The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 5 เทอม 1 ปี 64

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nutjung755, 2021-09-03 15:01:53

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 5 เทอม 1 ปี 64

ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ชุดที่ 5 เทอม 1 ปี 64

กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ชดุ ฝึกทกั ษะการเรยี นรู้การอา่ นวิเคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖

การวิจารณแ์ ละประเมินคณุ คา่

สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

โรงเรยี นเฉลิมพระเกยี รตสิ มเด็จพระศรีนครินทร์ ภเู ก็ตสำนกั งำนเขตพน้ื ทก่ี ำรศกึ ษำมธั ยมศกึ ษำพงั งำ ภูเกต็ ระนอง

เล่มที่ ๕ ในพระราชูปถัมภส์ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี

นายสุรเชษฐ์ อาจหมน่ั

ตาแหน่ง ครู



คำแนะนำกำรใชช้ ุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชา
ภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑) ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท่ี ๑ การศึกษาวรรณคดี
พนื้ ฐาน ซึ่งมขี ้ันตอนดงั นี้

๑. ครูควรศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกส่วนอย่างละเอียดเพ่ือเตรียมการจัดการ
เรียนรู้ ตามขั้นตอนท่ีกาหนดไว้

๒. ก่อนจัดการเรยี นรู้ ครคู วรตรวจสอบชดุ กิจกรรมการเรียนรู้อีกครั้ง ว่าอยู่ในสภาพดี
เรียบร้อย

๓. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ เกณฑ์การ
ให้คะแนน และทาแบบทดสอบก่อนเรียน ซ่ึงเป็นข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔
ตวั เลอื ก จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน ภายในเวลา ๑๕ นาที

๔. เม่ือนักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนเรียบร้อยแล้ว ครูดาเนินการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้แบบ ๕ ขน้ั ตอน (QSCCS) คือ

ขนั้ ท่ี ๑ การตง้ั คาถาม/สมมตฐิ าน
ขั้นท่ี ๒ การสบื ค้นความรู้และสารสนเทศ
ข้ันที่ ๓ การสรา้ งองคค์ วามรู้
ขน้ั ที่ ๔ การส่อื สารและนาเสนออย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
ขน้ั ท่ี ๕ การบริการสังคมและจิตสาธารณะ
๕. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ชดุ นใ้ี ชส้ าหรับจดั กจิ กรรมใหน้ ักเรียน จานวน ๒ ชัว่ โมง
๖. เมื่อปฏิบัติชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนทากิจกรรมทบทวน
ความรู้ และทาแบบทดสอบหลังเรียน
๗. การวัดประเมินผล
๗.๑ สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
๗.๒ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของใบกิจกรรมการเรียนรู้
๗.๓ เปรยี บเทียบคะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
๗.๔ สรุปผลการทาใบกจิ กรรมการเรยี นรู้ และผลการทดสอบกอ่ นเรียน
และหลงั เรียน



บทบำทของครู

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชาภาษาไทย
(ท๓๓๑๐๑) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ท่ี ๑ การศึกษาวรรณคดีพื้นฐาน เพ่ือการ
เรียนรู้ที่ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด ครูผู้สอนควรทาความเข้าใจรายละเอียดของชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ใหช้ ัดเจนและปฏบิ ัติตามขั้นตอน ดงั นี้

๑. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมุ่งพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้เรียน เน้นผู้เรียน
เป็นสาคญั ตามหลักการ Active Learning

๒. ครผู ู้สอนสร้างบรรยากาศในการเรยี นการสอน กระตุ้น เสริมแรง เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
และพัฒนาตนเองทกุ ๆ ดา้ น ตามขีดความสามารถของแต่ละบคุ คล

๓. ครผู ู้สอนให้นักเรยี นศึกษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๔. ครูผู้สอนทดสอบนักเรียนก่อนเรียน โดยใช้ข้อสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก
จานวน ๑๐ ขอ้ ๑๐ คะแนน ภายในเวลา ๑๕ นาที
๕. ครูผู้สอนดาเนินกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ๕ ขั้นตอน (QSCCS) โดยให้นักเรียนปฏิบัติชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ตามลาดับ และครูควบคุมเวลาให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมไปตามขั้นตอน โดยให้
ครูผูส้ อนคอยให้คาปรกึ ษา คาแนะนา และช่วยเหลือในแต่ละข้ันตอนของกิจกรรม รวมถึงครูผู้สอนสรุป
องคค์ วามรู้ที่ถูกตอ้ งเพมิ่ เตมิ ให้แก่นกั เรียน
๖. ครูผ้สู อนให้นักเรียนลงมือทาใบกจิ กรรมจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อทบทวนความรู้ และ
ทดสอบหลังเรียน
๗. ครูผู้สอนวัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ ๑
เรื่อง การศึกษาวรรณคดีขนั้ พื้นฐาน



