คู่ มื อ ก า ร สํา ร ว จ
ท รั พ ย า ก ร ป า ไ ม้
กลุ่มสํารวจทรัพยากรปาไม้ ส่วนสาํ รวจและวิเคราะห์ทรัพยากรปาไม้
สํานักฟนฟู และพั ฒนาพื นทีอนุรักษ์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปา และพั นธุ์พื ช
พ.ศ. 2560
คู่มอื การสาํ รวจทรัพยากรปา่ ไม้
กล่มุ สาํ รวจทรัพยากรปา่ ไม้ สว่ นสํารวจและวิเคราะห์ทรัพยากรปา่ ไม้
สาํ นกั ฟื้นฟูและพัฒนาพื้นทอี่ นุรกั ษ์
กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ ่า และพนั ธุ์พชื
พ.ศ. 2560
i
สารบญั
สารบัญ หนา้
สารบัญภาพ i
สารบญั ตาราง iii
บทท่ี 1 บทนํา iv
บทท่ี 2 วธิ กี ารสํารวจทรพั ยากรป่าไม้
1-1
ขั้นตอนการเกบ็ ข้อมูลในแปลงตัวอยา่ งถาวร 2-1
การเตรยี มงานในสาํ นกั งาน 2-1
บทท่ี 3 แบบบนั ทกึ ขอ้ มูล 2-3
แบบบนั ทึกข้อมลู (Tally Sheets) 3-1
วธิ ีการบันทึกขอ้ มลู ในแบบบนั ทกึ ข้อมลู (Tally Sheets) แบบตา่ งๆ 3-1
แบบบันทึกข้อมลู แบบท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไป (General information) 3-2
แบบบันทกึ ขอ้ มูลแบบที่ 2 การเดนิ ทางเข้าจุดศนู ย์กลางของกล่มุ แปลงตัวอย่าง 3-2
และลกั ษณะทว่ั ไปของพืน้ ท่ี (Cluster centre access & Site features) 3-4
แบบบนั ทึกขอ้ มูลแบบที่ 3 การเก็บขอ้ มลู ไลเคน มอสส กล้าไม้ และลูกไม้
(Herb, Shrub, Seedlings & Saplings) 3-7
แบบบันทกึ ขอ้ มูลแบบท่ี 4 การเกบ็ ข้อมลู ไม้ตน้ (Trees)
แบบบันทกึ ข้อมูลแบบท่ี 5 การเกบ็ ขอ้ มลู ไมไ้ ผ่ หวาย และตอไม้ 3-9
(Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump) 3-13
แบบบันทึกข้อมลู แบบท่ี 6 และ 7 การเกบ็ ขอ้ มูลไม้ลม้ ขอนนอนไพร เศษไมป้ ลายไม้
หวายเลือ้ ยและไมเ้ ถา (Coarse woody debris, Creeping rattan & Climbers: 3-16
Transect 1&2)
แบบบนั ทึกขอ้ มลู แบบท่ี 8 การเกบ็ ข้อมลู ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อพนื้ ท่ปี ่า 3-19
(Site disturbance)
บทท่ี 4 การปฏบิ ตั งิ านภาคสนาม 4-1
การเตรียมการกอ่ นออกเดนิ ทางจากท่ีพกั ไปแปลงตัวอย่าง 4-1
การเดินทางไปจดุ ศูนย์กลางกลุม่ แปลงตวั อยา่ ง 4-2
การกาํ หนดจุดอา้ งอิงของแปลงตวั อย่าง 4-3
การวางแปลงตวั อย่าง 4-4
การเกบ็ และบนั ทกึ ขอ้ มูลในแปลงตวั อย่าง 4-6
การดําเนนิ การหลังเสร็จสิ้นการเกบ็ ขอ้ มูล 4-10
สารบญั (ต่อ) ii
บทที่ 5 การเกบ็ ตวั อยา่ งพรรณไม้ หน้า
อปุ กรณ์ในการเก็บตวั อย่างพรรณไม้ 5-1
วิธเี กบ็ ตวั อยา่ งพรรณไม้ 5-1
วิธอี ัดแหง้ พรรณไม้ 5-2
5-6
อ้างอิง 5-9
ภาคผนวก 5-10
iii
สารบญั ภาพ
ภาพท่ี หน้า
1 รูปรา่ งและขนาดแปลงตวั อย่าง 2-2
2 การปรับแกร้ ะยะทางตามความลาดชนั เป็นระยะทางในแนวราบ 4-6
3 การเก็บตัวอย่างที่สมบรู ณ์ครบท้งั ใบ ดอกและผล 5-2
4 ลกั ษณะการเกบ็ ใบ 5-3
5 ลักษณะการเกบ็ ไมล้ ้มลกุ ตน้ เล็กๆ หญา้ หรือพืชช้นั ตํา่ อ่ืนๆ 5-4
6 การเกบ็ ตวั อย่างหวาย พืชในวงศ์ปาล์ม (Palme) ท่ีมีช้นิ ส่วนขนาดใหญ่ ตดั เป็นสว่ นๆ 5-5
(ตามภาพคอื หวายนาํ้ )
7 การจัดตัวอย่างในกระดาษพรอ้ ม tag ทบ่ี ันทึกรายละเอยี ด 5-6
8 การเรยี งตัวอย่างพรรณไว้ลงในกระดาษและแผงอัด 5-7
9 แผงอัดพรรณไม้ท่ีมดั เรยี บรอ้ ยแล้ว 5-7
10 การปฏิบัติในกรณีทไี่ ม่สามารถอดั แห้งได้ 5-8
สารบญั ตาราง iv
ตารางท่ี หน้า
1 ขนาดของแปลงตัวอยา่ งและขอ้ มลู ที่ทําการศึกษา 2-1
2 เปรียบเทยี บรศั มีของแปลงตวั อย่างรปู วงกลมระหว่างระยะทางตามแนวราบ 4-5
กับระยะทางตามแนวลาดชนั
1-1
บทที่ 1
บทนํา
ทรัพยากรป่าไม้ (Forest Resources ) หมายถึง ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคมของป่าทุกชนิด
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิต ทรัพยากรป่าไม้จึงหมายรวมถึงทรัพยากรอ่ืนๆ มีผลสืบเนื่องมาจากป่าไม้
อันได้แก่ ต้นไม้ สัตว์ป่า ของป่า ท่ีดิน ต้นนา้ํ ลําธาร และสภาพแวดล้อมทั่วไปของป่า ฯลฯ ทรัพยากรป่าไม้เป็น
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสําคัญต่อการดํารงชีวิตของมนุษย์ท้ังทางตรง และทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่อยู่
อาศัยของสัตว์ป่า ยารักษาโรค เป็นแหล่งต้นน้ําลําธาร ตลอดจนการรักษาสมดุลด้านนิเวศและส่ิงแวดล้อม ดังนั้น
ทรัพยากรป่าไม้จึงนับว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความสําคัญและมีคุณค่ายิ่งท่ีควรอนุรักษ์และฟื้นฟูบูรณะ
ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยให้มคี วามสมบูรณ์
คู่มือแนวทางในการปฏิบัติงานการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ฉบับนี้จัดทําขึ้นเพ่ือกําหนดรูปแบบการ
สาํ รวจ และวิธีการ ในเกบ็ ขอ้ มลู ในแปลงสํารวจ และเพื่อให้การดําเนินงานเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นไปใน
รูปแบบเดียวกัน โดยให้เจ้าหน้าท่ีที่ปฏิบัติงานในภาคสนามท้ังในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคได้ใช้เป็นแนวทาง
ปฏิบัติ การสํารวจทรัพยากรป่าไม้ท่ัวประเทศ ได้เร่ิมดําเนินการตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา โดยวางจุดครอบคลุม
ในระยะ 20 x 20 กิโลเมตร ท่ัวประเทศ ทั้งพื้นท่ีท่ีเป็นป่าและไม่ใช่ป่า หลังจากนั้นเพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีมีความ
ละเอียดถูกต้องและแม่นยําข้ึน จึงได้วางแปลงในระยะ 10 x 10 กิโลเมตร 5 x 5 และ 2.5 x 2.5 กิโลเมตร ท่ี
ครอบคลุมเฉพาะพ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้เพื่อให้การติดต้ังระบบติดตามการเปล่ียนแปลงข้อมูลทรัพยากรป่าไม้ของ
ชาติ เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพและมคี วามละเอียดชัดเจนมากยง่ิ ขน้ึ
ปัจจุบันในการติดตั้งแปลงตัวอย่างถาวรในระยะต่าง ๆ ได้ดําเนินการมาครบ 13 ปีแล้ว การที่จะ
ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ ต้องทําการเก็บข้อมูลซ้ําในแปลงตัวอย่างถาวรที่เป็นป่าทุกแปลง
เพ่ือดูความเปล่ียนแปลงในด้านนิเวศวิทยา และการบุกรุกทําลายป่า และทําการสุ่มเลือกในแปลงตัวอย่างถาวรท่ี
ไม่ใช่ป่า เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงใน
ภาพรวมของทงั้ ประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทย เป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพมีแบบแผน และสามารถนําข้อมูลมาใช้ได้อย่างถูกต้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุ
พืช สํานักฟ้ืนฟูและพัฒนาพ้ืนที่อนุรักษ์ ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ จึง
ได้จัดทําคู่มือการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทย เพ่ือใช้เป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานได้อย่าง
ถูกตอ้ ง
ในการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ จะเป็นการนําเสนอให้เห็นถึงปริมาณ และปริมาตรไม้ โดยการเก็บ
รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เช่น ชนิดไม้ ขนาดความโต ความสูง จํานวนกล้าไม้และลูกไม้ ชนิดป่า รวมทั้งข้อมูล
ลกั ษณะภูมิประเทศ เชน่ ระดบั ความสงู ความลาดชัน เป็นต้น แล้วนํามาวิเคราะห์และประมวลผลเพ่ือให้ทราบ
1-2
เนื้อท่ีป่าไม้ ชนิดป่า ชนิดไม้ ปริมาณและความหนาแน่นของหมู่ไม้ กําลังผลิตของป่า ตลอดจนการสืบต่อพันธุ์
ตามธรรมชาติของไม้ และมีการเก็บข้อมูล ท่ีเป็นองค์ประกอบร่วมของป่า เช่น ไม้ไผ่ หวาย ไม้พุ่ม ไม้เถา เถาวัลย์
และพืชชั้นล่าง การสํารวจทรัพยากรป่าไม้ จึงกําหนดรูปแบบและวิธีการสํารวจที่สามารถเก็บข้อมูลในส่วนท่ี
เป็นองค์ประกอบท่ีสําคัญของป่า ตลอดจนผลกระทบด้านต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีป่าได้ด้วย เพ่ือให้สามารถ
วิเคราะห์และประมวลผลได้ในหลายรูปแบบ ซ่ึงข้อมูลที่ได้รับจะสามารถนําไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ได้
หลากหลายมากย่งิ ขึน้ ซึ่งจะเปน็ ประโยชนต์ ่อการดูแลทรัพยากรของประเทศตอ่ ไป
2-1
บทท่ี 2
วิธีการสาํ รวจทรพั ยากรป่าไม้
ขัน้ ตอนการเก็บข้อมลู ในแปลงตัวอยา่ งถาวร
ในการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือการติดตาม (Monitor) การเปลี่ยนแปลงของ
ทรัพยากรป่าไม้ การดําเนินงานจึงต้องทําแบบต่อเนื่อง (Continuous Forest Inventory) จากแปลง
ตัวอย่างถาวร (Permanent Sample Plot) รูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร ซ่ึงจะเป็นการดําเนินการเฉพาะ
แปลงกลาง (Center Plot) ในการดําเนินการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ ได้ดําเนินการในรูปของแปลงตัวอย่างถาวร
ซึ่งจะใช้ในการเก็บขอ้ มูลเพอื่ การติดตามการเปล่ยี นแปลงของทรัพยากรป่าไม้ ตอ่ ไป
1. ขนาดของแปลงตวั อย่างกับขอ้ มูลทที่ ําการศึกษา
ตารางที่ 1 ขนาดของแปลงตัวอย่างและข้อมลู ที่ทาํ การศกึ ษา
รศั มีของวงกลม พนื้ ที่ หรือ จาํ นวน ข้อมลู ทศ่ี กึ ษา
หรอื ความยาว (ม.) ความยาว
0.631 0.0005 เฮคแตร์ 4 วง กล้าไม้ (Seedling)
3.99 0.005 เฮคแตร์ 1 วง ลูกไม้ (Sapling) และการปกคลมุ พน้ื ทีข่ อง
12.62 กลา้ ไมแ้ ละลกู ไม้
17.84 0.05 เฮคแตร์ 1 วง ไมไ้ ผ่ หวายทีย่ ังไมเ่ ล้ือย และตอไม้
17.84 (เส้นตรง) 0.1 เฮคแตร์ 1 วง ตน้ ไม้ และปจั จัยทร่ี บกวนพนื้ ท่ีปา่
17.84 เมตร 2 เสน้ ไม้ลม้ ขอนนอนไพร (Coarse Woody Debris ; CWD)
ทเ่ี ส้นผา่ น
2. อปุ กรณ์ในการสํารวจทรพั ยากรปา่ ไม้
2.1 แผนที่ภมู ิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000
2.2 แผนที่แสดงสภาพป่าของพ้ืนที่ท่ีจะสํารวจ มาตราส่วน 1: 50,000 ท่ีได้จากการแปลตีความ
ภาพถา่ ยทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทยี ม
2.3 เข็มทศิ (Hand Compass)
2.4 เครอื่ งวัดหาพกิ ัดดว้ ยดาวเทยี ม (GPS)
2.5 เคร่อื งมือวัดระยะเลเซอร์
2.6 เทปวดั ระยะทาง ขนาดความยาว 20 เมตร หรือ 30 เมตร
2.7 เทปวัดขนาดความโต (เสน้ รอบวง)
2.8 เครือ่ งมือวดั ความสูงต้นไม้ (Clinometer หรอื Haga Hypsometer)
2-2
2.9 แผน่ ปา้ ยอลูมิเนยี มสาํ หรับตอกหมายเลขต้นไม้
2.10 หมดุ เหลก็
2.11 แบบบนั ทกึ ข้อมูล
2.12 อุปกรณ์เก็บตัวอย่างพรรณไม้ เช่น แผงอัดพรรณไม้ ถุงพลาสติก แอลกอฮอล์ กรรไกรตัดก่ิง
กระดาษหนังสอื พิมพ์
2.13 กล้องถ่ายรปู
2.14 สสี เปรยส์ ําหรบั ทาํ เครือ่ งหมายตา่ งๆ
2.15 เครอ่ื งคํานวณทีส่ ามารถหาคา่ ทางเรขาคณิตได้
3. รูปร่างและขนาดของแปลงตวั อย่าง (Plot Design)
แปลงตัวอย่างท่ีใช้ในการสํารวจ เป็นแปลงตัวอย่างท่ีมีขนาดคงที่ (Fixed–area Plot) และมี
รปู รา่ ง 2 ลกั ษณะอยู่ดว้ ยกนั คือ
3.1 ลักษณะรูปวงกลม (Circular Plot)
3.1.1 เป็นวงกลมท่ีมีจุดศูนย์กลางร่วมกันแต่รัศมีต่างกัน จํานวน 3 วง คือ วงกลมรัศมี 3.99
12.62 และ 17.84 เมตร ตามลาํ ดบั
3.1.2 เป็นวงกลมท่ีมีรัศมีเท่ากัน จุดศูนย์กลางต่างกัน จํานวน 4 วง รัศมี 0.631 เมตรเท่ากัน
มจี ุดศูนยก์ ลางของวงกลมอย่บู นเสน้ รอบวงของวงกลมรศั มี 3.99 เมตร ตามทิศหลกั ทั้ง 4 ทศิ
3.2 ลักษณะแนวเส้นตรง (Intersect Line) จํานวน 2 เส้น ความยาวเส้นละ 17.84 เมตร มี
จดุ เริ่มตน้ ร่วมกัน ณ จดุ ศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอย่างโดยทาํ มุมฉากซง่ึ กนั และกัน ค่ามุม Azimuth ของเส้นท่ี 1
และเสน้ ท่ี 2 ใช้ค่า Azimuth ของแปลงตวั อยา่ งถาวรเดิม
รูปร่างและขนาดของแปลงตัวอยา่ ง แสดงในภาพที่ 1
Intersect line 0.631 เมตร
3.99 เมตร
12.62 เมตร
17.84 เมตร
ภาพท่ี 1 รูปรา่ งและขนาดแปลงตัวอย่าง
2-3
การเตรียมงานในสํานักงาน
การเตรียมงานในสํานักงานเป็นการวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติงานในสนาม
โดยเมื่อได้รับมอบหมายให้ดําเนินการสํารวจบริเวณใดแล้ว นอกจากการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
ดงั กล่าวแลว้ ควรมีการดาํ เนนิ งาน ดังน้ี
1. จัดเตรียมแผนที่แสดงสภาพป่าและแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 ให้ครอบคลุม
พน้ื ที่ทจ่ี ะดําเนนิ การพร้อมตารางแสดงค่าพกิ ัดทางภูมศิ าสตร์ของหนว่ ยตวั อย่างบรเิ วณดังกลา่ ว
2. นําแผนที่แสดงสภาพป่ามากําหนดจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง โดยใช้ค่าพิกัดของหน่วย
ตัวอยา่ งทไ่ี ดก้ าํ หนดไวแ้ ลว้ พร้อมกบั เขยี นหมายเลขลาํ ดบั แปลงตวั อย่าง (Plot No.) กํากบั ไวจ้ นครอบคลมุ ท่ัวพ้ืนท่ี
3. ทําการถ่ายทอดตําแหน่งจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง จากแผนท่ีแสดงสภาพป่า (ตามข้อ 2)
ลงบนแผนท่ีภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 เพ่ือนําไปใช้ในการค้นหาตําแหน่งจุดศูนย์กลางของแปลง
