คัดจากการแสดงธรรมะบนเขา
พระอาจารย์สุชาติ อภชิ าโต
วัดญาณสงั วรารามวรมหาวิหาร จ.ชลบรุ ี
ถา้ อยากรวยก็ต้องต้งั เป้าหมายที่การหาเงนิ
กต็ อ้ งหาเงนิ ขยันเก็บเงนิ
และขี้เกียจใชเ้ งิน เก็บไว้ไปลงทนุ
ใชเ้ งินกับสิง่ จำ� เป็น
ไม่ใช้เงนิ กบั ของฟมุ่ เฟือย
ถา้ ต้งั เปา้ หมาย
สู่การหลดุ พ้น
ก็ต้องต้ังเป้าหมาย
ทกี่ ารปฏิบตั ธิ รรม
เพ่อื หลดุ พ้นจากความทกุ ข์
อยากพ้นทกุ ข์
กต็ ้องปฏิบัตติ าม
ค�ำสอนของ
พระพุทธเจา้
ทกุ ประการ
ใช้สติหยดุ ความคดิ
ถ้าหยดุ คดิ ไม่ได้
เวลาน่งั ใจจะไมส่ งบ
ถา้ ตอ้ งการออกจากความทุกข์
ตอ้ งปลีกวเิ วก
อยหู่ า่ งจาก
รปู เสยี ง กล่นิ รส โผฏฐพั พะ
ผทู้ ่ีออกบวชคือผทู้ ี่มีศรทั ธาเตม็ ทแ่ี ลว้
พอออกบวชแล้วก็ต้งั เป้าที่การปฏบิ ัติ
อยา่ ไปตงั้ เปา้ ทกี่ ารท�ำบญุ
เพราะเวลาจะเสียไปกับการทำ� บุญ
ตอ้ งรูว้ ่าเราอยูใ่ นระดบั นักบุญ
หรือระดบั นกั บวช
ถา้ เป็นระดบั นักบญุ
จะไปเปดิ โรงทาน สรา้ งกฏุ ิ สรา้ งเมรุ
สรา้ งพระพุทธรปู ท่ไี หนก็ท�ำได้
แต่ถา้ จะข้ึนระดบั นกั บวช
ต้องเลกิ กิจกรรมนักบุญ มนั ขวางกัน
ระดบั นักบวชตอ้ งเกบ็ ตวั
ใจเขา้ ข้างใน ตอ้ งไปแบบวันเวย์ทางเดียว
ไปแลว้ ไมก่ ลบั ไมถ่ อย
มแี ตค่ ืบหน้าไปเรอื่ ยๆ
ถา้ ไมอ่ ยากทกุ ข์
ต้องหยดุ
การเวียนวา่ ยตายเกิด
จะหยดุ ได้
ตอ้ งปฏิบตั ิ
ศลี สมาธิ ปัญญา
ถ้ามีสติจะนั่งสมาธิได้ ถ้าหยุดความคิดไม่ได้
กเิ ลสจะมาหลอกใหไ้ ปทางตา หู จมกู ลน้ิ กาย
ให้กลับไปเป็นนักบุญ ถ้าท�ำใจให้สงบไม่ได้
อยู่แบบนักบวชจะทรมาน ต้องขยันเพียร
สร้างสติ ควบคุมความคิด อย่าปล่อยให้ใจ
ไปอดตี หรอื อนาคต ไมต่ อ้ งใชค้ วามคดิ มสี ติ
รู้อยู่ว่าท�ำอะไร ถ้าคิด ก็ใช้พุทโธดึงกลับมา
ถ้าควบคุมความคิดได้ จิตจะเป็นอุเบกขา
เปน็ อปั ปนา จะอยเู่ ปน็ นกั บวชได้ ถา้ ไปโนน่ มาน่ี
เดยี๋ วผ้าเหลืองรอ้ น ตอ้ งสกึ กลบั ไปเปน็ นักบญุ
แสดงวา่ สอบตก
ปญั ญาคอื ความรู้ทีเ่ ราไมอ่ ยากรู้กนั
เพราะกเิ ลสไม่ชอบอสุภะ
