รายงาน เอกสารการสอบของ วิชาจริยธรรมทางธุรกิจและกฎหมายฯ จัดทำโดย นางสาวอาริยา ศรีสุทธิ เสนอ อาจารย์ ชาด แสงศรีเรือง รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาจริยธรรมทางธุรกิจและกฎหมายสำหรับการจัดการ โรงแรม หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (ทล.บ.) สาขาวิชาการโรงแรม (ต่อเนื่อง) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา จริยธรรมธุรกิจและกฎหมายสำหรับการจัดการ โรงแรม 23-40000-1305 ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการโรงแรม ปีการศึกษา 2566 เป็นการศึกษาจริยธรรม ธุรกิจและกฎหมายสำหรับการจัดการโรงแรม ให้มีความรู้และความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาปรับใช้ ในชีวิตประจำวัน หรือนำมาปรับใช้กับสถานประกอบการ ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้ อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ อาริยา ศรีสุทธิ
ชื่อเรื่อง การศึกษาปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR เพื่อนำมาพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว ความเป็นมาและความสำคัญ กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า CSR เป็น แนวคิดในการดำเนินกิจกรรมภายใน และภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากร ที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร เพื่อทำให้สังคมนั้นอยู่อย่างมีความสุข แนวคิดเรื่อง CSR นั้นจะช่วยให้บริษัทคำนึงถึงความรู้จักผิดชอบกับการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมในมิติต่าง ๆ ทั้งตัว บริษัท พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง ประชาชน สังคม สิ่งแวดล้อม หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ในทางปฏิบัติคำว่า CSR อาจเรียกได้ว่าความเป็นพลเมืองที่ดีที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม หากบริษัทไหนเริ่มต้นที่จะนำแนวคิด CSR มาใช้ในการ ขับเคลื่อนธุรกิจ ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าชื่อถือให้กับบริษัทเอง รวมไปถึงผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทั้งหมด ในการสร้างธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้าพร้อมกับคืนกำไรต่าง ๆ สู่ชุมชนและสังคม ดังนั้น CSR จึง กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจสำหรับองค์กรใหญ่ๆ ทุกบริษัท และกลายเป็นบรรทัดฐานในการดำเนิน ธุรกิจด้วยจริยธรรมต่อเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมธุรกิจ คู่แข่ง และอุตสาหกรรม ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจการค้าที่มุ่งเน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้หันมา เห็นความสำคัญของการท่องเที่ยว เมื่อมีผู้นิยมการท่องเที่ยวมากขึ้นก็จะทำให้เกิดรายได้ และการจ้างงาน ตามมาด้วยเช่นกัน รายได้จากการท่องเที่ยวนั้นถือเป็นรายได้หลักของประเทศ ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศจึง ขึ้นมาอย่างมากมายในปัจจุบัน ดังนั้นผู้วิจัยจึงเล็งเห็นความสำคัญ เรื่อง CSR ในธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวใน ประเทศไทยภายใต้แนวคิดกิจกรรมเพื่อสังคม CSR การศึกษาปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR ในกลุ่มสังคมไทย และ ศึกษาความรู้และความเข้าใจในเรื่อง CSR วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR เพื่อนำมาพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว 2. เพื่อศึกษาความรู้และความเข้าใจในเรื่อง CSR และพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศไทยภายใต้แนวคิด กิจกรรมเพื่อสังคม CSR
