมชน
3. ผา่ นการศกึ ษาดู
งานการแปรรูป
ผลติ ภณั ฑข์ ้าวและ
พชื ร่วมระบบเพื่อ
พัฒนานวตั กร
ชมุ ชน
4. นายธนดล วงศ์มณี กำนันตำบลบอ่ เกลือใต้ 1.ผ่านการจดั เวที 1. เป็นแกนนำ
ทิพย์
ชุมชนและถ่ายทอด สามารถ
เทคโนโลยีการผลติ ประชาสัมพันธ์ ให้
ขา้ ว ขอ้ มูลระดับอำเภอ
2, ผา่ นการ และจงั หวดั นำไปสู่
ถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาชมุ ชนได้
การผลิตขา้ วเพ่ือ 2. มีความเสียสละ
พฒั นานวตั กรขา้ ว ความรบั ผิดชอบ เปน็
ชมุ ชน ท่ียอมรบั และไวใ้ จ
3. ผา่ นการศึกษาดู ของคนในชุมชน
งานการแปรรูป
ผลติ ภณั ฑ์ขา้ วและ
พชื ร่วมระบบเพ่อื
พฒั นานวัตกร
ชุมชน
4. รว่ มทำแปลง
ต้นแบบการเรยี นรู้
52
ชอ่ื นวตั กร บทบาทหน้าทใ่ี นชมุ ชน ระดบั ของนวตั กร วธิ กี ารพัฒนา คุณลักษณะ
เกษตรกร ก่อน หลงั หลงั การพัฒนา
5. นางจิดาภา เข่อื น 13
เมือง 1.ผา่ นการจดั เวที 1. สามารถในการ
13
35 ชุมชนและถ่ายทอด สรา้ งความร่วมมือ
13 เทคโนโลยกี ารผลติ ของชุมชนในการ
ขา้ ว แก้ไขปัญหา
2. ผ่านการ 2. มีความเสียสละ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี ความรบั ผดิ ชอบ เป็น
การผลิตขา้ วเพื่อ ทย่ี อมรบั และไวใ้ จ
พัฒนานวัตกรข้าว ของคนในชุมชน
ชมุ ชน
3. ร่วมทำแปลง
ตน้ แบบการเรียนรู้
6. นางมะลิสา วงศ์มณี เกษตรกร 1. ผ่านการจดั เวที สามารถในการสร้าง
ทิพย์
ชุมชนและถ่ายทอด ความรว่ มมือของ
เทคโนโลยีการผลติ ชมุ ชนในการแก้ไข
ข้าว ปญั หา
2. ร่วมทำแปลง
ต้นแบบการเรียนรู้
7. นายผล ขันหลวง ผ้ใู หญ่บ้านสว้า 1. ผา่ นการจดั เวที 1. เปน็ แกนนำ
ชุมชนและถา่ ยทอด สามารถ
เทคโนโลยีการผลิต ประชาสัมพนั ธ์ ให้
ขา้ ว ขอ้ มลู ระดบั อำเภอ
2. ผ่านการ และจังหวดั นำไปสู่
ถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาชมุ ชนได้
การผลติ ขา้ วเพื่อ 2. มคี วามเสยี สละ
พัฒนานวตั กรข้าว ความรับผดิ ชอบ เป็น
ชุมชน ทย่ี อมรับและไวใ้ จ
3. รว่ มทำแปลง ของคนในชุมชน
ต้นแบบการเรยี นรู้
8. นายวัน ใจปงิ เกษตรกร 1. ผา่ นการจัดเวที สามารถในการสร้าง
ชุมชนและถา่ ยทอด ความร่วมมอื ของ
เทคโนโลยกี ารผลิต ชุมชนในการแก้ไข
ขา้ ว ปัญหา
2. ผ่านการ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี
การผลติ ข้าวเพ่อื
53
ชื่อนวัตกร บทบาทหน้าทใ่ี นชุมชน ระดบั ของนวตั กร วธิ ีการพฒั นา คุณลกั ษณะ
กอ่ น หลัง หลังการพฒั นา
13
พัฒนานวัตกรข้าว
35
ชุมชน
34
9. นางโสพิศ ขันหลวง ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญ่บ้านสวา้ 1. ผา่ นการจัดเวที 1. สามารถในการ
ชมุ ชนและถา่ ยทอด สรา้ งความร่วมมอื
เทคโนโลยีการผลิต ของชมุ ชนในการ
ข้าว แกไ้ ขปญั หา
2. ผ่านการ 2. มีความเสยี สละ
ถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรบั ผิดชอบ เปน็
การผลติ ขา้ วเพือ่ ทยี่ อมรับและไวใ้ จ
พัฒนานวตั กรข้าว ของคนในชุมชน
ชุมชน
10.นายรัชภูมิ อักขระ กำนันตำบลบ่อเกลอื 1. ผา่ นการจัดเวที 1. สามารถในการ
เหนือ
ชุมชนและถา่ ยทอด ถา่ ยทอดองค์ความรู้
เทคโนโลยีการผลติ และแนะนำวธิ แี กไ้ ข
ข้าว ปญั หาในชุมชน
2. ผ่านการ 2. เปน็ แกนนำ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี สามารถ
การผลติ ขา้ วเพ่อื ประชาสัมพันธ์ ให้
พฒั นานวตั กรขา้ ว ข้อมลู ระดับอำเภอ
ชมุ ชน และจงั หวัดนำไปสู่
3. รว่ มทำแปลง การพัฒนาชมุ ชนได้
ตน้ แบบการเรยี นรู้
11.นายสมโภชน์ อุดเตน็ ผชู้ ว่ ยผู้ใหญบ่ า้ นบอ่ 1. ผ่านการจดั เวที 1. สามารถในการ
หยวก
ชมุ ชนและถา่ ยทอด ถ่ายทอดองค์ความรู้
เทคโนโลยีการผลิต และแนะนำวิธแี กไ้ ข
ข้าว ปญั หาในชมุ ชน
2. ผา่ นการ 2. มคี วามเสียสละ
ถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรับผดิ ชอบ เปน็
การผลติ ข้าวเพอ่ื ที่ยอมรับและไว้ใจ
พฒั นานวัตกรขา้ ว ของคนในชมุ ชน
ชมุ ชน
3. ร่วมทำแปลง
ตน้ แบบการเรยี นรู้
54
ช่ือนวัตกร บทบาทหนา้ ทใ่ี นชมุ ชน ระดบั ของนวตั กร วธิ ีการพฒั นา คณุ ลกั ษณะ
12.นายสวสั ดิ์ ธิยาวงค์ เกษตรกร หลงั การพฒั นา
กอ่ น หลัง 1. ผ่านการจัดเวที
12 ชุมชนและถ่ายทอด สามารถในการให้
เทคโนโลยีการผลติ ขอ้ มูลชุมชนและ
ข้าว วิเคราะห์ปญั หาทจ่ี ะ
2. ผา่ นการ เกิดขึ้น
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี
การผลติ ข้าวเพ่อื
พฒั นานวตั กรขา้ ว
ชุมชน
ตารางท่ี 4.2 วิธีการวิเคราะห์นวัตกรชาวบา้ นในอำเภอเวียงแหง จังหวดั เชยี งใหม่
ชื่อนวัตกร บทบาทหนา้ ทใ่ี นชมุ ชน ระดบั ของนวตั กร วิธกี ารพัฒนา คณุ ลักษณะหลังการ
1. นายมนญู สายผึ้ง ผชู้ ว่ ยผูใ้ หญ่บา้ น พัฒนา
กอ่ น หลงั
2. นายครรชติ แซ่โจ้ว สมาชิกในชมุ ชน - เขา้ รว่ มดำเนนิ - มรี ้ดู ้านเทคโนโลยกี าร
(เกษตรกรรุน่ ใหม่) 35
แปลงทดสอบปรับ ผลติ ข้าว สามารถ
12
ใช้เทคโนโลยี ถ่ายทอดและขยายผลให้
สอดคล้องกับภูมิ คนในชมุ ชนได้
ปญั ญาท้องถิ่น - สามารถวเิ คราะห์
- การอบรม ปญั หาและสะทอ้ นปัญหา
เทคโนโลยกี าร ดา้ นขา้ วของชุมชนให้
ผลิตขา้ ว เจา้ หน้าที่ หรือผทู้ ่ี
- เขา้ ร่วมกลุ่มผูใ้ ช้ สามารถแกไ้ ขปญั หาได้
ประโยชนข์ า้ วใน และประสานกลุ่มคนได้
ชมุ ชน ในระดับตำบล อำเภอ
-สามารถประชาสัมพันธ์
เพอื่ หาสมาชกิ สรา้ ง
เครือขา่ ย
- เขา้ รว่ มดำเนนิ - มีรดู้ ้านเทคโนโลยีการ
แปลงทดสอบปรับ ผลติ ข้าว สามารถทราบ
ใช้เทคโนโลยี เพอื่ ถึงสาเหตกุ ารเกิดปัญหา
สอดคล้องกบั ภมู ิ ในแตล่ ะขน้ั ตอนการผลิต
ปญั ญาท้องถ่ิน - สามารถวิเคราะห์และ
- เขา้ ร่วมกลุม่ ผู้ใช้ หาแนวทางแก้ไขปญั หา
ประโยชน์ข้าวใน ให้คนในชุมชนได้
ชุมชน
55
ชอื่ นวตั กร บทบาทหน้าทใ่ี นชมุ ชน ระดบั ของนวตั กร วธิ ีการพัฒนา คุณลักษณะหลงั การ
3. นายสุรพล ยาปา่ สมาชิกในชมุ ชน พฒั นา
(เกษตรกรรนุ่ ใหม)่ ก่อน หลงั
4. นายจนั ทรแ์ กว้ โปธา - เขา้ ร่วมดำเนนิ - มรี ดู้ ้านเทคโนโลยกี าร
กำนัน 23
5. นายสุขวัญ ทองฤทธ์ิ แปลงทดสอบปรับ ผลติ ข้าว สามารถ
6. นายสมคิด โหลง่ คำ สมาชกิ ในชมุ ชน 34
(เกษตรกรรุ่นใหม)่ ใชเ้ ทคโนโลยี เพื่อ ถ่ายทอดและขยายผลให้
23
สมาชกิ ในชุมชน 34 สอดคลอ้ งกับภูมิ คนในชุมชนได้
(เกษตรกรร่นุ ใหม่)
ปญั ญาทอ้ งถน่ิ -สามารถวเิ คราะหป์ ัญหา
- การอบรม ท่เี กดิ ขนั้ ระหวา่ ง
เทคโนโลยีการ กระบวนการผลิตและ
ผลิตข้าว สามารถแกไ้ ขปัญหาได้
- เขา้ ร่วมกลุ่มผูใ้ ช้
ประโยชน์ขา้ วใน
ชุมชน
- เข้าร่วมดำเนนิ - มรี ู้ดา้ นเทคโนโลยกี าร
แปลงทดสอบปรับ ผลติ ข้าว สามารถ
ใชเ้ ทคโนโลยี ให้ ถ่ายทอดและขยายผลให้
สอดคลอ้ งกบั ภมู ิ คนในชมุ ชนได้
ปัญญาทอ้ งถิ่น -สะท้อนปัญหาเพอื่
- ให้แนวคิดในการ หาทางแกไ้ ขในระดบั
สรา้ งความ ตำบลและอำเภอได้
เขม้ แข็งของกลุ่ม
เพือ่ สรา้ ง
เครือข่ายในระดับ
ตำบล อำเภอ