ไมช่ อบดคู วามแก่ ความเจบ็ ความตาย
กเิ ลสชอบดูแต่ของสวยงาม
การทไ่ี มด่ คู วามจรงิ กไ็ ม่เป็นปัญญา
ถา้ พิจารณาอาการ ๓๒
จะเห็นว่าไม่มอี ะไรน่าดู
เหมือนกระเปา๋ สวยๆ
ถา้ อยากร้วู ่าขา้ งในมอี ะไร
เปดิ ดูกม็ ีแต่ขยะ อุจจาระ
ของไมส่ วยงาม
ถ้าใจมีกิเลสจะไม่ยอมดู
จะดงึ ไปคิดแต่เรื่องสวยๆ งามๆ
ไมม่ ีหนงั สอื ภาพอสภุ ะมาขายกนั เพราะไม่มใี คร
อยากดู จะดขู องเหลา่ นไี้ ดใ้ จตอ้ งสงบ เหมอื นกบั
ถกู ฉดี ยาสลบ ถา้ ใจไมส่ งบจะขยะแขยง จะดไู มไ่ ด้
แตถ่ า้ ใจสงบจะดูได้จดจำ� ได้และดไู ดน้ านๆ ถ้าไม่
เตรียมตวั รบั กับความแก่ ความเจ็บ ความตาย
ก็จะทุกข์ ให้พิจารณาอสุภะเพ่ือรับความจริง
เหลา่ นี้ อย่าไปหนอี ยา่ ไปปฏิเสธมนั เพราะมีอยู่
ในตวั ทกุ คน ถา้ ดอู สภุ ะได้ ตอ่ ไปเหน็ ใครสวยหลอ่
อย่างไรก็จะเห็นว่าไม่น่าดู การพิจารณาอสุภะ
เปน็ การปฏิบตั ิส�ำหรบั ผู้ต้องการตัดกามราคะ
ถา้ ยังคิดอย่จู ะน่ังสมาธิไม่ได้
ต้องหัดหยดุ ความคดิ ให้ไดก้ ่อน
ถา้ ไม่ได้เต็มร้อย สักห้าสิบก็ยงั ดี
ถา้ มพี ทุ โธตลอดเวลาก็จะมคี วามสงบ
เม่ือจติ สงบ
จะเห็นความสุข
ใจจะเบาเย็นสบาย
มีความสขุ
โดยไมต่ ้องมอี ะไร
ไมต่ ้องมีเงนิ
ไมต่ อ้ งมอี ะไร
มาให้ความสขุ กับเรา
ตน้ เหตุของความอยาก
คอื ความหลง
หลงท่ีไมร่ วู้ ่าความสขุ ทแ่ี ท้จรงิ
คอื อะไร
หลงไปคดิ วา่ ความสขุ
คือการทำ� ตามความอยาก
ทุกคร้งั ที่เกิดความอยาก
ใหใ้ ชป้ ญั ญาสอนใจว่า
ถ้าท�ำตามความอยาก
ความอยากจะไมม่ วี ันหมด
และจะทุกขอ์ ยู่เรอ่ื ยๆ
เราทกุ ข์ไม่รู้ก่ีแสนล้านรอบแล้ว
เพราะความอยากท�ำใหม้ าเกิดอย่เู ร่อื ยๆ
ใจถูกความหลงครอบครองวา่
ความสุขอยู่ท่กี ารหาลาภ ยศ สรรเสรญิ
หิวรูป เสยี ง กล่ิน รส กล่ิน โผฏฐัพพะ
ตั้งแตเ่ ด็กแล้ว
เรือ่ งความอยากน่ีไมต่ ้องสอน
เพราะความอยากติดมากบั ใจของเรา
ถูกโปรแกรมมาเหมอื นกัน
อยู่ในใจทุกคน
พระพุทธเจ้า
และพระอรหันต์
ไม่เกดิ เป็นมนุษย์
อีกต่อไป
เพราะมีความสุข
จากความสงบ
ความสงบที่ไมท่ ำ�
