The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือธรรมะสากัจฉา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wonchai890, 2020-10-29 22:56:45

หนังสือธรรมะสากัจฉา

หนังสือธรรมะสากัจฉา

ถ้าระงับไม่ได้ท่านก็ไม่ระงับ ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเร่ืองของมัน แต่ใจ
ของทา่ นจะไมท่ กุ ขก์ บั ความเจบ็ ของรา่ งกาย เพราะทา่ นรจู้ กั วธิ ที จ่ี ะทำ� ใหใ้ จ
ไม่ทุกข์กับความเจ็บของร่างกาย คือท�ำใจให้เฉยๆ ปล่อยวาง ใช้ปัญญา
สอนใจวา่ มนั เปน็ อนจิ จัง ทุกขงั อนัตตา ไปท�ำอะไรไมไ่ ด้ ไปอยากไมไ่ ด้
อยากแล้วจะเกิดความทกุ ข์ใจขึน้ มาอีกชั้นหนง่ึ

50 ธรรมะสากจั ฉา

“หัวใจของทา่ นเต็มไปด้วย ปรมัง สุขัง”

พระอาจารยส์ ุชาติ อภชิ าโต

ความจรงิ พระพุทธศาสนา คอื พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี้
ทา่ นไม่ตอ้ งการอะไรจากพวกเราเลย เพราะพระพทุ ธเจ้ากด็ ี พระอรยิ
สงฆ์สาวกท้ังหลายก็ดี ท่านมีพร้อมมูลทุกอย่างแล้ว หัวใจของท่าน
เตม็ ไปดว้ ย “ปรมงั สขุ งั ” แลว้ เตม็ ไปดว้ ยบรมสขุ เตม็ ไปดว้ ยความอม่ิ
ความพอ ไม่มีความขาดตกบกพร่องที่จะต้องการได้อะไรจากใคร
ท่านสามารถอยู่ของท่านได้โดยท่ีไม่ต้องมีใครมาคอยดูแล ไม่ต้องมี
ใครมาคอยสนบั สนนุ ทา่ น แตท่ เ่ี ราตอ้ งมาสนบั สนนุ พระพทุ ธศาสนานี้
กส็ นบั สนนุ เพอื่ ตวั พวกเราเองนแี่ หละ เพราะพวกเรายงั ตอ้ งพงึ่ พระพทุ ธ

51

ศาสนา ต้องพึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นผู้คอยส่ังคอยสอนให้
พวกเราได้รู้จกั วธิ ีปฏบิ ัติท่ีถกู ต้อง เพราะถ้าเราไม่ศกึ ษากอ่ นแลว้ ไปปฏบิ ัติ
เราจะไม่สามารถปฏบิ ัตไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง ไมส่ ามารถทจี่ ะหลดุ พ้นจากความ
ทกุ ขไ์ ด้ ถา้ ไม่ได้ศกึ ษาพระธรรมคำ� สอนก่อน ก็เหมอื นกบั ผทู้ ่ปี ฏบิ ัตใิ นยุค
ทไี่ ม่มพี ระพุทธศาสนา ปฏิบตั ิไปอยา่ งไรมากนอ้ ยเพยี งไร กจ็ ะไม่สามารถ
หลุดพ้นจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้เลย จ�ำเป็นจะต้องมี
พระพทุ ธศาสนา มคี ำ� สอนของพระพทุ ธเจา้ มาเปน็ ผสู้ อน เปน็ ผบู้ อกวธิ ที จ่ี ะ
พาให้ใจของเราได้หลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกดิ ในสังสารวัฏนี้

ดงั นน้ั การกระทำ� บชู ากบั พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ น้ี ความจรงิ
ไมไ่ ดท้ ำ� ใหก้ บั พระพทุ ธพระธรรม พระสงฆ์แตท่ ำ� ใหก้ บั ตวั เราเหมอื นกบั
เราสร้างโรงพยาบาลนี้ เรากส็ ร้างเพื่อรักษาตวั เรา เราไมไ่ ดส้ รา้ งไวเ้ พือ่ ไป
รักษาผู้อ่ืน อันน้ีการท�ำนุบ�ำรุงพระพุทธศาสนาก็เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับ
พวกเราเพอ่ื เราจะไดม้ ที ไ่ี ปศกึ ษาพระธรรมคำ� สอน อยา่ งวนั นที้ า่ นมาทนี่ ไี่ ด้

52 ธรรมะสากจั ฉา

ก็เพราะที่น่ีมีวัด วัดนี้ก็เกิดข้ึนจากการอามิสบูชาของพุทธศาสนิกชนผู้มี
จติ ศรทั ธาในพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ผมู้ คี วามกตญั ญกู ตเวทที ซี่ าบซง้ึ
ในพระคณุ อนั ยง่ิ ใหญข่ องพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงึ ได้แสดงความ
กตญั ญดู ว้ ยการกระทำ� ตามคำ� สง่ั คำ� สอนของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
กค็ อื การทำ� อามสิ บชู า สรา้ งวดั วาอารามกนั ขน้ึ มา สรา้ งสถานทศ่ี กึ ษา สรา้ ง
สถานทปี่ ฏบิ ตั ธิ รรม ใหก้ บั พวกเรานแี้ หละ ไมไ่ ดส้ รา้ งใหก้ บั ใคร เมอ่ื พวกเรา
สรา้ งแลว้ พวกเรากต็ อ้ งมาปฏบิ ตั กิ นั ไมใ่ ชส่ รา้ งแลว้ กบ็ อกวา่ ใหค้ นอน่ื
ปฏบิ ตั ิ เรายงั ไมป่ ฏบิ ตั ิ อนั นก้ี ผ็ ดิ เจตนารมณข์ องการสรา้ งวดั การสรา้ ง
วดั วาอารามตา่ งๆ กเ็ พอื่ ใหพ้ วกเราจะไดไ้ ปปฏบิ ตั ธิ รรมกนั ได้ เพราะถา้
ไมม่ วี ัดวาอารามน้ี เราก็จะไมม่ ีท่ีปฏิบตั ธิ รรมกนั

ดงั นนั้ อยา่ ไปสรา้ งเพอ่ื คนอนื่ สรา้ งเพอ่ื พวกเราเอง ไมใ่ ชส่ รา้ งใหพ้ ระ
ภกิ ษสุ ามเณร แต่สรา้ งให้พวกเรา ภกิ ษุสามเณรทา่ นกม็ ที ีข่ องทา่ น ทา่ นก็
ปฏิบตั ิไป ทา่ นไดป้ ฏิบตั แิ ลว้ แต่พวกเรายังไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ

53

ฉะน้ันพวกเราจึงต้องควรก้าวข้ามข้ึนจากข้ันอามิสบูชาไปสู่ข้ัน
ปฏบิ ัตบิ ชู าใหไ้ ด้ อยา่ ตดิ อยู่แต่ขัน้ อามสิ บชู าเพียงอยา่ งเดยี ว คอยแต่
ทำ� บุญทำ� ทาน คอยแตส่ รา้ งวดั สร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์ สร้างถาวรวตั ถุ
ต่างๆ ถวายทานชนิดตา่ งๆ ถวายผ้ากฐนิ ถวายผา้ ปา่ ถวายสงั ฆทาน
อันนยี้ ังอยใู่ นขน้ั แรกอยู่ คือขัน้ อามสิ บูชา ขน้ั อามสิ บชู านี้ไมส่ ามารถ
ทำ� ใหพ้ วกเราไดห้ ลดุ พน้ จากกองทกุ ขไ์ ด้ การทจ่ี ะหลดุ พน้ จากกองทกุ ข์
นตี้ ้องขึน้ ไปสูข่ ัน้ ที่ ๒ คอื ขัน้ ปฏิบตั บิ ชู า ซ่งึ เป็นขนั้ ทีพ่ ระพทุ ธเจา้ ทรง
ปรารถนาให้พวกเราชาวพุทธทุกคนได้กระท�ำกัน คือการปฏิบัติบูชา
แตก่ ใ็ หท้ ำ� ขน้ั แรกกอ่ น คอื ทำ� อามสิ บชู ากอ่ น เพอื่ ทจ่ี ะไดม้ กี ำ� ลงั เพอื่ จะ
ไปปฏบิ ัตบิ ชู าต่อ

พระพุทธเจา้ ทรงตรัสว่า การบชู าพระพุทธเจา้ ที่แท้จรงิ นี้ คอื การบูชา
ดว้ ยการปฏิบัตบิ ชู า ผู้ใดปฏิบัตธิ รรมสมควรแก่ธรรม ผนู้ น้ั แลคอื ผบู้ ชู าเรา
ตถาคต การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมก็คือการปฏิบัติตามค�ำสั่งค�ำสอน

