พระอาจารยบ์ ัณฑิต สุปณฺฑโิ ต
(ทา่ นพระอาจารย์หมอ)
อดตี เจ้าอาวาส วัดปา่ ตอสีเสยี ด อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี
คาํ นํา
ทานพระอาจารยหมอบัณฑิต สุปณฺฑิโต
เปนพระสุปฏิปนโนท่ีสามารถอัญเชิญธรรมะของ
องคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจามาถายทอด
สูผูสนใจและปฏิบัติธรรมไดอยางคมชัด ลึกซึ้ง
สุขุมคัมภีรภาพ ดิฉันไดเคยนอมนําธรรมะ
คําสอนบางสวนของทานมาพิมพเผยแพรใน
“ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต เลมแรก” เมื่อ
เดือนธันวาคม ป ๒๕๕๘ แตเน่ืองจากทาน
พระอาจารยหมอไดละสังขารไปแลว จึงยาก
ในการที่จะไดมีธรรมะคําสอนใหม ๆ ของทานมา
เผยแพรอีก
อยางไรก็ดี ถือเปนเร่ืองอัศจรรยและเปน
มงคลยงิ่ ทเ่ี มอ่ื ป ๒๕๖๒ ไดม กี ารคนพบบนั ทกึ ธรรม
ของทานพระอาจารยหมอในกุฏิท่ีวัดปาตอสีเสียด
โดยบังเอิญ จึงเปนเหตุใหลูกศิษยสามารถ
นําธรรมะคําสอนของทานมาเผยแพรเพ่ิมเติมไดอีก
โดยสวนหน่ึงไดไปลงใน เพจรอยธรรม สุปณฺฑิโต
(https://www.facebook.com/roidharma/) และ
ถอื เปน โอกาสอนั ดที ไี่ ดพ มิ พเ ผยแพร “ปกณิ กธรรม
สุปณฺฑิโต (๒)” นี้ข้ึนมา เพื่อเปนประโยชนตอ
สาธุชนและผูปฏิบัติธรรมตอไป
ทั้งน้ี ดิฉันขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ทานที่มี
สวนรวมในการจัดทําใหหนังสือเลมนี้เกิดขึ้นมา
ทานผูหญิงสุธาวลั ย เสถียรไทย
๑ ตลุ าคม ๒๕๖๔
ปกิณกธรรม �ุปณฺฑิโต
(๒)
ปกณิ กธรรม บทท่ี ๑
svs การฝกหดั อบรมทรมานตนเอง ชอื่ วา การฝกหดั
อันเลิศ
svs ผูใดฉลาดในการรักษาจิตของตน ผูน้ันจะพน
จากภัยทั้งปวง
svs การเรียนรูธรรมชาติ การเขาใจธรรมชาติ
การเขาถึงธรรมชาติ การอยูอยางธรรมชาติ
การคืนสูธรรมชาติ การเปนธรรมชาติ
svs ธดุ งควตั ร เปน ยาขนานเอก ในการปราบปราม
กิเลสทุกประเภท เปนอาวุธอันทรงอานุภาพ
ทําลายขาศึก คือกิเลส เปนทางสายเอก มุงสู
แดนพนทุกข เปนธรรมอันแฝงไวดวยเหตุผล
ลุมลึก สุขุมคัมภีรภาพ
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๑
ปกณิ กธรรม บทท่ี ๒
svs ธรรมะเปนส่ิงที่รูยาก เห็นไดยาก เพราะกิเลส
ตัณหาปดบังไว ครอบงําหัวใจสัตว ฉุดลาก
ไปตามอํานาจราคะ โทสะ โมหะ หมุนวนไป
ในภพท้ังหลายไมมีที่ส้ินสุด ความทุกข
ในการทองเที่ยวในวัฎสงสารนับประมาณ
ไมได เปนสิ่งนาสะพรึงกลัว ภัยใด ๆ เทากิเลส
ตัณหาเปนไมมี แมเล็กนอยก็ยังพาใหไป