บทบำทของนกั เรยี น

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง การอ่านวิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม รายวิชาภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑)
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ ๑ การศึกษาวรรณคดีพื้นฐาน เพื่อการเรียนรู้ท่ีดีมีประสิทธิภาพ
สงู สดุ นกั เรยี นควรทาความเขา้ ใจรายละเอยี ดของชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ใหช้ ดั เจนและปฏิบัตติ ามข้ันตอน ดังนี้

๑. นักเรยี นต้องศึกษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒. นักเรียนอ่านคาส่ังก่อนปฏิบัติตามชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกครั้ง หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครูผู้สอน
ก่อนลงมือปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
๓. นกั เรยี นต้องตั้งใจปฏิบัตกิ ิจกรรมตามเวลาท่ีกาหนดอยา่ งเคร่งครดั โดยมคี รูเป็นผคู้ วบคุม
๔. ระหวา่ งปฏบิ ัติกจิ กรรม หากนักเรยี นมีข้อสงสัยสามารถปรกึ ษาหรอื ขอคาแนะนาเพ่ิมเตมิ จากครูได้
๕. เม่ือนักเรียนปฏิบัติชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรียบร้อยแล้วต้องทาใบกิจกรรมทบทวนความรู้และ
แบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือครูผู้สอนจะได้ใช้วัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ชุดท่ี ๑ เรือ่ ง การศึกษาวรรณคดีพน้ื ฐาน

แผนผงั ข้นั ตอนกำรเรียนรู้ ๔

ศกึ ษำคำแนะนำกำรใช้ชดุ กจิ กรรมด้วยตนเอง ไมผ่ ำ่ นเกณฑ์

ทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมนิ ผล

ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตำมขนั้ ตอน (QSCCS) ได้แก่ ผำ่ นเกณฑ์
ขน้ั ที่ ๑ การตง้ั คาถาม/สมมตฐิ าน
ข้ันท่ี ๒ การสืบคน้ ความรแู้ ละสารสนเทศ
ขน้ั ท่ี ๓ การสรา้ งองค์ความรู้
ขั้นที่ ๔ การสอ่ื สารและนาเสนออยา่ งมี

ประสิทธภิ าพ
ขัน้ ที่ ๕ การบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ

ทดสอบหลังเรยี น

ศกึ ษำชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรูช้ ดุ ต่อไป



มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด

มำตรฐำนกำรเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรู้และควำมคิดเพือ่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แก้ปญั หำในกำรดำเนนิ ชวี ิต และมีนิสัยรักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้ำใจและแสดงควำมคดิ เหน็ วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยำ่ งเห็นคณุ ค่ำ และนำมำประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง

ตัวชว้ี ดั

ท๑.๑ ม.๖/๒ ตีควำม แปลควำม และบรรยำยควำม เร่ืองทอ่ี ่ำนได้
ท๑.๑ ม.๖/๓ วิเครำะห์ และวจิ ำรณเ์ ร่อื งท่ีอ่ำนในทุกๆ ด้ำน อยำ่ งมีเหตุผล
ท๕.๑ ม.๖/๑ วิเครำะห์และวิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตำมหลักกำรวิจำรณ์
เบ้อื งต้น
ท๕.๑ ม.๖/๒ วิเครำะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับกำรเรียนรู้ทำง
ประวตั ิศำสตร์และวิถชี วี ติ ของสังคมในอดีต
ท๕.๑ ม.๖/๔ สังเครำะห์และประเมินคุณค่ำของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐำนะที่
เปน็ มรดกทำงวัฒนธรรมของชำติ



จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้

๑. อธบิ ำยขนั้ ตอนกำรวิจกั ษ์วรรณคดไี ด้
๒. อธบิ ำยรูปแบบของกำรวิเครำะห์วรรณคดไี ด้

