มาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณกฬี า
ฟุตซอล
STANDARD OF FIELD AND
EQUIPMENT OF FUTSAL
กองมาตรฐานกฬี า
ฝายสิทธิประโยชนแ ละมาตรฐานกฬี า
การกีฬาแหง ประเทศไทย
คาํ นํา
คูมือมาตรฐานสนามแขงขนั และอปุ กรณกฬี าฟุตซอลฉบับนจี้ ัดทําข้ึน
เพอื่ ใชเปนตนแบบสําหรบั การจัดเตรยี มสถานที่และอปุ กรณกีฬาของหนว ยงาน
องคกรหรือสถาบันตางๆ ท่ีตองการจัดการแขงขันกีฬาฟุตซอลใหมีความ
สมบูรณตามมาตรฐานสากล โดยกองมาตรฐานกีฬาไดรับความรวมมือในการ
จัดทําตนฉบบั ขอ มลู และรายละเอียดภาพจากนายยุทธนาฉายสุวรรณอดีตรอง
ประธานคณะกรรมการผูตัดสินกีฬาฟุตซอล ฝายวิชาการสมาคมฟุตบอลแหง
ประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ กอนนําเสนอขอรับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการรับรองมาตรฐานสถานแขงขนั และอุปกรณกีฬาของการกีฬาแหง
ประเทศไทยตามลําดับ
การพัฒนากีฬาเพื่อความเปนเลิศและกีฬาเพื่อการอาชีพ จําเปนตอง
ดาํ เนินการดวยความพิถีพิถันในทุกข้ันตอนทั้งน้ีเพื่อสรางโอกาสใหนักกีฬา
และผูมสี วนเกย่ี วของในการแขง ขันทกุ ฝา ยสามารถแสดงศักยภาพไดอ ยางเต็มที่
ดังน้ัน มาตรฐานของสถานแขงขันและอุปกรณกีฬาจึงนับเปนองคประกอบ
สาํ คัญในการจดั การแขง ขนั กฬี าใหมคี ณุ ภาพเปน ท่ยี อมรับของสากลทัว่ ไป
หนงั สอื เลม นี้จดั ทาํ ขน้ึ ในป พ.ศ.2550ซ่ึงอาจมีการปรับปรุงตอไปใน
อนาคต เน่ืองจากความเปลี่ยนแปลงทางดาน กฎ-กติกาตามท่ี สหพันธกีฬา
ระหวา งประเทศกําหนด ในโอกาสน้ีการกีฬาแหงประเทศไทยขอขอบคุณผูมี
สว นเกีย่ วขอ งทกุ ฝา ยเปนอยางสูงท่ีชวยใหการจัดทําเอกสารเพ่ือประโยชนแก
การพัฒนาวงการกีฬาของชาตฉิ บับนสี้ าํ เร็จลุลว งตามวัตถุประสงคด วยดี
กองมาตรฐานกฬี า
คาํ จํากดั ความ
อุปกรณกีฬา (Sport Equipment) หมายถึง ผลิตภัณฑท่ีเปน
วัสดุ ส่งิ ของ เครื่องมือ เครือ่ งใชแ ละส่งิ อํานวยความสะดวกสําหรับใช
ในการเลน ฝก ซอ ม และการแขง ขนั กฬี าของนกั กีฬา เจา หนา ที่ ผูตัดสิน
กรรมการ และผมู สี ว นเก่ยี วขอ งทุกฝา ย ซ่ึงสอดคลอ งหรือไมข ัดแยง กับ
ระเบียบการแขงขันและกติกากีฬาท่ีสหพันธกีฬาระหวางประเทศใน
ชนิดกีฬานนั้ ๆ กาํ หนดไว
สถานกีฬา (Sport Field and Stadium) หมายถึง พื้นท่ีและ/
หรือสิ่งปลูกสรางที่กําหนดข้ึน เพื่อใชอํานวยประโยชนในการเลน
ฝกซอมและจัดการแขงขันกีฬาสําหรับนักกีฬา ผูฝกสอน เจาหนาที่
ผูต ดั สิน กรรมการและผูมีสวนเก่ียวของทุกฝาย ซ่ึงสอดคลองหรือไม
ขดั กบั ระเบียบการแขงขนั และกติกากีฬาตามเง่ือนไขของสหพันธกีฬา
