วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เลือดสุพรรณ
การนำเสนอผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ในรายวิชา ๓๐๑๒๒๐๐๕ ทักษะนาฏศิลป์ ๕
โดยนักศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีปีที่ ๓ วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
ปรัชญาของหลักสูตร
ครูดี ครูเก่ง ที่เรืองปัญญา
มีความเป็นเลิศด้านศิลปะ
ตามเอกลักษณ์วิถีวังหน้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
อาจารย์ประจำวิชา และที่ปรึกษา
รายวิชา ๓๐๑๒๒๐๐๕ ทักษะนาฏศิลป์ ๕
ครูไชยอนันต์ สันติพงษ์ ผู้ช่วยศาตราจารย์
ดร.เฉลิมชัย ภิรมย์รักษ์
อาจารย์นพภาภรณ์ คำสระน้อย อาจารย์ธิติมา อ่องทอง
อาจารย์จารุวัฒน์ ศรีโสภา
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
กำหนดการ
๑๓ : ๐๐ น. พิธีกรกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมรับชมการแสดง
พิธีกรกล่าววัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงละครอิง
ประวัติศาสตร์ เรื่องเลือดสุพรรณ
พิธีกรเล่าเนื้อเรื่องย่อพอสังเขป
๑๓ : ๓๐ น. การนำเสนอการแสดง
การแสดงเบิกโรง ชุด ระบำพม่า - ไทย อธิษฐาน
การแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่องเลือดสุพรรณ
๑๕ : ๓๐ น. พิธีกรกล่าวขอบคุณผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร
อาจารย์ประจำวิชา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และท่านผู้ชม
ดำเนินรายการโดย นายประพัฒน์สร ผลธุสะ และนางสาวฐนิชา ละออศรี
หมายเหตุ : กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เเรงบันดาลใจ
ละครเรื่องเลือดสุพรรณ เป็นบทละครที่หลวงวิจิตรวาทการได้ประพันธ์
ขึ้นเมื่อครั้งได้รับบัญชาการให้ปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดสุพรรณ โดยมีเนื้อหา
เกี่ยวกับความรักของมังราย ผู้เป็นทหารของพม่ากับดวงจันทร์ผู้ซึ่งเป็นหญิง
สาวชาวไทย ไฟสงครามที่ลุกโชนด้วยเชื้อของความเกลียดชังหวาดกลัว และ
สูญเสีย ทำให้ดวงจันทร์ตัดสินใจที่จะสู้อย่างกล้าหาญ และความเสียสละขอ
งมังราย ความรักที่มีพรมแดนขวางกันของเชื้อชาติ ภาษา และสงคราม การ
แสดงเรื่องนี้ จะนำเสนอเรื่องราวให้เห็นถึงการปลุกใจรักชาติ สะท้อนให้เห็นถึง
ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แสดงให้เห็นถึงการมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ แสดงให้
เห็นถึงความเป็นผู้นำ แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ ความสามัคคี
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ทราบถึงความเป็นมาของละครหลวงวิจิตร สื่อกลางที่สะท้อนให้เห็นถึง
ความรักและหน้าที่ที่พึ่งมีต่อประเทศชาติ
ได้องค์ความรู้ด้านรูปแบบและองค์ประกอบการแสดงเกี่ยวกับการแสดง
ละครหลวงวิจิตรเรื่อง เลือดสุพรรณ
เป็นสื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความรักสามัคคีกับเพื่อนร่วมชาติไม่
ว่าชาติใด ๆ ในโลก อันก่อให้เกิดความสุขสงบในสังคม
เป็นการอนุรักษ์และรวบรวมข้อมูลละครหลวงวิจิตร เรื่องเลือดสุพรรณ
ของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อด้าน
วิชาการและด้านนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบของงานวิจัย
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เนื้อเรื่องย่อ
เลือด สุพรรณ