ดำ้ นทกั ษะ/กระบวนกำร

๑. อธิบำย/แสดงควำมคิดเหน็ ถงึ หลักกำรวิเครำะห์วรรณคดีและวรรณกรรมได้
๒. แยกประเภทของวรรณคดไี ด้

ดำ้ นเจตคติ

๑. เห็นคุณค่ำของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
๒. ตระหนักเหน็ กำรใชภ้ ำษำในบทประพนั ธว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม



สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

๑. ควำมสำมำรถในกำรสอื่ สำร
- สำมำรถนำควำมรู้ของหลักกำรพิจำรณำวรรณคดีขั้นพื้นฐำน ไปถ่ำยทอด

ตำมควำมคดิ และควำมเข้ำใจของตนเอง โดยใช้ภำษำอย่ำงเหมำะสม ถกู ต้อง
- สำมำรถหำวิธีกำรนำควำมรทู้ ีต่ นมไี ปส่ือสำรไดเ้ หมำะสม และมีประสทิ ธภิ ำพ

๒. ควำมสำมำรถในกำรคดิ
- สำมำรถคิดวิเครำะห์กำรพจิ ำรณำวรรณคดีขัน้ พืน้ ฐำนได้
- มีทกั ษะกำรคิดนอกกรอบอย่ำงสร้ำงสรรค์

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

๑. ใฝ่เรียนรู้
- หมน่ั ศกึ ษำหำควำมรู้ดว้ ยตนเอง
- หมั่นตอบคำถำมในชนั้ เรยี น

๒. มุ่งม่นั ในกำรทำงำน
- ตั้งใจทำใบกจิ กรรมอยำ่ งเตม็ ควำมสำมำรถ
- มุง่ มน่ั ทำใบกจิ กรรมและช้นิ งำน เสรจ็ ตำมเวลำท่กี ำหนด

๓. รักควำมเป็นไทย
- ใช้ภำษำไทยได้ถูกตอ้ ง และเหมำะสม ตลอดจนเหน็ ควำมสำคัญของกำรใชภ้ ำษำ

ใบความรู้

“ คิดวเิ คราะห์
และวจิ ารณเ์ รอื่ งทอ่ี ่าน
”การอา่ นเพ่อื การวเิ คราะหว์ ิจารณ์
เป็นการอ่านเพ่ือแยกแยะข้อความท่ีอา่ น
อย่างถี่ถว้ น เพือ่ ให้ทราบถึงโครงสรา้ ง
องค์ประกอบ หลักการและเหตุผลของเร่อื ง
จนสรปุ ได้ว่าแต่ละสว่ นเป็นอย่างไร สมั พนั ธก์ ัน
อย่างไร เหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร
เพอ่ื ให้เห็นความสัมพันธ์ขององคป์ ระกอบ
ตา่ ง ๆ ทีก่ ารวเิ คราะห์

เปน็ การหาคาํ ตอบว่า ข้อความ
บทความ ทอี่ า่ นนน้ั ให้ความรเู้ รือ่ งอะไรบา้ ง
ขอ้ เขยี นแสดงความคิดเหน็ และความรู้สึก
อยา่ งไร ซง่ึ จะช่วยใหเ้ ห็นภาพรวมและ
รายละเอยี ดของเรือ่ งทีอ่ า่ น ช่วยใหเ้ ข้าใจเรอ่ื ง
นัน้ ได้อยา่ งแท้จรงิ รวมทง้ั ช่วยพัฒนา
สตปิ ัญญา เพราะตอ้ งใช้เหตุผลในการอธิบาย
แง่มมุ ต่าง ๆ ซึ่งทกั ษะในการอ่านนส้ี ามารถ
นาํ ไปใชใ้ นชีวิตประจําวันและนาํ ไปในการอ่าน
เพ่อื การประเมนิ ค่าต่อไปได้

ความสําคัญการคดิ วิเคราะห์

การคิดวิเคราะห์เป็นรากฐานสําคัญของการเรียนรู้และ
การดําเนินชีวิต การคิดวิเคราะห์เป็นพื้นฐาน ของการคิดทั้ง
มวล บุคคลที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์จะมี
ความสามารถในด้านอื่น ๆ เหนือกว่าบุคคล ทั่วไป ทั้งทางด้าน
สติปัญญาและการดําเนินชีวิต เป็นทักษะที่ทุกคนสามารถ
พัฒนาได้ การคิดวิเคราะห์ จึงมี ความสําคัญที่จะทําให้ผู้เรียน
เปน็ ผู้ทีม่ ีความสามารถในการเรียนรู้

