YOM KIPPUR WAR
สงครามยมคิปปูร์
ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สงครามยมคิปปูร์, สงครามเราะมะฎอนหรือสงครามตุลาคม เป็นสงครามรบกันระหว่าง
แนวร่วมรัฐอาหรับซึ่งมีประเทศอียิปต์และซีเรียเป็นผู้นำต่ออิสราเอลตั้งแต่ วันที่ 6 ถึง 25
ตุลาคม 2516 การสู้รบส่วนใหญ่เกิดในคาบสมุทรไซนายและที่ราบสูงโกลัน ดินแดนซึ่ง
อิสราเอลยึดครองตั้งแต่สงครามหกวันเมื่อปี 2510 ประธานาธิบดีอียิปต์ อันวัร อัสซาดาต ยัง
ต้องการเปิดคลองสุเอซอีกครั้ง ทั้งสองประเทศมิได้วางแผนเจาะจงทำลายอิสราเอล แต่ผู้นำ
อิสราเอลไม่อาจมั่นใจได้
สงครามเริ่มต้นเมื่อแนวร่วมอาหรับเปิดฉากจู่โจมร่วมต่อที่ตั้งของอิสราเอลในดินแดนที่
อิสราเอลยึดครองในวันยมคิปปูร์ (Yom Kippur) ซึ่งเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนายูดาย ซึ่ง
ในปีนั้นยังตรงกับเดือนเราะมะฎอนศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามด้วย กำลังอียิปต์และซีเรียข้าม
เส้นหยุดยิงเข้าสู่คาบสมุทรไซนายและที่ราบสูงโกลันตามลำดับ ทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพ
โซเวียตเริ่มความพยายามส่งกำลังบำรุงแก่พันธมิตรของตนระหว่างสงคราม และนำไปสู่การ
เกือบเผชิญหน้ากันระหว่างอภิมหาอำนาจนิวเคลียร์สองประเทศ
(ทหารอิยิบ์กำลังข้ามคลองสุเอซ)
เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1973 ทางด้านการเตรียมการในสงครามที่จะเกิดขึ้น
อิสราเอลได้ลงทุนกว่า 300ล้านเหรียญ สร้างแนวป้องกันที่ชื่อว่า บาเลฟไลน์ ซึ่งเป็นกำแพง
ทรายสูง 20-25 เมตร ตลอดแนวยาวคลองสุดเอซ มีความลาดเอียงที่ 45-65 องศาซึ่งแทบ
เป็นไปไม่ได้ที่จะยกพลข้ามมา ฝืนข้ามมาได้ ก็จะเจอกับคูดักรถถัง เสริมด้วยป้อมคอนกรีตซึ่ง
ทนการทิ้งระเบิดจากลูกระเบิดขนาด1000ปอนด์ ได้อย่างสบายๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ สนับสนุนด้วย
รถถัง 300คัน ปืนใหญ่ 70กระบอก และทหารราบ 18,000 นาย โดยแบ่งเป็น 3ส่วน เมื่อรวมกับ
การสนับสนุนทางอากาศแล้ว อิสราเอลประเมินว่า ที่นี่จะเป็นสุสานของทหารอิยิปต์อย่าง
แน่นอน หรือหากจะฝืนข้ามก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 24 - 48 ชั่วโมง แต่ทว่าวิศวกรของ
อิยิปต์ค้นพบว่าแนวกำแพงราคา300ล้านเหรียญ ที่ว่านี้ แพ้สิ่งที่ไม่ใช่ระเบิดไม่ใช่อาวุธ แต่เป็น
เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงซึ่งอียิปต์ซื้อมาจาก อังกฤษ และเยอรมันตะวันตก เครื่องฉีดน้ำแรงดัน
สูงนี้ทำลาย กำแพงทรายที่ถูกสร้างขึ้นอย่างง่ายดาย