54 ธรรมะสากจั ฉา

ของพระพทุ ธเจา้ ทเ่ี ปน็ สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม นน่ั เอง คอื การปฏบิ ตั ิ
ตามแนวของมรรค ๘ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาทิฏฐิ คือความ
เหน็ ชอบ หรือความเหน็ ทีถ่ ูกตอ้ ง สมั มาสังกัปโป กค็ ือความคดิ ท่ีถูกต้อง
แลว้ กไ็ ปสสู่ มั มากมั มนั โต คอื การกระทำ� ทถี่ กู ตอ้ ง สมั มาวาจา คอื การพดู ท่ี
ถูกต้อง สัมมาอาชีโว คือการมีอาชีพท่ีถูกต้อง สัมมาวายาโม คือความ
พากเพยี รทถ่ี กู ตอ้ ง สมั มาสติ คอื การเจรญิ สตทิ ถี่ กู ตอ้ ง และสมั มาสมาธิ คอื
การตงั้ มั่นของจิตใจทีถ่ กู ตอ้ ง น่ีคือการปฏบิ ตั ิท่เี รยี กวา่ เปน็ การปฏบิ ตั บิ ูชา

55



“เจียระไนจิตให้เป็นพระอริยเจ้า”

พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต

ไม่มีอะไรในโลกนี้ท่ีจะสามารถปรับปรุงจิตใจของสัตว์โลกท้ังหลาย
อย่างพวกเราให้มีจิตใจท่ีเลิศท่ีประเสริฐได้ นอกจากพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์ เท่านัน้ ทีจ่ ะสามารถยกระดับพฒั นาจติ ใจของพวกเราทกุ คนให้
เป็นจติ ใจทเี่ ลิศที่ประเสริฐเหมอื นกบั จิตใจของพระพทุ ธเจ้า และจติ ใจของ
พระอรหันตสาวกทั้งหลาย
จติ ใจของพวกเราตอนนเี้ ปน็ จติ ใจของปถุ ชุ น สว่ นจติ ใจของพระพทุ ธเจา้
และจติ ใจของพระอรหนั ตสาวก เปน็ จติ ใจของพระอรยิ เจา้ พระอรยิ บคุ คล
ผปู้ ระเสรฐิ

57

ถา้ จะเปรยี บเทยี บจติ ใจของพวกเรากเ็ ปน็ เหมอื นกบั เพชรทเี่ พง่ิ ขดุ ขนึ้
มาจากพนื้ ดนิ หรอื เพชรทย่ี งั ฝงั อยใู่ นดนิ อยู่ เพชรทฝี่ งั อยใู่ นดนิ นไ้ี มม่ คี ณุ คา่
ราคาใด ต้องขุดเพชรที่อยู่ในดินน้ีข้ึนมาจากดินก่อน แล้วก็ต้องน�ำเอาไป
ชำ� ระขดั สฉี ววี รรณให้สะอาดหมดจด แล้วยงั ต้องมาเจยี ระไนใหก้ ลายเป็น
เพชรนำ�้ หนงึ่ ขน้ึ มา เปน็ เพชรทมี่ คี ณุ คา่ ราคาอยา่ งมหาศาล นแี่ หละคอื จติ ใจ
ของพวกเราทเี่ ปน็ จติ ใจของปถุ ชุ น และจติ ใจของพระพทุ ธเจา้ พระอรหนั ต-
สาวก เปน็ จติ ใจเหมอื นกนั ถา้ เปน็ เพชรกเ็ ปน็ เพชรเหมอื นกนั ตา่ งกนั ตรงที่
เปน็ เพชรท่ียงั ไม่ไดร้ ับการชำ� ระ ไมไ่ ดร้ บั การเจียระไน กับเพชรท่ีไดร้ บั การ
ชำ� ระและไดร้ บั การเจยี ระไนแลว้ มคี ณุ คา่ ตา่ งกนั เหมอื นกบั ฟา้ กบั ดนิ จติ ใจ
ของปถุ ชุ นกบั จติ ใจของพระอรยิ เจา้ กเ็ ปน็ จติ ใจทเี่ หมอื นกนั แตต่ า่ งกนั
เหมอื นกบั ฟา้ กบั ดนิ เพราะคณุ ภาพของจติ ใจไมเ่ หมอื นกนั คณุ ภาพของ
จิตใจของปุถชุ นนี้เกลอื กกล้ัวอยูก่ บั ความทุกข์ต่างๆ นานาชนิด จิตใจ
ของพระอรยิ เจา้ เปน็ จติ ใจทเ่ี กลอื กกลว้ั อยกู่ บั ความสขุ เพยี งอยา่ งเดยี ว

58 ธรรมะสากัจฉา

น่ีคือจิตใจของพวกเราและจิตใจของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต-
สาวก ตา่ งกนั ตรงนี้ ตา่ งกนั ตรงทสี่ ขุ หรอื ทกุ ขท์ มี่ อี ยใู่ นใจของพวกเรา ตา่ งกนั
ที่ดีหรือชว่ั ทม่ี ีอยูใ่ นใจของพวกเรากับของพระพทุ ธเจ้า ของพระพุทธเจา้ มี
แตค่ วามดี มแี ตค่ วามสขุ ของพวกเรานมี้ แี ตค่ วามทกุ ข์ มแี ตค่ วามไมด่ ตี า่ งๆ
แตพ่ วกเรานี้โชคดที ไ่ี ด้มาเจอพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ผู้ทเี่ ป็นเหมือน
ชา่ งเจยี ระไนเพชร เรามโี อกาสทจ่ี ะเจยี ระไนจติ ใจของพวกเราใหก้ ลายเปน็
เพชรนำ้� หนง่ึ ขนึ้ มาได้ เพราะเรามผี ชู้ ำ� นาญการเจยี ระไนจติ ใจ คอื พระพทุ ธ
พระธรรม พระสงฆ์ นเ่ี อง ผทู้ จี่ ะมาเจยี ระไนจติ ใจของเราใหก้ ลายเปน็ จติ ใจ
ของพระอรยิ เจา้ ขน้ึ มา จติ ใจของพวกเราทกุ คนนร้ี อการเจยี ระไนเทา่ นน้ั
ถ้าได้รับการเจียระไน ได้รับการปรับปรุงได้รับการซักฟอกให้สะอาด
บริสุทธ์ิ จิตใจทไ่ี มส่ ะอาดของพวกเราในตอนนก้ี ็จะกลายเปน็ จติ ใจที่
สะอาด เป็นจิตใจของพระอริยเจ้าข้ึนมา เราจึงต้องเข้าหาพระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์กัน

59

60 ธรรมะสากจั ฉา

ในเวลาทเี่ รามีเวลาวา่ ง ถึงแมจ้ ะมีอุปสรรคต่างๆ เช่น ดนิ ฟ้า อากาศ
แตค่ วามศรทั ธาอนั แรงกลา้ ของพวกเรานแี่ หละ ทจ่ี ะเปน็ ตวั ผลกั ดนั ใหจ้ ติ ใจ
ของเราไดเ้ ขา้ หาพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ อยเู่ รอื่ ยๆ เพอ่ื ทเี่ ราจะไดเ้ อา
ค�ำสง่ั คำ� สอนของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ มาเจียระไนจติ ใจของเรา
ใหก้ ลายเป็นจิตใจของพระอรยิ เจ้าขึ้นมาได้

จติ ใจของพวกเราทกุ คนมสี ทิ ธเ์ิ ปน็ พระอรยิ เจา้ ได้ ไมม่ อี ะไรในโลกนท้ี ี่
จะสามารถมาขดั ขวางการเป็นพระอริยเจ้าของพวกเราได้ ถ้าพวกเรามีจติ
ศรทั ธาในพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ ทมี่ น่ั คง และมคี วามเพยี รพยายาม
ท่ีจะศกึ ษาท่ีจะปฏิบตั ติ ามคำ� สั่งคำ� สอนของพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
รับรองได้ว่าจิตใจของเราจะได้กลายเป็นพระอริยเจ้ากันตามล�ำดับอย่าง
แน่นอน ไม่ได้อยู่ท่ีใครทั้งนั้น อยู่ท่ีตัวเราเป็นหลัก อยู่ที่ความพากเพียร
พยายามของเราเปน็ หลกั อยทู่ คี่ วามศรทั ธาความเชอื่ ในพระพทุ ธ พระธรรม
พระสงฆ์ เปน็ หลกั ถา้ เราสามารถสรา้ งศรทั ธาขนึ้ มาได้ สรา้ งความเพยี รขนึ้

61

มาได้ การเจยี ระไนของจิตใจก็จะเรม่ิ ด�ำเนนิ การไปอยา่ งต่อเนื่อง ไปจนถงึ
ข้ันสูงสุดของการเจียระไน คือข้ันของพระอริยเจ้าระดับที่สูงสุด คือระดับ
พระอรหนั ตสาวก

