The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมวิจัยการศึกษาพยาบาลในยุคศตวรรษที่ 21

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 135กรรนิตา ศรีพอ, 2023-07-25 19:39:44

รวมวิจัยการศึกษาพยาบาลในยุคศตวรรษที่ 21

รวมวิจัยการศึกษาพยาบาลในยุคศตวรรษที่ 21

การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 74 ละชั้นปีĂĂกมา 1 ลำดับ แล้üนับรายชื่ĂขĂงนักýึกþาไปĂีก 3 ลำดับเรื่Ăย ๆ จนครบตามจำนüนกลุ่มตัüĂย่างใน แต่ละชั้นปีที่คำนüณได้ 2. เครื่องมือที่ใช้การüิจัย เครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการüิจัยครั้งนี้ผู้üิจัยพัฒนาแบบÿĂบถามมาจากแบบÿĂบถามทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลขĂงคุณกมลรัตน์ เทĂร์เนĂร์และคณะ (2558) ซึ่งจะมีทักþะ 3Rs×7Cs และได้ทบทüน ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ตามแนüคิดขĂงกระทรüงýึกþาธิการ (ÿำนักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา, 2563) โดย เพิ่มทักþะด้านคุณธรรมมีเมตตากรุณา มีระเบียบüินัย (Compassion C8) ทำใĀ้แบบÿĂบถามประกĂบด้üย ทักþะ 3Rs×8Cs มีคำถามเกี่ยüกับทักþะ 3R จำนüน 11 ข้Ă และทักþะทักþะ 8C จำนüน 61 ข้Ă ซึ่ง แบบÿĂบถามมี3 ÿ่üนประกĂบด้üย ÿ่üนที่ 1 ข้Ăมูลÿ่üนบุคคล จำนüน 3 ข้ĂประกĂบด้üย เพý ชั้นปีการýึกþา และĂายุ ÿ่üนที่ 2 การรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยเĂกชนแĀ่งĀนึ่งใน จังĀüัดĂุบลราชธานีประกĂบด้üย คำถามเกี่ยüกับทักþะ 3R จำนüน 11 ข้Ă และทักþะทักþะ 8C จำนüน 59 ข้Ă แบบÿĂบถามลักþณะเป็นมาตราÿ่üนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ ตามĀลักการขĂงลิเคิร์ท ดังนี้ 5 Āมายถึง ท่านเĀ็นü่าท่านมีทักþะในข้Ăนั้นĂยู่ในระดับดีมาก 4 Āมายถึง ท่านเĀ็นü่าท่านมีทักþะในข้Ăนั้นĂยู่ในระดับดี 3 Āมายถึง ท่านเĀ็นü่าท่านมีทักþะในข้Ăนั้นĂยู่ในระดับปานกลาง 2 Āมายถึง ท่านเĀ็นü่าท่านมีทักþะในข้Ăนั้นĂยู่ในระดับต่ำ 1 Āมายถึง ท่านเĀ็นü่าท่านมีทักþะในข้Ăนั้นĂยู่ในระดับต่ำมาก การแปลคüามĀมายค่าเฉลี่ยคะแนนเป็นระดับทักþะตามการรับรู้ขĂงนักýึกþาดังนี้ (กมลรัตน์ เทĂร์ เนĂร์และคณะ, 2558) 1.00 - 1.50 = ต่ำมาก 1.51 - 2.50 = ต่ำ 2.51 - 3.50 = ปานกลาง 3.51 - 4.50 = ดี 4.51 - 5.00 = ดีมาก 3. การตรüจÿอบคุณภาพเครื่องมือ ตรüจÿĂบคüามตรงเชิงเนื้ĂĀา (Content validity) โดยผู้ทรงคุณüุฒิจำนüน 3 คน เพื่ĂคัดเลืĂกและ ปรับปรุงข้ĂคำถามใĀ้ÿĂดคล้Ăงกับนิยามýัพท์โดยข้Ăคำถามที่มีค่าดัชนีคüามÿĂดคล้Ăง ( IOC) ต่ำกü่า 0.6 คณะผู้üิจัยได้ดำเนินการปรับแก้ĀรืĂตัดĂĂก จนได้ข้Ăคำถามทั้งĀมด 11 ด้าน 70 ข้Ă มีค่าคüามตรงเชิงเนื้ĂĀา เท่ากับ 0.99 Āลังจากนั้นผู้üิจัยได้นำแบบÿĂบถามที่ปรับแก้ไขแล้ü ทดลĂงใช้กับนักýึกþาคณะพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี ที่ไม่ใช่กลุ่มตัüĂย่างจำนüน 30 คน ซึ่งค่าÿัมประÿิทธิ์คüามเชื่Ăมั่นแĂลฟาขĂงครĂนบาค (Cronbach, s Alpha Coefficient) ขĂงแบบÿĂบถามโดยรüม เท่ากับ 0.90 4. การพิทักþ์ÿิทธิ์กลุ่มตัüอย่าง ผู้üิจัยคำนึงถึงýักดิ์ýรีคüามเป็นมนุþย์ ÿิทธิมนุþยชน ÿิทธิประโยชน์คüามยุติธรรม และคüามถูกต้Ăง โดยผู้üิจัยได้ชี้แจงข้Ăมูลเกี่ยüกับชื่Ăโครงการüิจัย üัตถุประÿงค์ขĂงการüิจัยแก่กลุ่มตัüĂย่าง เมื่ĂใĀ้คüามยินยĂม โดยÿมัครใจที่จะตĂบแบบÿĂบถาม ผู้üิจัยจะรักþาคüามลับ คüามเป็นÿ่üนตัü และการปิดบังชื่ĂขĂงผู้ใĀ้ข้Ăมูล Āากกลุ่มตัüĂย่างต้ĂงการĂĂกจากการüิจัย ÿามารถทำได้ตลĂดเüลาโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ตามรายละเĂียดใน


การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 75 เĂกÿารชี้แจงผู้เข้าร่üมการüิจัย ประโยชน์ที่จะได้รับĀากเข้าร่üมการüิจัยไม่มีในขณะนี้แต่จะมีประโยชน์ทาง üิชาการเท่านั้น ไม่มีการเผยแพร่ใĀ้เกิดผลกระทบĀรืĂผลเÿียĀายใด จะนำเÿนĂข้ĂมูลในภาพรüมขĂงการýึกþา 5. การเก็บรüบรüมข้อมูล 1. ผู้üิจัยทำĀนังÿืĂถึงคณบดีคณะพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี เพื่ĂขĂĂนุญาตเก็บข้Ăมูล 2. ผู้üิจัยนัดช่üงเüลาการเก็บข้ĂมูลกับĀัüĀน้าชั้นปี และเข้าดำเนินการเก็บข้Ăมูล 3. ผู้üิจัยแนะนำตัüÿร้างÿัมพันธภาพ Ăธิบายüัตถุประÿงค์การüิจัย แจ้งการพิทักÿิทธิ์ขĂงกลุ่ม ตัüĂย่างแล้üใĀ้เüลากลุ่มตัüĂย่างในการตัดÿินใจ และเมื่Ăกลุ่มตัüĂย่างตัดÿินใจที่จะเข้าร่üมการüิจัยผู้üิจัยใĀ้ กลุ่มตัüĂย่างลงนามในแบบฟĂร์มใบยินยĂมเข้าร่üมการüิจัย 4. ผู้üิจัยแจกแบบÿĂบถามการüิจัยและĂธิบายüิธีการตĂบแบบÿĂบถามในระĀü่างที่กลุ่มตัüĂย่าง ทำแบบÿĂบถามĀากมีข้ĂÿงÿัยÿามารถÿĂบถามได้โดยใช้เüลาในการตĂบแบบÿĂบถามประมาณ -30 นาที 5. Āลังจากที่กลุ่มตัüĂย่างทำแบบÿĂบถามเÿร็จ ผู้üิจัยตรüจÿĂบคüามครบถ้üนขĂงข้Ăมูลและกล่าü ขĂบคุณÿำĀรับคüามร่üมมืĂ 6. การüิเคราะĀ์ข้อมูล üิเคราะĀ์ข้Ăมูลโดยใช้โปรแกรมคĂมพิüเตĂร์ÿำเร็จรูปโดยข้Ăมูลทั่üไปได้แก่ เพý Ăายุ ชั้นปี ใช้ ค่าคüามถี่ ร้Ăยละ üิเคราะĀ์การรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 โดยใช้ค่าเฉลี่ย และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 8. ผลการüิจัย ÿ่üนที่ 1 ข้อมูลÿ่üนบุคคล ตารางที่1 แÿดงจำนüนร้Ăยละ ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัดĂุบลราชธานี จำแนกตามเพý Ăายุ ชั้นปี (n=204 ) ข้อมูลÿ่üนบุคคล จำนüน (คน) ร้อยละ(% เพý ชาย 11 5.4 Āญิง 193 94.6 รüม 204 100 อายุ ต่ำกü่า 19 ปี 15 7.4 20 ปี 55 27.0 21 ปี 61 29.9 22 ปี 46 22.5 23 ปี 21 10.3 มากกü่า 24 ปี 6 2.9 รüม 204 100 ชั้นปี ชั้นปีที่ 1 43 21.1 ชั้นปีที่ 2 37 18.1 ชั้นปีที่ 3 61 29.9 ชั้นปีที่ 4 63 30.9 รüม 204 100


การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 76 จากตารางที่ 1 พบü่า กลุ่มตัüĂย่างÿ่üนใĀญ่เป็นเพýĀญิง คิดเป็นร้Ăยละ 94.6 ขณะที่เพýชาย คิด เป็นร้Ăยละ 5.4 ÿ่üนใĀญ่มีĂายุ 21 ปี คิดเป็นร้Ăยละ 29.9 ชั้นปีที่ 4 ร้Ăยละ 30.9 ÿ่üนที่ 2 การรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21ของคณะนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัดอุบลราชธานี ตารางที่2 แÿดงค่าเฉลี่ย ร้Ăยละ ÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขĂงรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþา พยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัดĂุบลราชธานี(n=204) การรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ของนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัย ราชธานี จังĀüัดอุบลราชธานี ค่าเฉลี่ย SD แปลผล 1. ทักþะด้านการĂ่าน (Reading: R1) 3.60 0.58 ระดับดี 2. การเขียน (Writing: R2) 3.58 0.55 ระดับดี 3. ทักþะทางคณิตýาÿตร์ (Arithmetic: R3) 3.55 0.61 ระดับดี 4. ทักþะด้านการคิดĂย่างมีüิจารณญาณ และทักþะในการแก้ปัญĀา (Critical Thinking and Problem Solving: C1) 3.72 0.65 ระดับดี 5. ทักþะด้านการคิดÿร้างÿรรค์และนüัตกรรม (Creativity and Innovation: C2) 3.73 0.54 ระดับดี 6. ทักþะด้านคüามเข้าใจคüามต่างüัฒนธรรมต่างกระบüนทัýน์ (Cross-cultural Understanding: C3) 4.18 0.65 ระดับดี 7. ทักþะด้านคüามร่üมมืĂ การทำงานเป็นทีมและภาüะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership: C4) 4.02 0.59 ระดับดี 8. ทักþะด้านการÿื่Ăÿาร ÿารÿรเทýและรู้เท่าทันÿื่Ă (Communications, Information, and Media Literacy: C5) 3.89 0.53 ระดับดี 9. ทักþะด้านคĂมพิüเตĂร์ เทคโนโลยีÿารÿนเทýและการÿื่Ăÿาร (Computing and ICT Literacy: C6) 4.02 0.64 ระดับดี 10.ทักþะด้านĂาชีพและทักþะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills: C7) 4.13 0.54 ระดับดี 11.ทักþะด้านคüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion: C8) 4.34 0.59 ระดับดี รüม 3.88 0.58 ระดับดี จากตารางที่2 การรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัดĂุบลราชธานีĂยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 3.88 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.58 เมื่Ăพิจารณารายด้าน พบü่า ทักþะด้านคüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion) Ăยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.34 ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 รĂงลงมาคืĂทักþะด้านคüามเข้าใจคüามต่างüัฒนธรรมต่างกระบüนทัýน์ (Crosscultural Understanding) Ăยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.18 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.65 ÿ่üนทักþะทาง คณิตýาÿตร์ (Arithmetic) Ăยู่ในระดับดี แต่ค่าเฉลี่ยน้Ăยที่ÿุด เท่ากับ 3.55 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.61 9. ÿรุปผลการüิจัย การüิจัยเรื่Ăงการรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัด Ăุบลราชธานี มีüัตถุประÿงค์เพื่Ăýึกþาการรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์มĀาüิทยาลัย


การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 77 ราชธานี จังĀüัดĂุบลราชธานีผลการüิจัยพบü่า กลุ่มตัüĂย่างÿ่üนใĀญ่เป็นเพýĀญิง คิดเป็นร้Ăยละ 94.6 ขณะที่เพýชาย คิดเป็นร้Ăยละ 5.4 ÿ่üนใĀญ่มีĂายุ 21 ปี คิดเป็นร้Ăยละ 29.9 ชั้นปีที่ 4 ร้Ăยละ 30.9 การรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัด ĂุบลราชธานีĂยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 3.88 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.58 เมื่Ăพิจารณารายด้าน พบü่า ทักþะด้าน คüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion) Ăยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.34 ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน 0.59 รĂงลงมาคืĂทักþะด้านคüามเข้าใจคüามต่างüัฒนธรรมต่างกระบüนทัýน์ (Cross-cultural Understanding) Ăยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.18 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.65 ÿ่üนทักþะทางคณิตýาÿตร์ (Arithmetic) Ăยู่ในระดับดี แต่ค่าเฉลี่ยน้Ăยที่ÿุด เท่ากับ 3.55 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.61 10. อภิปรายผลการüิจัย การüิจัย มีüัตถุประÿงค์เพื่Ăýึกþาการรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานี จังĀüัดĂุบลราชธานี ซึ่งผลการüิจัยพบü่า การรับรู้ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþา พยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชธานีĂยู่ในระดับดี ซึ่งÿĂดคล้ĂงกับการýึกþาขĂงกมลรัตน์ เทĂร์เนĂร์และ คณะ (2558) ที่พบü่า ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 โดยรüมขĂงนักýึกþาพยาบาล üิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ชลบุรีĂยู่ในระดับดีเช่นกัน ทั้งนี้Ăาจเนื่ĂงมาจากการเรียนการÿĂนในÿาขาพยาบาล จะเรียนทั้งภาคทฤþฎี และ การฝึกปฏิบัติในĀ้ĂงปฏิบัติการและบนĀĂผู้ป่üยทำใĀ้นักýึกþามีการบูรณาการคüามรู้ÿู่การปฏิบัติใน ÿถานการณ์จริง นักýึกþาจึงได้ฝึกคิดüิเคราะĀ์Ăยู่ตลĂดเüลา และเมื่Ăพิจารณารายด้าน พบü่า ทักþะด้าน คüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion) มีค่าเฉลี่ยมาที่ÿุดและĂยู่ในระดับดีซึ่ง Ăภิปรายได้ü่า คüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรมเป็นพื้นฐานขĂงüิชาชีพพยาบาล นักýึกþาที่ เลืĂกเรียนในüิชาชีพการพยาบาลจะต้Ăงมีพื้นฐานขĂงบุคลิกภาพที่โดดเด่นในด้านนี้ เนื่Ăงจากพยาบาลเป็น üิชาชีพที่ดูแลบุคคลที่เจ็บป่üย ĀรืĂมีคüามทุกข์เรื่Ăงÿุขภาพโดยตรง ซึ่งในการดูแลบุคคล พยาบาลจำเป็นต้Ăงมี คüามเข้าใจ เต็มใจและใĀ้คüามช่üยเĀลืĂĂย่างดี ดังนั้นการปฏิบัติงานขĂงพยาบาลจำเป็นต้Ăงมีคüามรู้ ทักþะ และจริยธรรมไปพร้Ăมกัน ดังที่ผู้นำทางการพยาบาล ฟลĂเรนซ์ ไนติงเกล ได้กล่าüถึงĀัüใจขĂงüิชาชีพพยาบาล คืĂ คüามเĂื้ĂĂาทร (caring) และคüามเมตตากรุณา (compassion) ซึ่งเป็นจริยธรรมที่คüรมีในตัüพยาบาล และคüรแÿดงĂĂกทุกครั้งที่ดูแลผู้ป่üย (กนกüรรณ ฉันธนะมงคล, 2562) ทัýนคติขĂงนักýึกþาพยาบาลจึงเป็น ÿิ่งที่กำĀนดการกระทำ และการรับรู้ในทักþะด้านคüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม ดัง การýึกþาขĂงÿุนีย์รัตน์ บุญýิลป์ (2556) พบü่า ทัýนคติเชิงจริยธรรมขĂงนักýึกþาพยาบาล ในüิทยาลัย พยาบาล ÿังกัดÿถาบันพระบรมราชชนก กระทรüงÿาธารณÿุข มีทัýนคติเชิงจริยธรรมด้านคüามยุติธรรม ด้าน คüามĂุตÿาĀะ ด้านคüามมีระเบียบüินัยและด้านคüามเคารพในýักดิ์ýรีคüามเป็นมนุþย์Ăยู่ในระดับดีมีทัýนคติ เชิงจริยธรรมด้านคüามรับผิดชĂบ ด้านคüามยุติธรรม ด้านคüามมีระเบียบüินัยและด้านคüามเÿียÿละ เĀมืĂนกันทุกชั้นปี นĂกจากนี้ ผลการýึกþาการรับรู้ทักþะýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัย ราชธานีจังĀüัดĂุบลราชธานี ที่มีค่าเฉลี่ยน้Ăยที่ÿุด คืĂ ทักþะทางคณิตýาÿตร์ (Arithmetic) แต่ยังĂยู่ในระดับ ดี ทั้งนี้Ăาจเนื่Ăงมาจาก นักýึกþาไม่ชĂบการคิดคำนüณ ĀรืĂการแก้ไขปัญĀา ซึ่งÿĂดคล้ĂงกับการýึกþาขĂง ÿมüงþ์ แปลงประÿพโชค (2551) ที่ÿำรüจÿาเĀตุเด็กไทยĂ่Ăนคณิตýาÿตร์และแนüทางแก้ไขพบü่า เด็กไทย Ă่Ăนคณิตýาÿตร์มีปัจจัยมาจากตัüเด็กเĂงที่ไม่ชĂบคณิตýาÿตร์มาตั้งแต่ต้น ไม่ชĂบการคิด แก้ไขปัญĀา ค้นĀา คำตĂบ ผู้ปกครĂงที่มีการýึกþาน้Ăยไม่ÿามารถÿĂนการบ้านลูกได้ ÿื่ĂการÿĂนและเครื่ĂงĂำนüยการÿĂนไม่ เพียงพĂ ครูผู้ÿĂน และมีประÿบการณ์กับครูÿĂนไม่ดี Ăธิบายไม่รู้เรื่Ăง ครูดุ เจ้าĂารมณ์ ครูไม่เข้มงüดในการ


การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 78 ทำการบ้าน ครูÿĂนจริงจังบรรยากาýเครียดขาดĂารมณ์ขัน ครูไม่Ăดทนที่จะĂธิบายใĀ้เด็กเข้าใจ ครูไม่ใช้ÿื่Ă การÿĂนเพื่Ăช่üยใĀ้เด็กเข้าใจได้ง่าย ปัจจัยต่าง ๆ ĂาจทำใĀ้เด็กไม่ชĂบคณิตýาÿตร์ แต่Ăย่างไรก็ดีทักþะทาง คณิตýาÿตร์มีคüามจำเป็นÿำĀรับนักýึกþาพยาบาลจึงทำใĀ้การรับรู้ทักþะในด้านนี้ยังĂยู่ในระดับที่ดี และĂาจ เป็นเพราะü่านักýึกþาพยาบาลคัดเลืĂกมาจากผู้ที่จบชันมัธยมýึกþาÿายüิทยาýาÿตร์คณิตýาÿตร์ ซึ่งเป็นพื้น ฐานคüามรู้ที่เป็นในการเรียนÿาขาพยาบาลýาÿตร์เพราะต้Ăงใช้ทักþะในการคำนüณที่แม่นยำ เช่นการคำนüณ ยา และนักýึกþาได้รับการเตรียมคüามพร้Ăมก่Ăนเข้าเรียนในระดับชั้นปี 1 เพื่ĂใĀ้นักýึกþาได้เชื่Ăมโยงเนื้ĂĀา คณิตýาÿตร์ในชั้นมัธยม และเตรียมใช้ในüิชาชีพพยาบาลต่Ăไป จึงยังทำใĀ้ผลการüิจัยทักþะด้านคณิตýาÿตร์ ขĂงกลุ่มตัüĂย่างÿ่üนใĀญ่Ăยู่ในระดับดี 11. ข้อเÿนอแนะ 1. ข้อเÿนอแนะในการนำผลการüิจัยไปใช้ 1.1 ทักþะด้านคณิตýาÿตร์ (Arithmetic) มีค่าเฉลี่ยน้Ăยที่ÿุด แต่Ăยู่ในระดับที่ดี ซึ่งคณะพยาบาล ýาÿตร์ยังคงต้Ăงÿ่งเÿริมและพัฒนาด้านการคิดคำนüณ ใĀ้ดียิ่งขึ้นĂีกเนื่Ăงจากเป็นทักþะที่จำเป็นที่พยาบาล ต้Ăงใช้ในการคำนüณยาใĀ้ถูกต้Ăง เมื่Ăเป็นพยาบาลüิชาชีพ 1.2 ทักþะด้านการĂ่านและ เขียนภาþาĂังกฤþ มีค่าเฉลี่ยที่คüรพัฒนาเช่นกัน เนื่Ăงจากปัจจุบัน ÿังคมเป็นÿังคมเปิด มีการเคลื่Ăนย้ายขĂงแรงงาน ทำใĀ้มีชาüต่างประเทýมากขึ้นทักþะการĂ่านการเขียน ภาþาไทยและภาþาต่างประเทýจึงมีคüามÿำคัญÿำĀรับบัณฑิต ดังนั้นคณะพยาบาลคüรเร่งพัฒนาใĀ้บัณฑิตมี ทักþะด้านการĂ่าน เขียน ÿื่Ăÿารภาþาต่างประเทýใĀ้เพิ่มขึ้น 1.3 ทักþะด้านคüามเมตตากรุณา üินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion) มีค่าเฉลี่ยมาก ที่ÿุดและĂยู่ในระดับดี จึงคüรÿนับÿนุนใĀ้เป็นĂัตลักþณ์ ขĂงนักýึกþา มĀาüิทยาลัยราชธานีที่ü่า “คüามรู้ คู่ คุณธรรมต่Ăไป” 2. ข้อเÿนอแนะในการทำüิจัยครั้งต่อไป 2.1 คüรýึกþาเปรียบเทียบการรับรู้ขĂงĂาจารย์ ĀรืĂ Ăาจารย์พี่เลี้ยง เกี่ยüกับการรับรู้ทักþะ ýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลýาÿตร์ เพื่ĂใĀ้ทราบผลการüิจัยĂย่างรĂบด้าน 2.2 คüรมีการüิจัยเพื่ĂพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการÿĂนที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักþะด้านการ Ă่าน การเขียน และทักþะทางคณิตýาÿตร์ ขĂงนักýึกþาพยาบาล 12. เอกÿารอ้างอิง กมลรัตน์ เทĂร์เนĂร์ และคณะ. (2558). ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาลในüิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี ชลบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 25 (2). 178-193. กนกüรรณ ฉันธนะมงคล. (2562). จริยธรรมทางการพยาบาล. กรุงเทพฯ: ÿำนักพิมพ์จุāาฯ รุ่งนภา จันทรา และĂติญาณ์ ýรเกþตริน. (2560). ทักþะการเรียนรู้ýตüรรþที่ 21 ขĂงนักýึกþาพยาบาล üิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ÿุราþฎร์ธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุข ภาคใต้. 4 (1), 180-190. üิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพ: มูลนิธิÿยามกัมมาจล. ÿภาการพยาบาล. (2561). คุณสมบัตินักศึกษาพยาบาล. เข้าถึงจาก https://www.tnmc.or.th/news/124 ÿืบค้นเมื่Ă 18 มกราคม 2563.