เวลา 2.00 ตามเวลาท้องถิ่น การโจมตีทางอากาศของฝ่ายอิยิบป์ก็เริ่มต้นขึ้น
ด้วยเครื่องบินกว่า 200 ลำ โจมตีสนามบิน 3 แห่ง ศูนย์เรดาห์ ฐาน sam และศูนย์การสั่งงาน
ปืนใหญ่ สนามบินที่ Refidim และ Bir Tamada เสียหายอย่างหนัก และไม่สามารถใช้งานได้
ชั่วคราว ซึ่งการโจมตีทางอากาศนี้ ผสมกับ การโจมตีด้วยปืนใหญ่กว่า 2000 กระบอก เป็น
เวลากว่า 53นาที
ในช่วงเวลานี้ เครื่องบินขับไล่ของอิสราเอลก็ขึ้นบิน ต่อต้าน การโจมตีของกองทัพอิยิปต์ F4-
panthom เจอกับ mig 28 เหนือท้องฟ้าบริเวณ Sharm el-Sheikh อียิบต์เสียเครื่องบินไป 5-
18ลำ (ขึ้นอยู่กับแหล่งข่าว) หนึ่งในนักบินที่อียิปต์ถูกฆ่า คือ อาทีฟ ซาดัต พี่ชายของ
ประธานาธิบดีซาดัต ขณะที่อิสราเอลไม่มีการสูญเสีย แต่ขณะที่ เครื่องของอิสราเอลกำลังพัวพัน
กับ เครื่องขับไล่ของ อิยิปต์ Tupolev Tu-16 จำนวน 14 ลำก็ยิง ขีปนาวุธ Kelt ถูกสถานีเร
ดาห์ในภาคกลางของอิสราเอลก่อนจะถูก เครื่องบินมิราจของอิสราเอลยิงตกขณะที่การโจมตีทาง
อากาศและปืนใหญ่เริ่มต้นยิง
หน่วยรบพิเศษของอิยิปต์ 1,700 นายถูกส่งไปยังแนวหลัง เพื่อก่อวินาศกรรม ทำลายเส้นทาง
ที่กำลังเสริมที่จะมาช่วยบาเลฟไลน์ เวลาเดียวกัน ทหารอิยิปต์กว่า 32,000 นายก็ข้ามคลองสุ
เอซ โดยแบ่งเข้ามา 5 ช่องทาง จำนวน 12 กองพัน ในขณะที่ A-4 Skyhawk ก็พยามบินเข้ามา
ทำลายสะพาน แต่ก็สูญเสียจากแซมที่ถูกติดตั้งก่อนหน้านี้ และสะพานก็ถูกซ่อมโดยใช้เวลาไม่
นาน ในที่สุดหลังจากเจอกับทหารอิยิปต์ที่จำนวนเหนือกว่ามาก 6ชั่วโมงต่อมา บาเลฟไลน์และ
ค่ายทหาร 15 แห่ง ก็ถูกอิยิปต์ยึดได้ คงเหลือ แต่ป้อมที่มี code-named ว่า Fort Budapest ที่
อยู่ทางเหนือสุดเท่านั้น ที่แม้จะถูกล้อม แต่ก็สามารถยืนหยัดต่อสู้ได้จนจบสงคราม หลังจากยึด
ได้ สะพานถูกเสริมเพิ่มเติมเพื่อรองรับอาวุธหนัก ปืนปรส. ปืนใหญ่ อาวุธ ต่อต้านรถถังเริ่มที่จะ
ข้ามคลอง รถถังอียิปต์คันแรกเริ่มต้นข้ามคลอง เวลา 20:30
(รูปเครื่องบินที่ถูกยิงตกในสงครามวันแรก su -7a4 Skyhawk)
เช้าวันที่ 7 ตุลาคม 1973 กองกำลังอียิปต์รวมพล ตั้งแนว พื้นที่ห้างจากคลองสุเอซราว
4-5 กิโลเมตร ทหาร 2กองพล รถถังอิยิปต์ 850 คันก็ข้ามคลองสำเร็จ ในขณะที่กองทัพอากาศ
อิสราเอล (IAF) หยุดการโจมตี เพราะถูกโยกไปรับมือกับภัยคุกคามที่ใกล้กว่าคือที่ราบสูงโกลัน
ซึ่งซีเรียกำลังบุกลงมาเช่นเดียวกัน
(แผนที่สงครามที่ไซนาย อิยิปต์บุกใน วันที่ 6-13 และอิสราเอลโต้กลับใน วันที่ 14-15 ตุลาคม 1973)