ขอบเขตของการวิจัย 1. ขอบเขตด้านเนื้อหา การศึกษาปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR เพื่อนำมาพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว 2. ขอบเขตด้านระยะเวลา ระยะเวลาในการศึกษา ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2567 3. ขอบเขตด้านพื้นที่ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ได้แก่ ประชากรในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชากรในอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง จำนวน 100 คน 3.2 ตัวแปร 1. ตัวแปรต้น คือ เพศ อายุ อาชีพ 2. ตัวแปรตาม คือ ปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR เพื่อนำมาพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว นิยามศัพท์เฉพาะ CSR หมายถึง กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกกันอย่างติดปาก ว่า CSR เป็นแนวคิดในการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ด้วยการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร เพื่อทำให้สังคมนั้นอยู่อย่างมีความสุข ธุรกิจการท่องเที่ยว หมายถึง ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจการค้าที่มุ่งเน้นดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ให้หันมาเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยว เมื่อมีผู้นิยมการท่องเที่ยวมากขึ้นก็จะทำให้ เกิดรายได้ และการจ้างงานตามมาด้วยเช่นกัน รายได้จากการท่องเที่ยวนั้นถือเป็นรายได้หลักของประเทศเลยก็ ว่าได้ ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศจึงผุดขึ้นมาอย่างมากมายในปัจจุบัน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ทราบถึงปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR และสามารถนำไปพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว 2. ได้ศึกษาความรู้และความเข้าใจในเรื่อง CSR และนำไปพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศไทยภายใต้แนวคิด กิจกรรมเพื่อสังคม CSR กรอบแนวคิด ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. ความรู้เรื่อง CSR 2. ความสำคัญในเรื่อง CSR 3. กิจกรรม CSR ในธุรกิจท่องเที่ยว อ้างอิง สืบค้นจาก เว็บไซต์: https://www.sakid.app/blog/csr-guide-and-benefits/ สืบค้นจาก เว็บไซต์ : https://th.rajanukul.go.th/about/CSR สืบค้นจาก เว็บไซต์ : https://www.popticles.com/branding/types-of-csr/ สืบค้นจาก เว็บไซต์ : https://th.jobsdb.com/th/career-advice/article/ สืบค้นจาก เว็บไซต์ : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0 - เพศ อายุ อาชีพ - ปัจจัยแนวคิดเรื่อง CSR ปัจจัยที่มีต่อกิจกรรม CSR เพื่อนำมาพัฒนาในธุรกิจการท่องเที่ยว