หญิงชายชาวไทยถูกพม่ากวาดต้อนมาเป็นเชลย หนึ่งในนั้นมีหญิงสาวชาวสุพรรณ ชื่อ
ดวงจันทร์ถูกจับตัวมาพร้อมกับพ่อและแม่ พวกคนไทยถูกทหารพม่าข่มเหงและใช้งานอย่างหนัก
มังรายมาเห็นก็คิดสงสารจึงช่วยเหลือชาวไทย ตอนแรกดวงจันทร์ก็เกลียดชังมังรายแต่เมื่อเห็น
ว่ามังรายใจดีจริงก็เริ่มใจอ่อน ทั้งสองได้พูดคุยกันและเกิดไมตรีจิตที่ดีต่อกัน มังรายบอกกับดวง
จันทร์ว่าตนรักดวงจันทร์และมังรายได้ปล่อยชาวไทยหนีไปทั้งหมด ระหว่างนั้นมังระโธได้มาแอบ
ดูและรับรู้เรื่องราวของมังรายกับดวงจันทร์หลังจากที่มังรายปล่อยชาวไทยไป ดวงจันทร์เชื่อว่า
มังรายจะต้องถูกทำโทษจึงกลับมาหามังรายและจะอยู่รับโทษด้วยกันแต่มังรายไม่อยากให้ดวง
จันทร์อยู่ที่นี่เลยไล่ให้รีบกลับไป ดวงจันทร์จึงชวนมังรายหนีไปด้วยกัน มังรายยืนยันว่าจะไม่ไป
เพราะจะเป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของชายชาติทหารและถ้าหากอยู่ด้วยกันจะไม่มีทางรอด
แน่ ๆ ดวงจันทร์จึงยอมกลับไปแต่จะไปแอบอยู่ชายป่า มังระโธนำเรื่องที่เกิดขึ้นฟ้องมังมหาสุร
นาท และมังมหาสุรนาทได้สั่งประหารชีวิตมังราย ทหารชั้นผู้ใหญ่พม่าลงความเห็นว่ามังรายไม่
ควรได้รับโทษประหาร แต่มังระโธเรียกร้องให้มังมหาสุรนาทประหารมังรายเพราะมีความผิดฐาน
ปล่อยเชลย เพื่อรักษาวินัยและความเป็นชายชาติทหาร มังมหาสุรนาทจึงตัดสินให้ประหารมัง
ราย เมื่อดวงจันทร์ทราบข่าวจึงกลับมาพร้อมขอให้มังมหาสุรนาทประหารเธอแทน เพราะเธอคือ
ต้นเหตุให้มังรายปล่อยเชลยทั้งหมด แต่มังมหาสุรนาทไม่ยอมมังรายจึงถูกประหารชีวิตในที่สุด
ส่วนดวงจันทร์ได้มานั่งโศกเศร้าอยู่กับร่างของมังราย นำกิ่งไว้มาวางไว้กับร่างมังราย และดวง
จันทร์ได้กลับไปหาพ่อแม่ พอกลับมาถึงพ่อแม่ก็ถูกทหารพม่าฆ่าตายเนื่องจากตามมาแก้แค้นให้
มังระโธ ดวงจันทร์ได้คิดว่าตัวเองไม่เหลืออะไรอีก ดวงจันทร์จึงสละชีวิตให้แก่ชาติ จากนั้นได้ชวน
พี่น้องชาวเลือดสุพรรณมาสู้เพื่อชาติไปด้วยกัน ดวงจันทร์ได้นำคนไปต่อสู้กับพม่าถึงทัพหลวง
ของพม่าและเจอมังมหาสุรนาทกับทหารผู้ใหญ่ มังมหาสุรานาทบอกกับดวงจันทร์ให้กลับไป
เพราะสงสาร แต่ดวงจันทร์ก็ ไม่ท้อถอยตัดสินใจสู้ถึงนาทีสุดท้ายในที่สุด ดวงจันทร์กับชาวบ้าน
ได้ตายหมด
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
การแสดงเบิกโรง
ชุด พม่าไทยอธิษฐาน
(เปิดม่าน)
เนื้อไทยสองชั้น
เราพี่น้องผองประชาพม่าไทย ขอน้อมใจอัญชลิตอธิษฐาน
จะรักกันมั่นคงดำรงนาน จวบจนกาลฟ้าดินสูญสิ้นไป
เนื้อพม่าสองชั้น
โดบยี่ด่อง ชูเมียวดา บม่า-ไทย แลดส่ง พยา อเด่ยถ่าน ปยูจ้าดา
หยี่ เย้นอโก กุมมยาเช่ต เสตซา ถ่าว้า เซ่น แมย้ตี เสโป่วยา
เนื้อไทยชั้นเดียว
ไทยรักพม่าด้วยสัจจาจริงใจ พม่ารักไทยด้วยจริงใจสัจจา
เหมือนพี่เหมือนน้องร่วมเผ่าพ้องพงศา คลานตามกันมาตั้งแต่คราเยาว์วัย
เราสองชาติมีพระพุทธศาสนา แนบแน่นวิญญาณ์เป็นยอดธงชัย
ถึงต่างดินแดนเหมือนร่วมแคว้นแผ่นไผท ด้วยว่าดวงใจยึดธงชัยเดียวกัน
เนื้อพม่าชั้นเดียว
เมตต่า เซล่า บม่าอ่า ไทย ถาส่า บม่าถ้าไทย อ้าล้าเซต เมตต่า
ตะอู่ ด่งเซ่น พว้าแบเย้น บม่า บะแนด เมตต่า อโก้นตี่ เส่ม่า
ซูซี้ซัดถ่า มิยัดโบ่วด้า ตาตะนา บ่าว่า เหว้นเย่นกว่ายี่ มาซา
ต้าซา เยมเย อ๋องลั่นเย้ย มิยัด เส่งเด เซ่ดจี๋ ชเวมิยะ ชเวมิยะ อัดซา
เนื้อไทยสองชั้น
เราพี่น้องผองประชาพม่าไทย ขอน้อมใจอัญชลิตอธิษฐาน
จะรักกันมั่นคงดำรงนาน จวบจนกาลฟ้าดินสูญสิ้นไป
(ปิดม่าน)