ระหวา งประเทศ
สถานแขงขันกฬี า(Sport Field and Stadium for Competition)
หมายถงึ บริเวณพน้ื ทีแ่ ละ/หรือสงิ่ ปลกู สรา งท่กี ําหนดขึ้นเพ่ือใชในการจัดการ
แขงขันกีฬา และอํานวยความสะดวกใหผูชม นักกีฬา ผูฝกสอน เจาหนาที่
ผูตดั สินและผมู สี วนเก่ียวขอ งทกุ ฝายซ่งึ สอดคลองตามระเบียบการแขง ขันและ
กติกากีฬาของสหพนั ธกฬี าระหวา งประเทศชนดิ นน้ั ๆ
สารบญั
หนา
1. มาตรฐานสนามแขง ขนั และอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
ของสหพันธฟ ตุ ซอลนานาชาติ
สนามแขง ขัน
ขนาดสนาม 1
การทําเสน สนามแขง ขัน 3
เขตโทษ,จดุ โทษ 4
จดุ โทษท่ีสอง,เขตมมุ 5
เขตเปลย่ี นตัว 6
ประตู 7
ความปลอดภยั ,พน้ื ผิวของสนามแขง ขนั ,ขอตกลง 8-9
อุปกรณการแขง ขัน
ลูกบอล 10
การเปลี่ยนลูกบอลท่ชี าํ รุด 11
ขอตกลง 12-14
2. อุปกรณประกอบสนามแขงขนั
ประตู,ตาขายประตู 15
ทนี่ ่งั นักกฬี าสาํ รองและเจาหนาทที่ มี ,
ท่นี ่งั กรรมการจัดการแขงขัน 16
หนา
3. อุปกรณประกอบการตัดสิน
ชุดสญั ญาณโตะ ผตู ัดสิน,ปา ยแสดงผลการแขง ขัน 17
ปา ยแสดงผลการแขงขันอเิ ล็คทรอนิคส,
ปายแสดงเวลาท่ีเหลือในการแขง ขัน 18
เครื่องสบู ลมลูกบอล,เครื่องวัดความดันลม 19
เทปวดั ระยะ,นาฬิกาจับเวลา,นกหวดี 20
บตั รเหลือง-บัตรแดง,เหรยี ญเสย่ี งสิทธิ์,
ปลอกแขนหวั หนาทีม 21
เอกสารประกอบการตัดสิน
ใบสง รายชื่อนักกีฬา 22
ใบรายงานผูตัดสิน 23-24
ใบรายงานผตู ดั สินที่ 3 25
แบบประเมนิ ผตู ดั สินฟุตซอล 26-27
4. ส่งิ อาํ นวยความสะดวกในการจดั การแขงขัน หนา
หองพกั นกั กฬี า,หองประชุม
หองพยาบาล,ชดุ กภู ัยฉุกเฉิน 28
รถพยาบาล,หอ งส่อื มวลชน 29
หอ งพักผูตัดสิน,หองกรรมการจดั การแขงขนั 30
ผังการจัดสนามแขงขนั 31
32
คมู ือมาตรฐานสนามแขงขันและอุปกรณกฬี าฟตุ ซอล
การกฬี าแหงประเทศไทย
ขอ มูลมาตรฐานสนามแขงขันและอุปกรณกฬี าฟตุ ซอล
STANDARDOFFIELDANDEQUIPMENTOFFUTSAL
ขอมูลมาตรฐานส นาม แขง ขันและอุปกรณกีฬาฟุตซอล
ของสหพนั ธฟ ุตบอลนานาชาติ WWW.FIFA.COM
ขนาดสนาม
(Dimensions)
ฉบับป พ.ศ. 2550
สนามแขง ขนั
(The Pitch)
สนามแขงขันตอ งเปนรูปส่ีเหล่ียมผืนผาความยาวของเสนขางตอง
ยาวกวาความยาวของเสนประตู
การแขง ขันทั่วไป
ความยาว ตาํ่ สดุ 25 เมตร
สงู สุด 42 เมตร
ความกวา ง ตาํ่ สุด 15 เมตร
สูงสดุ 25 เมตร
การแขงขันระหวางชาติ
(International Matches)
ความยาว ตา่ํ สดุ 38 เมตร
ความกวา ง สูงสุด 42 เมตร
ตาํ่ สุด 18 เมตร
สงู สดุ 25 เมตร
ฉบับป พ.ศ. 2550
