ประเภทของป่าไม้ในประเทศไทย
Types of forests in Thailand
ประเภทของป่าไม้ในประเทศไทย
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ใบกว้าง
การจำแนกประเภทป่าไม้จึงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการกระจายของฝน
ระยะเวลาที่ฝนตกรวมทั้งปริมาณน้ำฝน ทำให้ป่าแต่ละแห่งมีความชุ่มชื้นต่างกัน
สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ป่าประเภทที่ไม่ผลัดใบ (Evergreen)
ป่าประเภทที่ผลัดใบ (Deciduous)
ป่าประเภทที่ไม่ผลัดใบ
(Evergreen)
ป่าประเภทนี้มองดูเขียวชอุ่มตลอดปี
เนื่องจากต้นไม้แทบทั้งหมดที่ขึ้นอยู่เป็น
ประเภทที่ไม่ผลัดใบ ป่าชนิดสำคัญซึ่ง
จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่
1. ป่าดิบชื้น ( Moist Evergreen Forest)
เป็นป่ารกทึบมองดูเขียวชอุ่มตลอดปี มีพันธุ์ไม้
หลายร้อยชนิดขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ มักจะพบ
กระจัดกระจายตั้งแต่ความสูง 600 เมตร จาก
ระดับน้ำทะเล อยู่ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ และ
มากที่สุดแถบชายฝั่ งภาคตะวันออก เช่น ระยอง
จันทบุรี และที่ภาคใต้
2 . ป่าดิบแล้ง ( Dry Evergreen Forest)
เป็นป่าที่อยู่ในพื้นที่ค่อนข้างราบ หรือตามหุบเขา
มีความชุ่มชื้นน้อย เช่น ในแถบภาคเหนือและภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ มักอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล
ประมาณ 300-600 เมตร และมีปริมาณน้ำฝน
ระหว่าง 1,000-1,500 ม.ม. ไม้ที่สำคัญได้แก่
มะคาโมง ยางนา ยางแดง พยอม ตะเคียนแดง
กระเบากลัก และตาเสือ ส่วน พื้นที่ป่าชั้นล่างจะไม่
หนาแน่นและค่อนข้างโล่งเตียน
3 . ป่าดิบเขา ( Hill Evergreen Forest)
ป่าชนิดนี้เกิดขึ้นในพื้นที่สูงๆ หรือบนภูเขาตั้งแต่
1,000-1,200 เมตร ขึ้นไปจากระดับน้ำทะเล มี
ปริมาณน้ำฝนระหว่าง 1,000 - 2,000 ม. ส่วน
ใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ และบางแห่ง
ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4 . ป่าสนเขา (Pine Forest)
ป่าสนเขามักปรากฎอยู่ตามภูเขาสูง ส่วนใหญ่เป็น
พื้นที่ซึ่งมีความสูงประมาณ 200-1800 เมตรขึ้น
ไปจากระดับน้ำทะเล ซึ่งพบมากในภาคเหนือ บางที
อาจปรากฎในพื้นที่สูง 200-300 เมตร จาก
ระดับน้ำทะเลในภาคตะวันออกเฉียงใต้ บางครั้ง
พบขึ้นปนอยู่กับป่าแดงและป่าดิบเขา ป่าสนเขามี
ลักษณะเป็นป่าโปร่ง ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่า
ชนิดนี้คือ สนสองใบ และสนสามใบ
5 . ป่าชายเลน (Mangrove Forest)
ป่าเลน มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นแต่ละชนิดมีรากค้ำ
ยันและรากหายใจ ป่าชนิดนี้ปรากฎอยู่ตามที่ดิน