ตัวอยา่ งในการปฏิบตั ิงานภาคสนามตอ่ ไป
4. ตรวจสอบและเตรียมการจากแบบบันทึกข้อมูลเดิม เพื่อที่จะเข้าไปทําการเก็บข้อมูลซ้ําใน
แปลงตัวอย่างเดิม ทั้งนี้นอกจากจะทําการตรวจสอบการทํางานท่ีผ่านมา และติดตามการเปลี่ยนแปลงของ
ทรัพยากรป่าไม้ในแปลงตัวอย่างเดิมแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงและเพิ่มความถูกต้องแม่นยําให้กับข้อมูลเดิม เช่น
ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ชนิดของพันธุ์ไม้ และ ตาํ แหน่งของตน้ ไม้ เปน็ ตน้
5. การวางแผนการปฏิบัติงานภาคสนาม ให้พิจารณาหาจุดพักแรม (Camp) ที่สามารถจะ
เดินทางไปปฏิบัติงานเสร็จแล้วกลับถึงท่ีพักในวันเดียวได้หลายๆ แปลงตัวอย่าง โดยพิจารณาจากเส้นคมนาคม
แหล่งแรงงานและเสบยี งอาหาร เปน็ ต้น
3-1
บทท่ี 3
แบบบนั ทึกข้อมูล
ตามท่ีได้กําหนดให้การสํารวจทรัพยากรป่าไม้ในครั้งนี้ มีรูปแบบวิธีการสํารวจเพื่อให้สามารถเก็บ
รวบรวมขอ้ มูลรายละเอียดต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับทรัพยากรป่าไม้และสภาพพื้นท่ีป่าไม้ ซ่ึงมีองค์ประกอบท่ีสําคัญ
และปจั จยั ต่างๆ อยูม่ ากมาย ดังนั้นเพอ่ื ให้การเกบ็ รวบรวมข้อมูลต่างๆ มคี วามเปน็ หมวดหมู่ง่ายตอ่ การวเิ คราะห์
ประมวลผล ตามวัตถุประสงค์ของการสํารวจ จึงได้มีการกําหนดแบบบันทึกข้อมูล (Tally Sheets) สําหรับบันทึก
ข้อมลู ตา่ งๆ ใหเ้ ปน็ หมวดหมขู่ ้ึนจาํ นวน 8 แบบ ซง่ึ แต่ละแบบจะมรี ายละเอียดต่างๆ แตกตา่ งกันไปตามชนิดของ
ข้อมูลที่ต้องการบันทึกและแบบบันทึกข้อมูลท้ัง 8 แบบน้ี จัดเป็น 1 ชุด สําหรับบันทึกข้อมูลในแปลงตัวอย่าง
1 แปลง จากการที่แบบบันทึกขอ้ มลู มีจํานวนมากแบบ และแตล่ ะแบบมีรายละเอยี ดท่ีจะต้องบันทึกแตกต่างกันไป
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจและบันทึกข้อมูลได้อย่างถูกต้อง เป็นไปในทํานองเดียวกัน จึงได้จัดทํา
คําอธบิ ายเก่ียวกับแบบบันทึกขอ้ มูล และวธิ กี ารบันทึกข้อมูลในแตล่ ะแบบ ท้ัง 8 แบบไว้ดังนี้
แบบบันทกึ ข้อมูล (Tally Sheets)
แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู (Tally Sheets) 1 ชดุ (8 แบบ) ประกอบด้วย
แบบที่ 1 หวั ขอ้ General Information (ข้อมลู ทั่วไป)
แบบที่ 2 หวั ขอ้ Cluster Centre Access & Site Features
(การเข้าถงึ จดุ ศนู ย์กลางแปลงตัวอยา่ งและลักษณะทวั่ ไปของพื้นที่)
แบบท่ี 3 หัวข้อ Lichen, Moss, Seedlings & Saplings (ไลเคน มอส ลูกไม้ และกลา้ ไม้)
แบบท่ี 4 หัวขอ้ Trees (ไม้ต้น)
แบบท่ี 5 หวั ข้อ Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump (ไมไ้ ผ่ หวายเส้นตั้ง และตอไม้)
แบบที่ 6 หวั ขอ้ Coarse Woody Debris, Climbing Rattan & Climbers : Transect 1
(ไม้ล้มขอนนอนไพร หวายเล้ือย และไมเ้ ถา) เสน้ ที่ 1
แบบท่ี 7 หัวขอ้ Coarse Woody Debris, Climbing Rattan & Climbers : Transect 2
(ไมล้ ม้ ขอนนอนไพร หวายเลอ้ื ย และไมเ้ ถา) เสน้ ท่ี 2
แบบที่ 8 หวั ขอ้ Site Disturbance (ปจั จยั ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ พืน้ ท่)ี
3-2
วิธกี ารบนั ทึกข้อมลู ในแบบบันทกึ ขอ้ มลู (Tally Sheets) แบบตา่ ง ๆ
แบบบันทึกขอ้ มลู แบบที่ 1 ข้อมลู ทั่วไป (General information)
หัวเร่ืองในแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู คําอธบิ าย
Project ID บันทึกหมายเลขโครงการที่ดําเนินการ
Plot ID บันทกึ ค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
คา่ Easting (เลข 6 หลกั ) และค่า Northing
Plot # (เลข 7 หลัก) รวมเป็นเลข 15 หลกั
Measurement Date บนั ทกึ หมายเลขแปลงตัวอยา่ ง
บันทึก วนั เดือน ปี (DD/MM/YY) ทที่ ําการสาํ รวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วัน (DD) = วนั ทท่ี ่ีทาํ การสํารวจ
GPS Plot Centre (site) เดอื น (MM) = เดอื นท่ีทําการสํารวจ โดยใช้เลขเรยี งลาํ ดับ
Recorder ตง้ั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Page of ปี (YY) = ปที ่ที ําการสาํ รวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตวั ท้าย
Sample Location & Data ID บนั ทึกค่าพิกัด UTM ของจดุ ศูนย์กลางของแปลงตวั อย่างท่ีกําหนดไว้
ในแผนที่ เป็นคา่ ในแนวทศิ ตะวนั ออก (E) 6 หลัก
Map Sheet No. ค่าในแนวทิศเหนือ (N) 7 หลัก
บนั ทกึ คา่ พกิ ัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
Province Code (Plot site) ทอี่ า่ นได้จากเครื่อง GPS เป็นคา่ ในแนว ทศิ ตะวนั ออก (E)
6 หลัก คา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
บันทึกชื่อผู้ที่ทาํ การสํารวจขอ้ มลู ภาคสนาม
กรอบซา้ ยบนั ทกึ ลําดับเลขทแี่ ผ่นของแบบบันทกึ ขอ้ มลู กรอบขวา
บนั ทกึ จํานวนแผน่ ทัง้ หมดของแบบบันทึกขอ้ มูลแบบน้ัน ๆ
บันทกึ ค่าของแปลงตวั อย่างในระบบฐานข้อมูลท่ีกาํ หนดขนึ้ โดยกรอบ
แรกบนั ทึกเลขอักษรประจําเขตกรดิ กรอบหลังสี่ชอ่ งแรกบันทึกคา่
พกิ ดั UTM แนวทศิ ตะวนั ออก (E) 6 หลกั คา่ ในแนวทิศเหนือ (N)
7 หลกั
บนั ทกึ หมายเลขระวางแผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ มาตราสว่ น 1 : 50,000 ที่
แปลงศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ งตกอยูล่ งในกรอบของ Cluster
Centre และหมายเลขระวางท่เี ปน็ จดุ จอดพาหนะก่อนการเดนิ เท้า
ในกรอบของ Starting Point
บันทกึ ช่ือของจงั หวดั ท่ที ําการสาํ รวจ
บนั ทึกรหสั ประจําจังหวดั ตามทีก่ าํ หนด
3-3
หวั เรอ่ื งในแบบบันทกึ ข้อมูล คาํ อธบิ าย
GPS Camp Site บันทกึ คา่ พกิ ดั UTM ของตําแหน่งทต่ี ้งั ท่ีพกั ท่อี า่ นไดจ้ ากเครือ่ ง GPS
โดยเปน็ ค่าในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั คา่ ในแนวทิศเหนือ (N)
Tally Sheet Index (Number) 7 หลกั
Land use Type and บันทึกจาํ นวนแผน่ ท้งั หมดของแบบบนั ทกึ ข้อมูล
Percent Cover ทีบ่ นั ทกึ ได้ในแต่ละแบบ
Time (24 hour clock) ระบุลกั ษณะการใช้ประโยชน์พน้ื ท่ีสว่ นใหญข่ องแปลงตวั อยา่ ง
Weather บันทึกเวลาตั้งแต่เริม่ ออกเดนิ ทางออกจากท่ีพัก ปฏิบตั ิงาน จนกลบั
Camp site ถึงท่ีพักตามช่วงเวลาทีก่ ําหนด คือ
GPS Track File Name
1. เวลาท่เี ริ่มเดนิ ทางออกจากท่ีพัก
Sample Plot Location 2. เวลาที่เร่มิ เดินเทา้ ออกจากรถไปยงั จดุ ศูนยก์ ลางของ
Sketch Map
Access Notes From Camp to แปลงตวั อย่าง
Starting Point 3. เวลาทเ่ี ดินทางถึงจดุ ศนู ยก์ ลางของแปลง
(STP)
Comment ตวั อย่างเวลาที่เดินทางออกจากแปลงตวั อย่าง
4. เวลาท่เี ดินทางกลบั ถึงพาหนะ
5. เวลาทีเ่ ดินทางกลบั ถึงทพ่ี ัก
บันทกึ สภาพอากาศขณะปฏบิ ัติงาน
บรรยายท่ตี ั้งของท่ีพักว่าเปน็ สถานที่ใด อยหู่ มบู่ า้ น ตาํ บล อําเภอ
และจงั หวดั ใด
บนั ทกึ ชอ่ื ไฟลท์ ี่ได้จากการบันทกึ เสน้ ทางการเดนิ ทางไปยังแปลง
ตัวอยา่ งดว้ ยเครอ่ื ง GPS เม่ือถา่ ยข้อมลู เข้าเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ ตง้ั ชอ่ื
ไฟลต์ ามชือ่ Plot ID
เขียนแผนทสี่ งั เขป แสดงข้อมูลเสน้ ทางการเดินทางจากท่พี ักไปยังจดุ
ศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง เพ่ือใช้ในการตดิ ตามการเปล่ียนแปลง
บนั ทึกรายละเอยี ดของจดุ ที่พัก (Camp) ไดแ้ ก่ หมูบ่ ้าน อาํ เภอ
จงั หวัด พร้อมคา่ พกิ ัดและบรรยายการเดินทางจากจุดทพี่ กั จนถงึ จุด
ทีเ่ ร่ิมออกเดินเท้า (Starting Point) ว่าใช้เสน้ ทางหรือผ่านสถานที่
เด่นๆ ใดบา้ ง ซึ่งจะสมั พันธก์ บั แผนที่สงั เขปขา้ งตน้
บันทกึ รายละเอียดต่าง ๆ ท่เี หน็ ว่าเกย่ี วข้องกับแบบ
บันทกึ ข้อมูลเป็นการเพิ่มเตมิ เชน่ ค่าความคลาดเคลอ่ื น
ของเครื่องรบั สัญญาณ GPS ในการอา่ นค่าพิกดั หมายเลขภาพถ่าย
3-4
แบบบันทึกข้อมูลแบบที่ 2 การเดินทางเข้าจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างและลักษณะทั่วไปของพ้ืนที่
(Cluster centre access & site features)
หัวเร่อื งในแบบบนั ทกึ ข้อมลู คาํ อธบิ าย
Project ID บันทึกหมายเลขโครงการทด่ี าํ เนนิ การ
Plot ID บนั ทึกค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
คา่ Easting (เลข 6 หลกั ) และค่า Northing
(เลข 7 หลกั ) รวมเปน็ เลข 15 หลกั
Plot # บันทกึ หมายเลขแปลงตวั อยา่ ง
Measurement Date บันทกึ วัน เดอื น ปี (DD/MM/YY) ทีท่ าํ การสํารวจ โดย
วัน (DD) = วันท่ีที่ทาํ การสํารวจ
เดอื น (MM) = เดอื นท่ที ําการสํารวจ โดยใช้เลขเรียงลําดับ
ตง้ั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
ปี (YY) = ปีท่ที ําการสาํ รวจ โดยใช้เลข 2 ตัวทา้ ย
GPS Plot Centre (map) บนั ทึกคา่ พกิ ดั UTM ของจุดศูนยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ งทกี่ าํ หนดไว้
ในแผนท่ี เปน็ คา่ ในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก
ค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
GPS Plot Centre (site) บันทึกคา่ พกิ ัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างยอ่ ย
(Plot site) ทอี่ ่านได้จากเคร่ือง GPS เป็นค่าในแนว ทศิ ตะวันออก (E)
6 หลัก ค่าในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลกั
Recorder บนั ทกึ ช่ือผูท้ ่ีทาํ การสาํ รวจขอ้ มลู ภาคสนาม
Page of กรอบซา้ ยบันทกึ ลาํ ดบั เลขที่แผน่ ของแบบบันทึกข้อมลู กรอบขวา
บันทกึ จาํ นวนแผ่นท้ังหมดของแบบบันทึกขอ้ มูลแบบนนั้ ๆ
Ref. Point Details เลือกระบุรายละเอียดของจุดที่ใช้อ้างอิงกับจุดที่เร่ิมออกเดินเท้า
(Starting point) ที่มีลักษณะเด่นชัดว่าเป็นชนิดใด ถ้าเป็นต้นไม้ ให้
บันทึกชนิดพร้อมรหัสและขนาดเส้นรอบวงเพียงอก ถ้าเป็นลักษณะ
อนื่ ๆ ให้ระบุวา่ เปน็ อะไร
Azimuth Ref. Point to Starting บันทกึ ค่ามุมจากจดุ อา้ งองิ มายงั จุดที่เรม่ิ ออกเดนิ เทา้
Point
Distance (m) บันทึกระยะทางระหวา่ งจดุ อ้างอิงถงึ จุดที่เริม่
ออกเดนิ เทา้ หน่วยเป็นเมตร
GPS Starting Point บันทึกค่าพิกดั UTM ของจุดท่ีเรม่ิ ออกเดินเท้าทอ่ี ่านได้จากเครื่อง GPS
(STP) เป็นค่าในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั คา่ ในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลัก
3-5
หวั เรือ่ งในแบบบันทึกขอ้ มูล คําอธบิ าย
Elevation Plot Centre (m) บันทึกค่าความสูงจากระดับน้ําทะเลปานกลาง (MSL) ท่ีจุดศูนย์กลาง
ของแปลงตัวอย่างตกอยู่ โดยอ่านจากเคร่ือง GPS หรือแผนที่ระวาง
EPE (MAP) อยา่ งใดอยา่ งหนึง่ หน่วยเป็นเมตร
EPE (Estimate Position Error) คือค่าความคลาดเคล่ือนของ
Straight Line Bearing and ตําแหน่งบนพ้ืนโลกในแนวราบขณะที่ทําการวัด ทําการบันทึกค่า
Distance from Starting Point EPE หน่วยเป็นเมตร ที่อ่านได้จากเคร่ือง GPS ขณะท่ีทําการบันทึก
(STP) to Cluster Centre (CC) ค่าพิกดั และค่าพิกัดทีต่ ้องบันทึกคา่ EPE คือ
1. Azimuth - STP คอื จุดท่เี ร่มิ ออกเดินเท้า
2. Distance to Cluster - ROP คือ จุดอ้างองิ นอกแปลงตัวอยา่ ง
- CC คือ จดุ ศูนย์กลางของแปลงตวั อยา่ ง
Centre (GPS) ค่ามุมและระยะทางในแนวเส้นตรงจากจุดเริ่มออกเดินเท้าไปยังจุด
Navigation Notes ศนู ยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ ง
ทอ่ี า่ นไดจ้ ากเครื่อง GPS ข้อมลู ท่บี นั ทกึ ประกอบด้วย
1. Azimuth - บนั ทึกคา่ มุมจากจุดเร่มิ ออกเดินเทา้ ไปยังจดุ ศนู ย์กลางของ
2. Distance (m) แปลงตวั อย่าง
3. Remark - บันทกึ ระยะทางจากจุดเร่มิ ออกเดินเท้าไปยังจุดศูนย์กลางของ
Site Features แปลงตวั อยา่ ง หน่วยเป็นเมตร
1. Slope ตารางบันทึกการเดนิ ทางจากจุดเรม่ิ ออกเดินเท้าไปยังจดุ ศูนยก์ ลาง
ของแปลงตัวอย่าง โดยการหมายจุดสงั เกต ระหวา่ งการเดนิ เท้าเป็น
ระยะๆ ลงในเคร่อื ง GPS จนถงึ จดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ ง ข้อมูลท่ี
บันทกึ ประกอบด้วย
- บนั ทกึ คา่ มมุ จากจดุ ทห่ี มายค่าพกิ ดั (จดุ สงั เกต) หนึ่งๆ ไปยงั จุด
ศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ ง
- บนั ทกึ ระยะทางระหวา่ งจุดท่หี มายค่าพกิ ดั หน่งึ ๆ ไปยงั จดุ
ศนู ย์กลางของแปลงตวั อย่าง หนว่ ยเป็นเมตร
- บนั ทกึ ลักษณะของจุดสงั เกตหรือจุดทห่ี มาย เชน่ ทางร่วม ทาง
แยก ลาํ หว้ ย ลานหิน หรอื ตน้ ไม้ขนาดใหญ่ เปน็ ตน้
ตารางบนั ทกึ รูปรา่ งและลกั ษณะของพ้นื ทแี่ ปลงตวั อยา่ งข้อมลู ที่ต้อง
บันทึกประกอบด้วย
- บนั ทึกค่าความลาดชันของพ้ืนท่ีแปลงตัวอยา่ งหนว่ ยเป็นองศา
โดยประเมินจากการมองระยะทางลาดของ Slope ดา้ นบนและด้านล่าง
จากจุดศนู ยก์ ลางแปลงตวั อย่าง ประมาณดา้ นละ 50 ม.