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เพลง ดวงจันทร์
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เพลง มังราย
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
เพลง เลือดสุพรรณ
(สร้อย) มาด้วยกัน มาด้วยกันเลือดสุพรรณเอ๋ย เลือดสุพรรณเข้าประจัญ อย่าได้พรั่นเลย
(ซ้ำ) เหี้ยมฮึกฮึดสู้ไม่รู้หนี
ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ
เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก
ไม่ครั่นคร้ามขามใจต่อไพรี ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย
(สร้อย) จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา
(ซ้ำ)
มาต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย
อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจญ
เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย
(สร้อย)
(ซ้ำ)
อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น
ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย
(สร้อย)
(ซ้ำ)
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
มังราย บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๑ ฉากทุ่งนาริมล
ำน้ำ เวลากลางคืน
ตัวละคร ดวงจันทร์ มังราย มังราโธ
(เปิดม่าน)
ปี่ พาทย์เริ่มทำเพลงมุล่ง (อย่างเบา ๆ)
ดวงจันทร์กลับมาหามังราย ปี่ พาทย์หยุด
: อ้าว กลับมาทำไมล่ะ รีบไปเสียซิ
ดวงจันทร์ : ฉันวิตกว่าท่าน จะเห็นฉันเป็นผู้หญิงตลบแตลง หลอกให้ท่านต้องโทษ
ที่จริงความตั้งใจของฉันก็เพียงจะช่วยให้พ่อแม่และญาติพี่น้องทั้งหลาย
พ้นภัยไปเท่านั้น บัดนี้เราก็รอดกันไปหมดแล้ว ส่วนตัวฉันเอง
ยอมรับภัยทุกอย่าง ฉันจะอยู่กับท่าน อยู่รับโทษกับท่าน
เพราะเชื่อแน่ว่าท่านจะถูกทำโทษ
มังราย : ดวงจันทร์
ดวงจันทร์ : คะ
มังราย : อย่าอยู่ที่นี่เลย รีบไปเสียเถอะ ฉันหวังว่าเทพเจ้าในเบื้องบน
คงจะโปรดให้เราพบกันอีก
ดวงจันทร์ : ไปเสียด้วยกันไม่ได้หรือ เราไปด้วยกัน ไปหาที่อยู่ที่ไหน
ที่มนุษย์จะไม่พบเราอีก
มังราย : ดวงจันทร์ เท่าที่ฉันปล่อยพวกเธอไป ฉันก็ทำผิดร้ายมากอยู่แล้ว
ขออย่าให้ฉันทำผิดมากเกินไปถึงกับหนีทัพ การถูกโทษทัณฑ์อะไรน่ะ
ฉันไม่กลัวเลย การที่ปล่อยให้พวกเธอไป ฉันก็ยังอ้างได้ว่า
เป็นความเมตตากรุณา แต่การหนีทัพนี่ฉันทำไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มีใคร
ตามพบเรา ก็เป็นการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของชายชาติทหาร
ขออย่าให้ฉันต้องทำอะไรที่เสียเกียรติศักดิ์ของทหารเลยเป็นอันขาด
ดวงจันทร์ : ถ้าเช่นนั้น ฉันจะอยู่กับท่าน และขอรับโทษด้วยกัน
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๑ ฉากทุ่งนาริมลำน้ำ เวลากลางคืน
ดนตรีบรรเลงเพลงดวงจันทร์
มังราย : ดวงจันทร์ เชื่อฉันเถอะ ถ้าเราอยู่ด้วยกันเราจะไม่มีทางรอด จริง ๆ
ถ้าเธอไปเสีย เราจะมีทางได้พบกันในวันหน้า รีบไปเสียเถอะดวงจันทร์
นี่ก็จวนแจ้งแล้ว แล้าเราพบกันใหม่
ปี่ พาทย์ทำเพลงสองกุมาร (อย่างเบา ๆ)
(ดวงจันทร์ลามังราย)
มังราย : ดวงจันทร์
ดวงจันทร์ : ขา (ดวงจันทร์เดินกลับไปหามังราย)
มังราย : ดวงจันทร์ยังไม่บอกสักคำว่าดวงจันทร์รักฉัน
ดวงจันทร์ : หัวใจของดวงจันทร์บอกอยู่นานแล้วค่ะ ดวงจันทร์จะไม่ไปไกล
จะไปแอบอยู่ชายป่าโน้น จะคอยติดตามถามข่าว จนกว่าจะทราบแน่
ว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้นแก่ท่าน