เกิดตาย จึงไมควรประมาทนอนใจ ข้ึนชื่อวา
กิเลสแลวควรเบื่อหนาย เกลียดชัง หลีกหนี
และหาอุบายวิธีกําจัดเสียใหสิ้นซาก จะได
สบายหายหวงไรทุกขกังวล
๒
svs การจะดําเนินหนทางใหเขาสูอริยมรรคไดนั้น
ตองมีรากฐานคือ ศีลท่ีบริสุทธ์ิ มีจิตต้ังมั่นไม
หว่ันไหวตออารมณท้ังหลาย มีสติปญญา
แยกแยะ คลี่คลายในขันธ ๕ จนรูเทาปลอย
วางรูปนาม แลวชําระจิตดวยอนัตตาธรรม จึง
จะหมดปญหาอยางส้ินเชิง
svs การดําเนินตามคําสั่งสอนท่ีพระพุทธเจาได
ประทานไวดีแลวชอบแลว ยอมนําความผาสุก
รมเย็น ความเจริญรุงเรืองมาสูตนและผูท่ี
เกย่ี วของไมมีประมาณ เพราะธรรมที่พระองค
ทรงคนพบเปนเครื่องมือชําระกิเลสท้ังปวง
ไดอยางยอดเย่ียม เปนโอสถขนานเอกท่ีจะ
บําบัดโรคกิเลส ผูใดหวังความสุขความเจริญ
แลว ควรนอมนําธรรมคําสอนมาปฎิบัติตาม
อยางจรงิ จงั ยอมปรากฎผลประจกั ษใจตนเอง
แนนอน
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๓
ปกณิ กธรรม บทท่ี ๓
svs อริยสัจ ๔ เปนเคร่ืองกลั่นกรองปุถุชน ใหเปน
อริยชน
svs บุคคลใดมีสติปญญา พิจารณาสังขารธรรม
ท้ังปวงใหแจงประจักษในไตรลักษณทุกเม่ือ
ยอมเปนผูใกลตอพระนิพพาน
svs ความรูความฉลาดทั้งหลายในโลกเปนโลกีย
ปญญา ไมมีวันสิ้นสุด เหมือนวังนํ้าวน แก
ปญหาไมสิ้นสุด ดับทุกขไมไดสิ้นเชิง ศาสตร
ท้ังหลายในโลก ยังไมคมเฉียบแหลมลึกซึ้ง
พุทธศาสตรสามารถยุติปญหาทั้งมวล นํา
ศานติสุขมาสูมนุษยชาติและสรรพสัตวทั้ง
หลายอยางแทจริง
svs หากยงั ไมชดั เจนในคุณและโทษ ประโยชนและ
มิใชประโยชน กุศลหรืออกุศลชัดเจนในสิ่งใด
แลว อยาพึงกระทําส่ิงนั้น
๔
svs ใจเปนใหญ ใจเปนประธาน ใจเปนมหาเหตุ
ทุกสิ่งสําเร็จดวยใจ จิตน้ีเท่ียวไปไดไกล อาศัย
กายเปนคูหา จิตท่ีฝกดีแลวนําสุขมาให
svs จงเสียสละความสุขอันเล็กนอยในโลก เพื่อ
ความสุขอันแทจริงในปจจุบันและภายหนา
svs ชีวิตน้ีนอยนัก ไมนานรางกายก็จะทับถม
แผนดิน จงทําประโยชนตนและผูอื่นใหถึง
พรอมดวยความไมประมาท
svs ปญ ญา สวาง ย่ิงกวา แสงสวา งใดๆในโลก
คมกลา ยิ่งกวา อาวุธใด ๆ ในโลก
รวดเรว็ ยงิ่ กวา พาหนะใด ๆ ในโลก
ทรัพย ยิ่งกวา ทรัพยใด ๆ ในโลก
กวา งขวาง ย่ิงกวา ทองฟามหาสมุทร
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๕
กฏุ พิ ระอาจารยบ์ ัณฑิต สุปณฑฺ โิ ต
ณ วดั ป่าตอสเี สียด อ. เมอื ง จ. อุดรธานี
๖
“ ถึงเวลาใครเวลาเราท่ีมันจะเดินออกจากวัฏฏะ