การประชุมüิชาการและนำเÿนĂผลงานüิจัยระดับชาติ ราชธานีüิชาการ ครั้งที่ 5 “การüิจัยเพื่Ăการเปลี่ยนแปลง (Research to Make A CHANGE)” Ā น้ า | 79 ÿมüงþ์ แปลงประÿพโชค ÿมเดช บุญประจักþ์และจรรยา ภูĂุดม. (2551) ผลÿำรüจÿาเĀตุนักเรียนไทยĂ่Ăน คณิตýาÿตร์และแนüทางแก้ไข. วารสารคณิตศาสตร์. 53(599-601). 20-28. ÿำนักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา. (2563). สภาวะการศึกษาไทย 2561/2562 การปฏิรูปการศึกษาในยุค ดิจิทัล. กรุงเทพฯ: ÿำนักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา. ÿุนีย์รัตน์ บุญýิลป์ และคณะ. (2556). ทัýนคติเชิงจริยธรรมขĂงนักýึกþาพยาบาลในüิทยาลัยพยาบาล ÿังกัด ÿถาบันพระบรมราชชนก กระทรüงÿาธารณÿุข. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 22 (3), 64- 76. Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610. Trilling B, Fadel C. (2009). Learning and innovation skills. 21st century skills learning for life in our times. San Francisco: Jossey-Bass. Wikinso DM, Smallidge D, Boyd LD, Giblin L. (2015). Students’ perceptions of teaching method that bridge theory to practice in dental hygiene education. The Journal of Dental Hygeine; 9(15): 330-337.


26 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 กลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาล ÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21: การทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบ Teaching Strategies Enhancing Develop Soft Skills of Nursing Students Towards The 21st Century Skills: A systematic literature review ปุณณิภัÿÿ์ อริยะปรานต์, พย.ม., Ponnipass Ariyaprana, MN.S.1* ÿุลี ทองüิเชียร, ÿด., Sulee Tongvichean, Ph.D.2 ÿุภาüดี ÿมจิตต์, ýýม., Supawadee Somchit, M.A3 ÿุภัจฉรี มะกรครรภ์, üท.ม,. Supatcharee Makornkan, M.Sc.4 1 อาจารย์ประจำา, คณะพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 1 Instructor, Faculty of Nursing, Bangkokthonburi University 2 รองýาÿตราจารย์, คณะพยาบาลýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 2 Associate Professor, Faculty of Nursing, Bangkokthonburi University 3 ผู้ช่üยýาÿตราจารย์, คณะพยาบาลýาÿตร์ üิทยาลัยเซนต์Āลุยÿ์ 3 Assistant professor, Faculty of Nursing, Saint Louis College 4 อาจารย์ประจำา, คณะพยาบาลýาÿตร์มิชชั่น มĀาüิทยาลัยนานาชาติเอเชีย-แปซิฟิก 4 Instructor, Mission Faculty of Nursing, Asia-Pacifc International University *Corresponding Author Email: [email protected] Received: March 8, 2022 Revised: June 11, 2022 Accepted: June 20, 2022 บทคัดย่อ บทคüามนี้มีüัตถุประÿงค์เพื่อทบทüนกลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะ (Soft Skill) ของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่21โดยใช้PRISMA ในการÿังเคราะĀ์คüามรู้จากĀลักฐานเชิงประจักþ์ อย่างเป็นระบบ ทำาการýึกþาโดยÿืบค้นงานüิจัยจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิคÿ์PubMed, Science Direct, Sage Publication, ProQuest, CINAHL, EBSCO host, Google Scholar, และ ThaiJO นำามาÿังเคราะĀ์โดยคัดเลือก ผลงานüิจัยที่ýึกþาเกี่ยüกับกลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาล ตีพิมพ์ระĀü่างปีพ.ý. 2560 (2017) ถึง พ.ý. 2564 (2021) ผลการüิจัยพบĀลักฐานเชิงประจักþ์จำานüน 6 เรื่อง


27 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ÿามารถอธิบายเกี่ยüกับรูปแบบการจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะแĀ่ง ýตüรรþที่ 21 ได้4 แบบ ดังนี้1) แบบการทำางานร่üมกัน 2) แบบการเรียนรู้ผ่านทางการใĀ้บริการ 3) แบบเü็บ เป็นฐาน Āรือ เกมเป็นฐาน และ 4) การแÿดงบทบาทÿมมติผลการทบทüนüรรณกรรมครั้งนี้ชี้ใĀ้เĀ็นü่า กลยุทธ์ การจัดการเรียนรู้จะแตกต่างกันไปตามบริบทของÿาระüิชาเน้นที่ผู้เรียนเป็นÿำาคัญ คüามจำาเป็นในการพัฒนา นักýึกþาพยาบาลใĀ้มีจรณทักþะÿู่ýตüรรþที่21จะนำาไปÿู่การใĀ้บริการแก่ผู้ป่üยที่มีคุณภาพได้จากคüามÿามารถ ในการÿื่อÿาร การคิดüิเคราะĀ์คüามÿามารถในการแก้ไขÿถานการณ์เฉพาะĀน้าได้อย่างมีประÿิทธิภาพ คำ�สำ�คัญ : กลยุทธ์การจัดเรียนการÿอน จรณทักþะ นักýึกþาพยาบาล ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 Abstract This paper reviewed the existing researches on teaching strategies enhancing to develop soft skills of nursing students towards the 21st century skills. Following preferred reporting items for systematic reviews and meta-analyses (PRISMA), PubMed, Science Direct, Sage Publication, ProQuest, CINAHL, EBSCOhost, Google Scholar, and ThaiJO were included in electronic databases. Researches on teaching and learning strategies for developing the skills of nursing students published between 2017 and 2021 were included in the review, 6 papers were synthesized. Findings show that there are 4 types of teaching and learning management models for developing the skills of nursing students towards 21st century skills, as follows: 1) collaborative mentoring model 2) service learning model 3) Web-based or Game-based learning and 4) role playing. This review has pointed out that learning management strategies are varied based on the course context which placed the important on student-centered. Developing nursing students to have skills for the 21st century is imperative. This will lead to quality service to patients that conveyed from student’s capacity to communicate, think analytically, and efectively resolve immediate situations Keywords: Teaching strategies, Soft Skills, Nursing Students, The 21st Century Skills