วันที่ 7ตุลาคม อิสราเอลได้เปิดแผนปฏิบัติการ Operation Tagar เพื่อทำลายกองทพอากา
ศอิยิปต์และ ฐานแซมซึ่งป้องกันกองกำลังอิยิปต์จาการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลโดย
นักบินจะบินต่ำกว่าเรดาห์ เพื่อเข้าไปทำลายฐานแซม โดยแผนนี้ทำลายฐานบินได้เพียงเจ็ดแห่ง
จาก200เที่ยวบิน และอิสราเอลสูญเสีย เครื่องบินไปถึง 1ในสาม แผนนี้จึงถูกยกเลิก และกอง
กำลังทางอากาศก็ถูกโยกไปรับมือกับซีเรีย
วันที่ 8 ตุลาคม อิสราเอลตัดสินใจ สละ Gonen ก่อนจะรวมพลที่เหลือหันไปโจมตี Adan
โดยมีรถถัง 182 คันเป็นหัวหอก เสริมด้วยทหารราบและยานเกราะจำนวน 44 คัน ก่อนจะ
เจอทหารอิยิปต์ ที่ยึดที่มั่นที่เมือง Ismailia ทหารอิสราเอลสูญเสียอย่างหนัก ทำให้ต้อง
ถอยออกมา บ่ายวันนั้น กองกำลังอียิปต์ผลักดันและเป็นผลให้อิสราเอลเสียตำแหน่ง
ยุทธศาสตร์หลายที่
(รถถัง m60ของอิสราเอลที่ถูกทำลาย)
อิสราเอลตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการ เป็นนายพล ฮาอิม บาร์เลฟ ช่วงค่ำอิสราเอล ก็
สามารถโต้กลับ รถถังของอิยิปต์ได้ โดยอิยิบปต์เสียรถถังไป 50 คัน โดย กองพันที่ 143rd
Armoured Division ของนายพลแอเรียล ชารอน (วีรบรุษจากสงคราม 6วัน) ซึ่งเหลืออีก
เพียงสามสัปดาห์จะเกษียน
วันที่ 9 ตุลาคม แนวของอิยิปต์ก็ไม่สามารถผลักดันออกไปได้อีก เพราะอยู่นอกรัศมีการ
ทำการของ sam โดยทันทีที่กองพันหุ้มเกราะของอิยิปต์พยามยึด Ayoun ทางตอนใต้ของ
คลองสุดเอซ ก็ถูกโจมตีโดยกองทัพอากาศของอิสราเอลเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องถอย
ร่นกลับมาในแนวหลัง โดยอิยิปต์ทำได้เพียงยิงปืนใหญ่เข้าใส่แนวของ อิสราเอลเท่านั้น และ
ทั้งสองก็ปะทะกันประปราย โดยที่ส่วนมากเป็นการปะทะกับรบพิเศษและพลร่ม ซึ่งถูกส่ง
มายังแนวหลังเพื่อก่อกวน แต่ว่ารบพิเศษที่ว่านี้ก็สูญเสียอย่างหนัก(จาก 1,700 เหลือ 700)
ในวันเดียวกัน กองลาดตระเวณของอิสราเอลก็พบ ช่องโหว่ระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 และ
สาม ของอียิปต์
(รถถังเซนจูเรียน ของอิสราเอล)
แต่ทว่า อิสราเอลรู้ดีว่า การรุกในตอนนี้มีแต่จะเจ็บตัว และรู้ดีว่า อิยิปต์จะไม่หยุดอยู่เพียง
แค่นี้
อิสราเอลกำลังเฝ้ารอโอกาศที่จะมาถึง วันที่ 12 ตุลาคม มอสสาดก็ได้รายงานสิ่งสำคัญ
ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม ว่า อิยิปต์กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมเคลื่อนพล เพื่อเตรียม
ยึด Mitla และ Gidi เพื่อเปิดโอกาศให้กับซีเรียด้วย ตอนนี้ซีเรียหยุดทัพ(ทำให้อิสราเอล