ไปนี้ มันสมบรู ณพ์ รอ้ มในตัวมันเองเสรจ็ น่นั คือ
บุญกศุ ลท่มี ันหลอ่ หลอมมนั มาเพียงพอแลว้
ศรัทธาแบบวนั ละเล็กละนอ้ ย
อย่างทีพ่ วกเราทําอย่นู ่ี ถึงท้ายทส่ี ดุ
เขากจ็ ะจากโลกนไี้ ป ไมอ่ าลัยอาวรณ์
และจะเหน็ ว่าน่โี ลกนก้ี เ็ ท่าน้แี หละ
ไมไ่ ดม้ ีอะไรยิง่ ใหญห่ รอก เราจะเดินหนั หลงั ให้มัน
แล้วก็จะออกไปจากวัฏฏะอันนี้ได้
เพราะเชือ่ แน่แลว้ ความดีงามในจติ ในใจ
เพราะบญุ กุศลทมี่ ันมาตกั เตือน
มนั ก็จะเป็นไปของมนั ”
พระอาจารย์บัณฑิต สุปณฺฑโิ ต
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๗
ปกณิ กธรรม บทที่ ๕
svs เรามีความเจ็บไขเปนธรรมดา จึงไมควร
ประมาท รีบเรงสรางความดี
svs ประโยชนตน และประโยชนทาน แทจริงแลว
คือส่ิงเดียวกัน ไมไดแตกตางกัน แตการจะทํา
ประโยชนใหผูอ่ืนได ผูนั้นตองมีกําลังแหง
ความดี หรือบารมีมาก เปรียบเหมือนบุรุษ
ขวนขวายหาทรัพยมา จึงนําทรัพยนั้นไปใช
จายใหเกิดประโยชนในดานตาง ๆ
svs พระพุทธเจาเม่ือคร้ังยังเปนพระโพธิสัตวก็
ขวนขวาย บําเพ็ญประโยชนเพ่ือความสุขแก
สรรพสัตวทั้งหลาย บําเพ็ญทศบารมีจนเต็ม
บริบูรณ แตบารมีที่เดนประจักษชัด คือ
เมตตาบารมีและปญญาบารมี เปนรากฐาน
อันสําคัญ อยาเห็นวาเปนความดีเล็กนอย
แลว ไมก ระทาํ อยา เหน็ วา เปน ความชว่ั เลก็ นอ ย
แลวจึงกระทํา
๑๐
svs พระพุทธเจา ทรงประสูติในปา ตรัสรูในปา
ปรินิพพานในปา ปาไม ถ้ําเงื้อมผา ฯลฯ จึงมี
คุณคากับพุทธศาสนามาก คูเคียงกันมาโดย
ตลอด ปาจึงเปนสถานที่สําคัญอยางย่ิงในการ
ฝกหัดอบรมขัดเกลาจิตใจ เพ่ือความรูยิ่งเห็น
จริง เพ่ือดําเนินตามรอยพระพุทธเจาและพระ
อริยเจาทั้งหลาย ฉะนั้น ผูหวังความเจริญใน
ธรรมทั้งหลาย พึงทําความอุตสาหะพยายาม
พึงทําความยินดีในสถานที่เหลาน้ีจนตลอด
ชีวิต
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๑๑
ปกิณกธรรม บทท่ี ๖
svs ปญญาคืออะไร è ความฉลาด รอบรู
มีลักษณะอยางไร è รยู ง่ิ รพู เิ ศษ รแู ยบคาย
มาจากไหน è ธาตุรู
เกิดจากอะไร è ชางสังเกต ใครครวญ
พิจารณา
โตข้ึนจากอะไร è ทําไม เพราะอะไร
อาหารคืออะไร è สติ สมาธิ วิริยะ
ศรัทธา
ของเลนคืออะไร è ธาตุ ขันธ อายตนะ
อินทรีย อริยสัจ
ปฏิจจสมุปบาท
รสชาตเิ ปน อยา งไร è แจงชัด หายสงสัย
อาวุธคืออะไร è ไตรลักษณ
แกนคืออะไร è วิมุตติ
๑๒
svs ผูมีดวงตาเห็นธรรม ยอมรูชัดวา ขันธหา
ไมใชเรา เราไมใชขันธหา ขันธหาไมมีในเรา