ประโยชน์การคิดวิเคราะห์

การคิดวิเคราะห์เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการแสวงหา
ความรู้ การเรียนรู้ คิด วิเคราะห์ อย่างมี เหตุผลในการที่จะรับรู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นพื้นฐานของการนําไปสู่การให้ผู้เรียน
มีคุณธรรม จริยธรรม มี ค่านิยมที่พึงประสงค์ มีวินัย มีความ
รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต มีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่
ประหยัด เสียสละเพื่อส่วนรวม สามารถจําแนก เปรียบเทียบ คิด
รวบยอด ประเมินค่า มีปฏิภาณในการแก้ปัญหา มี ความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์สิ่งใหม่ สามารถควบคุม พยากรณ์ อธิบายได้ เลือก
ปฏิบัติอย่างมีเหตุผลในทาง จริยธรรม และจะทําให้ผู้เรียนมี
ค ว าม ร ู ้ ค ว าม สาม าร ถ ใน ก าร ศ ึ ก ษา เ ร ี ย น ร ู ้ ได้ อย ่ าง มี
ประสิทธิภาพ เกิด ประสิทธิผลพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่ง
การเรียนรูด้ ํารงชวี ติ อยู่อยา่ งมีความสขุ

ความหมายการ

คิดวิเคราะห์ วิจารณ์

วิเคราะห์ หมายถึง แยกแยะออกเป็นส่วน ๆ เพื่อทําความ
เข้าใจ และแลเห็นความสัมพันธ์ระหว่างส่วน ต่าง ๆ เหล่านั้น
การวิเคราะห์ หมายถึง การพิจารณาแยกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ออกเป็นส่วน ๆ เพื่อทําความเข้าใจแต่ละส่วนให้ แจ่มแจ้ง แล้ว
ทําความเข้าใจต่อไปว่า แต่ละส่วนสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน
อย่างไร การคิดวิเคราะห์ หมายถึง การคิดโดยพิจารณา
จําแนก แยกแยะ ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ แจกแจง ส่วนประกอบ
ของการจัดหมวดหมู่ ในเรื่องราวหรือสถานการณ์โดยใช้
ความรู้ ความคิดในการแก้ปัญหาอย่างมี เหตุผลเพื่อนําไปสู่
ข้อสรปุ ทเี่ ปน็ ไปได้

ความหมายการ

คดิ วเิ คราะห์ วิจารณ์

วิจารณ์ หมายถึง การคิดใคร่ครวญโดยใช้เหตุผล วิจารณ์
ตามพจนานุกรม หมายถึง ให้คําตัดสินสิ่งที่กําลังพิจารณา เช่น
การวิจารณ์ศิลปกรรมหรือ วรรณกรรม โดยมีความรู้ควรเชื่อถือ
ได้ ว่ามีค่าความงามความไพเราะดีอย่างไร หรือมีข้อขาดตก
บกพร่อง อย่างไรบ้าง ขอบข่ายของการพิจารณาตัดสินที่
เรียกว่าวิจารณ์นั้น การตัดสินมักขึ้นอยู่กับความรู้และความรู้สึก
ของผู้วิจารณ์เป็นสําคัญ อีกทั้งโดยทั่วไปการวิจารณ์มีแนวโน้มท่ี
จะพูดถึงแต่ข้อเสีย สิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย ไม่สบ อารมณ์
จุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความคิดเห็นของผู้วิจารณ์ที่มีต่อสิ่งนั้น ๆ
ห ร ื อ ต ่ อ ผ ล ง า น ช ิ ้ น น ั ้ น เ ป ็ น ส ํ า ค ั ญ ก า ร ค ิ ด เ ช ิ ง ว ิ จ า ร ณ์
(criticalthinking)เป็นการคิดเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงหรือ
สภาพการณ์ต่าง ๆ ว่าถูกหรือผิดโดยใช้ เหตุผลประกอบการคิด
ว่าอะไรเปน็ เหตอุ ะไรเปน็ ผล

