The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กิจกรรมพัฒนาจิตสาธารณะ และแบบวัดจิตสาธารณะ ผู้เขียนได้พิจารณาเห็นว่าการพัฒนาของผู้เข้าร่วมได้ทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถภาพทางกาย และจิตสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชนที่ต้องเป็นอนาคตในการทำงานของประเทศต่อไป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แบบประเมินกิจรรมเพื่อพัฒนาจิตสาธารณะ (ตอน 3)

กิจกรรมพัฒนาจิตสาธารณะ และแบบวัดจิตสาธารณะ ผู้เขียนได้พิจารณาเห็นว่าการพัฒนาของผู้เข้าร่วมได้ทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถภาพทางกาย และจิตสาธารณะซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชนที่ต้องเป็นอนาคตในการทำงานของประเทศต่อไป

Keywords: ิแบบวัดจิตสาธารณะ

คาชแี้ จง:- ให้ผู้สังเกตพิจารณาคณุ ภาพพฤติกรรมในการทางานของผู้เขา้ ร่วมกิจกรรมแต่ละคน และเขยี น ท่ี ชอื่ -สกลุ แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ ง ระดบั คะแนน
101010101010101010 9 นักเรียนสามารถใชอ้ ุปกรณ์การเรยี น ดา้ นการใช้ ช้นั …………………….ครง้ั ท…ี่ ……..วนั ท…่ี ……….เดอื น……………………….พ.ศ. ………..
ระดบั 1 หมายถงึ ทา ไดอ้ ย่างถกู วธิ ี และถกู ตอ้ งตามการสอน
ระดับ 0 หมายถงึ ไม่ทา นกั เรียนนาและเก็บอปุ กรณก์ ารเรยี น ดา้ นถอื เป็นหนา้ ท่ี ด้านเคารพสิทธิ พฤตกิ รรมบ่งช้ีจติ สาธารณะ

ทกุ ครงั้

นกั เรียนดแู ลรักษาอปุ กรณ์การเรยี น
ทางานตามบทบาทท่ีไดร้ บั มอบหมาย

นกั เรียนมาเขา้ เรยี นและร่วมกจิ กรรมสมา่ เสมอ
ทางานเสรจ็ ทนั เวลาท่ีกาหนด

เหน็ ประโยชนส์ ว่ นรวมมากกว่าสว่ นตน

ปฏบิ ตั ติ ามกตกิ าทก่ี าหนดในกจิ กรรม

มนี า้ ใจนักกฬี ายอมรบั ในผลการตดั สิน
นกั เรยี นสามารถรกั ษาบทบาทของตน

ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย

รวม

แบบประเมินสังเกตกระบวนการกลุ่ม

ชัน้ ………………………..ครั้งท่ี………วันท…่ี …..เดอื น…………………..พ.ศ. ……………….

ลาดับ พฤ ิตกรรมชี้ ่บง/ระ ัดบคะแนน
ท่ี ปฏิ ับ ิตตาม ้ขอตกลงของก ุ่ลม
ร่วมมือทางานกับสมาชิกในก ุ่ลม
รับ ัฟงและแสดงความคิดเ ็หนกับสมา ิชกในก ุ่ลม
เ ็ปน ู้ผนาห ืรอ ู้ผตามท่ี ีดของก ุ่ลม
มีจิตสาธารณะระห ่วางการเ ีรยนการสอน
ทางานเสร็จตามเวลา ่ีทกาหนด

รวมคะแนน

ชอื่ - สกลุ 123123123123123123

คาชแ้ี จง:- ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพการมีสว่ นรวมในการทางานของผู้เข้าร่วมกจิ กรรมแต่ละคนและเขียน
เครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งระดบั คะแนน

ระดับ 3 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับสูง
ระดับ 2 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดับต่า

แบบวัดจติ สาธารณะ

คาชแี้ จง
1. แบบวดั นี้มจี านวน 45 ข้อ เป็นแบบวัดจติ สาธารณะสาหรับใช้กับผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมระหวา่ งอายุ 13-17 ปี

หรอื นกั เรียนมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ท่ีสามารถนาไปใช้ในช้นั เรียนได้

2. ข้อความในแต่ละขอ้ จะกาหนดสถานการณห์ รือเหตุการณ์ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวัน ให้ผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรม
อ่านและทาความเข้าใจเก่ียวกับข้อความน้นั ๆ ถ้าเกดิ เหตุการณเ์ ชน่ น้ันผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมจะปฏบิ ัติ อย่างไร

3. ลกั ษณะของแบบวัดเปน็ แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 4 ระดบั ซึง่ แบ่งเป็น
ระดับการปฏิบัติดังนี้

เปน็ ประจา หมายถึง ผู้ปฏิบัตติ รงกบั ข้อความนัน้ เป็นประจา
บอ่ ยครั้ง หมายถึง ผู้ปฏบิ ัตติ รงกบั ข้อความน้ันบ่อยครั้ง
นานๆ ครงั้ หมายถึง ผู้ปฏิบัตติ รงกบั ข้อความนั้นนานๆ คร้ัง
ไมเ่ ปน็ หมายถงึ ผู้ไมป่ ฏบิ ัตติ รงกับข้อความนัน้ เลย

4. ให้ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมทาเคร่ืองหมาย / ลงในช่องท่ตี รงกบั การปฏบิ ัตติ ามสภาพความเปน็ จริงของ
ผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรมมากที่สุด

5. คาตอบทผี่ ู้เข้าร่วมกจิ กรรมตอบไม่มคี าตอบใดผดิ หรอื ถูก ให้ผ้เู ขา้ ร่วมกิจกรรมตอบทุกข้อ หากขาดข้อใด
ขอ้ หนง่ึ จะทาใหแ้ บบวดั นไี้ ม่สมบรู ณแ์ ละไมส่ ามารถนาไปวเิ คราะห์ได้

การถอื การใช้
เป็ นหน้าท่ี

การ
เคารพ
สทิ ธิ

จติ สาธารณะ

แบบวดั จติ สาธารณะ

จติ สาธารณะ ข้อความ/คาถาม ระดบั การปฏบิ ตั ิ
ดา้ นการใช้
เปน็ ประจา บอ่ ยครงั้ นานๆ ไม่เคย
ครั้ง

1. หลังจากเลกิ เรียนวชิ า
พลศกึ ษาทุกครัง้ ข้าพเจ้าจะ
เก็บอปุ กรณ์กีฬาเขา้ ท่ี

2. เม่ือขา้ พเจา้ เคล่ือนยา้ ยโต๊ะ
หรอื เกา้ อใ้ี นห้องเรยี นเพื่อ
ทางานกล่มุ เม่อื ทางานเสรจ็
แล้วข้าพเจา้ จะจัดเก็บเขา้ ทใ่ี ห้
เหมือนเดมิ

3. เม่ือเปน็ เวรทต่ี ้องเตรียม
อุปกรณ์กีฬาก่อนเข้าชั้นเรียน
ข้าพเจา้ จะไปนาอปุ กรณ์กีฬา
มาเตรยี ม พร้อมเสมอ

4. เมอ่ื อยู่ในชัน้ เรียน ขา้ พเจา้
จะไม่ทง้ิ ขยะในห้องเรียนหรือ
สนาม

5. เม่ือเรียนวิชาพลศกึ ษา
ขา้ พเจา้ ตลี ูกวอลเลย์บอล
ไปไกลจากสนาม ข้าพเจา้ จะไม่
ไปเกบ็ อุปกรณ์นนั้

จติ สาธารณะ ขอ้ ความ/คาถาม ระดบั การปฏิบัติ

เป็น บอ่ ยครัง้ นานๆ ไมเ่ คย
ประจา ครงั้

ดา้ นการใช้ 6. เมอื่ ใชอ้ ุปกรณ์กจิ กรรม
Teamwork แล้ว ข้าพเจ้า
จะเก็บอปุ กรณก์ จิ กรรม
เข้าท่หี อ้ งเกบ็ อุปกรณ์กีฬา

7. ข้าพเจา้ มักแอบเกบ็
อุปกรณ์กีฬาไว้ตามพมุ่ ไม้
หรอื ตามมุมตา่ งๆของ
โรงเรยี น

8. ถ้าข้าพเจา้ ออกจาก
สนามกฬี าเปน็ คนสุดท้าย
ขา้ พเจา้ จะเก็บอุปกรณ์
กฬี าที่เหลือเขา้ ที่

9. ขา้ พเจ้าจะใชส้ มดุ
บันทึกกจิ กรรมที่พัฒนา
ดา้ นจิตสาธารณะอยา่ ง
ทะนุถนอม

10. หากขา้ พเจา้ ขอ
อนุญาตเขา้ ห้องน้าระหว่าง
เรียนวิชาพลศึกษา
ข้าพเจ้าจะถอดรองเทา้
ก่อนเขา้ ห้องน้า

จติ สาธารณะ ขอ้ ความ/คาถาม ระดบั การปฏบิ ตั ิ

เป็น บ่อยคร้งั นานๆ ไมเ่ คย
ประจา คร้งั

ด้านการใช้ 11. ขา้ พเจา้ ใช้เทา้ เตะ
อปุ กรณ์กฬี าที่ไมใ่ ช่
อปุ กรณ์ท่ีใช้เท้าเล่น

12. ขา้ พเจา้ ใช้ปากกา
เขยี นชอื่ ตนเองหรือ
สัญลักษณ์ลงในลูกบอล
หรอื อปุ กรณก์ ีฬา

13. ข้าพเจา้ ชอบเล่น
อุปกรณ์กฬี าขณะท่ีครู
กาลงั สอน

14. ข้าพเจา้ ยนื หรือเหยียบ
บนอปุ กรณ์กีฬาจนไดร้ ับ
ความเสยี หาย

15. ขา้ พเจ้าเคยน่งั บน
อุปกรณ์กฬี า

จติ สาธารณะ ข้อความ/คาถาม ระดับการปฏิบัติ

เป็น บ่อยคร้งั นานๆ ไมเ่ คย
ประจา ครัง้

16. เม่ือเลิกเรียนวิชา
ดา้ นการถือเป็น พลศึกษาทุกครงั้ ข้าพเจ้า

หน้าที่ จะบันทึกสมดุ กิจกรรม
พฒั นาด้านจิตสาธารณะ

17. ถา้ ครูมอบหมายงาน
ใหใ้ นรายวชิ าพลศึกษา
ข้าพเจ้าจะทาด้วยความ
เต็มใจ

18. ถา้ เปน็ เวรเกบ็ อุปกรณ์
กีฬาประจาวนั ขา้ พเจา้ จะ
ทาหนา้ ทีท่ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ทุกครง้ั

19. ขา้ พเจ้าปฏบิ ัติตาม
กฎระเบยี บในการใช้
อปุ กรณ์กีฬา และข้อบังคบั
ของการเรยี นวิชา พล
ศึกษา

20. ข้าพเจ้าเคยแอบนานา้
หรือขนมมารบั ประทานใน
วชิ าพลศกึ ษา

จิตสาธารณะ ข้อความ/คาถาม ระดบั การปฏบิ ตั ิ

เป็น บอ่ ยคร้ัง นานๆ ไมเ่ คย
ประจา ครงั้

21. ขา้ พเจ้าจะลงชื่อยืม
ด้านการถือเปน็ อปุ กรณ์กฬี าทกุ ครั้ง ท่ีนา

หน้าที่ ออกจากห้องเก็บอปุ กรณ์
กฬี า

22. เม่อื ขา้ พเจา้ จะไม่ส่ง
เสยี งดงั ขณะเรียนวิชา
พลศึกษา

23. ขา้ พเจ้าจะทาการ
อบอุ่นร่างกายทุกคร้ัง กอ่ น
การออกกาลังกาย

24. ถา้ มีการเรยี นวชิ า
พลศกึ ษากลางสนาม หรือ
กลางแจง้ ข้าพเจ้าจะแกล้ง
ปว่ ย และไม่ร่วมปฏิบตั ิ
กิจกรรม

25. ขา้ พเจา้ แอบหยบิ สมุด
บนั ทกึ กิจกรรมท่ีพฒั นา
ด้านจติ สาธารณะของ
เพอื่ นไปคดั ลอก
โดยไมย่ ืม

จิตสาธารณะ ข้อความ/คาถาม ระดับการปฏิบตั ิ

เป็น บอ่ ยครง้ั นานๆ ไมเ่ คย
ประจา ครั้ง

26. ถ้าครูใหข้ ้าพเจา้
ด้านการถือเป็น เปล่ียนกลมุ่ ในการทา

หนา้ ที่ กจิ กรรม ขา้ พเจา้ จะหา
ข้ออา้ งปฏิเสธในการ
เปล่ียนกลุม่

27. ครไู ดม้ อบหมายให้
ข้าพเจ้าเป็นผนู้ าในการ
ออกกาลงั กาย ขา้ พเจ้าจะ
ไม่ไป เพราะไม่กลา้
แสดงออก

28. ขา้ พเจ้ามักอาสาชว่ ย
ครูเกบ็ อุปกรณ์กฬี า และ
เอกสารมาท่สี นามกีฬา
หรือห้องเรยี น

29. ครนู ัดหมายให้นา
อปุ กรณ์กฬี ามา ถ้าไม่ได้
นามาขา้ พเจา้ จะแกล้งไม่
สบาย

30. ข้าพเจา้ อาสาไปตรวจ
ดแู ลอปุ กรณก์ ีฬา เพื่อจะ
ได้แอบเกบ็ อุปกรณไ์ ว้เล่น

จิตสาธารณะ ข้อความ/คาถาม ระดบั การปฏบิ ตั ิ

เป็น บ่อยคร้ัง นานๆ ไม่เคย
ประจา คร้งั

31. ขณะทางานในชัน้
ดา้ น เรียน ข้าพเจา้ หยิบหนังสือ
การเคารพสิทธิ ของเพอื่ นมา ข้าพเจา้ จะ

รบี นามาคนื

32. ครูแจกเสอื้ กฬี าสใี ห้
นกั เรียนคนละหนึง่ ตัว และ
ถ้าข้าพเจา้ ได้เกนิ มา จะ
นาไปคนื คณุ ครู

33. ขา้ พเจา้ แขง่ ขันกีฬาสี
ได้อันดบั ท่ี 2 ขา้ พเจา้ จะ
แสดงความยินดีกบั เพื่อนท่ี
ชนะอันดับท่ี 1

34. ขา้ พเจ้าพบข้อสอบ
วิชาพลศึกษาตกอยู่
ข้าพเจ้านาไปซ่อน และ
อ่านเฉลยเพอื่ นามาสอบ

35. ขา้ พเจ้านาลูกฟตุ บอล
ของโรงเรยี นกลบั บ้าน

จิตสาธารณะ ขอ้ ความ/คาถาม ระดบั การปฏบิ ัติ

เป็น บ่อยคร้ัง นานๆ ไม่เคย
ประจา ครัง้

36. ข้าพเจ้าเก็บธนบตั ร
ดา้ น หรือเงนิ เหรยี ญตกอยทู่ ่ี
การเคารพสิทธิ สนามกีฬา ขา้ พเจ้านาส่ง

คนื ครู

37. เม่อื คุณครูเดนิ แจก
กระดาษ A4 เพอื่ ทางาน
กลุ่ม ขา้ พเจ้าจะเก็บ
กระดาษไวเ้ พม่ิ อีกแผน่

38. ข้าพเจ้าจะเกบ็ ลูกบอล
ให้เพื่อนทตี่ ่อแถว ในการ
ฝึกปฏิบตั ิทกั ษะวชิ า
ฟตุ บอล

39. ขา้ พเจา้ ใช้กอ้ นหนิ
หรอื ส่งิ ของขีดเขยี นพ้นื
สนามกีฬา

40. ข้าพเจา้ เหน็ อุปกรณ์
กีฬาของโรงเรียนอยูร่ ิมรว้ั
นอกโรงเรยี น ขา้ พเจา้ เก็บ
ไปไว้เล่นที่บา้ น

จติ สาธารณะ ขอ้ ความ/คาถาม ระดับการปฏิบัติ

เป็น บอ่ ย นานๆ ไม่เคย
ประจา คร้ัง ครงั้

41. ถา้ กาลงั เล่นวอลเลยบ์ อล
ดา้ น หรือบาสเกตบอลหรือ
การเคารพสิทธิ ฟุตบอลอยู่เม่ือเพ่อื นมาขอ

เล่นดว้ ย ข้าพเจ้ายินดใี ห้
เพอ่ื นเลน่ ดว้ ย

42. เม่อื ถึงเวลาพกั ด่ืมนา้
ระหวา่ งการเล่นกีฬา ข้าพเจ้า
จะรีบว่งิ ไปรับต้นู ้าด่ืม โดยไม่
สนใจคนทีเ่ ข้าแถวอยู่กอ่ น

43. ขา้ พเจ้าแบง่ สนามกฬี าให้
ผู้อนื่ ไดร้ ว่ มเล่นด้วย

44. เมื่อคุณครใู ห้นาสงิ่ ของไป
บรจิ าคเพ่ือบุคคลอืน่ ขา้ พเจา้
ทาเป็นแกล้งลืมเพ่ือไม่ตอ้ ง
นามาโรงเรียน