สมารถโยกองทัพอากาศ เข้ามาสนับสนุนสู้กับอิยิปต์ได้) ในที่สึดสิ่งอิสราเอลเฝ้ารอก็มาถึง
ในวันที่ 14 ตุลาคม ทันทีที่อิยิปต์เริ่มเคลื่อนทัพ กองทัพอิสราเอลจึงเคลื่อนที่ตัดระหว่าง
ช่องโหว่ของกองทัพภาคที่ 2-3 ของอิยิปต์ โดยอาศัยความเร็วและความเข้าใจในพื้นที่ และ
การประสานงานที่ฝึกซ้อมมาเป้นอย่างดี และปืนใหญ่ก็ไม่สามารถสนับสนุนได้อย่างเต็มที่
เพราะอยู่ในระหว่างการเคลื่อนพล กองทัพอิสราเอลเคลื่อนที่เข้าตัดตรงกลางก่อนจะโจมตี
กองทหารราบซึ่งไม่มียานเกราะคุ้มกัน อิยิปต์ส่งหน่วยรบพิเศษ 100 คนทางเฮลิคอปเตอร์
ลงทางแนวหลังเพื่อโจมตีด้านหลังอิสราเอลเพื่อถ่วงเวลา แต่ทว่าไม่สามารถทำอะไรได้ รถ
ถังของอิสราเอลเข้าถึงสะพาน ก่อนจะโอบล้อมและทำลายเครือข่ายการสั่งการของอิยิปต์
และกองทหารอิสราเอลก็ทำลายฐานแซม และยุทธปัจจัยในแนวหลัง โดยยุทธการนี้
อิสราเอลเสีย รถถังไป 40 คัน ส่วนอิยิปต์เสียรถถังไป 250 คัน และยานเกราะ 200 และ
ทหารราบ ราว1,000 คน
(ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในยุทธการครั้งนี้) ทหารอิสราเอลกำลังข้ามคลองสุเอซ
วันที่15 ตุลาคม 1973 กองทหารของอิสราเอล จำนวน 20 คัน และ 7 ยานเกราะเบาเคลื่อนที่
เข้ามาในแดนอิยิปต์ราว 12 กม. ทำลาย เครือข่ายแซมที่เหลือที่ตั้งอยู่แม่น้ำ ทำให้เครื่องบิน
อิสราเอลที่เคยไม่สามารถโจมตีทางอากาศได้ ปลอดภัยจากการโจมตีของแซม แม้จะมีการ
ต่อต้านจากเครื่องบินของอิยิปต์ แต่ด้วยฝีมือนักบินและจำนวนเครื่องบินรบที่แตกต่างกัน
มาก เพราะอิยิปต์สูญเสียเครื่องบินและนักบินมือดี ในสงคราม 6 วันเกือบหมด ทำให้กองทัพ
อากาศของอิยิปต์แทบไม่ได้สร้างปัญหาให้อิสราเอลเลย
ภาพแสดงการโต้กลับของอิสราเอล
เครื่องบินอิสราเอล ทำลายสะพานที่เหลือทั้งสามแห่ง ซึ่งเคยได้รับการคุ้มกันจากแซมที่อยู่
แนวหลัง เครื่องบินอิสราเอลยังโจมตีและทำลายสายการสื่อสารใต้ดินที่ Banha ใน
สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ บังคับให้ชาวอียิปต์ใช้ส่งข้อความโดยวิทยุซึ่งอาจถูกดักฟังได้ นอก
เหนือจากสายเคเบิลที่ Banha จากนั้นก็เป็นทีของสกั๊ดที่ตอนนี้จอดรออยู่ที่ท่าเรือซึ่งถูก
ทำลายโดยป้องกันตัวเองไม่ได้เลย
วันที่ 16 ตุลาคม อิสราเอล โจมตีchina farm ซึ่งเป็นจุดตรวจการชั้นดีจากด้านหลัง ในขณะที่
อีกส่วนก็โจมตีจากทางด้านหน้า หลังการต่อสู้ อิสราเอลตาย 300 บาดเจ็บ 1,000 เสียรถถังไป
56 คัน อียิปต์เสียรถถังไป115คัน จนถึงตอนนี้การอิสราเอลทำลายเครือข่ายการสื่อสารทำให้