28 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 บทนำา เป้าĀมายของแผนการýึกþาแĀ่งชาติระยะยาü 20 ปี(พ.ý.2560–2579) ได้กำาĀนดทิýทางการจัด การýึกþาของประเทýที่มุ่งจัดการýึกþาใĀ้คนไทย ทุกคนÿามารถเข้าถึงโอกาÿและคüามเÿมอภาค ในการýึกþาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริĀาร จัดการýึกþาที่มีประÿิทธิภาพ พัฒนากำาลังคนใĀ้มี ÿมรรถนะในการทำางานที่ÿอดคล้องกับคüามต้องการ ของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทý (ÿำานักงาน เลขาธิการÿภาการýึกþา, 2560) และเป้าĀมายของ แผนการจัดการอุดมýึกþาระยะยาü 15 ปี ฉบับที่ 3 (พ.ý.2560-2574) โดยพิจารณาองค์ประกอบในการพัฒนา คุณภาพการýึกþาระดับอุดมýึกþา (Quality) ได้แก่ การพัฒนาÿมรรถนะบัณฑิตใĀ้มีคüามÿมดุลของ Soft Skill และ Hard Skill (ÿุเมธ แย้มนุ่น, 2559) ซึ่งทักþะด้านซอล์ฟÿกิล เป็นคุณลักþณะÿำาคัญ ที่แÿดงถึงคüามÿามารถในการทำางานร่üมกับคน ที่เรียกü่า“เก่งคน” ประกอบด้üยĀลายทักþะเชื่อมโยงกัน เช่นทักþะด้านÿังคม ÿื่อÿารการแก้ปัญĀารüมทั้งทัýนคติ และลักþณะเฉพาะตัüของบุคคล ราชบัณฑิตยÿถาน (จินดารัตน์โพธิ์,2559)อธิบายซอล์ฟÿกิลโดยใช้คำาü่า “จรณทักþะ”ถือเป็นทักþะด้านคนและÿังคมที่ประกอบด้üย 1) ทักþะด้านการคิด 2) ทักþะด้านการทำางานร่üม กับผู้อื่น เช่น การÿื่อÿาร (Communication Skill) การพูดใĀ้ตรงแต่ไม่แรง (Assertiveness) ทักþะ การทำางานเป็นทีม (Teamwork & Collaboration) และ 3) ทักþะการถามและฟัง (Questioning & Listening Skills) น อ ก จ า กนี้ ซ อ ล์ฟ ÿ กิ ล ยังรüมถึงทักþะการโน้มน้าüจูงใจ เช่น ทักþะการขาย (Selling Skill) ทักþะการนำาเÿนอ(Presentation Skill) ทักþะการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skill) ในด้านการ บริĀารทรัพยากรบุคคล เรียกü่า ÿมรรถนะด้านเก่งคน ที่เพิ่มเÿริมจากÿมรรถนะด้านเก่งงาน ครอบคลุมÿมรรถนะ ด้านการบริĀารตนเอง บริĀารเüลา จัดการตนเอง จูงใจ ตนเองคüามมั่นใจในตนเอง เชาüน์อารมณ์และด้านการ ทำางานร่üมกับคนอื่น การจูงใจ การบริĀารทีมงาน การ ÿื่อÿาร การนำาเÿนอ การจัดการข้อโต้แย้ง การบริĀาร คนดื้อ การจัดการการเปลี่ยนแปลง (ÿำานักÿ่งเÿริมและ พัฒนาýักยภาพนักýึกþา ÿำานักงานปลัดกระทรüงการ อุดมýึกþา üิทยาýาÿตร์üิจัยและนüัตกรรม, 2562) จรณทักþะจะมีคüามเชื่อมโยงกับทักþะÿำาคัญ ÿำาĀรับผู้เรียนในอนาคตĀรือที่เรียกü่าทักþะการเรียนรู้ ในýตüรรþที่21ประกอบด้üยการอ่าน(Reading)การเขียน (Writing) คณิตýาÿตร์(Arithmetic) การคิดüิเคราะĀ์ (Critical Thinking) การÿื่อÿาร (Communication) การ่üมมือ (Collaboration) และคüามคิดÿร้างÿรรค์ (Creativity) ขณะเดียüกัน ยังเกี่ยüข้องกับ 10 ทักþะ ที่ต้องการในปี2020 คือ 1) การแก้ไขปัญĀาที่ซับซ้อน 2) การคิดüิเคราะĀ์3) คüามคิดÿร้างÿรรค์4) การ จัดการบุคคล 5) การทำางานร่üมกัน 6) คüามฉลาด ทางอารมณ์7) รู้จักประเมินและการตัดÿินใจ 8) มีใจ รักบริการ 9) การเจรจาต่อรอง 10) คüามยืดĀยุ่นทาง คüามคิด (üิจารณ์ พานิช, 2556) มาลีคำาคง ยุüนิดา อารมรมย์และÿุระพร ปุ้ยเจริญ (2563) ระบุü่าการจัด ก า รýึกþ าท างก า รพย าบ าลต้องจัดก า รเรียน รู้ ทั้งภาคทฤþฎีภาคทดลองและภาคปฏิบัติเพื่อĀล่อĀลอม ใĀ้ผู้เรียนเกิดองค์คüามรู้และทักþะที่เพียงพอในการ ปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างถูกต้องเĀมาะÿม การมี คüามรู้และทักþะทางเทคนิคเพียงด้านเดียüยังไม่เพียงพอ ที่จะดูแลผู้ป่üยได้อย่างปลอดภัยจำาเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เรียน ทุกคนต้องได้รับการพัฒนาทักþะที่ไม่ใช่ทางเทคนิค คüบคู่กันไปในทุกกระบüนการ Āมายถึงจรณทักþะที่ ไม่ใช่ทักþะด้านเทคนิคüิชาชีพ แต่เป็นทักþะทางปัญญา


29 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ทักþะทางÿังคมและทักþะรอบด้านอื่น ๆ ที่พยาบาล ต้องใช้ร่üมกับคüามรู้และทักþะทางเทคนิค ซึ่งเป็น องค์ประกอบที่จะช่üยเพิ่มคุณภาพทักþะทางเทคนิค ลดคüามผิดพลาด ช่üยเพิ่มคüามปลอดภัยในการดูแล ผู้ป่üย เป็นการลดปัญĀาด้านมนุþยÿัมพันธ์ในการ ปฏิบัติงาน ช่üยเพิ่มประÿิทธิภาพการเรียนรู้ทักþะทาง เทคนิคเพิ่มขึ้น ทำาใĀ้ทัýนคติของผู้เรียนต่อคüามปลอดภัย ของผู้ป่üยดีขึ้น (Raksami, อ้างใน มาลีคำาคง และ คณะ, 2563) การพัฒนาใĀ้ผู้เรียนมีจรณทักþะดังกล่าüจำาเป็น ต้องมีกลยุทธ์การÿอนที่ĀลากĀลาย ซึ่งนักüิชาการ Āลายท่านได้กล่าüไü้อาทิมารุต พัฒผล(2562) ที่กล่าüถึง แนüคิดการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนจะช่üยใĀ้นักพัฒนา ĀลักÿูตรÿามารถกำาĀนดจุดมุ่งĀมายทางการýึกþาได้ เป็นอย่างดีÿ่üนการýึกþาจิตüิทยาการเรียนรู้จะใช้ใน การกลั่นกรองจุดมุ่งĀมายการýึกþาใĀ้มีคüามเĀมาะÿม กับธรรมชาติและýักยภาพของผู้เรียน ซึ่งจากประกาý มาตรฐานคุณüุฒิระดับปริญญาตรีÿาขาพยาบาลýาÿตร์ พ.ý.2552 ได้กำาĀนดคุณลักþณะบัณฑิตที่พึงประÿงค์ ÿองประการที่เป็นจรณทักþะได้แก่การมีมนุþยÿัมพันธ์ ที่ดีมีภาüะผู้นำา ÿื่อÿารอย่างมีประÿิทธิภาพ ÿามารถ ทำางานเป็นทีมร่üมกับÿĀüิชาชีพ และ มีýรัทธาในüิชาชีพ การพยาบาลรüมทั้งมีคüามเชื่อมั่นในการพยาบาลและ คุณค่าแĀ่งตน การเรียนรู้ดังกล่าüจึงคüรเป็นการเรียนรู้ แบบบูรณาการจากประÿบการณ์จริงนอกĀ้องเรียน โดย นัยดังกล่าüจัดเป็นทักþะเก่งคน ซึ่งรüมถึงการมีทัýนคติ ที่ดีต่อตนเองและüิชาชีพ (ละเอียด แจ่มจันทร์ÿุภัจฉรี มะกรครรภ์และÿมฤดีกีรตüนิชเÿถียร, 2562) การ ทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบจะช่üยใĀ้คณาจารย์ และผู้เกี่ยüข้องกับการจัดĀลักÿูตรการเรียนการÿอน ÿาขาพยาบาลýาÿตร์ ได้เรียนรู้ข้อมูลจากĀลักฐาน เชิงประจักþ์เกี่ยüกับกลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอน เพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะ แĀ่งýตüรรþที่ 21 โดยการÿืบค้นบทคüามการüิจัยที่ ตีพิมพ์ตั้งแต่พ.ý.2560ถึง พ.ý.2564โดยÿืบค้นจากฐาน ข้อมูล PubMed, Science Direct, Sage Publication, ProQuest, CINAHL, EBSCOhost, Google Scholar, และ ThaiJO คัดเลือกงานüิจัยที่เกี่ยüข้องมาทำาการÿรุป องค์คüามรู้จากการüิจัยเกี่ยüกับรูปแบบการจัดการเรียน การÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 üัตถุประÿงค์ เพื่อทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบเกี่ยüกับ กลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะ ของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 กรอบแนüคิดการüิจัย เพื่อใĀ้ÿามารถกำาĀนดทิýทางการค้นคü้าได้ ตรงประเด็น และÿอดคล้องกับคำาถามการทบทüน üรรณกรรม ผู้üิจัยประยุกต์ใช้PICo Framework (อัจฉราคำามะทิตย์, 2564) ในการทบทüนงานüิจัยจาก การÿืบค้นงานüิจัยในฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกÿ์ตามคำา ÿำาคัญÿืบค้น คัดเลือกผลงานüิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ý. 2560 (2017) ถึง พ.ý. 2564 (2021) เพื่อใĀ้ได้ Āลักฐานเชิงประจักþ์ที่เกี่ยüกับกลยุทธ์การจัดการเรียน การÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 (ดังแผนภาพที่ 1)