- เข้าร่วมดำเนนิ - มรี ้ดู ้านเทคโนโลยีการ
แปลงทดสอบปรับ ผลิตข้าว
ใช้เทคโนโลยี ให้ สามารถวเิ คราะหแ์ ละหา
สอดคล้องกับภูมิ แนวทางแกไ้ ขปญั หาดา้ น
ปญั ญาท้องถน่ิ ขา้ วใหก้ ับเกษตรกรแปลง
ใกลเ้ คียงได้
- เขา้ รว่ มดำเนนิ - มรี ดู้ า้ นเทคโนโลยกี าร
แปลงทดสอบปรบั ผลติ ข้าวและสามารถ
ใชเ้ ทคโนโลยี ให้ นำมาปรบั ใหเ้ ข้ากับ
สอดคล้องกบั ภูมิ สถานการณป์ ัจจุบันของ
ปัญญาท้องถน่ิ ชมุ ชนและขยายผลให้คน
ในชุมชนได้
56
ชอ่ื นวตั กร บทบาทหน้าทใี่ นชมุ ชน ระดับของนวตั กร วธิ ีการพัฒนา คุณลกั ษณะหลงั การ
7. นายบญุ ปหู่ ลู่ ผใู้ หญ่บ้าน พัฒนา
ก่อน หลงั
8. นายพลทตั ซิเมอ่ สมาชกิ ในชุมชน - การอบรม - สามารถวเิ คราะหแ์ ละ
เกอร์ (เกษตรกรรุ่นใหม่และ 35
เทคโนโลยีการ หาแนวทางแก้ไขปญั หา
ประธานกล่มุ 34
ปศุสตั ว์อำเภอเวยี งแหง) ผลติ ข้าว ได้
- เข้าร่วมดำเนิน - มีรดู้ า้ นเทคโนโลยีการ
แปลงทดสอบปรับ ผลิตขา้ ว สามารถ
ใช้เทคโนโลยี ให้ ถ่ายทอดและขยายผลให้
สอดคลอ้ งกบั ภมู ิ คนในชมุ ชนได้
ปญั ญาทอ้ งถน่ิ - สามารถวเิ คราะห์
- เขา้ ร่วมกล่มุ การ สถานการณ์ หาทางแกไ้ ข
จดั การขา้ วใน ปญั หาได้
รปู แบบธนาคาร -สามารถสะทอ้ นปญั หา
ขา้ ว และแนวทางการพัฒนา
- สรา้ งเครอื ขา่ ย กลุ่มให้เขม้ แขง็ กับ
และการ เครือข่ายที่เก่ยี วข้องใน
ประชาสมั พนั ธ์ใน ระดับตำบลและอำเภอ
ระดบั ตำบล ได้
อำเภอ
- เขา้ รว่ มดำเนิน - มรี ู้ด้านเทคโนโลยกี าร
แปลงทดสอบปรับ ผลิตขา้ ว และคัดเลือก
ใช้เทคโนโลยี ให้ พันธุ์ขา้ วให้บริสทุ ธ์เิ พ่มิ
สอดคล้องกับภูมิ มากขน้ึ สามารถ
ปญั ญาท้องถิ่น ถา่ ยทอดและขยายผลให้
- การอบรม คนในชุมชนได้
เทคโนโลยีการ - สามารถวิเคราะห์
ผลติ ข้าวและรว่ ม ปญั หาและหาทางแกไ้ ข
กจิ กรรมการผลติ ปัญหาด้านขา้ วใหค้ นใน
เมลด็ พนั ธุ์ขา้ วใน ชมุ ชนไดท้ ้งั ในดา้ นการ
ชุมชน จัดการแปลง และการ
- สรา้ งเครอื ขา่ ย รวมกลุ่ม
และการ - สามารถขับเคลอ่ื นกลมุ่
ประชาสมั พันธ์ใน ผูผ้ ลิตเมล็ดพันธ์ุขา้ วตอ่
ระดบั ตำบล ได้
อำเภอ
57
ชอ่ื นวัตกร บทบาทหนา้ ทใ่ี นชมุ ชน ระดับของนวตั กร วธิ ีการพัฒนา คุณลักษณะหลงั การ
9. นางทฆิ มั พร ซเิ มอ่ สมาชกิ ในชมุ ชน พัฒนา
เกอร์ กอ่ น หลงั
(เกษตรกรรุ่นใหม่ และ - การอบรม - มรี ดู้ า้ นเทคโนโลยกี าร
10. นายเอกรินทร์ พุนนุ อสม.) 24
เทคโนโลยกี าร ผลิตข้าว และคดั เลือก
สมาชิกในชุมชน 23
(เกษตรกรรุ่นใหม)่ ผลิตขา้ วและรว่ ม พันธข์ุ ้าวใหบ้ ริสุทธเ์ิ พ่ิม
กิจกรรมการผลติ มากขนึ้ สามารถ
เมล็ดพนั ธ์ุข้าวใน ถา่ ยทอดและขยายผลให้
ชุมชน คนในชุมชนได้
- เข้ารว่ มกลมุ่ ผลติ - สามารถวเิ คราะห์
เมล็ดพันธุ์และ ปัญหา สาเหตทุ ่ีเกิดขนึ้
คดั เลอื กพันธข์ุ ้าว ระหวา่ งกระบวนการผลติ
พ้ืนเมือง เพือ่ หาทางแกไ้ ขร่วมกบั
- สรา้ งเครือข่าย คนในชมุ ชนและ
และการ เจ้าหน้าทผ่ี ้เู กย่ี วข้อง
ประชาสมั พันธ์ใน -สามารถส่อื สาร
ระดับตำบล ประสานหาแนวร่วม
อำเภอ ขับเคลือ่ นการทำงาน
กล่มุ ได้
- เข้าร่วมอบรม - มรี ดู้ า้ นเทคโนโลยกี าร
เทคโนโลยกี าร ผลิตขา้ ว และคดั เลือก
ผลิตข้าวและรว่ ม พันธุ์ขา้ ว สามารถ
กิจกรรมการผลิต ถ่ายทอดและขยายผลได้
เมล็ดพันธข์ุ ้าวใน - รูป้ ัญหาดา้ นขา้ วของ
ชุมชน ชมุ ชน และมแี นว
- เข้าร่วมกลุ่มผลิต ทางการพฒั นากลุ่มให้
เมลด็ พนั ธ์แุ ละ ประสบผลสำเร็จ
คดั เลอื กพนั ธข์ุ ้าว
พ้ืนเมอื ง
ตารางที่ 4.3 วิธีการวเิ คราะหน์ วตั กรชาวบา้ นในอำเภอแม่แจม่ จงั หวดั เชยี งใหม่
ช่อื นวัตกร บทบาทหน้าท่ี ระดบั ของนวัตกร วธิ ีการพฒั นา คณุ ลกั ษณะ
ในชุมชน กอ่ น หลัง หลังการพฒั นา
1) บา้ นแม่ปาน ตำบลชา่ งเคง่ิ อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวัดเชียงใหม่
1.1)นายวโิ รจน์ หมอกไหม เป็นผู้นำชุมชน 3 5 1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลิตขา้ วของกรมการขา้ ว การผลติ ข้าวไปปรบั ใชใ้ น
แปลงนาข้าวของตนเอง
58
ชอ่ื นวตั กร บทบาทหน้าท่ี ระดับของนวัตกร วิธีการพัฒนา คณุ ลกั ษณะ
ในชมุ ชน กอ่ น หลงั หลังการพฒั นา
1.2)นายเพียงใจ๋ บญุ รงั
1.3)นายประพันธุ์ นที ตัวแทน 13 2) ร่วมทำแปลงสาธติ การผลิต สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
เกษตรกร 12
ขา้ วติดตามการเจรญิ เติบโตข้าว ปลกู ขา้ วในแปลงของ
ตัวแทน
เกษตรกร และประเมินผลผลิตขา้ ว ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
วิเคราะหต์ ้นทุนการผลิต ร่วม เกษตรกรผูส้ นใจได้
ประเมินการยอมรับเทคโนโลยี 2) กลา้ ทดลองสงิ่ ใหม่ ใน
การผลติ ข้าว และวางแผนการ การการผลิตขา้ วของตนเอง
พัฒนาการผลิตข้าวเฉพาะพ้ืนท่ี 3) สามารถเปน็ ผ้นู ำ
ของตนเอง เกษตรกร ร่วมวเิ คราะห์
3) เข้าร่วมการฝึกปฏิบตั ิการผลิต ปญั หาการผลิตขา้ ว พรอ้ ม
เมลด็ พนั ธ์ุขา้ ว และตรวจตดั ข้าว เสนอทางแกไ้ ขปัญหาการ
ปนตามระยะการเจรญิ เติบโตของ ผลติ ข้าวของชมุ ชน
ขา้ วในแปลง และ ร่วมกนั รา่ ง 4) เปน็ วทิ ยากรถ่ายทอด
ระเบยี บ ข้อปฏบิ ัตขิ องสมาชิกใน ความรเู้ รือ่ งข้าวใหแ้ ก่
การตง้ั ธนาคารข้าว เกษตรกรในพ้นื ที่
5) เปน็ ผปู้ ระสานงานกบั
หน่วยงานภายนอกเพ่ือ
พฒั นาเกษตรกรในชุมชน
ได้
1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลติ ขา้ วของกรมการขา้ ว การผลิตขา้ วไปปรับใชใ้ น
2) ร่วมทำแปลงสาธติ การผลิต แปลงนาข้าวของตนเอง
ข้าวตดิ ตามการเจรญิ เตบิ โตข้าว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมนิ ผลผลติ ข้าว การปลกู ข้าวในแปลงของ
วิเคราะหต์ ้นทนุ การผลติ รว่ ม ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
ประเมินการยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรผสู้ นใจได้
การผลติ ข้าว
1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละ
การผลติ ข้าวของกรมการขา้ ว เทคโนโลยกี ารผลติ ขา้ วไป
2) ร่วมทำแปลงสาธติ การผลติ ปรับใชใ้ นแปลงนาขา้ วของ
ขา้ วตดิ ตามการเจรญิ เตบิ โตขา้ ว ตนเอง และสามารถแกไ้ ข
และประเมินผลผลิตขา้ ว ปัญหาการปลกู ขา้ วใน
วเิ คราะหต์ น้ ทุนการผลิต ร่วม แปลงของตนเองได้
ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี
การผลติ ข้าว
59
ชื่อนวัตกร บทบาทหนา้ ที่ ระดับของนวัตกร วิธีการพฒั นา คุณลกั ษณะ
1.4)นายทัศนัยบญุ รงั ในชุมชน หลงั การพัฒนา
กอ่ น หลงั
ตวั แทน 13 1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
เกษตรกร
การผลิตข้าวของกรมการขา้ ว การผลติ ข้าวไปปรับใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธิตการผลติ แปลงนาขา้ วของตนเอง
ข้าวติดตามการเจรญิ เตบิ โตข้าว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมนิ ผลผลติ ข้าว การปลกู ขา้ วในแปลงของ