ตามความอยาก
การปฏบิ ัติธรรมท่ีจะท�ำให้เกดิ ผลดีนั้น
ควรจะปฏิบัตอิ ยา่ งต่อเนือ่ ง
อย่าท�ำแบบขาดตอนแบบหักโหม
ท�ำแบบกระตา่ ย คอื ท�ำแบบเวลามีอารมณ์
ไม่มอี ารมณก์ ไ็ มท่ �ำ ซ่งึ ก็จะไมท่ ำ� เป็นสว่ นใหญ่
ให้ท�ำแบบเตา่ มีอารมณ์หรอื ไมม่ ีอารมณก์ ็ท�ำ
เหมอื นรับประทานอาหาร
จะอยากหรือไมอ่ ยาก
ถงึ เวลารับประทานกต็ ้องรับประทาน
การปฏบิ ัตถิ า้ ทำ� ตามอารมณ์จะไมก่ า้ วหนา้
เพราะอารมณ์ส่วนใหญ่
ไปทางกิเลสมากกวา่ ไปทางธรรม
เหตกุ ารณท์ างธรรมมีปีละ ๔ ครัง้
คอื วนั มาฆบชู า วนั วิสาขบชู า
วันอาสาฬหบชู า และวนั เขา้ พรรษา
ทีจ่ ะเปน็ เหตใุ ห้เราปฏิบตั ธิ รรมกนั
แตเ่ หตกุ ารณท์ างโลกมมี ากมายก่ายกอง
ท่ีจะดึงให้เราออกจาก
การปฏิบตั ธิ รรมตลอดเวลา
ไม่ว่าจะทำ� ทาน รักษาศีล หรอื การภาวนา
ให้ทำ� ตามก�ำลงั อยา่ งตอ่ เนือ่ ง
ทำ� แล้วจะท�ำได้มากข้นึ ไปตามลำ� ดับ
จะท�ำได้ไมย่ าก เหมอื นหดั ยกน้�ำหนกั
ตอนแรกก็ยก ๑๐ กโิ ล
แล้วเพมิ่ เปน็ ๑๑ และ ๑๒ กิโล
เพม่ิ ไปเรื่อยๆ รา่ งกายจะปรับได้ ฉนั ใด
ใจก็จะปรับกบั การปฏิบัตธิ รรมได้
อาจเรมิ่ ปฏบิ ตั จิ ากวนั พระ
และเพิ่มไปทีละเล็กละนอ้ ย
และจะเพ่มิ มากข้ึนไปเรอื่ ยๆ
เพราะเหน็ ผลของการกระท�ำทด่ี ตี ่อจติ ใจ
การท�ำบุญจะไมส่ ูญเปล่าและมผี ลมากกวา่ ปัจจบุ นั
เพราะเงนิ ท�ำบญุ เป็นเหมอื นแลกเปลย่ี นเงนิ ตรา
ไปใชต้ ่างประเทศท่ีเราจะเดนิ ทางไป
ใจของพวกเราตอ้ งเดนิ ทางต่อไป
เพราะร่างกายไมไ่ ดอ้ ยู่ตลอด
เวลาร่างกายตายไป
เราไม่สามารถใช้เงินบาทได้
เพราะใจอยใู่ นโลกทพิ ย์
ใจอาศยั รา่ งกายอยใู่ นโลกนี้
กใ็ ช้เงินของโลกน้ี พอไปอยโู่ ลกทพิ ย์ก็เอาเงนิ
ของโลกนี้ไปใช้ไม่ได้ ฉะน้ันการทำ� บญุ
จงึ เปน็ เหมือนการแลกเปลย่ี นอัตราเงิน
เพื่อเอาไปใชใ้ นโลกทพิ ย์
หลายคนเข้าใจผดิ วา่
ถา้ ทอดกฐิน
จะไดบ้ ุญมาก
บุญมากบญุ นอ้ ย
ไมไ่ ด้อย่ทู ี่ชนิด
ของบญุ ที่ท�ำ
แต่อยู่ทกี่ ารเสียสละ
ถา้ เสียสละมาก
ก็ได้บุญมาก