30 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 üิธีดำาเนินการüิจัย รูปแบบการýึกþาเป็นการüิจัยแบบทบทüน üรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) พื้นที่ดำาเนินการýึกþา โดยการÿืบค้นจากฐานข้อมูล อิเล็กทรอนิคÿ์ที่ÿำาคัญของงานüิจัยด้านการแพทย์และ การพยาบาลได้แก่ PubMed, Science Direct, Sage Publication, ProQuest, CINAHL, EBSCOhost, Google Scholar, และ ThaiJO ตีพิมพ์ระĀü่าง พ.ý. 2560 (2017) ถึง พ.ý. 2564 (2021) ประชากรที่ ใช้ในการýึกþาüิจัยครั้งนี้คือรายงานüิจัยที่เกี่ยüข้องกับ รูปแบบการจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะ ของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 ในการýึกþาครั้งนี้ผู้üิจัยได้ÿร้างเครื่องมือขึ้น ตามกรอบแนüคิดและจากการทบทüนüรรณกรรม งานüิจัยที่เกี่ยüข้อง โดยเครื่องมือที่ใช้ในการýึกþา ได้แก่ แบบฟอร์มบันทึกข้อมูล และ แบบประเมิน คุณภาพรายงานüิจัยการเก็บข้อมูล และการประเมิน คุณภาพรายงานการüิจัยโดยผู้üิจัยอ่านรายงานüิจัยและ ดึงข้อมูล (data extraction) ลงในแบบฟอร์มบันทึก ข้อมูล การประเมินคุณภาพรายงานüิจัยตามแนüทาง ของ PRISMA (Liberati et al., 2009) โดยกำาĀนด เกณฑ์การคัดเลือกงานüิจัย (Inclusion criteria) ดังนี้ 1) เป็นงานüิจัยที่ýึกþาเกี่ยüกับการจัดการเรียนการ ÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 เป็นตัüแปรต้น 2) เป็นงาน üิจัยที่ýึกþาเกี่ยüกับผลลัพธ์ของรูปแบบการจัดการ เรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþา พยาบาลÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 เป็นตัüแปรตาม 3) เป็นงานüิจัยที่มีการตีพิมพ์ระĀü่างปีพ.ý. 2560 (2017) ถึง พ.ý. 2564 (2021) และ 4) เป็นงานüิจัย กึ่งทดลองที่ýึกþารูปแบบการจัดการเรียนการÿอน ÿำาĀรับนักýึกþาÿถาบันอุดมýึกþา ผลการÿืบค้นงานüิจัยเกี่ยüกับการจัดการเรียน การÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาล ÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 จากฐานข้อมูลที่กำาĀนด จำาแนกตามฐานข้อมูลที่ÿืบค้นและเกณฑ์การคัดเลือก เข้าÿู่การýึกþาดังแÿดงในแผนภาพที่2กำาĀนดคำาÿำาคัญ (keywords) ที่ใช้ในการÿืบค้นในฐานข้อมูลอิเล็คทรอนิกÿ์ ได้แก่ (ภาþาไทย) รูปแบบการเรียนการÿอน จรณทักþะ นักýึกþาพยาบาลปริญญาตรีทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 (ภาþาอังกฤþ) คำาที่ÿืบค้น Model of Teaching, Soft Skills, Undergraduate nursing students, The 21st Century Skills แผนภาพที่ 1 กรอบแนüคิดการüิจัย


31 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 แผนภาพที่ 2 ผลการคัดเลือกงานüิจัย PRISMA fow Diagram ผลการüิจัย จากการทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ที่มี การรüบรüมข้อมูลโดยใช้การÿืบค้นตามคำาÿำาคัญที่กำาĀนด ไü้พบü่ามีงานüิจัยเกี่ยüกับการจัดการเรียนการÿอน เพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาลÿู่ทักþะ แĀ่งýตüรรþที่ 21 ตามรายละเอียดดังนี้ การÿืบค้นจากฐานข้อมูลที่ PubMed, Science Direct, Sage Publication, ProQuest, CINAHL, EBSCOhost, Google Scholar,และ ThaiJO โดยใช้คำา ÿำาคัญ “Model of Teaching” AND “Soft Skills” AND “Undergraduate nursing students” AND “The 21st Century Skills”และ“รูปแบบการเรียนการÿอน” และ“จรณทักþะ” Āรือ“ซอล์ฟÿกิล”และ“นักýึกþา พยาบาลปริญญาตรี”และ“ทักþะแĀ่งýตüรรþที่21”พบ งานüิจัยจำานüน 5,645เรื่อง เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์คัด เข้าพบงานüิจัยผ่านเกณฑ์การประเมินงานüิจัยเบื้องต้น โดยประเมินชื่อเรื่องและบทคัดย่อ จำานüน 110 เรื่อง คัดออกจำานüน 7 เรื่อง เนื่องจากเป็นงานüิจัยที่ýึกþา กับผู้เรียนในĀลักÿูตรอื่นที่ไม่ใช่นักýึกþาพยาบาลเĀลือ จำานüน 103เรื่องคัดออกอีก97เรื่อง เนื่องจากมีเนื้อĀา ไม่ได้ทำาการýึกþาในกลุ่มนักýึกþาพยาบาลปริญญาตรี เĀลืองานüิจัยที่คัดเข้าจำานüน 6 เรื่อง (ดังแÿดงใน แผนภาพที่2ตารางที่1) งานที่ตีพิมพ์เป็นภาþาอังกฤþ ระĀü่างปีค.ý. 2021 จำานüน 3 เรื่อง (ร้อยละ 50) ปีค.ý. 2020 จำานüน 2 เรื่อง (ร้อยละ 33.33) และ ปีค.ý.2017จำานüน 1เรื่อง(ร้อยละ16.66) เมื่อพิจารณา ตามระดับของĀลักฐานเชิงประจักþ์เป็นรายงาน การüิเคราะĀ์เมตาĀรือการทบทüนอย่างเป็นระบบ จำานüน 1เรื่อง (ร้อยละ14.28)แบบผÿมผÿาน จำานüน 1