วเิ คราะห์ตน้ ทุนการผลติ รว่ ม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี เกษตรกรผู้สนใจได้
การผลติ ขา้ ว
1.5)นายชมุ พลกาวนิ า่ น ประธานศูนย์ 3 5 1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
เรียนรู้การเพมิ่
ประสทิ ธภิ าพ การผลติ ข้าวของกรมการข้าว การผลติ ขา้ วไปปรบั ใชใ้ น
การผลิตสินคา้
เกษตรอำเภอ 2) ร่วมทำแปลงสาธติ การผลติ แปลงนาขา้ วของตนเอง
แมแ่ จม่ ขา้ วติดตามการเจรญิ เติบโตขา้ ว สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
และประเมินผลผลติ ขา้ ว ปลูกข้าวในแปลงของ
วิเคราะห์ต้นทุนการผลติ รว่ ม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี เกษตรกรผสู้ นใจได้
การผลิตขา้ ว และวางแผนการ 2) กล้าทดลองส่ิงใหม่ ใน
พฒั นาการผลติ ขา้ วเฉพาะพนื้ ท่ี การการผลติ ข้าวของตนเอง
ของตนเอง 3) สามารถเป็นผูน้ ำ
3) เขา้ รว่ มการฝึกปฏิบตั ิการผลิต เกษตรกร รว่ มวเิ คราะห์
เมลด็ พนั ธขุ์ า้ ว และตรวจตัดข้าว ปญั หาการผลติ ขา้ ว พร้อม
ปนตามระยะการเจรญิ เติบโตของ เสนอทางแก้ไขปญั หาการ
ขา้ วในแปลง และ ร่วมกนั ร่าง ผลติ ขา้ วของชมุ ชน
ระเบยี บ ข้อปฏบิ ตั ิของสมาชิกใน 4) เปน็ วิทยากรถา่ ยทอด
การตงั้ ธนาคารขา้ ว ความรเู้ รื่องขา้ วใหแ้ ก่
เกษตรกรในพ้ืนที่
5) เปน็ ผปู้ ระสานงานกับ
หนว่ ยงานภายนอกเพื่อ
พัฒนาเกษตรกรในชุมชน
ได้
2) บา้ นกองกาน ตำบลแมศ่ ึก อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชียงใหม่
2.1)นายธนพลมูลแกว้ ผู้ใหญบ่ า้ น 1 3 1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลิตขา้ วของกรมการขา้ ว การผลิตข้าวไปปรับใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธติ การผลิต แปลงนาข้าวของตนเอง
ข้าวตดิ ตามการเจรญิ เตบิ โตขา้ ว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมนิ ผลผลิตข้าว การปลูกข้าวในแปลงของ
60
ชือ่ นวตั กร บทบาทหน้าที่ ระดับของนวัตกร วิธกี ารพัฒนา คุณลักษณะ
2.2)นายธนบลู ย์ มลู แกว้ ในชมุ ชน กอ่ น หลัง หลงั การพัฒนา
ผูช้ ่วย 24
2.3)นายใจคำรยิ ะนา ผู้ใหญบ่ า้ น วิเคราะห์ต้นทนุ การผลติ ร่วม ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
2.4) นายเกษม โดยบญุ 23
ตัวแทน 24 ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี เกษตรกรผู้สนใจได้
เกษตรกร
การผลติ ขา้ ว
ผ้ชู ่วย
ผู้ใหญ่บ้าน 1) อบรมการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลติ ขา้ วของกรมการขา้ ว การผลิตขา้ วไปปรับใชใ้ น
2) ร่วมทำแปลงสาธิตการผลติ แปลงนาขา้ วของตนเอง
ข้าวตดิ ตามการเจรญิ เติบโตขา้ ว สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
และประเมนิ ผลผลติ ข้าว ปลูกข้าวในแปลงของ
วเิ คราะห์ต้นทนุ การผลิต ร่วม ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
ประเมนิ การยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรผสู้ นใจได้
การผลิตข้าว 2) กลา้ ทดลองสงิ่ ใหม่ ใน
การการผลติ ขา้ วของตนเอง
3) สามารถเปน็ ผนู้ ำ
เกษตรกร รว่ มวเิ คราะห์
ปญั หาการผลติ ข้าว พรอ้ ม
เสนอทางแกไ้ ขปญั หาการ
ผลติ ขา้ วของชุมชน
4) เปน็ วิทยากรถา่ ยทอด
ความรเู้ รื่องข้าวใหแ้ ก่
เกษตรกรในพ้นื ท่ี
1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลติ ขา้ วของกรมการข้าว การผลิตข้าวไปปรบั ใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธติ การผลิต แปลงนาขา้ วของตนเอง
ขา้ วตดิ ตามการเจรญิ เติบโตข้าว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมินผลผลติ ข้าว การปลูกขา้ วในแปลงของ
วิเคราะห์ต้นทุนการผลิต ร่วม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมินการยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรผสู้ นใจได้
การผลิตข้าว
1) อบรมการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลิตข้าวของกรมการขา้ ว การผลิตขา้ วไปปรบั ใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธิตการผลิต แปลงนาข้าวของตนเอง
ขา้ วติดตามการเจรญิ เตบิ โตข้าว สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
และประเมนิ ผลผลิตขา้ ว ปลูกข้าวในแปลงของ
วเิ คราะห์ต้นทนุ การผลติ รว่ ม ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
เกษตรกรผ้สู นใจได้
61
ชือ่ นวตั กร บทบาทหนา้ ท่ี ระดบั ของนวตั กร วิธกี ารพัฒนา คณุ ลักษณะ
ในชมุ ชน กอ่ น หลัง หลงั การพฒั นา
ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี 2) กล้าทดลองสงิ่ ใหม่ ใน
การผลิตข้าว การการผลิตข้าวของตนเอง
3) สามารถเปน็ ผู้นำ
เกษตรกร ร่วมวเิ คราะห์
ปัญหาการผลิตขา้ ว พร้อม
เสนอทางแกไ้ ขปญั หาการ
ผลติ ข้าวของชมุ ชน
4) เปน็ วิทยากรถา่ ยทอด
ความรเู้ รอื่ งข้าวใหแ้ ก่
เกษตรกรในพื้นที่
2.5)นายสุวิมลสนธคิ ุณ ตัวแทน 2 4 1) อบรมการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
เกษตรกร
การผลติ ขา้ วของกรมการข้าว การผลิตข้าวไปปรบั ใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธติ การผลิต แปลงนาขา้ วของตนเอง
ข้าวตดิ ตามการเจรญิ เติบโตข้าว สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
และประเมินผลผลติ ข้าว ปลกู ขา้ วในแปลงของ
วิเคราะห์ต้นทนุ การผลิต รว่ ม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมนิ การยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรผสู้ นใจได้
การผลิตข้าว 2) กลา้ ทดลองส่งิ ใหม่ ใน
การการผลิตข้าวของตนเอง
3) สามารถเป็นผู้นำ
เกษตรกร ร่วมวเิ คราะห์
ปญั หาการผลิตขา้ ว พรอ้ ม
เสนอทางแกไ้ ขปัญหาการ
ผลิตขา้ วของชุมชน
4) เปน็ วทิ ยากรถา่ ยทอด
ความรเู้ รอ่ื งขา้ วใหแ้ ก่
เกษตรกรในพื้นที่
3) บา้ นแมน่ าจร ตำบลแม่นาจร อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชยี งใหม่
3.1)นายจำรสั พิทาคำ ตวั แทน 2 4 1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
เกษตรกร การผลิตข้าวของกรมการขา้ ว การผลติ ขา้ วไปปรบั ใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธิตการผลติ แปลงนาข้าวของตนเอง
ขา้ วติดตามการเจรญิ เตบิ โตขา้ ว สามารถแกไ้ ขปญั หาการ
และประเมินผลผลติ ขา้ ว ปลกู ข้าวในแปลงของ
วเิ คราะหต์ ้นทุนการผลติ ร่วม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมินการยอมรบั เทคโนโลยี เกษตรกรผู้สนใจได้
62
ช่อื นวตั กร บทบาทหน้าที่ ระดับของนวัตกร วธิ กี ารพฒั นา คณุ ลกั ษณะ
3.2)นายถาวร หนักแนน่ ในชมุ ชน กอ่ น หลงั หลงั การพฒั นา
3.3) นางจิตรา รามพัด 13
ตัวแทน การผลิตขา้ ว และวางแผนการ 2) กลา้ ทดลองสิง่ ใหม่ ใน
เกษตรกร 13
