แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 21
สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว 23101
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง การคิดคา่ ไฟฟา้ เวลา 2 ชั่วโมง
วันท.่ี ...........เดือน..........................................พ.ศ.......................ครผู สู้ อน........................................................
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณท์ ี่เกีย่ วขอ้ งกับเสยี ง แสง
และคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตัวชว้ี ัดช้ันปี
อธิบายและคานวณพลังงานไฟฟ้าโดยใช้สมการ W = Pt รวมท้ังคานวณค่าไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ในบ้าน (ว 2.3 ม. 3/8)
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายวิธีคิดคา่ ไฟฟ้าได้ (K)
2. อธิบายองค์ประกอบของคา่ ไฟฟ้าทีต่ ้องจา่ ยในแต่ละเดือนได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝ่รูห้ รืออยากรู้อยากเห็น (A)
4. พอใจในประสบการณ์การเรยี นรทู้ ่เี ก่ยี วกับวทิ ยาศาสตร์ (A)
5. ทางานรว่ มกบั ผอู้ ่ืนอย่างสร้างสรรค์ (A)
6. ส่ือสารและนาความร้เู รอื่ งการคดิ ค่าไฟฟา้ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ (P)
4. สาระสาคัญ
ค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ ค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และ
ภาษีมลู คา่ เพ่มิ นอกจากนผี้ ู้ใช้ไฟฟ้ายังตอ้ งจา่ ยคา่ บรกิ ารรายเดือนอกี ด้วย
5. สาระการเรยี นรู้
การใชพ้ ลังงานไฟฟ้าในบา้ น
– กาลงั ไฟฟ้าและพลังงานไฟฟา้
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทางาน
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
7. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ช้ินงานหรือภาระงาน
1. ใบงาน เร่ือง การคิดค่าไฟฟ้า และแผนท่ีความคดิ หรือผังมโนทัศน์
2. แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรือ่ ง การคดิ ค่าไฟฟ้า
9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนาเขา้ สู่บทเรยี น
1) ครูถามคาถามนกั เรยี นเพอ่ื กระตุ้นความสนใจ เชน่
– ในแต่ละเดือน ท่ีบ้านของนักเรียนจ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับท่ีบ้านของเพื่อนหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่
เท่ำกบั ทีบ่ ำ้ นของเพ่อื น)
– การคานวณหาค่าไฟฟ้าทาได้อย่างไร (แนวคำตอบ ทำไดโ้ ดยนำค่ำไฟฟำ้ ฐำน ค่ำไฟฟำ้ ผันแปร (Ft)
ภำษมี ูลค่ำเพิม่ และค่ำบริกำรรำยเดือนมำบวกกัน)
2) นักเรียนร่วมกันตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคาตอบ เพ่ือเชื่อมโยงไปสู่การเรยี นรู้เร่ือง
การคดิ ค่าไฟฟ้า
ข้นั จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ซ่ึงมีข้ันตอนดังน้ี
1) ขัน้ สร้างความสนใจ
(1) ครูให้นักเรยี นดใู บเสรจ็ รบั เงนิ ค่าไฟฟา้ แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย ดงั น้ี
– ใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้าบอกถึงสิ่งใดเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า (แนวคำตอบ จำนวนหน่วยของ
พลังงำนไฟฟำ้ ท่ีใช้ในแต่ละเดือน ภำษมี ูลค่ำเพ่มิ และค่ำไฟฟ้ำรวมทีต่ อ้ งจ่ำยในเดือนนั้น ๆ)
(2) นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายหาคาตอบเกีย่ วกับคาถามตามความคดิ เห็นของแตล่ ะคน
2) ข้ันสารวจและค้นหา
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเร่ืองการใช้พลังงานไฟฟ้า จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วย
อธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละเดือน การไฟฟ้าจะคิดค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปโดยใช้
มาตรไฟฟ้าหรือกิโลวัตต์–ชั่วโมงมิเตอร์ จากน้ันการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะออกใบแจ้ง
หนี้ค่าไฟฟ้าเพ่ือแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป และเม่ือผู้ใช้ไฟฟ้าจ่ายค่าไฟฟ้าจะได้รับ
ใบเสรจ็ รบั เงนิ เพอ่ื เป็นหลกั ฐานในการจ่ายค่าไฟฟ้า