กองทัพของอิยิปต์ที่อยู่อีกฝั่งของคลองเกิดการสับสนในการสั่งการ และไม่สามารถรู้ตำแหน่งที่
แน่นอนของอิสราเอล
เพื่อแก้สถานการที่เกิดขึ้น อิยิปต์ส่งกองพันยานยนตร์หุ้มเกราะที่ 21 จากกองทัพภาคเหนือ
และ กองพันยานยนตร์หุ้มเกราะที่ 25 จากทางกองทัพภาคใต้ เข้าโจมตีจากทางเหนือและใต้
บริเวณตรงกลางที่อิสราเอลเจาะผ่านมาได้ เืพื่อโดดเดี่ยวกองกำลังของอิสราเอลที่ข้ามคลองไป
แต่ทว่าด้วยความสับสนในการสั่งการ ทำให้ทั้งสองโจมตีไม่พร้อมกัน และไม่มีการลาดตระเวณ
ทำให้ไม่ทราบว่ามีกองพันยานเกราะที่ 162 ของอิสราเอลซุ่มอยู่ โดย กองพันยานยนตร์หุ้มเกราะที่
21ได้มาถึงก่อน กองพันยานยนตร์หุ้มเกราะที่ 21 จึงถูกโจมตี สูญเสียรถถังไปราว 50-60 คัน ส่ง
ผลให้ต้องล่าถอยไป ก่อนที่กองพันยานเกราะที่ 162 ของอิสราเอล จะหันไปซุ่มโจมตี กองพันยาน
ยนตร์หุ้มเกราะที่ 25 ของอิยิบปต์มาถึงทีหลัง จึงถูกทำลาย 86 จาก 96คัน
รถถัง T-62 ซึ่งเป็นรถถังหลักของ กองพันยานยนตร์หุ้มเกราะที่ 25
ภาพทหารอิสราเอลในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ริมคลองสุเอซ
เพิ่มข้อความวันที่ 17 ตุลาคม อิยิปต์ส่งฝูงบินจำนวน 20 ลำเพื่อทำลายสะพาน แต่ทว่าเจอ
กับเครื่องบินขับไล่ของอิสราเอลทำให้สูญเีสียไป 16 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 7 ลำ ส่วนอิสราเอลเสียไป
6 ลำ ในเวลาต่อมา ปืนใหญ่และปืนครก ก็ถูกระดมยิงเข้ามา ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์เปิดภารกิจ
ฆ่าตัวตายโดยบรรทุกระบิดนาปลามร์แล้วเข้าพุ่งชนสะพาน ทำให้สะำพานได้รับความเสียหาย
อย่างหนัก คอมมานโด และมนุษย์กบเข้ามาลอบโจมตีสะพาน แต่สะพานก็ได้รับการซ่อมแซมใน
เวลากลางคืน โดยยุทธการนี้ฝ่ายอิสราเอลสูญเสียรถถังไป 10 คัน
แต่อย่างไรก็ตามการที่สูญเสียอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องดีในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
วันที่ 18 ตุลาคม อิสราเอลจึงเปิดปฏิบัติการอีกครั้งโดยยึด Ismailia ที่พลร่มอิยิปต์ยึดครอง
อยู่ เพื่อทำให้สะพานรอดพ้นจากจุดตรวจการของปืนใหญ่ ภายใต้การนำของ แอเรียล ชารอน
แต่ปรากฏว่าโดนต้านทานอย่างหนัก ทำให้ต้องหยุดอยู่ที่สี่แยกใน Nefália
ส่วน กองทัพของAdan ไปทางทิศใต้ของคลองสุเอซ ในขณะที่กองทัพของ Magen มุ่งไปทางทิศ
ตะวันตกสู่ไคโรและทิศใต้ไปทาง Adabiya
ที่ 19 ตุลาคม กองทัพของแอเรียล ชารอนพยามอีกครั้ง จนผลักดันพลร่มอียิปต์ทางทิศตะวัน
ตกเฉียงเหนือ ของ Ismailia ลึกเข้ามาในดินแดนอิยิปต์ราว 8-10 กิโลเมตร ในเวลาเดียวกัน