พฒั นาการผลิตขา้ วเฉพาะพื้นท่ี การการผลิตขา้ วของตนเอง
ตัวแทน
เกษตรกร ของตนเอง 3) สามารถเป็นผ้นู ำ
3) เข้ารว่ มการฝกึ ปฏิบัติการผลิต เกษตรกร ร่วมวเิ คราะห์
เมลด็ พันธข์ุ ้าว และตรวจตัดขา้ ว ปญั หาการผลิตขา้ ว พรอ้ ม
ปนตามระยะการเจรญิ เติบโตของ เสนอทางแก้ไขปญั หาการ
ขา้ วในแปลง และ รว่ มกันร่าง ผลิตข้าวของชุมชน
ระเบียบ ข้อปฏิบัตขิ องสมาชกิ ใน 4) เปน็ วิทยากรถา่ ยทอด
การตงั้ ธนาคารขา้ ว ความรเู้ รือ่ งข้าวใหแ้ ก่
เกษตรกรในพืน้ ที่
1) อบรมการถา่ ยทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลิตขา้ วของกรมการขา้ ว การผลติ ขา้ วไปปรับใชใ้ น
2) ร่วมทำแปลงสาธติ การผลติ แปลงนาข้าวของตนเอง
ข้าวติดตามการเจรญิ เตบิ โตข้าว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมินผลผลติ ขา้ ว การปลูกข้าวในแปลงของ
วิเคราะหต์ ้นทุนการผลิต รว่ ม ตนเองได้ รวมทง้ั แนะนำ
ประเมนิ การยอมรบั เทคโนโลยี เกษตรกรผู้สนใจได้
การผลิตข้าว และวางแผนการ
พัฒนาการผลิตข้าวเฉพาะพนื้ ท่ี
ของตนเอง
3) เข้ารว่ มการฝกึ ปฏบิ ตั ิการผลิต
เมล็ดพนั ธุ์ข้าว และตรวจตดั ขา้ ว
ปนตามระยะการเจรญิ เตบิ โตของ
ข้าวในแปลง และ รว่ มกนั รา่ ง
ระเบียบ ขอ้ ปฏิบตั ิของสมาชิกใน
การตัง้ ธนาคารข้าว
1) อบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) นำความรแู้ ละเทคโนโลยี
การผลิตข้าวของกรมการข้าว การผลติ ขา้ วไปปรบั ใชใ้ น
2) รว่ มทำแปลงสาธติ การผลติ แปลงนาขา้ วของตนเอง
ขา้ วติดตามการเจรญิ เติบโตข้าว และสามารถแกไ้ ขปญั หา
และประเมินผลผลิตข้าว การปลกู ข้าวในแปลงของ
วิเคราะหต์ ้นทุนการผลิต รว่ ม ตนเองได้ รวมทงั้ แนะนำ
ประเมินการยอมรับเทคโนโลยี เกษตรกรผูส้ นใจได้
การผลติ ขา้ ว และวางแผนการ
63
ชื่อนวตั กร บทบาทหน้าที่ ระดับของนวตั กร วธิ กี ารพฒั นา คณุ ลกั ษณะ
ในชุมชน ก่อน หลงั หลังการพฒั นา
พฒั นาการผลติ ข้าวเฉพาะพ้ืนท่ี
ของตนเอง
3) เขา้ ร่วมการฝึกปฏิบัติการผลิต
เมลด็ พันธุ์ข้าว และตรวจตัดขา้ ว
ปนตามระยะการเจรญิ เตบิ โตของ
ข้าวในแปลง และ รว่ มกนั ร่าง
ระเบยี บ ข้อปฏบิ ัติของสมาชกิ ใน
การตั้งธนาคารขา้ ว
ตารางที่ 4.4 วธิ ีการวิเคราะหน์ วตั กรชาวบ้านในอำเภอปางมะผา้ จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
ช่อื นวัตกร บทบาทหนา้ ที่ ระดับของนวตั กร วิธกี ารพัฒนา คณุ ลกั ษณะหลังการพฒั นา
ในชุมชน ก่อน หลงั 1. เปน็ ผู้ประสำนงำนกบั
หน่วยงำนภำยนอกชุมชนใน
1. นำยชรนิ ทร์ จรรยำ กำนนั ตำบลปำง 3 4 ระยะแรก: ร่วมอบรมเชงิ กำรพฒั นำชมุ ชนของตนเอง
ได้
ไพจติ ร มะผำ้ ปฏิบตั ิกำร หลักสูตร กำร
1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ผลติ เมลด็ พนั ธุข์ ้ำวคุณภำพ เป็นท่ีปรกึ ษำเบือ้ งตน้ ให้กับ
เกษตรกรในชมุ ชนของ
และเทคโนโลยกี ำรผลติ ขำ้ ว ตนเองได้
ท่เี หมำะสมในพืน้ ที่
ระยะดำเนินกำร: ร่วมใน
กระบวนกำรติดตำมแปลง
สำธติ กำรเพ่ิมประสิทธิภำพ
กำรผลติ ข้ำว, ศึกษำดงู ำน
กำรผลติ ขำ้ ว ณ ศนู ย์วจิ ัย
ขำ้ วแม่ฮ่องสอน
ระยะสุดทำ้ ย: รว่ มเป็นท่ี
ปรกึ ษำกล่มุ ธนำคำรขำ้ วใน
ชมุ ชน
2. นำยสบุ นิ ชนสำรทวี สำรวัตรกำนนั 3 4 ระยะแรก: ร่วมอบรมเชิง
คุณ ตำบลปำงมะผำ้ ปฏิบตั กิ ำร หลกั สูตร กำร
ผลติ เมลด็ พนั ธ์ขุ ้ำวคุณภำพ
เทคโนโลยกี ำรผลติ ข้ำวท่ี
64
ชื่อนวตั กร บทบาทหนา้ ที่ ระดับของนวตั กร วธิ กี ารพฒั นา คณุ ลักษณะหลังการพัฒนา
ในชุมชน ก่อน หลัง 2. เปน็ ผูป้ ระสำนงำนกบั
3. นำยกศุ ล คำนวณ เหมำะสมในพน้ื ที่ กำรผลติ หนว่ ยงำนภำยนอกชมุ ชนใน
ทรพั ย์ เกษตรกร 13 ขำ้ วให้ไดม้ ำตรฐำน GAP กำรพัฒนำชุมชนของตนเอง
ระยะดำเนินกำร: จัดทำ ได้
แปลงสำธติ กำรผลติ เมล็ด
พนั ธ์ุข้ำว และร่วมใน 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
กระบวนกำรติดตำมแปลง เปน็ ที่ปรึกษำเบือ้ งตน้ ให้กบั
สำธติ กำรเพ่ิมประสทิ ธภิ ำพ เกษตรกรในชุมชนของ
กำรผลติ ข้ำว, ศึกษำดูงำน ตนเองได้
กำรผลติ ขำ้ ว ณ ศนู ย์วิจยั 2. เปน็ ผปู้ ระสำนงำนกบั
ข้ำวแมฮ่ อ่ งสอน เป็น หนว่ ยงำนภำยนอกชุมชนใน
วทิ ยำกรอบรมเกษตรดำ้ น กำรพฒั นำชุมชนของตนเอง
เกษตรผสมผสำน, เป็นผู้ ได้
ประสำนกบั หนว่ ยงำน
รำชกำรในพืน้ ที่
ระยะสดุ ทำ้ ย: เป็นประธำน
กลุ่มธนำคำรขำ้ วในชุมชน
ระยะแรก: รว่ มอบรมเชิง
ปฏบิ ตั กิ ำร หลกั สตู ร กำร
ผลิตเมลด็ พนั ธุข์ ำ้ วคณุ ภำพ,
เทคโนโลยีกำรผลติ ขำ้ วท่ี
เหมำะสมในพน้ื ที่, กำรผลิต
ข้ำวให้ได้มำตรฐำน GAP
ระยะดำเนนิ กำร: จัดทำ
แปลงสำธติ กำรเพิม่
ประสิทธิภำพกำรผลติ ขำ้ ว,
ศกึ ษำดงู ำนกำรผลติ ขำ้ ว ณ
ศนู ยว์ ิจยั ข้ำวแม่ฮ่องสอน,
เป็นผู้ประสำนกบั หนว่ ยงำน
รำชกำรในพื้นที่
65
ชอื่ นวตั กร บทบาทหนา้ ท่ี ระดบั ของนวตั กร วิธกี ารพัฒนา คณุ ลักษณะหลังการพัฒนา
4. นำยจำรัส คีรีเลิศ ในชมุ ชน ก่อน หลงั
ธรรม 13 ระยะสดุ ท้ำย: เปน็ สมำชิก
สมำชิก อบต.
5. นำยอนุชำ ววิ ัตน์ บ้ำนลุกข้ำว 23 กลมุ่ ธนำคำรเมลด็ พนั ธ์ขุ ำ้ ว
ธรรม
หลำม ในชุมชน
เกษตรกร ระยะแรก: ร่วมอบรมเชงิ 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏบิ ตั กิ ำร หลักสตู ร กำร เปน็ ท่ีปรกึ ษำเบอื้ งต้นใหก้ ับ
ผลติ เมลด็ พันธุข์ ้ำวคณุ ภำพ, เกษตรกรในชมุ ชนของ
เทคโนโลยีกำรผลิตขำ้ วท่ี ตนเองได้
เหมำะสมในพน้ื ที่, 2. เปน็ ผปู้ ระสำนงำนกับ
ระยะดำเนนิ กำร: จดั ทำ หน่วยงำนภำยนอกชุมชนใน
แปลงสำธติ กำรเพ่ิม กำรพัฒนำชุมชนของตนเอง
ประสทิ ธภิ ำพกำรผลติ ข้ำว, ได้
ศกึ ษำดูงำนกำรผลิตข้ำว ณ
ศูนยว์ ิจัยขำ้ วแมฮ่ อ่ งสอน
ระยะสุดทำ้ ย: เป็นผปู้ ระสำน
กบั หนว่ ยงำนรำชกำรใน
พ้ืนที่
ระยะแรก: ร่วมอบรมเชงิ 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏบิ ัติกำร หลกั สูตร กำร เปน็ ท่ีปรกึ ษำเบอ้ื งตน้ ใหก้ ับ
ผลิตเมล็ดพนั ธุข์ ำ้ วคุณภำพ, เกษตรกรในชมุ ชนของ
เทคโนโลยกี ำรผลติ ข้ำวที่ ตนเองได้
เหมำะสมในพนื้ ที่, 2. เปน็ ผปู้ ระสำนงำนกับ
ระยะดำเนินกำร: จดั ทำ หนว่ ยงำนภำยนอกชมุ ชนใน
แปลงสำธติ กำรเพม่ิ กำรพัฒนำชมุ ชนของตนเอง
ประสิทธภิ ำพกำรผลติ ขำ้ ว, ได้
ศึกษำดูงำนกำรผลิตข้ำว ณ
ศูนย์วิจัยข้ำวแมฮ่ อ่ งสอน
ระยะสุดท้ำย: เปน็ วทิ ยำกร
ในชุมชน และเป็นผู้ประสำน
กับหน่วยงำนรำชกำรใน
พื้นท่ี
66
ช่ือนวัตกร บทบาทหนา้ ที่ ระดับของนวตั กร วธิ กี ารพัฒนา คณุ ลักษณะหลังการพัฒนา
6. น.ส. ปรพภสั สร วิ ในชมุ ชน ก่อน หลัง
วตั นธ์ รรม เกษตรกร 12 ระยะแรก: ร่วมอบรมเชิง 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
7. นำยรตั นชยั รัตน ผชู้ ่วยผใู้ หญ่ 34 ปฏิบตั ิกำร หลักสูตร กำร เปน็ ท่ีปรึกษำเบ้ืองต้นใหก้ ับ
อำรยธรรม บำ้ นเมอื งแพม
24 ผลิตเมลด็ พนั ธ์ขุ ำ้ วคณุ ภำพ, เกษตรกรในชุมชนของ
8. นำยเฉลมิ ศกั ดิ์ สมำชิก อบต.
