The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 4 เทอม 1 ปี 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nutjung755, 2021-09-03 15:00:49

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 4 เทอม 1 ปี 64

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 4 เทอม 1 ปี 64

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ชดุ ฝึกทักษะการเรยี นรกู้ ารอ่านวิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรม

ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๖

การอา่ นเพอื่ ถอดความคาประพนั ธ์

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

โรงเรยี นเฉลิมพระเกยี รตสิ มเด็จพระศรนี ครินทร์ ภูเก็ตสำนกั งำนเขตพนื้ ท่กี ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำพงั งำ ภูเกต็ ระนอง

เล่มท่ี ๔ ในพระราชปู ถัมภ์สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี

นายสุรเชษฐ์ อาจหมนั่

ตาแหนง่ ครู



คำแนะนำกำรใชช้ ุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชา
ภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑) ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท่ี ๑ การศึกษาวรรณคดี
พนื้ ฐาน ซึ่งมขี ้ันตอนดงั นี้

๑. ครูควรศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกส่วนอย่างละเอียดเพ่ือเตรียมการจัดการ
เรียนรู้ ตามขั้นตอนท่ีกาหนดไว้

๒. ก่อนจัดการเรยี นรู้ ครคู วรตรวจสอบชดุ กิจกรรมการเรียนรู้อีกครั้ง ว่าอยู่ในสภาพดี
เรียบร้อย

๓. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ เกณฑ์การ
ให้คะแนน และทาแบบทดสอบก่อนเรียน ซ่ึงเป็นข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔
ตวั เลอื ก จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน ภายในเวลา ๑๕ นาที

๔. เม่ือนักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเรียบร้อยแล้ว ครูดาเนินการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้แบบ ๕ ขน้ั ตอน (QSCCS) คือ

ขนั้ ท่ี ๑ การตง้ั คาถาม/สมมตฐิ าน
ขั้นท่ี ๒ การสบื ค้นความรู้และสารสนเทศ
ข้ันที่ ๓ การสรา้ งองคค์ วามรู้
ขน้ั ที่ ๔ การส่อื สารและนาเสนออย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ขน้ั ท่ี ๕ การบริการสังคมและจิตสาธารณะ
๕. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ชดุ นใ้ี ชส้ าหรับจดั กจิ กรรมใหน้ ักเรียน จานวน ๒ ชัว่ โมง
๖. เมื่อปฏิบัติชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนทากิจกรรมทบทวน
ความรู้ และทาแบบทดสอบหลังเรียน
๗. การวัดประเมินผล
๗.๑ สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
๗.๒ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของใบกิจกรรมการเรียนรู้
๗.๓ เปรยี บเทียบคะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
๗.๔ สรุปผลการทาใบกจิ กรรมการเรยี นรู้ และผลการทดสอบกอ่ นเรียน
และหลงั เรียน



บทบำทของครู

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชาภาษาไทย
(ท๓๓๑๐๑) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท่ี ๑ การศึกษาวรรณคดีพื้นฐาน เพ่ือการ
เรียนรู้ที่ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด ครูผู้สอนควรทาความเข้าใจรายละเอียดของชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ใหช้ ัดเจนและปฏบิ ัติตามขั้นตอน ดงั นี้

๑. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมุ่งพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้เรียน เน้นผู้เรียน
เป็นสาคญั ตามหลักการ Active Learning

๒. ครผู ู้สอนสร้างบรรยากาศในการเรยี นการสอน กระตุ้น เสริมแรง เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
และพัฒนาตนเองทกุ ๆ ดา้ น ตามขีดความสามารถของแต่ละบคุ คล

๓. ครผู ู้สอนให้นักเรยี นศึกษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๔. ครูผู้สอนทดสอบนักเรียนก่อนเรียน โดยใช้ข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก
จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน ภายในเวลา ๑๕ นาที
๕. ครูผู้สอนดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ๕ ขั้นตอน (QSCCS) โดยให้นักเรียนปฏิบัติชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ตามลาดับ และครูควบคุมเวลาให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมไปตามขั้นตอน โดยให้
ครูผูส้ อนคอยให้คาปรกึ ษา คาแนะนา และช่วยเหลือในแต่ละข้ันตอนของกิจกรรม รวมถึงครูผู้สอนสรุป
องคค์ วามรู้ที่ถูกตอ้ งเพมิ่ เตมิ ให้แก่นกั เรียน
๖. ครูผ้สู อนให้นักเรียนลงมือทาใบกจิ กรรมจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อทบทวนความรู้ และ
ทดสอบหลังเรียน
๗. ครูผู้สอนวัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ ๑
เรื่อง การศึกษาวรรณคดีขนั้ พื้นฐาน