มังราย : ไปเถอะ รีบไป
ปี่ พาทย์ทำเพลงดังขึ้น
(ดวงจันทร์ไปจากมังรายด้วยความอาลัยรัก / มังรายเดินตามไปส่งแล้วกลับมานั่ง)
ปิดม่าน
(มังระโธ โผล่หน้าออกมาหัวเราะอย่างดัง)
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๒ ค่ายมังมหาสุรนาท
ตัวละคร มังมหาสุรนาท ทหานท่านผู้ใหญ่ ทหารพม่า มังราย มังระโธ ทหาร
กราบทูล ดวงจันทร์
เปิดม่าน
ปี่ พาทย์ทำเพลง พม่ารำขวาน
เปิดม่านเห็นนายกองและทหารพม่า มังมหาสุรนาท แม่ทัพ
พม่าเขว (สองคำรับปี่ พาทย์)
เมื่อนั้น มังมหาสุรนาทเรืองศรี
เป็นแม่ทัพคุมพม่ามาราวี ถึงเมืองไหนได้ทีตีแหลกไป
เป็นบิดามังรายใจทหาร เอาใจใส่งานการจะหาไหน
กรวดขันเคร่งครัดจัดวินัย ยุติธรรมหาใครไม่มีปาน
มังระโธ : ข้าแต่ท่านแม่ทัพ พวกคนไทยที่เรากวาดต้อนมาสำหรับตักน้ำ
ตำข้าวเตรียมอาหาร เลี้ยงทหารของเรานั้น
บัดนี้หนีไปเสียหมดแล้ว
มังมหาสุรนาท : อ้าว ไม่มีทหารยามเฝ้าดอกหรือ
มังระโธ : มีขอรับ แต่นายทหารยามเป็นใจให้หนี
มังมหาสุรนาท : จริงอย่างนั้นหรือ
มังระโธ : เป็นความจริงขอรับ
มังมหาสุรนาท : ถ้าเป็นความจริงเช่นนั้นก็ต้องประหารชีวิตนายทหารยามผู้นั้น
เสีย
นายทหารผู้ใหญ่คนที่ ๑ : ต้องไต่สวนดูให้ดีก่อนขอรับ
มังมหาสุรนาท : แน่ล่ะ ไต่สวนเสียที่นี่ที่เดียว ถ้าได้ความสมจริงก็ประหารชีวิต
เอาฤกษ์เสียก่อนยกทัพ เพราะเราเตรียมเคลื่อนทัพก่อนเที่ยงวันนี้
นายทหารผู้ใหญ่คนที่ ๒ : เมื่อคืนนี้เวรใคร
มังมหาสุรนาท : ไปเอาตัวเข้ามาเลยเถอะ รีบชำระทีเดียว
มังระโธ : ตัวผู้กระทำผิดอยู่นี่แล้วครับ (ชี้มังราย)
นายทหารผู้ใหญ่คนที่ ๓ : อะไร มังรายน่ะหรือปล่อยให้คนไทยหนี ผิดไปละกระมัง
มังราย : ไม่ผิดขอรับ ผมเองเป็นคนปล่อยให้คนไทยหนี
มังมหาสุรนาท : เจ้าหรือ เจ้ามังรายลูกของพ่อน่ะหรือ ที่ปล่อยให้คนไทยหนี
มังราย : ผมเองขอรับ
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๒ ค่ายมังมหาสุรนาท
มังมหาสุรนาท : แล้วนี่มังระโธเป็นคนจับตัวมาหรือ
มังระโธ : ขอรับ
มังราย : เปล่าเลย ผมเข้ามาเอง เข้ามาเพื่อรายงานความผิดของผม
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๕ : บางทีจะมีเหตุผลสำคัญอะไรบ้างกระมัง ในการที่
ปล่อยคนไทยไปหมด
มังระโธ : เรื่องหลงผู้หญิงเท่านั้นแหละครับ จะมีอะไร
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๒ : ท่านยังไม่ถูกถาม ท่านไม่ต้องพูดอะไร นั่งเฉยๆ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๑ : การที่ปล่อยไป เห็นจะเป็นกลศึกอะไรกระมัง คงไม่
ปล่อยไปเฉย ๆ เป็นแน่
มังระโธ : ไม่ใช่กลแกนอะไรดอกขอรับ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๖ : บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะพูด ท่านไม่ต้องพูด
เธอมีกลศึกอะไรหรือ มังราย
มังราย : ผมไม่มีกลศึกอะไรเลยขอรับ
มังมหาสุรนาท : แล้วทำไมปล่อยไปหมดล่ะ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๓ : ก็คงจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นแน่ ให้การ
ไปเถอะ
มังราย : เหตุผลน่ะหรือขอรับ มีมากทีเดียว การศึกอยุธยาครั้งนี้เสียชื่อพม่ามาก
เมื่อครั้งบุเรงนองเขามารบกันอย่างนักรบจริง ๆ แต่เรามาคราวนี้เรามาทำการ
อย่างโจรปล้นทรัพย์ อ้ายนี่ อ้ายมังระโธนี่เมื่อวานนี้มันบีบคอผู้หญิงจะเอาสาย
สร้อย สมควรหรือขอรับที่ทำเช่นนั้น เรากดขี่ขมเหงคนไทยมากเกินไป ผมทน