คูม ือมาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
การกีฬาแหงประเทศไทย
การทาํ เสนสนามแขงขัน (Pitch Markings)
สนามแขง ขันประกอบดวยเสนตาง ๆ เสนเหลาน้ันเปนพื้นท่ีของ
เขตน้ัน ๆ เสนดานยาวสองเสนเรียกวา เสนขาง (Touch line) เสนดาน
สนั้ สองเสน เรยี กวา เสนประตู (Goal line) เสน ทกุ เสน ตองมคี วามกวาง
8 เซนตเิ มตร
สนามแขง ขันแบงออกเปนสองสวนเทา ๆ กัน โดยมีเสนแบงแดน
(A Halfway line) ที่กึ่งกลางของเสนแบงแดน มีจุดก่ึงกลางสนาม
(Center mark) และมีวงกลมรศั มี 3 เมตร ลอ มรอบจุดนีไ้ ว
ฉบับป พ.ศ. 2550
คมู อื มาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณกีฬาฟตุ ซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
เขตโทษ (The Penalty Area)
เขตโทษทําไวตรงสวนทา ยของสนามแตละดา น ดงั นี้
วัดจากดานนอกเสาประตูท้ังสองขางออกไปตามแนวเสนประตู
ขางละ 6 เมตร เขียนสวนโคงซึ่งมีรัศมี 6 เมตร เขาไปในพ้ืนท่ี
สนามแขงขันจนปลายของสวนโคงสัมผัสกับเสนขนานที่ตั้งฉากกับ
เสนประตูระหวางเสาประตูทั้งสองขางมีความยาว 3.16 เมตร พื้นที่
ภายในเขตเสนเหลา นีแ้ ละเสนประตูลอ มรอบ เรยี กวา เขตโทษ
จุดโทษ (Penalty Mark)
จากจุดกึ่งกลางประตูแตละขาง วัดเปนแนวตั้งฉากเขาไปใน
สนามแขง ขันเปนระยะทาง 6 เมตร และใหทําจดุ แสดงไว จุดนี้ เรียกวา
จดุ โทษ
ฉบับป พ.ศ. 2550
คูมอื มาตรฐานสนามแขง ขนั และอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
จุดโทษที่สอง (Second Penalty Mark)
จากจุดกึ่งกลางประตูแตละขาง วัดเปนแนวตั้งฉากเขาไปใน
สนามแขงขันเปนระยะทาง 10 เมตร และใหทําจุดแสดงไว จุดนี้
เรยี กวา จดุ โทษที่สอง
เขตมุม (The corner Area)
จากมมุ สนามแตล ะดา น เขยี นเสนสว นโคงเศษ 1 สว น 4 ของวงกลม
ไวใ นสนามแขง ขนั โดยใชร ัศมี 25 เซนติเมตร
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คมู อื มาตรฐานสนามแขง ขันและอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
การกฬี าแหงประเทศไทย
เขตเปลี่ยนตัว (Substitution Zone)
เขตเปลี่ยนตวั อยูบ รเิ วณเสน ขางของสนามแขง ขันตรงดา นหนาของ
ท่ีนั่งผูเลนสํารอง เขตเปลี่ยนตัวมีความยาว 5 เมตร จะสังเกตไดจาก
บนเสนขางจะมีเสนกวาง 8 เซนติเมตร ยาว 80 เซนติเมตร (วัดจาก
ขอบนอกของเสน ขา งเขา ดา นในสนาม 40 เซนตเิ มตร และวัดออกดาน
นอกสนาม 40 เซนติเมตร) ผูเลนจะเปลี่ยนเขาและออกตองอยูภายใน
เขตเปลี่ยนตัวนี้
ระหวางเขตเปล่ยี นตัวทัง้ สองขางตรงเสน แบงแดนและเสน ขา งจะมี
ชองวางระยะ 5 เมตร ตรงดา นหนาโตะผูรักษาเวลา