กองพลที่สองของชารอนเริ่มที่จะข้ามคลอง พลร่มอิยิปต์ถอยร่นไปที่ ค่ายอาบูสุลต่าน บริเวณ
ตอนเหนือของ Orcha ซึ่งกองพันทหารคอมมานโดของอิยิปต์เข้ามาสมทบ แต่ทว่า ตอนนี้
ทหารอิสราเอลได้ที่มั่นที่สูงกว่าประกอบกับกำลังเสริมที่เข้ามาถึงพอดี พอตกค่ำ แนวตั้งรับที่
Orcha ก็แตก อิยิปต์ สูญเสียทหารไป 300 ถูกจับ 15 นาย อิสราเอลสูญเสียไป 18 นาย การล่ม
สลายของ Orcha ทำให้สายส่งกำลังบำรุงที่คอยส่งให้ทหารอิยิปต์ในไซนายถูกตัดขาด โดยจุด
ตรวจการปืนใหญ่ก็ถูกยึดด้วย ทำให้ปืนใหญ่อิยิปต์เริ่มขาดความแม่นยำ แต่ทว่า ทหารอิสราเอล
ขยายแนวรบไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยส่งทหารไป1กองพัน แต่เจอทหารอิยิปต์วางกับ
ระเบิด แทรกซึมเข้ามาจากทางด้านใต้ก่อนจะโจมตีทางด้านหลัง แต่ก็สูญเสียหนักทั้งสองฝ่าย
แม้จะมีกำลังทางอากาศสนับนุน Ismailia ก็ยังถูกยึดได้อย่างไม่สมบรูณ์ โดยจนถึงวันที่ 21 ยึด
ได้แค่เพียง 1 ใน3 และรอบนอกเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น แนวข้ามคลองของอิสราเอลก็ขยายเพิ่ม
เป็น 40 กิโลเมตร
(9K11 Malyutka อาวุธต่อต้านรถถังที่อิยิปต์นำมาใช้)
วันที่ 22 ตุลาคม ทหารอิสราเอลยึดแนวป้องกันสุดท้ายของเมือง Ismailia ได้ แต่ทว่าทหาร
อียิปต์ โต้กลับผลักดันทหารอิสราเอลกลับไป 10 กิโลเมตร กองทัพของAdan และ Magen
เคลื่อนทัพไปทางทิศใต้ แต่ก็เจอกับ ทหารอิยิปต์ที่รวมพลกันใหม่ซึ่งต้านทานอย่างหนัก และ
ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บหนัก อิสราเอลตัดสินใจ แบ่งกองทัพออกเป็นสองทาง โดยส่วน
หนึ่งไปทำลายเครือข่ายแซมที่ เขา Geneifa ทำให้เครื่องบินอิสราเอลสามารถเข้ามาสนับสนุ
นการโจมตีได้ ในที่สุดกองทัพที่3 ของอิยิปต์ ก็ถูกล้อมโดยสมบูรณ์ โดยตอนนี้ กองทัพของ
อิสราเอลห่างจากกรุงไคโรเพียง 101 กิโลเมตร และยึดพื้นที่รอบคลองสุเอซฝั่งอิยิปต์ได้ 1,600
ตารางกิโลเมตร แม้ว่าจะมีกองทัพอิยิปต์ ขนาดใหญ่อีกสองกองทัพซึ่งตั้งอยู่ฝั่งไซนาย แต่
ทว่า การกำลังขาดการส่งกำลังบำรุง
แต่ทว่า มติสหประชาชาติที่ 303 ก็มาถึง ซึ่งลงนามโดยสปอร์เซอร์ยักษ์ใหญ่ของทั้งสอง
อเมริกา และสหภาพโซเวียต โดยให้ทั้งสองหยุดยิง
รูปแสดงที่ดินที่ทั้งสองฝ่ายยึดครองในช่องสงคราม
วันนที่ 22 ตุลาคม การหยุดยิงที่สหประชาชาติเป็นนายหน้าคลี่คลายอย่างรวดเร็ว
โดยต่างฝ่ายต่างโทษอีกฝ่ายว่าละเมิด ใน วันที่ 24 ตุลาคม อิสราเอลพัฒนาฐานะของตน
อย่างมากและสำเร็จการล้อมกองทัพที่สามของอียิปต์และนครสุเอซ การพัฒนานี้นำไปสู่