องคป์ ระกอบการคิดวเิ คราะห์

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ควรประกอบไป
ดว้ ย

๑. ความสามารถในการตคี วาม

๒. ความรู้ความเข้าใจในเรอ่ื งทจ่ี ะวเิ คราะห์ ขอ้ มูล

๓. ช่างมอง ช่างสังเกต ช่างสงสัย และชา่ งถาม
๔. ความสามารถในการหาความเชื่อมโยง
ความสมั พันธ์เชงิ เหตุผล

ความสามารถในการตคี วาม

การคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้ เกิดจากการทําความเข้าใจ
กับข้อมูลที่ปรากฏ เริ่มต้นจากเรา จําเป็นต้องพิจารณาข้อมูล
ที่ได้รับเพื่อให้เกิดความเข้าใจด้วยการตีความ โดยการตีความ
เป็นการพยายามทํา ความเข้าใจและให้เหตุผลแก่สิ่งที่เรา
ต้องการจะวิเคราะห์เพื่อแปลความหมายที่ไม่ปรากฏโดยตรง
เป็นขอ้ มลู ที่ ซอ่ นแฝงอยู่ กลา่ วคือ ตวั ขอ้ มูลไมไ่ ด้บอกโดยตรง
แต่จะต้องทําความเข้าใจที่มากเกินกว่าสิ่งที่ปรากฏในข้อมูล ใน
การตีความของแต่ละคนนั้น จะแตกต่างกันไปตามความรู้
ประสบการณ์ ภมู ิหลัง และค่านิยมของแต่ละ บุคคล

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทจี่ ะวเิ คราะห์ ข้อมูล

ความรู้เป็นปัจจัยสําคัญมากต่อประสิทธิภาพในการคิด
วิเคราะห์ การที่จะคิดวิเคราะห์ได้ดีนั้น จําเป็นต้องมีความรู้ความ
เข้าใจพื้นฐานในเรื่องนั้น เพราะความรู้จะช่วยในการกําหนด
ขอบเขตของการ วิเคราะห์ แจกแจงและจําแนกได้ว่าเรื่องนั้น
เกี่ยวข้องกับอะไร มีองค์ประกอบย่อย ๆ อะไรบ้าง มีกี่หมวดหมู่
จัดลําดับความสําคัญอย่างไร มีเรื่องใดเกี่ยวข้องเชื่อมโยง
สัมพนั ธก์ ัน และรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุกอ่ ใหเ้ กดิ อะไร

ช่างมอง ช่างสังเกต ช่างสงสัย และช่างถาม

นักคิดเชิงวิเคราะห์จะต้องมีองค์ประกอบทั้งสามนี้ร่วม
ด้วย คือ ต้องเป็นคนที่ช่างมอง และ สังเกต สามารถค้นพบ
ความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ดูอย่างผิวเผินแล้ว
เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น ต้องเป็นคนที่ช่างสงสัย เมื่อเห็น
ความผิดปกติแล้วไม่ละเลยไป แต่หยุดพิจารณา ขบคิด
ไตร่ตรอง และต้องการ สืบสาวราวเรื่องเพื่อหาคําตอบ และต้อง
เป็นคนช่างถาม ชอบตั้งคําถามกับตัวเองและคนรอบ ๆ ข้าง
เก่ยี วกับสง่ิ ท่ีเกดิ ข้นึ เพ่อื นําไปสูก่ ารคิดเกีย่ วกับเร่อื งนนั้ ต่อไป

การตั้งคําถามจะนําไปสู่การสืบค้นความจริงและ
เกิดความ ชัดเจนในประเด็นที่ต้องการวิเคราะห์ ขอบเขต
คําถามที่เกี่ยวข้องกับการคิดเชิงวิเคราะห์ จะยึด
หลักการตงั้ คาํ ถามโดยใช้หลกั ๕ W๑ H

คือ ใคร (Who) ทําอะไร (What) ที่ไหน
(Where) เมื่อไหร่ (When) เพราะเหตุ ใด
เพราะอะไร(Why) อยา่ งไร (How)

