รายงานการประเมินโครงการระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น
โรงเรยี นบา้ นแหลมสกั โดยใชร้ ปู แบบซิปป์ (CIPP Model)
นางจารวุ รรณ ควนวิไล
ผอู้ านวยการโรงเรยี นบา้ นแหลมสกั
โรงเรยี นบา้ นแหลมสกั อาเภออ่าวลึก จงั หวดั กระบี่
สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากระบี่
บทสรุปผูบ้ ริหาร
การประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมสัก โดยใช้รูปแบบซิปป์
(CIPP Model) มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ประเมินโครงการพัฒนาการดาเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียน
บ้านแหลมสัก อาเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และเพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขของโครงการ
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนบ้านแหลมสัก อาเภออ่าวลึก จังหวัดกระบ่ี ตามความคิดเห็นของ
ครูผสู้ อน นักเรยี นและผปู้ กครองนักเรียน ในดา้ นบริบท ด้านปัจจัยนาเขา้ ดา้ นกระบวนการ และดา้ นผลผลิต มี
กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา 189 คน ประกอบด้วย ครู 9 คน นักเรียน 90 คน และผู้ปกครอง 90 คน เคร่ืองมือท่ีใช้
ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึก สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ ได้แก่ การหาความตรงเชิงเน้ือหาของ
แบบสอบถามโดยใชค้ า่ IOC และการหาความเท่ียงของแบบสอบถามโดยใชค้ า่ สมั ประสิทธ์แิ อลฟา
ผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบ้านแหลมสัก โดยใช้รูปแบบซิปป์
(CIPP Model) ตามความคดิ เหน็ ของครูผูส้ อน นกั เรยี นและผปู้ กครองนกั เรียน ในด้านบริบท ด้านปัจจัยนาเข้า
ดา้ นกระบวนการ และด้านผลผลติ สรุปผลได้ ดังนี้
1. การประเมนิ โครงการระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน โรงเรียนบ้านแหลมสัก อาเภออ่าวลกึ
จังหวดั กระบ่ี โดยรวมและรายด้าน ตามความคิดเห็นของครผู ู้สอน นกั เรียนและผู้ปกครองนกั เรียน พบวา่ มี
ความเหมาะสม ผลการประเมินในภาพรวมผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ทุกประเด็นและทกุ ตัวช้วี ัดแสดงใหเ้ หน็ ว่า
โครงการระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน โรงเรยี นบา้ นแหลมสัก โดยใชร้ ปู แบบซิปป์ (CIPP Model) มคี วาม
เหมาะสม เหมาะแก่การนาไปจัดกิจกรรมเพอื่ แก้ปญั หาพฤตกิ รรมเสี่ยงของนักเรยี นได้เป็นอย่างดี สรปุ ผลราย
ดา้ นไดด้ ังนี้
1.1 ผลการประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) พบว่าโดยรวมมีความเหมาะสมผ่าน
เกณฑ์การประเมินทกุ ตวั ชี้วัด ซง่ึ เป็นไปตามเกณฑ์ท่ตี ั้งไว้ เม่ือพจิ ารณารายตัวช้ีวัด พบว่าตัวช้ีวัดความต้องการ
จาเป็นในการจัดทาโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก และตัวชี้วัดความเป็นไปได้ของโครงการ
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ อย่ใู นระดับมากท่สี ดุ
1.2 ผลการประเมินด้านปัจจัยนาเข้า นาเข้า (Input Evaluation) พบว่าโดยรวมมีความ
เหมาะสมผ่านเกณฑ์การประเมินทุกตัวช้ีวัด ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑ์ที่ต้ังไว้ เม่ือพิจารณารายตัวช้ีวัด พบว่า
ตัวช้ีวัดด้านความเหมาะสมของบุคลากรท่ีรับผิดชอบ ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก และร้อยละของ
งบประมาณทีใ่ ชใ้ นการดาเนินงาน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ อยู่ในระดับมากทสี่ ดุ
1.3 ผลการประเมนิ ดา้ นกระบวนการ Process Evaluation) โดยรวมมีความ
เหมาะสมผ่านเกณฑ์การประเมินทุกตัวชี้วัด ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัด พบว่า
ตัวชวี้ ัดร้อยละของกิจกรรมท่ดี าเนนิ การ และรอ้ ยละของการติดตามโครงการ ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก
ที่สุด
1.4 ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) โดยรวมมีความเหมาะสมผ่าน
เกณฑก์ ารประเมินทกุ ตัวช้ีวัด ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ต้ังไว้ เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัด พบว่า ตัวช้ีวัด ร้อยละของ
นกั เรียนที่ครูรู้จักเป็นรายบุคคล ร้อยละของนักเรียนท่ีได้รับการคัดกรอง ร้อยละของนักเรียนท่ีได้รับการส่งต่อ
ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับ ความพึงพอใจของผู้ปกครอง ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด ระดับความพึงพอใจของครู ผ่านเกณฑ์การประเมินอยู่ในระดับมาก และร้อยละของนักเรียนท่ีได้รับการ
แก้ไขปัญหาได้สาเร็จ ร้อยละของนักเรียนที่มีวินัยเพิ่มข้ึน ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับปานกลาง
ตามลาดบั
2. ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินงาน พบว่า ผู้ปกครองนักเรียนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมทุกข้ันตอน
สาเหตสุ ว่ นหน่งึ มาจากการที่ผู้ปกครองนกั เรียนตอ้ งประกอบอาชีพ ไม่มีเวลาร่วมกิจกรรมได้เต็มที่ประกอบกับบุคลากร
ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดาเนนิ งานตามกรอบของงานระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น แนว
ทางแกไ้ ข ควรจดั กจิ กรรมพัฒนาบุคลากรโดยการอบรม ศึกษาดูงานโรงเรียนตน้ แบบการดาเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ
นักเรียน ควรมีการปรับเปล่ียนแนวคิด เน้นการบูรณาการทั้งกิจกรรมในห้องเรียน นอกห้องเรียน ให้สามารถ
ปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง ให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนในการดาเนินงานทุกข้ันตอน เพ่ือความตระหนัก และ
เข้าใจอย่างแท้จริง เพ่ือการแก้ไขปัญหาอย่างย่ังยืน ปรับบทบาทของผู้รับผิดชอบโครงการ โดยการพัฒนา
ศักยภาพให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และความชานาญในการส่งเสริมและพัฒนาให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่าง
แท้จริงและปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ ใช้กิจกรรมที่หลากหลาย แปลกใหม่ เพื่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงไปตาม
คุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องหลกั สูตรอย่างยัง่ ยืน
ข้อเสนอแนะ
การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายๆ ฝ่าย เช่น ผู้บริหาร
สถานศึกษา กรรมการสถานศึกษา ครู นักเรียน ผปู้ กครอง และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง จึงจะทาให้นักเรียนได้รับ
การพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จากผลการประเมินโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
โรงเรียนบ้านแหลมสัก จะเห็นได้ว่าควรดาเนินโครงการน้ีต่อไปอย่างต่อเน่ือง ท้ังน้ีผู้เก่ียวข้องควรนาผลการ
ประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาการดาเนินโครงการอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตาม
ข้อเสนอแนะดังนี้
1. ควรใหค้ วามสาคญั แก่นกั เรยี นด้านสขุ ภาพจติ ให้มากข้ึนกวา่ เดมิ
2. ผู้บริหารมีนโยบายชัดเจนในการดาเนินงานโครงการพัฒนาการดาเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ
นกั เรยี น ควรกาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการประจาปี และเปน็ โครงการตอ่ เนือ่ งเพ่ือให้เกิด
การพัฒนาอยา่ งยั่งยืน
3. ควรมีการจดั ทาคูม่ ือการปฏิบัติท่ถี กู ต้องและชดั เจน ให้แก่ทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือใช้ในการดาเนิน
กจิ กรรม
4. ควรมกี ารพัฒนาครุและบุคลากรท่ีเก่ียวขอ้ ง ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ มีความพร้อมและมีเจตคติท่ี
ดี ในบทบาทหน้าที่การดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกปี โดยเฉพาะเมื่อมีการหมุนเวียนระดับชั้นท่ีสอน เพราะครู
ตอ้ งมีความรบั ผดิ ชอบนักเรียนท่ีมีความแตกตา่ งจากเดมิ
5. โรงเรยี นควรจัดงบเงินอดุ หนุนโครงการ ใหเ้ พยี งพอตอ่ การจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ
6. ครูท่ีปรึกษาควรให้เวลากับนักเรียนเพื่อปรึกษาปัญหาต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม อาจเป็นท้ังใน
เวลาและนอกเวลาเรียนก็ได้ ขึน้ อยูก่ บั สภาพปัญหาของนักเรียนทีเ่ กดิ ขน้ึ ในขณะนน้ั
7. ควรมกี ารประเมินผลโครงการตามระยะเวลาทีก่ าหนด
8. ควรมกี ารพฒั นานกั เรียนให้สามารถเรียนรู้ไดต้ ามศกั ยภาพและมคี วามสุขในการเรยี น 9.
ควรมีการพัฒนานักเรียนท้ังด้านการเรียนการสอนและด้านกิจกรรมควบคู่กันไป เพ่ือให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนเพิ่มสูงขน้ึ ตามหลักสตู รทกุ รายวิชา