ขุนเขำให้สริ ิ บ้ำนเมอื งแพม เทคโนโลยีกำรผลิตข้ำวที่ ตนเองได้
เหมำะสมในพน้ื ที่, 2. เป็นผปู้ ระสำนงำนกับ
ระยะดำเนนิ กำร: จดั ทำ หนว่ ยงำนภำยนอกชุมชนใน
แปลงสำธติ กำรเพ่มิ กำรพัฒนำชุมชนของตนเอง
ประสทิ ธภิ ำพกำรผลติ ขำ้ ว, ได้
ศกึ ษำดูงำนกำรผลติ ขำ้ ว ณ
ศนู ย์วิจัยขำ้ วแมฮ่ อ่ งสอน
ระยะสดุ ท้ำย: เป็นผปู้ ระสำน
กับหนว่ ยงำนรำชกำรใน
พื้นที่
ระยะแรก: รว่ มอบรมเชิง 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏิบัติกำร หลกั สตู ร กำร เปน็ ท่ปี รึกษำเบอื้ งตน้ ใหก้ ับ
ผลิตเมลด็ พนั ธ์ขุ ้ำวคุณภำพ, เกษตรกรในชุมชนของ
เทคโนโลยกี ำรผลิตข้ำวที่ ตนเองได้
เหมำะสมในพนื้ ท่ี, 2. เปน็ ผปู้ ระสำนงำนกับ
ระยะดำเนินกำร: รวม หนว่ ยงำนภำยนอกชุมชนใน
ติดตำมกำรจดั ทำแปลงสำธติ กำรพัฒนำชมุ ชนของตนเอง
กำรเพ่มิ ประสทิ ธิภำพกำร ได้
ผลิตข้ำว, ศกึ ษำดงู ำนกำร
ผลติ ข้ำว ณ ศนู ย์วจิ ัยขำ้ ว
แม่ฮ่องสอน
ระยะสุดท้ำย: เป็นกรรมกำร
ธนำคำรขำ้ วในชุมชน
ระยะแรก: ร่วมอบรมเชงิ 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏบิ ัติกำร หลักสตู ร กำร เป็นทีป่ รกึ ษำเบ้ืองตน้ ให้กับ
ผลติ เมลด็ พนั ธ์ุข้ำวคุณภำพ, เกษตรกรในชุมชนของ
ตนเองได้
67
ชอื่ นวตั กร บทบาทหนา้ ท่ี ระดบั ของนวตั กร วิธีการพัฒนา คุณลกั ษณะหลังการพัฒนา
ในชุมชน กอ่ น หลงั
9. นำยยิ่งยง นำคสืบ เทคโนโลยีกำรผลิตขำ้ วท่ี 2. เปน็ ผูป้ ระสำนงำนกบั
วงศ์ ผู้ชว่ ยผู้ใหญ่ 23
บ้ำนเมืองแพม เหมำะสมในพน้ื ท่ี, หนว่ ยงำนภำยนอกชมุ ชนใน
10.นำยสงำ่ รตั นอำรย 23
ธรรม เกษตรกร ระยะดำเนินกำร: รวม กำรพัฒนำชมุ ชนของตนเอง
ติดตำมกำรจัดทำแปลงสำธิต ได้
กำรเพิ่มประสิทธภิ ำพกำร
ผลติ ขำ้ ว, ศกึ ษำดงู ำนกำร
ผลิตข้ำว ณ ศนู ยว์ ิจยั ข้ำว
แมฮ่ อ่ งสอน
ระยะสุดทำ้ ย: เปน็ คณะ
กรรมธนำคำรขำ้ วในชมุ ชน
ระยะแรก: ร่วมอบรมเชงิ 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏิบตั ิกำร หลักสตู ร กำร เปน็ ที่ปรึกษำเบื้องตน้ ใหก้ ับ
ผลติ เมลด็ พันธ์ขุ ำ้ วคณุ ภำพ, เกษตรกรในชมุ ชนของ
เทคโนโลยีกำรผลติ ขำ้ วที่ ตนเองได้
เหมำะสมในพนื้ ที่, 2. เป็นผู้ประสำนงำนกับ
ระยะดำเนินกำร: รวม หนว่ ยงำนภำยนอกชมุ ชนใน
ติดตำมกำรจดั ทำแปลงสำธิต กำรพัฒนำชมุ ชนของตนเอง
กำรเพิ่มประสทิ ธิภำพกำร ได้
ผลิตข้ำว, ศึกษำดูงำนกำร
ผลิตข้ำว ณ ศนู ย์วิจยั ข้ำว
แมฮ่ ่องสอน
ระยะสดุ ท้ำย: เป็นคณะ
กรรมธนำคำรข้ำวในชุมชน
ระยะแรก: ร่วมอบรมเชิง 1. สำมำรถใหค้ ำแนะนำ/
ปฏบิ ตั กิ ำร หลกั สตู ร กำร เปน็ ทป่ี รกึ ษำเบือ้ งต้นใหก้ บั
ผลิตเมล็ดพันธุ์ขำ้ วคณุ ภำพ, เกษตรกรในชมุ ชนของ
เทคโนโลยกี ำรผลติ ข้ำวท่ี ตนเองได้
เหมำะสมในพน้ื ท่ี, 2. เป็นผปู้ ระสำนงำนกับ
ระยะดำเนินกำร: จดั ทำ หนว่ ยงำนภำยนอกชมุ ชนใน
แปลงสำธติ กำรเพ่ิม
68
ช่อื นวตั กร บทบาทหนา้ ที่ ระดบั ของนวตั กร วิธีการพัฒนา คณุ ลกั ษณะหลงั การพฒั นา
ในชมุ ชน ก่อน หลัง
ประสทิ ธภิ ำพกำรผลติ ข้ำว, กำรพฒั นำชุมชนของตนเอง
ศึกษำดงู ำนกำรผลติ ขำ้ ว ณ ได้
ศนู ยว์ ิจัยข้ำวแม่ฮอ่ งสอน
ระยะสดุ ทำ้ ย: เปน็ กรรมกำร
ธนำคำรข้ำวในชมุ ชน
4.3 ผลวิเคราะห์ความพร้อมเทคโนโลย/ี นวตั กรรม และความพร้อมความรเู้ ทคโนโลย/ี นวัตกรรมทางด้าน
สงั คม
จากการดำเนินงานในระยะเวลา 12 เดือน สามารถวิเคราะห์ความพร้อมเทคโนโลยี/นวัตกรรม และ
ความพรอ้ มความรเู้ ทคโนโลยี/นวตั กรรมทางด้านสงั คม ทไ่ี ด้นำไปปรับใช้ในพื้นที่เป้าหมาย ดงั ตารางท่ี 4.5
ตารางท่ี 4.5 วิเคราะห์เทคโนโลยี/นวัตกรรม โดยใช้เครื่องมือการวิเคราะหแ์ ละจำแนกระดับ
นวตั กรรม/เทคโนโลยี
ชอ่ื นวัตกรรม / ระบรุ ะดบั ความ ระบรุ ะดับความ ผลลัพธ์ ผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ
เทคโนโลยี พรอ้ มเทคโนโลยี พรอ้ มความรู้
TRL เทคโนโลย/ี
นวตั กรรมทางด้าน
สงั คม SRL
1. เทคโนโลยีการเพมิ่ TRL 6 SRL 5 เกษตรกรผปู้ ลกู ข้าว ชุมชนในระดบั อำเภอ
สามารถพึง่ ตนเองได้ จงั หวดั และประเทศ
ประสิทธภิ าพการผลิตขา้ ว มีการพฒั นาจดั การ เกิดพฒั นาคุณภาพชวี ิต
บนพืน้ ทสี่ งู ปญั หาผา่ นเกษตรกร ของเกษตรกร เศรษฐกจิ
ข้าวอาสาและแกน ในครวั เรือน และ
2. เทคโนโลยกี ารพฒั นา นำในชมุ ชน เกิด สิ่งแวดล้อมในชุมชน
ระบบสำรองข้าวภายใน ระบบการจดั การ
ชุมชน (ธนาคารข้าว)
3. เทคโนโลยีตน้ แบบ ภายในชมุ ชน เพ่ือ
ชมุ ชนเพอื่ สรา้ งสมดุลของ สร้างความเขม้ แข็ง
แมลงศัตรขู า้ วและศัตรู ในการพัฒนา
ธรรมชาติ คณุ ภาพชีวิตและ
สง่ิ แวดล้อมของ
4. เทคโนโลยีการแปรรปู ชุมชน
ผลติ ภัณฑข์ ้าวและพชื รว่ ม
ระบบในชุมชน
69
4.4 ตารางเปรียบเทียบแผน และผลการดำเนนิ งาน
จากการดำเนินงานมาครบตามระยะเวลาที่ระบุในสัญญา ได้ดำเนินการตามแผนที่เสนอไว้ และได้
บรรลผุ ลตามทต่ี ัง้ เป้าไวด้ ังแสดงในตารางท่ี 4.6
ตารางท่ี 4.6 ตารางเปรยี บเทียบแผนการดำเนนิ งานทีร่ ะบไุ วใ้ นสญั ญา และผลการดำเนนิ งาน
แผนการดำเนินงาน ผลการดำเนนิ งาน บรรลเุ ป้าหมาย
ที่ระบุไว้ในสัญญา (√) (×)*
1.การเพม่ิ ประสทิ ธิภาพและการใชป้ ระโยชนจ์ าก ดำเนนิ การโครงการการเพ่มิ √
ข้าวบนพน้ื ท่ีสงู ในอำเภอบอ่ เกลือ จังหวดั น่าน ประสทิ ธิภาพและการใชป้ ระโยชน์ √
จากขา้ วบนพ้นื ที่สงู ในอำเภอบ่อเกลือ √
2.เทคโนโลยกี ารผลิตข้าวเพอ่ื ความมนั่ คงทาง จังหวัดนา่ น ได้เปา้ หมาย 4 ชมุ ชน √
อาหารบนพืน้ ทส่ี งู อำเภอเวียงแหง จงั หวัด และนวตั กร 12 คน
เชยี งใหม่
ดำเนินการโครงการเทคโนโลยีการ
3.การวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยกี ารผลติ ขา้ วทีส่ งู ผลิตข้าวเพอื่ ความมัน่ คงทางอาหาร
เฉพาะพ้นื ทใ่ี นอำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชยี งใหม่ บนพน้ื ที่สูง อำเภอเวยี งแหง จังหวัด
เชียงใหม่ ได้เป้าหมาย 3 ชมุ ชน และ
4.การปรบั ปรุงการผลติ ขา้ วบนพื้นทีส่ งู ดว้ ย นวัตกร 10 คน
นวตั กรรมและเทคโนโลยเี พอื่ การใชพ้ ้นื ที่
เกษตรกรรมอยา่ งย่ังยนื ในอำเภอปางมะผา้ ดำเนินการโครงการการวจิ ัยและ
จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน พฒั นาเทคโนโลยกี ารผลิตข้าวท่สี ูง
เฉพาะพ้ืนทีใ่ นอำเภอแม่แจม่ จังหวัด
เชียงใหม่ ไดเ้ ป้าหมาย 3 ชมุ ชน และ
นวตั กร 13 คน
ดำเนนิ การโครงการการปรับปรงุ การ
ผลิตข้าวบนพืน้ ทส่ี ูงด้วยนวตั กรรม
และเทคโนโลยเี พื่อการใชพ้ ้ืนท่ี
เกษตรกรรมอยา่ งยง่ั ยนื ในอำเภอปาง
มะผา้ จังหวดั แม่ฮ่องสอน ได้
เป้าหมาย 2 ชมุ ชนตามเปา้ หมาย
และนวตั กร 10 คน
70
บทท่ี 5
สรุปผลการวจิ ัย
5.1 สรปุ ผลการวิจยั
แผนงานวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมชุมชนเพื่อการผลิตและการใช้ประโยชน์ข้าวบนพื้นที่สูงที่สอดคล้องกับ
ภูมิสังคมในภาคเหนือตอนบน” กรมการข้าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริม ววน. และหน่วยบริหาร
และจัดการทุนด้านพัฒนาพื้นท่ี (บพท.) มีเป้าหมายเพื่อทำให้ชุมชนสามารถผลิตข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อ
การบริโภคในพืน้ ที่ และชุมชนปรบั ใช้เทคโนโลยีการผลิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งของดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และ
ท้องถิ่น ผ่านการเรียนรู้และกระบวนการทางวิชาการไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถใน
การจัดการตนเอง แนวทางในการจัดทำแผนงานนี้ ได้น้อมนำแนวการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 9 การพัฒนาทสี่ อดคลอ้ งกับภูมิสังคม โดยเน้นการยึดถอื สภาพตามความเป็นจริงของภูมิประเทศ ชดุ
โครงการประกอบด้วย 4 โครงการย่อย ดำเนินการในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
อำเภอเวียงแหงและแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้
ไดแ้ นวทางบรหิ ารจัดการชุมชนบนพื้นท่สี งู ให้มีความมั่นคงทางอาหาร และสามารถเพมิ่ ผลผลิตข้าวให้เพียงพอ
ต่อการบริโภค เทคโนโลยีที่นำไปสนับสนุนให้มีการผลิต การแปรรูป และการเพิ่มรายได้อย่างเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง การพัฒนาระบบสำรองข้าวภายในชุมชน
(ธนาคารข้าว) การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อสร้างสมดุลของแมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติ และการแปรรูป
ผลติ ภัณฑข์ า้ วและพืชรว่ มระบบในชุมชน ซง่ึ ผลการดำเนินการในระยะ 12 เดอื น สามารถสรุปไดด้ ังน้ี