(2) ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งของขอ้ มูล
(3) ครโู อกาสใหน้ กั เรยี นทุกคนซกั ถามเมอ่ื มปี ัญหา
3) ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป
(1) ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการศกึ ษาใบความรู้
– ปจั จยั ใดมีผลต่อพลงั งานไฟฟ้า และมีความสัมพนั ธก์ ันลักษณะใด (แนวคำตอบ กำลงั ไฟฟ้ำและ
เวลำ โดยพลงั งำนไฟฟำ้ แปรผนั ตรงกับกำลังไฟฟำ้ และเวลำ)
– อุปกรณท์ ่ีใชว้ ดั พลังงานไฟฟ้าคืออะไร (แนวคำตอบ มำตรไฟฟ้ำหรือกิโลวตั ต์–ชัว่ โมงมิเตอร์)
– วิธีประหยดั พลงั งานไฟฟา้ ทาได้โดยวธิ ีใด (แนวคำตอบ โดยกำรใชเ้ ครอื่ งใช้ไฟฟ้ำท่ีมีกำลังไฟฟ้ำ
ตำ่ ลดจำนวนช่วั โมงในกำรใช้ และตรวจสภำพเครอ่ื งใชไ้ ฟฟำ้ อยำ่ งสม่ำเสมอ)
(2) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปผลจากการศึกษาใบความรู้ โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า พลังงาน
ไฟฟ้าท่ีใช้ในแต่ละเดือนจะมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับกาลังไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าและระยะเวลาในการใช้
เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ดงั นั้นควรเลอื กใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้าท่ีมีคุณภาพ และใช้อยา่ งประหยดั ถูกต้อง และปลอดภยั
4) ขน้ั ขยายความรู้
(1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับการคิดค่าไฟฟ้าให้นักเรียนเข้าใจว่า การคิดค่าไฟฟ้าหรือค่าพลังงาน
ไฟฟา้ มอี งคป์ ระกอบ 3 สว่ น คอื ค่าไฟฟา้ ฐาน คา่ ไฟฟ้าผนั แปร (Ft) และภาษีมูลคา่ เพิ่ม ซึ่งสมั พันธ์กนั ดงั น้ี
ค่าพลงั งานไฟฟา้ ตอ่ เดือน = คา่ ไฟฟา้ ฐาน + ค่าไฟฟา้ ผันแปร (Ft) + ภาษมี ลู ค่าเพมิ่
1) คา่ ไฟฟ้าฐาน = จานวนหนว่ ยที่ใช้ตอ่ เดอื น × อัตราค่าพลังงานไฟฟา้
2) ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เป็นตัวเลขที่เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ซ่ึงนาไปคูณกับจานวน
หนว่ ยของพลงั งานไฟฟา้ ทง้ั หมดทีใ่ ช้ใน 1 เดือน
3) ภาษีมูลค่าเพ่ิมเป็นตัวเลขท่ีผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องเป็นผู้รับภาระตามกฎหมายกาหนด นอกจากน้ี
ผู้ใชไ้ ฟฟา้ ยงั ต้องรบั ผิดชอบคา่ บริการรายเดอื นอีกด้วย
(2) ครูยกตัวอย่างการคิดคา่ ไฟฟ้า เพ่อื ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดคานวณ
5) ขัน้ ประเมิน
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อท่ีเรียนมาและการปศึกษาใบความรู้ มีจุดใดบ้างที่
ยังไม่เข้าใจหรือยงั มขี อ้ สงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเติมใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ
(2) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการการศึกษาใบความรู้
และการนาความรูท้ ไ่ี ด้ไปใช้ประโยชน์
(3) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคาถาม เชน่
– การคิดค่าไฟฟ้ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง (แนวคำตอบ ค่ำไฟฟ้ำฐำน ค่ำไฟฟ้ำผันแปร (Ft)
ภำษมี ูลคำ่ เพม่ิ และค่ำบริกำรรำยเดือน)
– ถ้านักเรียนต้องการเปรียบเทียบว่านักเรียนประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากหรือน้อยเพียงใด
นักเรียนควรดูจากค่าใดในใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า เพราะอะไร (แนวคำตอบ ดูจำกค่ำในช่องจำนวนหน่วย เพรำะ
เป็นพลังงำนไฟฟำ้ ทีใ่ ช้ในแตล่ ะเดอื น ซ่งึ จำนวนหน่วยขน้ึ อยูก่ ับปรมิ ำณพลงั งำนไฟฟำ้ ท่ีใชจ้ ริง)
ขัน้ สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการคิดค่าไฟฟ้า โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน
ทัศน์
10. ส่ือการเรียนรู้
1. ใบเสรจ็ รบั เงินค่าไฟฟา้
2. หนังสอื วารสาร สารานุกรมวทิ ยาศาสตร์ สารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน หรอื อินเทอรเ์ นต็
3. คู่มือการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 1 บริษัท สานักพิมพ์วัฒนา
พานชิ จากดั
4. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 เลม่ 1
บริษทั สานกั พมิ พ์วัฒนาพานชิ จากัด
5. แบบฝึกทักษะรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1 บริษัท
สานกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จากดั
6. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เล่ม 1 บริษัท
สานักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จากดั
7. ใบงาน เรือ่ ง การคดิ ค่าไฟฟา้ และแผนทคี่ วามคิดหรือผังมโนทัศน์
8. แบบทดสอบหลังเรียน เรอื่ ง การคดิ ค่าไฟฟ้า
11. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
และจิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรูเ้ รื่องการคิดค่า 1. ประเมินเจตคตทิ าง 1. ประเมินทักษะการคานวณ
ไฟฟา้ วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย จากใบงาน เร่ือง การคิดค่า
2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน การสังเกตและใช้แบบวัดเจต ไฟฟ้า
ของกิจกรรมศกึ ษาใบความรู้ คติทางวทิ ยาศาสตร์ 2 . ป ร ะ เ มิ น พ ฤ ติ ก ร ร ม ใ น
2. ประเมนิ เจตคติตอ่ ก า ร ศึ ก ษ า ใ บ ค ว า ม รู้ เ ป็ น
วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคลโดย รายบคุ คลโดยการสงั เกตการ
การสังเกตและใช้แบบวัดเจต
คติต่อวิทยาศาสตร์
12. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้
12.1 สรปุ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1. นกั เรียนจานวน..................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นร้.ู .....................คน คิดเป็นรอ้ ยละ..................
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เป็นร้อยละ..................
นกั เรยี นน่ีไมผ่ ่าน มีดงั นี้
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้
....................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. ........................
.....................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ (K)
................................................................................................................... ..................................
....................................................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. ........................
.......................................................................................................... ...........................................
3. นักเรยี นมีความรูเ้ กิดทักษะ (P)
............................................................................................................................. ........................
....................................................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. ........................
............................................................................................................................. ........................
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
............................................................................................................................. ........................
........................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ........................
.....................................................................................................................................................
12.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……................................................................................... ............................................................
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……................................................................................................................ ...............................
ลงชอ่ื ..................................................