3-6
หวั เรอ่ื งในแบบบนั ทกึ ข้อมลู คาํ อธบิ าย
2. Aspect - บนั ทึกทศิ ดา้ นลาดของพื้นที่แปลงตัวอย่างในภาพรวม ในรปู ของ
อักษรภาษาอังกฤษ คือ N NE E SE S SW W และ NW
3. Rocky Substrates - บนั ทึกเปอร์เซ็นตก์ ารครอบคลมุ พ้นื ทข่ี องหินลักษณะต่างๆ ดงั นี้
(% cover) Cobbles/Stones = หินกอ้ น
Bedrock = หนิ ดาน
4. Rel. Slope Position - พิจารณาตําแหน่งท่ีตั้งของแปลงตัวอย่างว่าอยู่ในตําแหน่งใด
(Plot Centre) ของความลาดชนั ของพ้นื ทใี่ นภาพรวม เลือกระบุ
Crest = บนยอดเขา
Upper = ตอนบนของความลาดชนั
Middle = ตอนกลางของความลาดชัน
Lower = ตอนล่างของความลาดชัน
Depression = แอ่งกะทะ
Flat = แนวราบ
Surface Shape - พิจารณารูปรา่ งพื้นที่ของแปลงตวั อย่างโดยรวมว่ามีลักษณะเป็น
อย่างไร เลอื กระบุ
Concave = โคง้
Convex = เว้า
Straight = เส้นตรง
Open Water - บันทกึ เปอร์เซ็นตก์ ารครอบคลมุ พืน้ ท่โี ดยน้าํ
Flowing = นาํ้ ไหล
Stagnant = นํา้ ขัง
Reference Outside Plot (ROP) บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดอ้างอิงนอกแปลงตัวอย่างที่อ่านได้จาก
Position เครื่อง GPS เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก ค่าในแนวทิศ
เหนือ (N) 7 หลกั
Reference Inside Plot (RIP) บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดอ้างอิงในแปลงตัวอย่างที่อ่านได้จาก
Position เครื่อง GPS เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก ค่าในแนวทิศ
เหนือ (N) 7 หลกั
Access Notes (From Starting บันทึกหรือบรรยายเส้นทางจากจุดท่ีเร่ิมออกเดินเท้าถึงจุดศูนย์กลาง
Point to Cluster Centre) ของแปลงตัวอย่าง เช่น เดินตามเส้นทางเดินที่มีอยู่แล้ว ตามสันเขา
ตามลาํ หว้ ย เปน็ ตน้
3-7
แบบบนั ทึกขอ้ มลู แบบท่ี 3 การเกบ็ ขอ้ มลู ไลเคน มอส กล้าไม้ และลูกไม้
(Lichen, Moss, Seedlings & Saplings)
หวั เร่อื งในแบบบนั ทกึ ข้อมลู คาํ อธบิ าย
Project ID บนั ทกึ หมายเลขโครงการที่ดําเนนิ การ
Plot ID บันทึกค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
ค่า Easting (เลข 6 หลกั ) และคา่ Northing
(เลข 7 หลกั ) รวมเป็นเลข 15 หลัก
Plot # บันทึกหมายเลขแปลงตัวอย่าง
Measurement Date บนั ทกึ วัน เดอื น ปี (DD/MM/YY) ที่ทาํ การสํารวจ โดย
วนั (DD) = วนั ท่ที ีท่ าํ การสาํ รวจ
เดอื น (MM) = เดือนที่ทาํ การสาํ รวจ โดยใชเ้ ลขเรียงลาํ ดับ
ตง้ั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
ปี (YY) = ปีทที่ ําการสํารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตัวทา้ ย
GPS Plot Centre (map) บันทึกคา่ พิกดั UTM ของจุดศนู ย์กลางของแปลงตวั อยา่ งท่ีกาํ หนดไว้
ในแผนที่ เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั
คา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลกั
GPS Plot Centre (site) บันทกึ คา่ พกิ ัด UTM ของจุดศูนยก์ ลางแปลงตัวอย่างยอ่ ย
(Plot site) ทอ่ี ่านได้จากเคร่ือง GPS เปน็ ค่าในแนว ทิศตะวนั ออก (E)
6 หลัก ค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
Recorder บันทกึ ช่ือผู้ท่ีทาํ การสาํ รวจขอ้ มลู ภาคสนาม
Page of กรอบซ้ายบนั ทกึ ลําดับเลขท่แี ผน่ ของแบบบนั ทกึ ข้อมลู กรอบขวา
บันทกึ จาํ นวนแผน่ ทง้ั หมดของแบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบนัน้ ๆ
Plot Radius (m) รศั มขี องแปลงตัวอย่างรูปวงกลมทเ่ี ปน็ ตัวแทนในการเกบ็ ขอ้ มูล
Overall Cover Estimate by บนั ทกึ เปอร์เซน็ ต์ท่ีกลา้ ไม้และลกู ไมร้ วมกนั ครอบคลุม
Layer (%) พ้นื ทใี่ นแปลงตัวอย่างรปู วงกลมรัศมี 3.99 ม.
Item No. บนั ทกึ ลําดบั หมายเลขข้อมูลทไี่ ดจ้ ากการสาํ รวจ
ในแปลงตวั อย่าง เรยี งลาํ ดับจากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาํ ดับ
Species Name บันทกึ ช่อื พ้ืนเมือง (Vernacular Name) ของพรรณไม้ทุกชนิดทไี่ ด้
จากการสํารวจ โดยให้บนั ทึกดว้ ยช่ือทกุ บรรทัด
Species Code บันทึกรหัสของพรรณไม้ท่ีได้จากการสํารวจ เป็นรหัสตัวเลข 5 หลัก
ตามรหสั พันธ์ุไม้ทีไ่ ดก้ าํ หนดไว้แลว้
3-8
หัวเร่อื งในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาํ อธบิ าย
Number of Seedlings บันทกึ จาํ นวนกล้าไม้ (Seedling) ของพรรณไม้ทกุ ชนิดที่ยังมีชีวติ อยู่
(Undergrowth < 1.3 m. tall) ในแปลงตวั อยา่ งรปู วงกลมรัศมี 0.631 ม. โดยบันทึกใหต้ รงกบั
ตาํ แหน่งของแปลงตวั อย่างทีเ่ กบ็ ขอ้ มลู คอื แนวทศิ เหนือ (N)
Number of Saplings ตะวันออก (E) ใต้ (S) และตะวันตก (W)
(Undergrowth > 1.3 m. tall บนั ทึกจํานวนลูกไม้ (Sapling) ของพรรณไม้ทุกชนดิ
GBH < 15 cm.) ท่ยี ังมชี วี ิตอยใู่ นแปลงตวั อยา่ งรปู วงกลมรัศมี 3.99 ม.
Comments
บนั ทกึ ขอ้ มลู ทีเ่ หน็ ว่าสําคญั กับแบบบันทกึ ข้อมูล
3-9
แบบบันทึกข้อมลู แบบที่ 4 การเกบ็ ขอ้ มูลไม้ตน้ (Trees)
หัวเรอื่ งในแบบบนั ทึกขอ้ มลู คาํ อธบิ าย
Project ID บนั ทกึ หมายเลขโครงการท่ีดําเนนิ การ
Plot ID บันทกึ ค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
คา่ Easting (เลข 6 หลกั ) และคา่ Northing
Plot # (เลข 7 หลัก) รวมเป็นเลข 15 หลัก
Measurement Date บนั ทึกหมายเลขแปลงตวั อยา่ ง
บันทึก วนั เดือน ปี (DD/MM/YY) ท่ีทําการสาํ รวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วนั (DD) = วันทที่ ี่ทาํ การสาํ รวจ
GPS Plot Centre (site) เดอื น (MM) = เดอื นที่ทําการสํารวจ โดยใชเ้ ลขเรยี งลําดับ
Recorder ต้งั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Page of ปี (YY) = ปที ่ที ําการสํารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตวั ท้าย
Item No. บนั ทกึ คา่ พิกดั UTM ของจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างทก่ี ําหนดไว้
Species Name ในแผนท่ี เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั
Species Code ค่าในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลัก
Position บันทกึ คา่ พกิ ัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
(Plot site) ทอี่ า่ นไดจ้ ากเครื่อง GPS เปน็ ค่าในแนว ทิศตะวนั ออก (E)
1. Azimuth 6 หลกั ค่าในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลัก
บนั ทกึ ชื่อผทู้ ท่ี าํ การสํารวจข้อมลู ภาคสนาม
กรอบซ้ายบนั ทกึ ลําดับเลขท่ีแผ่นของแบบบันทกึ ขอ้ มลู กรอบขวา
บนั ทกึ จํานวนแผน่ ท้ังหมดของแบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบนัน้ ๆ
บันทกึ ลําดบั หมายเลขขอ้ มูลที่ได้จากการสํารวจ
ในแปลงตัวอยา่ ง เรียงลําดบั จากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาํ ดับ
บันทึกช่ือพ้ืนเมือง (Vernacular Name) ของพรรณไม้ทุกชนิดท่ีได้
จากการสาํ รวจ โดยให้บันทึกดว้ ยช่ือทุกบรรทัด
บันทึกรหัสของพรรณไม้ที่ได้จากการสํารวจ เป็นรหัสตัวเลข 5 หลัก
ตามรหสั พันธุ์ไม้ท่ไี ดก้ ําหนดไว้แล้ว
ตําแหน่งของต้นไม้ท่ีมีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) มากกว่าหรือ
เท่ากบั 15 ซม. แตล่ ะตน้ ในแปลงตวั อยา่ ง ซึ่งประกอบดว้ ย
- บันทึกคา่ มมุ ท่วี ัดจากจุดศนู ยก์ ลางแปลงตัวอย่างไปยังต้นไม้ท่ีเก็บ
ข้อมลู หน่วยเป็นองศา
3-10
หวั เรื่องในแบบบันทกึ ข้อมูล คําอธบิ าย
2. Distance (m) - บันทึกระยะทางในแนวราบระหว่างจุดศนู ย์กลางแปลงตัวอยา่ ง
กบั จุดกงึ่ กลางบรเิ วณด้านขา้ งของตน้ ไม้ทเี่ กบ็ ข้อมูลหนว่ ยเปน็ เมตร
Live/Dead (ทศนยิ ม 2 ตาํ แหน่ง)
Stand/Fall เลอื กระบุการมีชวี ิตอยหู่ รือไมข่ องต้นไมท้ ่เี กบ็ ข้อมลู โดย
L = มีชวี ิตอยู่ D = ตายแล้ว
เลือกระบุลักษณะของตน้ ไม้ท่เี ก็บขอ้ มูล โดย
S = ยืนตน้ อยู่ F = ไมล้ ม้
GBH (cm) บันทึกขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกของต้นไมท้ ีม่ ขี นาดมากกว่าหรือเท่ากับ
15 ซม. ทุกตน้ หน่วยเปน็ เซนตเิ มตร (ทศนิยม 1ตําแหนง่ ) โดย
M/E
Total Height (m) 1. ตน้ ไมข้ น้ึ อยบู่ นพ้นื ทล่ี าดชนั ให้วัดทางด้านบนของพน้ื ท่ี
M/E 2. ต้นไม้มีพูพอนสูงจากระดับพื้นดินมากกว่าหรือเท่ากับ 1.30 ม.
Number of logs ให้วัดตรงตําแหน่งที่เหนือพูพอนขึ้นไป แล้วบันทึกค่าความสูงของ
พพู อนในชอ่ ง Remarks
เลอื กระบุวิธกี ารวัดข้อมลู ขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก (GBH) โดย
M = ข้อมูลไดจ้ ากการวัด
E = ขอ้ มูลไดจ้ ากการประมาณ (กรณที ไ่ี มส่ ามารถวัดได้)
บนั ทกึ คา่ ความสูงตน้ ไม้จากระดบั พ้ืนดินถงึ ปลายยอด
หนว่ ยเป็นเมตร (ทศนยิ ม 1 ตาํ แหนง่ )
เลือกระบวุ ิธกี ารวดั ขอ้ มูลความสูงตน้ ไม้ โดย
M = ข้อมูลไดจ้ ากการวัด
E = ข้อมูลได้จากการประมาณ
บันทึกจาํ นวนทอ่ นไม้ซงุ ท่ีใชท้ ําเป็นสนิ ค้าได้ โดยการ ประมาณความ
ยาวของลาํ ตน้ ทม่ี ขี นาดเส้นรอบวงเพยี งอก (GBH) มากกว่า 100 ซม.
ข้นึ ไป จากจดุ ท่ีอยูส่ ูงจาก พน้ื ดนิ 30 ซม. ขึน้ ไป จนถึงจดุ ท่ลี ําตน้ มี
ขนาดความโตเทา่ กบั 30 ซม. โดยการแบง่ ลาํ ตน้ ออกเป็นท่อนๆ ยาว
ทอ่ นละ 5 ม. ถ้าความยาวของท่อนไม้ไม่ถึง 5 ม. แต่ยาวมากกว่าครึง่ หนึ่ง
ของความยาวเต็มทอ่ นใหค้ ิดเปน็ 1 ทอ่ น ถา้ นอ้ ยกว่า ไมค่ ิดเปน็ จํานวนทอ่ น
- กรณีเป็นไม้ 2 นางขน้ึ ไป ใหป้ ระมาณจาํ นวนท่อนไม้ทกุ นางทไ่ี ด้
ขนาดแลว้ นํามารวมกนั (บันทกึ จาํ นวนนางไวใ้ นช่อง Remark ดว้ ย)
- กรณเี ป็นก่งิ ไม้ (Branch) ใหญ่หลายๆ ก่ิง ให้พจิ ารณาเลอื ก
ประมาณจํานวนท่อนไม้ เฉพาะกิ่งที่เป็นก่งิ หลัก (Main Branch)
3-11
หวั เรอื่ งในแบบบันทึกขอ้ มูล คาํ อธบิ าย
Timber Quality บันทกึ คณุ ภาพของท่อนไมซ้ งุ ท่ใี ชท้ ําเปน็ สนิ ค้าได้
โดยกาํ หนดเปน็ รหัสตามช้นั ขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกของตน้ ไม้ ดังน้ี
Crown Class 1) ขนาดเสน้ รอบวงเพียงอก 15.0 – 45.0 ซม. รหสั 10
2) ขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก 45.1 – 100.0 ซม. รหัส 20
Crown Condition 3) ขนาดเส้นรอบวงเพยี งอกมากกว่า 100 ซม.