น่ีคือส่ิงที่พวกเราเข้ามาหาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์กัน เรามา
เจียระไนจิตใจของพวกเราที่ตอนนี้เป็นเหมือนเพชรที่เพ่ิงขุดข้ึนมาจากดิน
ทยี่ งั คลกุ เคลา้ อยกู่ บั สง่ิ สกปรกทอี่ ยใู่ นดนิ คราบสกปรกตา่ งๆ ทเ่ี ราสามารถ
ท่ีจะมาช�ำระให้ออกไปจากจิตจากใจของพวกเราได้ แต่เราต้องท�ำหน้าที่
ของเรา เราตอ้ งศกึ ษาวธิ ขี ดั เกลาจติ ใจของพวกเรา วธิ ชี ำ� ระจติ ใจของพวกเรา
ให้ใสสะอาดบริสุทธ์ิให้เหมือนกับจิตใจของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต-
สาวกทั้งหลาย เราก็ต้องฟังค�ำส่ังค�ำสอนของพระพุทธเจ้า หรือค�ำสั่ง
ค�ำสอนของพระอรหันตสาวกท้ังหลาย ผู้ท่ีได้ช�ำระจิตใจขัดเกลาจิตใจ
ของทา่ นจนเปน็ จติ ใจทสี่ ะอาดบรสิ ทุ ธิ์ ปราศจากสง่ิ สกปรกตา่ งๆ ของจติ ใจ
คอื กเิ ลส ตณั หา โมหะอวชิ ชา เครอื่ งเศรา้ หมองทงั้ หลาย จติ ใจของทา่ นเปน็

62 ธรรมะสากัจฉา

จติ ใจทีใ่ สสว่าง สะอาดบรสิ ุทธ์ิ เต็มไปด้วยความสขุ ตลอดเวลา ทีเ่ รียกว่า
ปรมงั สุขงั บรมสขุ

ทำ� ไมถึงเรยี กวา่ "บรมสขุ " ท�ำไมไมเ่ รียกวา่ สขุ เหมอื นอยา่ งท่เี รา
พดู ถงึ ความสขุ ตา่ งๆ ทเ่ี รามกี นั เพราะความสขุ ตา่ งๆ ทเี่ รามกี นั มนั เปน็
ความสุขแบบช่ัวคราว เป็นความสุขที่เกิดแล้วก็ดับไป ได้มาแล้วก็
หมดไป เราจงึ ไมไ่ ดเ้ รยี กความสขุ ทพ่ี วกเรามกี นั นว้ี า่ เปน็ บรมสขุ บรมสขุ
นเ้ี ปน็ ความสขุ ทอ่ี ยกู่ บั เราไปตลอด ไมม่ วี นั ทจี่ ะเสอ่ื ม ไมม่ วี นั ทจี่ ะหมด
ไมม่ วี นั ทจ่ี ะจากเราไป จะอยกู่ บั ใจของเราไปตลอดเวลา และไมม่ คี วาม
ทุกข์อะไรเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย ซ่ึงต่างจากความสุขที่พวกเรามีกัน
มกั จะมคี วามทกุ ขต์ ามมาทีหลงั เสมอ ความสุขไดม้ าในเบือ้ งต้นไมช่ ้าก็เร็ว
ก็จางหายไป พอจางหายไปแล้ว ความทุกข์ก็เข้ามาแทนที่ทุกครั้ง เราจึง
ไมเ่ รยี กความสขุ ทพี่ วกเรามกี นั นว้ี า่ เปน็ บรมสขุ เราเรยี กวา่ ลาภ ยศ สรรเสรญิ
สขุ แตไ่ มส่ ามารถเรยี กความสขุ จากลาภ ยศ สรรเสรญิ จากรปู เสยี ง กลน่ิ รส

63

โผฏฐพั พะตา่ งๆ วา่ เปน็ บรมสุขได้ เพราะบรมสขุ นี้ต้องเปน็ สุขท่ไี ม่มีทุกข์
เป็นสขุ ทไี่ มม่ วี นั เส่ือมไมม่ ีวนั หมด

นี่แหละคอื สิง่ ที่เราจะไดร้ ับจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถา้ เรา
มศี รทั ธาความเชอ่ื อนั แรงกลา้ ทจี่ ะเขา้ หาพระพทุ ธพระธรรมพระสงฆ์ ในเวลา
ท่ีเราว่างจากภารกิจการงานต่างๆ ถึงแม้จะมีฝนฟ้าอากาศท่ีไม่อ�ำนวย
ไม่สะดวกต่อการเข้าหาก็ตาม แต่ถ้าเรามีศรัทธาอันแรงกล้าแล้ว แม้แต่
ฝนฟา้ อากาศกย็ บั ยงั้ เราไมไ่ ด้ เชน่ มญี าตโิ ยมทา่ นหนงึ่ นง่ั ฟงั เทศนฟ์ งั ธรรม
อยู่ท่ามกลางสายฝนอย่างไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้านต่อน้�ำฝนที่ตกลง
มาเลย เพราะทา่ นอาจจะคดิ วา่ กำ� ลงั อาบนำ�้ กไ็ ด้ อาบนำ้� ฟรไี มต่ อ้ งเสยี คา่ นำ้�
คา่ ประปา แลว้ กเ็ ปน็ นำ้� ธรรมชาตทิ ต่ี กลงมาจากสวรรค์ อาจจะคดิ วา่ เปน็ การ
อาบนำ�้ มนตข์ องเทวดา หรอื อาจจะคดิ วา่ เปน็ การทดสอบจติ ใจวา่ มศี รทั ธา
อนั แรงกลา้ ตอ่ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ หรอื ไม่ ผทู้ มี่ ศี รทั ธาทแ่ี รงกลา้ น้ี
ต้องปฏิบัติตามท่ีพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ได้ คือกล้าที่จะสละทรัพย์เพ่ือ

64 ธรรมะสากัจฉา

รกั ษาอวยั วะ กลา้ ทจ่ี ะสละอวยั วะเพอ่ื รกั ษาชวี ติ และกลา้ ทจี่ ะสละชวี ติ เพอื่
รักษาธรรม รกั ษาการปฏบิ ตั ิธรรมให้มกี ารดำ� เนนิ ไปอยา่ งตอ่ เนื่อง เพราะ
ผทู้ จ่ี ะเจยี ระไนจติ ใจของตนเองใหส้ ะอาดบรสิ ทุ ธไิ์ ดน้ ี้ จำ� เปน็ ตอ้ งเปน็
ผู้ท่ีมีความเพียรท่ีแก่กล้าและมีศรัทธาท่ีแน่นหนาม่ันคง ไม่ย่อท้อต่อ
อปุ สรรคต่างๆ ทีจ่ ะมาคอยขวางทางของการปฏิบัติ

ดพู ระบรมศาสดาของพวกเราเปน็ ตวั อยา่ ง พระองคท์ รงมคี วามเพยี ร
พยายามอยา่ งแกก่ ลา้ จนถงึ กลา้ ตง้ั สจั จะตอนทน่ี ง่ั ประทบั อยใู่ ตโ้ คนตน้ โพธ์ิ
วา่ ต่อไปนี้จะนั่งอยู่ที่ตรงน้ี บ�ำเพ็ญจติ ตภาวนาไปจนกว่าจิตใจจะหลุดพน้
จากความทุกข์ทั้งหลาย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมากับร่างกายของพระองค์
ถงึ แมเ้ ลอื ดในรา่ งกายจะเหอื ดแหง้ ไป พระองคก์ จ็ ะไมข่ ยบั ลกุ จากทป่ี ระทบั
อันน้ีเป็นอันขาด จะลุกก็ต่อเม่ือได้หลุดพ้นจากความทุกข์แล้ว ได้วิมุตติ
ได้ธรรมอันเลิศอันประเสริฐแล้ว ถ้ายังไม่ได้ธรรมอันเลิศอันประเสริฐก็จะ
น่ังภาวนาต่อไปจนกว่าจะได้ ถ้าไม่ได้แล้วมันต้องตายก็ให้มันตายไป

65

แตจ่ ะไมล่ กุ ขนึ้ มาอยา่ งแนน่ อน ทรงกลา้ เอาชวี ติ เขา้ แลกกบั ธรรม ยอมสละ
ชวี ติ เพอื่ ธรรม เพราะธรรมนแ้ี หละทจ่ี ะทำ� ใหจ้ ติ ใจนห้ี ลดุ พน้ จากความทกุ ข์
ทงั้ ปวงได้ ชวี ติ คือร่างกายของพวกเรานไ้ี มส่ ามารถท�ำให้จิตใจของพวกเรา
หลุดพ้นจากกองทุกข์ได้ ต่อให้รักษาชีวิตร่างกายน้ีให้อยู่ไปยาวนานสักก่ี
ร้อยกพ่ี ันปี ก็ไม่สามารถที่จะทำ� ใหจ้ ติ ใจหลุดพ้นจากความทกุ ขไ์ ด้ แลว้ ไป
รกั ษามนั ทำ� ไม นอกจากไมไ่ ดห้ ลดุ พน้ แลว้ ยง่ิ กลบั ทำ� ใหจ้ ติ ใจตดิ อยกู่ บั กอง
ทกุ ขไ์ ปอยา่ งไมม่ วี นั สนิ้ สดุ ถา้ เรามวั แตไ่ ปกงั วล มวั แตไ่ ปหว่ ง มวั แตไ่ ปรกั ษา
ร่างกาย มนั ก็จะท�ำใหเ้ ราน้ตี ดิ อยู่กับรา่ งกายไปไมม่ ีวนั สนิ้ สุด ถา้ รา่ งกายนี้
ตายไป เราก็จะไปเปลี่ยนร่างกายอันใหม่ ไปหาร่างกายอันใหม่มาแทน
ร่างกายอันเก่า เพราะการติดพันอยู่กับร่างกายของเรานี้ มันท�ำให้เราไม่
สามารถอย่ปู ราศจากรา่ งกายได้ พอมีโอกาสทจ่ี ะไดร้ ่างกายอันใหมเ่ ม่ือไร
ก็รีบคว้าขึ้นมาทันที พอสูญเสียร่างกายอันนี้ไป ก็ไปล่องลอยเป็นดวง
วิญญาณอยู่ ก็เพื่อที่จะรอรับร่างกายอันใหม่ แล้วพอได้ร่างกายอันใหม่