จะทำ� บญุ ชนดิ ไหนอยทู่ ปี่ ระโยชนข์ องผทู้ ไี่ ดร้ บั เชน่ ถา้ เขา
ไมเ่ ดอื ดรอ้ นเรอื่ งเสอื้ ผา้ ใหเ้ สอื้ ผา้ กไ็ มไ่ ดป้ ระโยชน์ เรอื่ งกฐนิ
เกิดจากการขาดแคลนผ้าในสมัยพระพุทธเจ้า เม่ือทรง
ประกาศพระศาสนาใหมๆ่ นกั บวชตอ้ งไปหาผา้ จากปา่ ชา้
ต่อมามีผู้บวชมากข้ึนผ้าไม่พอใช้ ผ้าในป่าช้าหายหมด
ทรงสงสารพระ เลยบอกญาตโิ ยมให้ถวายผา้ ให้พระบา้ ง
ทรงบอกว่าเป็นประโยชน์มากมีอานิสงส์มาก ไม่ได้ทรง
บอกว่าได้บุญมาก อานิสงส์ไม่ได้แปลว่าบุญ คิดว่า
ได้บุญมากเลยไปจ่อเป็นเจ้าภาพกฐิน ถ้าเปิดโรงทาน
๕,๐๐๐ บาท กบั เจ้าภาพกฐิน ๕๐๐ บาท บญุ ไหน
มากกวา่ กัน กไ็ มต่ ้องวนุ่ วายไปจองกฐนิ กัน ถา้ ไมไ่ ด้เป็น
เจ้าภาพก็เสียใจกลายเป็นกิเลสไป เป็นเร่ืองเข้าใจผิด
บญุ เกดิ จากการเสยี สละของเรา อาจเปน็ ของไมม่ รี าคามาก
แตม่ ีคณุ ค่าทางใจมาก ถา้ เสยี สละสิ่งทีร่ กั ไดจ้ ะมคี วามสขุ
มากกวา่ เสียสง่ิ ทไ่ี มร่ ัก
การทำ� บุญเปน็ ส่ิงที่เราต้องบงั คบั ใจ
เพราะอารมณ์ใชเ้ งนิ ตามกิเลสตณั หามที ุกวนั
ตอ้ งเบรกมนั ควรก�ำจดั มัน
เอาเงินท่จี ะไปรับใชม้ ันมาทำ� บญุ ดกี วา่
แทนการเอาไปใช้ตามกเิ ลส
ส่งิ ทีพ่ วกเราทุกคนอยากไดก้ ็คอื
ลาภ ยศ สรรเสรญิ
ความสขุ ทางตา หู จมกู ลิ้น กาย
อันนไ้ี ม่ต้องมใี ครสอน
ไมต่ ้องมใี ครบอก
เพราะมันฝงั อยใู่ นใจของพวกเราทุกคน
คือ กามตณั หา ภวตณั หา วภิ วตัณหา
ชวี ติ ของเรานจี้ ะวนเวียนอยกู่ ับ
เรอ่ื งวุ่นวายต่างๆ อยตู่ ลอดเวลา
อยกู่ บั การแสวงหาส่งิ ต่างๆ ทเ่ี ราอยากได้
ได้มาแลว้ เดย๋ี วเราก็ต้องสญู เสยี มนั ไป
หรอื แสวงแล้วไมไ่ ดก้ เ็ สียใจ
ไดม้ าแล้วเสยี ไปกต็ อ้ งเสยี ใจ
สรุปแลว้ กค็ ือชีวิตของเรานมี้ แี ต่เรอื่ งว่นุ วายใจ
เรือ่ งเสยี ใจ เรื่องไมส่ บายใจอย่เู รอื่ ยๆ
วฏั สงสาร
คือ วัฏฏะแห่งการ
เวยี นว่ายตายเกดิ
ที่พวกเรามาติดกนั อยู่
โดยที่พวกเรา
ไม่รสู้ ึกตัว
เราไมร่ วู้ ่าเราก�ำลงั เป็นนกั โทษ
เราถูกขังอยใู่ นคุกตะราง
ทมี่ กี �ำแพงก้นั อยู่ ๔ ด้านด้วยกนั