หัวข้อสอบ ข้อที่ 2 เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ใดบ้างที่สถานประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวพึงมีต่อการประกอบธุรกิจ อธิบายโดยละเอียด (10 คะแนน) คุณธรรมและจริยธรรมเป็นคุณสมบัติหรือคุณลักษณะที่ทำให้มนุษย์ต่างไปจากสัตว์ทั่วไป มนุษย์มี คุณธรรมและจริยธรรมที่แตกต่างกัน มีทั้งดี เลวและไม่ดีไม่เลว ระดับคุณธรรมและจริยธรรมของมนุษย์แต่ละ คนอาจมีติดตัวมาแต่เกิด หรือมาพัฒนาได้ในภายหลังจากสภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู และกรอบประเพณี สังคม ทุกคนต่างมุ่งหวังสภาวะแห่งความสมบูรณ์ที่สุดแห่งตน ซึ่งสภาวะแห่งความสมบูรณ์ที่สุดเป็นสิ่งที่อยู่ใน ความสามารถและสติปัญญาของมนุษย์ที่จะสามารถดำเนินไปได้ด้วยตนเอง แต่เขาจะต้องรับผิดชอบต่อการ เสริมสร้างชีวิตตนเองให้พัฒนาสูงขึ้นสู่ระดับที่ดีกว่า สูงกว่า แต่มนุษย์ขาดคุณธรรมในตนเอง จึงทำให้ไม่ สามารถพัฒนาตนเองขึ้นสู่ความสมบูรณ์ของชีวิตได้ มนุษย์ขาดจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ปล่อย ตัวเองเป็นทาสของอารมณ์ ความอยาก กิเลสตัณหา ตลอดเวลา หากมนุษย์สร้างจิตสำนึกให้มั่นคงและหนัก แน่นได้แล้วก็จะเป็นบันไดก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ของมนุษย์ต่อไป ดังนั้นผู้บริหารที่ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมและ จริยธรรมควรต้องศึกษาข้อคิด คติธรรมและหลักคำสอนทางศาสนา เพื่อทำความเข้าใจกับหลักธรรมนั้นๆเป็น เบื้องต้น แล้วนำไปคิดวิเคราะห์พิจารณาปรับใช้ให้เหมาะกับภารกิจของผู้บริหารเช่น ภารกิจในฐานะผู้นำ องค์กร ผู้นำชุมชนหรือสังคม ภารกิจของผู้วางแผน กำหนดนโยบาย จัดองค์การบริหารบุคคล ฯลฯ ล้วนต้อง อาศัยหลักธรรมในการประกอบควบคู่ไปกับความรู้ความสามารถทั้งสิ้น จึงควรศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม หลักธรรมแล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อองค์กรและสังคมอย่างแท้จริง คุณธรรม จริยธรรมที่ผู้บริหารควรมีได้แก่ สังคหวัตถุ ๔ คือ 1. ทาน คือ การให้ รู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยจิตใจที่โอบอ้อมอารี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นการครองใจคนที่ดี เพราะผู้ที่ให้ย่อมเป็นที่รักของบุคคลทั่วไป และผู้ให้ย่อมทำให้เกิดความรัก ความศรัทธา 2. ปียวาจา คือ การพูดจาสุภาพ รู้จักเลือกใช้วาจาที่ไพเราะอ่อนหวาน คนอื่นฟังแล้วสบายใจ อยากอยู่ใกล้ อยากคบค้าสมาคมด้วย ต้องมีความรับผิดชอบคำพูดของตนตามสุภาษิต พูดเป็นนาย ใจเป็นบ่าว หมายความ ว่า ให้คิดก่อนพูด พูดแล้วต้องทำปฏิบัติตามอย่างที่พูด 3. อัตถจริยา คือ การบำเพ็ญประโยชน์และรู้จักแบ่งปันน้ำใจให้แก่กัน และกัน 4. สมานัตตา คือ วางตนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เสแสร้ง มีสัจจะมีความยับยั้ง ข่มใจ มีความอดทน เป็นผู้ให้ และผู้รับที่ดี
พรหมวิหาร ซึ่งประกอบด้วย 1. เมตตา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความสุขเกิดขึ้นได้ทั้งทางกายและทางใจ ได้แก่ ความสุขจากการ มีทรัพย์ ความสุขจากการใช้จ่ายทรัพย์ความสุขจากการไม่เป็นหนี้และความสุขจากการทำงานที่ปราศจากโทษ หรือปราศจากอันตราย 2. กรุณา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ความทุกข์ คือ สิ่งที่เข้ามาเบียดเบียนให้เกิดความไม่สบายกายและ ความไม่สบายใจและเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการด้วยกันพระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่าความทุกข์มี ๒ กลุ่ม ใหญ่ ๆ ดังนี้ - ทุกข์ประจำหรือทุกข์โดยสภาวะที่สิ่งมีชีวิตจะต้องประสบซึ่งเกิดจากเปลี่ยนแปลงตาม - ธรรมชาติ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย สิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาในโลกจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงทาง ร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เรียกว่า กายิกทุกข์ - ทุกข์จรหรือทุกข์ทางใจ เป็นความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุภายนอกเมื่อปรารถนาแล้วไม่ - สมหวังก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ เรียกว่าเจตสิกทุกข์ 3. มุทิตา คือ ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คำว่า "ดี" หมายถึง การมีความสุขหรือมีความเจริญก้าวหน้า ความยินดีเมื่อ ผู้อื่นได้ดีจึง หมายถึง ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆขึ้นโดยที่ไม่มีจิตใจอิจฉาริษยา 4. อุเบกขา คือการรู้จักวางเฉย หมายถึง การวางใจเป็นกลางเพราะพิจารณาเห็นว่าใครทำดีย่อมได้ดีตามกฎ แห่งกรรม ใครทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นย่อมตอบสนองคืนบุคคลผู้กระทำเมื่อเห็นใครได้รับผลกรรมในทางที่เป็นโทษก็ไม่ ควรดีใจหรือคิดซ้ำเติมในเรื่องที่เกิดขึ้นควรมีความปรารถนาดี คือพยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ ในลักษณะที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม หลักธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จ คืออิทธิบาท ๔ ได้แก่ 1. ฉันทะ ความพอใจคือความพอใจจะสิ่งนั้นและทำด้วยใจรัก ด้วยใจจดจ่อ ต้องทำให้สำเร็จจะต้องเป็นผู้รัก งานที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ และทั้งจะต้อง เอาใจใส่กระตือรือรันในการเรียนรู้งน และเพิ่มพูนวิชาความรู้ ความสามารถในการทำกิจการงาน และมุ่งมั่น ที่จะทำงานในหน้าที่รับผิดชอบหรือกิจการงานอาชีพของตนให้ สำเร็จเรียบร้อยอยู่เสมอ 2. วิริยะ ความเพียร คือ มีความขยันกระทำสิ่งนั้นด้วยความพยายาม อดทน ตั้งมั่น ไม่ท้อถอยจะต้องเป็นผู้มี ความขยันหมั่นเพียร ประกอบด้วยความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากในการประกอบกิจการงานใน หน้าที่หรือในอาชีพของตน จึงจะถึงความสำเร็จและ ความเจริญก้าวหน้าได้
3. จิตตะ ความคิดฝักใฝ่ คือตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำและทำสิ่งนั้นด้วยความสนใจ จริงใจ มั่นคงทำบ่อย ๆ ย้ำคิดย้ำ ทำผู้ที่จะทำงานได้สำเร็จด้วยดี มีประสิทธิภาพ นั้น จะต้องเป็นผู้เอาใจใส่ต่อกิจการงานที่ทำ และมุ่งกระทำงาน อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จ ไม่ทอดทิ้งหรือ วางธุระเสียกลางคัน ไม่เป็นคนจับจด หรือทำงานแบบทำๆหยุดๆ หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้บริหารจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ "ติดตามผลงาน และ/หรือ ตรวจงาน" หน่วยงานต่างๆ ภายในองค์การของตน เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย ตัดสินใจ และสั่งการ ให้กิจการงาน ทุกหน่วยดำเนิน ตามนโยบายและแผนงาน ให้ถึงความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ 4. วิมังสา การสอบสวนตรวจตราคือหมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผลตรวจสอบ ข้อบกพร่องในสิ่งที่ทำนั้น มีการทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นหาวิธีแก้ไขปรับปรุงให้งานดีขึ้นอยู่เสมอความ เป็นผู้รู้จักพิจารณาเหตุสังเกตผลในการปฏิบัติงานของตนเอง และของผู้น้อยหรือของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ว่า ดำเนินไปตามนโยบายและแผนงานที่วางไว้หรือไม่ ได้ผล สำเร็จหรือมีความคืบหน้าไปตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนดไว้หรือไม่เพียงไร