การดำเนินงานกิจกรรมในแต่ละโครงการย่อย เป็นการหนุนเสริมการทำงานเดิมของกรมการข้าว เพื่อ
ยกระดับการทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชน โดยการปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์ มี
เกษตรกรที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และมีหน่วยงานร่วมดำเนินการในพื้นท่ี
เช่น หน่วยงานระดับอำเภอ องค์การบริหารจัดการส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยกิจกรรม
ประกอบดว้ ยกจิ กรรมหลกั 3 กจิ กรรม ดังน้ี
1. การจัดเวทีชุมชนและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด
4 อำเภอ 12 ตำบล เกดิ นวัตกรรมชุมชน 13 ชมุ ชน ทำให้เกษตรกรเรียนรแู้ ละปรับใชก้ ระบวนการแก้ไขปัญหา
ในการผลิตข้าวบนพื้นที่สูงผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวแบบ on site และ online ในช่วงฤดูการ
ปลูกข้าว โดยนักวิชาการจากหน่วยงานและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และได้คัดเลือกและอบรมให้นวัตกรชุมชน
จำนวน 45 คน โดยมีระดับนวตั กรตั้งแต่ 2-5 สามารถเป็นตัวแทนของชมุ ชนในพ้ืนทไี่ ด้
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง เป็นการสร้างกลุ่มเกษตรกรในการจัดทำแปลง
ต้นแบบในชุมชนพื้นที่เป้าหมาย 13 ชุมชน จำนวน 54 แปลงต้นแบบ ชุมชนเข้าร่วมดำเนินการแบบเกษตรกร
มีส่วนร่วม โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวไร่อย่างยั่งยืน เช่น การใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ และการเพิ่ม
ความอุดมสมบรู ณ์ของดนิ เป็นต้น และเทคโนโลยีการทำนาข้ันบนั ไดบนพน้ื ท่ีสงู เชน่ การปลกู ข้าวนาโยนแบบ
เกษตรแม่นยำ การใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และการป้องกันโรคข้าวโดย
ใชเ้ ชือ้ แบคทเี รียปฏปิ กั ษ์
3. การพัฒนาระบบการสำรองข้าวภายในชุมชนโดยใช้รูปแบบธนาคารข้าว ได้จัดทำกระบวนการ
เรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ผ่านระบบธนาคารข้าวชุมชน จำนวน 8
ธนาคาร โดยแต่ละธนาคารมีคณะกรรมการกำกับดูแล มีกฎเกณฑ์ของกลุ่ม และมีการดำเนินงานได้เองจาก
การให้องค์ความรู้การผลิตและจัดการเมล็ดพันธุ์ของกรมการข้าว สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมประมาณ 4
71
ตัน ซง่ึ เปน็ พันธุ์รบั รองและพนั ธ์ุพน้ื เมืองท่ีนยิ มปลูกในพ้นื ท่เี กษตรกรสามารถกูย้ ืมหรือซื้อเพอ่ื ใชเ้ ป็นเมล็ดพนั ธุ์
ในฤดูตอ่ ไป
ในโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ประโยชน์จากข้าวบนพื้นที่สูงในอำเภอบ่อเกลือ
จังหวัดน่าน ได้มกี ิจกรรมนำร่องในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพน้ื ทใี่ หเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด เพ่ือลดการใช้
สารเคมี และเพ่ิมรายได้ใหก้ ับเกษตรกรอกี ทางหนงึ่ โดยไดจ้ ดั ทำกจิ กรรม 2 กจิ กรรม ดงั นี้
1. การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อสร้างสมดุลของแมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติ ได้จัดทำแปลง
ต้นแบบการเรียนรู้ จำนวน 1 แปลง ที่บ้านผาคับ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มีเกษตรกร
เข้าร่วมทำแปลงขยายผล 12 แปลง โดยนำหลักการปรับโครงสร้างระบบนิเวศในนาข้าวให้เหมาะสมต่อการ
เพิ่มปริมาณและความหลากหลายของสิง่ มีชีวิตที่เป็นประโยชน์ เช่น ตัวห้ำ ตัวเบียน และสิง่ มชี ีวิตอื่นในห่วงโซ่
ของระบบนิเวศนาข้าว ช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช จัดการแหล่งอาหารเพิ่มเติมให้ศัตรธู รรมชาติ และ
สนบั สนุนการรกั ษาสภาพแวดลอ้ มในชุมชน
2. การส่งเสริมปลูกพืชร่วมระบบและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชน เริ่ม
ดำเนินการปลูกในเดือนธันวาคม 2564 ที่บ้านนากอก ตำบลภูฟ้า (22 ราย) และบ้านผาคับ ตำบลบ่อเกลือใต้
(12 ราย) อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นการใช้ประโยชน์จากข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชนที่มีการปลกู อยู่
แล้ว ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี และบักวีต ซึ่งเหลือจากการบริโภคแล้วนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า สร้างรายได้ให้
เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง โดยผลติ ภณั ฑ์ที่เกษตรกรสามารถผลิตเองได้โดยการสนบั สนนุ องค์ความรู้จาก
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เช่น ซีเรียลบาร์ข้าว ทองม้วนบักวีต โปรตีนแท่งอบกรอบ
เส้นบักวตี แห้ง และชาบกั วีต เปน็ ต้น
จากการดำเนินการข้างต้น ทำให้เกิดเกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน 12 ตำบล ได้เรียนรู้และปรับใช้
กระบวนการแก้ไขปัญหาในการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง และเกิดกลุ่มเกษตรกรเพื่อการผลิตและใช้ประโยชน์ข้าว
บนพื้นที่สูงในชุมชน เป็นการพัฒนารูปแบบการทำงานของหน่วยงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภาคีในพื้นที่
ให้มีประสิทธภิ าพในวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เกษตรกรไดร้ ับกระบวนการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลติ ข้าวบนพ้นื ที่
สูงที่ถูกต้องและเหมาะสมกับพื้นที่ และการบริหารจัดการกลุ่มเกษตรกรในชุมชน ขับเคลื่อน ขยายผล
ช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ทำให้ชุมชนเกิดความมั่นคงทางอาหารในชุมชนและ
เกษตรกรสามารถผลิตและใชป้ ระโยชนข์ า้ วในพื้นที่ไดอ้ ยา่ งย่ังยนื เกษตรกรมขี า้ วคุณภาพดีบริโภคและมีระบบ
การผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพของชุมชน มีการบริหารจัดการผ่านกลุ่มเกษตรกร แกนนำและเกษตรกรอาสา
รวมทั้งจัดการความรู้ไปแก้ไขปัญหาในชุมชนได้ ส่งผลต่อชุมชนระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เกิดพัฒนา
คุณภาพชีวิตของเกษตรกร เศรษฐกิจในครัวเรือน และสิ่งแวดล้อมในชุมชนด้วยความรู้และนวัตกรรมได้อย่าง
ย่งั ยืนต่อไป
5.2 บทเรยี นและขอ้ คน้ พบจากการวจิ ัย
จากดำเนินงานในระยะ 12 เดือน พบว่า การสร้างกระบวนการทำงานในพื้นที่เพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ของเป้าหมายงานที่วางไว้ในสถานการณ์การระบาด COVID-19 ทำได้ยากลำบากมากกว่าปกติ
โดยกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่โดยนักวิจัยทำได้ในบางพื้นที่และช่วงเวลาจำกัด ทั้งนี้เนื่องจาก
สถานการณ์และตัวของเกษตรกรเองเพราะเป็นช่วงในการทำการเพาะปลูก และตัวแทนนวัตกรชุมชนที่ได้รับ
คัดเลือกและผ่านการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ (Re-skill) สามารถดำเนินการทั้งแบบ on site และ on line
การติดต่อสื่อสารสามารถทำได้สองทางมากยิ่งขึ้นผ่านโปรแกรม Line และ Zoom อย่างไรก็ตามจะต้องมี
72
เจ้าหน้าที่หรือตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่เป็นตัวประสานงานเบื้องต้น เพื่อดำเนินงานในกิจกรรมให้สำเร็จตาม
เป้าหมาย
สำหรับการสร้างต้นแบบการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation platform) ในแต่ละ
ชุมชนจำเป็นต้องมีการพัฒนานวัตกรอย่างต่อเนื่องระหว่างดำเนินงานโครงการ เพื่อให้ได้นวัตกรที่มีคุณภาพใน
ระดับ 2-5 สามารถวิเคราะห์ปัญหาของชุมชนตนเองได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งมีการยอมรับ ปรับใช้เทคโนโลยี
และนวตั กรรมทเ่ี หมาะสมกับบริบทเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมและยัง่ ยนื ตอ้ งสรา้ งพื้นที่การเรียนรู้ใน
ชุมชน เช่น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอ ศูนย์นวัตกรรมชุมชนประจำ
ตำบล และสถานีนวัตกรรมชุมชนของหมู่บ้าน เป็นต้น รวมถึงการสร้างต้นแบบพื้นที่เรียนรู้ในแปลงของ
เกษตรกรจริง
ในการสร้างนวัตกรชาวบ้าน หรือ นวัตกรชุมชน ในระยะการดำเนินงานโครงการได้มีการปรับเปลี่ยน
คนที่เข้ามาเป็นนวัตกร และมกี ารปรับเปลยี่ นระดับตามระยะเวลาที่ไดร้ ับการประเมนิ ซง่ึ เมื่อสิ้นสุดโครงการจะ
ไดน้ วตั กรของชุดโครงการทัง้ หมด 45 คน โดยแบ่งเปน็ 4 ระดับ ดงั นี้
1. นวัตกรระดบั 5 สามารถจัดทำแผนงานพัฒนาพน้ื ที่เขา้ สภู่ าครฐั ได้ จำนวน 9 คน