เลนริมทะเลหรือบริเวณปากน้ำแม่น้ำใหญ่ๆ ซึ่งมี
น้ำเค็มท่วมถึงในพื้นที่ภาคใต้มีอยู่ตามชายฝั่ งทะเล
ทั้งสองด้าน ตามชายทะเลภาคตะวันออกมีอยู่ทุก
จังหวัดแต่ที่มากที่สุดคือ บริเวณปากน้ำเวฬุ
อำเภอลุง จังหวัดจันทบุรี พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ตาม
ป่าชายเลน ส่วนมากเป็นพันธุ์ไม้ขนาดเล็กใช้
ประโยชน์สำหรับการเผาถ่านและทำฟืนไม้ชนิดที่
สำคัญ คือ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่
6 . ป่าพรุหรือป่าบึงน้ำจืด ( Swamp Forest)
ป่าชนิดนี้มักปรากฎในบริเวณที่มีน้ำจืดท่วมมากๆ
ดินระบายน้ำไม่ดีป่าพรุในภาคกลาง มีลักษณะ
โปร่งและมีต้นไม้ขึ้นอยู่ห่างๆ เช่น ครอเทียน
สนุ่น จิก โมกบ้าน หวายน้ำ หวายโปร่ง ระกำ
อ้อ และแขม
7 . ป่าชายหาด (Beach Forest)
เป็นป่าโปร่งไม่ผลัดใบขึ้นอยู่ตามบริเวณหาด
ชายทะเล น้ำไม่ท่วมตามฝั่ งดินและชายเขาริม
ทะเล ต้นไม้สำคัญที่ขึ้นอยู่ตามหาดชายทะเล ต้อง
เป็นพืชทนเค็ม และมักมีลักษณะไม้เป็นพุ่มลักษณะ
ต้นคดงอ
ป่าประเภทที่ผลัดใบ
(Declduous)
ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าประเภทนี้เป็นจำพวก
ผลัดใบแทบทั้งสิ้น ในฤดูฝนป่าประเภทนี้
จะมองดูเขียวชอุ่มพอถึงฤดูแล้งต้นไม้
ส่วนใหญ่จะพากันผลัดใบทำให้ป่ามองดู
โปร่งขึ้น และมักจะเกิดไฟป่าเผาไหม้ใบไม้
และต้นไม้เล็กๆ ป่าชนิดสำคัญซึ่งอยู่ใน
ประเภทนี้ ได้แก่
1. ป่าเบญจพรรณ ( Mixed Declduous Forest)
ป่าผลัดใบผสม หรือป่าเบญจพรรณมีลักษณะเป็น
ป่าโปร่งและยังมีไม้ไผ่ชนิดต่าง ๆ ขึ้นอยู่
กระจัดกระจายทั่วไปพื้นที่ดินมักเป็นดินร่วนปน
ทราย ป่าเบญจพรรณ ในภาคเหนือมักจะมีไม้สัก
ขึ้นปะปนอยู่ทั่วไปครอบคลุมลงมาถึงจังหวัด
กาญจนบุรี ในภาคกลางในภาคตะวันออกเฉียง
เหนือและภาคตะวันออก
2.ป่าเต็งรัง ( Declduous Dipterocarp Forest)
ลักษณะทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ตามพื้นป่ามักจะมีโจด
ต้นแปรง และหญ้าเพ็ก พื้นที่แห้งแล้งดินร่วน
ปนทราย หรือกรวด ลูกรัง พบอยู่ทั่วไปใน
ที่ราบและที่ภูเขา ในภาคเหนือส่วนมากขึ้นอยู่บน
เขาที่มีดินตื้นและแห้งแล้งมาก ในภาคตะวันออก
เฉียงเหนือมีป่าแดงหรือป่าเต็งรังนี้มากที่สุด
3. ป่าหญ้า ( Savannas Forest)
ป่าหญ้าที่อยู่ทุกภาคบริเวณป่าที่ถูกแผ้วถางทำลาย
บริเวณพื้นดินที่ขาดความสมบูรณ์และถูกทอดทิ้ง
หญ้าชนิดต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นทดแทนและพอถึงหน้า
แล้งก็เกิดไฟไหม้ทำให้ต้นไม้บริเวณข้างเคียงล้ม
ตาย พื้นที่ป่าหญ้าจึงขยายมากขึ้นทุกปี
ประวัติผู้จัดทำ
นางสาวจิราพรรณ แผ้วไพรินทร์
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ช่องทางการติดต่อ
0987386348
Jirapan paewpirin
jrpppr