รหัสเปน็ 11 12 หรอื 13 โดย
- รหสั 11 คอื ไม้ทมี่ ลี กั ษณะดี เปลาตรง (Sound)
- รหสั 12 คอื ไม้ที่มีลกั ษณะคอ่ นข้างเปลาตรง แตม่ บี างสว่ น
คดงอ (Cull)
- รหสั 13 คอื ไมท้ ี่มลี ักษณะไม่ดี เหมาะสาํ หรบั การทําไม้ฟืน
(Firewood) เทา่ นนั้
เลือกระบลุ ักษณะช้ันเรือนยอดของตน้ ไมท้ ี่เกบ็ ข้อมูล
ซ่ึงแบง่ ออกเปน็ 4 ลกั ษณะ คอื
Dominant (D) ไม้เรือนยอดเด่น คือมีเรือนยอดสูงเหนือ
ระดับชั้นเรือนยอดอ่ืน มีการพัฒนารูปทรงของเรือนยอดที่ดี สามารถ
รับแสงไดท้ ้งั ทางด้านบนเรือนยอดและดา้ นข้างบางส่วน
Co-dominant (C) ไม้เรือนยอดรอง คือ มีความสูงรองจากไม้
เรือนยอดเด่น เรือนยอดด้านข้างมีความ หนาแน่น สามารถรับแสงได้
ทัง้ ทางด้านบนเรอื นยอดและดา้ นข้างบางส่วน
Intermediate (I) เป็นไม้ท่ีมีเรือนยอดต่ํากว่า Co-dominant
เรือนยอดมีขนาดเล็กและค่อนข้างหนาแน่นทางด้านข้าง สามารถรับ
แสงไดเ้ ฉพาะด้านบนเรือนยอดเท่านนั้
Suppress (S) เป็นไม้ที่มีเรือนยอดตํ่ากว่าไม้อื่นและเรือนยอด
ถูกบดบังด้วยเรือนยอดชั้นอ่ืนๆ ไม่สามารถรับแสงได้โดยตรงจากท้ัง
ทางเรอื นยอดด้านบนและด้านข้าง
เลือกระบุความสมบูรณ์ของเรือนยอด โดยพิจารณาจากสัดส่วนของ
เรือนยอดท่ียังมีชีวิตอยู่ และความหนาแน่น ของเรือนยอดท่ียอมให้
แสงผา่ นได้ (Foliage Transparency) แบ่งเป็น
- Good (G) เรือนยอดมีใบหนาแน่นและก่งิ กา้ นมรี ูปทรงสมบูรณ์
- Medium (M) เรอื นยอดมีความหนาแนน่ ของใบนอ้ ย กง่ิ ก้านไม่
สมบรู ณ์ มีการหกั หรือเสยี หายน้อยกวา่ หรือเทา่ กบั 50%
3-12
หัวเรอื่ งในแบบบันทึกข้อมูล คําอธบิ าย
- Poor (P) เรอื นยอดมกี ่งิ กา้ นหักหรอื เสียหายเกือบหมด อาจพบ
Estimated Crown Width (m) กิง่ แหง้ ปรากฏอยู่
ข้อสังเกต ไม้บางชนิดผลัดใบในฤดูแล้ง แต่ลักษณะเรือนยอดยัง
Crown Height (m) สมบูรณ์อยู่ ใหพ้ ิจารณาองคป์ ระกอบในสว่ นของฤดูกาลประกอบด้วย
Lichen Loading(%) บันทึกขนาดความกว้างของเรือนยอดที่ตกลงสู่พ้ืนดิน โดยการถ่าย
Orchid (Y/N) ระยะในแนวดง่ิ หน่วยเปน็ เมตร ทาํ การวัดใน 4 แนว จากลาํ ต้น คอื
Remarks
Comment N = ด้านกวา้ งของเรอื นยอดไปทางทศิ เหนือ
E = ดา้ นกว้างของเรือนยอดไปทางทิศตะวนั ออก
S = ด้านกว้างของเรอื นยอดไปทางทศิ ใต้
W = ดา้ นกว้างของเรือนยอดไปทางทศิ ตะวนั ตก
บันทกึ ขนาดความสงู ของเรอื นยอด หน่วยเปน็ เมตร
เปอรเ์ ซ็นต์การเกาะของไลเคนบนตน้ ไมแ้ ต่ละต้นท่สี าํ รวจ
เลือกระบกุ ารปรากฏของกลว้ ยไม้เกาะอยบู่ นตน้ ไมห้ รอื ไม่
Y = ปรากฏ
N = ไมป่ รากฏ
บนั ทึกรายละเอยี ดของตน้ ไม้แต่ละตน้ (ถา้ มี) เชน่ ไม้ 2 นาง
ยอดหกั พพู อนสูง ลําต้นเอน ยนื ตน้ ตาย ฯลฯ
บนั ทกึ ข้อมูลที่เหน็ ว่าสําคญั กับแบบบนั ทกึ ข้อมูล
3-13
แบบบนั ทกึ ขอ้ มูลแบบที่ 5 การเกบ็ ข้อมลู ไมไ้ ผ่ หวาย และตอไม้
(Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump)
หวั เรือ่ งในแบบบันทึกข้อมูล คาํ อธบิ าย
Project ID บันทึกหมายเลขโครงการที่ดําเนินการ
Cluster ID บันทกึ คา่ UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
คา่ Easting (เลข 6 หลกั ) และคา่ Northing
(เลข 7 หลกั ) รวมเปน็ เลข 15 หลัก
Cluster # บนั ทกึ หมายเลขแปลงตัวอย่าง
Plot site บนั ทกึ อักษรย่อของแปลงตัวอย่างย่อยในกลุม่ โดย
C = แปลงศูนย์กลาง (Cluster centre)
N = แปลงทิศเหนือ (North)
E = แปลงทศิ ตะวันออก (East)
S = แปลงทิศใต้ (South)
W = แปลงทศิ ตะวนั ตก (West)
Measurement Date บนั ทึก วนั เดือน ปี (DD/MM/YY) ท่ที าํ การสํารวจ โดย
วนั (DD) = วันที่ที่ทาํ การสํารวจ
เดือน (MM) = เดอื นท่ที าํ การสาํ รวจ โดยใชเ้ ลขเรียงลาํ ดบั
ต้งั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
ปี (YY) = ปที ่ที ําการสาํ รวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตวั ทา้ ย
GPS Cluster Centre (map) บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่าง ที่กําหนดไว้ใน
แผนที่ เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก ค่าในแนวทิศเหนือ
(N) 7 หลัก
GPS Plot Centre (site) บนั ทึกค่าพิกัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย (Plot site)
ท่ีอ่านได้จากเคร่ือง GPS เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก ค่า
ในแนวทิศเหนือ (N) 7 หลกั
Plot Radius (m) : 12.62 รัศมขี องแปลงตวั อยา่ งรปู วงกลมท่ีใช้เปน็ ตวั แทนในการเก็บขอ้ มูล
Recorder บันทกึ ช่ือผู้ทีท่ าํ การสํารวจข้อมูลภาคสนาม
Page of กรอบซา้ ยบันทกึ ลําดับเลขที่แผ่นของแบบบนั ทกึ ข้อมลู กรอบขวา
บนั ทกึ จํานวนแผน่ ท้งั หมดของแบบบันทึกข้อมูลแบบนัน้ ๆ
Item No. บันทึกลาํ ดับหมายเลขขอ้ มูลที่ได้จากการสาํ รวจ
ในแปลงตวั อยา่ ง เรยี งลาํ ดบั จากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาํ ดับ
Species Name บันทึกช่ือพื้นเมือง (Vernacular Name) ของไม้ไผ่ หวายหรือตอไม้ท่ี
ได้จากการสาํ รวจ โดยให้บันทกึ ด้วยช่อื ทุกบรรทดั
3-14
หัวเรอื่ งในแบบบนั ทกึ ข้อมลู คําอธบิ าย
Species Code บนั ทึกรหสั ของ ไมไ้ ผ่ หวาย หรือตอไม้ที่สํารวจพบ เปน็ รหัสตัวเลข 5
Bamboo หลัก ตามรหสั ทไี่ ด้กาํ หนดไว้แลว้
บันทึกข้อมลู เก่ียวกับไมไ้ ผ่ โดย
1. Number of Culms
2. Ave. GBH (cm) - บันทึกจํานวนลําในกอไผ่ ท่ียังมีชีวิตอยู่และมีความยาวของลํา
มากกว่าหรอื เทา่ กับ 1.3 ม.
3. Ave. Length (m)
Erect Rattan - บนั ทึกขนาดเสน้ รอบวงเพียงอกของลาํ ไผ่ลําใดลาํ หนง่ึ
ทพ่ี จิ ารณาแล้วว่าเป็นตวั แทนท้ังทางด้านความโตและความสูงของไผ่
1. Number of Stems ในกอนน้ั ๆ หนว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร
2. Min. GBH (cm)
3. Max. GBH (cm) - บันทึกความยาวของลําไผ่ลําที่เป็นตัวแทนของกอไผ่ในการวัด
4. Ave. GBH (cm) ขนาดเสน้ รอบวงเพียงอก หน่วยเปน็ เมตร
บนั ทกึ ข้อมูลเกี่ยวกับหวายท่ีเสน้ หวายยังต้ังตรงอยู่ (ยงั ไม่เลือ้ ย) โดย
5. Ave. Length (m)
Tree Stump - บนั ทกึ จาํ นวนเส้นของหวายเสน้ ต้งั (Erect Rattan) ในกอหน่ึง ๆ
ท่ยี งั มชี ีวิตอยูแ่ ละมคี วามยาวมากกวา่ หรอื เทา่ กบั 1.3 ม.
1. Girth (cm)
2. Height (cm) - บันทึกขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของเส้นหวายท่ีมีขนาดเล็กท่ีสุด
3. Old/New ในกอ หน่วยเป็นเซนตเิ มตร (ทศนยิ ม 1 ตาํ แหน่ง)
- บันทึกขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของเส้นหวายท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุด
ในกอ หน่วยเป็นเซนตเิ มตร (ทศนิยม 1 ตําแหนง่ )
- บันทึกขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของเส้นหวายเส้นใดเส้นหน่ึง ที่
พิจารณาแล้วว่าเป็นตัวแทนทั้งทางด้านความโตและความยาวของ
หวายในกอน้นั ๆ หน่วยเป็นเซนติเมตร
- บันทกึ ความยาวของเส้นหวายเส้นที่เป็นตัวแทนของหวายในการ
วัดขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก หนว่ ยเป็นเมตร
บันทึกข้อมูลตอไม้ท่ีมีความสูงน้อยกว่า 1.3 ม. และมีขนาดความโตที่
ปลายตอมากกว่าหรอื เท่ากบั 15 ซม. โดย
- บันทึกขนาดความโตของตอไม้ โดยวัดตรงตําแหน่งปลายตอ
หน่วยเป็นเซนติเมตร (ทศนยิ ม 1 ตําแหน่ง)
- บันทึกความสงู ของตอไม้ โดยวัดจากโคนตอถงึ ปลายตอ
หนว่ ยเปน็ เซนติเมตร (ทศนยิ ม 1 ตาํ แหน่ง)
- เลอื กระบสุ ภาพของตอไม้ท่เี กบ็ ข้อมลู โดย
Old = ตอท่ีมีสภาพเก่า (อายมุ ากกวา่ 1 ป)ี
New = ตอใหม่ (อายุไม่เกิน 1 ปี)
3-15
หัวเร่ืองในแบบบันทึกขอ้ มูล คําอธบิ าย
4. Lived/Dead - ระบุว่าเป็นเปน็ ตอทย่ี ังมชี วี ิตหรือเป็นตอท่ตี ายแลว้ โดย
Remark Lived = ตอทย่ี ังมชี ีวติ
Dead = ตอท่ีตายแล้ว
บันทึกรายละเอียดของข้อมูลไมไ้ ผ่ หวายท่เี ส้นหวายยังต้ังตรง (ยงั ไม่เล้อื ย)
และตอไม้
3-16
แบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบที่ 6 และ 7 การเกบ็ ข้อมูลไม้ล้มขอนนอนไพร เศษไมป้ ลายไม้ หวายเลอ้ื ยและไม้เถา
(Coarse Woody Debris, Climbing rattan & Climbers: Transect 1&2)
(แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู ท้งั สองแบบ มหี ัวเรื่องทเ่ี หมอื นกนั แตกตา่ งกนั เฉพาะคา่ Random Azimuth)
หวั เรอ่ื งในแบบบันทึกข้อมูล คาํ อธบิ าย
Project ID บันทกึ หมายเลขโครงการทีด่ ําเนินการ
Plot ID บันทกึ ค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
ค่า Easting (เลข 6 หลกั ) และคา่ Northing
Plot # (เลข 7 หลัก) รวมเปน็ เลข 15 หลัก
Measurement Date บนั ทกึ หมายเลขแปลงตวั อยา่ ง
บนั ทกึ วัน เดอื น ปี (DD/MM/YY) ทีท่ ําการสาํ รวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วัน (DD) = วนั ทีท่ ี่ทาํ การสํารวจ
เดือน (MM) = เดือนท่ที าํ การสาํ รวจ โดยใช้เลขเรียงลาํ ดบั
ตั้งแต่ 01–12 (มกราคม – ธันวาคม)
ปี (YY) = ปที ่ที าํ การสํารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตวั ทา้ ย
บนั ทกึ ค่าพกิ ดั UTM ของจดุ ศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอย่างทก่ี าํ หนดไว้
ในแผนที่ เป็นคา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั
คา่ ในแนวทิศเหนือ (N) 7 หลัก
GPS Plot Centre (site) บันทึกคา่ พิกัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
(Plot site) ทอ่ี า่ นไดจ้ ากเคร่ือง GPS เป็นค่าในแนว ทิศตะวันออก (E)
Recorder 6 หลกั คา่ ในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลัก
Page of บันทึกช่อื ผู้ที่ทาํ การสํารวจข้อมูลภาคสนาม
Round Pieces กรอบซ้ายบันทกึ ลาํ ดบั เลขท่แี ผน่ ของแบบบนั ทึกข้อมลู กรอบขวา
บันทึกจํานวนแผน่ ทั้งหมดของแบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบน้นั ๆ
Random Azimuth ตารางบันทึกข้อมูลสําหรับตัวอย่างท่ีมีลักษณะเป็นรูปทรงกลมหรือ
ทรงกระบอก
Horizontal Length ในแบบที่ 6 บันทึกค่ามุมของเส้นตัดวงกลม (Transect Line) เส้นท่ี 1
Observed ตามคา่ มุมทไ่ี ด้กําหนดไวจ้ ากการสุ่มตวั อย่าง
ในแบบที่ 7 บันทึกค่ามุมของเส้นตัดวงกลม (Transect Line) เส้นที่ 2
ซ่งึ มีคา่ มุมเท่ากับ คา่ มมุ เส้นท่ี 1 + 90°
บันทึกความยาวของเส้น Transect Line ที่ดําเนินการในแปลง
ตัวอย่าง ปกติจะมีความยาว 17.84 ม. แต่บางคร้ังอาจไม่สามารถวาง
แนวให้ได้ความยาวตามท่ีกําหนดได้ เช่น ติดหน้าผา แหล่งนํ้า เป็น
ตน้
3-17
หวั เรือ่ งในแบบบนั ทกึ ขอ้ มูล คาํ อธบิ าย
Item No. บนั ทึกลําดับหมายเลขข้อมูลท่ีได้จากการสํารวจ
Species Name ในแปลงตวั อยา่ ง เรียงลาํ ดับจากหมายเลข 1 2 3 … ตามลําดับ
Species Code บันทึกช่ือพื้นเมือง (Vernacular Name) ของพรรณไม้ทุกชนิดท่ีได้
Girth (cm) จากการสํารวจ โดยใหบ้ ันทึกดว้ ยชอ่ื ทกุ บรรทดั
บันทกึ รหัสของพรรณไมท้ ่สี ํารวจพบเปน็ รหสั ตัวเลข 5 หลัก ตามรหัสท่ี
M/E ได้กาํ หนดไวแ้ ล้ว
บันทึกขนาดความโตของไม้ หวายเล้ือย หรือไม้เถา ตรงจุดท่ีเส้น
Tilt Angle (deg) Transect Line ลากตัดกับเส้นแนวก่ึงกลางของวัตถุท่ีจะวัด (Center
Line) ถ้าเส้นลากผ่านวัตถุเดียวกันหลายจุด ให้ทําการวัดความโตทุก
M/E จุด แล้วบนั ทึกข้อมูล แยกเป็นแต่ละจุด หน่วยเปน็ เซนติเมตร
เลอื กระบวุ ธิ กี ารวดั ข้อมูลขนาดความโต โดย
CWD, Rattan, Climber
M = ขอ้ มูลได้จากการวดั
Accumulation or E = ขอ้ มลู ไดจ้ ากการประมาณ (กรณไี มส่ ามารถวัดได)้
Odd-Shaped Pieces บันทึกค่ามุมตรงจุดท่ีเส้น Transect Line ลากตัดกับแนวกึ่งกลาง