32 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 เรื่อง (ร้อยละ16.66) งานüิจัยเชิงพรรณาจำานüน 1เรื่อง (ร้อยละ 16.66) และเป็นงานüิจัยระดับ 3 Āรืองานüิจัย กึ่งทดลองมากที่ÿุดจำานüน 3 เรื่อง (ร้อยละ 50) การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณ ทักþะของนักýึกþาพยาบาล จากการทบทüนüรรณกรรม Āลักฐานเชิงประจักþ์ ทั้ง 6 เรื่อง ÿามารถอธิบายเกี่ยüกับกลยุทธ์การจัด การเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþา พยาบาลÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่21 แบ่งเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้ 1. การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการทำางาน ร่üมกัน (Collaborative mentoring model)จะเĀ็นได้ü่า นักýึกþาพยาบาลÿ่üนใĀญ่ 68.8% มีคüามเข้าใจใน จรณทักþะü่าเป็นทักþะที่จำาเป็น คüรได้รับการพัฒนา ในระĀü่างที่เรียนในĀลักÿูตรการýึกþาพยาบาล และ มีข้อเÿนอแนะü่าจรณทักþะเป็นÿิ่งÿำาคัญและจำาเป็นที่ จะช่üยÿ่งเÿริมพฤติกรรมการทำางานในÿภาพแüดล้อม ของการทำางานโดยเฉพาะเรื่องการÿื่อÿารกับผู้ใช้บริการ (Luke Laari, Barbara M. Dube, 2017) จากการ ทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบโดยบูรณาการใช้ ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกÿ์ชี้ใĀ้เĀ็นถึงคüามจำาเป็นเร่งด่üน ÿำาĀรับการพัฒนาจรณทักþะในการพยาบาล5 ประเด็น ดังนี้1)การแÿดงจรณทักþะในการพยาบาล2) ประโยชน์ ของจรณทักþะในการพยาบาล 3) คüามต้องการจรณ ทักþะในการพยาบาล 4) การปลูกฝังจรณทักþะ ใน การปฏิบัติการพยาบาล และ 5) การเชื่อมโยงระĀü่าง ทักþะĀลักทางการพยาบาลกับจรณทักþะที่ปรากฏขึ้น ผลการüิจัยแÿดงใĀ้เĀ็นü่าจรณทักþะคือคüามÿามารถ ด้านคüามรู้คüามเข้าใจและคüามÿามารถทางÿังคมที่ เติมเต็มทักþะทางüิชาชีพของพยาบาลในอุตÿาĀกรรม การดูแลÿุขภาพ จรณทักþะเปรียบเÿมือนกับออกซิเจน ที่จำาเป็นในการฟื้นคืนชีพที่ต้องใÿ่ใจนำามาใช้ในการ พยาบาลที่กำาลังจะตายลงไป Āน่üยงานกำากับดูแลคüรใĀ้ คüามÿนใจทำาการช่üยฟื้นคืนüิชาชีพÿำาĀรับการจัดการ ýึกþาในĀลักÿูตรพยาบาลýาÿตร์อย่างเร่งด่üน (Luke Laari, Oboshie Anim-Boamah, Christian Makafui Boso, 2021) 2. การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการเรียนรู้ ผ่านทางการใĀ้บริการ (Service Learning model) จะเĀ็นได้ü่า นักýึกþาพยาบาลÿ่üนใĀญ่ 88.6% เข้าใจ แนüคิดของจรณทักþะและเĀ็นด้üยü่าคüรเป็นÿ่üนĀนึ่ง ของการฝึกอบรมที่นักýึกþาพยาบาลในระĀü่างการฝึก อบรมüิชาชีพ และมีคüามจำาเป็นที่จะเพิ่มประÿิทธิภาพ การทำางานในÿภาพแüดล้อมทางคลินิกและปรับปรุง การÿื่อÿารกับผู้ใช้บริการของพüกเขา (Hardie, Darley, Catherine Redmond C, Laferty A, Jarvis S., 2021)จาก การüิจัยของมĀาüิทยาลัยซาริมัลเทียรา ประเทýอินโดนีเชีย (Sari Mutiara Indonesia University) ประชากรเป็น นักýึกþาพยาบาลชั้นปีที่2 และ 3 แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 25 คน กลุ่มคüบคุม 24 คน ทำาการüิจัยแบบกึ่งทดลอง โดยกลุ่มที่ได้intervention จะได้รับการประเมินด้üย Mini-CEX ÿ่üนกลุ่มคüบคุม ได้รับการประเมินด้üย แบบประเมินการÿังเกตตามปกติผลการýึกþาพบü่า ÿมรรถนะตนเองของกลุ่มคüบคุมอยู่ในระดับตำ่า(66.7%) และพบü่า Mini-CEX มีผลต่อการรับรู้คüามÿามารถ ตนเองของนักýึกþาพยาบาลที่เข้ารับการฝึกงานอย่างมี นัยÿำาคัญ p0.000 พบข้อเÿนอแนะคüรเน้น Mini-CEX ในระบบการýึกþาพยาบาลเพื่อพัฒนาÿมรรถนะตนเอง ของนักýึกþาพยาบาล ที่ต้องเผชิญกับคüามท้าทาย และคüามกดดันอย่างมาก ดังนั้นระบบการýึกþาคüร ÿนับÿนุนนักýึกþาพยาบาลในช่üงที่มีการฝึกงาน เพื่อ ปรับปรุงÿมรรถนะตนเอง (Martina, Purba, Sinaga, & Simanjuntak, 2021) จากผลการüิจัยกึ่งทดลองเกี่ยüกับคุณลักþณะ การเอาใจใÿ่ของนักýึกþาพยาบาลในภาคเรียนคู่ดีกü่า


33 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ภาคคี่ที่ 8.2% คุณลักþณะด้านüิชาชีพของ นักýึกþา พยาบาลในภาคเรียนคู่มีมากกü่าเกือบÿามเท่าของภาค เรียนคี่ที่37.5% คุณลักþณะในการเป็นนักกิจกรรมของ นักýึกþาพยาบาลในภาคการýึกþาคู่มากเป็นÿองเท่า เมื่อเทียบกับภาคการýึกþาคี่ที่ 33% เพýมีอิทธิพลต่อ คุณลักþณะการเอาใจใÿ่ของนักýึกþาพยาบาลที่p0.039 คüามแตกต่างของคุณลักþณะในด้านการเอาใจใÿ่การเป็น นักกิจกรรมและคüามเป็นüิชาชีพ ระĀü่างนักýึกþาพยาบาล ในภาคเรียนคู่ดีกü่าภาคคี่ ที่p 0.021ÿำาĀรับคุณลักþณะ การเอาใจใÿ่0.010ÿำาĀรับคุณลักþณะการเป็นนักกิจกรรม และ 0.001 ÿำาĀรับคุณลักþณะเชิงüิชาชีพ คุณลักþณะ การเอาใจใÿ่ของนักýึกþาพยาบาล ในภาคเรียนคู่ดีกü่า ภาคคี่ที่ 8.2% คุณลักþณะด้านüิชาชีพของนักýึกþา พยาบาลในภาคเรียนคู่มีมากกü่าเกือบÿามเท่าของภาค เรียนคี่ ที่37.5% คุณลักþณะในการเป็นนักกิจกรรมของ นักýึกþาพยาบาลในภาคการýึกþาคู่มากเป็นÿองเท่า เมื่อเทียบกับภาคการýึกþาคี่ที่ 33% เพýมีอิทธิพล ต่อคุณลักþณะการเอาใจใÿ่ของนักýึกþาพยาบาลที่ p 0.039 (Tri Hariti, Sri Rejeki, Ernawati, 2020) 3. การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบเü็บไซด์เป็นฐาน Āรือเกมเป็นฐาน(Web-based or Game-based learning) การฝึกทักþะซอล์ฟÿกิล ในÿภาพแüดล้อมเÿมือนจริง เพื่อเตรียมพร้อมÿำาĀรับÿถานการณ์ในชีüิตจริง จาก ผลการüิจัยนักýึกþาพยาบาลกลุ่มที่เรียนด้üยการใช้เü็บไซด์ เป็นฐาน (Web-based instruction: WBI) ที่แยกกลุ่ม ที่ÿอนด้üยüิธีปกติและแบบ WBI มอบĀมายงานใĀ้ทำา เĀมือนกัน เปรียบเทียบคะแนนÿอบ 3 ครั้ง พบü่ากลุ่ม ที่เรียนด้üย WBI มีคะแนนเฉลี่ยไม่แตกต่างกันอย่างมี นัยÿำาคัญ แม้ü่าภาพรüม WBI จะมีคะแนนเฉลี่ยÿูงกü่า เล็กน้อย(80.39 ± 7.54และ 82.44 ± 7.23)แต่ทักþะ ด้านการÿื่อÿารของกลุ่ม WBI จะดีกü่า รüมถึงทักþะ การเขียนและพฤติกรรมดีขึ้น แม้ü่าผลลัพธ์การเรียนรู้ ของทั้ง 2 กลุ่มจะไม่ต่างกัน แต่จะช่üยใĀ้นักýึกþา ÿามารถตัดÿินใจเลือกüิธีเรียนที่เĀมาะÿมกับตนเองได้ การÿอน WBI จะช่üยใĀ้นักýึกþาÿามารถเข้าถึงแĀล่ง ข้อมูลได้ไม่ü่าจะÿามารถเรียนจนÿำาเร็จĀรือไม่ก็ตาม (Leasure, AR, Davis, L & Thievon, SL, 2020) 4. การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการแÿดง บทบาทÿมมติ(Role playing teaching method) พบü่า ผู้เรียนมีคüามพึงพอใจกับการจัดการเรียนรู้แบบแÿดง บทบาทÿมมติมากกü่ากลุ่มที่เรียนตามปกติและÿังเกต การคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 ± 0.7คüามมั่นใจและ คüามÿามารถของผู้เรียนในการตรüจร่างกายที่คลินิก ดีขึ้นตามคüามคิดเĀ็นที่ได้รับจากพยาบาลในĀอผู้ป่üย และอาจารย์ผู้ÿอน (Ebrahim Aliafsari Mamaghani, sharareh ahmadzadeh, 2021)