มีอุปสรรคหรือปัญหาที่ควรได้รับ การปรับปรุงแก้ไขวิธีการทำงาน หรือวิธีการบริหาร กิจการงานนั้นให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้อย่างไร ชั้นตอนนี้เป็นการนำข้อมูลจากจากที่ได้ติดตามประเมินผล งานหรือตรวจงานนั้นแหละมาวิเคราะห์วิจัย ให้ทราบ เหตุผลของปัญหาหรืออุปสรรคข้อขัดข้องในการทำงาน แล้วพิจารณาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และปรับปรุงพัฒนา วิธีการทำงานให้ดำเนินไปสู่ความสำเร็จ ให้ถึงความ เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปได้
หัวข้อสอบ ข้อที่ 3 เรื่อง ยกตัวอย่างสถานประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กิจการล้ม หรือมีปัญหามา 1 สถานประกอบ พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่ส่งผลต่อ กิจการนั้น ๆ ข่าวเรื่อง ฉะกันยับ ดราม่าสาวรีวิวโรงแรมที่พัก เจอแอดมินสวนกลับ "ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า" เนื้อหาข่าวสาร ทัวร์ลงสนั่น ดราม่าลูกค้าสาวรีวิวโรงแรม อ้างถูกพนักงานล็อกห้องพัก ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเช็กเอาต์ เจอแอดมิ นแจงเหตุผลสุดแซ่บ "ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า" โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวดราม่าร้อนแรง ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Daow Rungdaow ที่ได้โพสต์ข้อความรีวิว โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ขอเล่าประสบการณ์การใช้บริการโรงแรมนี้นะคะ ตั้งแต่เช็คอิน ยันเช็คออก เริ่มคือจองโรงแรมผ่านทางเซลล์ชื่อนุ่น จำนวน 2 ห้อง 5 คน ในราคาห้องละ 1,600 บาท รวมอาหารเช้า และ เตียงเสริม 1 เตียง ราคา +500 บาท มัดจำ 1,000 บาท ที่เหลือ, 2700 จ่ายวันเช็กอิน 1. วันที่ 30/12/2023 เดินทางมาเช็คอินเข้าตอนประมาณ 22.00 กว่า ๆ (จำเวลาที่แน่นอนไม่ได้) พนักงานทำ หน้างง ๆ แจ้งว่า "ไม่มีบุ๊คกิ้ง" และคุณนุ่น (คนที่เป็นคนรับจองจากเรา) ได้ขอโทรศัพท์เพื่อนเราไปดู รายละเอียดการจองในไลน์ พอตรวจสอบเสร็จมีการจองเกิดขึ้นจริง จึงแจ้งให้เข้าพักได้ให้รับกุญแจกับทาง โรงแรม แล้วมาจ่ายเงินส่วนที่เหลือที่คุณนุ่น (บัญชีบริษัท) ระหว่างนั้นได้มีการพูดคุย และขายแพ็คเกจ "กาลาดินเนอร์" ในคืนวันที่ 31 เพิ่ม โดยทางเราแจ้งว่าเรายังไม่ แน่ใจว่าจะอยู่ต่อไหม (เนื่องจากมีธุระต่อ) ทางคุณนุ่นแจ้งว่า เราคือลูกค้ากลุ่มสุดท้าย หากพรุ่งนี้ต้องการอยู่ต่อ สามารถแจ้งได้เลย ทางโรงแรมไม่ได้รับบุ๊คกิ้งแล้ว หากเราเช็กเอ้าท์ ห้องที่เราพักก็ว่างอยู่ดี ทางเรายังไม่ได้ตอบตกลงใดๆ โดยระหว่างการพูดคุย ไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดในการใช้บริการของ โรงแรม ใด ๆ เลย จนยกกระเป๋าเข้าห้องพัก บอกแค่อาหารเช้าเริ่ม 7 โมงเช้า 2. วันที่ 31/12/2023 ตอนเช้าตื่นมาทานข้าว ไปเดินถ่ายรูป ไม่พบพนักงานในห้องอาหารมาบริการเลย จึงขับ รถออกไปกินกาแฟ และทำกิจกรรมถ่ายรูปที่อื่น เวลาประมาณ 8.40 น. 3. จนเวลา 11.00 ได้ตกลงกับทางเพื่อนที่มาด้วยกัน สรุปคือตกลงจะพักต่อ แบบไม่ซื้อแพ็คเกจ ได้โทรคุยกับ ทางแอดมินนุ่นว่า ถ้าจะพักต่อห้องเดิมห้องเดิมได้ไหม เพราะทางเรากะว่าจะอยู่ต่อ countdown ที่นี่ ทางคุณ นุ่นแจ้งว่าพักได้ แต่จะไม่ได้ห้องเดิม เพราะขายห้องไปแล้ว
