The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สามัคคีเภทคำฉันท์

รายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์

รายงานเชิงวิชาการ เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ จัดทำ โดย นางสาววรรณษา สุขแดง เลขที่ 16 นางสาวณัฎฐนันท์ น้อยลา เลขที่ 23 นางสาวโสภิตา หมู่หมื่นศรี เลขที่ 24 นางสาวบุณยานุช โคตรบุญมี เลขที่ 25 นางสาวสิรภัทร คลังระหัด เลขที่ 26 นางสาวฉัตรมณี บุญสิงห์ เลขที่ 35 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 เสนอ คุณครูอรสา เสาโกมุท รายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ อำ เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์


รายงานเชิงวิชาการ เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ จัดทำ โดย นางสาววรรณษา สุขแดง เลขที่ 16 นางสาวณัฎฐนันท์ น้อยลา เลขที่ 23 นางสาวโสภิตา หมู่หมื่นศรี เลขที่ 24 นางสาวบุณยานุช โคตรบุญมี เลขที่ 25 นางสาวสิรภัทร คลังระหัด เลขที่ 26 นางสาวฉัตรมณี บุญสิงห์ เลขที่ 35 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 เสนอ คุณครูอรสา เสาโกมุท รายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ อำ เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์


บทคัดย่อ การศึกษาวิเคราะห์เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์มีวัตถุประสงค์เพื่อ(1)เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเรียน ในรายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท๓๓๒๐๒ (2)เพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ (3)เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ รายงานการศึกษาค้นคว้าเป็นแบบวิเคราห์เนื้อหาและร่วมกัน เสนอแนะภายในกลุ่ม ทั้งด้านการพิจารณาเนื้อหาและกลวิธีในการแต่ง การใช้ภาษา ตลอดจนประโยชน์หรือ คุณค่าในวรรณคดีและวรรณกรรม และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเรียนและนักเรียนท่าน อื่น สามัคคีเภทคำ ฉันท์ ก


กิตติกรรมประกาศ การศึกษาวรรณคดีมรดก เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์นี้ สำ เร็จลุล่วงไปด้วยดี เนื่องจากได้รับ ความช่วยเหลือจากสมาชิกในกลุ่มที่ให้ความร่วมมือในการทำ งานเป็นอย่างดี ขอขอบคุณ คุณครูอรสา เสาโกมุท ครูผู้สอนรายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202 ครูที่ปรึกษาโครงงานที่ได้แนะนำ วิธีการจัดทำ โครงงาน การเรียบเรียงเนื้อหา การจัดทำ e-book กลุ่มผู้จัดทำ รู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของครูที่ปรึกษาเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดทำ หวังว่ารายงานโครงงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจสำ หรับเป็นแนวทาง ในการจัดทำ โครงงานต่อไป คณะผู้จัดทำ ข


สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2-7 บทที่ 3 วิธีดำ เนินการศึกษา 8 บทที่ 4 ผลการศึกษา 9 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 10 บรรณานุกรม 11 ภาคผนวก 12 ก ค


1 บทที่ 1 บทนำ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เกิดวิกฤตการณ์และ การเปลี่ยน แปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 การเกิดกบฏ ร.ศ. 130 การพัฒนา ในเรื่องของการศึกษาหาความรู้เป็นต้น จึงทำ ให้เกิดความแบ่งแยกทางด้านความคิด ในเรื่อง การเมือง การปกครอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง นายชิต บุรทัต จึงได้แต่งนิยาย คำ ฉันท์เรื่อง “สามัคคีเภทคําฉันท์” ขึ้น ในปีพ.ศ. 2457 เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำ คัญของการรวมกันเป็น หมู่คณะ และความสามัคคีกัน เพื่อเป็นการ ปลุกใจคนในชาติรวมทั้งเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ และรวมประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งความ สามัคคีนั้นเป็นสิ่งสําคัญมากในการอยู่ร่วมกัน และที่ สำ คัญสามารถนําไปใช้ได้ กับทุกยุคทุกสมัย 1