สงสารไม่ไหว ผมปล่อยหมด
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๒ : ท่านมังระโธ ที่หน้าของท่านน่ะโดนอะไร
มังราย : ถูกผมฟันเมื่อวานนี้ขอรับ
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๒ ค่ายมังมหาสุรนาท
มังมหาสุรนาท : อ้าว เรื่องอะไรถึงเกิดฟันกันขึ้นล่ะ
มังระโธ : ผมเข้าใกล้ผู้หญิงเข้าหน่อย มังรายก็หึง ฟันเอาเฉย ๆ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๑ : มุสาวาทา ทหารของฉันหลายคน เห็นท่านกำลังบีบ
คอผู้หญิงจะเอาสายสร้อย มังรายห้ามไม่ฟัง เกิดต่อสู้กัน ฝีมือท่านสู้มังรายไม่ได้ก็
ถูกฟัน จริงไหมล่ะ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๔ : ยิ่งกว่านั้น ทหารของผมก็รายงานว่าคนไทยชราคน
หนึ่งกำลังจะดื่มน้ำด้วยความกระหาย มังระโธแย่งเอาน้ำไปเทล้างเท้าเสีย คนชรา
นั้นต้องก้มลงสูดน้ำที่มังระโธล้างเท้ากิน
และมังระโธยังเตะซ้ำ จริงหรือไม่จริง
มังมหาสุรนาท : แต่เรื่องเหล่านี้ ไม่ทำให้มังรายพ้นผิด แน่นอนทีเดียว สงครามคราว
นี้พม่าเสียชื่อมาก ในเรื่องการปล้นสดมภ์และทำร้ายคน แต่ในกองทัพของเราก็
พยายามห้ามปรามกวดขัน ยิ่งคนอยู่มาก ๆ ด้วยกัน มันก็ย่อมจะมีดีบ้างเลวบ้าง แต่
ถึงอย่างไร ๆ ก็ตาม เจ้ามังรายไม่มีอำนาจปล่อยคนไป โดยพลการ
การทำเช่นนั้นผิดวินัยทหารอย่างร้ายแรง ให้เอาตัวมังรายไปประหารชีวิต
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๔ : แต่มังรายไม่ควรรับโทษแรงถึงปานนั้นขอรับ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๓ : โทษประหารชีวิตควรแต่เมื่อเป็นการทรยศ แต่การก
ระทำของมังราย ไม่มีการทรยศอะไรเลย
มังมหาสุรนาท: เราได้ลั่นวาจาไปแล้ว เราต้องทำตามที่เราพูด เราพูดว่าจะต้อง
ประหารนายทหารเวรที่ปล่อยให้คนไทยหนี ก็ต้องให้ประหารตามที่ได้พดูไว้
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๖ : แต่โทษชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องถึงประหาร มังรายก็
คือเลือดเนื้อ
ของท่านเอง
มังมหาสุรนาท : เลือดเนื้อของฉัน ฉันได้สละให้แก่ประเทศชาติ อย่าว่าแต่ชีวิตลูกเลย
แม้ชีวิตฉันเอง
ก็พร้อมที่จะสละได้ทุกเมื่อ
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๒ : ถ้าการสละนั้นจะได้ประโยชน์คุ้มค่าก็ควร แต่การที่
ท่านสั่งประหารชีวิตลูกของท่านทั้งคน ในเรื่องเช่นนี้ พวกกระผมมองไม่เห็นว่าจะได้
ผลอะไร
มังระโธ : ได้ผลในทางรักษาวินัยขอรับ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
นายทหารท่านผู้ใหญ่คนที่ ๕ : บอกว่าท่าน ไม่มีหน้าที่จะพูด
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๒ ค่ายมังมหาสุรนาท
มังมหาสุรนาท : ถูกของมัน ถูกแล้วท่านการลงโทษก็เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ให้คน
อื่นประพฤติอีกต่อไป มังระโธพูดถูกมากทีเดียว
มังระโธ : จริงขอรับ ผมไม่เคยพูดอะไรผิดเลยขอรับ
มังมหาสุรนาท : แต่การที่ทำทารุณโหดร้าย บีบคอผู้หญิงเอาทรัพย์ แย่งน้ำที่คน
จะดื่มมาล้างเท้า ก็เป็นความผิดร้ายแรงมาก ไม่ควรเป็นเยี่ยงอย่างให้ใคร
ประพฤติต่อไป ฉะนั้นให้เอาตัวมังระโธไปประหารชีวิตเสียก่อน
มังระโธ : แล้วความดีความชอบของผมเล่าขอรับ
มังมหาสุรนาท : เอาไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้มันมีเวลานั่งพูดรำคาญหู เอาไป
(ทหาร ๒ คน ดึงตัวมังราโธเข้าฉากฝั่ งซ้าย)
