ประวัติและผลงาน
อังคาร กัลยาณพงศ์
ประวัติ
เกิดเมื่อวันอาทิตย์13กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
เป็นบุตรของกำนันเข็มและนางขุ้ม กัลยาณพงศ์ ในวัยเด็กร่างกายเคยเป็น
อัมพาตเคลื่อนไหวไม่ได้ มีหมอมารักษาด้วยสมุนไพรจนหาย ความเป็นกวี
นั้นเป็นพรสวรรค์ที่อังคารเชื่อมั่นและฝึกฝนมาตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมเมื่อ
ออกจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วได้ร่อนเร่เรียนรู้และสร้างสรรค์การ
วาดภาพและเขียนบทกวีได้มีโอกาสคุ้นเคยกับศิลปินและกวีร่วมยุคสมัย
หลายคนมีผลงานบทกวีปรากฏในหนังสือ“อนุสรณ์น้องใหม่”
มหาวิทยาลัยศิลปากรกระทั่งได้พบกับสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้ก่อตั้งกและเป็น
บรรณาธิการคนแรกของ“สังคมศาสตร์ปริทัศน์”บทกวีของอังคาร
กัลยาณพงศ์จึงได้พิมพ์เผยแพร่อย่างกว้างขวางมีผลงานที่จัดพิมพ์สร้าง
ความตื่นตัวตื่นใจให้กับวรรณกรรมไทยมาเนิ่นนานเช่นกวีนิพนธ์
(2507),ลำนำภูกระดึง(2512),สวนแก้ว(2515),บางกอกแก้วกำสรวล
หรือนิราศนครศรีธรรมราช(2512)อันเป็นเล่มสมรสกับคุณอุ่นเรือนมี
บุตรชาย1คนบุตรสาว2คนคือภูหลวง อ้อมแก้ว และวิสาขา กัลยาณพงศ์
โดยสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมและงานประพันธ์ทั้งร้องกรองและร้อย
แก้วเป็นอาชีพถึงแก่กรรมเมื่อวันที่20 สิงหาคม พ.ศ. 2555 (86 ปี)
การศึกษา
เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดใหญ่และโรงเรียน
วัดจันทาราม เรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนพระพุทธเจ้า
หลวงอุปถัมภ์และโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัด
นครศรีธรรมราช ศึกษาที่โรงเรียนเพาะช่าง
มหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วไปเรียนที่คณะจิตรกรรม
และประติมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิษย์ของ
ศิลปินใหญ่อย่างเช่น ศ. ศิลป พีระศรี. อ, เฟื้อ หริ
พิทักษ์, จึงได้ติดตามและร่วมมือกับอาจารย์ในด้าน
ศิลปกรรม โบราณคดี และประวัติศาสตร์
ศิลปินแห่งชาติ
คำประกาศเกียรติคุณ : นายอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นกวีร่วมสมัยผู้ได้รับ
การยกย่องว่า เป็นผู้สร้างสรรค์กวีนิพนธ์สมัยใหม่ให้แก่วรรณศิลป์ไทย โดย
ชุบชีวิตขนบวรรณศิลป์ไทยให้เติบโตสอดคล้องกับวรรณศิลป์ร่วมสมัย โดย
การศึกษาวรรณศิลป์จากกวีโบราณเพื่อเข้าใจแก่นแท้ของสุนทรียะทั้งด้าน
ความงามและความคิด และนำความเข้าใจนี้มาเป็นฐานรองรับการสร้างสรรค์
วรรณศิลป์เฉพาะตนขึ้น ผลงานกวีนิพนธ์เป็นศิลปะซึ่งมุ่งสร้างสรรค์ให้เป็น “
กุศลศิลป์ ” อันจักช่วยจรรโลงโอบอุ้มจิตใจมนุษย์ให้ล่วงพ้นมลทินแห่งความ
หลงใหลในวัตถุ มุ่งเตือนมนุษย์ให้เห็นปัญญาในสังคม การทำลายธรรมชาติ
และการทำลายมนุษย์ด้วยกันเองโดยความเขลา โดยมิได้แสดงถึงปัญหา
อย่างสิ้นหวังไร้ทางแก้ไข หากแต่มีความมั่นใจว่า การพินิจธรรมชาติและ
เรียนรู้ธรรมะจากธรรมชาติ จะช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากหายนะภัย อันจะ
เกิดขึ้นได้จากความเห็นแก่ตัวและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์เอง ภาษา
วรรณศิลป์ที่ใช้เป็นความงาม ความสะเทือนใจ ทำให้ตระหนักในคุณค่าของ
ธรรมชาติซึ่งเป็นสุนทรียะและทางรอดของมนุษย์ ได้ประกาศหน้าที่ของ
ตนเองในฐานะกวี ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นสิ่งสูงสุด ความรักความมุ่งมั่น
แน่วแน่ในหน้าที่ของกวี ที่จะมอบความดีความงามแก่โลกเช่นนี้ ช่วยให้งานมี
พลังสร้างสรรค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เป็นประโยชน์อันประมาณมิได้แก่สังคม
ไทยและมนุษย์ทั้งมวล นายอังคาร กัลยาณพงศ์ จึงได้รับการประกาศ
ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำ
ปี พุทธศักราช ๒๕๓๒
วารสารวัฒนธรรม
ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว
ดึกดื่นกินแสงดาว ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว หาดื่ม
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า ชั่วฟ้าดินสมัยฯ
พลีใจเป็นป่าช้า อาถรรพณ์
ขวัญลิ่วไปเมืองฝัน ฟากฟ้า
เสาะทิพย์ที่สวรรค์ มาโลก
โลมแผ่นทรายเส้นหญ้า เพื่อหล้าเกษมศานต์ฯ
ปณิธานกวีกวีนิพนธ์ข้างต้นเป็นบางส่วนจากผลงานการประพันธ์โดย
อังคาร กัลยาณพงศ์ เรื่องปณิธานกวี ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรม
สร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือรางวัลซีไรต์ ประจำปี ๒๕๒๙ อัน
แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ท่านจะลาลับไปแต่ยังคงฝากไว้ซึ่งผลงานอันทรง
คุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ ที่มอบข้อคิดและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนับ
ประพันธ์และจิตรกรรุ่นหลังได้สร้างสรรค์ผลงานต่อไป
รางวัลซีไรท์
๑. ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว ดึกดื่น
กินแสงดาว ต่างข้าว น้ำค้างพร่าง
กลางหาว หาดื่ม ไหลหลั่งกวีไว้เช้า
ชั่วฟ้าดินสมัย
๚... ตอน : อังคาร กัลยาณพงศ์
ผลงาน
รายชื่อสมาชิก
นางสาว ชัญญาภัค สุวรรณหล้า เลขที่22
นางสาว ขวัญรัตน์ กิจจารักษ์สกุล เลขที่34
นางสาว บุณยานุช มณเทียร เลขที่38