2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในรายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ คณะผู้ศึกษาค้นคว้าได้รวบรวมข้อมูล แนวคิดต่าง ๆ จากหนังสือ เอกสาร บทความทางอินเทอร์เน็ต และงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับ เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ ดังปรากฏในหัวข้อต่อไปนี้ 1. การพิจารณาเนื้อหาและกลวิธีในวรรณคดีและวรรณกรรม 1.1. เนื้อเรื่อง พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งกรุงราชคฤห์แคว้นมคธ ทรงมีวัสสการพราหมณ์ที่มีความฉลาดและรอบรู้ ทาง ด้านศิลปศาสตร์เป็นที่ปรึกษา และท่านมีความประสงค์ที่จะขยายอาณาจักรของท่านไปที่เเคว้นวัชชี ของเหล่า กษัตริย์ลิจฉวีซึ่งท่านปกครองด้วยการเน้นสามัคคีธรรมเป็นหลัก วัสสการพราหมณ์จึงเริ่มออก อุบายในการ ทำ ให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแตกคอกัน โดยการเรียกพระกุมารของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีมา สอบถามทีละคน ทำ ให้ เหล่าพระกุมารเกิดความระแวงและสงสัย หลังจากนั้นพระกุมารทั้งหลายจึงไป บอกพระบิดา ทำ ให้เกิดความ บาดหมางและสิ้นความสามัคคีในเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีกันหมด และท้ายที่สุด ความแตกความสามัคคีนี้ทำ ให้ พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชีได้สำ เร็จอย่างง่ายดาย 1.2. โครงเรื่อง ความสามัคคีเป็นคุณธรรมที่สำ คัญอย่างหนึ่งในการปกครองประเทศชาติบ้านเมือง การที่บ้านเมืองขาด ความสามัคคีนั้นจะนำ พามาซึ่งความหายนะและความวอดวายในบ้านเมือง 1.3. ตัวละคร เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัซซี - เคยเป็นตัวอย่างของความสามัคคี - ขาดวิจารณญาณและไม่ยึดถือหลักเหตุผล - มีความระแวงและทะนงตน วัสสการพราหมณ์จากแคว้นมคธ - มีความฉลาดหลักแหลมมีสติปัญญาที่ดี - มีความสามารถทางวาทศิลป์มีเล่ห์เหลี่ยมทางวาจา - รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ - มีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าอชาตศัตรูและบ้านเมืองของตน 2


3 1.4. ฉากท้องเรื่อง เป็นการพรรณาภาพความงดงามขณะที่ชมเมืองราชคฤห์ในแคว้นมคธของพระเจ้าอชาต ศัตรู “สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวับสลับพรรณ ช่อฟ้าตระการกลจะหยัน จะเยาะยั่วทิฆัมพร บราลีพิลาศศุภจรูญ นภศูลประภัสสร หางหงส์ผจงพิจิตรงอน ดุจกวักนภาลัย” อีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงฉากท้องเรื่องนั่นคือฉากที่วัสสการพราหมณ์ยุแยงปั่นหัวเหล่าโอรสของ กษัตริย์ลิจฉวีจนทำ ให้บรรดาโอรสเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง จากความสัมพันธ์ที่เคยรักกันดีก็ต้องร้าวฉาน “ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนันหนอ ครูวัสสการแส่ กลแหย่ยุดีพอ ปั่นป่วนบเหลือหลอ จะมิร้าวมิรานกัน ครั้งทรงประปรารภ ธุระจบธจึ่งบัญ ชานายนิการสรร พทแกล้วทหารหาญ” 1.5. บทเจรจาหรือรำ พึงรำ พัน เป็นการแกล้งต่อว่าของพระเจ้าอชาตศัตรูที่วัสสการพราหมณ์ท้วงติงเรื่องการออกศึก ซึ่งมี การ กระแทกกระทั้นแสดงถึงอารมณ์โกรธ “เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร ทุทาสสถุลฉะนี้ไฉน ก็มาเป็น ศึก บ ถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อยจะมากจะยากจะเย็น ประการใด อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นมิทันอะไร ก็หมิ่นกู” 1.6. แก่นเรื่อง - การแตกความสามัคคีของหมู่คณะซึ่งนำ ไปสู่หายนะ เหล่าโอรสของกษัตริย์ลิจฉวีถูกยุแยงให้แตกกันโดยวัสสการพราหมณ์ฝั่งพระเจ้า อชาตศัตรูจึงใช้โอกาส นี้ในการโจมตีแคว้นวัชชี - การรู้จักใช้สติปัญญาเพื่อเอาชนะศัตรูโดยไม่ต้องใช้กำ ลัง พระเจ้าอชาตศัตรูใช้ไส้ศึกนั่นคือ วัสสการพราหมณ์เข้าไปยุแยงเหล่าโอรสของกษัตริย์ ลิจฉวีให้ แตกสามัคคีกัน ทําให้พระเจ้าอชาตศัตรูมีโอกาสบุกโจมตีแคว้นวัชชีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ง่ายกว่าการไป บุกโจมตีแคว้นวัชชีซึ่งๆหน้า 3