ปี่ พาทย์ทำเพลงเร็ว
(ทหารเอาตัวมังระโธออกไป ทหารกราบทูลเดินออกมาจากฝั่ งซ้าย)
ทหาร : ข้าแต่ท่านแม่ทัพ มีสตรีคนหนึ่งขออนุญาตเข้ามาหาท่านแม่ทัพอ้างว่ามี
เรื่องสำคัญขอรับ
มังมหาสุรนาท : ไปนำตัวเข้ามาเถอะ
(ทหารพาดวงจันทร์เข้า) ปี่ พาทย์หยุด
ดวงจันทร์ : ข้าแต่ท่านแม่ทัพ ดิฉันเองเป็นคนผิด ดิฉันล่อล่วงให้มังรายปล่อยพวก
ดิฉันไป ขอให้ยกโทษมังรายเสียเถอะค่ะ แล้วประหารชีวิต ดิฉันแทน
มังมหาสุรนาท : ฉันเสียใจที่จะกลับคำของฉันไม่ได้ มังรายทำผิด ฉันต้องลงโทษ
คนผิด ฉันไม่ต้องการลงโทษใครแทน เขายิ่งว่าพม่าทารุณกับคนไทยมากอยู่แล้ว
ฉันไม่ต้องการจะถูกใครกล่าวโทษว่าทารุณกับคนไทยอีก
ดวงจันทร์ : ดิฉันกล้าเข้ามาที่นี่ ก็เพื่อช่วยชีวิตคนที่เคยช่วยดิฉัน เอาเถอะค่ะ ขอ
ให้ยกโทษมังรายเสียเถอะค่ะ ดิฉันจะรับไปตามพวกที่หนีกลับมาให้หมด
มังมหาสุรนาท : คำพูดของเธอดูมันง่ายเกินไป คนที่หนีไปแล้วจะกลับมาให้ใช้ให้
ทรมานอีกน่ะ เห็นจะยากนัก
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๒ ค่ายมังมหาสุรนาท
ดวงจันทร์ : คนไทยเรามีศีลสัตย์ค่ะ เรามีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้ที่ทำความดี ให้
เรา เราพร้อม ที่จะกลับมาให้ใช้ ให้ทรมาน ให้กดขี่ข่มเหงไปตามเดิม เพื่อช่วยชีวิต
ลูกของท่านที่ได้เคยมีเมตตาต่อพวกเรา ไทยเรามีศีลมีสัตย์เสมอค่ะ
มังมหาสุรนาท : พวกพม่าเราก็มีศีลมีสัตย์เหมือนกัน ฉันได้ลั่นวาจาแล้วว่า ให้
ประหารชีวิต นายทหารยามที่ปถ่อยให้คนไทยหนี ฉันก็ต้องคงยืนคำให้ประหาร
ขอบใจเธอที่กตัญญูต่อความดีของเขา แต่ความดีของเขาเป็นการผิดวินัย
ของกองทัพพม่า ฉันไม่มีเวลาพูดกับเธอมาก เพราะฉันต้องเริ่มเคลื่อนทัพเดี๋ยวนี้
ทหารนำตัวสตรีผู้นี้ออกไปให้พ้น
ปี่ พาทย์ทำเพลง ทะยอยญวน (ดวงจันทร์ลามังราย)
ทหารพาตัวดวงจันทร์ออกไป ปี่ พาทย์หยุด
มังมหาสุรนาท : เอาตัวมังรายไปประหารเดี๋ยวนี้ ก่อนจะลงดาบให้เปลื้องเครื่อง
ทหารออกเสียก่อน เพราะมันทำผิดวินัยทหาร ไม่ควรจะตายอย่างทหาร
[ปี่ พาทย์ทำเพลงโศกพม่า ]
[มังรายลาพ่อ และทหารผู้ใหญ่ เมื่อถึงคนสุดท้าย]
มังราย : (ถอดแหวนให้ทหารผู้ใหญ่คนสุดท้าย) นี่ขอรับ แหวน ผมขอฝากให้แม่
ผมด้วย และช่วยบอกแม่ว่าผมกราบเท้าลาตาย (เสร็จแล้วมาลาอาจารย์) ท่าน
อาจารย์ขอรับ ท่านเป็นอาจารย์ของผมมาแต่เล็กแต่น้อย ท่านสอนวิชาการรบให้
ผม สอนวิชาฟันดาบให้ผม ผมเสียใจที่ไม่สามารถใช้ดาบ ให้เป็นประโยชน์จริง ๆ
ขอให้ท่านอาจารย์มองหน้าผมให้ดี เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็น
(มังรายกราบพ่อ ผ้าโพกหัวหลุด ทหารพาตัวมังรายออกไป
พ่อหยิบผ้าโพกหัวขึ้นมา)
ปิดม่าน
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๓ ที่ประหารมังราย
ตัวละคร มังราย(ตัวแทน) หัวหน้าผู้จัดการประหาร เพชรฆาตร ดวงจันทร์
เพื่อนดวงจันทร์ ทหารพม่า ชาวบ้าน
เปิดม่าน
ปี่ พาทย์ทำเพลงปี่ กลอง
(เห็นภาพเตรียมประหาร หัวหน้าผู้จัดการประหารเข้ามากอดมังราย)
หัวหน้าผู้จัดการประหาร : ท่านมังราย ผมรักท่านเหลือเกิน แต่ผมจำเป็นต้อง
ประหารท่านตามคำสั่งของแม่ทัพ โปรดอย่าถือโทษผมเลยนะขอรับ
(หัวหน้าโบกมือให้ประหาร)
ปี่ พาทย์ทำเพลงสาระหม่าไทย โยน แปลง
(เพชฌฆาตออกมารำดาบ ดวงจันทร์วิ่งเข้ามากอดร้องไห้ ทหารฉุดดวงจันทร์ออก
ไป แล้วลงดาบมังราย ดวงจันทร์วิ่งเข้ามากอดศพมังราย)
ปี่ พาทย์ทำเพลงโอด
ดนตรีบรรเลงเพลงมังราย