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คมู อื มาตรฐานสนามแขง ขันและอุปกรณก ฬี าฟตุ ซอล
การกฬี าแหง ประเทศไทย
ประตู (Goals)
ประตตู องตัง้ อยบู นกง่ึ กลางของเสน ประตแู ตละดาน ประกอบดวย
เสาประตูสองเสา มีระยะหางกัน 3 เมตรและเช่ือมตอกันดวยคาน
ตามแนวนอน ซึ่งสวนลางของคานจะอยูสูงจากพ้ืน 2 เมตร เสาประตู
และคานประตูทง้ั สองดานจะมีความกวางและความหนา 8 เซนติเมตร
อาจติดตาขายไวท่ีประตูและคานประตูดานหลัง ตาขายประตูตองทํา
ดว ยปา น ปอ หรอื ไนลอน จงึ อนุญาตใหใชได
เสนประตูมีความกวางเทากับเสาประตูและคานประตู ที่เสาและ
คานดานหลังประตูมีลักษณะเปนรูปโคง วัดจากริมดานบนของเสา
ประตูไปดานนอกของสนาม มีความลึกไมนอยกวา 80 เซนติเมตร วัด
จากริมดา นลา งของเสาประตูไปดานนอกของสนาม มีความลึกไมนอย
กวา 100 เซนติเมตร
ฉบับป พ.ศ. 2550
คมู ือมาตรฐานสนามแขง ขนั และอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
การกฬี าแหง ประเทศไทย
ความปลอดภัย (Safety)
ประตูอาจจะเปนแบบทแี่ ยกประกอบและโยกยา ยไดแตจะตอง
ตดิ ตั้งไวกบั พ้ืนสนามอยางม่ันคง
พ้นื ผวิ ไมป าเก พนื้ ผวิ ยางสังเคราะห
พ้ืนผวิ ของสนามแขง ขนั (Surface of the Pitch)
พ้ืนผิวสนามจะตองเรียบเสมอกัน อาจทําดวยไมหรือวัสดุ
สังเคราะหต อ งหลีกเลย่ี งพ้นื ผิวสนามที่ทาํ ดวยคอนกรีตหรือยางมะตอย
ขอ ตกลง (Decisions)
1. ในกรณีเสนประตูยาวระหวาง 15-16 เมตร รัศมีท่ีใชเขียนสวน
โคง เขตโทษยาว 4 เมตร ในกรณีน้ีจุดโทษจะไมอยูบนเสนเขตโทษแต
ยังคงเปนระยะ 6 เมตร โดยวัดจากก่ึงกลางเสาประตูและมีระยะหาง
เทากันทั้งสองขาง การใชสนามพื้นหญาตามธรรมชาติ สนามหญา
เทียม หรอื พน้ื ดนิ อนุญาตใหใ ชในการแขงขันระดับลีก แตไมอนุญาต
ใหใชในการแขง ขนั ระหวา งชาติ
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คมู อื มาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณก ีฬาฟุตซอล
การกฬี าแหงประเทศไทย
2. เคร่ืองหมายบอกระยะบนเสนประตูจะถูกเขียนเปนเสนไวดาน
นอกของสนามแขงขันวัดจากสวนโคงของมุมสนามออกมา 5 เมตร
ทง้ั สองดา น ตีเสน เปนมมุ ฉากกับเสนประตูเพื่อทําใหแนใจวาผูเลนอยู
หางจากจุดเตะ 5 เมตร เม่ือเกิดการเตะจากมุม ความกวางของเสน
เคร่อื งหมาย 8 เซนตเิ มตร
จุดกําหนดระยะหาง 5 เมตรจากจดุ โทษท่ีสอง
3. จุดกาํ หนดระยะหา ง 5 เมตร ดานซายและขวาของจุดโทษที่สอง
จะถูกกําหนดไวบนสนามเพื่อใชเปนจุดสังเกตระยะหางของผูเลนใน
การเตะโทษจากจุดโทษทสี่ อง ความกวางของจดุ 6 ซ.ม.