โทรครั้งที่ 1 : แจ้งว่า หากเราจะพัก จะต้องย้ายลงมาห้อง Suit ชั้น 1 ราคาห้องละ 7,000 บาท นอนได้ 5 คน ทางเราจึงบอกว่างั้นไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวเข้าไปเช็กเอ้าท์ก่อนเที่ยงนะคะ และวางสายกันไป โทรมาครั้งที่ 2 : แจ้งว่าให้เราพักห้องเดิมได้ เดี๋ยวจะคุยกับทางลูกค้าที่บุ๊คมาใหม่ ให้ย้ายลงไปข้างล่างแทน ทาง เราก็โอเค แต่รู้สึกไม่มั่นใจ จึงมีการยืนยันผ่านไลน์เป็นตัวหนังสืออีกครั้ง ว่าเราเข้าพักได้ห้องเดิม ราคาเดิม ไม่มี ซื้อแพ็คเกจกาลาดินเนอร์ ทางคุณนุ่นตอบกลับ โอเค ได้เลย (ตามรูปแชทที่แนบ) โทรมาครั้งที่ 3 : แอดมินโทรมาแจ้งว่าให้เราย้าย ห้องลงมาข้างล่างหากจะพักต่อ พร้อมจ่ายเงินเพิ่ม 7000 บาท เพื่อซื้อแพ็คเกจกาลาดินเนอร์ เนื่องจากเป็นห้องสูท เพราะว่าได้ขายห้องพักเดิมเราไปแล้ว และลูกค้าไม่ ยอมย้ายเหมือนกัน เราจึงปฏิเสธไปและจะเข้าไปเช็กเอ้าท์ ซึ่งทางแอดมินแจ้งกลับมาว่าทางเราต้องออกก่อน เที่ยง หากเช็คเอ้าท์เลทจะมีค่าปรับชั่วโมงละ 1000 บาท ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลา 11 โมงจะครึ่งแล้ว 4. ทางเราต้องรีบเช็คบิลจากทางร้านคาเฟ่ออก เพื่อจะต้องรีบกลับไปอาบน้ำเก็บของ เช็คเอาท์ออกให้ทันเที่ยง ไม่งั้นทางเราจะโดนปรับ 1000 บาท 5. พอกลับถึงโรงแรม เราก็รีบเข้าที่พัก และใช้คีย์การ์ดแตะเข้าห้อง ทั้งสองห้องแต่เข้าไม่ได้ พร้อมอ่านข้อความ ที่แปะประตูหน้าห้องพัก ซึ่งทางโรงแรมเขียนประกาศไว้ว่า ยินดีต้อนรับคุณ … และ ครอบครัวเข้าพักในนี้ ทางเราก็เกิด ความกังวลใจเรื่องทรัพย์สิน เพราะไม่รู้ว่ามีใครอยู่ในห้องหรือเปล่าเพราะคีย์การ์ดถูกปฏิเสธ ทาง โรงแรมทำให้เราเข้าใจผิดว่า ห้องนี้มีผู้อื่นพักแล้ว เนื่องจากคีย์การ์ดถูกปฏิเสธการเข้าห้องพักที่ชำระเงินแล้ว และยังไม่ได้เช็คเอาท์ออก ในเวลากระชั้นชิดที่จะโดนค่าปรับ 6. โทรหาคุณนุ่น แจ้งว่าจะให้คนมาดูให้ แต่ตอนนั้นใกล้เวลาเช็กเอ้าท์ ทางเราเลยไปตามแม่บ้าน มาเปิดประตู ให้พร้อมรีบ เก็บของ โดยที่น้ำก็ยังไม่ได้อาบ เพื่อเช็คเอาท์ให้ทันเวลา ลงมาคืนกุญแจก็ไม่มีคำพูดใดใดจาก พนักงาน ตอบแค่ โอเคค่ะ แค่นั้นจริง ๆ (เปิดกล้องได้เลย) 4. การบริการครั้งนี้เราเลยรู้สึกแย่ไม่ประทับใจ เลยไปรีวิวในเพจโรงแรมว่าบริการแย่ ทางแอดมินเพจได้ตอบ กลับมาว่า ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า บลาๆ และยังมีคอมเมนต์ตอบกลับทุกข้อความ ที่ใช้คำพูดไม่ดีต่อลูกค้า แบบไร้ จิตสำนึก ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่ เกิดขึ้นผ่านทางเพจโรงแรม รวมถึงตัวของลูกค้าสาวที่เรียกร้องให้ทางโรงแรมแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งต่อมาว่า แอดมินเพจก็ได้มาตอบกลับเกือบทุกคอมเมนต์ และได้มีการตำหนิถึงการกระทำของลูกค้าสาวอีกด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 คุณดาว ผู้โพสต์ ได้เปิดใจกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เมื่อคืนมีคนอ้างว่าเป็นเจ้าของโทรมาขอโทษ และขอให้ลบโพสต์ และอย่าเพิ่งแชร์อะไร ในขณะที่แอดมินยัง