ปี่ ชพาทย์ทำเพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน
(ดวงจันทร์ขนกิ่งไม้มาทับศพมังราย) (มังรายตัวจริงออกจากฝั่ งซ้าย)
มังรายร้องเพลงดวงจันทร์
ปี่ พาทย์ทำเพลงโอด
ม่านปิด
เพื่อนดวงจันทร์ ๒ : (วิ่งออกมาจากฝั่ งขวาหน้าม่าน) คนไทยหายไปไหนกันหมด
พม่าจะมาแล้ว (ชาวบ้านวิ่งออกมาจากซ้ายขวา)
ชาวบ้าน ๑ : พม่ามันมากันแล้ว หนีกันเถอะ
ชาวบ้าน ๒ : หนีไม่ได้ เราต้องสู้
เพื่อนดวงจันทร์ ๑ : ดวงจันทร์ล่ะ ใครเห็นดวงจันทร์บ้าง (ทุกคนตะโกนเรียกหา
ดวงจันทร์)
(เพื่อนดวงจันทร์ : หันไปเห็นดวงจันทร์นอนสลบ ทุกคนวิ่งเข้าไปหาดวงจันทร์)
เพื่อนดวงจันทร์ ๒ : (ปลุกดวงจันทร์) ดวงจันทร์ตื่น
เพื่อนดวงจันทร์ ๑ : ดวงจันทร์เราต้องรีบหนีกันแล้ว พม่ามันมากันแล้ว
(ทุกคนวิ่งเข้าฝั่ งซ้าย มีทหารพม่ามาดักหน้าหลังดวงจันทร์ สู้กับทหารพม่า ๑ คน
ทหารพม่า ๒ คน ไล่คนที่เหลือเข้า ๒ ฝั่ ง)
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๔ ในป่า
ตัวละคร ดวงจันทร์ มังมหาสุรนาท ทหารพม่า ชาวไทย
ปี่ พาทย์ทำเพลงเชิดฉิ่ง
เปิดม่าน
(ดวงจันทร์ออก เห็นศพพ่อแม่กับหญิง ๒ คนอยู่ที่นั่น)
ปี่ พาทย์ทำเพลงโอด
ดวงจันทร์ : นี่เกิดเรื่องอะไรกันอีกล่ะนี่น่ะ
ชาวบ้าน ๓ : ถูกทหารพม่าฆ่าตายค่ะ
ดวงจันทร์ : ทำไมถึงมาฆ่าอีกล่ะ
ชาวบ้าน ๓ : เขาบอกว่าคุณเป็นตัวการให้มังระโธนายของเขาถูกประหาร เขา
ก็ตามมาแก้แค้น
ดวงจันทร์ : แล้วนี่พวกเราไปทางไหนหมดล่ะ
ชาวบ้าน ๔ : ไม่ไปไกลดอกค่ะ อยู่ใกล้ๆตามนี้แหละ
ดวงจันทร์ : ทารุณแสนสาหัส ดวงจันทร์เคราะห์ร้ายไม่มีที่สิ้นสุด มังรายที่ใจดีช่วย
เราก็ถูกประหารไปแล้ว กลับมาก็นึกว่าจะได้เห็นหน้าพ่อแม่ ก็ถูกฆ่าไปอีก ชีวิตหนอ
ชีวิต เกิดมากับเขาชาติหนึ่ง เคราะห์ร้ายอะไรอย่างนี้
ปี่ พาทย์ทำเพลงเลือดสุพรรณ (ตอนสร้อยอย่างเบาๆ)
ดวงจันทร์ : ดวงจันทร์ไม่มีอะไรอีกแล้ว หมดตัว หมดคนที่ดวงจันทร์จะต้องรักและ
ห่วงใย ดวงจันทร์เหลือแต่ชีวิตที่จะต้องสละให้แก่ชาติ พวกเรามีน้อย เราไม่มีอาวุธ
จะสู้ แต่เลือดสุพรรณ ไม่เคยกลัวใครสู้เถอะ มีเท่าไรสู้เท่านั้น มาพวกเรา พวกเลือด
สุพรรณอยู่ที่ไหนบ้างมากันให้หมด เลือดสุพรรณไม่เคยขลาด ใครคว้าอะไรได้ก็มา
เถอะมาด้วยกัน มาตายด้วยกัน
ดนตรีบรรเลงเพลง
“เลือดสุพรรณ”
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
บทละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ฉาก ๔ ในป่า
(ดวงจันทร์นำคนไปพบกองคอยเหตุพม่า ๔ คน ไล่พม่าให้ถอย เดินทางต่อไป แล้ว
พาคนเดินรุดหน้าเรื่อยไปจนถึงทัพหลวงของพม่า มังมหาสุรนาถกับทหารผู้ใหญ่
ของพม่าอยู่บนเนินดิน)
มังมหาสุรนาท : หยุด หยุด จะไปไหนกัน
ดวงจันทร์ : พวกเราต้องตัดสินใจ ที่จะทำการต่อสู้เป็นครั้งสุดท้าย
มังมหาสุรนาท : แม่หนู กลับไปเสียเถอะ ฉันสงสาร คนเท่านี้ ปืนผาอาวุธก็ไม่มีจะมา
ทำอะไรได้
ดวงจันทร์ : เราทำเท่าที่จะทำได้ เมื่อพวกเราตายหมดแล้วก็เลิกกัน
มังมหาสุรนาท : เธอคิดผิดมากทีเดียว เธอบุกบั่นมาถึงนี่ เห็นจะไม่รู้กระมังว่าทหาร
ของฉันมีอยู่รอบด้าน ถ้าฉันสั่งว่าให้ยิง พวกเธอจะตายกันหมด
ดวงจันทร์ : ดีทีเดียว พวกเราต้องการความตายเท่านั้น
ชาวบ้าน : ใช่
มังมหาสุรนาท : ฉันบอกเป็นครั้งสุดท้าย จะถอยกลับไปหรือไม่ถอย ถ้าไม่ถอยฉันจะ
สั่งทหารยิง
ดวงจันทร์ : ไม่ถอย ยิงก็ยิง (คนไทยจะเข้าทำร้ายพม่า)
มังมหาสุรนาท : เอ้า ยิง
ปี่ พาทย์ทำเพลงฉิ่ง