4. มานั่งยาวสําหรับผูเลนของท้ังสองทีมอยูดานหลังเสนขาง ถัด
จากชองวา งดา นหนาโตะ เจาหนา ที่
ฉบับป พ.ศ. 2550
คมู อื มาตรฐานสนามแขง ขันและอุปกรณก ฬี าฟุตซอล
การกีฬาแหงประเทศไทย
อุปกรณการแขง ขัน
ลูกบอล (THE BALL)
คุณลักษณะและหนวยการวัด (Qualities and Measurements)
ลกู บอลตอ ง
1. เปน ทรงกลม
2. ทาํ ดว ยหนัง หรือวสั ดุอื่น ๆ ท่ีเหมาะสม
3. ความยาวของเสนรอบวงไมนอยกวา 62 เซนติเมตร และ
ไมเ กินกวา 64 เซนตเิ มตร
4. ขณะเร่ิมการแขงขันลูกบอลตองมีนํ้าหนักไมนอยกวา
400 กรัม และไมม ากกวา 440 กรมั
5. ความดันลมลูกบอล เทากับ 0.4-0.6 กก./ตารางเซนติเมตร
(400-600 กรัมตอ ตารางเซนติเมตร) ทีร่ ะดบั นํา้ ทะเล
ฉบับป พ.ศ. 2550
คูม ือมาตรฐานสนามแขงขันและอุปกรณก ฬี าฟุตซอล
การกีฬาแหงประเทศไทย
การเปลีย่ นลกู บอลทีช่ ํารุด (Replacement of Defective Ball)
ถา ลูกบอลแตกหรือชํารุดในระหวา งการแขงขนั จะดาํ เนนิ การดังน้ี
1. การแขงขันตองหยุดลง
2. เร่ิมเลนใหมโดยการปลอยลูกบอล (Dropped Ball) ณ จุดท่ีลูก
บอลแตก (ชาํ รดุ )
ถาลูกบอลเกิดแตกหรือชํารุดในขณะบอลอยูนอกการเลน ใหเร่ิม
เลนใหมโดยการเตะเริ่มเลน การเลนลูกจากประตู การเตะจากมุม
การเตะโทษ การเตะโทษ ณ จุดโทษ หรอื การเตะเขาเลน
3. การเร่ิมเลนใหมใหเปนไปตามกติกา
ในขณะแขงขัน การเปลี่ยนลูกบอลจะตองไดรับอนุญาตจาก
ผูตดั สนิ
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คูม อื มาตรฐานสนามแขงขันและอุปกรณกีฬาฟตุ ซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
ขอตกลง (Decisions)
1. ในการแขงขันระหวางชาติ ไมอนุญาตใหใชลูกบอลท่ีทําดวย
สักหลาด
2. การทดสอบลูกฟุตซอลเมื่อปลอยจากความสูง 2 เมตร โดยวัด
จากการกระดอนคร้ังแรก ตองกระดอนจากพื้นไมนอยกวา 50
เซนตเิ มตร และ ไมสงู กวา 65 เซนติเมตร
3.ในการแขงขัน ลูกฟตุ ซอลท่ีใชตองแสดงใหเห็นถึงความถูกตอง
ทางเทคนิค อยางนอยท่ีสุดตามท่ีระบุไวในกติกาขอ 2 เทานั้น จึงจะ
อนญุ าตใหใ ชได
4. ในการแขงขันของสหพันธฟุตบอลนานาชาติและการแขงขัน
ภายใตการควบคุมของสมาพันธฯ ลูกบอลท่ีใชตองมีตราสัญลักษณ
หน่งึ ในสามแบบ ดงั น้ี
ฉบับป พ.ศ. 2550
คูมือมาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณกฬี าฟตุ ซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
4.1 ตราสัญลักษณรับรองจากสหพันธฟุตบอลนานาชาติ
(FIFA APPROVED)
4.2 ตราสัญลักษณวาไดรับการตรวจสอบจากสหพันธฟุตบอล
นานาชาติ (FIFA INSPECTED) แลว
4.3 ตราสญั ลกั ษณลูกบอลมาตรฐานสําหรับใชแขงขันระหวาง
ชาติ (INTERNATIONAL MATCHBALL STANDARD)
ตราสัญลักษณทีป่ รากฏอยูทีล่ กู บอลคอื สัญลักษณที่ระบวุ า ลกู บอล
ดังกลาวไดรับการทดสอบอยางเปนทางการและไดรับการยอมรับใน
เรอื่ งคณุ สมบัติเฉพาะทางเทคนคิ การจําแนกประเภทรวมถึงคณุ สมบัติ
ขนั้ ตา่ํ ตามกติกาแลว
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คูม ือมาตรฐานสนามแขงขนั และอปุ กรณก ีฬาฟุตซอล
การกีฬาแหงประเทศไทย
สาํ หรับการแขงขันของสหพันธฟุตบอลนานาชาติและการแขงขัน
ภายใตความรับผิดชอบของสมาพันธตาง ๆ ลูกบอลท่ีใชตองแสดงให
เห็นถึงความสอดคลองทางเทคนิค อยางนอยที่สุดตามท่ีระบุไวใน
กติกาขอ 2 เทานั้นที่จะอนุญาตใหใชได การยอมรับลูกบอลที่ใช
ดังกลา วขางตน จะอยภู ายใตเ งือ่ นไขขอใดขอหนึ่งที่แสดงใหเหน็ บนลูก
บอลวาเปน ไปตามขอ กําหนดทางเทคนคิ ดงั กลาว
สมาคมฟุตบอลแหงชาติ สามารถออกกฎบังคับใหใชลูกบอลที่มี
สัญลักษณอ ยางใดอยา งหนง่ึ จากเง่ือนไข 3 ประการ สําหรบั การแขง ขัน
ภายในประเทศ หรือในการแขงขัน อื่น ๆ ทุกรายการ ลูกบอลจะตอง
เปนไปตามกตกิ าขอ 2
ในกรณีที่สมาคมฟุตบอลแหงชาติ บังคับใชลูกบอลที่มีสัญลักษณ
วา ไ ด รั บ ก า รรั บ ร อ ง จ า ก ส ห พั น ธ ฟุ ต บ อ ลน า น า ช า ติ (FIFA
APPROVED) หรอื ไดร ับการตรวจสอบจากสหพันธฟุตบอลนานาชาติ
(FIFA INSPECTED) หรือสมาคมฟุตบอลแหงชาติสามารถอนุญาต
ใ ห ใ ช ลู ก บ อ ล ม า ต ร ฐ า น สํ า ห รั บ ใ ช แ ข ง ขั น ร ะ ห ว า ง ช า ติ
(INTERNATIONAL MATCHBALL STANDARD) ก็ได
ฉบบั ป พ.ศ. 2550
คูมอื มาตรฐานสนามแขงขันและอุปกรณกีฬาฟตุ ซอล
การกฬี าแหงประเทศไทย
อปุ กรณป ระกอบสนามแขงขนั
ประตู
เปน อุปกรณท่ที าํ ดว ยไมห รอื โลหะ ลกั ษณะเปนส่ีเหล่ียมจตั ุรัสหรือ
ทรงกลมซึ่งมีความกวางหรือเสนผาศูนยกลางขนาด 8 เซนติเมตร
และตอ งไมเ ปนอันตราย (ดงั ภาพ)
ตาขายประตู
เปนอุปกรณท่ีทําจากเชือกไนลอน เชือกปาน หรือวัสดุสังเคราะห
อ่ืน ๆ ที่มีความทนทานนํามาสานเปนตาขาย มีขนาดเหมาะสม
ความกวางเทา กับความกวา งของเสาคานประตู อาจตดิ ตาขายไวท่ีประตู
และพ้ืนท่ีสนามดานหลังประตูโดยตองแนใจวาติดไวอยางเรียบรอย
เหมาะสมและตองไมไปรบกวนการเลน ของผูรกั ษาประตู (ดงั ภาพ)
ฉบับป พ.ศ. 2550
คมู ือมาตรฐานสนามแขง ขนั และอุปกรณก ฬี าฟตุ ซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
ทน่ี ่ังนักกีฬาสาํ รองและเจาหนา ที่ทมี
เปนท่นี ง่ั สาํ หรับนกั กฬี าและเจาหนา ทีท่ ีมที่ไมไดลงเลน โดยจัดไว
ดานเดยี วกบั โตะกรรมการอยูหางจากโตะกรรมการเปนระยะ 5 เมตร
ท้ังสองดา น (ดังภาพ)
ที่นั่งกรรมการจัดการแขงขนั
ทีน่ ัง่ กรรมการ, โตะผูตดั สินท่ี 3, โตะผูบรรยาย, โตะพยาบาล เปน
อปุ กรณท่ีจัดไวสําหรับใหคณะกรรมการใชในการทํางาน การบันทึก
และตรวจสอบผลการแขงขัน ต้งั อยูบริเวณดา นขางสนาม ระหวางเสน
ก่งึ กลางสนาม (ดงั ภาพ)
ฉบับป พ.ศ. 2550
คูมือมาตรฐานสนามแขงขนั และอุปกรณก ฬี าฟุตซอล
การกีฬาแหง ประเทศไทย
อปุ กรณประกอบการตัดสนิ
ชดุ สัญญาณโตะ ผูตัดสนิ
ปายแสดงผลการแขงขัน
เปน อุปกรณท ี่ทําจากไม พลาสติก หรือวสั ดอุ น่ื ๆ เพื่อใชร ายงานผล
การแขงขนั หรอื แสดงผลการแขงขนั (ดังภาพ)
ฉบับป พ.ศ. 2550