กำ� แพงดา้ นทหี่ น่ึงเรยี กว่า “เกดิ ”
ก�ำแพงด้านทสี่ องเรยี กวา่ “แก่”
กำ� แพงด้านท่สี ามเรียกว่า “เจบ็ ไข้ไดป้ ่วย”
และก�ำแพงดา้ นทส่ี เี่ รยี กวา่ “ตาย”
น่คี อื คกุ ตะรางของพวกเราที่พวกเราตดิ กันมา
อยูอ่ ยา่ งเป็นเวลาอันยาวนาน
และจะตดิ อย่ใู นคกุ ตะรางอยา่ งนีไ้ ป
ไม่มีวนั สิ้นสดุ
ถ้าเราไมไ่ ดพ้ บกับพระพุทธศาสนา
พระพทุ ธเจ้านไี้ มม่ ีเพยี งพระองค์เดยี ว
พระพทุ ธเจา้ นมี้ ีมาปรากฏในโลกนี้อยเู่ ร่ือยๆ
เพียงแตน่ านๆ มาสกั ครั้งหนึ่ง
และนานๆ จะมพี ระพุทธเจ้าที่ตรสั รู้แล้วมาประกาศ
พระธรรมค�ำสอน กอ่ ต้งั พระพทุ ธศาสนาขึน้ มา
การที่เราจะมาเกดิ เป็นมนุษย์ เราก็ไม่แนว่ า่ ทกุ ครง้ั
ทเี่ รามาเกดิ นจ้ี ะมาเกดิ ในจงั หวะทม่ี ี
พระพทุ ธศาสนาหรือไม่
เพราะแม้พระพทุ ธศาสนาเอง เมอื่ ปรากฏแล้ว
กอ็ ย่ไู ปไม่นาน บางศาสนาก็ ๕,๐๐๐ ปี
บางศาสนาก็ ๕๐,๐๐๐ ปี
แล้วแต่ความสามารถ
ของผทู้ ่ีรกั ษาพระพทุ ธศาสนาวา่
จะรักษาไดน้ านหรอื ไม่นาน
กว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์น้ีมันยากกว่าการเกิดเป็น
สัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานเขาออกลูกทีเป็นฝูง
ปลาเป็นฝูง แมลงเป็นฝูง แต่มนุษย์นี้ออกทีละคน
สองคนเท่าน้นั เอง มนษุ ย์เรามแี คห่ กเจด็ พันล้านคน
แต่สัตว์ท่อี ยู่ในปา่ นี้อาจจะมีหกเจด็ แสนล้านๆ ตวั ก็ได้
ถา้ เรานบั พวกมด แมลง สัตวเ์ ล้ือยคลาน แลว้ ก็พวก
สัตว์มีปีกต่างๆ เพราะฉะน้ัน การเกิดเป็นมนุษย์นี้
ยากมาก แล้วการมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วมาพบกับ
พระพุทธศาสนาก็ยากสองเท่า เพราะการเกิดของ
พระพทุ ธศาสนากย็ าก การเกดิ เปน็ มนษุ ยก์ ย็ าก กเ็ ลย
คูณ ๒ เข้าไป เพราะถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ไม่เจอ
พระพุทธศาสนากไ็ มเ่ กดิ ประโยชนอ์ ะไรเลย
ถ้าเรามาเกดิ เป็นสตั วเ์ ดรัจฉาน
แลว้ มาพบกับพระพุทธศาสนา
เราก็ไม่สามารถรบั ประโยชน์