2. นวตั กรระดับ 4 สามารถถ่ายทอดองค์ความรใู้ หแ้ ก่ชุมชนต่อได้ จำนวน 14 คน
3. นวัตกรระดับ 3 สามารถแก้ไขปญั หาในพื้นทไี่ ด้ จำนวน 18 คน
4. นวตั กรระดบั 2 สามารถวิเคราะหป์ ญั หาในพ้ืนทไ่ี ด้ จำนวน 4 คน
ข้อค้นพบจากการวิจัยจากการดำเนินงานในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน จะพบว่ามีชุมชนที่มี
ความเข้มแข็งถือว่าเป็นต้นแบบหรือโมเดลของชุมชนที่มีความยั่งยืน คือ บ้านนากอก ตำบลภูฟ้า ซึ่งอาจจะ
เรียกว่า “นากอกโมเดล” โดยโครงการฯ ได้ใช้การแก้ไขปัญหา 4 ประการ ได้แก่ 1) ผลผลิตข้าวต่ำ ดินขาด
ความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาโรคแมลง ทำให้การผลิตข้าวไม่มีประสิทธิภาพ 2) ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว
คุณภาพดีที่เหมาะสมกับพื้นที่3) ขาดการปรับตัวต่อสภาพความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ในพื้นที่ และ 4) ขาดการบริหารจัดการกลุ่มเกษตรกรและทรัพยากรในพื้นท่ี ซึ่งการแก้ไขปัญหาเกิดจากความ
ต้องการของเกษตรกรในชมุ ชนเป็นหลัก เกิดกระบวนการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ คณะผวู้ จิ ัยได้ดำเนนิ งานในพนื้ ที่มา
เป็นเวลาเกือบ 10 ปี ซึ่งทำให้เกษตรกรเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เกษตรกรเกิดการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง เม่ือ
นำรูปแบบการดำเนนิ งานโครงการชุมชนนวัตกรรมเพื่อความยงั่ ยืนมาหนนุ เสรมิ พบว่า เกษตรกรเกดิ การพัฒนา
ตั้งแต่เริ่มโครงการพัฒนากระบวนการผลิตข้าว เกิดการทำแปลงต้นแบบการเรียนรู้ จนถึงการผลิตเมล็ดพันธ์ใุ น
ชุมชน การปลูกพืชหลังนาเพื่อเสริมเพิ่มรายได้โดยใช้บักวีตซึ่งเป็นพืชที่ปรับปรุงบำรุงดินและสามารถสร้าง
รายได้โดยการปลูกเป็นพืชร่วมระบบ เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปแบบธนาคารข้าว และการสร้าง
กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนผ่านนวัตกรชาวบ้าน ซึ่งจากการติดตามงานในระยะ 9 เดือน แสดงให้เห็นว่า
ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ทำให้มีหน่วยงานระดับอำเภอ และตำบล เข้ามาหนุนเสริมทำให้เกิดการดำเนินงานใน
ชุมชนต่อไปได้เอง หน่วยงานที่ดำเนินงานโครงการสามารถที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้ซึ่งจะทำให้ชุมชนเกิดความยั่งยืน
ได้ด้วยตนเองได้ต่อไป ดังแสดงในภาพที่ 5.1
73
ภาพท่ี 5.1 นากอกโมเดลเพอื่ แก้ปัญหาและพฒั นาชมุ ชนอยา่ งยงั่ ยืน
5.3 แนวทางในการนำผลงานวิจยั ไปใช้ประโยชน์
ผลงานวจิ ัยในชุดแผนงานโครงการสามารถนำไปสกู่ ารแก้ปญั หากับกล่มุ เป้าหมายในพ้ืนท่ี โดยการนำ
ผลงานวจิ ัยไปใชป้ ระโยชนส์ ามารถแบง่ ออก ดงั นี้
1. การนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย กรมการข้าวร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ได้ผลักดันนวัตกรชุมชน
เกษตรกรผู้นำ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในการยื่นเสนอขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน
ปกครองในพื้นที่ เกิดการประชาสัมพันธ์ให้บางชุมชนเป็นหมู่บ้านดีเด่นของอำเภอ (บ้านนากอก ตำบลภูฟ้า
อำเภอบ่อเกลือ จงั หวัดนา่ น)
2. การนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์: เกิดกลุ่มผู้ปลูกข้าวในแต่ละชุมชน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสาลี
และวิสาหกจิ ชมุ ชนแปรรูปผลิตผลการเกษตรบ้านนากอก ที่สามารถผลติ ข้าวและพืชหลังนา เช่น ข้าวสาลี และ
บักวีต ทำให้เกิดรายได้ให้กับเกษตรกรจากผลิตภัณฑ์ เช่น เมล็ดข้าวกล้องข้าวสาร เมล็ดข้าวสาลี เส้นบะหม่ี
แหง้ จากบักวตี ชาบกั วีต ขา้ วผสมธัญพืชอดั แท่ง และทองมว้ นบกั วตี เป็นต้น
3. การนำไปใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ ได้แนวทางบริหารจัดการให้ชุมชนต้นแบบมีความมั่นคงทาง
อาหาร และต้นแบบการเพิ่มประสทิ ธิภาพของระบบการผลิตข้าวในชุมชน สามารถนำไปเผยแพร่เป็นข้อมูลทาง
วิชาการในการประชมุ ระดับชาตแิ ละนานาชาตติ ่อไป
4. การนำไปใช้ประโยชน์เชิงสาธารณะ ได้ชุมชนเข้าสู่กระบวนการนำเอาความรู้และนวัตกรรมไปใช้
เพอ่ื ยกระดับคณุ ภาพชีวติ และเกิดตน้ แบบเพ่ือยกระดบั รายได้ใหก้ ับชมุ ชนและเกษตรกร ทำใหเ้ กดิ แหล่งเรียนรู้
และทอ่ งเทยี่ วในชุมชนได้
5. การนำไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นท่ี เกษตรกรสามารถรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและได้ต้นแบบเพ่ือ
นำมาปรบั ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและเกษตรกรเอง สร้างความเขม้ แขง็ และย่งั ยนื ให้กบั ชุมชนและสังคม
74
5.4 ขอ้ เสนอแนะในการขยายผลการดำเนนิ งานวิจัยในอนาคต
จากการดำเนินงานวิจัยในระยะ 1 ปี ทำให้ทราบว่าการสร้างชุมชนนวัตกรรมและการสร้างนวัตกรไม่
สามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาการทำโครงการวิจัย นักวิจัย คนในชุมชน และหน่วยงานภาคี จำเป็นต้องมี
ความรู้จักและคุ้นเคย มีความไว้เนื้อเชื่อใจ ชุมชนมีความพร้อมของทรัพยากรภายในชุมชน จะทำให้เกิด
กระบวนการเรียนรู้และการแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น โครงการวิจัยที่ดำเนินการสำเร็จเกิดต้นแบบหรือโมเดล
สามารถที่จะขยายผลจากระดับตำบลไประดับอำเภอ และขยายผลไปในระดับอำเภอและจังหวัดตามลำดับ
จะต้องมีการสนับสนุนจากหน่วยงานที่กำหนดนโยบายในพื้นที่ร่วมดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตามหากคณะ
นักวิจัยยังดำเนินงานและปฏิบัติหน้าที่หลักในพื้นที่ก็สามารถหนุนเสริมให้กับเกษตรกร หรือนวัตกรชาวบ้านที่
เกิดขึ้นสามารถขับเคลื่อนชุมชนต่อไปได้ ทั้งนี้หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยจำเป็นจะต้องพิจารณาถึงผลงานที่ได้
ประจักษ์ หากสามารถขยายผลการดำเนินงานก็ควรสนับสนุนทุนให้กับชุมชนทั้งการเพิ่มศักยภาพและการ
ยกระดับในการดำเนนิ งานวจิ ยั ตอ่ ไปในอนาคต
75
บรรณานุกรม
FAO. 2008. An Introduction to the Basic Concepts of Food Security. Food Security
Information for Action: Practical Guides, 2008. [cited 2017 March 15]. Available from:
www.foodsec.org/concepts_guide_pdf.
กรมพฒั นาที่ดิน. 2540. รายงานการจัดการดินกลุม่ ชดุ ดินที่ 62. กรมพฒั นาทด่ี นิ กรงุ เทพฯ. 42 หน้า.
กลุม่ ศูนย์วิจัยขา้ วภาคเหนอื ตอนบน. 2553. เทคโนโลยกี ารทำนาขน้ั บนั ไดบนพื้นทีส่ งู . กองวิจยั และพัฒนาขา้ ว
กรมการขา้ ว. 82 หน้า
กล่มุ ศนู ยว์ จิ ยั ขา้ วภาคเหนือตอนบน. 2555. เทคโนโลยีการผลิตข้าวไร่อยา่ งย่งั ยืน. กองวจิ ยั และพฒั นาข้าว
กรมการข้าว. 109 หนา้
คณะอนุกรรมการขับเคลือ่ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แหง่ ชาต,ิ 2550. การประยกุ ต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง. 76 หนา้
จันทรจ์ รสั เรย่ี วเดชะ. 2563. แพลตฟอรม์ วจิ ยั ดา้ นเกษตร: การออกแบบและการบริหารจัดการงานวิจัยเพอื่
มงุ่ ผลลัพธ.์ 251 หน้า.
จนั ทบรู ณ์ สทุ ธิ. 2539. การเกษตรแบบตัดฟันโค่นเผาบนพื้นทส่ี ูง: วิทยาการพ้ืนบ้าน. สถาบันวิจัยชาวเขา
เชยี งใหม่. 117 หน้า.
พัชรพร อยู่ยืน, อภญิ ญา ภมู โิ อตา, และ ศิระ ศรีโยธิน. (2560). ปัจจัยทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการเป็นนวตั กร :
กรณศี กึ ษาผลติ ภณั ฑ์ PUNN. เอกสารในการประชมุ วิชาการระดับชาติ ดา้ นการบรหิ ารกิจการ
สาธารณะ ครั้งที่ 4 “การบริหารกิจการสาธารณะภายใต้ประเทศไทย 4.0”.
https://conference.kku.ac.th/colaimg/files/articles/b9e07-o-76-.pdf
76
ภาคผนวก
ภาพผนวกที่ 1 การถา่ ยทอดเทคโนโลยีการผลติ ขา้ วเพือ่ พฒั นานวตั กรขา้ วชมุ ชน
ภาพผนวกที่ 2 การจัดทำแปลงต้นแบบการเรยี นรใู้ นชมุ ชน
77
ภาพผนวกที่ 3 การจัดทำแปลงต้นแบบการเรียนรู้ในชมุ ชน
ภาพผนวกที่ 4 กระบวนการเรยี นรแู้ ละการสร้างนวัตกรชุมชน
78
ภาพผนวกที่ 5 ผลิตภัณฑจ์ ากข้าวและพืชหลังนาเพ่ือเสริมเพ่ิมรายได้
ภาพผนวกที่ 6 การตดิ ตามผลการดำเนินโครงการวจิ ยั ภายใต้แผนงานฯ (site visit)
79
ภาพภาคผนวกที่ 7 แบบฟอร์มการประเมินนวตั กรชมุ ชนในชุดโครงการ
80
แบบสรปุ ปดิ โครงการ
โครงการ/ชุดโครงการ:...นวัตกรรมชมุ ชนเพื่อการผลติ และการใชป้ ระโยชนข์ ้าวบนพื้นท่สี ูงทีส่ อดคลอ้ งกับภูมสิ ังคมในภาคเหนือตอนบน......