4 - การรู้จักเลือกใช้บุคคลให้เหมาะสมกับงานที่ได้รับ จะทำ ให้งานสำ เร็จด้วยดี พระเจ้าอชาตศัตรูเลือกให้วัสสการพราหมณ์เป็นผู้ไปยุแยงเหล่าโอรสให้ แตกคอกัน ซึ่ง วัสสการพราหมณ์นั้นเป็นพราหมณ์ที่ฉลาด รอบรู้ศิลปศาสตร์และมีวาทศิลป์ดี - การเอาความคิดของตนเป็นใหญ่และคิดว่าตนดีกว่าผู้อื่นเสมอ ย่อมทำ ให้เกิด ความเสียหายต่อส่วนรวม เหล่ากษัตริย์ต่างพากันโกรธในสิ่งที่วัสสการณ์พราหมณ์ยุแยง โดยไม่คํานึงถึงผลที่จะเกิด ในภายภาค หน้า อันนำ มาสู่การถูกโจมตี 2. การพิจารณาการใช้ภาษาในวรรณคดีและวรรณกรรม 2.1. การสรรคำ ในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ผู้แต่งเลือกสรรคำ ที่มีเสียงและความหมายไพเราะ อีกทั้งยังเลือกคำ ที่ ผู้อ่าน สามารถเข้าใจได้ง่าย - เสียงสัมผัส ผู้แต่งได้เลือกสรรหาคำ เพื่อเสียงสัมผัสทั้งเสียงสัมผัสพยัญชนะและสระ - สัมผัสพยัญชนะ เช่น ทิชงค์ชาติฉลาดยล คะเนกลคะนึงการ กษัตริย์ลิจวีวาร ระวังเหือดระแวงหาย มีการเล่นเสียงพยัญชนะคำ ว่า “คะเนกล - คะนึงการ” กับ “ระวังเหือด - ระแวงหาย” - สัมผัสสระ เช่น ล่วงลุประมาณ กาลอนุกรม หนึ่ง ณ นิยม ท่านทวิชงค์ มีการเล่นเสียงสระคำ ว่า “ประมาณ - กาล” กับ “อนุกรม -นิยม” - การเล่นเสียงหนักเบา เช่น อันภูบดีรา ได้ลิจฉวีภู แลสรรพบรรดา ถึงซึ่งพิบัติบี ชอชาตศัตรู วประเทศสะดวกดี วรราชวัชชี ฑอนัตถ์พินาศหนา มีการเล่นเสียงหนักเบา เช่น “อัน” เป็นเสียงหนัก “รา” เป็นเสียงเบา ดัง 4