จากพระพุทธศาสนาได้ เพราะสัตว์เดรจั ฉานน้ี
ไม่สามารถเขา้ ใจภาษาของมนษุ ย์ได้
แตจ่ ะไดร้ ับประโยชนค์ ือจะไดร้ บั ความปลอดภยั
ได้อยูใ่ นเขตอภยั ทาน ไม่มกี ารฆ่ากนั
แต่จะไม่ได้รับประโยชน์จากการศกึ ษา
จากการปฏิบัติ ที่จะน�ำพาจติ ใจให้หลุดออก
จากกองทุกขแ์ ห่งการเวียนวา่ ยตายเกดิ ได้
จ�ำเป็นจะต้องมาเกิดเป็นมนษุ ย์เทา่ นั้น
อบุ ายการสั่งสอนของพระพทุ ธเจา้
ถ้ายังสง่ั สอนญาติโยมทยี่ งั ใช้เงินใช้ทองอยู่
กต็ ้องสอนให้ท�ำทาน แตถ่ า้ สงั่ สอนนกั บวช
ภกิ ษุ สามเณร ภิกษุณี ทไี่ มไ่ ด้ใช้เงนิ ทองแลว้
ท่านกไ็ มไ่ ดส้ อนเรื่องทาน
ท่านก็สอนเร่ืองศลี กับภาวนา
ภาวนาก็คือสมาธิและปญั ญานี่เอง
คนทท่ี ำ� บุญไม่ไดน้ ้ี
จะรักษาศลี ยาก
แต่คนที่ท�ำบุญ
ทำ� ทานไดน้ ้ี
จะรักษาศีลไดง้ า่ ย
ค�ำวา่ “พระนพิ พาน”
ไม่ไดเ้ ป็นสถานท่ี
ไม่ไดเ้ ดนิ ทางไปสพู่ ระนพิ พาน
พระนพิ พานกค็ อื จิตทป่ี ราศจากความอยาก
ทั้ง ๓ นี้ คอื
กามตณั หา ภวตัณหา วิภวตณั หา
ทไี่ ด้ถูกทำ� ลายด้วยมรรค คือ
ศีล สมาธิ ปัญญา
หรอื ทาน ศีล ภาวนา
ที่พวกเรามาบ�ำเพ็ญกันในวันน้นี ั่นเอง
พระพุทธเจ้าทรงสอนใหเ้ ราท�ำตวั เปน็ ปฐพี
ให้ตำ�่ ตอ้ ย ให้เขาเหยียบย�ำ่ ได้ ไมเ่ ดือดร้อน
ใครดถู ูกเป็นเรอ่ื งของเขา
ท�ำตวั เหมือนแผน่ ดิน
ใครจะถ่มน้ำ� ลาย อจุ จาระ ปัสสาวะ
ใส่แผน่ ดินกไ็ ม่เดือดรอ้ น
ตอนใชเ้ ฟซบกุ๊ ก็มคี นเห็นด้วยและไมเ่ ห็นดว้ ย
แต่เรามองวา่ เปน็ เหมอื นส่ือถ่ายทอดธรรมะ
ถา้ มีส่งิ ที่ดไี ปเผยแผก่ ไ็ ม่เสียหายอะไร
อยา่ เอาตวั เองไปเผยแพรก่ แ็ ล้วกนั
การใหค้ วามรูแ้ กผ่ อู้ ่ืน
เป็นวทิ ยาทาน ธรรมทาน
พระพุทธเจา้ ทรงสอนให้มาชำ� ระโทษ
ทีม่ ีอยู่ในตัวเรา ดกี ว่าไปเพง่ โทษผ้อู นื่
ถ้าบอกโทษผูอ้ ่นื ให้บอกดว้ ยความเมตตา
ถ้าเหน็ วา่ เขากำ� ลงั จะไปตกหลมุ ตกบ่อ
ก็บอกเขาได้
แต่ถา้ เขาไม่อยใู่ นฐานะที่จะฟงั เราหรอื ไม่ยินดี
กอ็ ย่าบอก
บอกคนทีเ่ หน็ ความปรารถนาดขี องเรา
เราอยู่ในฐานะบอกเขาไดห้ รอื ไม่