บทบำทของนกั เรยี น

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชาภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑)
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ ๑ การศึกษาวรรณคดีพื้นฐาน เพื่อการเรียนรู้ท่ีดีมีประสิทธิภาพ
สงู สดุ นกั เรยี นควรทาความเขา้ ใจรายละเอยี ดของชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ใหช้ ดั เจนและปฏิบัตติ ามข้ันตอน ดังนี้

๑. นักเรยี นต้องศึกษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒. นักเรียนอ่านคาส่ังก่อนปฏิบัติตามชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครูผู้สอน
ก่อนลงมือปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
๓. นกั เรยี นต้องตั้งใจปฏิบัตกิ ิจกรรมตามเวลาท่ีกาหนดอยา่ งเคร่งครดั โดยมคี รูเป็นผคู้ วบคุม
๔. ระหวา่ งปฏบิ ัติกจิ กรรม หากนักเรยี นมีข้อสงสัยสามารถปรกึ ษาหรอื ขอคาแนะนาเพ่ิมเตมิ จากครูได้
๕. เม่ือนักเรียนปฏิบัติชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรียบร้อยแล้วต้องทาใบกิจกรรมทบทวนความรู้และ
แบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือครูผู้สอนจะได้ใช้วัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ชุดท่ี ๑ เรือ่ ง การศึกษาวรรณคดีพน้ื ฐาน

แผนผงั ข้นั ตอนกำรเรียนรู้ ๔

ศกึ ษำคำแนะนำกำรใช้ชดุ กจิ กรรมด้วยตนเอง ไมผ่ ำ่ นเกณฑ์

ทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมนิ ผล

ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตำมขนั้ ตอน (QSCCS) ได้แก่ ผำ่ นเกณฑ์
ขน้ั ที่ ๑ การตง้ั คาถาม/สมมตฐิ าน
ข้ันท่ี ๒ การสืบคน้ ความรแู้ ละสารสนเทศ
ขน้ั ท่ี ๓ การสรา้ งองค์ความรู้
ขั้นที่ ๔ การสอ่ื สารและนาเสนออยา่ งมี

ประสิทธภิ าพ
ขัน้ ที่ ๕ การบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

ทดสอบหลังเรยี น

ศกึ ษำชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรูช้ ดุ ต่อไป



มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด

มำตรฐำนกำรเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรู้และควำมคิดเพือ่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แก้ปญั หำในกำรดำเนนิ ชวี ิต และมีนิสัยรักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้ำใจและแสดงควำมคดิ เหน็ วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยำ่ งเห็นคณุ ค่ำ และนำมำประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง

ตัวชว้ี ดั

ท๑.๑ ม.๖/๒ ตีควำม แปลควำม และบรรยำยควำม เร่ืองทอ่ี ่ำนได้
ท๑.๑ ม.๖/๓ วิเครำะห์ และวจิ ำรณเ์ ร่อื งท่ีอ่ำนในทุกๆ ด้ำน อยำ่ งมีเหตุผล
ท๕.๑ ม.๖/๑ วิเครำะห์และวิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตำมหลักกำรวิจำรณ์
เบ้อื งต้น
ท๕.๑ ม.๖/๒ วิเครำะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับกำรเรียนรู้ทำง
ประวตั ิศำสตร์และวิถชี วี ติ ของสังคมในอดีต
ท๕.๑ ม.๖/๔ สังเครำะห์และประเมินคุณค่ำของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐำนะที่
เปน็ มรดกทำงวัฒนธรรมของชำติ



จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้

๑. อธบิ ำยขนั้ ตอนกำรวิจกั ษ์วรรณคดไี ด้
๒. อธบิ ำยรูปแบบของกำรวิเครำะห์วรรณคดไี ด้