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ผลคือ มีการกำหนดการหยุด
ยิงครั้งที่สองด้วยความร่วมมือตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ถึงสิ้นสงคราม
สรุป
ระยะเวลาการทำสงคราม : 6 - 25 ตุลาคม 1973
สถานที่ : คาบสมุทรไซนาย, ที่ราบสูงโกลัน
ผลของการทำสงคราม : อิสราเอลชนะทางการทหาร
การเปลี่ยนเเปลงดินเเดน : • กองทัพอียิปต์ยึดครองฝั่งตะวันออก
ของคลองสุเอซ โดยยกเว้นจุดข้ามของอิสราเอลใกล้กับดีเวอร์ซัวร์
(Deversoir)
• กองทัพอิสราเอลยึดครองดินแดน
1,600 ตารางกิโลเมตรบนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของคลองสุเอซ ใน
ระยะ 100 กิโลเมตรจากกรุงไคโร และล้อมดินแดนแทรกอียิปต์ในฝั่ง
ตะวันออก
• กองทัพอิสราเอลยึดครองดินแดนบา
ชันซีเรีย (Syrian Bashan) 500 ตารางกิโลเมตร บนยอดที่ราบสูง
โกลัน ซึ่งอยู่ในระยะ 20 ไมล์จากกรุงดามัสกัส
ประเทศที่เข้าร่วมสงคราม
ประเทศอิสราเอล ประเทศอียิปต์
ประเทศซีเรีย
กำลังรบนอกประเทศ
ประเทศอิรัก
ประเทศจอแดนร์
ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ประเทศเเอลจีเรีย
ประเทศคิวบา
ประเทศโมร๊อกโก
สนับสนุนโดย
ประเทศลิเบีย
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
โกลดา เมอีร์
โมเช ดายัน
เดวิด เอลาซาร์
อิสราเอล ทัล
อาเรียล ชารอน
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
อันวัร อัสซาดาต
ฮาเฟซ อัล อัสซาด
กำลังรบ
กราฟเเสดงจำนวนทหารของประเทศ อิสราเอล อียิปต์ เเละซีเรีย
800,000 800,000 เเทนจำนวนทหาร
600,000
415,000
400,000
200,000 150,000
0 อียิปต์ ซีเรีย
อิสราเอล
กราฟเเสดงจำนวนรถถัง เครื่องบินรบ ของประเทศ อิสราเอล อียิปต์ เเละซีเรีย
2,000 เเทนรถถัง
เเทนเครื่องบินรบ
1,500
1,000 1,700
1,700
1,200
500 400 ซีเรีย
440 อียิปต์
0
อิสราเอล
ความสูญเสีย
เเผนภูมิวงกลมเเสดงจำนวนการเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ เเละถูกจับเป็นเชลย
ของทหารประเทศอิสราเอล 24,093 คน จาก 415,000 คน
ถูกจับเป็ น (293 คน)
เชลย
1.2%
(8,800 คน) บาด
เจ็บ
36.5%
เสีย (15,000 คน)
ชีวิต
62.3%
เเผนภูมิเเท่งเเบบเเถวเเสดงจำนวนรถถัง เเละเครื่องบินรบที่ถูกทำลาย ของ
ประเทศอิสราเอล เเทนจำนวนรถถังเเละ
เครื่องบินรบเริ่มต้น
1700 เเทนรถถังเเละเครื่อง
บินรบที่ถูกทำลาย
รถถัง
1063
เครื่องบินรบ 440
387
0 500 1,000 1,500 2,000
เเผนภูมิเเท่งเเบบเเถวเเสดงจำนวนการเสียชีวิตเเละถูกจับเป็นเชลย
ของทหารประเทศอียิปต์ 11,172 คน จาก 800,000 คน