( นางศรีสุดา โลลวุ ฒั นา )
ตาแหน่ง ครูโรงเรยี นบา้ นน้าปาด
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คาช้ีแจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกบั
ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 เนือ้ หาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกตอ้ งของเนอื้ หา
3 ภาษาท่ใี ช้เข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ
5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
รวม
ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณช์ ัดเจน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมขี อ้ บกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมีข้อบกพรอ่ งมาก
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ตา่ กว่า 10 พอใช้
ปรบั ปรงุ
แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทางานรายบุคคล
ชื่อ ช้นั
คาชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงใน
ช่องทตี่ รงกับ
ระดบั คะแนน
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ นื่
3 การทางานตามหนา้ ท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย
4 ความมีน้าใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13
ตา่ กว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ
แบบสงั เกตพฤติกรรม การศกึ ษาใบความรู้
คาชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงใน
ชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ลาดับ ช่ือ-สกลุ การแสดง การยอมรับฟัง การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม
ที่ ของผรู้ บั การ ความคิดเหน็ คนอ่ืน ตามทไ่ี ด้รบั ส่วนรว่ มใน 20
มอบหมาย การปรบั ปรงุ คะแนน
ประเมิน ผลงานกลุ่ม
43214321432143214321
ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
............../.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13
ตา่ กวา่ 10 พอใช้
ปรับปรุง
แบบประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คาช้แี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงใน
ช่องทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ า้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมอื่ ได้ยินเพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธิบายความหมาย
ของเพลงชาติ
กษตั รยิ ์
1.2 ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธิและหน้าทข่ี องพลเมืองดี
2. ซือ่ สัตย์ สุจรติ 1.3 ให้ความร่วมมือ รว่ มใจ ในการทากิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรยี นและชุมชน
1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมและมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมทส่ี ร้างความสามัคคี
3. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
4. ใฝเ่ รยี นรู้ ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อโรงเรยี น ชุมชน และสังคม ชน่ื ชมความ
5. อยู่อย่างพอเพยี ง เปน็ ชาติไทย
1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถอื ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
อย่างสมา่ เสมอ เป็นแบบอยา่ งทดี่ ีของศาสนิกชน
1.6 เข้ารว่ มกิจกรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมทเ่ี กย่ี วข้องกับสถาบัน
พระมหากษตั ริยต์ ามทโ่ี รงเรยี นและชุมชนจดั ขน้ึ ชื่นชมในพระราชกรณยี กจิ
พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริยแ์ ละพระราชวงศ์
2.1 ใหข้ อ้ มูลทีถ่ ูกต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัตใิ นส่ิงท่ีถกู ตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทีจ่ ะกระทาความผิด ทาตาม
สญั ญาทีต่ นให้ไวก้ ับเพอื่ น พอ่ แม่ หรือผู้ปกครอง และครู เปน็ แบบอยา่ ง
ทีด่ ีด้านความซื่อสัตย์
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผูอ้ น่ื ดว้ ยความซื่อตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง
และเป็นแบบอยา่ งที่ดแี กเ่ พือ่ นดา้ นความซ่ือสัตย์
3.1 ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครวั
และโรงเรียน ไมล่ ะเมิดสิทธขิ องผ้อู ื่น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวนั และรบั ผดิ ชอบในการทางาน
4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ การเรียนรตู้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทึกความรอู้ ย่างเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เชน่ สิง่ ของ เครื่องใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
คมุ้ คา่ และเกบ็ รกั ษาดูแลอยา่ งดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยดั คุ้มคา่ และเกบ็ รักษาดูแลอยา่ งดี
5.3 ปฏิบตั ติ นและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผูอ้ ่นื และไมท่ าใหผ้ ้อู นื่ เดอื ดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภัยเมื่อผอู้ ่ืน
กระทาผดิ พลาด
5.5 วางแผนการเรยี น การทางาน และการใช้ชีวิตประจาวันบนพื้นฐาน
ของความรู้ ข้อมลู ขา่ วสาร
5.6 รู้เทา่ ทันการเปล่ยี นแปลงทางสังคม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั
และปรับตัว อยรู่ ่วมกับผู้อน่ื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ)
คาชี้แจง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงใน
ช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 4321
6. มุ่งม่ันในการ 6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทางานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
ทางาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพือ่ ใหง้ านสาเรจ็
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักชว่ ยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู างาน
8.2 อาสาทางาน ช่วยคิด ช่วยทา และแบง่ ปันสง่ิ ของ และชว่ ยแก้ปัญหาให้
ผอู้ นื่
8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียนและชมุ ชน
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............../.................../................
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน