รายงานการศึกษาคน ควา
เร่อื ง การศกึ ษาปญหาน้ำทว มของนักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1
โรงเรียนสวนกหุ ลาบวิทยาลัย
จดั ทำโดย
เดก็ ชายวันจันทร เอกวิวฒั นธนกุล ชั้น ม.107 เลขท่ี 34
เด็กชายชากริ วิรยิ วงศกร ช้นั ม.107 เลขที่ 38
รายงานน้เี ปนสว นหน่ึงในรายวิชาการสือ่ สารและการนำเสนอ (I21202)
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2564
โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั
รายงานการศึกษาคน ควา
เร่อื ง การศกึ ษาปญหาน้ำทว มของนักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1
โรงเรียนสวนกหุ ลาบวิทยาลัย
จดั ทำโดย
เดก็ ชายวันจันทร เอกวิวฒั นธนกุล ชั้น ม.107 เลขท่ี 34
เด็กชายชากริ วิรยิ วงศกร ช้นั ม.107 เลขที่ 38
รายงานน้เี ปนสว นหน่ึงในรายวิชาการสือ่ สารและการนำเสนอ (I21202)
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2564
โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั
รายงานการศึกษาคนควา
เรอ่ื ง การศึกษาปญหานำ้ ทว มของนกั เรียนระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1
โรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลัย
ของจัดทำโดย
เด็กชายวันจันทร เอกวิวัฒนธนกลุ ชัน้ ม.107 เลขท่ี 34
เดก็ ชายชากริ วิรยิ วงศกร ช้ัน ม.107 เลขท่ี 38
......................................................
ครปู ระจำรายวิชา
(ครูสวุ ทิ ย งามผกั แวน)
........................................................
ครูท่ปี รึกษา
(ครูมัณฑนา ทับทมิ )
........................................................
ครูทป่ี รกึ ษา
(ครปู าณัส ภทั รปกรณ)
วันจันทร เอกววิ ฒั นธ นกลุ และชากริ วิรยิ วงศกร. (2564). การศึกษาปญ หาน้ำทวมของนักเรยี นระดับช้ัน
มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั . รายงานการศกึ ษาคน ควา (รายวิชา I21202
การสือ่ สารและนำเสนอ). กรุงเทพฯ : โรงเรียนสวนกหุ ลาบวิทยาลยั .
บทคัดยอ
การศึกษาคน ควาในครง้ั นีม้ วี ตั ถุประสงคข องการวิจยั ไวด งั น้ี
1. เพอ่ื ศึกษาสาเหตขุ องน้ำทว ม
2. เพือ่ ศึกษาผลกระทบของนำ้ ทวม
3. เพอ่ื ศึกษาการแกไ ขปญหานำ้ ทวม
4. เพอ่ื ศกึ ษวิธีปอ งกันนำ้ ทวม
5. เพื่อศึกษาประเภทน้ำทวม
6. เพื่อศึกษาปจจัยสาเหตปุ ญหาน้ำทวมของนกั เรยี นระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 โรงเรียนสวน
กหุ ลาบวทิ ยาลัย
กลมุ ตัวอยางทใี่ ชในการศึกษาคนควา คือ นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท่ี 1 โรงเรียนสวน
กหุ ลาบวิทยาลยั ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564 จำนวน 37 คน โดยใชวิธีการสมุ แบบโควตา จาก 13
หอ ง
เครอื่ งมือทใี่ ชใ นการรวบรวมขอมูล คือ แบบปจจัยสาเหตุปญหานำ้ ทว มของนักเรยี นระดบั ชน้ั
มัธยมศึกษาปท ่ี 1 ในโรงเรียนสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั
วเิ คราะหข อมูลโดยการหาคารอ ยละ คา เฉล่ยี ประมาณคาและการจดั อนั ดบั
ผลการศกึ ษาคน ควาพบวา
1. คณุ อยรู ะดบั ชั้นระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 1 หอ งใด สวนใหญ รอ ยละ 27.02 เปน หอง 107
รองลงมา รอ ยละ 18.9 เปนหอง 111 รอ ยละ 10.8 เปน หอ ง 112 รอยละ 8.1 เปนหอง
113 รอ ยละ 5.4 เปน หอ ง 101, 104, 106, 110 และรอยละ 2.7 เปนหอง 102, 103,
105, 108, 109
2. คุณคดิ วา อะไรเปน สาเหตขุ องการเกดิ นาํ้ ทวมมอี ะไรบาง สว นใหญ 21.1 คือ ฝนตกหนัก รอง
ลงมา รอ ยละ 20.3 คือ นํา้ ทะเลหนุนสูง, การเปลีย่ นแปลงเกี่ยวกบั สภาวะแวดลอม, การ
ขยายตวั ของเขตชุมชนและการทำลายระบบระบายน้ำทม่ี ีอยตู ามธรรมชาติ และรอยละ
17.8 คอื สภาพภมู ิประเทศของพนื้ ทลี่ ุมเเมน ํา้
3. คุณคิดวา อะไรเปนผลกระทบของการเกิดนา้ํ ทวม สวนใหญ รอยละ 35.1 คอื เศรษฐกิจ
ย่ำแยเนื่องจากสนิ คา บางอยางไมสามารถผลติ ออกมาได รองลงมา รอ ยละ 32.4 คอื นำ้ เนา
เหมน็ ในพนื้ ทีน่ ำ้ ขงั เเละ รอยละ32.4 น้ำทะเลจืดทำใหป ลาเกยตืน้ มาตาย
4. คณุ คดิ วา การเเกปญหาน้ำทวมมีอะไรบา ง สว นใหญรอ ยละ42.4 คือใหม ีการกอสรางแนวคนั
ดนิ กั้นน้ำที่มีความสงู เหนือระดับน้ำหลากสูงสุดตามแนวเขตพื้นที่ควบคมุ ที่ประกาศเพ่อื
ปอ งกันนำ้ มใิ หนำ้ หลากทว มพน้ื ทภี่ ายนอก รองลงมา รอ ยละ 32.8 การถมทส่ี รา งบาน
จดั สรรหรือขยายเมืองไปในทศิ ทางที่เปนทตี่ ำ่ หรอื ที่ลุม เเละรอ ยละ 23.6 การยกระดบั ของ
ถนนบางสายใหสงู กวา ระดับนำ้ หลากสงู สุด
5. ความคิดเห็นตอ ปญหานำ้ ทว มของนักเรยี นระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบ
วิทยาลัย ระดบั มาก คอื คณุ มวี ธิ ปี องกนั นา้ํ ทวมมากนอ ยเพยี งใด ( =4.40), คุณสามารถ
รับมอื กับปญ หานำ้ ทว มไดม ากนอ ยเพียงใด ( =4.08), คณุ คดิ วา รัฐบาลควรเเกไขปญ หานํ้า
ทวมมากนอ ยเพยี งใด,คุณคิดวา รฐั บาลควรเเกไ ขปญ หาน้ําทวมมากนอ ยเพียงใด( =4.00)
และคุณไดร บั ผลกระทบจากน้ำทว มมากนอ ยเพียงใด ( =3.84)
6. จากสมมติฐานทว่ี า นกั เรยี นระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกุหลาบวทิ ยาลัยมวี ิธี
การเเกป ญหานา้ํ ทวมโดยใหมีการกอ สรา งแนวคนั ดนิ กนั้ นำ้ ท่ีมคี วามสูงเหนอื ระดับน้ำหลาก
สูงสุดตามแนวเขตพนื้ ทีค่ วบคุมทปี่ ระกาศเพ่อื ปอ งกันน้ำมใิ หนำ้ หลากทวมพืน้ ท่ภี ายนอก
เปน ไปตามสมมติฐานทต่ี ัง้ ไว ตามผลสรปุ ขอมูลดงั นี้ คุณคดิ วา การเเกปญ หาน้ำทวมมอี ะไร
บาง สวนใหญร อ ยละ42.4 คือใหมกี ารกอสรางแนวคันดนิ กนั้ นำ้ ทม่ี ีความสูงเหนอื ระดบั น้ำ
หลากสงู สุดตามแนวเขตพน้ื ท่คี วบคุมที่ประกาศเพอื่ ปอ งกนั น้ำมิใหนำ้ หลากทวมพน้ื ที่
ภายนอก รองลงมา รอ ยละ 32.8 การถมท่สี รา งบานจัดสรรหรือขยายเมอื งไปในทิศทางท่ี
เปน ทตี่ ำ่ หรือท่ีลมุ เเละรอ ยละ 23.6 การยกระดบั ของถนนบางสายใหส ูงกวา ระดับน้ำหลาก
สูงสดุ
ประกาศุณปู การ
รายงานการศึกษาคนควาฉบับนีส้ ำเร็จอยา งสมบูรณไดดวยความชวยเหลอื อยา งดีย่งิ จาก
ครูสวุ ทิ ย งามผักแวน ทไี่ ดกรุณาใหคำแนะนำปรกึ ษา ขอมูลตางๆและขอกราบขอบพระคณุ เปน อยางสงู ไว
ณ โอกาสน้ี
ขอขอบคณุ ผอู ำนวยการโรงเรียนจิณณภทั ร วทิ ติ ธำรง ผอู ำนวยการโรงเรียนสวนกหุ ลาบวิทยาลยั
ทีใ่ หค วามอนเุ คราะห ความอำนวยความสะดวกและใหความรวมมือเปนอยา งดีในการทดลองและเก็บ
รวบรวมขอ มลู
คณุ คาและประโยชนอันพงึ จากการศึกษาวิจยั ครั้งนี้ ผูวจิ ัยขอนอมบชู าพระคณุ บดิ า มารดาและ
บูรพาจารยทุกคร้งั ทีไ่ ดอ บรมส่งั สอนวิชาความรูแ ละใหความเมตตาแกผวู ิจัยมาโดยตลาดเปนกำลงั ใจสำคญั
ท่ีทำใหการวิจันฉบบั น้สี ำเรจ็ ลลุ วงไดด วยดี
คณะผูศกึ ษาคนควา
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 107
สารบัญ หนา
ก
หนา อนมุ ตั ิ ข
บทคัดยอ ค
ประกาศคุณูปการ ง
สารบัญ จ
สารบัญรูปภาพ ฉ
สารบัญตาราง 1
บทท่ี 1 บทนำ 1
2
ความเปน มาและความสำคญั ของปญ หา 2
วตั ถปุ ระสงคข องการศกึ ษาคนควา 2
ขอบเขตการศึกษาคนควา 2
นยิ ามศัพทเ ฉพาะ 2
สมมตฐิ านการศกึ ษาคน ควา 9
ประโยชนท ่ีคาดวา จะไดร ับ 3
บทท่ี 2 เอกสารและวรรณกรรมทเี่ กยี่ วขอ ง 4
1. สาเหตขุ องน้ำทว ม 4
2.ผลกระทบของน้ำทว ม 5
3.การแกไขปญหาน้ำทวม 6
4.วิธปี องกันนำ้ ทว ม 7
5.ประเภทนำ้ ทว ม 7
บทท่ี 3 วิธีดำเนินการวิจัย 7
การกำหนดประชากรและการสุมกลุมตวั อยาง 8
การสรางเคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการศกึ ษาคนควา 8
การเก็บรวบรวมขอมลู 9
การจดั กระทำและการวเิ คราะหขอ มูล 10
สถิตท่ใี ชในวเิ คราะหขอ มลู 10
บทที่ 4 ผลการศึกษาคนควา 13
ผลการวิเคราะหขอ มูล ตอนที่ 1 ขอมูลท่วั ไปของผตู อบแบบสอบถาม 13
ผลการวิเคราะหขอมูล ตอนท่ี 2 จัดลำดบั สาเหตุของการเกิดน้ําทว มมีอะไรบา ง
ผลการวเิ คราะหข อ มลู ตอนที่ 3 จดั ลำดบั ผลกระทบของน้ำทวมมีอะไรบาง
สารบัญ หนา
15
บทท่ี 5 สรุปผลการศกึ ษาคน ควา และขอ เสนอแนะ 15
วตั ถุประสงคข องการศึกษาคนควา 15
วิธกี ารดำเนินการศกึ ษาคนควา 15
สรปุ ผลการศึกษาคนควา 16
อภิปรายผล 16
ขอเสนอแนะ 17
18
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
สารบญั ตาราง หนา
10
ตารางที่ 11
ตาราง 1 คุณอยรู ะดบั ชน้ั ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 1 หอ งใด 12
ตาราง 2 คุณคดิ วา อะไรเปน สาเหตขุ องการเกิดนา้ํ ทว มมอี ะไรบาง 12
ตาราง 3 คณุ คดิ วาผลกระทบของน้ำทว มมอี ะไรบา ง 12
ตาราง 4 คณุ คดิ วาการเเกป ญหาน้ำทวมมีอะไรบา ง
ตาราง 5 คุณรูจกั นำ้ ทวมประเภทใดบา ง 13
ตาราง 6 ลำดบั วธิ ปี อ งกนั นํ้าทวมของนกั เรียนของนกั เรยี นระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1
โรงเรียนสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัย 14
ตาราง 7 ความคิดเห็นตอปญหานำ้ ทวมของนักเรียนระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 1
โรงเรียนสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัย
1
บทที่ 1
บทนำ
ความเปนมาและความสำคญั ของปญหา
สถานการณภัยพบิ ตั ิธรรมชาตในิ ปจ จบุ ัน นบั วันจะยงิ่ มีความรุนแรงมากขึน้ และเปนภยั รา ยแรงตอ
ทุกประทว่ั โลก ประเทศไทยเปน อีกหนึง่ ประเทศ ท้งั ตอ งประสบกบั ภัยพบิ ตั ธิรรมชาตเิ ร่ือยมาโดยเฉพาะภยั
พิบัติธรรมชาติน้าํ ทวมหรอื ทเ่ี รยี กวา “อทุ กภัย” ซ่งึ ในอดตี พบวา ประเทศไทยประสบกบั อุทกภยั มาหลาย
ครงั้ การเกดิ อุทกภยั แตละครง้ั ลวนแตสรา งความสูญเสยี ตอ ชวี ติ และทรพั ยสนิ อยา งมหาศาล ดัง่ กรณีเม่อื ป
พ.ศ. 2554 ประเทศไทยตองประสบกบั อุทกภัยครง้ั รา ยแรงหรือที่เรยี กกนั วา “มหาอทุ กภยั ” ภยั พิบตั ิครง้ั
นนั้ ไดสร างความเสียหายแกประเทศอยางรนุ แรง ประชาชนทวั่ ภมู ภิ าคของประเทศโดยเฉพื้นทภ่ี าคเหนือ
และภาคกลางนับแสนครวั เรอื นและนบั ลา นคนไดรบั ความเสยี หายตอ ชวี ติ รางกาย และทรพั ยสนิ ธุรกิจ
ภายในประเทศท้งั ภาคอตุ สาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคบริการไดรบั ความเสียหายอยา งหนักความ
เสียหายทเ่ี กดิ จากอุทกภัยถือเปน ภัยคุกคามตอ ความมั่นคงของประเทศ ท้งั ในแงค วามมัน่ คงภายใน
และในแงข องความม่นั คงในชวี ิตและทรัพยสนิ ของประชาชน ดังน้นั เมอ่ื เกิดอุทกภยั ข้นึ รฐั ซึ่งมหี นา ที่รักษา
ความสงบเรียบรอยและรักษาความปลอดภยั ตอ ชวี ิตและทรพั ยสินของประชาชนจึงตองเขา มาดาํ เนนิ การ
แกไ ขเหตกุ ารณรายแรงดังกลาวใหกลบั เขา สูสภาวะปกติ
ดังนนั้ ผวู ิจยั จงั มีความสนใจทีจ่ ะศึกษาวา ภยั ธรรมชาติ ท่ีเกดิ จากอทุ กภยั รฐั มีหนา ทีใ่ นการจัดการ
ภัยพบิ ัติ โดยผวู ิจยั จะศกึ ษาประเด็นเกี่ยวกบั การจัดการภัยพบิ ตั อิ ทุ กภัยอยางมเี อกภาพไดอยางไร ประเด็น
เกี่ยวกบั ความรับผดิ ของรฐั ตอ ความเสยี หายท่ีเกิดจากภยั พบิ ตั อิ ทุ กัย เพอ่ื ใหการพิจารณาความรับผิดชอบ
ของรัฐและการชดเชยคาเสียหาย มีแนวทางที่ชดั เจนท้ังน้ีเพอื่ นาํ ผลการศกึ ษาที่ไดเ ปน ขอเสนอแนะและเปน
แนวทางแกไ ขปญหาทางกฎหมายเกี่ยวการจัดการภัยพบิ ัตอิ ุทกภยั และความรับผดิ ชอบของรัฐตอ ความเสยี
หายที่เกดิ จากภยั พิบัตอิ ทุ กภยั ตอไป
วัตถุประสงคข องการวิจยั
ในการศกึ ษาคนควา ครั้งนี้ไดต้ังวตั ถุประสงคข องการวจิ ัยไวด ังนี้
1. เพื่อศกึ ษาสาเหตขุ องนำ้ ทว ม
2. เพือ่ ศกึ ษาผลกระทบของนำ้ ทวม
3. เพื่อศกึ ษาการแกไขปญหานำ้ ทว ม
4. เพอ่ื ศกึ ษวิธีปองกันน้ำทว ม
5. เพอ่ื ศกึ ษาประเภทนำ้ ทวม
6. เพ่ือศกึ ษาปจจยั สาเหตปุ ญ หานำ้ ทว มของนกั เรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 โรงเรียนสวน
กหุ ลาบวิทยาลยั
2
ขอบเขตการศึกษาคน ควา
ประชากรที่ใชในการศกึ ษาคน ควา
นกั เรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกุหลาบวทิ ยาลัย จำนวน 511 คน
กลุม ตวั อยา งทใี่ ชใ นการศึกษาคนควา
นกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลยั จำนวน 130 คน
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ
1. ปจจัยสาเหตุ หมายถงึ เหตุอันเปน ทางใหเกิดผล, หนทาง
2. นำ้ ทว ม หมายถงึ เปน ภยั ตามธรรมชาตอิ ยา งหน่งึ เกดิ จากฝนตกในปรมิ าณมากและไหล
ระบายไมท ัน
สมมตฐิ านของการศกึ ษาคน ควา
นกั เรียนระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลยั คิดวาปจ จยั สาเหตขุ องปญหา
นำ้ ทวมเกิดจากฝนตกหนกั มากท่สี ดุ
ประโยชนที่คาดวา จะไดรับ
1. ไดท ราบถงึ สาเหตขุ องนำ้ ทว ม
2. ไดท ราบถงึ ผลกระทบของนำ้ ทว ม
3. ไดท ราบถงึ การแกไ ขปญหาน้ำทว ม
4. ไดทราบถึงวธิ ีปอ งกันนำ้ ทวม
5. ไดท ราบถงึ ประเภทน้ำทวม
6. ไดท ราบถึงผลการประเมนิ ความคิดเห็นตอ ปจจยั สาเหตุปญ หาน้ำทวมของนักเรียนระดบั ชั้น
มัธยมศึกษาปท ี่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลยั
3
บทท่ี 2
เอกสารและวรรณกรรมท่ีเก่ียวขอ ง
ในการศกึ ษาคนควา ครง้ั น้ี ผูศกึ ษาคนควา ไดศกึ ษาเอกสารและวรรณกรรมเกยี่ วของ ไดนำเสนอ
ตามหัวขอตอไปน้ี
1. สาเหตขุ องน้ำทว ม
2. ผลกระทบของนำ้ ทว ม
3. การแกไขปญหาน้ำทวม
4. วิธปี องกันนำ้ ทวม
5. ประเภทนำ้ ทวม
1. สาเหตุของนำ้ ทวม
สาเหตสุ ำคัญทีท่ ำใหเกดิ น้ำทว ม สวนใหญขนึ้ อยูก ับสภาพทอ งทแี่ ละ ความวิปรติ ผนั แปรของ
ธรรมชาติ แตใ นบางทองท่ี การกระทำของมนุษยก็มี สวนสำคญั ในการทำใหภ าวะการเกิดอทุ กภยั น้ันมี
ความรุนแรงเพม่ิ มากขึน้ ดวย ดังตอไปนี้
1. น้ำทว มเน่ืองจากฝนตกหนัก
2. ลกั ษณะและสวนประกอบของพืน้ ทีล่ มุ นำ้
2.1 รปู รางของพนื้ ที่ลมุ น้ำ
2.2 สภาพภมู ปิ ระเทศของพ้นื ที่ลุมน้ำ
2.3 ชนดิ ของดนิ สภาพพืชท่ขี น้ึ ปกคลุมพ้ืนที่และความเส่อื มโทรมของพน้ื ทลี่ ุมน้ำ
3. น้ำทะเลหนนุ
4. การเปลยี่ นแปลงเก่ยี วกับสภาวะแวดลอม
4.1 การขยายตัวของเขตชมุ ชนและการทำลายระบบระบายนำ้ ทมี่ อี ยูตามธรรมชาติ
4.2 แผนดินทรดุ (กลุมนกั ศกึ ษาสาขาการพัฒนาสงเสรมิ และนิเทศศาสตรเกษตร 2ป สมทบ
มหาวทิ ยาลยั แมโจเ ชียงใหม. 2560 : ออนไลน)
https://sites.google.com/site/adecmju2s604/hna-raek-1
2. ผลกระทบของนำ้ ทว ม
ผลกระทบจากน้ำทวมป2 554มีผลกระทบมากมายในประเทศซ่งึ ทำใหห นว ยงานตางๆเรง แกไข
ปญ หาน้ำทวมผลกระทบเหตกุ ารณน ้ำทวมป2554ไดแก
1.ปญ หานำ้ เนา เหม็นในพนื้ ที่ๆน้ำขงั
2.ปญ หานำ้ ทะเลจืดทำใหปลาเกยต้นื มาตาย
3.ปญหาขยะซงึ่ ทำใหห ลงั นำ้ ลดลงมขี ยะทต่ี อ งทิ้งจำนวนมาก
4.ปญ หาผูคนตกงานเนือ่ งจากโรงงานบางแหง น้ำทวมขังทำใหท ำงานไมได
4
5.ปญ หาเศรษฐกิจย่ำแยเนือ่ งจากสนิ คาบางอยางไมสามารถผลติ ออกมาไดทำใหเ สยี ดุลการคา
เปนตน (ณัฐวฏั แสนโกวนิ กุล. ม.ป.ป. : ออนไลน)
https://sites.google.com/site/phaynathwmprathesthi/home/phlk-ra-thb-na-thwm
3. การแกไขปญ หานำ้ ทวม
หากลองวเิ คราะหป ญหาทีท่ ำใหเ กดิ นำ้ ทว มในบานเราทกี่ ำลังประสพกนั อยูก็จะพบวานา จะมา
จากสาเหตุตางๆดงั นี้ คือ
1.1 ปริมาณฝนที่ตกหนกั ถงึ หนักมากตดิ ตอ กันในชว งฤดูฝน
1.2 การขยายตัวอยา งขาดการวางแผนของชมุ ชนเมอื งตา งๆท้ังในสว นกลางและสว นภูมิภาค
1.3 การถมทส่ี รางบานจัดสรรหรอื ขยายเมอื งไปในทิศทางที่เปน ที่ต่ำหรือทลี่ มุ
1.4 ขาดการวางแผนและการใชม าตรการในการปองปรามทางดา นกฎหมาย
แนวทางการแกไ ขปญ หาแบบยั่งยนื
2.1 การแกป ญ หาท่สี ะสมมาต้งั แตอดีตและดำรงอยูใ นปจ จบุ นั ไมว าจะเปน การสรางบา นเรือน
การขยายตัวของชมุ ชนทีอ่ ยรู มิ แมน ำ้ สายสำคัญๆท่ีในระยะหลังไมไดป ลูกบานมใี ตถ นุ สงู เลยระดบั น้ำหลาก
แตไปนิยมชมชอบรูปแบบบา นแบบยุโรปหรอื ตะวันตกโดยมิไดตระหนกั ถงึ ปญ หาทจ่ี ะตามมาเม่ือมกี าร
หลากลน ตลงิ่ หรือการถมที่สรา งบานจดั สรรหรือขยายเมอื งไปในทศิ ทางทเี่ ปนท่ตี ่ำหรอื ที่ลมุ ซง่ึ เปน จดุ
ออนทจ่ี ะถูกน้ำทวมไดง ายเมือ่ เกดิ ฝนตกเน่อื งจากประสทิ ธิภาพการระบายนำ้ ไมดพี อจะตอ งใชม าตรการ
ตา งๆ ไดแก
2.2 การปองกันปญ หาท่ีเกดิ จากปจ จัยภายนอกคือน้ำท่ีจะหลากเขาทว มโดยใชม าตรการปดลอม
พ้ืนทห่ี รอื ชมุ ชนท่ไี มตองการใหถูกนำ้ ทว มโดยการกอ สรางระบบปอ งกันน้ำทว มโดยรอบ ไดแก การกอสราง
คนั กน้ั นำ้ ตามแนวลำนำ้ หรือใกลเ คียง การยกระดับของถนนบางสายใหสูงกวา ระดบั น้ำหลากสงู สุด รวมถงึ
การกอสรางประตูนำ้ ตามคู คลองตา งๆ เปนตน เพ่อื ปดกัน้ ไมใหน ำ้ จากภายนอกเขามาในพน้ื ท่ีปอ งกนั ได
2.3 การแกไขปญ หาท่ีเกดิ จากปจจยั ภายในคือฝนท่ีตกหนกั ลงในพ้นื ท่โี ดยตรงโดยการแกไ ข
ปรับปรุงระบบระบายน้ำใหมีประสิทธภิ าพสามารถรองรบั อตั ราการไหลไดอ ยา งเหมาะสม และจัดหาพืน้ ท่ี
บาง สว นสำหรับทำเปน แกมลิงหรอื บงึ พกั นำ้ ฝนชัว่ คราว พรอ มตดิ ตง้ั สถานีสบู น้ำเพอื่ สบู นำ้ ระบายออก
จากพ้นื ที่กรณที ีน่ ำ้ ภายนอกสงู กวา ระดับน้ำภายในพนื้ ท่ีปองกนั
2.4 ใหมีการออกแบบและกอ สรา งคลองระบายนำ้ หรอื คลองผันน้ำสายใหมเ พอ่ื ผันนำ้ จากลำนำ้
เดิมทเี่ คยไหลผา นพ้ืนที่โดยตรงออกไปทิ้งยงั จดุ ทต่ี อ งการ เพอื่ มิใหเกิดการไหลบา เขาทวมพ้นื ทป่ี อ งกนั
2.5 ใหมีการเรงออกประกาศและบังคบั ใชกฎหมายผังเมืองอยางเครงครดั การปองกันปญ หาใหม
ท่จี ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต เปนการหามาตรการเพ่อื เตรยี มการปอ งกนั ปญหาดงั นี้
-พนื้ ทท่ี ีอ่ ยูริมแมนำ้
1. ใหมีการยกรางกฎหมายโดยอาจออกประกาศเปนพระราชกฤษฎกี าเพือ่ กันเขตแมนำ้ สาย
สำคญั ๆซงึ่ ในประเทศไทยมีอยู 25 ลมุ น้ำเหมอื นการเวณคนื ทเี่ พ่อื สรางถนน โดยเฉพาะบริเวณท่ีราบลมุ
สองฝงแมน ำ้ หรือยานชุมชนทค่ี าดวา จะมีการขยายตัวในอนาคตและมโี อกาสเกิดการหลากลนตล่งิ เขาไป
5
ทว มได สว นความกวางวดั จากแมนำ้ ออกไปสุดแนวเขตเปน ระยะเทาใดขึน้ อยกู ับความเหมาะสมของแตละ
พน้ื ที่ไป โดยกำหนดใหพ น้ื ท่ีดงั กลาวเปนเขตท่ียอมใหน ้ำหลากทวมได(Flood plain)หรอื จะเรียกวา พ้นื ท่ี
ควบคุมนำ้ ทวม
2. ใหม กี ารกอสรางแนวคนั ดินกัน้ น้ำท่มี คี วามสงู เหนอื ระดบั น้ำหลากสงู สุดตามแนวเขตพื้นที่
ควบคุมท่ปี ระกาศเพื่อปองกนั นำ้ มิใหน ้ำหลากทวมพ้ืนทภ่ี ายนอก
3. ใหม กี ารบังคับใชก ฎหมายควบคมุ ส่งิ ปลกู สรางทจี่ ะเกดิ ขึ้นใหมในพ้ืนที่ควบคุม เปน ตน วา หาก
ใครจะปลกู สรางอาคารบานเรือนหรือท่อี ยอู าศยั จะตอ งปลูกแบบยกพืน้ มใี ตถนุ สูงพน ระดับน้ำหลากสูงสุดที่
เคยเกดิ ข้ึนในอดตี หา มถมดินเพื่อกอสรา งโดยเดด็ ขาด เพอ่ื มใิ หมกี ารเปลี่ยนแปลงสภาพแวด ลอ มและเพ่อื
ใหท ุกคนรสู ภาพปญหาของตัวเองและพรอมท่จี ะยอมรับกับปญ หาทีจ่ ะเกิดขึน้ ในอนาคต พรอมกนั น้ันก็จะ
ไดเ ตรยี มหาทางพง่ึ พาตนเองซ่ึงจะชว ยลดภาระคา ใชจายเพือ่ ชวยเหลอื เมอื่ เกิดปญหาแตล ะครัง้ ลงไดมาก
4. รณรงคใ หม ีการบงั คับใชกฎหมายอยา งเขมงวดกวดขันเพอื่ ใหมาตรการสมั ฤทธผ ลแบบย่ังยืน
แทนการไลตามแกป ญ หาดนิ พอกหางหมูแบบไมรูจบ
-การถมท่ตี ำ่ หรือที่ลมุ ทเ่ี ปนจุดออนตอ การถูกน้ำทวม
1. นำมาตรการทางดา นกฎหมายผงั เมืองมาบังคับใชอยา งเปน รปู ธรรม โดยกำหนดใหพ ื้นท่ีทมี่ ี
ลักษณะดงั กลา วเปน พืน้ ที่เพ่ือการเกษตรกรรม เปน ตน
2. หามมใิ หม ีการปรบั ปรุงหรือเปลยี่ นแปลงสภาพพื้นทใ่ี หแตกตางไปจากสภาพเดิมโดยการถมที่
การปลูกสรา งบานเรอื นใหปลกู สรา งตามลกั ษณะทางกายภาพของพืน้ ที่เปนหลัก เชน ปลูกแบบมใี ตถ ุนสูง
เปน ตน (ณัฐวฏั แสนโกวินกุล. ม.ป.ป. : ออนไลน)
4. วธิ ปี อ งกนั น้ำทวม
เตรยี มตวั ใหพรอมกอนน้ำทว ม
1. ตรวจสอบขอ มูลเรอ่ื งนำ้ ทว มทเ่ี คยเกิดในละแวกบานหรอื พน้ื ที่ใกลเ คยี ง เพ่อื คาดการณแ ละ
เตรยี มตัวไดถูก
2. วางแผนและตรวจสอบสถานท่ีและเสนทางสำหรับการอพยพ
3. เตรยี มอุปกรณส่ือสาร สำรองแบตเตอรีโ่ ทรศพั ท ไฟฉายพรอ มถาน
4. เตรยี มวัสดุอดุ ปด ปองกันบา นเรอื น เชน กระสอบทราย แผนพลาสตกิ ไมแผน ตะปู กาวซลิ ิ
โคน
5. นำยานพาหนะไปเก็บไวใ นพื้นท่ีทีน่ ้ำไมทวม
6. ยา ยสง่ิ ของขึ้นท่ีสงู สว นของใชขนาดใหญ หาอฐิ หรือไมห นุนใหสูงขนึ้ จากพืน้
7. บันทึกหมายเลขโทรศัพทสำหรบั เหตฉุ กุ เฉิน
8. เตรยี มถงุ ยงั ชพี บรรจุของใชทีจ่ ำเปน พรอ มเสบียงอาหาร และยาประจำตวั อยา งนอย 3 วนั ใน
กรณที ตี่ อ งอพยพออกจากพ้ืนท่ี
9. เก็บของมีคาไวใ นท่ปี ลอดภยั และบนั ทกึ รายการทรพั ยส นิ หรอื ถา ยรูปไวเ ปน หลกั ฐาน
6
10. ใหค ำแนะนำการปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ งแกบุตรหลาน เชน ไมส ัมผสั เคร่อื งใชไฟฟา แจงสถานท่ที ่นี ดั
พบเม่อื เกิดการพลดั หลง (ณัฐวฏั แสนโกวินกลุ . ม.ป.ป. : ออนไลน)
5. ประเภทน้ำทว ม
1.1 อทุ กภยั จากนำ้ ปา ไหลหลากและน้ำทว มฉับพลัน เกิดจากฝนตกหนกั ตดิ ตอ กันหลายชั่วโมง
ดินดูดซบั ไมทัน น้ำฝนไหลลงพ้ืนราบอยางรวดเรว็ ความแรงของน้ำทำลายตน ไม อาคาร ถนน สะพาน
ชีวติ ทรัพยส นิ
1.2 อุทกภัยจากนำ้ ทวมขงั และนำ้ ออ นลง เกดิ จากนำ้ ในแมน ำ้ ลำธารลน ตลิง่ มรี ะดับสงู จากปกติ
ทวมและแชข ัง ทำใหก ารคมนาคมชะงัก เกดิ โรคระบาด ทำลายสาธารณปู โภค และพืชผลการเกษตร
ชนดิ ของอุทกภัย
1.นำ้ ปาหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภเู ขา ตนนำ้ ลำธารและไหลบาลงทร่ี าบอยางรวดเรว็ เพราะ
ไมม ีตน ไม ชวยดดู ซับ ชะลอกระแสน้ำ ความเรว็ ของน้ำ ของทอนซุง และตน ไม ซีง่ พดั มาตามกระแสน้ำจะ
ทำลายตนไม อาคาร ถนน สะพาน และชวี ิตมนษุ ยแ ละสตั วจนไดร ับความเสยี หาย.
2.น้ำทวมขงั น้ำเออนอง เกิดจากนำ้ ลน ตลง่ิ มีระดับสงู จากปกติทวมแชขัง ทำใหการคมนาคม
หยดุ ชะงกั เกิดโรคระบาดได ทำลายพชื ผลเกษตรกร
3.คลืน่ ซดั ฝง เกิดจากพายลุ มแรงซดั ฝง ทำใหนำ้ ทว มบรเิ วณชายฝง ทะเล บางครั้งมีคล่ืนสงู ถึง 10
เมตร ซัดเขาฝง ทำลายทรพั ยส ินและชวี ิตได (ประเภทน้ำทว ม. ม.ป.ป. : ออนไลน)
https://www.sites.google.com/site/social058/xangxing
7
บทท่ี 3
วธิ ดี ำเนนิ การศกึ ษาคนควา
ในการศึกษาคนควาคร้ังน้ี ผูศึกษาคน ควา ไดด ำเนนิ การตามขัน้ ตอนดังน้ี
1. การกำหนดประชากรและการสมุ กลมุ ตวั อยาง
2. การสรา งเคร่ืองมือทใ่ี ชใ นการศกึ ษาคนควา
3. การเก็บรวบรวมขอ มลู
4. การจัดกระทำและการวิเคราะหข อมลู
5. สถิตทิ ีใ่ ชในการวเิ คราะหข อมลู
การกำหนดประชากรและการเลือกกลุมตัวอยา ง
ประชากร
ประชากรท่ใี ชในการศึกษาครั้งน้ี คอื นักเรยี นระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2
ปก ารศกึ ษา 2564 โรงเรยี นสวนกุหลาบวทิ ยาลัย จำนวน 511 คน
การเลือกกลมุ ตวั อยา ง
กลุมตวั อยางทใ่ี ชในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2
ปการศึกษา 2564 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลัย ไดจ ากการสุมแบบโควตา จากนกั เรยี น 13 หอ ง หองละ
10 คน จำนวน 130 คน
การสรางเคร่ืองมือท่ใี ชใ นการศกึ ษาคน ควา
1. ศกึ ษาเอกสารและวรรณกรรมท่เี ก่ียวขอ งกบั นำ้ ทวม
2. สรา งแบบสอบถาม ตามวัตถปุ ระสงคด งั น้ี
ตอนที่ 1 เปน ขอคำถามแบบนามบญั ญัตเิ กย่ี วกบั ขอ มูลสวนตัวของผูตอบแบบสอบถาม
จำนวน 5 ขอ
ตอนท่ี 2 เปน คำถามแบบจัดอนั ดบั วธิ ีปอ งกนั นาํ้ ทว ม จำนวน 3 อนั ดับ ซึ่งมีรายการใหจ ัด
อนั ดบั 3 รายการ
ตอนท่ี 3 เปน คำถามแบบมาตรประมาณคา ปญหาน้ำทวม จำนวน 5 ขอ มลี ักษณะเปน
แบบสอบถามแบบมาตรอันตรภาคช้ัน โดยสอบถามความคิดเหน็ ของกลุมตวั อยางเร่ืองปจ จัยสาเหตปุ ญหา
น้ำทว มของนักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ในโรงเรยี นสวนกุหลาบวทิ ยาลัย จำนวน 1 ฉบบั
3. นำไปใหค รูทป่ี รกึ ษา/ครผู สู อน ตรวจสอบความถูกตองและความครอบคลมุ ของขอ คำถาม
แกไขตามคำแนะนำ
4. ทดลองใช โดยใหเ พ่อื นลองทำ
8
การเก็บรวบรวมขอ มลู
เร่ิมเกบ็ ขอ มลู ตงั้ แตว นั ที่ 19 มกราคม 2564 โดยสมาชิกในกลมุ แบบเก็บขอมลู ดวยตนเองคนละ
6 หอ ง จำนวนทงั้ หมด 130 รายการ โดยการใชแบบสอบถามมออนไลน ตามลิงก https://forms.gle/
VfiLumobGKUipJio6 ไดแ บบสอบถามกลบั จำนวน …. รายการ แบบสอบถามไมส มบูรณ จำนวน ……..
รายการ
การจดั กระทำขอมูลและการวเิ คราะหข อ มูล
1. แบบสอบถามตอนที่ 1 ซง่ึ เปน แบบสอบถามแบบนามบัญญตั นิ ำมาแจกแจงความถ่ี และหาคา
รอยละ
2. แบบสอบถามตอนท่ี 2 เปน แบบสอบถามใหจ ดั อนั ดับ 3 ลำดับ กำหนดคา น้ำหนักคะแนนดังน้ี
อนั ดับที่ 1 คา นำ้ หนกั คะแนนคือ 3
อนั ดบั ท่ี 2 คา นำ้ หนักคะแนนคอื 2
อันดับท่ี 3 คา น้ำหนกั คะแนนคือ 1
หลังจากนั้นนำคา คะแนนรวมท่ีไดมาเรียงลำดับจากมากไปนอ ย เพ่ือเรยี งลำดบั
3. แบบสอบถามตอนที่ 3 เปนแบบประมาณคา 5 ระดับ สอบถามระดบั ความคดิ เห็นนำมาหาคา
เฉลย่ี ดังนี้
5 หมายถึง มากทีส่ ุด
4 หมายถงึ มาก
3 หมายถึง ปานกลาง
2 หมายถงึ นอ ย
1 หมายถงึ นอยที่สุด
การแปลผลคา เฉลยี่ ทีไ่ ด
ระดบั แปลผล
4.50 - 5.00 มากทีส่ ดุ
3.50 - 4.49 มาก
2.50 - 3.49 ปานกลาง
1.50 - 2.49 นอ ย
1.00 – 1.49 นอ ยท่สี ดุ
สถิติทใี่ ชใ นการวเิ คราะหขอ มลู
X = คา เฉล่ยี ของคะแนน
= ผลรวมของคะแนน
n = จำนวน
10
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะหข อ มูล
การนำเสนอขอ มูล
ตอนที่ 1 ขอมลู ทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม
1. คณุ อยูระดบั ช้นั ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 หองใด
2. คุณคดิ วา อะไรเปน สาเหตุของการเกิดน้าํ ทวมมอี ะไบา ง
3.คณุ คดิ วา ผลกระทบของน้ำทว มมีอะไรบาง
4.คณุ คดิ วา การเเกปญหานำ้ ทว มมีอะไรบา ง
5.คณุ รูจักนำ้ ทวมประเภทใดบา ง
ตอนที่ 2 จดั ลำดบั วธิ ปี อ งกนั นาํ้ ทวม
ตอนท่ี 3 ความคิดเห็นตอปญหาน้าํ ทว ม
ตอนที่ 1 ขอ มลู ทัว่ ไปของผูตอบแบบสอบถาม
ตาราง 1 คณุ อยรู ะดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 1 หอ งใด
รายการ จำนวน/คน รอ ยละ
5.4
101 2 2.7
2.7
102 1 5.4
2.7
103 1 5.4
27.02
104 2 2.7
2.7
105 1 5.4
106 2 18.9
107 10 10.8
108 1 8.1
109 1 100
110 2
111 7
112 4
113 3
รวม 37
จากตาราง 1 แสดงวา คณุ อยูระดบั ช้ันระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 หอ งใด สว นใหญ รอยละ
27.02 เปนหอง 107 รองลงมา รอยละ 18.9 เปนหอ ง 111 รอ ยละ 10.8 เปนหอ ง 112 รอ ยละ 8.1 เปน
11
หอ ง 113 รอ ยละ 5.4 เปน หอง 101, 104, 106, 110 และรอ ยละ 2.7 เปน หอ ง 102, 103, 105, 108,
109
ตาราง 2 คุณคิดวาอะไรเปน สาเหตุของการเกิดน้ําทว มมอี ะไรบาง
รายการ จำนวน/คน รอยละ
ฝนตกหนกั 26 21.1
นา้ํ ทะเลหนนุ สูง 25 20.3
สภาพภูมิประเทศของพ้นื ที่ลมุ 22 17.8
เเมนํ้า
การเปลยี่ นแปลงเก่ียวกับสภาวะ 25 20.3
แวดลอม
การขยายตัวของเขตชมุ ชนและ 25 20.3
การทำลายระบบระบายน้ำทม่ี ี
อยูตามธรรมชาติ
รวม 123 100
จากตาราง 2 แสดงวา คุณคิดวา อะไรเปนสาเหตุของการเกิดนํา้ ทวมมอี ะไรบา ง สว นใหญ 21.1
คอื ฝนตกหนัก รองลงมา รอยละ 20.3 คอื นํา้ ทะเลหนนุ สูง, การเปลย่ี นแปลงเก่ียวกับสภาวะแวดลอม,
การขยายตัวของเขตชุมชนและการทำลายระบบระบายน้ำที่มอี ยูตามธรรมชาติ และรอยละ 17.8 คือ
สภาพภูมปิ ระเทศของพนื้ ที่ลมุ เเมน ํา้
ตาราง 3 คณุ คดิ วาผลกระทบของนำ้ ทวมมอี ะไรบา ง
รายการ จำนวน/คน รอ ยละ
นำ้ เนาเหมน็ ในพนื้ ทีน่ ้ำขัง 24 32.4
นำ้ ทะเลจืดทำใหปลาเกยตนื้ มา 24 32.4
ตาย
เศรษฐกิจย่ำแยเนอ่ื งจากสนิ คา 26 35.1
บางอยางไมสามารถผลิตออก
มาได
รวม 74 100
จากตาราง 3 เเสดงวา คุณคิดวาอะไรเปนผลกระทบของการเกิดน้ําทวม สว นใหญ รอ ยละ 35.1
คือ เศรษฐกจิ ยำ่ แยเนื่องจากสินคาบางอยา งไมส ามารถผลติ ออกมาได รองลงมา รอ ยละ 32.4 คอื นำ้ เนา
เหมน็ ในพืน้ ที่น้ำขังเเละ รอยละ32.4 น้ำทะเลจดื ทำใหป ลาเกยตื้นมาตาย
12
ตาราง 4 คุณคิดวา การเเกป ญ หาน้ำทว มมอี ะไรบา ง
รายการ จำนวน/คน รอยละ
การถมท่สี รา งบานจดั สรร 24 32.8
หรือขยายเมอื งไปในทศิ ทางที่
เปน ทีต่ ำ่ หรอื ทีล่ มุ
ใหม กี ารกอ สรางแนวคันดนิ กัน้ 31 42.4
น้ำทีม่ ีความสูงเหนือระดบั น้ำ
หลากสูงสุดตามแนวเขตพน้ื ท่ี
ควบคุมที่ประกาศเพอื่ ปอ งกนั
น้ำมใิ หนำ้ หลากทว มพ้นื ท่ี
ภายนอก
การยกระดบั ของถนนบางสาย 18 23.6
ใหสูงกวา ระดับน้ำหลากสูงสุด
รวม 73 100
จากตาราง 4 เเสดงวา คุณคดิ วา การเเกปญหาน้ำทว มมีอะไรบา ง สวนใหญรอยละ42.4 คอื ใหม ี
การกอ สรา งแนวคันดินกน้ั นำ้ ท่ีมคี วามสูงเหนอื ระดับนำ้ หลากสูงสุดตามแนวเขตพื้นที่ควบคุมที่ประกาศ
เพอื่ ปอ งกันน้ำมใิ หนำ้ หลากทว มพน้ื ทีภ่ ายนอก รองลงมา รอ ยละ 32.8 การถมทส่ี รา งบา นจดั สรรหรือ
ขยายเมืองไปในทศิ ทางทีเ่ ปน ทต่ี ่ำหรือท่ลี ุม เเละรอ ยละ 23.6 การยกระดบั ของถนนบางสายใหสงู กวา
ระดบั นำ้ หลากสงู สดุ
ตาราง 5 คุณรจู ักน้ำทว มประเภทใดบา ง
รายการ จำนวน/คน รอ ยละ
34.1
นํ้าปา หลาก 27
นำ้ ทวมขัง 28 35.4
คลนื่ ซัดฝง 24 30.3
รวม 79 100
จากตาราง 5 คณุ รูจกั น้ำทว มประเภทใดบา ง สวนใหญ รอยละ 35.4 คือ น้ำทวมขัง รองลงมา
รอ ยละ 34.4 คอื น้ำปา หลาก และ รอยละ 30.3 คอื คลื่นซัดฝง
13
ตอนที่ 2 จดั ลำดับวธิ ปี องกนั นำ้ ทวม
ตาราง 6 จดั ลำดับวธิ ีปองกนั นํ้าทว มของนักเรยี นของนักเรียนระดับช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 โรงเรียนสวน
กหุ ลาบวิทยาลยั
รายการ อนั ดบั ท่ี 1 อนั ดับท่ี 2 อันดับที่ 3 คานำ้ หนัก อนั ดบั
คะแนน
เตรียมอุปกรณ
สือ่ สาร สำรอง
แบตเตอรี่ (19) 57 (9) 18 (9) 9 84 1
โทรศพั ท
ไฟฉายพรอ ม
ถา น
บนั ทกึ
หมายเลข
โทรศัพท (8)24 (13)26 (16)16 66 2
สำหรบั เหตุ
ฉกุ เฉนิ
ยายสิ่งของขึ้น (8)24 (13)26 (16)16 66 3
ท่สี งู
จากตาราง 6 แสดงวา จัดลำดับวิธปี อ งกนั นา้ํ ทว มของนักเรียนของนักเรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศึกษา
ปท่ี 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวิทยาลยั อนั ดบั ท่ี 1 คือ เตรยี มอุปกรณส อ่ื สาร สำรอง(คาน้ำหนักคะเเนน=84)
อนั ดับ2คือ บนั ทึกหมายเลขโทรศัพทสำหรบั เหตุฉุกเฉินเเละยา ยส่งิ ของขึ้นทส่ี ูง,(คา น้ำหนักคะเเนน=66)
ตอนท่ี 3 ความคดิ เห็นตอ ปญหานำ้ ทว ม
ตาราง 7 ความคดิ เหน็ ตอ ปญ หานำ้ ทวมของนกั เรียนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 โรงเรียนสวนกุหลาบ
วทิ ยาลัย
รายการ คาเฉลย่ี ( ) แปลผล
1.คุณมวี ิธีปอ งกนั นาํ้ ทว มมากนอยเพียงใด 4.40 มาก
2.คุณคดิ วา รัฐบาลควรเเกไขปญหาน้าํ ทวมมากนอ ยเพียงใด 4.00 มาก
3.คุณไดร ับผลกระทบจากน้ำทวมมากนอ ยเพียงใด 3.84 ปานกลาง
4.คณุ คิดวา ปญ หานำ้ ทว มควรไดร ับความสำคญั มากนอยเพียงใด 4.00 มาก
5.คณุ สามารถรบั มอื กับปญหาน้ำทว มไดม ากนอ ยเพียงใด 4.08 มาก
14
จากตาราง 7 แสดงวา ความคดิ เหน็ ตอ ปญ หานำ้ ทวมของนักเรยี นระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระดบั มาก คอื คุณมีวธิ ีปองกันน้าํ ทว มมากนอยเพียงใด ( =4.40), คุณ
สามารถรบั มอื กับปญหาน้ำทวมไดม ากนอยเพยี งใด ( =4.08), คณุ คิดวารฐั บาลควรเเกไขปญหาน้าํ ทวม
มากนอยเพยี งใด,คณุ คดิ วา รัฐบาลควรเเกไ ขปญหานา้ํ ทว มมากนอ ยเพียงใด( =4.00)และคุณไดรับผลกระ
ทบจากนำ้ ทวมมากนอ ยเพียงใด ( =3.84)
15
บทที่ 5
สรุปผลการศกึ ษาคน ควาและขอเสนอแนะ
การศกึ ษาคนควา ครง้ั นเ้ี กี่ยวกบั การศกึ ษานํา้ ทว มของนักเรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1
โรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลยั สรปุ ผลตามลำดบั ดังน้ี
วตั ถุประสงคข องการศึกษาคนควา
1. เพอื่ ศึกษาสาเหตขุ องน้ำทว ม
2. เพอ่ื ศึกษาผลกระทบของนำ้ ทว ม
3. เพอ่ื ศึกษาการแกไขปญหานำ้ ทว ม
4. เพอ่ื ศึกษาวิธปี อ งกนั น้ำทว ม
5. เพ่ือศกึ ษาประเภทนำ้ ทวม
6. เพื่อศกึ ษาปจจยั สาเหตปุ ญหาน้ำทวมของนักเรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 โรงเรยี นสวน
กุหลาบวิทยาลัย
สมมตุ ฐิ านในการศึกษาคน ควา
นักเรียนระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัยมวี ิธีการเเกป ญหานํ้าทว มโดย
ใหมกี ารกอสรา งแนวคนั ดินก้ันนำ้ ที่มคี วามสูงเหนอื ระดบั นำ้ หลากสงู สดุ ตามแนวเขตพนื้ ทีค่ วบคมุ ที่
ประกาศเพ่อื ปอ งกันน้ำมใิ หน ำ้ หลากทวมพนื้ ทภ่ี ายนอก
วธิ ีดำเนนิ การวิจัย
1. การกำหนดประชากรและการสุมกลุมตัวอยาง
2. การสรางเคร่อื งมือทีใ่ ชในการศึกษาคนควา
3. การเก็บรวบรวมขอมูล
4. การจดั กระทำและการวิเคราะหขอมูล
5. สถติ ทิ ใี่ ชใ นการวเิ คราะหขอมลู
สรปุ ผลการศึกษาคนควา
คุณอยรู ะดบั ชน้ั ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 หอ งใด สว นใหญ รอ ยละ 27.02 เปน หอ ง 107 รอง
ลงมา รอ ยละ 18.9 เปนหอง 111 รอ ยละ 10.8 เปน หอง 112 รอ ยละ 8.1 เปน หอ ง 113 รอยละ 5.4 เปน
หอง 101, 104, 106, 110 และรอยละ 2.7 เปนหอ ง 102, 103, 105, 108, 109
คุณคิดวาอะไรเปน สาเหตขุ องการเกิดนํา้ ทว มมอี ะไรบา ง สว นใหญ 21.1 คือ ฝนตกหนัก รอง
ลงมา รอ ยละ 20.3 คอื นาํ้ ทะเลหนนุ สูง, การเปลย่ี นแปลงเกี่ยวกบั สภาวะแวดลอ ม, การขยายตัวของเขต
16
ชมุ ชนและการทำลายระบบระบายนำ้ ที่มีอยูตามธรรมชาติ และรอ ยละ 17.8 คอื สภาพภูมปิ ระเทศของพื้น
ทล่ี ุมเเมน ้าํ
คุณคดิ วา อะไรเปน ผลกระทบของการเกดิ นาํ้ ทวม สวนใหญ รอยละ 35.1 คอื เศรษฐกจิ ยำ่ แย
เนื่องจากสินคาบางอยางไมส ามารถผลิตออกมาได รองลงมา รอยละ 32.4 คือ น้ำเนา เหมน็ ในพืน้ ท่ีน้ำขัง
เเละ รอ ยละ32.4 น้ำทะเลจดื ทำใหป ลาเกยต้ืนมาตาย
คุณคิดวาการเเกป ญ หาน้ำทว มมีอะไรบาง สว นใหญร อ ยละ42.4 คือใหม กี ารกอ สรางแนวคันดิน
กน้ั น้ำท่ีมีความสูงเหนอื ระดับน้ำหลากสงู สุดตามแนวเขตพืน้ ท่คี วบคุมท่ีประกาศเพ่ือปอ งกนั นำ้ มใิ หน้ำ
หลากทวมพ้ืนทีภ่ ายนอก รองลงมา รอ ยละ 32.8 การถมทีส่ รา งบา นจัดสรรหรอื ขยายเมืองไปในทิศทางท่ี
เปน ท่ีตำ่ หรอื ทลี่ มุ เเละรอยละ 23.6 การยกระดบั ของถนนบางสายใหสูงกวาระดับน้ำหลากสูงสดุ
ความคดิ เหน็ ตอปญหาน้ำทว มของนักเรยี นระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 โรงเรียนสวนกหุ ลาบ