66 ธรรมะสากัจฉา

ก็ตอ้ งมาทกุ ข์กับร่างกายอนั ใหม่เหมือนกับรา่ งกายอนั เกา่ ตอ้ งมาทุกข์กับ
ความแก่ ความเจบ็ ความตาย ทกุ ขก์ ับการพลัดพรากจากกันอยูอ่ ย่างไม่มี
วันสน้ิ สุด

นคี่ อื ผลทเ่ี กดิ จากการรกั การหวงชวี ติ จะทำ� ใหต้ อ้ งตดิ อยกู่ บั การเวยี น
วา่ ยตายเกดิ ในสงั สารวฏั ไปอยา่ งไมม่ วี นั สน้ิ สดุ ตา่ งจากผทู้ ไี่ มย่ ดึ ตดิ กบั ชวี ติ
ผูท้ ่ียดึ ติดกบั ธรรม ผทู้ พ่ี รอ้ มทีจ่ ะเลอื กระหว่างชีวติ กบั ธรรม ถา้ พร้อมท่จี ะ
เลอื กธรรม พรอ้ มทจี่ ะสละชวี ติ ผนู้ น้ั กจ็ ะไดว้ มิ ตุ ติ ไดห้ ลดุ พน้ ออกจากกอง
ทุกขข์ องสังสารวฏั ได้ เพราะจะไมม่ ีความยนิ ดี ไม่มคี วามอาลัยอาวรณก์ ับ
ร่างกายอีกต่อไป เพราะได้สิ่งที่ประเสริฐที่ดีกว่าร่างกายมาทดแทน น่ันก็
คอื วมิ ตุ ตธิ รรม คอื การหลุดพ้นจากความทกุ ขท์ ง้ั ปวง ได้รบั ปรมงั สขุ ัง จาก
วิมตุ ตธิ รรมนี้ คือพระนพิ พาน ผทู้ ไ่ี ด้รับบรมสุขแลว้ กจ็ ะไมต่ อ้ งมาหาความ
สขุ ผ่านทางรา่ งกายอีกต่อไป

67

68 ธรรมะสากจั ฉา

“กิจส�ำคัญส�ำหรับผูป้ รารถนา
การส้ินสุดของความทุกข”์

พระอาจารยส์ ุชาติ อภิชาโต

พระอรหันต์เกิดจากผู้ปฏิบัตดิ ปี ฏิบัตชิ อบ ผู้ปฏบิ ัตติ ามค�ำสง่ั คำ� สอน
ของพระพทุ ธเจา้ อยา่ งเครง่ ครดั และอยา่ งตอ่ เนอ่ื งอยา่ งไมย่ อ่ ทอ้ ไมท่ อ้ ถอย
พยายามปฏิบัติไปจนกว่าจะบรรลุถึงผลที่ต้องการเท่านั้นถึงจะยุติการ
ปฏิบัติได้ เพราะการปฏิบัติได้นั้นก็ต้องอยู่ท่ีความส�ำนึกท่ีมีอยู่ภายในใจ
อยตู่ ลอดเวลาวา่ จะตอ้ งปฏิบตั ิ จะตอ้ งท�ำกิจทีพ่ ระพทุ ธเจ้าทรงสั่งสอนให้
กระท�ำ กจิ ท่ีพระพทุ ธเจ้าทรงสง่ั สอนใหท้ ำ� ก็คอื กจิ ในอริยสัจ

69

อรยิ สจั ขอ้ ที่๑คอื “ทกุ ข”์ ทกุ ขต์ อ้ งกำ� หนดรู้คำ� วา่ กำ� หนดรู้กใ็ หร้ จู้ กั ทกุ ข์
วา่ ทกุ ขน์ มี้ นั อยทู่ ตี่ รงไหน มนั มาตอนไหน ทกุ ขน์ ม้ี นั มาตอนทเี่ กดิ ตอนทแ่ี ก่
มาตอนทเ่ี จบ็ มาตอนทต่ี าย มาตอนทพ่ี ลดั พรากจากกนั ตอ้ งพจิ ารณาทที่ รง
สอนอย่บู ่อยๆ ว่า เราเกิดมาแล้วยอ่ มมีความแกเ่ ปน็ ธรรมดา ย่อมมีความ
เจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยเปน็ ธรรมดา ยอ่ มมคี วามตายเปน็ ธรรมดา ยอ่ มมกี ารพลดั พราก
จากกนั เป็นธรรมดา ลว่ งพน้ จากความแกค่ วามเจบ็ ความตาย ล่วงพ้นจาก
การพลดั พรากจากกันไปไม่ได้ ตอ้ งศกึ ษาตอ้ งคอยเตอื นใจอยูเ่ ร่ือยๆ

อรยิ สจั ข้อท่ี ๒ คอื “สมทุ ยั ” สมุทัย แปลว่าต้นเหตุของความทุกข์
ความทกุ ขไ์ มไ่ ดเ้ กดิ จากความเกดิ ความแก่ ความเจบ็ ความตาย ความทกุ ข์
เกดิ จากสมุทยั

สมุทัยต้นเหตุของความทุกข์มีอยู่ ๓ ประการดว้ ยกันคอื กามตัณหา
ภวตณั หา วิภวตณั หา

70 ธรรมะสากัจฉา

กามตัณหา แปลว่า ความอยากในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ภวตัณหา คือ ความอยากมอี ยากเปน็ วภิ วตัณหา ความอยากไมม่ ีอยาก
ไมเ่ ป็น นค่ี ือสมุทยั ต้นเหตขุ องความทุกข์

กจิ ในอรยิ สจั ขอ้ ที่ ๒ นก้ี ค็ อื สมทุ ยั ตอ้ งละ ตอ้ งละตน้ เหตขุ องความทกุ ข์
ความทุกขถ์ งึ จะหายไป

ตอ้ งละอะไร กต็ อ้ งละกามตณั หา ความอยากทจ่ี ะหาความสขุ จากรปู
เสยี ง กลน่ิ รส โผฏฐพั พะ ตอ้ งละภวตณั หา ความอยากไดค้ วามสขุ จากการ
เป็นสง่ิ นนั้ เป็นส่งิ น้ี เป็นนัน่ เป็นน่ี เป็นใหญเ่ ป็นโต เปน็ อะไรต่างๆ ต้องละ
ความอยากเหลา่ นไ้ี ป และขอ้ ท่ี ๓ ตอ้ งละวภิ วตณั หา ความอยากไมม่ อี ยาก
ไมเ่ ป็น อยากไม่มเี รอื่ งวนุ่ วาย อยากไมม่ ีสง่ิ ต่างๆ มารบกวนใจ หรืออยาก
ไมแ่ ก่ อยากไม่เจบ็ อยากไม่ตาย ความอยากเหลา่ น้เี ปน็ ตน้ เหตขุ องความ
ทุกขใ์ จ

71

ถา้ ละความอยากทง้ั ๓ นไี้ ด้ ความทกุ ขก์ จ็ ะดบั ไป ความทกุ ขก์ จ็ ะไมม่ ี
ภายในใจ กจ็ ะมาสู่อรยิ สจั ขอ้ ที่ ๓ คือ “นิโรธ” การสิ้นสุดของความทุกข์
ทกุ ขห์ มด การหมดทกุ ขน์ เ่ี รยี กวา่ นโิ รธ นโิ รธนเี้ ปน็ ผลทเี่ กดิ จากการละตณั หา
ความอยาก ทำ� กจิ ขอ้ ที่ ๒ ไดส้ ำ� เรจ็ คอื ละสมทุ ยั ทกุ ขต์ อ้ งศกึ ษา สมทุ ยั ตอ้ งละ
ถา้ ละสมทุ ยั ไดก้ จ็ ะสำ� เร็จกจิ ขอ้ ท่ี ๓ นิโรธต้องทำ� ให้แจ้ง ต้องทำ� ใหป้ รากฏ
ขน้ึ มา นิโรธคอื การดบั ทุกข์ ท�ำใหท้ กุ ข์หมดส้นิ ไป การส้นิ สุดของความทกุ ข์
ปรากฏข้นึ มาเรียกว่านโิ รธ