Item No. ของวัตถุทีท่ ําการวัด (Center Line)
Horizontal Length (cm) ทํามุมกับแนวระนาบ หน่วยเป็นองศา
เลอื กระบุวิธกี ารวดั ขอ้ มลู ขนาดของมมุ โดย
M = ข้อมลู ได้จากการวดั
E = ข้อมูลได้จากการประมาณ (กรณีไม่สามารถวดั ได)้
เลอื กระบลุ ักษณะขอ้ มูล โดย
CWD = ไมล้ ้มขอนนอนไพร เศษไมป้ ลายไม้
Rattan = หวายเลอ้ื ย
Climber = ไมเ้ ถา
ตารางบันทึกข้อมูลสําหรับตัวอย่างที่มีลักษณะกองสุมกันหรือไม่เป็น
รูปทรงกระบอก
บนั ทึกลาํ ดบั หมายเลขขอ้ มูลทีไ่ ดจ้ ากการสํารวจ
ในแปลงตัวอยา่ ง เรยี งลําดับจากหมายเลข 1 2 3 … ตามลําดบั
บันทึกความยาวของไม้ หวายเล้ือยหรือไม้เถา ท่ีเส้น Transect Line
พาดผ่าน ถ้าเส้นลากผ่านวัตถุเดียวกันหลายจุด ให้วัดความยาวทุก
จดุ แล้วบันทึกข้อมูลแยกเป็นแตล่ ะจดุ หนว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร
3-18
หวั เรือ่ งในแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู คาํ อธบิ าย
M/E เลอื กระบุวิธีการวดั ข้อมูลความยาว โดย
Vertical Depth (cm)
M = ข้อมลู ได้จากการวดั
M/E E = ข้อมลู ไดจ้ ากการประมาณ (กรณีไมส่ ามารถวัดได)้
CWD, Rattan, Climber บันทึกความสูงของไม้ หวายเล้ือยหรือไม้เถา ตรงจุดท่ีตัดกับเส้น
Transect Line สําหรับกองไม้ที่มีช่องโพรงภายในกอง ให้ประเมิน
Piece type เสมือนว่าหากกองไม้น้ันเรียงเป็นระเบียบและไม่มีช่องโพรงจะมีความ
Comments สูงเทา่ ไร หน่วยเป็นเซนติเมตร
เลือกระบุวิธกี ารวดั ข้อมูลความสงู โดย
M = ขอ้ มูลได้จากการวัด
E = ข้อมูลได้จากการประมาณ (กรณีไม่สามารถวดั ได)้
เลือกระบุลักษณะขอ้ มลู โดย
CWD = ไม้ลม้ ขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้
Rattan = หวายเล้ือย
Climber = ไมเ้ ถา
เลอื กระบุรปู ทรงของขอ้ มูล โดย
Acc = มกี ารเรยี งสมุ เปน็ กอง
Odd = มีรปู ทรงไม่เป็นทรงกระบอก
บันทกึ ข้อมลู ท่ีเหน็ ว่าเกยี่ วขอ้ งกับแบบบนั ทกึ ขอ้ มูลแบบที่ 6 หรอื 7
3-19
แบบบนั ทึกข้อมลู แบบที่ 8 การเกบ็ ข้อมูลปัจจยั ท่ีมผี ลกระทบตอ่ พนื้ ที่ป่า (Site disturbance)
หวั เรื่องในแบบบันทึกข้อมูล คาํ อธบิ าย
Project ID บนั ทึกหมายเลขโครงการทีด่ าํ เนินการ
Plot ID บนั ทึกค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
คา่ Easting (เลข 6 หลกั ) และค่า Northing
Plot # (เลข 7 หลัก) รวมเปน็ เลข 15 หลกั
Measurement Date บันทึกหมายเลขแปลงตัวอยา่ ง
บันทกึ วัน เดือน ปี (DD/MM/YY) ท่ีทาํ การสํารวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วนั (DD) = วันที่ทที่ าํ การสาํ รวจ
GPS Plot Centre (site) เดอื น (MM) = เดือนท่ีทาํ การสํารวจ โดยใช้เลขเรยี งลาํ ดับ
Recorder ตงั้ แต่ 01–12 (มกราคม – ธันวาคม)
ปี (YY) = ปที ีท่ ําการสํารวจ โดยใช้เลข 2 ตวั ท้าย
บนั ทกึ ค่าพกิ ัด UTM ของจุดศนู ย์กลางของแปลงตวั อย่างทก่ี ําหนดไว้
ในแผนที่ เป็นคา่ ในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก
ค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
บันทึกคา่ พกิ ดั UTM ของจุดศูนยก์ ลางแปลงตัวอย่างย่อย
(Plot site) ทอี่ า่ นไดจ้ ากเคร่ือง GPS เปน็ คา่ ในแนว ทิศตะวนั ออก (E)
6 หลกั คา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
บันทึกช่ือผ้ทู ีท่ าํ การสาํ รวจข้อมูลภาคสนาม
Page of กรอบซ้ายบันทกึ ลาํ ดับเลขทแ่ี ผน่ ของแบบบนั ทึกข้อมลู กรอบขวา
บันทึกจํานวนแผน่ ทั้งหมดของแบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบนนั้ ๆ
Group A
Activity กล่มุ ของปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพ้นื ทีก่ ล่มุ A
กิจกรรมหรือเหตุการณ์ท่ีมีผลกระทบต่อพื้นท่ีแปลงตัวอย่างและพืช
1. Agriculture พรรณ เลอื กระบตุ ามที่สํารวจพบ คือ
- พ้นื ทเี่ กษตรกรรมประเภทต่างๆ เชน่ ทําไร่ ทําสวน ทํานา
2. Aquaculture เป็นตน้ ให้ระบดุ ้วยวา่ ปลกู พชื ชนิดใด
3. Collecting NTFPs - การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําต่างๆ เชน่ ปลา กงุ้ เป็นตน้
- การเก็บหาของป่า ให้ระบุด้วยว่าเป็นของป่าชนิดใด เช่น ไม้ไผ่
4. Dam Construction หน่อไม้ หวาย เหด็ พชื ผกั ชนิดตา่ งๆ เปน็ ตน้
- การสร้างเขื่อนหรือสิ่งก่อสร้างที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็บกักนํ้า
สงิ่ กอ่ สรา้ งที่ปลูกสร้างเพอ่ื ใช้ประโยชนส์ ว่ นบุคคลหรือของกลุม่ ใด
3-20
หวั เรือ่ งในแบบบันทึกข้อมูล คาํ อธบิ าย
5. Settlement Area - กลุ่มหนึง่ เช่น บา้ น อาคาร ท่พี ัก บอ่ นาํ้ ฯลฯ
6. Facility Construction ใหร้ ะบุด้วยว่าเปน็ ส่ิงกอ่ สร้างอะไร
- ส่ิงก่อสร้างท่ีปลูกสร้างเพ่ือใช้ประโยชน์กับส่วนรวมหรือสาธารณะ
7. Forest Fire ประโยชน์เป็นหลัก เช่น โรงพยาบาล เสาไฟฟ้า สะพาน ท่ีทิ้งขยะ
8. Livestock Grazing ฯลฯ ให้ระบุด้วยวา่ เปน็ ส่งิ ก่อสร้างอะไร
9. Mining - การเกิดไฟป่า ท้ังที่เกิดจากมนษุ ยแ์ ละธรรมชาติ
10. Excavation - การพบร่องรอยการเลีย้ งสตั ว์ในแปลงตัวอยา่ ง
11. Wildlife Damage - การทําเหมืองแร่ต่างๆ เช่น ถ่านหิน ดินขาว เป็นต้น
12. Pest & Disease - การขดุ พ้นื ทเี่ พอื่ กิจกรรมตา่ งๆ เชน่ ถ่านหิน ดินขาว เปน็ ตน้
13. Pollution - การทําลายของสัตวป์ ่าท่มี ตี ่อแปลงตัวอยา่ ง เช่น
14. Road Construction การกัดกิน เจาะ โค่น หรอื ใชล้ ําตวั ถจู นเปน็ อนั ตรายกบั ตน้ ไม้
15. Storms - รอ่ งรอยการทําลายของแมลงและโรคแมลง
16. Other (Specify) - มลภาวะท่เี กิดขึน้ หรือมผี ลต่อแปลงตัวอย่าง
Severity - การสรา้ งถนนในแปลงตัวอยา่ ง
- ร่องรอยการถกู ทาํ ลายจากวาตภัย
% Cover - ปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ โดยให้ระบุกิจกรรมหรือ
เหตุการณ์นัน้ ๆ ดว้ ย
Remarks เลอื กระบุระดับความรุนแรงของกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่สํารวจพบ โดย
Description พจิ ารณาถึงผลทม่ี ตี อ่ แปลงตัวอย่าง โดย
L = รุนแรงนอ้ ย คอื ทําให้เกิดความเสยี หายต่อไม้ระดับล่าง
M = รนุ แรงปานกลาง คอื ทาํ ให้เกิดความเสียหายตอ่ ไมร้ ะดบั ล่าง
และลกู ไม้ กลา้ ไม้
H = รนุ แรงมาก คอื ทําให้เกิดความเสียหายกบั พชื พรรณทุกชนดิ
บันทึกค่าประมาณของกจิ กรรมหรอื เหตกุ ารณ์
ท่เี กดิ ขึ้นในแปลงตัวอย่าง ถา้ น้อยกว่า 5% ใหบ้ นั ทึกวา่ < 5%
ตั้งแต่ 5% ขนึ้ ไป ใหบ้ นั ทึกตามทีป่ ระมาณได้
บันทึกข้อสังเกตหรือรายละเอียดของกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่สํารวจ
พบเป็นการเพมิ่ เติม
คาํ อธบิ ายรายละเอียดของกิจกรรมหรอื เหตุการณ์
ท่กี ําหนด
3-21
หัวเรื่องในแบบบนั ทึกข้อมูล คําอธบิ าย
Group B กลุม่ ของปัจจยั ทมี่ ีผลกระทบต่อพื้นท่กี ลุ่ม B
Activity เหตกุ ารณ์ท่มี ผี ลกระทบตอ่ พืน้ ทแ่ี ปลงตัวอย่าง
และพชื พรรณ เลือกระบตุ ามทส่ี าํ รวจพบ คอื
1. Erosion - การชะล้างพงั ทลายของดนิ
2. Flooding - นํ้าทว่ ม น้ําขังในพื้นที่ อาจเป็นร่องนํ้าตามธรรมชาติหรือเกิดจากการ
กระทาํ ของมนษุ ย์ รวมถึงหลุมบ่อหรอื หลม่ โคลนทเ่ี กิดจากรถยนต์
3. Landslide - การเกิดแผน่ ดินเล่อื นหรอื แผน่ ดนิ ถลม่
Observed เลอื กระบุว่าพบเหตกุ ารณ์ดังกล่าวในแปลงตัวอย่างหรือไม่
% Cover Yes = พบ
No = ไมพ่ บ
Potential บันทึกค่าประมาณของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแปลงตัวอย่าง ถ้าน้อย
กว่า 5% ให้บันทึกว่า <5% ตั้งแต่ 5% ขึ้นไป ให้บันทึกตามท่ี
Remarks ประมาณได้
เลือกระบุว่าเหตุการณด์ งั กล่าวมแี นวโน้มจะเกิดข้นึ ในอนาคตหรือไม่
Group C Yes = มโี อกาสที่จะเกดิ
Activity No = ไมม่ ีโอกาสทจี่ ะเกดิ
บันทึกข้อสังเกตหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ท่ีสํารวจพบเป็นการ
Logging เพิม่ เติม (ถ้าม)ี
No. of Stumps กลุ่มของปจั จัยท่ีมีผลกระทบต่อพน้ื ท่กี ลมุ่ C
Remarks กิจกรรมทม่ี ผี ลกระทบตอ่ พ้ืนทีอ่ นั เนือ่ งมาจาก
การทาํ ไม้
- การทาํ ไม้ ทงั้ ในส่วนท่ีถกู และผิดกฎหมาย
บันทึกจาํ นวนตอไมท้ ีส่ าํ รวจพบในแปลงตวั อยา่ ง
บันทึกขอ้ สังเกตหรือรายละเอยี ดของการทาํ ไม้เป็นการเพม่ิ เติม (ถ้าม)ี
4-1
บทที่ 4
การปฏิบัตงิ านภาคสนาม
หลังจากศึกษาและทาํ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับรูปแบบวิธีการสาํ รวจและการจัดเก็บข้อมูล พร้อมกับ
ได้วางแผนการดําเนินงานและจัดเตรียมวัสดุอปุ กรณ์ภายในสํานกั งานเรียบรอ้ ยแลว้ ข้ันตอนตอ่ ไปคอื การออก
ปฏบิ ตั ิงานเกบ็ ขอ้ มูลภาคสนาม ในบทนจี้ ะกล่าวถึงการเตรียมการก่อน เดินทางออกจากท่พี กั การเดนิ ทางเขา้ หา
แปลงตวั อย่าง การวางแปลงตวั อย่างและการเกบ็ ขอ้ มลู ในแปลงตัวอย่าง โดยอธิบายถึงขั้นตอนการดําเนินงาน
ว่าขั้นตอนใดเก็บและบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกข้อมูลใด ในบางคร้ังอาจใช้คําทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ทัง้ น้ี
เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกับแบบบนั ทกึ ข้อมลู จึงควรศึกษาควบคู่ไปกับแบบบันทึกขอ้ มูลเพอ่ื ช่วยให้เกดิ ความเขา้ ใจได้
งา่ ยข้นึ
การเตรียมการกอ่ นออกเดนิ ทางจากทพ่ี กั ไปแปลงตวั อยา่ ง
1. จากจุดที่พักชั่วคราวในพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดที่พัก (Camp) โดย
ใช้เครื่อง GPS ทําเครื่องหมายลงในแผนที่ภูมิประเทศ พร้อมลงรายละเอียดจุดที่พัก ลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 1
หวั เรือ่ ง Access Notes (From Camp to Starting Point) ซึ่งขอ้ มูลน้จี ะเกย่ี วเนอ่ื งกบั ขอ้ มลู เวลาในแบบบนั ทกึ ฯ
ที่ 2 หวั ขอ้ Time (24 hour clock) และการตดิ ตามการเปล่ียนแปลง (Monitoring) ของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นอนาคต
2. กําหนดแปลงตัวอย่างท่ีจะดําเนินการ พร้อมกับบันทึกหมายเลขกํากับแปลงตัวอย่าง (Plot No)
และค่าพิกัด UTM ของแปลงนน้ั ๆ ลงในเคร่ือง GPS เพอื่ ใช้ในการนําทางเข้าหาแปลงตัวอย่าง พร้อมกับบันทึก
ขอ้ มลู ดังกล่าวลงในแบบบนั ทึกขอ้ มลู ทกุ ชดุ และทกุ แบบ ในหัวเร่ือง Plot# และ GPS Plot Center (map)
3. จัดเตรียมแบบบันทกึ ข้อมลู (Tally Sheets) ซ่งึ ขอ้ มูลบางอย่างสามารถทาํ การบนั ทึกไว้ก่อนได้ ดงั น้ี
3.1 บนั ทึกในแบบบันทึกข้อมูลทุกแบบ ไดแ้ ก่
- Cluster # บนั ทกึ หมายเลขแปลงตัวอยา่ ง
- Measurement Date บนั ทกึ วัน เดอื น ปี ทีป่ ฏิบัติงาน
- GPS Cluster Centre (map) บนั ทกึ คา่ พกิ ัด UTM ของแปลงตัวอยา่ งนั้น ๆ
- Recorder บันทกึ ชื่อผูบ้ ันทกึ ขอ้ มูล
- Identification บนั ทึกหมายเลขประจาํ เขตกริต และค่าพิกัด UTM ของแปลงตัวอย่าง
จํานวน 4 และ 5 หลักแรกในแนวทศิ ตะวันออกและทศิ เหนือ ตามลาํ ดับ
3.2 บนั ทึกในแบบบันทึกขอ้ มูลเฉพาะแบบท่ี 1
- Map No. บนั ทึกหมายเลขระวางแผนทขี่ องทตี่ ั้งแปลงตวั อย่างตามระบบสากล
- Province บนั ทกึ ช่ือจงั หวดั ของท่ีตั้งแปลงตวั อย่าง พรอ้ มรหสั จังหวัด (Code) น้นั ๆ ตาม
ตารางผนวกท่ี 1
3.3 จัดเตรยี มแบบบนั ทกึ ข้อมลู สาํ รอง สาํ หรบั แบบที่คาดว่าจะสาํ รวจพบขอ้ มลู เป็นจํานวนมาก
ไดแ้ ก่ แบบบนั ทึกฯ ที่ 3 4 5
4-2
4. ก่อนออกเดินทางไปยังแปลงตัวอย่างท่ีจะดําเนินการ ให้พิจารณาเส้นทางการคมนาคมที่สะดวก
หรือใกล้ที่สุดจากแผนท่ีภูมิประเทศ ประกอบการสอบถามคนงานหรือชาวบ้าน ว่ามีเส้นทางอื่นอีกหรือไม่
เนื่องจากบางครั้งข้อมูลเส้นทางในแผนที่ภูมิประเทศมีความไม่ทันสมัย ก่อนออกเดินทางให้บันทึกเวลาการ