คําถามเหล่านี้อาจไม่จําเป็นต้องใช้ทุกข้อ เพราะการ
ตั้งคําถามมี จุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ครอบคลุมและตรงประเด็นที่เราต้องการสืบค้นจึงต้อง
เลือกใช้คําถมให้ตรง ประเด็น ๗ ความสามารถในการหา
ความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล นักคิดวิเคราะห์
จะต้องมีความสามารถในการหาความเชื่อมโยง สัมพันธ์
เชิงเหตุผล สามารถ ค้นหาคําตอบได้ว่าสิ่งที่คิดมีความ
เกี่ยวกับเรื่องใด และเกี่ยวข้องอย่างไร เช่น ... สาเหตุท่ี
ก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้ .... อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดสิ่งนี้ ....
เรื่องนั้นเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ได้อย่างไร .... เรื่องนี้มีใคร
เกี่ยวข้องบ้าง เกี่ยวข้อง กันอย่างไร ... เมื่อเกิดเรื่องนี้จะ
สง่ ผลกระทบอยา่ งไรบา้ ง

ความสามารถในการตีความ

การตีความ เกิดจากการรับรู้ข้อมูลเข้ามาทางประสาทสัมผัส
สมองจะทําการตีความข้อมูล โดยวิเคราะห์เทียบเคียงกับความทรง
จําหรือความรู้เดิมที่เกี่ยวกับเรื่องนั้น เกณฑ์ที่ใช้เป็นมาตรฐานใน
การ ตัดสินจะแตกต่างกันไปตามความรู้ ประสบการณ์ และค่านิยม
ของแตล่ ะบุคคล

ดังนั้นความรู้ต่างกัน ประสบการณ์ต่างกันและค่านิยม
ต่างกัน การตีความข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่พบเห็นก็จะแตกต่างกัน
ไปด้วย ความสามารถในการหาความสัมพันธ์เชิงเหตุผล การคิด
วิเคราะห์จะเกิดขึ้น เมื่อพบสิ่งที่มีความคลุมเครือ เกิดข้อสงสัย
ตามมาด้วยคําถามต้อง ค้นหาคําตอบหรือความน่าจะเป็นว่ามี
ความเป็นมาอย่างไร ซึ่งสมองจะพยายามคิดเพื่อหาข้อสรุปความรู้
ความ เขา้ ใจอยา่ งสมเหตสุ มผล

ใบงานท่ี ๒
การวเิ คราะห; วจิ ารณ;และการประเมนิ คุณคJา เรอื่ งไตรภมู ิพระรวJ ง ตอน มนสุ สภมู ิ

คำชีแ้ จง: ให้นักเรียนตอบคาํ ถามต่อไปนี-
๑.ไตรภูมิพระร@วง เปSนผลงานการประพันธข[ องใคร
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๒. “อนจิ จลกั ษณะ” หมายความว@าอยา@ งไร
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๓.คาํ วา@ “ พระร@วง” หมายถงึ ใคร
ตอบ……………………………………………………………………………………….
๔.ไตรภมู ิพระร@วงมีแกน@ ของเรือ่ งทีเ่ นน0 เรือ่ งใด
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๕.ไตรภูมิพระรว@ ง เปSนวรรณกรรมไทยเรอ่ื งแรกประเภทใด
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๖.“ไตรภูมิพระร@วง” เดมิ เรียกวา@ อย@างไร
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๗.“ไตรภูม”ิ ได0แกภ@ ูมิใดบา0 ง
ตอบ ……………………………………………………………………………………….
๘. กามภูมิ หมายถงึ ภมู ใิ ด
ตอบ ……………………………………………………………………………………….

๙.จงบอกคณุ คา+ ดา. นวรรณศิลปข6 องเรื่องไตรภูมพิ ระร+วง
......................................................................................................
๑๐.จงบอกคณุ ค+าดา. นสังคมของเร่อื งไตรภูมพิ ระรว+ ง
......................................................................................................
๑๑.เน้อื หาของไตรภมู ิ ตอนมนสุ สภูมิ สามารถสะท.อนเนือ้ หาของวรรณกรรมไทยเรื่อง
อืน่ ๆ อย+างไรบา. ง
......................................................................................................
๑๒.เนอื้ เร่อื งของไตรภูมพิ ระรว+ ง ตอนมนสุ สภมู ิ ส+งผลต+อการดำเนนิ ชีวิตของคนไทยใน
ปSจจบุ ันอยา+ งไรบ.าง
.......................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี ๒

คำช้ีแจง: ให้นักเรียนตอบคาํ ถามต่อไปนี-
๑. ไตรภูมพิ ระรว@ ง เปSนผลงานการประพนั ธ[ของใคร