การทจี่ ะศกึ ษาทกุ ข์ การทจ่ี ะละตณั หา การทจ่ี ะทำ� ใหน้ โิ รธปรากฏขนึ้ มา
ก็ต้องอาศัยกิจในอริยสัจขอ้ ที่ ๔

กิจในอรยิ สจั ข้อท่ี ๔ คืออะไร กจิ ในอริยสจั ข้อที่ ๔ คือ “มรรค”
มรรค คอื ทางดำ� เนนิ สกู่ ารดบั ทกุ ขน์ นั่ เอง สกู่ ารพน้ ทกุ ข์ เรยี กวา่ มรรค กจิ ใน
ขอ้ ที่ ๔ กค็ อื ตอ้ งเจรญิ มรรคใหส้ มบรู ณ์ มรรคนแี่ หละเปน็ เครอ่ื งมอื ทจ่ี ะละ

72 ธรรมะสากัจฉา

ตณั หาความอยาก เม่ือใช้มรรคละตณั หาความอยากได้ นิโรธกจ็ ะเปน็ ผล
ปรากฏขน้ึ มา การส้ินสุดของความทกุ ขก์ ็จะปรากฏขึ้นมา กป็ รากฏข้นึ ด้วย
การเจรญิ มรรคนีเ่ อง

มรรค ๘ ไดแ้ ก่
๑. สัมมาทฏิ ฐิ ความเห็นทีถ่ ูกตอ้ ง
๒. สมั มาสังกัปโป ความคดิ ทถี่ กู ต้อง
๓. สัมมากัมมนั โต การกระทำ� ทถี่ กู ตอ้ ง
๔. สมั มาวาจา การพดู ท่ีถกู ต้อง
๕. สมั มาอาชโี ว อาชีพทำ� มาหากินที่ถูกต้อง
๖. สมั มาวายาโม ความขยันหมนั่ เพยี รที่ถูกต้อง
๗. สัมมาสติ การระลกึ รู้ที่ถูกตอ้ ง
๘. สมั มาสมาธิ การตั้งมัน่ ของจิตใจทถ่ี กู ตอ้ ง

73

การเอามรรค ๘ เขา้ มาในใจตอ้ งเอาเขา้ มาดว้ ยการปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ชิ อบ
ต้องเอาสัมมาทิฏฐิ ความเหน็ ท่ีถูกตอ้ งเข้ามาอยใู่ นใจ เพราะอะไร เพราะ
ตอนน้ีในใจไม่มีสัมมาทิฏฐิ มีมิจฉาทิฏฐิ ยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกับความ
จรงิ นน่ั เอง ความจรงิ เปน็ อยา่ งไร ความจรงิ กค็ อื ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งในโลกนเ้ี ปน็
อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา แตใ่ นใจของผทู้ ย่ี งั ไมม่ สี มั มาทฏิ ฐจิ ะเหน็ ตรงกนั ขา้ ม
กับความจริง แทนที่จะเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกน้ีเป็นอนิจจัง ทุกขัง
อนตั ตา กลบั เห็นเปน็ นิจจงั สขุ ัง อัตตา แทนทีจ่ ะเห็นวา่ เปน็ ทกุ ข์ กลับไป
เหน็ วา่ เปน็ สขุ แทนทจ่ี ะเหน็ วา่ ไมใ่ ชข่ องเรา กไ็ ปเหน็ วา่ เปน็ ของเรา เปน็ อตั ตา
พอเหน็ วา่ นจิ จงั สขุ งั อตั ตากจ็ ะทำ� ใหเ้ กดิ ตณั หาขนึ้ มาเกดิ สมทุ ยั ขน้ึ มาสมทุ ยั
กจ็ ะทำ� ใหใ้ จทกุ ขข์ น้ึ มาทนั ที เพราะเวลาอยากไดอ้ ะไร ใจจะกระวนกระวาย
กระสบั กระสา่ ย จะไมม่ คี วามสขุ จนกวา่ จะไดส้ ง่ิ ทอี่ ยากได้ พอไดส้ ง่ิ ทอ่ี ยากได้
ความกระวนกระวายก็หายไปชั่วคราว แต่ความกระวนกระวายใหม่ก็จะ
ปรากฏขน้ึ มา เพราะสง่ิ ทไี่ ดม้ ามนั ไมเ่ ทย่ี ง พอสงิ่ ทไ่ี ดม้ ามกี ารเปลยี่ นไปหรอื

74 ธรรมะสากจั ฉา

มีการหมดไป ความสขุ ท่ไี ดก้ ็หายไป ความทกุ ข์ก็จะเข้ามาแทนที่ นีค่ อื สิ่งท่ี
เรายงั ไมม่ ภี ายในใจ คอื มรรค ๘ ขอ้ ท่ี ๑ กค็ อื สมั มาทฏิ ฐิ เรายงั มองไมเ่ หน็
อนิจจัง ทุกขงั อนัตตา ผู้ทไี่ ม่คดิ ถงึ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็ถอื ว่ามี
มจิ ฉาทฏิ ฐิ พอเรามีสมั มาทิฏฐิ เราก็จะมสี มั มาสงั กัปโป ความคดิ ทถ่ี กู ตอ้ ง
คดิ วา่ ไมค่ วรทจ่ี ะหาสง่ิ ทเ่ี ปน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา เพราะวา่ สง่ิ ทเี่ ปน็ อนจิ จงั
ทกุ ขัง อนัตตา จะต้องมีการพลดั พรากจากกัน แลว้ เวลามีการพลดั พราก
จากกนั กจ็ ะต้องเกิดความทกุ ข์ขึ้นมาภายในใจ ใหไ้ ปหาส่ิงที่ไมเ่ ป็นอนจิ จงั
ทุกขงั อนัตตา ดกี ว่า อะไรเปน็ ส่งิ ท่ีไมเ่ ป็นอนจิ จงั ทกุ ขงั อนัตตา ก็คือ
มรรคผลนิพพานน่ีเอง มรรคผลนิพพาน คือการดับความทุกข์ต่างๆ
ทเี่ กดิ จากสมทุ ยั ใหไ้ ปหาความสขุ ทเี่ กดิ จากการทด่ี บั ความทกุ ขด์ กี วา่
กค็ อื มาทำ� จติ ใจใหส้ งบ เพราะเวลาทำ� จติ ใจใหส้ งบ ใจกจ็ ะหยดุ ความอยาก
ใจกจ็ ะดบั ความทกุ ขต์ า่ งๆ ได้ แลว้ ถา้ ทำ� ใหใ้ จสงบไดอ้ ยา่ งถาวร ความทกุ ข์
ตา่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นใจกจ็ ะหมดสน้ิ ไป ใจกจ็ ะอยอู่ ยา่ งมคี วามสขุ เปน็ ความสขุ ที่

75

ถาวร เทยี่ งแทแ้ นน่ อน เปน็ ความสขุ ทเี่ ปน็ ของเราตลอดเวลา นคี่ อื การปฏบิ ตั ิ
การเจริญมรรค

การสรา้ งมรรคให้สมบรู ณ์ ต้องสร้างสติให้สมบูรณ์

การเจริญสติก็เป็นการเจริญมรรค เป็นการสร้างมรรคให้สมบูรณ์
สร้างสตใิ หส้ มบรู ณ์ ให้สติมีอยู่ตลอดเวลา ไมใ่ ห้เผลอไมใ่ หข้ าดสติ จะตอ้ ง
เจริญสติอยู่เร่ือยๆ อย่าเผลอสติ อย่าปล่อยให้ใจไม่มีพุทโธ ต้องเพียร
พยายามเจริญสติจนมีสติต่อเน่ืองเรียกว่าสัมปชัญญะ ไม่เผลอ สามารถ
ควบคมุ ความคดิ อยไู่ ดต้ ลอดเวลา ใหค้ ดิ แตใ่ นเรอื่ งทจี่ ำ� เปน็ จะตอ้ งคดิ เรอื่ งที่
ไม่จ�ำเป็นจะต้องคดิ กจ็ ะไม่ใหค้ ิด

การทจ่ี ะทำ� ใหจ้ ติ สงบไดอ้ ยา่ งเตม็ ทเี่ พอื่ ใหเ้ กดิ ความสขุ ทเ่ี รยี กวา่ นตั ถิ
สนั ติ ปรงั สขุ งั น้ี จำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งนง่ั อยเู่ ฉยๆ ถา้ ไมน่ งั่ อยเู่ ฉยๆ น้ี จติ จะรวม
เปน็ สมาธไิ มไ่ ด้ เพราะจติ ยงั มกี ารกระทำ� อะไรอยู่ ถา้ ตอ้ งการเขา้ ถงึ ความสขุ