เดินทางออกจากที่พัก (Camp) ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเรื่อง Time (24 hour clock) ในช่องหมายเลข 1
(Leave Camp)
การเดนิ ทางไปจดุ ศนู ยก์ ลางแปลงตัวอยา่ ง
1. เม่ือเดินทางโดยรถยนต์หรือพาหนะอ่ืนๆ เช่น เรือหรือแพ ถึงบริเวณที่ใกล้จุดศูนย์กลางแปลง
ตัวอย่างมากที่สุด ซึ่งรถยนต์หรือพาหนะอื่นไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ต้องอาศัยการเดินเท้า จุดนี้เรียกว่าจุด
Starting Point บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดดังกล่าว ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเร่ือง GPS Starting Point
ชอ่ ง Easting และ Northing ตามลําดับ พร้อมกับบันทึกหมายเลขระวางแผนท่ีที่จุดดังกล่าวตกอยู่ในแบบท่ี 1
หัวเรื่อง Map No. ช่อง Starting Point จากนนั้ กําหนดจดุ ใดๆ เปน็ จุดอ้างองิ (Reference Point) โดยเลอื กจดุ ท่ี
อย่ใู นรศั มไี ม่ควรเกนิ 10 เมตร มีลักษณะเด่น สังเกตได้ง่าย ชัดเจนและมีสภาพค่อนข้างถาวร เช่น ก้อนหินขนาดใหญ่
สะพาน เสาไฟฟ้า หลักกิโลเมตร ต้นไมใ้ หญ่ เปน็ ตน้ จากน้ันวัดระยะทางและค่ามุม Azimuth จากจุดอ้างอิงไปยัง
Starting Point บันทึกค่าลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 หัวเร่ือง Ref. Point Details ถ้าหากเป็นต้นไม้ ให้ระบุชนิด
รหสั พนั ธุ์ไม้ ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) พร้อมกับบรรยายการเดินทางจากจุดที่พัก (Camp) ถึงจุด Starting
Point ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 1 หัวเรื่อง Access Notes (From Camp to Starting Point) หลังจากนั้น
จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และสัมภาระที่จําเป็นในการปฏิบัติงาน ก่อนออกเดินทางจาก Starting Point ให้บันทึก
เวลาลงในแบบฯ ท่ี 2 หวั เรอ่ื ง Time ชอ่ งหมายเลข 2 (Leave Car)
2. ออกเดนิ ทางจาก Starting Point ไปยงั จดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตัวอย่าง โดยใช้เครื่อง GPS และ
เข็มทิศในการนําทางและตรวจสอบแนวเส้นทาง เทียบกับแผนที่ภูมิประเทศเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็น
เส้นทางท่ีถูกต้อง โดยให้แผนท่ีและผู้ใช้อยู่ในแนวทิศเหนือ (ใช้เข็มทิศ) เพื่อป้องกันการหลงทิศ และควร
พิจารณาลักษณะภูมิประเทศจากแผนที่ภูมิประเทศประกอบเพ่ือเลือกเส้นทางเดินที่เหมาะสม เช่น เดินตาม
ลําห้วย ตามสันเขา หรือตัดตรงไปตามทิศทาง ระหว่างเส้นทางการเดินให้สังเกตจุดเด่นท่ีสังเกตได้ง่าย เช่น
ทางแยก ลานหิน สันเขา ลําห้วย หรือ ก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นต้น พร้อมบันทึก (mark) ค่าพิกัด UTM ของ
จุดดังกล่าวไว้ในเคร่ือง GPS แล้วบันทึกค่าลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 หัวเรื่อง Navigation Notes และบรรยาย
การเดนิ ทาง ในหวั เรอ่ื ง Notes (From Starting Point to Cluster Center)
3. เมื่อเดนิ ทางถึงจุดที่คา่ พกิ ัด UTM ท่อี า่ นได้จากเคร่ือง GPS ตรงกับค่าพิกัดของ แปลงตัวอย่าง
ทีก่ าํ หนดไว้ในแผนท่ีซง่ึ อาจคลาดเคลือ่ นเลก็ นอ้ ย ทง้ั นเี้ นื่องจากการอา่ นคา่ พกิ ดั ของเคร่ือง GPS เอง แสดงว่า
ได้เดินทางมาถึงจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างแล้ว บันทึกค่าพิกัดดังกล่าวลงในเครื่อง GPS และในแบบบันทึก
ข้อมูลทุกแบบหัวเรื่อง GPS Plot Centre (Site) พร้อมกับค่าความคลาดเคลื่อน (EPE) โดยดูจากเคร่ือง GPS
ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 1 ช่อง Comment และบันทึกเวลาที่เดินทางถึงจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง ในแบบ
บันทึกฯ ที่ 2 หัวเร่ือง Time ช่องหมายเลข 3 (Arrive Plot Centre) จากนั้นทําการฝังแท่งเหล็กที่ตําแหน่ง
4-3
จุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง เพื่อใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กรณีไม่สามารถฝังแท่งเหล็ก
เน่อื งจากสาเหตุต่างๆ เช่น ชั้นล่างเป็นหิน พ้ืนท่ีเป็นลานหินหรือเป็นแหล่งนํ้า ให้พิจารณาบริเวณใกล้เคียงที่สามารถ
ดําเนนิ การได้ แล้ววัดมุมพร้อมระยะทางจากตําแหน่งท่ีฝังแท่งเหล็กได้ไปยังจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่าง แล้วบันทึก
ลงในแบบบนั ทึกฯ ท่ี 1 ชอ่ ง Comment ดว้ ย
4. วาดแผนท่ีสังเขปลงในแบบบันทึกฯ ที่ 1 หัวเรื่อง Sample Plot Location Sketch Map
แสดงเส้นทางการเดนิ ทางจากทพี่ ัก (Camp) ถงึ จดุ ศนู ย์กลางของแปลงตัวอย่าง
5. กรณีไม่สามารถเดินทางไปถึงแปลงตัวอย่างที่กําหนด หรือไปถึงแล้วแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้
เนอ่ื งจากมีอุปสรรคหรอื ความเส่ียงภยั เชน่ ยานพาหนะเสียหาย ฝนตกหนกั ไมส่ ามารถข้ามนา้ํ ได้ เปน็ หน้าผาสูงชัน
พ้นื ทีห่ วงหา้ มเฉพาะ เป็นต้น ให้ระงับการปฏิบัติงาน และพิจารณาว่าจะระงับเป็นการช่ัวคราวหรือถาวร พร้อม
อธบิ ายเหตุผลประกอบ
การกาํ หนดจุดอ้างอิงของแปลงตัวอย่าง
การกําหนดจุดอ้างอิงของแปลงตัวอย่าง จะมีท้ังภายในและภายนอกแปลงตัวอย่าง เพื่อใช้เป็น
จุดอ้างองิ สาํ หรบั ติดตามการเปลี่ยนแปลง
1. จดุ อ้างอิงภายในแปลงตัวอยา่ ง (Reference Point Inside Plot ; RIP) มีขนั้ ตอน ดําเนินการ ดังนี้
1.1 เลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ท่ีอยู่ในแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร ท่ีเป็นจุดเด่น
สังเกตได้ง่าย แล้วทําเคร่ืองหมายจุดอ้างอิงโดยใช้สีสเปรย์พ่นคําว่า “RIP” ตามด้วยหมายเลข Plot นั้นๆ เช่น
“RIP 123” โดยพน่ ให้อยใู่ นระดบั สายตา
1.2 บนั ทึก คําว่า RIP ในชอ่ ง Remark ของแบบบันทกึ ฯ ท่ี 4 ให้ตรงกบั ช่องขอ้ มลู ของตน้ ไม้ที่
เลือก
1.3 บันทึกค่าพกิ ัดของต้นไม้ท่ีถูกเลือก พร้อมบันทึกค่าลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 พร้อมกับบันทึก
คา่ พกิ ดั ของ RIP ไวใ้ นเครื่อง GPS ด้วย
1.4 กรณีหาต้นไม้ที่เหมาะสมไม่ได้หรือไม่มีต้นไม้ ให้หาจุด
อา้ งอิงอืน่ ๆ แทน เชน่ ก้อนหนิ ขนาดใหญ่หรอื ใชไ้ ม้ปักในตาํ แหน่งที่เหมาะสมแล้วดําเนินการเช่นเดยี วกนั
2. จุดอ้างอิงภายนอกแปลงตัวอย่าง (Reference Point Outside Plot ; ROP) มีขั้นตอน
ดําเนนิ การ ดงั นี้
2.1 เลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่น สังเกตได้ง่าย ท่ีอยู่นอกแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรัศมี
17.84 เมตร และควรอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง 50 เมตร โดยประมาณ ท้ังนี้ให้พิจารณาตาม
ความเหมาะสมของสภาพพ้ืนท่ี ทําเครื่องหมายจุดอ้างอิง โดยใช้สีสเปรย์พ่น คําว่า ROP ตามด้วยหมายเลข
Plot น้นั ๆ เช่น “ROP 123” โดยพ่นให้อยใู่ นระดับสายตา
2.2 บันทึกชนิดไม้ ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก ค่าพิกัด ค่ามุม Azimuth และระยะทางจากจุด
ROP ถึงจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 พร้อมกับบันทึกค่าพิกัดของ ROP ไว้ในเคร่ือง
GPS ด้วย
4-4
2.3 กรณีไม่สามารถหาต้นไม้ที่เหมาะสมได้ ให้หาจุดอ้างอิงอ่ืนๆ แทน เช่น ก้อนหินขนาดใหญ่
แล้วดาํ เนินการเชน่ เดยี วกนั
การวางแปลงตัวอย่าง
ในการเก็บข้อมูลมีแปลงตัวอย่างถาวร (Permanent Sample Plot) จะเก็บข้อมูลครบทุกหัวข้อและ
มีการตดิ ตามผล มีขั้นตอนการวางแปลงตวั อย่างดงั นี้
1. วางแปลงตัวอย่างรูปวงกลมท่ีมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน รัศมีต่างกัน จํานวน 3 แปลง คือ รัศมี
3.99 เมตร 12.62 เมตร และ 17.84 เมตร ตามลําดบั จุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างที่ฝังแท่งเหล็ก จะเป็นจุด
ศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างถาวร
2. วางแปลงตัวอย่างรูปวงกลมที่มีรัศมีเท่ากันแต่จุดศูนย์กลางต่างกันจํานวน 4 แปลง รัศมี 0.631
เมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บนเส้นรอบวงของวงกลมรัศมี 3.99 เมตร ไปตามทิศหลักทั้ง 4 ทิศ คือ ทิศเหนือ
(N) ทศิ ตะวนั ออก (E) ทิศใต้ (S) และทิศตะวันตก (W)
3. วางแปลงตัวอย่างที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง (Transect Line) จํานวน 2 เส้น ความยาวเส้นละ
17.84 เมตร ทั้งสองเส้นเร่ิมต้นจากจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง ทํามุมตั้งฉากกัน โดยเส้นท่ี 1 (Transect 1)
ไดก้ าํ หนดค่ามุม Azimuth ไว้แลว้ เส้นท่ี 2 (Transect 2) จะมคี ่ามุมเทา่ กับเส้นที่ 1 บวก 90 องศา
4. รัศมีของแปลงตัวอย่างรูปวงกลม กําหนดเป็นค่าของระยะทางตามแนวราบ (Horizontal
Length) ดังนั้น หากพื้นที่มีความลาดชัน (Slope) จะต้องทําการปรับแก้ระยะทาง โดยใช้เข็มทิศวัดค่าความ
ลาดชันแล้วปรับแก้ระยะทางตามตารางเปรียบเทียบระยะทางตามแนวราบกับระยะทาง ตามแนวลาดชัน ดัง
แสดงในตารางที่ 2
5. เมื่อวางแปลงตัวอย่างเสร็จแล้ว ให้ถ่ายภาพบริเวณจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างและสภาพ
ท่วั ไปบรเิ วณแปลงตัวอย่าง จํานวน 5 - 6 ภาพ ตามแนวทิศ เหนือ – ใต้ และ ตะวันออก – ตะวันตก
6. บันทึกค่าความสูงจากระดับน้ําทะเลปานกลาง (MSL) ของท่ีต้ังแปลงตัวอย่างใน หัวเรื่อง
Elevation Plot Centre (m)
7. ตรวจสอบลักษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดินในพื้นที่รอบๆ บริเวณแปลงตัวอย่างในระยะ 100 x
100 เมตร (ขนาดพ้ืนที่เท่ากับ 1 เฮคแตร์) เพ่ือใช้ประกอบในรายงาน ทําการวาดภาพร่าง (Sketch map) ลงบน
แบบบันทึกข้อมูลแบบที่ 1 ในกรณีที่มีเพียง 1 ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น เป็นป่าเบญจพรรณเพียง
อย่างเดียวไม่ต้องทํา Sketch map แต่ถ้ามีมากกว่า 1 ลักษณะการใช้ประโยชน์ท่ีดินให้จัดทํา Sketch map
เพ่ือแบง่ สดั สว่ นพ้นื ท่ีที่มีลักษณะของการใชป้ ระโยชน์พ้นื ท่ีต่างกนั
4-5
ตารางท่ี 2 เปรยี บเทยี บรัศมขี องแปลงตวั อย่างรปู วงกลมระหว่างระยะทางตามแนวราบกับระยะทางตามแนวลาดชนั
มมุ ลาดชัน ระยะรัศมีตามแนวลาดชันเม่ือเทยี บกบั ระยะตามแนวราบ (เมตร) 17.84
(องศา) 0.631 3.99 12.62
1 0.631 3.99 12.62 17.84
2 0.631 3.99 12.63 17.85
3 0.632 4.00 12.64 17.86
4 0.633 4.00 12.65 17.88
5 0.633 4.01 12.67 17.91
6 0.634 4.01 12.69 17.94
7 0.636 4.02 12.71 17.97
8 0.637 4.03 12.74 18.02
9 0.639 4.04 12.78 18.06
10 0.641 4.05 12.81 18.12
11 0.643 4.06 12.86 18.17
12 0.645 4.08 12.90 18.24
13 0.648 4.09 12.95 18.31
14 0.650 4.11 13.01 18.39
15 0.653 4.13 13.07 18.47
16 0.656 4.15 13.13 18.56
17 0.660 4.17 13.20 18.66
18 0.663 4.20 13.27 18.76
19 0.667 4.22 13.35 18.87
20 0.671 4.25 13.43 18.98
21 0.676 4.27 13.52 19.11
22 0.681 4.30 13.61 19.24
23 0.685 4.33 13.71 19.38
24 0.691 4.37 13.81 19.53
25 0.696 4.40 13.92 19.68
26 0.702 4.44 14.04 19.85
27 0.708 4.48 14.16 20.02
28 0.715 4.52 14.29 20.21
29 0.721 4.56 14.43 20.40
30 0.729 4.61 14.57 20.60
31 0.736 4.65 14.72 20.81
32 0.744 4.70 14.88 21.04
33 0.752 4.76 15.05 21.27
34 0.761 4.81 15.22 21.52
35 0.770 4.87 15.41 21.78
36 0.780 4.93 15.60 22.05
37 0.790 5.00 15.80 22.34
38 0.801 5.06 16.02 22.64
39 0.812 5.13 16.24 22.96
40 0.824 5.21 16.47 23.29
4-6
การเกบ็ และบันทกึ ขอ้ มลู ในแปลงตัวอย่าง
การเก็บข้อมูลในแปลงตัวอย่าง ในกรณีของข้อมูลท่ีเกี่ยวกับระยะทาง จะหมายถึงระยะทางตาม