ดำ้ นทกั ษะ/กระบวนกำร

๑. อธิบำย/แสดงควำมคิดเหน็ ถงึ หลักกำรวิเครำะห์วรรณคดีและวรรณกรรมได้
๒. แยกประเภทของวรรณคดไี ด้

ดำ้ นเจตคติ

๑. เห็นคุณค่ำของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๒. ตระหนักเหน็ กำรใชภ้ ำษำในบทประพนั ธว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม



สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

๑. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
- สำมำรถนำควำมรู้ของหลักกำรพิจำรณำวรรณคดีขั้นพื้นฐำน ไปถ่ำยทอด

ตำมควำมคดิ และควำมเข้ำใจของตนเอง โดยใช้ภำษำอย่ำงเหมำะสม ถกู ต้อง
- สำมำรถหำวิธีกำรนำควำมรทู้ ีต่ นมไี ปส่ือสำรไดเ้ หมำะสม และมีประสทิ ธภิ ำพ

๒. ควำมสำมำรถในกำรคดิ
- สำมำรถคิดวิเครำะห์กำรพจิ ำรณำวรรณคดีขัน้ พืน้ ฐำนได้
- มีทกั ษะกำรคิดนอกกรอบอย่ำงสร้ำงสรรค์

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

๑. ใฝ่เรียนรู้
- หมน่ั ศกึ ษำหำควำมรู้ดว้ ยตนเอง
- หมั่นตอบคำถำมในชนั้ เรยี น

๒. มุ่งม่นั ในกำรทำงำน
- ตั้งใจทำใบกจิ กรรมอยำ่ งเตม็ ควำมสำมำรถ
- มุง่ มน่ั ทำใบกจิ กรรมและช้นิ งำน เสรจ็ ตำมเวลำท่กี ำหนด

๓. รักควำมเป็นไทย
- ใช้ภำษำไทยได้ถูกตอ้ ง และเหมำะสม ตลอดจนเหน็ ควำมสำคัญของกำรใชภ้ ำษำ

ใบความรู้
ไตรภูมพิ ระร่วง ตอน มนุสสภูมิ

จุดมุ่งหมายในการแตง่

๑.เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรม
กตัญญู

๒.เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรม เข้าใจ
พุทธศาสนาและชว่ ยกนั ธาํ รงพระพทุ ธศาสนา

ลักษณะคําประพันธ์
ร้อยแก้ว ประเภทความเรียง
สาํ นวนพรรณนา

คุณคา่ ดา้ ยวรรณศิลป์
๑. ใช้คําที่เป็นจังหวะน่าฟัง เช่น พึงเกลียดบ่หน่าย อันใดอัน
อื่น เจ็บเนื้อเจ็บตน แค้นเนื้อแค้นใจ เดือดเนื้อร้อนใจ เป็นชายก็ดี
เป็นหญิงก็ดี ออกลูกออกเต้า บ่มิกล้าแข็ง บ่มิทนแดดทนฝน บ่มิ
ไหม้ บ่มติ าย

๒. มีการใช้คําสัมผัสคล้องจอง เช่น อยู่เย็นเป็นสุขสําราญ
บานใจ

๓. มกี ารใช้ภาพพจน์ ชนิดอุปมาอปุ มาโวหาร
แสดงให้เหน็ ความทุกขข์ องการเกดิ

เลือดแลนํ้าเหลืองย้อยลงเต็มตนทุกเมื่อแล ดุจดั่งลิง
เม่ือฝนตก แลนัง่ กํามอื เซาเจา่ อยูใ่ นโพรงไมน้ นั้ แล

ในท้องแม่ร้อนนักหนา ดุจดังเราเอาใบตองเข้าจ่อตน แล
ต้มในหมอ้ น้ันไซร้

กุมารนั้นเจ็บเนื้อเจ็บตน ดั่งคนอันท่านขังไว้ในไหอันคับ
แคบหนกั หนา

กุมารอยู่ในท้องแม่นั้นให้เจ็บเพียงจะตายแล ดุจดั่งลูก
ทรายอันเพิ่งออกแล อยู่ธรห้อยผิบ่มิดุจดั่งคนอันเมาเหล้า
(เหมือนลูกทรายโดนคนเมาเอาไปโยนเล่น) ผิบ่มิดุจดั่งลูกงู
อนั หมองเู อาไปเล่นนัน้ แล