76 ธรรมะสากัจฉา

ทส่ี มบรู ณ์ ตอ้ งเขา้ ดว้ ยการนง่ั สมาธิ ตอ้ งนงั่ นงิ่ ๆ กายนไ้ี มต่ อ้ งขยบั เมอื่ จติ รวม
กำ� ลงั ของสตยิ งั มไี มม่ าก ถา้ จติ รวมแลว้ อยไู่ ดแ้ ปบ๊ เดยี วแบบงแู ลบลน้ิ เรยี กวา่
ขณกิ สมาธิ แตจ่ ะเกดิ มีฉนั ทะ วริ ิยะ มีความยนิ ดที ีจ่ ะฝึกสมาธิใหบ้ อ่ ยข้นึ
ใหม้ ากขน้ึ ถา้ ปฏบิ ตั มิ ากขน้ึ บอ่ ยขนึ้ ความสขุ ทไี่ ดจ้ ากความสงบนม้ี นั กจ็ ะอยู่
นานขนึ้ ยาวขนึ้ ไปเรอ่ื ยๆ และตอ่ ไปมนั กจ็ ะอยอู่ ยา่ งถาวร ใจนง่ิ สงบเทา่ นน้ั
ถงึ จะหยดุ ความอยาก ถงึ จะละตณั หาได้ ถา้ ใจยงั ไมส่ งบนล้ี ะไมไ่ ด้ ถงึ แม้
จะมปี ญั ญา ถงึ แมจ้ ะรวู้ า่ รา่ งกายเปน็ อนจิ จงั ทกุ ขงั อนตั ตา รวู้ า่ ตอ้ งแก่
ต้องเจบ็ ต้องตาย แต่กย็ ังทุกขก์ ับความแก่ ความเจบ็ ความตายอยู่
เพราะยงั ไมส่ ามารถทำ� ใจใหส้ งบได้ จงึ ตอ้ งมาฝกึ สติ มานงั่ สมาธิ นงั่ ให้
จนกว่าจิตจะรวมเป็นสมาธิเข้าสู่ความสงบได้ แล้วท�ำความสงบน้ีให้
มนั มเี พม่ิ มากขนึ้ ไปเรอื่ ยๆ จนมนั สามารถอยไู่ ดต้ ลอดเวลา ไมว่ า่ จะอยู่
ในสมาธหิ รือออกจากสมาธิ กส็ งบอยูต่ ลอดเวลา

77

ถ้าสงบอย่างนั้นแล้ว พอมีปญั ญาพจิ ารณาเหน็ ว่าส่ิงตา่ งๆ ในโลกน้ี
ไม่เทีย่ ง มีเกดิ มีดบั ก็จะไมร่ สู้ ึกมคี วามทุกขก์ บั การเกิดการดบั ของสงิ่ ตา่ งๆ
จะไมม่ คี วามทกุ ข์กบั การแก่ การเจบ็ การตายของร่างกาย เพราะสามารถ
รกั ษาใจใหส้ งบใหน้ ่งิ อยตู่ ลอดเวลา ไม่ใหม้ ีความรูส้ กึ อยากใหไ้ มแ่ ก่ ไม่เจ็บ
ไมต่ าย คอื ใจเปน็ อเุ บกขาตลอดเวลานนั่ เอง ใจจะไมร่ กั ไมช่ งั ไมก่ ลวั ไมห่ ลง
กับเหตุการณ์ต่างๆ กับบุคคลต่างๆ กับส่ิงต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดหรือจะดับ
จะเหน็ วา่ เปน็ เรอ่ื งธรรมดา เหมอื นกบั ทเี่ ราเหน็ เวลาฝนตกแดดออกวา่ เปน็
เรื่องธรรมดา

ไม่ใช่น่ิงแต่เฉพาะเวลาอยู่ในสมาธิ ออกจากสมาธิก็ให้มันน่ิงต่อไป
ดว้ ยการประคบั ประคองดว้ ยสติ ดว้ ยการใชป้ ญั ญาคอยสอนใจใหเ้ หน็ ความ
จรงิ ว่าทุกสง่ิ ทกุ อย่างเป็นอย่างน้ี อย่าไปอยากใหม้ นั เป็นอยา่ งอ่ืน มันเป็น
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็ให้มนั เป็นอนิจจงั ทุกขงั อนตั ตาไป อยา่ ไปอยาก
ใหม้ นั เปน็ นจิ จงั สขุ งั อตั ตา เพราะถา้ อยากขนึ้ มาแลว้ ใจจะทกุ ขข์ น้ึ มาทนั ที

78 ธรรมะสากจั ฉา

พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าให้สร้างเหตุให้สมบูรณ์ให้ครบร้อยให้
เต็มร้อย เหตกุ ็คือสติและปัญญาน้เี องที่เป็นตวั มรรคท่ีแทจ้ ริง ตวั อนื่
ก็เป็นตัวที่เป็นตัวสนับสนุนให้ตัวมรรคนี้ท�ำงานได้อย่างเต็มที่ คือให้
สตไิ ดท้ ำ� งานอย่างเต็มที่ ให้ปญั ญาได้ท�ำงานอยา่ งเต็มที่ จะตอ้ งมีการ
สนบั สนุนจากสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกปั โป สมั มากัมมนั โต สมั มาวาจา
สมั มาอาชโี ว สมั มาวายาโม เพอื่ ทจ่ี ะไดม้ าเจรญิ สมั มาสติ สมั มาสมาธิ
และปัญญาตามล�ำดบั

นี่คือการเจริญมรรคให้สมบูรณ์ต้องเจริญด้วยการรักษาศีล ด้วยการ
เจรญิ สตดิ ว้ ยการนง่ั สมาธิ ดว้ ยการเจรญิ ปญั ญา ถงึ จะสามารถทจี่ ะละตณั หา
ความอยากตา่ งๆ ได้ ถึงจะสามารถมองเหน็ อนิจจงั ทกุ ขงั อนตั ตาได้ ใจท่ี
ไม่มีความทกุ ข์ ใจท่เี ป็นปรมัง สุขงั กค็ อื นพิ พาน นีเ่ อง ใจทเี่ ปน็ นพิ พาน
ก็คือใจท่ีได้ก�ำจัดความอยากต่างๆ ให้หมดส้ินไปจากใจแล้ว เมื่อไม่มี
ความอยาก ก็จะไม่มีอะไรดึงให้ใจมาเกดิ มาแก่ มาเจบ็ มาตาย อกี ต่อไป

79

เพราะไมม่ ีความอยากทจี่ ะตอ้ งใชร้ า่ งกายไปหาลาภ ยศ สรรเสรญิ ไปหา
รปู เสยี ง กลิ่น รส โผฏฐพั พะ อกี ต่อไป ก็ไม่จ�ำเปน็ ท่จี ะต้องไปเกิดไปมี
ร่างกาย เมอ่ื ไม่มีร่างกายก็ไมต่ ้องมาแก่ มาเจบ็ มาตาย ปญั หาทง้ั หลาย
กจ็ ะจบลงทกี่ ารมาเจรญิ กจิ ในอรยิ สจั ๔ นเี้ อง มากำ� หนดรทู้ กุ ข์ มาละสมทุ ยั
มาท�ำนโิ รธใหแ้ จง้ มาสร้างมรรคใหส้ มบูรณ์
น่ีคือกิจท่ีพระพุทธเจ้าทรงมอบให้พวกเราชาวพุทธผู้ปรารถนาการ
ส้นิ สดุ ของความทุกข์ จำ� เป็นทจ่ี ะต้องท�ำภารกจิ ในอรยิ สัจ ๔ นใี้ ห้ครบให้
สมบูรณ์ให้ได้เท่านั้น ถึงจะสามารถก�ำจัดความทุกข์ต่างๆ ให้หมดส้ินไป
จากใจ ยุติการเวยี นว่ายตายเกดิ ใหห้ มดสนิ้ ไป

80 ธรรมะสากจั ฉา

81



ปุจฉา-วิสัชนา
สนทนาธรรมหนา้ กุฏิ

83

โยม : ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ครับ ผมดูรูปพระอาจารย์สมัยวัยรุ่น
พระอาจารยม์ รี ปู งาม พระอาจารยม์ แี นวคดิ ลกั ษณะแบบใดในสมยั ฆราวาสครบั
เช่น เรอื่ งทางครอบครวั เรือ่ งฐานะ คคู่ รอง เหตุไรพระอาจารยม์ าอย่ใู นศลี ธรรม
ครบั

พระอาจารย์ : กอ็ ยากมลี าภ ยศ สรรเสรญิ สขุ ละ่ ซิ กเ็ หมอื นกนั เพยี งแตว่ า่
พอมาคดิ ถงึ เวลามนั แก่ มนั เจบ็ มนั ตาย พอไปเหน็ คนตาย มเี พอื่ นตายตอน
อายปุ ระมาณสกั ๑๒ ขวบ มนั กเ็ ลยทำ� ใหม้ ดี วงตาเหน็ ธรรมขนึ้ มาวา่ ชวี ติ นม้ี นั
ไมถ่ าวรนะ ตอ่ ใหร้ ำ�่ ใหร้ วยยงั ไง ตอ่ ใหม้ อี ะไร เดย๋ี วกต็ อ้ งไปนอนในโลง มนั ก็
เลยพลกิ เปลยี่ นชวี ติ ใหมว่ า่ ออ้ ไมใ่ ชท่ างทจี่ ะไป แตม่ นั มาครง่ึ ทางแลว้ กต็ อ้ ง
เรยี นตอ่ ไปใหม้ นั จบ เพราะยงั ไมส่ ามารถทจี่ ะทำ� อะไรได้ แลว้ ไมร่ จู้ กั ทางของ
พระพทุ ธศาสนาด้วย ช่วงนั้นเรยี นโรงเรยี นคริสต์ โรงเรยี นครสิ ตเ์ ขาให้เชอื่
พระเจา้ อยา่ งเดยี ว แลว้ พระเจา้ จะมาชว่ ยเราพาเราขนึ้ ไปสวรรค์ เราฟงั แลว้
มันก็ไมม่ เี หตุมผี ล ตอนนั้นกเ็ ลยยงั ไม่เชือ่ ศาสนา จนมาจบปรญิ ญาแล้วนี่

84 ธรรมะสากจั ฉา

85

ถงึ มาอ่านหนงั สือพทุ ธศาสนา ถงึ เร่มิ เข้าใจว่าทกุ ข์น้เี กิดไดอ้ ยา่ งไร และจะ
แกไ้ ด้อยา่ งไร ถงึ เร่ิมสนใจปฏบิ ตั ิธรรมต่อไป

โยม : ผมขอโอกาสถามพระอาจารยน์ ะครบั ผมเรยี นจบปรญิ ญาเอก เคยทำ� งาน
เปน็ อาจารย์ และเคยบวชวดั ปา่ มา ๗ เดอื น ปจั จบุ นั ผมนง่ั สมาธทิ กุ วนั เปน็ ระยะ
เวลาเกอื บ๒ปีทกุ วนั นไี้ มค่ อ่ ยอยากทำ� งานหาเงนิ แลว้ ครบั อยากกลบั ไปบวชครบั
ค�ำถามคือการท่ีผมจะบวช จะเป็นการไมใ่ ชศ้ กั ยภาพที่เรยี นมาหรือไม่ครบั
พระอาจารย์ : ออ๋ ไมใ่ ชก้ ไ็ มเ่ หน็ เสยี หายตรงไหนเลย มนั ไมไ่ ดม้ กี ารบงั คบั วา่
เราตอ้ งใชม้ นั นี่ เรากจ็ บปรญิ ญาตรดี า้ นวศิ วกรรมมา เรากไ็ มไ่ ดใ้ ชม้ นั เพราะ
มันไม่ได้ท�ำให้เรามีความสุข มันกลับท�ำให้เรามีความทุกข์ ไปใช้มันท�ำไม
ท�ำงานเครยี ดจะตายไป สไู้ มท่ ำ� งานดกี ว่า สู้นั่งเฉยๆ น่งั สมาธทิ ำ� ใจให้สงบ
มนั ดกี วา่ เยอะแยะ

86 ธรรมะสากจั ฉา

ดงั นน้ั ไมต่ อ้ งไปเสยี ดายกบั ของทม่ี นั ทำ� ใหเ้ ราทกุ ขห์ รอก ความรตู้ า่ งๆ
ทางโลกน้ีมันเป็นความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ไม่รอดพ้นจากความทุกข์
เรียนสูงเท่าไรยิ่งทุกข์มากข้ึนไปเท่านั้น เพราะความอยาก อยากได้มาก
ขนึ้ ไป
ดงั นนั้ อยา่ ไปเสยี ดายเลยความรทู้ างโลก เรามาเรม่ิ ทางธรรมกนั ดกี วา่
มาสร้างความรู้ทางธรรม เป็นความรู้ที่พาให้เราเอาตัวรอดพ้นจากความ
ทกุ ขไ์ ด้ ไมม่ กี ารเสยี หรอก ถา้ เราไปบวชไดน้ ถี้ อื วา่ เปน็ การตดั สนิ ใจทถ่ี กู ตาม
พระพทุ ธเจา้ พระพทุ ธเจา้ กเ็ กง่ เรยี นวชิ าการตา่ งๆ ทางโลก ทา่ นรมู้ ากยงิ่ กวา่
ครอู าจารยท์ ม่ี าสอนทา่ น ทา่ นกย็ งั ทง้ิ มนั เลย เพราะทา่ นเหน็ วา่ เปน็ ความรู้
ท่ไี มส่ ามารถท�ำใหใ้ จท่านพน้ ทุกข์ได้

87

โยม :ชว่ งทพี่ ระอาจารยบ์ วชใหมๆ่ พระอาจารยป์ ฏบิ ตั อิ ยา่ งเดยี วโดยพระอาจารย์
ไดต้ ดิ ตามข่าวสารบา้ นเมืองไหมเจา้ คะ
พระอาจารย์ : ออ๋ ไมต่ ดิ ตามหรอก ไมม่ วี ทิ ยุ ไมม่ หี นงั สอื พมิ พ์ เราไมส่ นใจ
มแี ตส่ นใจอา่ นหนงั สอื ธรรมะ และสมยั นนั้ กไ็ มม่ สี อ่ื ตา่ งๆ กด็ อี ยา่ งหนง่ึ แลว้
เรากไ็ มค่ บคา้ สมาคมกบั ใคร อยคู่ นเดยี ว ไมต่ ดิ ตอ่ กบั ใคร ตอนนนั้ มนั รสู้ กึ วา่
มันติดใจธรรมะ อ่านหนังสือธรรมะแล้วมีความสุข ปฏิบัติธรรมแล้วมันมี
ความสุข สุขเพราะไม่ตอ้ งเสียเงิน ความสขุ อย่างอื่นมันทุกข์ พอเงินหมด
กต็ อ้ งไปหาเงนิ มาใหม่ ดงั นน้ั มนั เลยตดิ ธรรมะมากกวา่ ตดิ ความสขุ ทางอน่ื

โยม : กราบนมัสการเจ้าค่ะ ขอสอบถามว่าอริยบุคคลต้ังแต่อนาคามีข้ึนไปนั้น
ต้องบวชอยใู่ นเพศบรรพชติ เป็นความเข้าใจทีถ่ ูกต้องหรือไม่เจา้ คะ

88 ธรรมะสากจั ฉา

พระอาจารย์ : คอื ความจรงิ เป็นพระอรยิ ะนีก้ ถ็ อื ว่าเปน็ นกั บวชแล้ว คือ
การบวชทแ่ี ทจ้ รงิ นบี้ วชทใ่ี จ ไมไ่ ดบ้ วชทร่ี า่ งกาย คนมกั จะเขา้ ใจผดิ วา่ จะตอ้ ง
บวชทางรา่ งกาย พวกที่บวชทางร่างกายแต่ไมไ่ ดเ้ ปน็ พระอรยิ ะก็ไมไ่ ด้เปน็
พระอริยะ ดังนน้ั การบวชทางรา่ งกายไม่มีผลต่อทางจติ ใจ แมก้ ระท่งั เปน็
พระอรหนั ตก์ ไ็ มต่ อ้ งบวชภายใน ๗ วนั ตามทคี่ ดิ กนั มคี นไปกขุ า่ ววา่ ใครเปน็
พระอรหนั ตแ์ ลว้ ไมไ่ ดบ้ วชภายใน ๗ วนั จะตอ้ งตาย ความจรงิ ไมต่ าย มนั คน
ละเรอื่ งกนั นะ พระอรหนั ตก์ บั เรอ่ื งของความตายมนั ไมเ่ กยี่ วกนั ความตาย
พอถงึ เวลามนั กต็ าย เวลามนั หมดลมหายใจมนั กต็ าย ไมว่ า่ จะเปน็ พระอรหนั ต์
หรอื ไม่เป็นมนั ก็ตาย มนั ไม่เกยี่ วกัน

พอดีมันมีเรื่องท่ีมันท�ำให้ไปคิดว่าเป็นอย่างนั้น เช่น พ่อของ
พระพทุ ธเจา้ กบ็ รรลเุ ปน็ พระอรหนั ต์ ๗ วนั กอ่ นตาย กเ็ ลยคดิ วา่ นเี่ ปน็ พระเจา้
แผน่ ดนิ ไมไ่ ดบ้ วช เปน็ พระอรหนั ตแ์ ลว้ กต็ อ้ งตาย ถา้ ไมไ่ ดบ้ วชภายใน ๗ วนั
ก็ต้องตาย แต่ความจริงท่านตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ ท่านประชวรหนัก

89

พระพุทธเจา้ ไปโปรดไปแสดงธรรมใหบ้ รรลเุ ป็นพระอรหันต์ ก็เลยไปคิดวา่
เป็นฆราวาสแลว้ พอเปน็ พระอรหันตแ์ ลว้ ถา้ ไม่ได้บวชภายใน ๗ วนั นจี้ ะ
ตอ้ งตาย อนั นเี้ ปน็ การเขา้ ใจผดิ รบั ประกนั ไดว้ า่ ไมต่ าย มแี ตก่ เิ ลสทจ่ี ะตาย
เทา่ นน้ั ถา้ เปน็ พระอรหนั ตแ์ ลว้ กเิ ลสตายแนๆ่ แตร่ า่ งกายนมี้ นั อยทู่ บี่ ญุ กรรม
อยทู่ เ่ี หตกุ ารณต์ า่ งๆ ถา้ ถงึ เวลามนั จะตาย เปน็ อรหนั ตห์ รอื ไมเ่ ปน็ อรหนั ต์
มนั ก็ตายเหมือนกนั