แนวราบ หากพน้ื ท่แี ปลงตัวอย่างมคี วามลาดชนั ใหท้ าํ การปรบั แกใ้ หเ้ ป็นระยะทางตามแนวราบ ดังนี้
B = A Cos θ
เมื่อ
B = ระยะทางตามแนวราบ
A = ระยะทางตามความลาดชัน
θ = คา่ มุมความลาดชัน (Slope)
A
θ
B
ภาพท่ี 2 การปรบั แก้ระยะทางตามความลาดชนั เปน็ ระยะทางในแนวราบ
1. การเกบ็ ขอ้ มลู การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ (Landuse Type)
1.1 ใชแ้ บบบันทึกขอ้ มูลแบบที่ 1
1.2 เกบ็ ขอ้ มลู ในแปลงตวั อยา่ งรูปวงกลมรศั มี 17.84 เมตร
1.3 พิจารณาการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินในแปลงตวั อย่างว่าเป็นป่าชนดิ ใด เลือกระบุตามหวั ข้อที่
กาํ หนด หากเปน็ พ้ืนทล่ี ักษณะอน่ื ให้บันทกึ รายละเอยี ดวา่ เปน็ พ้นื ที่อะไร
1.4. การบนั ทกึ สภาพอากาศ (Weather) ขณะปฏบิ ัติงานให้บนั ทกึ ลกั ษณะสภาพภูมอิ ากาศ
ขณะท่ีปฏิบัติงานว่าเป็นเช่นไร เช่น แดดจัด ร้อนอบอ้าว ฝนตก ลมแรง เป็นต้น ในแบบบันทึกฯ ที่ 1 หัวเร่ือง
Weather
2. การเกบ็ ขอ้ มลู ลกั ษณะท่วั ไปของพนื้ ที่ (Site Features)
2.1 ใชแ้ บบบนั ทกึ ข้อมลู แบบท่ี 2
2.2 เก็บขอ้ มลู ในแปลงตัวอย่างรปู วงกลมรศั มี 17.84 เมตร
2.3 เกบ็ และบันทึกขอ้ มูล ดงั นี้
2.3.1 ความลาดชัน (Slope) ใชเ้ ขม็ ทิศในการวัดค่าความลาดชัน หนว่ ยเปน็ องศา
2.3.2 ทิศด้านลาด (Aspect) ใช้เข็มทิศตรวจสอบว่าพ้ืนที่ส่วนใหญ่ลาดไปทาง ทิศใด
บันทกึ ช่ือทศิ ดว้ ยอกั ษรยอ่ คอื N NE E SE S SW W และ NW
4-7
2.3.3 พจิ ารณาตาํ แหน่งของแปลงตัวอย่างว่าวางตัวอยู่บนความลาดชันตําแหน่งใดของ
พ้ืนทโ่ี ดยรวม (Rel. Slope Position) เลือกระบุตามหวั ข้อทก่ี ําหนด
2.3.4 ประเมินการครอบคลุมพ้ืนท่ีของหินแบบต่างๆ (หินก้อน = Cobbles/ Stone
หรอื หินดาน = Bedrock) บนั ทึกเปน็ เปอรเ์ ซน็ ต์
2.3.5 พิจารณารูปร่างของพื้นผิวแปลงตัวอย่าง (Surface Shape) โดยรวมว่าเป็น
ลกั ษณะใด เลอื กระบตุ ามหวั ข้อทกี่ าํ หนด
2.3.6 บันทึกเปอร์เซ็นต์การครอบคลุมพื้นที่ของน้ําบริเวณแปลงตัวอย่าง (Open
Water)
3. การเกบ็ ขอ้ มูลพืชลม้ ลกุ ไม้พ่มุ กลา้ ไม้และลกู ไม้ (Herb Shrub Seedlings & Saplings)
3.1 ใชแ้ บบบนั ทึกข้อมลู แบบที่ 3
3.2 เก็บข้อมูลชนิดและจํานวนกล้าไม้ (Seedling) ของพรรณไม้ทุกชนิดในแปลงตัวอย่างรูป
วงกลมรัศมี 0.631 เมตร ท้ัง 4 วง บันทึกข้อมูลของแต่ละวงให้ตรงตามช่องท่ีกําหนด โดยกล้าไม้ คือไม้ท่ี
พิจารณาแล้ววา่ รอดตายและมีความสูงจากระดับพน้ื ดินไมถ่ ึง 1.30 เมตร
3.3 ประเมินเปอร์เซ็นต์การครอบคลุมพ้ืนท่ีของกล้าไม้ทุกชนิดรวมกัน ภายในแปลงตัวอย่าง
รปู วงกลมรศั มี 3.99 เมตร
3.4 เก็บข้อมูลชนิดและจํานวนลูกไม้ (Sapling) ของพรรณไม้ทุกชนิดในแปลง ตัวอย่างรูป
วงกลมรัศมี 3.99 เมตร โดยลูกไม้ คือ ไม้ที่มีความสูงมากกว่า 1.30 เมตร และมีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก
(GBH) นอ้ ยกว่า 15 เซนติเมตร
4. การเกบ็ ขอ้ มูลไม้ยืนต้น (Trees)
4.1 ใช้แบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบที่ 4
4.2 เก็บข้อมลู ในแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรศั มี 17.84 เมตร
4.3 เลือกวัดเฉพาะต้นไม้ท่ีมีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) มากกว่าหรือเท่ากับ 15
เซนตเิ มตรขึน้ ไป พร้อมระบวุ า่ วัดดว้ ยเครอื่ งมือ (M) หรอื การประมาณ (E)
4.4 บันทึกข้อมูลชนิดไม้และรายละเอยี ดเกีย่ วกับต้นไม้ ดงั น้ี
4.4.1 ตําแหน่งของต้นไม้ (Position) ทําการวัดค่ามุม Azimuth โดยใช้เข็มทิศส่องมุม
จากจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างไปยังจุดกึ่งกลางของต้นไม้ พร้อมทําการติดเบอร์ต้นไม้โดยให้ส่วนปลาย
ด้านล่างของแผ่นป้ายอะลูมิเนียมอยู่ที่ตําแหน่ง 1.30 เมตร ซ่ึงจะเป็นจุดวัดขนาดความโตต้นไม้ (GBH) ให้
เรียงลําดับหมายเลขจากมุม Azimuth 0 – 359 องศา และในกรณีที่มุมเท่ากันให้วัดต้นไม้ท่ีอยู่ใกล้จุด
ศูนย์กลางก่อน แลว้ ไลเ่ รียงกนั ไปจนถึงระยะ 17.84 เมตร จากจุดศูนย์กลางแปลงตวั อยา่ ง
4.4.2 ตรวจสอบว่าต้นไม้น้ันยังมีชีวิตหรือตาย (Live/Dead) ยืนต้นหรือล้มลง
(Stand/Fall)
4.4.3 วัดขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก (GBH) ของตน้ ไม้ดว้ ยเทปวัดความโต
4-8
4.4.4 วัด (M) ความสูงของต้นไม้จากโคนต้นถึงปลายยอด (Total Height) ด้วยเคร่ืองมือ
วัดความสูง (Clinometer หรือ Haga Hypsometer) หรือเป็นการประมาณ (E)
4.4.5 ประมาณจํานวนท่อนของต้นไม้ (Number of logs) โดยกําหนดให้ไม้ 1 ท่อนมี
ความยาว 5 เมตร ถ้าความยาวของท่อนไม้ไมถ่ งึ 5 เมตร แตย่ าวมากกวา่ คร่งึ หน่ึงของความยาวเต็มท่อนให้คิด
เป็น 1 ทอ่ น ถา้ ความยาวน้อยกว่าครึ่งท่อน ไมค่ ิดจาํ นวนท่อน
4.4.6 ประเมนิ คุณภาพของทอ่ นซงุ ท่ใี ชท้ าํ เปน็ สนิ ค้าได้ (Timber Quality) โดยพจิ ารณา
ตามช้นั ขนาดเสน้ รอบวงเพียงอก และลักษณะทางกายภาพของตน้ ไม้ว่าเปลาตรงดีเพยี งใด
4.4.7 ประเมินระดับชั้นของเรือนยอด (Crown Class) โดยจําแนกออกเป็น
Dominant, Co–Dominant, Intermediate และ Suppress
4.4.8 ประเมินความสมบูรณ์ของเรือนยอด (Crown Condition) โดยจําแนกออกเป็น
Good, Medium และ Poor
4.4.9 ประเมินความกว้างของเรือนยอด (Crown Width) โดยการถ่ายทอดขนาดของ
เรือนยอดลงในแนวดิง่ แลว้ ประมาณดา้ นกว้างของเรอื นยอดในแนวทิศเหนอื ใต้ ตะวนั ออก และตะวนั ตก
4.4.10 หากต้นไม้ที่เก็บข้อมูลมีกล้วยไม้เกาะอยู่ ให้นับจํานวนกอ หรือมีลักษณะ
ผิดปกติ เช่น มีหลายนาง พูพอนสูง ยอดหัก ฯลฯ ให้บันทึกในช่อง Remark ให้ตรงกับลําดับของต้นไม้นั้นๆ
ดว้ ย
5. การเกบ็ ขอ้ มูลไม้ไผ่ หวาย และตอไม้ (Bamboo, Erect rattan and Tree stump)
5.1 ใช้แบบบันทึกข้อมลู แบบที่ 5
5.2 เกบ็ ขอ้ มลู ในแปลงตวั อย่างรปู วงกลมรัศมี 12.62 เมตร
5.3 การเกบ็ ข้อมูลเก่ยี วกับไม้ไผ่ (Bamboo) จะต้องเป็นไม้ไผ่ท่ียังมีชีวิตอยู่ มีความสูงมากกว่า
หรือเท่ากับ 1.30 เมตรข้ึนไป และให้ตรวจสอบว่ากอไผ่ตกอยู่ในแปลงตัวอย่างท้ังกอหรือไม่ ถ้าอยู่ในแปลง
ตัวอย่างเพยี งบางส่วนให้เก็บข้อมูลเฉพาะส่วนทีอ่ ยใู่ นแปลงตวั อยา่ งเทา่ นัน้ ข้อมูลทเี่ ก็บคือ
5.3.1 ชนดิ และจาํ นวนลําของไม้ไผ่ในกอหนง่ึ ๆ
5.3.2 ขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกเฉล่ียของลาํ ไผ่ในแตล่ ะกอ
5.3.3 ความยาวเฉลย่ี ของลาํ ไผใ่ นแตล่ ะกอ
5.4 การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหวายเส้นตั้ง (Erect rattan) จะต้องเป็นเส้นหวายที่ยังมีชีวิตอยู่ มี
ความสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 1.30 เมตรข้ึนไป เป็นหวายที่ยังไม่ทอดเลื้อยและให้ตรวจสอบว่ากอหวายตกอยู่ใน
แปลงตวั อยา่ งท้ังกอหรอื ไม่ เชน่ เดยี วกบั กรณไี มไ้ ผ่ ข้อมูลท่เี ก็บ คือ
5.4.1 ชนิดและจาํ นวนเสน้ หวายในแต่ละกอ
5.4.2 ขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกของหวายเสน้ ที่มขี นาดเลก็ ทสี่ ุด ใหญ่ทสี่ ุด และเสน้ รอบวง
เฉล่ียของเส้นหวายในกอ
5.4.3 ความยาวเฉลย่ี ของเสน้ หวายในกอ
4-9
5.5 การเก็บข้อมูลเก่ียวกับตอไม้ (Tree stump) จะต้องเป็นตอไม้ท่ีมีขนาดเส้นรอบวงที่ปลาย
ตอมากกว่าหรือเท่ากับ 15 เซนติเมตรขึ้นไป และมีความสูงน้อยกว่า 1.30 เมตร ถ้าตอไม้มีความสูงมากกว่า
1.30 เมตร จะเก็บข้อมูลในลกั ษณะเป็นต้นไม้ ขอ้ มูลทีเ่ กบ็ คือ
5.5.1 ขนาดเส้นรอบวงของปลายตอ
5.5.2 ความสูงจากระดับพน้ื ดินถึงปลายตอ
5.5.3 พิจารณาความเก่าหรือใหม่ของตอ โดย ตอเก่า คือตอที่มีอายุมากกว่าหรือ
เท่ากับ 1 ปี ตอใหม่ คือ ตอทีม่ อี ายุน้อยกวา่ 1 ปี
6. การเก็บข้อมูลไม้ล้มขอนนอนไพร (Coarse Woody Debris : CWD) หวายเล้ือย (Rattan)
และไม้เถา (Climbers)
6.1 ใช้แบบบันทึกข้อมลู แบบที่ 6 และ 7 ซ่ึงมีหวั เรื่องทเี่ หมอื นกนั ยกเวน้ คา่ มมุ Azimuth
6.2 เก็บขอ้ มูลในแปลงตัวอยา่ งท่ีมลี ักษณะเปน็ เส้นตรง (Transect line) ความยาว 17.84 เมตร
จาํ นวน 2 เส้น โดยแบบบนั ทึกฯ ที่ 6 ใช้เกบ็ ขอ้ มูลของเสน้ ท่ี 1 แบบบนั ทกึ ฯ ที่ 7 ใช้เกบ็ ขอ้ มลู ของเส้นท่ี 2
6.3 ขอ้ มูลท่ีทําการศึกษา
6.3.1 ไม้ CWD คือไม้ล้มขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้ท่ีตาย หรือหลุดขาดจากต้นเดิม
โดยไม่มีส่วนท่ีถูกพยุงหรือคํ้าจุนลําต้นติดอยู่ในดิน และต้องมีขนาดเส้นรอบวงตรงจุดท่ี Transect line พาดผ่าน
มากกว่า หรือเทา่ กบั 15 เซนตเิ มตรขึ้นไป
6.3.2 ไม้เถา เก็บข้อมูลเฉพาะไม้เถาที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีขนาดเส้นรอบวง ณ จุดที่
Transect line พาดผ่านมากกวา่ หรือเทา่ กับ 15 เซนติเมตรข้ึนไป
6.3.3 หวายเล้ือย เก็บข้อมูลเฉพาะหวายเล้ือยท่ียังมีชีวิตอยู่ ทุกเส้นทุกขนาดเส้นรอ
บวงที่ Transect line พาดผ่าน
6.4 วดั ขนาดและเก็บขอ้ มลู ไม้ CWD หวายเลอื้ ยและไมเ้ ถาที่อยู่บนและเหนือ พ้ืนดนิ ทกุ จดุ ท่ี
เสน้ Transect line พาดผา่ น ข้อมูลทีต่ ้องบันทึกแบ่งเปน็ 2 ลักษณะ คอื
6.4.1 ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก (Round Pieces) เก็บข้อมูล ชนิด เส้นรอบวง
และวดั มมุ ทีท่ าํ กบั แนวระนาบ ตรงจุดที่ Transect line พาดผ่าน
6.4.2 ลักษณะเป็นกองหรือไม่เป็นรูปทรงกระบอก (Accumulation or Odd
Shaped Pieces) เก็บข้อมูลความยาวในส่วนที่ Transect line พาดผ่านและความสูงหรือความหนาของส่ิง
นัน้ ไมต่ ้องระบชุ นดิ เนือ่ งจากบางครง้ั สิง่ ท่เี ก็บข้อมูลผุสลาย หรือมีหลากหลายชนิดกองสุมกันเป็นกองใหญ่ยาก
ต่อการแยกชนดิ
6.5 ในกรณีท่ีไม่สามารถวดั ข้อมูลได้ เช่น อยู่สูงเกินไป ใหท้ ําการประมาณคา่ แลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู
ในชอ่ ง M/E ดว้ ยตวั อักษร E
7. การเกบ็ ขอ้ มูลปจั จยั ทม่ี ผี ลกระทบตอ่ พนื้ ที่ป่า (Site disturbance)
7.1 ใช้แบบบันทกึ ขอ้ มูลแบบท่ี 11
7.2 เกบ็ ขอ้ มูลในแปลงตัวอยา่ งรปู วงกลมรัศมี 17.84 เมตร
4-10
7.3 พิจารณาปัจจัยต่างๆ ท้ังท่ีเกิดจากการกระทาํ ของมนษุ ย์ สัตว์ และเกิดตามธรรมชาติ ซ่ึงมี
ผลกระทบต่อสภาพป่า พชื พรรณ และส่งิ แวดลอ้ ม แลว้ บนั ทกึ ตามหัวขอ้ ที่กําหนด
8. การเกบ็ ขอ้ มูลตวั อยา่ งพรรณไม้ (Plant specimens)
8.1 ทําการเก็บตัวอย่างพืชหรือพรรณไม้ท่ีไม่สามารถจําแนกชื่อเป็นทางการได้ หรือทราบช่ือ
ท้องถิ่นแต่ไม่แน่ใจชื่อพฤกษศาสตร์ (Botanical Name) ตามวิธีการเก็บพรรณไม้ พร้อมบันทึกข้อมูลต่างๆ ให้
ชดั เจนครบถว้ น เพ่ือให้นกั พฤกษศาสตร์ตรวจหาชอื่ ทีถ่ ูกต้องต่อไป
8.2 การเก็บตัวอย่าง ควรเก็บจากพืชชนิดเดียวกันที่อยู่นอกแปลงตัวอย่างแทน เพื่อไม่ให้เป็น
การรบกวนสภาพพชื พรรณในแปลงตวั อย่าง
8.3 วธิ ีการเกบ็ ตัวอยา่ งพรรณไม้ทถ่ี ูกต้อง ดูรายละเอียดในบทที่ 5
การดาํ เนนิ การหลงั เสร็จสิ้นการเกบ็ ข้อมลู
หลังจากดาํ เนินการเก็บข้อมลู ต่างๆ ในแปลงตวั อย่างเสร็จส้นิ แลว้ ควรดําเนินการดงั นี้
1. ตรวจสอบแบบบันทึกข้อมูลทุกแบบทุกหน้าว่า ได้บันทึกข้อมูลครบถ้วนถูกต้องแล้วหรือไม่
กรณีที่หัวเรื่องใดไม่มีข้อมูลที่ต้องบันทึกให้กากบาทขีดคร่อมส่วนที่ไม่ใช้ ในส่วนที่มีการบันทึกข้อมูลแต่ยังมี
พื้นทต่ี อนลา่ งเหลืออยใู่ หข้ ดี เส้นใตย้ าวแสดงการสน้ิ สดุ ขอ้ ความ พร้อมขดี คร่อมสว่ นทเ่ี หลือ
2. รวบรวมแบบบันทึกข้อมูลตามข้อ 1 จัดเป็นชุด พร้อมตรวจสอบว่ามีครบทุกแบบหรือไม่ แต่ละ
แบบมกี ่ีหน้า แลว้ บันทกึ ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 1 หัวเรื่อง Tally Sheet Index (Number)