เมื่อถึงจักคลอด ดุจดั่งฝูงนรกอันยมบาลกุมตีนแล
หย่อนหวั ลงในขุมนรก อันลกึ ไดแ้ ลรอ้ ยวา

คุณค่าดา้ นสงั คม

คุณค่าด้านศาสนา เปน็ ปรชั ญาทางพระพทุ ธศาสนา
ชใ้ี ห้เหน็ แก่นแทข้ องชวี ติ อาจนาํ มนษุ ยชาตใิ หห้ ลดุ พ้นจาก
วฏั สงสาร
๑. คณุ ค่าดา้ นจรยิ ธรรม ไตรภูมิพระรว่ งกําหนดกรอบ

แห่งความประพฤตเิ พ่อื ใหส้ ังคมมคี วามสงบสุข
ผู้ปกครองแผน่ ดนิ ตอ้ งมีคุณธรรม
๒. คณุ ค่าดา้ นประเพณีและวัฒนธรรม ความเชื่อท่ี
ปรากฏในเรื่องไตรภมู พิ ระรว่ งยงั สบื ทอดมาจนถงึ
ปัจจบุ นั เชน่ ประเพณงี านศพ ภาพนรกและสวรรค์
กอ่ ให้เกดิ ผลงานดา้ นจิตรกรรม ประตมิ ากรรม
๓. แนวคดิ สะทอ้ นสัจธรรมของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย
๔. สถาปตั ยกรรมจนถึงปจั จุบัน
๕. ไตรภูมพิ ระรว่ ง ตอน มนสุ สภูมิ ทาํ ใหเ้ ห็นได้วา่ แนวคดิ
ของวรรณกรรมเลม่ น้เี ปน็ ไปตามหลกั ทางดา้ น
วทิ ยาศาสตรเ์ กี่ยวกบั การเกดิ เปน็ มนุษย์

เนือ้ หา

เป็นวรรณคดีพุทธศาสนาที่พญาลิไททรงรวบรวมเนื้อหา
สาระจากคัมภีร์ต่าง ๆ ในพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก
อรรถกถา และอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐ คัมภีร์ จัดได้ว่าเป็นพระ
ราชนิพนธ์ประเภทค้นคว้ารวบรวมที่ดีเล่มหนึ่ง เนื้อเรื่อง
เริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี มีบานแพนกบอก
ชื่อผู้แต่ง วันเดือนปีที่แต่ง ชื่อคัมภีร์ต่าง ๆ บอก
จุดมงุ่ หมายในการแตง่ แลว้ กล่าวถึงภูมิทั้ง ๓ คอื กามภมู ิ
รปู ภมู ิ อรูปภูมิ ทั้ง ๓ ภูมิ แบ่งออกเป็น ๘ กัณฑ์ แสดงให้
เห็นความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง ความไม่แน่นอนทั้ง
มนุษย์และสัตว์ รวมทั้งสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ภูเขา แม่นํ้า แผ่นดิน
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ความเปลี่ยนแปลงนี้กวีไทย เรียกว่า
“ อนิจจลักษณะ ”

กามภูมิ คอื โลกของผทู้ ีย่ ังติดอยู่ใน

กามกเิ ลส แบ่งออกเปน็ ๒ฝ่าย ไดแ้ ก่

สคุ ติภูมิ อบายภมู ิ

มนสุ สภมู ิ นรกภมู ิ ( มี ๘ ขุม )
( โลกมนุษย์)

สวรรคภมู ิ ดิรจั ฉานภูมิ
(ฉกามาพจรภมู ิ)

เปรตภมู ิ

อสูรกายภมู ิ

รปู ภมู ิ เป็นดินแดนของพรหมทีม่ ี

รูป มี ๑๖ ชัน้ (โสฬสพรหม )

อรปู ภูมิ เปน็ ดนิ แดนของพรหมท่ีไม่

มีรปู มีแตจ่ ติ หรือวิญญาณ

ทวปี ท่ีมนุษยอ์ าศยั อยู่

๑.อุตรกุรุทวีป อยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ

มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้ มีลักษณะใบหน้าเป็นรูป ๔เหลี่ยม
รักษาศีล ๕ เป็นนิจ มีอายุ ประมาณ ๑,๐๐๐ ปี เป็นหนุ่มสาว
อยู่เสมอ อาศัยอยู่ตามโพรงไม้ ไม่ต้องทํางานใด ๆ แต่งตัว
สวยงาม มีกับขา้ วและทน่ี อนเกดิ ขนึ้ ตามใจปรารถนา