โยม : ท่ีว่าจิตไม่มีเพศ พิจารณาให้เห็นความจริงเพื่อละความหลงได้อย่างไร
เจา้ คะ

พระอาจารย์ : เรอ่ื งเพศไมส่ ำ� คญั ไมต่ อ้ งไปพจิ ารณา พจิ ารณากเิ ลสวา่ ตอนนี้
เราโลภหรอื เปลา่ เราโกรธหรอื เปลา่ เราอยากหรอื เปลา่ ถา้ เรายงั โลภ ยงั อยาก
ยงั โกรธอยู่ เรากต็ อ้ งหยดุ มนั ดว้ ยสมาธิ ดว้ ยปญั ญา เรอื่ งเพศนมี้ นั เรอื่ งของ

90 ธรรมะสากจั ฉา

ความชอบ ชอบผู้หญิงเขาก็ว่าเป็นผู้ชาย ชอบผู้ชายเขาก็ว่าเป็นผู้หญิง
เทา่ นนั้ เอง มนั เปน็ เรอ่ื งของความชอบ มนั ไมเ่ กย่ี วกบั กเิ ลส การปฏบิ ตั นิ ไี้ มไ่ ด้
ฆา่ เพศใหก้ ลายเปน็ ไมม่ เี พศ ไมเ่ ปน็ เพศหญงิ ไมเ่ ปน็ เพศชาย ไมใ่ ช่ เพศมนั
เป็นเพียงแต่ความชอบของจิตแต่ละดวงท่ีเคยปลูกฝังมาในใจมาตลอด
เคยชอบอยา่ งน้นั ก็ชอบมาเรอ่ื ยๆ

ดงั นน้ั ไมเ่ ปน็ ไร ไมม่ ปี ญั หา ถา้ ชอบแลว้ ไมท่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเสยี หายแก่
ผอู้ น่ื ไมไ่ ดไ้ ปทำ� บาปทำ� กรรม ไมไ่ ดท้ ำ� อะไร อยา่ งมากกท็ ำ� ผดิ กบั ตวั เองเพราะ
ความชอบนก่ี ย็ งั เปน็ กเิ ลสอยู่ กต็ อ้ งตดั ความชอบออกไปใหไ้ ด้ ถา้ ตดั ไดแ้ ลว้
กจ็ ะไมม่ กี เิ ลส ใจกจ็ ะไมท่ กุ ข์ ถา้ ชอบแลว้ ไมไ่ ดส้ ง่ิ ทชี่ อบกจ็ ะทกุ ข์ หรอื ไดส้ ง่ิ
ทชี่ อบมาแลว้ เสยี ไปในภายหลงั กท็ กุ ขอ์ กี ดงั นนั้ สไู้ มช่ อบดกี วา่ จะไดไ้ มต่ อ้ ง
มอี ะไร อย่กู บั ความวา่ งแล้วจะไม่ผดิ หวงั ไม่มกี ารส้นิ ไม่มีการหมด เพราะ
ความว่างนจ้ี ะอยไู่ ปเรอ่ื ยๆ ไม่มีเกดิ ไม่มีดับ

91

โยม : ท�ำไมเรารู้ธรรมแตไ่ มเ่ ห็นธรรม ทำ� ไมเรารู้ทกุ ขแ์ ต่ไมเ่ ห็นทกุ ข์คะ

พระอาจารย์ : เพราะธรรมทเ่ี รารนู้ เี้ ปน็ ชอ่ื ของมนั ไมไ่ ดต้ วั ของมนั เหมอื นไป
รา้ นอาหารไปเปดิ ดเู มนนู ี่ เมนมู นั ไมใ่ ชต่ วั อาหาร เปน็ ชอ่ื ของอาหาร ถา้ ไมส่ ง่ั
ให้เขาท�ำอาหารมา เราก็ไม่ได้กินอาหาร ดังน้ันการได้ยินได้ฟังธรรมน้ี
เปน็ เพยี งไดย้ นิ ชอ่ื ของธรรมเทา่ นน้ั เอง ยงั ไมไ่ ดเ้ จอตวั ธรรม จะเจอตวั ธรรม
ต้องปฏบิ ตั ิ ต้องปฏิบตั ิสติ สมาธิ ปญั ญา แลว้ ตัวธรรมก็จะปรากฏขน้ึ มาให้
เราเหน็

โยม : ในข้ันตอนปฏิบัติ ครูบาอาจารย์สามารถน�ำปฏิบัติยกระดับจิตเพื่อช่วย
เคลยี รส์ ภาวะด้านลบ และยกระดบั ขนั้ องคฌ์ านไดห้ รอื ไมอ่ ย่างไรครับ

พระอาจารย์ : ทา่ นยกไมไ่ ดห้ รอก เราตอ้ งยกเอง บางคนคดิ วา่ นง่ั สมาธกิ บั
อาจารยแ์ ล้วเรากจ็ ะได้สมาธเิ หมอื นกับอาจารย์ มนั ไมไ่ ดห้ รอก สมาธขิ อง

92 ธรรมะสากจั ฉา

ใครของมนั อยูท่ ่ีสติใครสตมิ นั แตว่ ่าพอนง่ั อยูก่ ับอาจารยอ์ าจจะมสี ตมิ าก
ขึน้ กไ็ ด้ เพราะกลวั และยงิ่ ร้วู า่ อาจารยบ์ างรปู มอี ภญิ ญาดูจติ เราได้ กก็ ลวั
ว่าจะรู้ พอเราก�ำลังไปคิดเร่ืองนู้นเร่ืองน้ีขึ้นมาก็เลยไม่กล้าคิด อย่างนี้ก็
อาจจะมีประโยชน์ได้ ได้อยู่ใกลค้ รูบาอาจารย์ทำ� ใหม้ ีสตมิ ากขึ้น แล้วก็ได้
ความสงบมากขึ้น แต่จะไปหวังให้อาจารย์เอาสติของท่านมายกระดับจิต
ของเรานที้ ำ� ไมไ่ ด้

โยม :จดุ มงุ่ หมายของการปฏบิ ตั ิคอื เราสามารถอยไู่ ดท้ กุ สภาวะโดยจติ จะไมท่ กุ ข์
กับมันใช่ไหมคะ
พระอาจารย์ : ใช่ จติ อยเู่ หนอื โลกธรรม ๘ คอื อะไรเกดิ ขนึ้ ในโลกนจ้ี ะไมท่ ำ�
ใหจ้ ิตใจว่นุ วาย สะเทอื น

93

โยม : จติ เกษมคอื จติ อยา่ งไรเจา้ คะ และเมอ่ื มแี ลว้ จะยงั คงภาวะเชน่ นนั้ ตลอดไป
หรอื ไม่ หรือมเี ฉพาะพระอรหันตเ์ ทา่ นนั้ เจ้าคะ
พระอาจารย์ : กต็ อ้ งเป็นพระอรหันต์เท่านั้นแหละถึงจะได้ความสุขแบบ
ถาวร แบบไมข่ น้ึ ๆ ลงๆ แมจ้ ะเปน็ พระอรยิ บคุ คลขนั้ ที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ กย็ งั มคี วาม
ทกุ ขส์ ลบั กบั ความสขุ อยู่ มรี ะดบั ของพระอรหนั ตเ์ ทา่ นน้ั ทไ่ี มม่ คี วามทกุ ขเ์ ขา้
มาในจติ ใจอกี ตอ่ ไป ความสขุ กเ็ ลยเปน็ ความสขุ ทเ่ี สถยี ร ทไ่ี มข่ นึ้ ไมล่ ง ทไี่ ม่
หมดไมห่ าย ทา่ นถงึ เรยี กวา่ “ปรมงั สขุ งั ” ความเกษมของจติ เพราะไมม่ กี เิ ลส
ความอยากที่จะมาคอยสรา้ งความทุกขใ์ หก้ บั ใจน่ันเอง

โยม : ถา้ เราไปถึงพระนพิ พานแลว้ มคี วามสขุ แลว้ จะท�ำอยา่ งไรต่อไปครับ
พระอาจารย์ : กไ็ ปสอนคนอื่นต่อไง เหมอื นพระพุทธเจ้า

94 ธรรมะสากจั ฉา

95

รบั ชมการแสดงธรรมโดย พระอาจารยส์ ุชาติ อภชิ าโต ไดท้ กุ วนั
เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. รบั ชมได้ทาง

Youtube: Phrasuchart Live

Facebook: พระอาจารยส์ ชุ าติ อภิชาโต
สามารถรับฟังผา่ นวทิ ยุธรรมะออนไลนท์ ่ี
Phrasuchart.com
และสามารถถามปัญหาธรรมะได้ทาง
Facebook และ Youtube

96 ธรรมะสากจั ฉา


Click to View FlipBook Version