เขาเชือ่ ฟงั เราหรือไม่
ถา้ ไม่ฟงั ก็อยา่ บอก
วิธีไหนจะเลือกได้ว่า
เป็นค�ำสอนทถี่ กู ทาง
ที่จะให้หลุดพ้นได้น้ี
พระพทุ ธเจา้ ทรงบอกว่า
ค�ำสอนใดกต็ าม
ท่ีมีมรรค ๘
กเ็ ปน็ คำ� สอนท่ีถูกตอ้ ง
การสอนต้องดคู นสอนด้วยว่า
รู้จรงิ หรอื ไมร่ ูจ้ ริง
ถา้ กำ� จัดความทุกขข์ องตนเองไม่ได้
จะกำ� จดั ความทกุ ข์ของคนอืน่ ไดอ้ ย่างไร
การออกบวชนี้
เป็นการไปศกึ ษาเป็นการไปปฏิบัติ
เพือ่ ใหเ้ ราได้หลดุ พ้นจากกองทุกข์
แหง่ การเวยี นวา่ ยตายเกดิ
ส่วนการอย่ดู ำ� รงชพี แบบผ้คู รองเรือน
มีครอบครวั อันน้เี ป็นการเดินทาง
ไปส่กู ารเวยี นวา่ ยตายเกดิ
เดนิ ทางไปสกู่ องทกุ ข์ต่างๆ
พระพุทธเจา้ และพระอริยสงฆส์ าวกทง้ั หลาย
ท่านเห็นทุกข์ เราไมเ่ หน็ ทกุ ข์
เราเห็นทกุ ขว์ า่ เป็นสุข
ทา่ นเหน็ สขุ ว่าเปน็ ทกุ ข์
ถ้าเราอยากจะหลดุ พ้นจากความทกุ ข์
เรากต็ ้องเชือ่ วา่ อะไรเป็นทกุ ข์
อะไรไม่เปน็ ทุกข์
ตอนนี้เรามีดวงตาเห็นโลก ไม่มีดวงตาเห็นธรรม
เราเห็นโลก เห็นโลกอะไร โลกธรรม ๘ นั่นเอง
เหน็ ลาภ ยศ สรรเสรญิ สขุ วา่ เปน็ สขุ อยา่ งยง่ิ คนเรา
ทุกคนเกิดมานี้ก็แสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ สุขกนั
ไปคิดว่ามันเป็นสุขนั่นเอง หารู้ไม่ว่ามันเป็นทุกข์
มีพระพุทธเจ้าและพระอริยเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่ามัน
เป็นทุกข์ พระพทุ ธเจา้ กบั พระอริยสงฆ์สาวกทุกรูปน้ี
ท่านไมแ่ สวงหาลาภ ยศ สรรเสรญิ ท่านไม่แสวงหา
ความสขุ ทางตา หู จมูก ล้นิ กาย ท่านแสวงหา
ความสุขที่อยู่ในใจ เป็นความสุขที่ไม่ได้อยู่ในโลกน้ี
เพราะมันไม่ได้อยู่ในร่างกาย ความสุขทางใจนี้เป็น
ความสุขท่ีไม่มีวันเส่ือม ไม่มีวันหมด ที่เราควบคุม
บงั คับได้ ควบคุมใหม้ นั เป็นความสุขท่ีถาวรได้
การมาบวชนี้
ไม่ไดเ้ ป็นการผลติ พระอริยสงฆ์
ขึน้ มาโดยอตั โนมัติ
แต่การบวชนี้เป็นเพยี งการเปิดโอกาส
ให้ผทู้ ี่มตี ามืดบอดไดเ้ ขา้ มา
ศกึ ษาพระธรรมค�ำสอน
และปฏบิ ัตติ ามพระธรรมคำ� สอน