ไม่หยุดพิมพ์ด่าทางเรา ทางเค้าเลยบอกว่า จะขอเจรจากับทางแอดมินก่อน แล้วจะติดต่อกลับมาใหม่ภายใน วันที่ 31 เข้าวันที่ 1 แต่ก็ยังเงียบจนถึงตอนนี้ เช้ามา ก็เลยถามไปในโพสต์ก่อน แต่แอดมินก็ยังมาตอบกลับใช้ คำพูดแย่ๆเหมือนเดิม ตอนนี้อยากให้แอดมินออกมาขอโทษเรื่องการใช้คำพูด ควรให้เค้าออกมาพูดเป็นวิดีโอด้วยก็ดี และอยากฝาก บอกเรื่องงานบริการ เรื่องการสื่อสารกับทางลูกค้า และการใช้คำพูด และอธิบายให้ชัดเจนในกฎกติกาของทาง ผู้ประกอบการ ควรมีระบบแนวทางแก้ไขปัญหาและการจัดการที่ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบล่าสุด พบว่าทางเพจโรงแรมดังกล่าวได้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบอีก ครั้ง. วิเคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่ส่งผลต่อกิจการ เรื่องการใช้คำพูด เรื่องงาน บริการ เรื่องการสื่อสารกับทางลูกค้า และอธิบายให้ชัดเจนในกฎกติกาของทางผู้ประกอบการ ควรมีระบบแนว ทางแก้ไขปัญหา การใช้คำพูด องค์ประกอบของสังคหวัตถุ 4 ทาน ในสังคหวัตถุ 4 คือ การให้ การสงเคราะห์หรือช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการให้สิ่งของที่ตนมีให้แก่ผู้ที่ ต้องการผู้ขาดแคลนหรือผู้เดือดร้อน สิ่งของที่นา มาให้นั้นต้องเป็นสิ่งของที่ได้มาโดยสุจริตเป็นประโยชน์ คือ ผู้ให้ก็เป็นสุข อิ่มเอิบใจ ผู้รับก็ก็สามารถบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อน รวมทั้งการให้ความรู้ การแนะนำที่ถูกต้อง ชัดเจนและเป็นจริงด้วย ปิยวาจา ในสังคหวัตถุ 4 คือ การใช้วาจาด้วยถ้อยคำที่สุภาพ และถ้อยคำที่มีประโยชน์ พูดด้วยถ้อยคำ ที่เป็นจริง และถ้อยคำที่ไม่กระทบกระทั่งผู้อื่น พูดแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ รู้จักกล่าวขอโทษ รู้จักกล่าวขอบคุณ ซึ่งผู้ปฏิบัติได้ย่อมทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในตัวผู้พูดจูงให้ละเว้นความชั่ว ทำให้การงานสำเร็จ เป็น ประโยชน์ในการดำรงชีวิตและการงานอย่างยิ่ง – เว้นจากการพูดเท็จ คือ พูดแต่คำสัตย์ ไม่พูดจาโกหกหลอกลวงผู้อื่น เพื่อแสวงหาสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ให้แก่ ตนเอง ได้เห็นได้ฟังอย่าไรก็พูดไปอย่างนั้น ไม่พูดเสริมความ ยุยงจนทำให้เกิดความแตกแยก – เว้นจากการพูดส่อเสียด คือ ไม่พูดจายุยงให้เขาแตกร้าว โดยเอาความทางนี้ไปบอกทางโน้น หรือเอาความ ทางโน้นมาบอกทางนี้ เมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่เป็นชนวนก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีก็หาทางระงับเสีย – เว้นจากการพูดคำ หยาบ คือ พูดด้วยถ้อยไพเราะ คำ อ่อนหวานสุภาพ ไม่เอะอะโวยวายไม่พูดเรื่องหยาบ คาย เมื่อฟังแล้วมีความสบายใจ
– เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ คือ ไม่พูดในสิ่งที่เหลวไหลไร้สาระหรือพูดวกวนจนจับใจความไม่ได้ แต่ควรพูดในสิ่ง ที่เป็นประโยชน์มีสาระมีเหตุผล อัตถจริยา ในสังคหวัตถุ 4 คือ การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แก่ทั้งตนเอง และผู้อื่น รู้จักการ เสียสละไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ความสุขสบายส่วนตัว ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือผู้อื่น พร้อมรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา สมานัตตตา ในสังคหวัตถุ 4 คือ การวางตัวให้เหมาะสมเสมอต้นเสมอปลาย รู้จักวางตนให้เหมาะสม กับฐานะ มีจิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวเปลี่ยนแปลงง่าย และดำรงตนไว้ไม่ให้ตกไปในความชั่ว ปฏิบัติกับเพื่อนร่วม หรือผู้คนอื่นๆอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมแก้ไขปัญหากับเพื่อนร่วมงานในองค์กร ความมีสติสัมปชัญญะ หมายถึง การควบคุมตนเองให้พร้อม มีสภาพตื่นตัวฉับไวในการรับรู้ทาง ประสาทสัมผัส การใช้ปัญญาและเหตุผลในการตัดสินใจที่จะประพฤติปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ เหมาะสม และถูกต้อง