5 2.2. การเรียบเรียงคำ - การใช้คำ ที่เข้าใจง่าย มีการใช้คำ ที่ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่าย เช่น ตอนวัสสการพราหมณ์เข้า เมืองเวสาลี “ผูกไมตรีจิต เชิงชิดชอบเชื่อง กับหมู่ชาวเมือง ฉันท์อัชฌาสัย เล่าเรื่องเคืองขุ่น ว้าวุ่นวายใจ จำ เป็นมาใน ด้าวต่างแดนตน” 2.3. การใช้โวหารภาพพจน์ - พรรณณาโวหาร เช่น “ควรชมนิยมจัด คุรุวัสสการพราหมณ์ เป็นเอกอุบายงาม กลงำ กระทำ มา พุทธาทิบัณฑิต พิเคราะห์คิดพินิจปรา รภสรรเสริญสา ธุสมัครภาพผล” “เชื่ออรรถยุบลเอา รสเล่าก็ง่ายเหลือ เหตุหากธมากเมือ คติโมหเป็นมูล จึ่งดาลประการหา ยนภาวอาดูร เสียแดนไผทสูญ ยศศักดิเสื่อมนาม” - สาธกโวหาร เช่น “ควรยกประโยชน์ยื่น นรอื่นก็แลเหลียว ดูบ้างและกลมเกลียว มิตรภาพผดุงครอง ยั้งทิฐิมานหย่อน ทมผ่อนผจงจอง อารีมิมีหมอง มนเมื่อจะทำ ใด” “ลาภผลสกลบรร ลุก็ปันก็แบ่งไป ตามน้อยและมากใจ สุจริตนิยมธรรม์ พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรรค์ รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี” 5


5 - ทศนาโวหาร เช่น “ควรชนประชุมเช่น คณะเป็นสมาคม สามัคคิปรารม ภนิพัทธรำ พึง ไป่มีก็ให้มี ผิวมีก็คำ นึง เนื่องเพื่อภิยโยจึง จะประสบสุขาลัย” - อุปมา เช่น ตอนพระเจ้าอชาตศัตรูกริ้ววัสสการพราหมณ์ “กลกะกากะหวาดขมังธนูบห่อนจะเห็นธวัชริปู สิล่าถอย” วัสสการพราหมณ์เปรียบน้ำ พระราชหฤทัยกษัตริย์ลิจฉวี “เมตตาทยาลุศุภกรรม อุปถัมภการุณย์ สรรเสริญเจริญพระคุณสุน ทรพูนพิบูลงาม เปรียบปานมหรรณพนที ทะนุที่ประทังความ ร้อนกายกระหายอุทกยาม นรหากประสบเห็น เอิบอิ่มกระหยิ่มหทยคราว ระอุผ่าวก็ผ่อนเย็น ยังอุณหมุญจนะและเป็น สุขปีติดีใจ” การกล่าวถึงความรุ่งเรืองของแคว้นมคธ “เมืองท้าวสิเทียบทิพเสมอ ภพเลอสุราลัย เมืองท้าวแหละสมบุรณไพ บุลมวลประการมา” -อุปลักษณ์ เช่น ตอนวัสสการพราหมณ์กล่าวเปรียบเทียบทหารของแคว้นวัชชีกับทหารของแคว้นมคธว่า “หิ่งห้อยสิแข่งสุริยะไหน จะมิน่าชิวาลาญ” ตอนพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเปรียบเทียบการแตกสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวีว่า “ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้นหนอ” 6


6 3. การอ่านและพิจารณาประโยชน์หรือคุณค่าในวรรณคดีและวรรณกรรม 3.1. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนวัฒนธรรมของคนในสังคม สะท้อนภาพการปกครองโดยระบอบสามัคคีธรรม เน้นโทษของการแตกความสามัคคี ในหมู่คณะ และเน้นถึงหลักธรรม อปริหานิยธรรม 7 ประการ ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ส่งผล ให้เกิดความเจริญของหมู่คณะ ปราศจากความเสื่อม ได้แก่ -ไม่เบื่อหน่ายการประชุม เมื่อมีภารกิจก็ประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อช่วยกันคิดหาทางแก้ไขปัญหา -เข้าประชุมพร้อมกัน เลิกประชุมพร้อมกัน ร่วมกันประกอบกิจอันควรกระทำ -มีความสามัคคีกัน -ยึดมั่นในจารีตประเพณีอันดีงาม และประพฤติดีปฏิบัติตามสิ่งที่บัญญัติไว้ แสดงให้เห็นถึงโทษของการแตกความสามัคคีในหมู่คณะ ถ้าไม่สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็จะนำ บ้านเมืองไปสู่ความหายนะได้ (ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้จุดอ่อนในเรื่องนี้เพื่อโจมตีได้ง่าย) เน้นการใช้สติปัญญาไตร่ตรองในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้กำ ลัง 3.2. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ -กวีมีความเชี่ยวชาญในการแต่งคำ ประพันธ์เป็นอย่างมาก และสามารถใช้ฉันทลักษณ์ได้อย่าง งดงาม เหมาะสม โดยเลือกฉันท์ชนิดต่าง ๆ มาใช้สลับกันตามความเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ทำ ให้ เนื้อเรื่องน่าจดจำ และมีความไพเราะสละสลวย -นิทานสุภาษิตเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์มีการประพันธ์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ทำ ให้ผู้อ่านเห็นภาพที่ ผู้ประพันธ์ ต้องการจะสื่อได้อย่างชัดเจน -เป็นวรรณคดที่ได้รับการยกย่องว่ามีความไพเราะงดงามเป็นที่นิยม เนื่องจากมีการเล่นสัมผัสใน ทั้งสัมผัสอักษรและสัมผัสสระอย่างไพเราะ 7