จนปรากฏมดี วงตาเหน็ ธรรมขึน้ มา
เป็นพระอรยิ สงฆ์สาวกข้นึ มา
ศาสนาพทุ ธนที้ ่านวดั ด้วยการปฏบิ ัติ
ไมไ่ ด้วดั ด้วยการจำ� ได้
การเรยี นรู้เพ่อื จำ� ได้กส็ ำ� คัญ
แต่ยงั ไมไ่ ด้เปน็ ตวั ตดั สนิ ว่า
เปน็ ผู้ทม่ี ีดวงตาเหน็ ธรรมหรือยัง
ผ้ทู ่มี ดี วงตาเห็นธรรมแลว้
จะวดั ไดด้ ว้ ยการปฏบิ ัติ
อยา่ เอาเงินทองไปซือ้ ของต่างๆ
ไปดับความทุกข์ท่ีมอี ยูใ่ นใจ
มนั ไมด่ ับหรอก หรือถ้ามเี งนิ ทองมาก
ไมอ่ ยากจะเก็บเอาไว้
ก็เอาไปทำ� บญุ ทำ� ทานจะดกี ว่า
เพราะการท�ำบุญท�ำทานนี้
จะทำ� ให้เรามีความสขุ ใจขึ้นมา
เราจะปฏบิ ตั แิ บบสบายๆ ไมไ่ ด้
ถา้ อยากจะไปเรว็ อยากจะไปได้ผลเรว็
อนั นจ้ี ะต้องลำ� บาก เชน่
ตอ้ งมกี ารทรมานกิเลส
ด้วยวิธกี ารต่างๆ อดนอนบา้ ง อดอาหารบา้ ง
หรือให้เดินจงกรมเปน็ เวลาอันยาวนาน
นัง่ สมาธิเปน็ เวลาอันยาวนาน
มนั ถึงจะบบี จะฆ่ากเิ ลสได้
ถา้ เดนิ กันแค่ครง่ึ ช่ัวโมง
นง่ั กันแคค่ รึง่ ชัว่ โมงน้ี กิเลสมนั ไม่กลวั
กเิ ลสมันไม่ตาย ถ้าเดนิ กันที ๓-๔ ชั่วโมง
น่ังกนั ที ๓-๔ ชวั่ โมง นี้ กิเลสมันจะตาย
ถา้ เราไมไ่ ดไ้ ปศกึ ษากบั ผทู้ ไ่ี ดป้ ฏบิ ตั ิ ผไู้ ดร้ บั ผลจาก
การปฏบิ ตั แิ บบนม้ี า เราอาจจะถกู กเิ ลสหลอกวา่
เราก�ำลังสุดโต่ง พอนั่งสมาธินานหน่อยก็ว่า
สดุ โตง่ พออดขา้ วสกั วนั กว็ า่ สดุ โตง่ พอเดนิ จงกรม
หลายชวั่ โมงกว็ า่ สดุ โตง่ แลว้ แตพ่ วกเราไมร่ หู้ รอก
วา่ สุดโต่งของพวกเราน้ี ยังถือวา่ ไม่ใชส่ ดุ โต่งของ
ผู้ที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกัน อันน้ีเป็นสิ่งที่
เราจะต้องไปหาครบู าอาจารยก์ นั ไม่เช่นนน้ั แล้ว
เราจะสู้กลมายาของกิเลสท่ีจะหลอกเราไม่ได้
พอเราจะเอาจริงเอาจังกับมัน มันก็หาว่าเรา
สดุ โตง่ แลว้ ดงั นั้นเราต้องไปหาครูบาอาจารย์ท่ี
ฆา่ กเิ ลสดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ แลว้ เอาวธิ ที ท่ี า่ นฆา่ กเิ ลสนี้
มาใช้แล้วถึงจะเห็นผล แล้วจะเห็นว่ากิเลสนี้
มันตายไดย้ ังไง