45. ข้าพเจา้ จะปรบมือแสดง
ความชนื่ ชม เม่ือเพ่ือนของ
ขา้ พเจ้าออกไปเปน็ ผู้นาใน
การอบอุ่นรา่ งกาย

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ระดับการปฏบิ ัติ ขอ้ ความทางบวก ข้อความทางลบ
เปน็ ประจา 4 1
บ่อยครั้ง 3 2
นานๆ ครงั้ 2 3
ไมเ่ คย 1 4

เกณฑใ์ นการแปลความหมาย (ด้านละ 15 ข้อ คะแนนระหวา่ ง 15 ถงึ 60 คะแนน)

คะแนนเฉลยี่ รายข้อ คะแนนเฉลยี่ ทง้ั ฉบับ การแปลความหมาย
52.50 – 60.00 157.50 – 180.00 มีจิตสาธารณะสูง
37.50 – 52.49 112.50 – 157.49 มีจติ สาธารณะค่อนข้างสงู
22.50 – 37.49 67.50 – 112.49 มจี ติ สาธารณะค่อนข้างต่า
15.00 – 22.49 45.00 – 67.49 มีจิตสาธารณะต่า

ขอ้ ความ/คาถามในทางบวกหรอื ทางลบ

จิตสาธารณะ ขอ้ ความทางบวก ขอ้ ความทางลบ
ด้านการใช้ 1,2,3,4,6,8,9,10 (8 ขอ้ ) 5,7,11,12,13,14,15 (7 ข้อ)
ด้านถือเปน็ หน้าที่ 16,17,18,19,21,22,23,28 (8 ข้อ) 20,24,25,26,27,29,30 (7 ข้อ)
ด้านเคารพสิทธิ 31,32,33,36,38,41,43,45 (8 ข้อ) 34,35,37,39,40,42,44 (7 ข้อ)

แหล่งอ้างอิง

เกรียงศักด์ิ เจริญวงศศ์ ักดิ์. 2556. “แนวทางการสร้างจิตสาธารณะในสงั คมไทย.” วารสาร รัฐสภา
สาร 61 (1): 77-78.

เจษฎา หนูรุ่น. 2551. ปจั จัยจติ ลกั ษณะทส่ี ่งผลตอ่ จติ สาธารณะของนักเรยี นชว่ งชั้นท่ี 3 โรงเรียน
สาธิตในสังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการ
วจิ ยั และสถติ ิทางการศึกษา, มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ.

ชชู ัย ศุภวงศ์ และคณะ. 2540. ประชาสงั คมกับการพัฒนาสขุ ภาพ: บทวเิ คราะหท์ างวิชาการ
กรงุ เทพมหานคร: สถาบันวิจัยสาธารณสุข.

ชัยวัฒน์ สุทธริ ตั น.์ 2552. สอนเด็กใหม้ ีจติ สาธารณะ. พิษณโุ ลก: วี พร้นิ .

ฐิตาภทั ร์ รศั มี จฑุ ามาศ บตั รเจริญและอจั ฉรา เสาวเ์ ฉลมิ . 2558. ผลของการใช้แผนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้พลศกึ ษาท่มี ตี ่อการพัฒนาจติ สาธารณะของนักเรียนระดบั มธั ยมศึกษา จังหวัดปราจีนบรุ ี.
วิทยานิพนธ์ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.

ปรชี า คงสุข และ ฐติ าภทั ร์ รศั มี. 2555. หนงั สือ GAMES ON TOUR 3 ตอน สาระพันเกม. กรุงเทพฯ:
ห้างหุ้นส่วนจากดั เซ็ทสแควร์.

ราชบัณฑติ ยสถาน. 2546. พจนานกุ รม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรงุ เทพมหานคร: นาม
มบี ๊คุ พบั ลเิ คช่ันส์ จากัด.

ลดั ดาวลั ย์ เกษมเนตร และคณะ. 2546. ศกึ ษารปู แบบการพฒั นานกั เรียนระดับประถมศกึ ษาให้มีจิต
สาธารณะ: การศกึ ษาระยะยาว. เอกสารประกอบการประชมุ วิชาการสถาบันพฤติกรรมศาสตร,์
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

เหวง โตจริ าการ. 2550. จดุ ประกาย...คีต(ดนตรี) เพ่ือจติ สาธารณะ. (Online).
www.9dren.com/rsa/view.php?=110, 14 ธนั วาคม 2556.

Kraft, F. N. 1992. Nurturing Social Consciousness Through Church Education. Dissertation
Abstracts International.


Click to View FlipBook Version