7 บทที่ 3 วิธีดำ เนินการศึกษา รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่อง สามัคคีเภทคำ ฉันท์ เป็นรายงานประเภทค้นคว้าที่มุ่งศึกษาเกี่ยวกับ การเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหา ในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202 โดยมีรายละเอียดของวิธีการดำ เนิน การศึกษาดังต่อไปนี้ 1. ประชุมปรึกษาหารือ เสนอความคิดเห็น และคัดเลือกเรื่องที่จะทำ โครงงาน 2. แบ่งหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มและหาข้อมูลในการดำ เนินงาน 3. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้านำ มาวิเคราะห์และเลือกใช้ส่วนที่สำ คัญ 4. เขียนเค้าโครงรายงาน 5. นำ โครงร่างของรายงานไปปรึกษาและขอคำ แนะนำ จากอาจารย์ 6. จัดทำ รายงาน 7. จัดทำ รายงานเพื่อนำ สนอในรูปแบบ e-book 8. นำ เสนอรายงาน ระยะเวลาการดำ เนินงาน ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2566 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 โดยใช้ระยะเวลาในการจัดทำ โครงงานเป็นระยะเวลา 1 เดือน 14 วัน 8


8 บทที่ 4 ผลการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อ -เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนในรายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท๓๓๒๐๒ -เพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ -เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า -รายงานเล่มนี้สามารถใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนรู้ในรายวิชาการเขียนได้ -ผู้อ่านสามารถได้รับความรู้มากขึ้นหลังจากอ่านรายงานเล่มนี้ -คณะผู้จัดทำ ได้ศึกษาและหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ 9


9 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ มีการสรุป อภิปรายผลและมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ เป็นการศึกษาวรรณคดีเรื่อง สามัคคีเภทฉันท์ มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้าเพื่อ -เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนในรายวิชาการเขียน รหัสวิชา ท33202 -เพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ -เพื่อศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์ สามารถสรุปผลการศึกษาค้นคว้าได้ดังนี้ รายงานเล่มนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนรายวิชาการเขียนได้ และผู้อ่านเมื่ออ่านจบแล้ว จะมีความรู้ในเรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์มากยิ่งขึ้น และคณะผู้จัดทำ ได้พัฒนาทักษะความรู้ของตนเองเพื่อนำ ไปถ่ายทอดต่อได้อย่างถูกต้อง ข้อเสนอแนะ - ควรนำ มาเป็นความรู้รอบตัวและประสบการณ์ต่างๆมาเชื่อมโยงกันขณะเรียน -ควรนำ ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับเพื่อนๆในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาทักษะความู้ให้มากขึ้น -ควรนำ ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ วัน 10


10 บรรณานุกรม นางสาววิลาสิณี ชมภู. สามัคคีเภทคำ ฉันท์[ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2559. สืบค้นได้จาก http://lit4teachers.blogspot.com/2016/04/blog-post_21.html สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. “สามัคคีเภทคำ ฉันท์” ในหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษา ไทย วรรณคดีวิจักษ์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บทที่ 4. หน้า 103 - 125. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สกสค. ลาดพร้าว, 2557. 11


11 ภาคผนวก ภาพการประชุม ปรึกษาในการทำ งาน 12


Click to View FlipBook Version