หัวหนา้ โครงการ...นายสุทธกานต์ ใจกาวิล.....................................................................................................................................................
โทรศัพท์...054-646033... อเี มล[email protected]...งบประมาณ .... 4,936,070....... บาท ระยะเวลาดำเนินการ ....1.... ปี
แพลตฟอรม์ ตามยทุ ธศาสตร์ ววน.: ........การวจิ ัยและสรา้ งนวตั กรรมเพ่อื การพัฒนาเชิงพน้ื ท่แี ละลดความเหลือ่ มล้ำ...................................
โปรแกรมตามยุทธศาสตร์ ววน.: .....นวัตกรรมสำหรับเศรษฐกจิ ฐานรากและชมุ ชนนวัตกรรม......................................................................
แผนงานหลกั : ....ชมุ ชนนวัตกรรมเพอ่ื การพัฒนาอย่างยงั่ ยืน………….............................................................................................................
แผนงานย่อย: .....-...........................................................................................................................................................................................
พืน้ ทท่ี ำวจิ ัย: ..อำเภอบอ่ เกลือ จงั หวดั นา่ น อำเภอเวยี งแหงและอำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวัดเชยี งใหม่ และอำเภอปางมะผา้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พ้ืนทก่ี ารใช้ประโยชน:์ …อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อำเภอเวียงแหงและอำเภอแม่แจ่ม จังหวดั เชียงใหม่ และอำเภอปางมะผ้า จงั หวดั
แมฮ่ ่องสอน…
บทสรปุ ผ้บู รหิ ารโดยย่อ
.....ชุดโครงการวิจัยเร่อื ง “นวตั กรรมชมุ ชนเพ่อื การผลติ และการใช้ประโยชน์ข้าวบนพืน้ ทส่ี งู ท่สี อดคล้องกับภมู ิสังคมในภาคเหนือตอนบน”
มีเป้าหมายเพื่อทำให้ชุมชนสามารถผลิตข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่ และชุมชนปรับใช้นวัตกรรมเพื่อส ร้างความ
เข้มแข็งของด้านเศรษฐกิจ สังคม และท้องถิ่น ตัวชี้วัดชุดโครงการ คือ ชุมชนต้นแบบในพื้นที่สามารถพึ่งตนเองและจัดการตนเองได้อย่าง
มั่นคงและยั่งยืน เกิดกระบวนการและแนวทางการบริหารจัดการชุมชนที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่ที่มีภูมิสังคมเช่นเดียวกัน
ประกอบด้วย 4 โครงการย่อย ดำเนินการในพื้นที่ที่ประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
อำเภอเวียงแหงและแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้แนวทางบริหารจัดการ
ชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีความมั่นคงทางอาหาร และสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภค นวัตกรรมที่นำไปสนับสนุนให้มีการ
ผลิต การแปรรูป และการเพิ่มรายได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง การพัฒนา
ระบบสำรองข้าวภายในชุมชน การพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อสร้างสมดุลของแมลงศัตรูข้าวและศัตรูธรรมชาติ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์
ข้าวและพืชร่วมระบบในชุมชน จากการดำเนินการข้างต้น ทำให้เกิดเกษตรกรผู้ปลูกข้าวใน 12 ตำบล 13 ชุมชน ได้ นวัตกรชาวบ้าน 44
คน และเทคโนโลยีที่นำไปปรับใช้ในพื้นที่ 4 ชุดเทคโนโลยี ได้เรียนรู้และปรับใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาในการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง และ
เกดิ กลุม่ เกษตรกรเพ่ือการผลิตและใช้ประโยชนข์ า้ วบนพื้นที่สงู ในชุมชน เป็นการพฒั นารปู แบบการทำงานของหนว่ ยงานร่วมกับชมุ ชนและ
หน่วยงานภาคีในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพในวิกฤตการณต์ ่าง ๆ เกษตรกรได้รับกระบวนการพฒั นาด้านเทคโนโลยีการผลิตข้าวบนพื้นที่สูงท่ี
ถกู ต้องและเหมาะสมกับพืน้ ท่ี และการบรหิ ารจดั การกล่มุ เกษตรกรในชุมชน ขบั เคลอื่ น ขยายผล ชว่ ยเหลอื และแก้ปญั หาใหก้ บั เกษตรกรผู้
ปลูกขา้ ว ทำให้ชมุ ชนเกิดความม่ันคงทางอาหารในชมุ ชนและเกษตรกรสามารถผลิตและใชป้ ระโยชน์ข้าวในพื้นทไ่ี ด้อย่างย่ังยนื เกษตรกรมี
ข้าวคุณภาพดีบริโภคและมีระบบการผลิตข้าวที่มีประสิทธิภาพของชุมชน มีการบริหารจัดการผ่านกลุ่มเกษตรกร แกนนำและเกษตรกร
อาสา รวมทั้งจัดการความรู้ไปแก้ไขปัญหาในชุมชนได้ ส่งผลต่อชุมชนระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เกิดพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
เกษตรกร เศรษฐกจิ ในครวั เรอื น และสง่ิ แวดลอ้ มในชุมชนดว้ ยความรแู้ ละนวัตกรรมได้อยา่ งย่ังยนื ต่อไป........................................................
วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1. เพือ่ หาแนวทางบรหิ ารจัดการชมุ ชนบนพ้ืนท่ีสงู ใหม้ คี วามมั่นคงทางอาหาร และสามารถเพิม่ ผลผลติ ข้าวให้เพียงพอตอ่ การบริโภค……….
2. เพ่อื พฒั นาการผลติ การแปรรูป และการเพ่ิมรายได้จากข้าว และพืชร่วมระบบไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบและมีประสิทธิภาพ.............................
3. เพือ่ สรา้ งกระบวนการพัฒนากลุม่ เกษตรกรและเกษตรกรในการผลติ ข้าวบนพ้นื ที่สูงให้เกดิ ความย่งั ยืน……………………………………………..
ผลผลิตทเ่ี กิดข้ึนจรงิ (output): ........เกดิ ชมุ ชนนวตั กรรม 13 ชมุ ชน มคี วามสามารถในการพฒั นาการพึง่ ตนเองและจดั การตนเอง และ
เกดิ นวัตกรชาวบ้าน 44 คน..สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีทปี่ รบั ใชใ้ นพ้ืนท่ี 4 ชดุ เทคโนโลยี..........................................................................
ผลลัพธ์ท่ีเกิดขนึ้ จริง (outcome): ..เกษตรกรผปู้ ลูกข้าวใน 13 ชุมชน เกดิ การเรียนรู้และปรับใช้กระบวนการแก้ไขปญั หาในการผลติ ขา้ ว
บนพืน้ ท่ีสูง และเกิดกลุ่มเกษตรกรเพอื่ การผลติ และใช้ประโยชนข์ า้ วบนพ้นื ทส่ี งู ในชมุ ชน.............................................................................
ผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ (impact): (ตอ้ งระบุ)
• ผลกระทบทางเศรษฐกจิ (ROI)…ชุมชนในตำบล อำเภอ จงั หวดั และประเทศ เกดิ พฒั นาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เศรษฐกิจใน
ครวั เรือน ด้วยความรู้และนวตั กรรมไดอ้ ยา่ งย่งั ยืน……...........................................………………………………………………………….…..
• ผลกระทบทางสังคม (SROI)…เกษตรกรในพนื้ ท่ีสามารถผลติ ข้าวและมีความรูแ้ กไ้ ขปัญหาในชมุ ชนได้ (SROI = 15:1)…........….
• จำนวนผูไ้ ด้รบั ผลกระทบ......เกษตรกรผูป้ ลกู ข้าว 13,511 ราย ในพื้นท่ีเป้าหมาย 12 ตำบล........
81
การนำผลงานวจิ ยั ไปใช้ประโยชน์
ดา้ นนโยบาย ..กรมการขา้ วรว่ มกับหนว่ ยงานในพ้ืนทีไ่ ด้ผลกั ดันนวัตกรชุมชน เกษตรกรผ้นู ำ เชน่ กำนนั ผูใ้ หญ่บ้าน และผู้ช่วยผูใ้ หญ่บ้าน
ในการยน่ื เสนอขอรบั การสนบั สนุนจากหนว่ ยงานปกครองในพ้ืนที่ เกิดการประชาสัมพันธใ์ หบ้ างชมุ ชนเปน็ หม่บู ้านดีเด่นของอำเภอ (บ้าน
นากอก ตำบลภฟู า้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน)...........................................................................................................................................
ด้านสงั คม .....ไดช้ ุมชนเขา้ สกู่ ระบวนการนำเอาความร้แู ละนวัตกรรมไปใชเ้ พ่อื ยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ และเกิดตน้ แบบเพื่อยกระดบั รายได้
ให้กับชุมชนและเกษตรกร ทำให้เกดิ แหล่งเรยี นร้แู ละท่องเที่ยวในชุมชนได้................................................................................................
พน้ื ทที่ ีน่ ำไปใช้ประโยชน.์ ........อำเภอบ่อเกลือ จงั หวดั นา่ น อำเภอเวียงแหง จงั หวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่แจม่ จงั หวดั เชียงใหม่ และอำเภอ
ปางมะผ้า จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ด้านเศรษฐกจิ .......กลุ่มผปู้ ลกู ขา้ วในแต่ละชมุ ชน กลุม่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสาลีและวิสาหกจิ ชมุ ชนแปรรปู ผลิตผลการเกษตรบา้ นนากอก
สามารถผลิตข้าวและพืชหลงั นา เชน่ ขา้ วสาลี และบกั วีต ทำให้เกิดรายได้ให้กับเกษตรกรจากผลติ ภัณฑ์ เชน่ เมล็ดขา้ วกลอ้ งขา้ วสาร
เมลด็ ขา้ วสาลี เส้นบะหมแี่ หง้ จากบกั วีต ชาบกั วตี ข้าวผสมธัญพืชอัดแท่ง และทองม้วนบกั วตี เปน็ ตน้ .......................................................
พื้นทท่ี น่ี ำไปใชป้ ระโยชน์.......อำเภอบอ่ เกลือ จงั หวดั น่าน อำเภอเวยี งแหง จังหวดั เชียงใหม่ อำเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชียงใหม่ และอำเภอ
ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดา้ นวชิ าการ.......กรมการขา้ ว มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ และมหาวิทยาลยั เชียงใหม่..............................................................................................
อย่างไร ....นำไปตพี มิ พ์ผลงานในวารสารวชิ าการระดบั ชาต/ิ นานาชาติ........................................................................................................
การเผยแพร่/ประชาสมั พันธ์: ....เว็บไซต์ของหน่วยงาน และส่อื ออนไลน์ในพืน้ ท่ี..........................................................................................
TRL/SRL ระดบั ...... TRL 6 และ SRL 5........................................................................................................................................................