เสีย (2,800 คน)
ชีวิต
25.1%
(8,372คน)
ถูกจับเป็ น
เชลย
74.9%
เเผนภูมิเเท่งเเบบเเถวเเสดงจำนวนการเสียชีวิตเเละถูกจับเป็นเชลย
ของทหารประเทศซีเรีย 3,892 คน จาก 150,000 คน
(392 คน) ถูกจับเป็ น
เชลย
10.1%
เสีย (3,500 คน)
ชีวิต
89.9%
ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก
คำถาม
1)สงครามยมคิปปูร์เกิดขึ้นใน ค.ศ. ใด
1.ค.ศ. 1971
2.ค.ศ. 1972
3.ค.ศ. 1973
4.ค.ศ. 1974
2) สงครามยมคิปปูร์มีชื่อเรียกว่าอะไรบ้าง
1.สงคราม 6 วันหรือสงคราม 7 วัน
2.สงคราม 6 วันหรือสงครามตุลาคม
3. สงครามตุลาคมหรือสงครามเราะ
มะฎอน
4.สงครามเราะมะฎอนหรือสงคราม 7 วัน
3) วันยมคิปปูร์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาใด
1. ศาสนายูดาย
2. ศาสนาอิสลาม
3. ศาสนาคริสต์
4. ศาสนาพุทธ
4) สงครามยมคิปปูร์เกิดขึ้นตั้งเเต่วันที่เท่าไหร่เเละจบตอนไหน
1.ตั้งเเต่วันที่ 6-24 ตุลาคม
2.ตั้งเเต่วันที่ 6-25 ตุลาคม
3.ตั้งเเต่วันที่ 6-24 พฤศจิกายน
4.ตั้งเเต่วันที่ 6-25 พฤศจิกายน
5) ประเทศหลักที่เข้าร่วมสงครามยมคิปปูร์ได้เเก่
1. ประเทศอิสราเอลต่อสู้กับประเทศอียิปต์เเละไนจีเรีย
2. ประเทศอิสราเอลต่อสู้กับประเทศอียิปต์เเละซีเรีย
3. ประเทศอิสราเอลต่อสู้กับประเทศซีเรียเเละโมร็อกโก
4. ประเทศอิสราเอลต่อสู้กับประเทศซีเรียเเละอีรัก
6) อิสราเอลได้ลงทุนกว่า 300ล้านเหรียญเพื่อสร้างเเนวป้องกันที่มีชื่อว่าอะไร
ตลอดเเนวยาวคลองสุดเอซ
1. บาเลฟไลน์
2. กรีนไลน์
3. แนวมาฌีโน
4.วอลมาเรีย วอลโรเซ่ เเละวอลซีน่า
7) สถานที่ทำการรบ
1. คาบสมุทรไซนาย
2. ที่ราบสูงโกลัน
3. คาบสมุทรไซนายเเละที่ราบสูงโกลัน
4. คลองสุเอซ
8) เมื่อจบสงครามประเทศใดได้รับชัยชนะในสงคราม
1. อิสราเอล
2. ซีเรีย
3. อียิปต์
4. อีรัก
9) การหยุดยิงที่สหประชาชาติเป็นนายหน้าคลี่คลายครั้งเเรก ตรงกับวันใด
1.22 ตุลาคม
2.23 ตุลาคม
3.24 ตุลาคม
4.25 ตุลาคม
10) มติสหประชาชาติที่303 ซึ่งลงนามโดยสปอร์เซอร์ยักษ์ใหญ่ของทั้งสองฝั่ง
อเมริกา และสหภาพโซเวียต มีส่วนร่วมต่อสงครามครั้งนี้อย่างไร
1. มาร่วมสู้ในสงคราม
2. มาช่วยอุดกำเเพง
3. มาคุยเจรจากับฝั่งอียิปต์
4. มาเพื่อให้ทั้ง2ฝ่ายหยุดยิง
บรรณานุกรม
"สงครามยมคิปปูร์"[ออนไลน์].เข้าถึงได้
จากhttps://th.wikipedia.org/wiki/สงครามยมคิปปูร์
[วันที่สืบค้นข้อมูล:16 พฤศจิกายน 2564]
"YomKippur War การเเก้เเค้นของอาหรับ"[ออนไลน์].เข้าถึงได้
จากhttps://pantip.com/topic/32449868
[วันที่สืบค้นข้อมูล:16 พฤศจิกายน 2564]