3. ก่อนเดินทางออกจากแปลงตัวอย่าง ให้ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนแล้วบันทึกเวลาท่ี
ออกจากแปลงตัวอย่าง ในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หวั เร่อื ง Time ชอ่ งหมายเลข 4 (Leave Plot)
4. เม่ือเดินทางถึงจุดท่ีรถยนต์หรือพาหนะจอดอยู่ ให้บันทึกเวลาลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเร่ือง
Time ช่องหมายเลข 5 (Arrive Car)
5. เมื่อเดินทางถึงที่พัก (Camp) ให้บันทึกเวลาลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 หัวเรื่อง Time ช่อง
หมายเลข 6 (Arrive Camp) เป็นอันเสร็จสน้ิ การปฏบิ ตั งิ านภาคสนามในแต่ละวนั
หลังจากเสร็จส้ินการปฏิบัติงานภาคสนามในแต่ละเดือน ให้ตรวจสอบและรวบรวมแบบบันทึก
ข้อมูลทุกแบบทุกแปลงตัวอย่างที่ปฏิบัติงานในเดือนนั้นๆ ส่งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดําเนินการนําเข้าข้อมูล
ต่อไป พรอ้ มนําข้อมูลในเครอ่ื ง GPS บนั ทึกลงในเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ดว้ ย
5-1
บทท่ี 5
การเกบ็ ตวั อยา่ งพรรณไม้
จากการท่ีพรรณไม้ในป่าธรรมชาติมีอยู่มากมายหลายชนิด ทําให้ไม่สามารถชี้ชัดหรือจําแนกได้ว่า
ประเทศไทยมพี รรณไม้จํานวนกช่ี นดิ ซ่ึงต้องใชเ้ วลาในการสาํ รวจและศึกษาตอ่ ไปอีก การศึกษาด้านพฤกษศาสตร์
ทวี่ า่ ด้วยการจาํ แนกพันธุพ์ ืชหรือท่เี รียกว่าอนุกรมวิธานพืช (Plant Taxonomy) เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จะต้อง
เริ่มศึกษาจากพ้ืนฐานของพืชชนิดต่างๆ จากความรจู้ กั พืชแต่ละชนดิ ในระดบั ท้องถน่ิ หรอื ระดับพื้นบ้าน รู้จักการ
ใช้ประโยชน์ ศึกษารายละเอียดตา่ ง ๆ ของพืชจากชนดิ ทร่ี จู้ กั แลว้ นาํ มาเปรยี บเทยี บกบั ชนดิ ที่ไม่รู้จักต่อไปเรื่อยๆ
จนถึงระดับสากล กล่าวคือ รู้จักช่ือพฤกษศาสตร์ (Botanical name) ท่ถี ูกตอ้ ง ซึง่ ตอ้ งใชเ้ วลาในการศึกษา
อาศยั ความรู้ และประสบการณ์ในการได้พบเห็นตัวอย่างพืชจํานวนมากอันจะส่งผลให้การวิเคราะห์ช่ือพืชกระทํา
ไดง้ า่ ย และถกู ตอ้ งแม่นยาํ ยงิ่ ขึ้น
ในการสํารวจทรัพยากรป่าไม้ ข้อมูลสําคัญอย่างหนึ่งท่ีต้องบันทึกขณะปฏิบัติงานคือ ชื่อพรรณไม้
ซ่ึงการได้ชื่อพรรณไม้ท่ีถูกต้อง จะทําให้ข้อมูลการสํารวจถูกต้องสมบูรณ์มากยิ่งข้ึน การได้ชื่อท่ีไม่ถูกต้องอาจ
ทําใหข้ ้อมลู เกิดความคลาดเคล่ือน ปญั หาท่พี บกค็ อื นกั สาํ รวจทรัพยากรปา่ ไม้ไม่แนใ่ จหรือไม่รู้จักช่ือพฤกษศาสตร์
ของพรรณไม้แต่ละชนิดท่ีสํารวจพบทั้งหมด การบันทึกช่ือพื้นเมืองแล้วนํามาค้นหาชื่อพฤกษศาสตร์น้ัน บางชนิด
กถ็ กู ต้องบางชนิดอาจผิดพลาดได้ เนื่องจากพรรณไม้บางชนิดมีช่ือเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น ทั้งๆ ที่เป็น
ชนิดเดยี วกัน หรอื บางชนดิ มีช่ือพนื้ เมอื งในแต่ละทอ้ งถ่นิ ซา้ํ หรือเหมือนกันแต่เป็นไม้คนละชนิด ทําให้เกิดความ
สบั สนหรือไมแ่ น่ใจในชื่อพฤกษศาสตร์ท่ีถกู ตอ้ ง วิธแี ก้ปัญหาก็คือการเก็บตัวอย่างพรรณไม้ชนิดน้ันๆ ท้ังใบ ดอก
และผล (ตามวิธกี ารเก็บตัวอย่างท่ีถูกต้อง) นําไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านพฤกษศาสตร์ตรวจวิเคราะห์หาชื่อที่
ถูกตอ้ งซงึ่ เปน็ วธิ ีที่ดีทสี่ ดุ แต่เน่อื งจากงานสํารวจทรพั ยากรป่าไม้ ผปู้ ฏบิ ัตจิ ะตอ้ งบันทึกข้อมูลต่างๆ ในแปลงตัวอย่าง
ใหค้ รบถ้วนสมบรู ณ์ทสี่ ดุ เท่าที่จะทําได้ในขณะน้ัน เม่ือสํารวจพบพรรณไมท้ ่ไี ม่รู้ชือ่ หรอื ไม่แน่ใจใหเ้ กบ็ ตัวอยา่ ง
ตามวิธที ่ีถูกต้อง แตใ่ นบางคร้ังการเก็บตัวอย่างพรรณไม้อาจกระทําได้ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน เช่น เก็บได้เฉพาะใบ
ดอกหรือผลอย่างใดอย่างหน่ึง เนื่องจากขณะนั้นไม่ใช่ฤดูกาลออกดอกออกผลของพรรณไม้นั้นๆ ต้นไม้มีขนาดสูง
ใหญ่มากหรือเป็นฤดูผลัดใบของพรรณไม้ไม่มีเลย ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานด้านการสํารวจทรัพยากรป่าไม้จึงควรจะ
ไดศ้ ึกษาวิธีการเกบ็ ตัวอยา่ งพรรณไม้ท่ีถกู ตอ้ ง ตลอดจนการดูแลรักษาตัวอย่างพรรณไม้ จนกระท่ังส่งถึงผู้เช่ียวชาญ
ดา้ นพฤกษศาสตร์ เพื่อตรวจวเิ คราะห์หาชือ่ ทถี่ ูกต้องตอ่ ไป
อุปกรณ์ในการเกบ็ ตัวอย่างพรรณไม้
1. ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ สําหรับเก็บตัวอย่างพรรณไม้ขณะเดินป่า และขนาด 4 x 6 น้ิว สําหรับ
ดองตัวอย่างขนาดเล็ก เชน่ ดอก ผล
2. แผงอัดพรรณไม้ ขนาด 12 x 18 นว้ิ พร้อมดว้ ยเชอื กหรอื เขม็ ขดั สําหรบั มัดหรอื รัดแผง
3. กระดาษอดั พรรณไม้ โดยอาจใช้กระดาษฟาง กระดาษหนังสือพมิ พ์ หรือกระดาษลูกฟกู ในการอัด
5-2
4. กรรไกรตดั กิง่ ไม้ เพอ่ื ใช้ตดั ตกแตง่ ตวั อย่างพรรณไม้
5. ปา้ ย (Tag) สาํ หรบั เขยี นหมายเลขหรอื ชอื่ พรรณไม้ ผูกติดกบั ตวั อย่างพรรณไม้
6. สมุดบันทกึ สาํ หรบั บนั ทกึ รายละเอียดพรรณไม้ท่เี ก็บ
7. ดินสอดําอย่างดี สําหรับจดบันทึก (ไม่ควรใช้ปากกาในการจดบันทึก เพราะสีของหมึก จะจาง
หรอื ซมึ ไดเ้ มือ่ ถูกความชืน้ )
วิธเี ก็บตวั อยา่ งพรรณไม้
ในการตรวจหาชื่อพรรณไม้ (Identification) นั้น ต้องอาศัยลักษณะต่าง ๆ ของใบ ดอกและผล
เป็นหลักสําคัญ ส่วนมากตรวจจากส่วนประกอบต่าง ๆ ของดอก คือ จํานวน ลักษณะ ขนาดของเกสร
เพศผู้และเกสรเพศเมีย รังไข่ กลีบดอก กลีบเลี้ยง และลักษณะของผล พืชบางชนิดมีลักษณะเด่นชัด
สามารถตรวจหาชื่อได้เพียงแต่เห็นใบ บางชนิดต้องตรวจถึงดอกด้วย บางชนิดต้องอาศัยทั้งใบ ดอกและ
ผลด้วย ดังนั้นการเก็บตัวอย่างพรรณไม้ จึงต้องพยายามเก็บให้ได้ตัวอย่างที่สมบูรณ์ คือ มีครบท้ังใบ ดอก
และผล (ภาพที่ 3)
ท่ีมา: Veldkamp, J.F. (1987)
ภาพที่ 3 การเกบ็ ตัวอยา่ งทส่ี มบรู ณค์ รบทง้ั ใบ ดอกและผล
5-3
หากช่อดอกหรือใบมีลักษณะยาวเกินหน้ากระดาษอัดก็ควรหัก พับให้พอดี ห้ามตัดท้ิงเพราะจะ
ได้ทราบขนาดท่ีแท้จรงิ ควรเก็บใบ ดอก ผลหรอื เน้ือไมจ้ ากต้นเดยี วกนั ข้อควรสงั เกต คือ
ใบ ให้เลือกเก็บเฉพาะใบท่ีสมบูรณ์ ไม่ถูกแมลงหรือสัตว์กัดทําลายหรือใบเป็นโรคหงิกงอ ไม่ควร
เก็บใบท่ีเกิดตามหน่อท่ีแตกจากตอหรือก่ิงที่ถูกตัด เพราะจะมีขนาดและสัดส่วนผิดไปจากปกติ ควรเก็บใบที่
แก่จัดและเก็บมาทั้งช่อติดกับกิ่งด้วย ไม่ควรเด็ดมาเป็นใบๆ โดยเฉพาะพวกใบประกอบ จะต้องเก็บให้ครบ
ทัง้ ใบ พรอ้ มใบยอ่ ยให้ครบทุกใบ (ภาพท่ี 4)
ท่ีมา: ก่องกานดา (2541)
ภาพที่ 4 ลกั ษณะการเก็บใบ
A : ใบเดย่ี ว (Simple Leaf)
B : ใบประกอบขนนก (Pinnate Leaf)
C : ใบประกอบแบบนิว้ มือ (Palmate Leaf)
ดอก เก็บเป็นช่อ เก็บให้ได้ท้ังดอกตูมและดอกบานเต็มท่ีแล้ว และควรเก็บ ช่อดอกที่ติดกับใบ
ด้วย ไมค่ วรเก็บดอกท่ีรว่ งหล่นจากต้นแล้ว
ผล เก็บให้ตดิ กับกง่ิ และใบเช่นกนั ควรเกบ็ ให้ได้ทง้ั ผลออ่ นและผลแกจ่ ดั ทีต่ ดิ อยู่บนต้น หากไม่
จําเปน็ จรงิ ๆ ไมค่ วรเกบ็ ผลที่รว่ งหลน่ อยใู่ ต้ตน้ ถา้ ผลเป็นผลแห้งขนาดใหญ่ หรอื ผลสดขนาดใหญ่ก็ให้ตากแห้ง
แลว้ ตดิ ป้ายหมายเลขให้ตรงกับหมายเลขของตัวอย่างใบและดอกไวใ้ หช้ ัดเจน ผลสดอาจตากแห้งโดยการผ่าคร่ึง
ตามยาวเพ่ือรักษารปู ทรงของผลไว้ หรอื อาจใช้ใส่ถงุ พลาสติกแลว้ ดองด้วยแอลกอฮอล์ 70% พรอ้ มกับติดป้ายกาํ กบั
5-4
ประเภทไม้ต้น ไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกบางชนิด เก็บเฉพาะก่ิงที่มีดอกหรือผลติดกับใบ ขนาดยาว
ประมาณ 1 ฟุต
ประเภทไมล้ ม้ ลุกต้นเลก็ ๆ หญ้าหรือพชื ช้ันต่ําอน่ื ๆ เชน่ มอส เฟริ ์น ควรเก็บทั้งต้นทั้งรากและ
ควรเลอื กเฉพาะต้นทม่ี ดี อกและผล (ภาพท่ี 5)
ที่มา: ก่องกานดา (2541)
ภาพที่ 5 ลกั ษณะการเก็บไมล้ ้มลุกตน้ เลก็ ๆ หญ้าหรอื พชื ชั้นตาํ่ อ่นื ๆ
A : ตัวอย่างทส่ี มบรู ณ์ มีทัง้ ใบ ดอก และผล
B : ตัวอยา่ งพชื ล้มลุก เช่น หญ้า และพชื ขนาดเล็ก
การเก็บตัวอย่างพืชในวงศ์ปาล์ม (Palme) เช่น หมาก หวาย และปาล์มชนิดต่าง ๆ จะต้อง
เกบ็ กาบใบ กา้ นใบและแผน่ ใบ รวมทง้ั กาบหุ้มชอ่ ดอก ดอกและผล แต่เน่ืองจากพืช ในวงศ์น้ีมักมีขนาดใหญ่
และมีหนามแหลมคม สร้างความยุ่งยากแก่ผู้เก็บ การเก็บตัวอย่างจึงอาจต้องแยกชิ้นส่วนเป็นแต่ละส่วนๆ ไป
เชน่ สว่ นของแผ่นใบ ก้านใบ กาบใบ กาบช่อดอก ช่อดอก และผล เป็นต้น (ภาพท่ี 6)
การเก็บตัวอย่างไม้ไผ่ จะต้องเก็บท้ังใบ กาบและลําไผ่ในส่วนที่มีตาไผ่ซึ่งแตกแขนง ซึ่งส่วนต่างๆ
เหล่าน้ีสามารถนํามาจําแนกสกุลชนิดได้ และถ้าสามารถเก็บขุยไผ่ (ดอกและผลของไผ่) ได้ด้วยก็จะทําให้การ
จําแนกชนิดไผง่ า่ ยขึ้น
การเก็บตัวอย่างพรรณไม้ที่มีขนาดใหญ่หรือเห็นว่าจําเป็นต้องแยกชิ้นส่วนของพรรณไม้ออกเป็น
หลายช้ินส่วน จะต้องเขียนหมายเลขหรือผูกหมายเลขติดกับช้ินส่วนตัวอย่างทุกชิ้น ด้วยหมายเลขเดียวกัน
เพื่อป้องกันความสับสน และถ้าเป็นไปได้ควรบันทึกภาพของพรรณไม้ไว้ด้วย พร้อมทั้งบันทึกรายละเอียดของ
พรรณไมท้ เ่ี ก็บใหช้ ัดเจนครบถ้วน จะช่วยให้การวิเคราะห์ชอ่ื พรรณไม้กระทําไดส้ ะดวกรวดเรว็ ขน้ึ
5-5
พรรณไม้ชนิดหน่ึงๆ น้ัน ควรเก็บตัวอย่างประมาณ 3 – 8 ชิ้น แล้วแต่กรณี เก็บใส่ถุงพลาสติก
เม่อื เวลาเดนิ สํารวจ แล้วนําออกมาอัดในแผงอัดพรรณไม้ทันทีเมื่อมีโอกาส ถ้าเป็นไปได้ควรรีบดําเนินการเพ่ือที่
พรรณไมจ้ ะยังคงความสด เขียวและจดั แตง่ งา่ ย ใบจะเรยี บไมเ่ สียรูปทรง
ทม่ี า: Dransfield, J. (1979)
ภาพที่ 6 การเก็บตัวอย่างหวาย พชื ในวงศ์ปาล์ม (Palme) ท่ีมชี ิ้นสว่ นขนาดใหญ่ ตดั เป็นส่วนๆ
(ตามภาพคือหวายนาํ้ )
A : ส่วนของกาบใบ และกา้ นใบ D : ช่อผล G : เมลด็ ผ่าตามยาว
B : สว่ นของกลางใบพร้อมใบย่อย E : ผล
C : ส่วนของปลายใบ F : เมลด็
5-6
วิธีอัดแห้งพรรณไม้
เมื่อเก็บตัวอย่างพรรณไม้จากต้นที่ต้องการแล้ว ให้เขียนชื่อผู้เก็บ หมายเลขที่เก็บ ติดกับ
พรรณไม้และบันทึกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน ในการอัดจะจัดเรียงตัวอย่างพรรณไม้ วางลงบน
กระดาษหนังสือพิมพ์ซึ่งพับเป็นคู่ๆ จัดให้ขนาดพอดี อย่าให้เกินหน้ากระดาษและแผงอัด ถ้ามีขนาดใหญ่เกิน
แผงให้พับงอได้ตามความจําเป็น เรียงใบให้ควํ่าบ้างหงายบ้างเพื่อจะได้เห็นลักษณะของใบทั้งสองด้านเมื่อ
ตัวอย่างแห้งแล้ว เมื่อจัดตัวอย่างเสร็จแล้วให้พลิกกระดาษแผ่นที่คู่กันปิดทับตัวอย่างลงไป ระหว่างพรรณไม้
ชนิดหนึ่ง ๆ นั้น ให้สอดกระดาษลูกฟูกขั้นไว้เพื่อช่วยให้ความช้ืนระเหยออกไปได้เร็วข้ึน ก่อนปิดแผงให้ใช้
กระดาษลูกฟูกปิดทับกระดาษหนังสือพิมพ์ทั้งสองด้านแล้วผูกด้วยเชือกหรือรัดด้วยเข็มขัดให้แน่น เพื่อเวลา
พรรณไม้แหง้ จะได้เรยี บ แผงหนึง่ ๆสามารถอดั พรรณไม้ได้หลายตัวอยา่ ง นําแผงทีอ่ ัดแลว้ ไปตากแดด โดยวาง
แผงตงั้ ขึ้นทางใดทางหนึง่ อยา่ วางนอนตามแนวราบ ทัง้ นเ้ี พื่อใหค้ วามชื้นในพรรณไม้ได้ระเหยง่าย ในระหว่าง
ตากแดดซึ่งต้องใช้เวลาหลายวัน ให้หม่ันเปิดออกตรวจสอบ เพราะบางครั้งอาจจะมีแมลงกัดกินใบและดอก
ทําให้ตัวอย่างเสียหายได้ การเปลี่ยนกระดาษใหม่จะช่วยให้ตัวอย่างแห้งเร็วขึ้น หากมีแดดดีก็จะใช้เวลา
ประมาณ 3 วัน พรรณไม้กจ็ ะแหง้ และมสี สี ดเกอื บเหมอื นธรรมชาติ (ภาพที่ 7, 8 และ 9)
ท่มี า: Veldkamp, J.F. (1987)
ภาพท่ี 7 การจดั ตวั อยา่ งในกระดาษพร้อม tag ที่บนั ทกึ รายละเอียด
5-7
ที่มา: ก่องกานดา (2541)
ภาพที่ 8 การเรียงตวั อย่างพรรณไวล้ งในกระดาษและแผงอดั
A : 1. เลม็ ใบท้ิงบางส่วน 2. พบั ใบ
3. ตดั ตวั ใบท้ิงแต่เหลือสว่ นโคนไว้ 4. ตัดกง่ิ ทิ้ง
B : พบั ก่งิ ใบเพ่อื ใหพ้ อดีกับกระดาษ
C : ตดั ใบที่บังดอกหรอื ผลออก
ทีม่ า: กอ่ งกานดา (2541)
ภาพท่ี 9 แผงอัดพรรณไม้ท่มี ัดเรยี บรอ้ ยแล้ว