๒.บุรพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาพระสุเมรุ

มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้มีใบหน้าตอนบนโค้งตัดลงมาเหมือน
บาตร มอี ายุ ประมาณ ๗๐๐ ปี

๓.อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาพระ

สุเมรุ มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทวีปนี้มีใบหน้าวงกลม คล้ายวง
พระจนั ทร์ มอี ายุ ประมาณ ๕๐๐ ปี

๔. ชมพทู วปี อยู่ ทางทิศใต้ ของภเู ขาพระสเุ มรุ

คือ มนษุ ยโ์ ลกนเ้ี อง อายขุ ยั ของมนษุ ยไ์ ม่แนน่ อนข้นึ อยกู่ บั การ
ทําบญุ หรอื ทาํ กรรม แตท่ วีปน้กี พ็ เิ ศษกว่า ๓ ทวปี คือ เป็นทีเ่ กดิ
ของพระพทุ ธเจา้ พระจักรพรรดิราช และพระอรหันต์

ไตรภมู พิ ระร่วงกลา่ วถงึ กําเนดิ
ของสง่ิ มชี ีวติ ๔ ประการ คอื

• เกิดจากไข่ • เกดิ จากป่มุ เปือกและ
มรี กห่อหุม้

อัณฑชะ ชลามพชุ ะ

สังเสทชะ อุปปาติกะ

• เกิดจากใบไม้ ต้นไม้ • เกิดขึ้นเองแลว้ โตเตม็ ท่ี
ดอกไม้ โลหติ เนื้อเนา่ และ ไม่เติบโตข้นึ ทีล่ ะนอ้ ย
เหงอื่ ไคลและทเี่ ปียกช้นื เหมอื นสามพวกแรก

ในไตรภูมพิ ระร่วงกล่าวว่าสาเหตทุ ส่ี ตรจี ะตง้ั ครรภ์ได้นั้น
มี ๗ ประการ คอื

๑. เพราะเสพสงั วาสอย่รู ว่ มกับบรุ ุษ
๒. เพราะเอาเสื่อผ้า เครื่องนุ่งห่มของชายที่ตนรักมา
น่งุ มาห่มชมเชยแทนตวั ชาย
๓. เพราะไดก้ นิ นํา้ ราคะของชายท่ตี นรกั
๔. เพราะถูกชายลูบคลําเนื้อตัวและท้อง แล้วตนมีใจ
ยนิ ดีรกั ชายนน้ั
๕. เพราะตนรักบุรุษแล้วบุรุษนั้นกลายมาเป็นสตรีตน
ก็ยินดี

๖. เพราะตนรักบุรุษแล้วจึงตั้งครรภ์เพราะได้ยิน
เสยี งบรุ ษุ ท่ีตนรักใคร่ เจรจาพาทกี ็เกิดยนิ ดี

๗. เพราะไดด้ มกลนิ่ บรุ ษุ ทต่ี นรัก

ลกู ที่เกิดมา แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คอื
๑. อภชิ าตบตุ ร เฉลยี วฉลาด นักปราชญ์ รปู

งาม มง่ั มี มยี ศถาบรรดาศกั ดิ์ มกี าํ ลงั ยง่ิ กว่าพอ่ แม่
๒. อนชุ าตบุตร มคี วามรู้ รปู โฉม และกาํ ลงั เท่ากบั

พ่อแม่
๓. อวชาตบุตร ลกู ทีถ่ ่อยกว่าพ่อแมท่ ุกประการ

มนษุ ยท์ ง้ั หลายแบ่งออกเปน็ ๒ จาํ พวก คือ
๑. อันธปุถุชน เม่อื ตายไปยอ่ มไปเกิดในจตั ุราบาย

คอื นรกภูมิ เปรตภูมิ ดิรัจฉานภมู ิ อสรุ กายภูมิ ถา้ มาเกดิ
เปน็ มนุษยก์ ย็ อ่ มทุพพลภาพ เปน็ คนอปั ลักษณ์บัดสี เป็น
คนโหดเพราะไมร่ ู้จกั การทําบุญ