ตอบพระมหาธรรมราชาที่ ๑ หรือ พญาลีไทย
๒. “อนิจจลักษณะ” หมายความวา@ อยา@ งไร

ตอบ ความเปนS อนจิ จงั
๓.คาํ ว@า“ พระรว@ ง” หมายถึงใคร
ตอบพระมหากษัตริยในราชวงศ[สุโขทัย
๔.ไตรภูมพิ ระรว@ งมแี ก@นของเรื่องทีเ่ นน0 เรื่องใด
ตอบอนจิ จลักษณะ
๕.ไตรภูมพิ ระร@วง เปนS วรรณกรรมไทยเรื่องแรกประเภทใด
ตอบ เปSนวรรณกรรมเรื่องแรกของไทยทแ่ี ตง@ ข้นึ จากการศึกษาคน0 ควา0
๖.“ไตรภมู พิ ระร@วง” เดมิ เรียกว@าอยา@ งไร
ตอบ ไตรภมู ิกถา หรอื เตรภูมิถา
๗.“ไตรภมู ”ิ ไดแ0 ก@ภมู ใิ ดบา0 ง
ตอบ กามภูมิ รูปภูมิ อรปู ภูมิ
๘. กามภมู ิ หมายถึง ภูมิใด
ตอบ โลกหรอื ภพภูมขิ องผูท0 ยี่ งั ขอ0 งเกี่ยวอยู@ในกามกเิ ลศ

๑.จงบอกคณุ คา+ ด.านวรรณศลิ ปข6 องเรื่องไตรภมู พิ ระรว+ ง
พิจารณาคำตอบของนักเรยี นตามดุลพนิ ิจของครผู ส.ู อน ใหส. อดคล.องกับเน้ือเร่อื ง
๒.จงบอกคุณคา+ ด.านสังคมของเร่อื งไตรภมู พิ ระรว+ ง
พจิ ารณาคำตอบของนกั เรียนตามดุลพนิ ิจของครผู .สู อน ให.สอดคล.องกบั เนื้อเรื่อง
๓.เนอ้ื หาของไตรภูมิ ตอนมนสุ สภมู ิ สามารถสะทอ. นเน้ือหาของวรรณกรรมไทยเรอื่ งอน่ื
ๆ อยา+ งไรบา. ง
พิจารณาคำตอบของนกั เรยี นตามดุลพินจิ ของครูผส.ู อน ให.สอดคลอ. งกับเนอ้ื เรื่อง
๔.เนอ้ื เรือ่ งของไตรภมู พิ ระร+วง ตอนมนสุ สภูมิ สง+ ผลต+อการดำเนนิ ชีวติ ของคนไทยใน
ปจS จุบนั อย+างไรบ.าง
พิจารณาคำตอบของนกั เรียนตามดุลพินิจของครูผู.สอน ให.สอดคล.องกับเน้ือเรือ่ ง

บรรณานุกรม

ราชบณั ฑิตยสถาน.(๒๕๔๖).พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒.
กรงุ เทพฯ : นานมีบคŸุ ส[ พบั ลิเคชน่ั ส[

เสถียรโกเศศ.(๒๕๔๒).เลา# เร่ืองในไตรภมู ิ.กรงุ เทพฯ :
มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช.

นอรฮานานี ดนี ายัง. (2560). ไตรภูมิพระร@วง ตอนมนสุ สภูม.ิ สบื ค0นเมอื่ 28
กันยายน 2563,

จากเวบ็ ไซต[: https://sites.google.com/site/naneerun
กระปกุ ดอทคอม. (2562). หลักการใชภ0 าษาไทย. สืบค0นเมื่อ 28 กันยายน 2563,

จากเว็บไซต:[ https://education.kapook.com/view59111.html
หมอภาษา. (2562). คำภาษา บาลีสันสกฤต. สบื ค0นเมือ่ 28 กันยายน 2563, จาก
เวบ็ ไซต[:https:/

/sites.google.com/site/thaiclass55/hlak-phasa-thiy/xaksr-na
มยุรี วไิ ล. (2561). หลกั สงั เกต ฟงO ดู พูด. สบื ค0นเมื่อ 29 กนั ยายน 2563, จาก

เวบ็ ไซต:[ https://mayuree2016.wordpress.com
บุณฑริก ไกรวงษ[. (2560). การอา@ นเขียนเชิงวิเคราะห[. สบื คน0 เม่อื 28 กนั ยายน 2563,
จากเวบ็ ไซต[:

https://sites.google.com/site/boondarik9044/home


Click to View FlipBook Version