เราไมมีในขันธหา แตยังปลอยวางไมไดเด็ด
ขาด อุปมาดังดินเหนียวมาติดที่เทา ยอมรูชัด
วา ดินเหนียวไมใชเรา แตยังลางออกไมหมด
เปลือกผลไมกับเน้ือผลไม นํ้ามันกับน้ํา
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๑๓
“ พระอาจารยส์ อนข้าพเจา้ เสมอว่า
งานทางโลกนั้น เราตายเขากห็ าคนอ่นื
มาทําแทนได้ แต่งานทางธรรม
ใครทําแทนไม่ได้
เกิดมาแล้ว อยา่ มาเกดิ เลน่ ๆ ตายเลน่ ๆ
มนั เสียชาติเกดิ ”
พระอาจารย์บัณฑติ สุปณฺฑโิ ต
๑๔
ปกณิ กธรรม บทท่ี ๑๑
svs ธาตุ - ขันธ - อายตนะ เปนสมมุติบัญญัติทาง
ธรรม เปนธรรมชาติที่ประกาศความจริงอยู
ตลอดเวลา ตางทําหนาท่ีของตน เปนอิสระ
ไมข้ึนกับผูใด แปรปรวน เปลี่ยนแปลง เส่ือม
ไป สิ้นไปอยูตลอด เปนส่ิงท่ีทนไดยาก เปน
ภาระอันหนักที่ตองรับผิดชอบดูแล ผูไมรู
ความเปนจริง ไปยึดม่ันถือมั่น ความทุกขท้ัง
หลายก็จะไมมีวันสิ้นสุด ผูมาดําเนินตาม
ศาสนาของพระพุทธเจา ฝกหัดอบรมจน
เขาใจชัดเจนถึงความจริงท้ังหลายเหลาน้ี
ยอมปลงวางภาระเสียได เขาถึงความสุขอัน
แทจริง
svs พิจารณาธรรมทั้งหลาย ใหชัดเจนในเหตุ
และผล เปนผูฉลาดในเหตุผล ทุกแงมุม
ฉลาดในอุบายวิธี ตกแตงเหตุเพ่ือดําเนินไป
สูทางพนทุกข
๒๔
svs ขอวัตรทั้งสวนตนและสวนรวมก็เปนอุบายฝก
สติปญญาที่แยบคายอยางหนึ่ง
svs ตรวจตรา พิจารณา กาย วาจา ใจ ใหตรง
ธรรมวินัยอยูเสมอ เคารพเทิดทูน ปฏิบัติบูชา
พระพุทธเจา พระธรรม พระสงฆ ทุกลม
หายใจ
svs พ ร ะ วิ นั ย เ ป น พุ ท ธ วิ สั ย เ ป น พ ร ะ ม ห า
กรุณาธิคุณของพระพุทธเจาโดยแท สอแสดง
ถึงพระปญญาอันรูแจงแทงตลอด เปน
จอมปราชญ ไมมีผูใดเสมอ สุขุม ลึกซ้ึง มีนัย
แยบคายพิสดาร เปนรากฐานอันแข็งแกรง
เปนทางตรงสูพระนิพพาน เปนหนทาง
อันปลอดภัย เปนอาวุธอันทรงพลานุภาพ
เปนอํานาจอันลึกลํ้าอัศจรรย
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๒๕
ต้นสีเสียด
พบมากภายในบรเิ วณวดั ปา่ ตอสีเสียด
อ. เมอื ง จ. อุดรธานี
๒๖
“ รูจ้ ักปล่อยวางภาระต่างๆทั้งหลาย
เพ่อื ทาํ จติ ทาํ ใจใหส้ งบ ให้ใจปลอ่ ยวาง
ถา้ ยังตอ้ งทาํ หน้าที่อะไร ๆ ตา่ ง ๆ กท็ ําไป
แตท่ ําด้วยใจปล่อยวาง แต่ไมใ่ ช่ปลอ่ ยทง้ิ
การทาํ หน้าที่ กใ็ หใ้ จอยู่ท่กี ารทาํ งาน
ทําอะไรให้ต้ังใจทํา
ไม่เหลาะแหละ ให้สติอยู่ท่กี าย
ใหพ้ ยายามหาใหไ้ ด้วา่
อะไรท่จี ะทําให้สติอยู่ท่ีกายได้ ”
พระอาจารย์บณั ฑิต สุปณฺฑโิ ต
ปกิณกธรรม สุปณฺฑิโต (๒) ๒๗