๒. กลั ยาณปถุ ชุ น เม่อื ตายไปก็ไปเกดิ ในสวรรค์

ใบงานที่ ๑
เรอื่ ง การถอดความคำประพนั ธ; ตอน มนสุ สภูมิ

คำชแี้ จง: ใหนF ักเรยี นถอดความจากเร่ืองที่อา# น
๑. “ สีสมบูรณง[ ามดังทองอันสุขเหลืองเรอื งเปนS ท่พี งึ ใจฝงู ชายทกุ คนแล ” กลา@ วถงึ อะไร

ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. “ เขานน้ั มตี าเปSนอันดํา ดั่งตาแหง@ ลูกทรายพ่งึ ออกได0 ๓ วนั ” “ลูกทราย” หมายถงึ อะไร

ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. “ เกดิ มีอาทแิ ตเ@ กดิ เปนS กลละนั้น” ขอ0 ความทีเ่ นน0 หมายถึงอะไร

ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………
๔.“ อัมพุทะนั้นโดยใหญไ@ ปทกุ วารไสร”0 ข0อความที่เน0นหมายถึงอะไร

ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………

๕.“ เปสินั้นคอ@ ยใหญ@ไปทกุ วนั ” ข0อความทีเ่ นน0 หมายถงึ อะไร

ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………

๖.“มฆะนั้นคอ@ ยใหญไ@ ปทกุ วนั ” ขอ0 ความที่เน0นหมายถงึ อะไร

ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………

๗. “ เมือ่ กุมารอย@ใู นทอ0 งแม@น้นั ลาํ บากนักหนา พึงเกลยี ดพึงหน#ายพFนประมาณนกั ”
ข0อความทเี่ น0นหมายถงึ อะไร

ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………
๘. "ตดื แลเออื นฝูงนน้ั เริมตวั กมุ ารนัน้ ไสร”0 ขอ0 ความท่ีเนน0 หมายถงึ อะไร
ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………

เฉลยใบงานที่ ๑

คำชีแ้ จง: ใหนF ักเรียนตีความจากเรอ่ื งท่ีอ#าน
๑. “ สสี มบูรณ[งามดงั ทองอันสขุ เหลอื งเรอื งเปSนทพี่ งึ ใจฝูงชายทุกคนแล ” กล@าวถึงอะไร

ตอบ ผิวพรรณ
๒. “ เขาน้นั มตี าเปนS อันดาํ ดั่งตาแหง@ ลกู ทรายพง่ึ ออกได0 ๓ วัน” “ลูกทราย” หมายถึง
อะไร
ตอบ ลกู กวางทราย
๓.“ เกดิ มีอาทแิ ตเ@ กดิ เปSนกลละน้ัน” ขอ0 ความทเ่ี น0นหมายถึงอะไร
ตอบ รูปแรกเร่ิมทปี่ ฏิสนธใิ นครรภ[มารดา
๔.“ อัมพทุ ะนั้นโดยใหญไ@ ปทกุ วารไสร”0 ขอ0 ความท่ีเน0นหมายถงึ อะไร
ตอบ รูปท่ยี งั เปSนน้ำ เมอ่ื ก@อกำเนิดในครรภม[ ารดาสัปดาหท[ ี๒่

๕.“ เปสินัน้ คอ@ ยใหญไ@ ปทุกวัน” ข0อความที่เน0นหมายถงึ อะไร
ตอบ ชิ้นเนอื้
๖.“มฆะนน้ั ค@อยใหญ@ไปทกุ วนั ” ข0อความทเ่ี นน0 หมายถงึ อะไร
ตอบ ก0อน แท@ง
๗. “ เม่ือกุมารอย@ใู นทอ0 งแมน@ ั้นลาํ บากนกั หนา พึงเกลยี ดพึงหน#ายพนF ประมาณนัก”
ข0อความท่เี น0นหมายถึงอะไร
ตอบ นา@ รังเกยี จ
“๘. ตดื แลเออื นฝงู น้ันเริมตวั กมุ ารนัน้ ไสร”0 ขอ0 ความที่เน0นหมายถงึ อะไร
ตอบ พยาธติ @าง ๆ


Click to View FlipBook Version