(ปืนดังมารอบข้าง ดวงจันทร์กับพวกตายหมด)
(เมื่อคนไทยตายหมดแล้ว)
มังราย : เป็นความคิดผิดอย่างร้ายแรง ที่ชาติไทยกับพม่าเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกัน
ควรจะมีความรักใคร่ไมตรีกัน กลับมารบราฆ่าฟันกันอยู่หลายร้อยปี ประวัติศาสตร์
จะต้องเปลี่ยนทางเดิน ศักราชใหม่จะต้องตั้งต้น ให้เป็นความรักใคร่ไมตรีระหว่าง
ชนทั้งสองชาติ และชนทั้งสองชาติจะต้องกลับเป็นมิตรสนิทสนมกันต่อไป
ปี่ พาทย์ทำเพลงมหาชัย
ปิดม่าน
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
รายชื่อนักแสดง
นายอภินันท์ จันทร รับบท มังราย
นางสาวจรัสรวี พวงทวาย รับบท ดวงจันทร์
นายธนวัตร สมบุญ รับบท มังมหาสุรนาท
นายชนายุทธ หลอดทอง รับบท มังราโท
นางสาวบุญรัตน์ เข็มนาค รับบท เพื่อนดวงจันทร์๑
นางสาวอรพรรณ ไกลที่พึ่ง รับบท เพื่อนดวงจันทร์๒
นางสาวธัญลักษณ์ บุญเมือง รับบท แม่ดวงจันทร์
นางสาวปภาวดี ปิยะวงษ์ รับบท พ่อดวงจันทร์
นางสาวกิตติญาภรณ์ ม่วงงาม รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๑
นางสาววรรณชนก ทองงาม รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๒
นางสาวมลนิชา นัยพันธ์ รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๓
นางสาวผกามาศ กระจ่างโชติ รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๔
นางสาวธิติมา แสนโสม รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๕
นางสาวญาณิศา สุภาภรณ์ รับบท ทหารท่านผู้ใหญ่๖
นายศุภกร จันทรวัฒน์ รับบท ทหารกราบทูล
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
รายชื่อนักแสดง
นายจิรกิตต์ บุญจิตรากุล รับบท ทหารจับตัว
นายชยากร ทองแผ่ รับบท ทหารจับตัว
นายธิเบต สุพรศิลป์ชัย รับบท ทหารจับตัว
นายมงคล แซ่โง้ว รับบท ทหารถือปืน
นายนวพล วงศ์สุภา รับบท ทหารถือปืน
นายสิริพงศ์ วงศ์ทองคำ รับบท ทหารถือปืน
นายศรัญญู พงษ์พันธ์ รับบท ทหารพม่า (สู้กับดวงจันทร์
นางสาวรินลนี พวงชะบา รับบท ชาวบ้าน
นางสาวมนัสนันท์ กาญจนาวิเชียร รับบท ชาวบ้าน
นางสาวพรรณวดี ตรีอุดม รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวมนัสชนก อิ่มกูล รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวมัณฑิรา ขำศิริ รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวณัฐมน โกมารทัต รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวทิพย์นภา ทองดอนเถื่อน รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวอารียา ดวงจันทร์ รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวเบญญา ฉลองสิริกุล รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวนัทธมน ป่าขจร รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวธนวรรณ หาวิธี รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
นางสาวนภัสวรรณ จันทร์เชื้อ รับบท เบิกโรง ,ชาวบ้าน
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
กราบขอบพระคุณผู้ให้ความสนับสนุน
ผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร คุณครู อาจารย์
วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์กระทรวงวัฒนธรรม
ฝ่ายอาคารสถานที่
ฝ่ายเทคโนโลยี
ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม
ฝ่ายภาควิชานาฏศิลป์ไทย
ฝ่ายภาควิชาดุริยางค์ศิลป์
• ดนตรีสากล
• ดนตรีไทย
• คีตศิลป์
ฝ่ายเครื่องแต่งกาย