วทิ ยาลัย ระดับมาก คอื คุณมีวธิ ปี องกันนํา้ ทว มมากนอ ยเพยี งใด ( =4.40), คุณสามารถรับมือกับปญ หา
นำ้ ทวมไดมากนอ ยเพียงใด ( =4.08), คุณคิดวารฐั บาลควรเเกไ ขปญหานํ้าทว มมากนอ ยเพยี งใด,คณุ คิดวา
รฐั บาลควรเเกไขปญ หานํ้าทว มมากนอยเพยี งใด( =4.00)และคณุ ไดร บั ผลกระทบจากน้ำทว มมากนอย
เพียงใด ( =3.84)
อภปิ รายผล
จากสมมตฐิ านท่วี า นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 โรงเรยี นสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัยมวี ิธีการเเก
ปญ หาน้ําทวมโดยใหมกี ารกอ สรา งแนวคันดินก้ันนำ้ ทมี่ คี วามสูงเหนือระดบั นำ้ หลากสูงสดุ ตามแนวเขต
พ้ืนท่ีควบคุมท่ปี ระกาศเพอ่ื ปองกันน้ำมใิ หน ้ำหลากทวมพน้ื ทีภ่ ายนอก เปนไปตามสมมติฐานทตี่ ัง้ ไว ตาม
ผลสรุปขอมลู ดงั นี้ คุณคิดวาการเเกป ญหานำ้ ทวมมอี ะไรบา ง สว นใหญรอ ยละ42.4 คอื ใหมีการกอ สรา ง
แนวคันดนิ กั้นน้ำที่มคี วามสงู เหนือระดบั น้ำหลากสูงสุดตามแนวเขตพื้นทค่ี วบคุมทป่ี ระกาศเพ่ือปอ งกันน้ำมิ
ใหน้ำหลากทวมพน้ื ทภี่ ายนอก รองลงมา รอ ยละ 32.8 การถมทส่ี รางบา นจัดสรรหรือขยายเมอื งไปใน
ทศิ ทางที่เปน ท่ตี ำ่ หรอื ท่ลี มุ เเละรอยละ 23.6 การยกระดับของถนนบางสายใหสูงกวา ระดับนำ้ หลากสงู สดุ
ขอเสนอแนะ
1. คุณควรเปน สวนหนึง่ ของการปองกันนํา้ ทวมท่ีตอ งรว มมือกนั ปองกนั ไมใ หเกดิ นํ้าทวม
2. กำหนดเปาหมายและมาตรการปองกันภัยระดับประเทศและทองถ่ิน ที่ชัดเจนสำหรบั ทุกภาค
สว น อยางละเอยี ดรอบครอบ แมจ ะตองใชเวลามาก เพ่อื ใหเกดิ การปองกนั อทุ กภยั ท่มี ีการบรู ณาการทีด่ ี
ไดผ ลดี คุมคาการลงทนุ ในทกุ ดา น และเปน ธรรมแกทกุ ฝายซ่งึ จะเปน การ ทีท่ กุ ภาคสว นตอ งรบั ทราบและ
ถือปฏิบตั ิ
18
ภาคผนวก
19
แบบสอบถาม
เรอ่ื ง ปจจัยสาเหตปุ ญหาน้ำทว มของนักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1
ในโรงเรยี นสวนกุหลาบวิทยาลยั
วัตถุประสงคข องการศกึ ษาคนควา
1. เพอื่ ศึกษาสาเหตขุ องน้ำทวม
2. เพอ่ื ศกึ ษาผลกระทบของนำ้ ทวม
3. เพือ่ ศึกษาการแกไขปญ หานำ้ ทวม
4. เพื่อศกึ ษาวธิ ีปองกันน้ำทวม
5. เพื่อศกึ ษาประเภทน้ำทว ม
6. เพอ่ื ศกึ ษาปจจยั สาเหตปุ ญ หานำ้ ทวมของนกั เรียนระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 โรงเรียนสวน
กหุ ลาบวิทยาลัย
ตอนท่ี 1 ขอมูลท่วั ไปของผูตอบแบบสอบถาม
คำช้แี จง : กรุณาใสเครื่องหมายถกู (✓)หนา ขอมูลท่ตี รงกบั ทา นมากทสี่ ดุ
1. คณุ อยรู ะดบั ชน้ั ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 1 หองใด
( ) 101 ( ) 102 ( ) 103 ( ) 104 ( ) 105 ( ) 106
( ) 107 ( ) 108 ( ) 109 ( ) 110 ( ) 111 ( ) 112 ( ) 113
2. คุณคดิ วาอะไรเปน สาเหตุของการเกิดนํ้าทวมมีอะไรบา ง
( ) ฝนตกหนัก
( ) นํา้ ทะเลหนุนสงู
( ) สภาพภมู ปิ ระเทศของพืน้ ท่ลี มุ นำ้
( ) การเปลี่ยนแปลงเกีย่ วกับสภาวะแวดลอ ม
( ) การขยายตัวของเขตชมุ ชนและการทำลายระบบระบายนำ้ ที่มอี ยตู ามธรรมชาติ
3. คณุ คิดวา ผลกระทบของนำ้ ทวมมีอะไรบา ง
( ) น้ำเนา เหมน็ ในพน้ื ที่ๆนำ้ ขงั
( ) น้ำทะเลจืดทำใหปลาเกยต้ืนมาตาย
( ) เศรษฐกิจย่ำแยเนื่องจากสินคา บางอยา งไมสามารถผลิตออกมาไดท ำใหเ สยี ดลุ การคา
4. คุณคดิ วาการเเกปญ หาน้ำทว มมอี ะไรบาง
( ) การถมท่สี รางบา นจัดสรรหรือขยายเมอื งไปในทิศทางที่เปนท่ตี ำ่ หรอื ทลี่ ุม
( ) ใหม ีการกอสรา งแนวคันดนิ กัน้ น้ำทีม่ ีความสูงเหนอื ระดบั น้ำหลากสงู สดุ ตามแนวเขตพืน้ ท่ี
ควบคมุ ท่ปี ระกาศเพอื่ ปอ งกนั น้ำมใิ หนำ้ หลากทวมพ้ืนท่ีภายนอก
( )การยกระดับของถนนบางสายใหสูงกวา ระดบั น้ำหลากสูงสดุ
20
5. คุณรูจกั น้ำทว มประเภทใดบา ง
( ) น้ำปา หลาก
( ) นำ้ ทวมขัง
( ) คล่นื ซัดฝง
ตอนท่ี 2 จัดลำดับวธิ ปี อ งกันนาํ้ ทวม
คำช้แี จง : จงเขยี นใสต ัวเลขหนาขอ ปฏิบตั มิ ากที่สดุ ไปจนขอท่ปี ฏิบตั ินอ ยท่สี ุด (1-3 ลำดบั )
จัดลำดบั วิธีปอ งกันนา้ํ ทวม
……. เตรียมอุปกรณส่อื สาร สำรองแบตเตอรโี่ ทรศัพท ไฟฉายพรอมถาน
……. บนั ทึกหมายเลขโทรศัพทส ำหรบั เหตฉุ กุ เฉนิ
……. ยายสิ่งของขนึ้ ที่สงู สว นของใชข นาดใหญ หาอิฐหรือไมหนุนใหส งู ขึน้ จากพ้ืน
ตอนท่ี 3 ความคดิ เห็นตอ ปญ หานา้ํ ทว ม
คำชี้แจง : จงเลือกคลกิ ในชอ งท่ีตรงกับความคิดเหน็ ของทานมากที่สุด
รายการ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ ย นอ ยท่สี ดุ
5 4 321
1.คุณมวี ิธีปอ งกนั นํา้ ทวมมากนอย
เพยี งใด
2.คณุ คิดวา รัฐบาลควรเเกไ ขปญ หาน้าํ
ทวมมากนอยเพยี งใด
3.คุณไดร ับผลกระทบจากนำ้ ทว มมาก
นอยเพียงใด
4.คุณคดิ วา ปญ หาน้ำทวมควรไดรบั
ความสำคัญมากนอยเพยี งใด
5.คุณสามารถรบั มอื กับปญ หาน้ำทวม
ไดม ากนอยเพียงใด
21
ลิงกแ บบสอบถามออนไลน
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfryWCBsK75wLyVsGapQK6o5hjT1awO272Nfz
1h5WQDJ97-kg/viewform