34 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022ตารางที่ 1 ลักþณะของงานüิจัยตามเกณฑ์การคัดเข้า(n = 7) ผู้แต่ง/ ปีที่พิมพ์ รูปแบบ งานüิจัย ระยะเüลา การýึกþาประชากรüิธีการüิจัยผลการüิจัยÿรุปข้อเÿนอแนะระดับของ งานüิจัย 1) Martina SE, Purba IE, Sinaga J, Simanjuntak EH. (2021) การüิจัย กึ่งทดลอง กค.-ÿค. 2020 นักýึกþา พยาบาล ชั้นปีที่2- 3 ประเทý อินโดนีเซีย -เป็นงานüิจัยแบบกึ่งทดลอง ที่ไม่มีการÿุ่ม -กลุ่มตัüอย่างถูกแบ่งออก เป็น2กลุ่มกลุ่มทดลอง 25คนกลุ่มคüบคุม24คน โดยกลุ่มที่ได้intervention จะได้รับการประเมินด้üย Mini-CEX ÿ่üนกลุ่มคüบคุม ได้รับการประเมินด้üยแบบ ประเมินการÿังเกตตามปกติ - ÿมรรถนะตนเองของกลุ่ม คüบคุมอยู่ในระดับตำ่า (66.7%) - Mini-CEXมีผลต่อการรับรู้ คüามÿามารถตนเองของ นักýึกþาพยาบาลที่เข้ารับ การฝึกงานอย่างมีนัยÿำาคัญ (p=0.000) -คüรเน้น Mini-CEXในระบบ การýึกþาพยาบาลเพื่อพัฒนา ÿมรรถนะตนเองของนักýึกþา พยาบาลที่ต้องเผชิญกับคüาม ท้าทายและคüามกดดันอย่าง มากเพื่อปรับปรุงÿมรรถนะ ตนเอง 3 2) Luke Laari, Oboshie Anim-Boamah, Christian Makafui Boso. (2021) การทบทüน อย่างเป็นระบบ 2012 to 2020 ฐานข้อมูล อิเล็คทรอนิกÿ์ จำานüน 4ฐานข้อมูล -การทบทüนüรรณกรรม อย่างเป็นระบบโดยบูรณาการ ใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกÿ์ (CINAHL), PubMed, Medline on EBSCOhost and Google Scholar -การýึกþาจำานüน17ชิ้นงาน ผลการüิจัยชี้ใĀ้เĀ็นถึงคüาม จำาเป็นเร่งด่üนÿำาĀรับ การพัฒนาจรณทักþะ ในการพยาบาล5รูปแบบ -จรณทักþะเปรียบเÿมือนกับ ออกซิเจนที่จำาเป็นในการช่üย ฟื้นคืนชีพที่ต้องใÿ่ใจนำามาใช้ ในการพยาบาลที่กำาลังจะตาย ลงไปĀน่üยงานกำากับดูแล คüรเĀ็นการเรียกร้องใĀ้รüม จรณทักþะเข้าในĀลักÿูตรการ พยาบาลอย่างเร่งด่üน 1


35 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ผู้แต่ง/ ปีที่พิมพ์ รูปแบบ งานüิจัย ระยะเüลา การýึกþาประชากรüิธีการüิจัยผลการüิจัยÿรุปข้อเÿนอแนะระดับของ งานüิจัย 3) Ebrahim Aliafsari Mamaghani, sharareh ahmadzadeh. (2021) แบบผÿมผÿาน2018– 2021 นักýึกþา พยาบาล จำานüน 86คน ประเทý อิĀร่าน -เป็นงานüิจัยที่เป็นเชิง ปริมาณและเชิงคุณภาพ -โดยในเชิงปริมาณแบ่งกลุ่ม ตัüอย่างเป็น2กลุ่มคือ กลุ่มที่เรียนüิชาประเมิน ภาüะÿุขภาพที่ได้รับ ได้รับมอบĀมายใĀ้แÿดง บทบาทÿมมุติกับกลุ่ม ที่เรียนมาก่อนĀน้าแบบ ปกติที่ไม่ได้รับมอบĀมาย ใĀ้แÿดงบทบาทÿมมุติ ทำาการประเมินผลด้üย แบบüัดคüามมั่นใจใน ตนเองทำาการเปรียบเทียบ ระĀü่าง2กลุ่ม ÿ่üนการýึกþาเชิงคุณภาพ ใช้การÿัมภาþณ์เชิงลึกกับ กลุ่มนักเรียนครูผู้ÿอนและ พยาบาลปฏิบัติงาน บนĀอผู้ป่üย -นักเรียนพึงพอใจกับüิธีการ ÿอนแบบมอบĀมายใĀ้Role playing methodมากกü่า นักเรียนกลุ่มที่เรียนตามปกติ และÿังเกตการคะแนนเฉลี่ย เพิ่มขึ้นเป็น2.8 ± 0.7 -คüามมั่นใจและคüามÿามารถ ของนักเรียนในการตรüจ ร่างกายที่คลินิกดีขึ้นตาม คüามคิดเĀ็นที่ได้รับจาก พยาบาลในĀอผู้ป่üยและ อาจารย์ผู้ÿอน -การüิจัยไม่มีกลุ่มคüบคุมที่จะ ฝึกด้üยüิธีการÿอนแบบเดิม พร้อมๆกันกับกลุ่มที่ได้รับ มอบĀมายใĀ้Role playing methodดังนั้นเพื่อแก้ปัญĀานี้ จึงใช้นักýึกþาที่เคยผ่าน การฝึกอบรมมาก่อนด้üยüิธี ดั้งเดิมถูกนำามาใช้เป็นกลุ่ม คüบคุมแทน -กลุ่มคüบคุมที่เป็นนักýึกþา รุ่นก่อนก็ได้รับได้รับการ พิจารณาและÿอบถาม ประÿบการณ์ของครูผู้ÿอน และพยาบาลบนĀอผู้ป่üยที่มี ÿ่üนเกี่ยüข้องกับนักýึกþารุ่น ก่อนๆที่เรียนแบบปกติด้üย 2 ตารางที่ 1 (ต่อ)


36 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022ผู้แต่ง/ ปีที่พิมพ์รูปแบบ งานüิจัยระยะเüลา การýึกþาประชากรüิธีการüิจัยผลการüิจัยÿรุปข้อเÿนอแนะระดับของ งานüิจัย4) Leasure, AR, Davis, L & Thievon, SL. (2020)การüิจัยกึ่ง ทดลองไม่ระบุนักýึกþา พยาบาล มĀาüิทยาลัย โอคลาโฮมา ÿĀรัฐอเมริกาแบ่งกลุ่มตัüอย่างเป็น2กลุ่ม -กลุ่มที่ÿอนแบบปกติ48คน กลุ่มที่เรียนด้üย WBI 16คน - ÿอนüิชาüิจัยโดยแยกกลุ่มที่ ÿอนด้üยüิธีปกติและแบบ WBIมอบĀมายงานใĀ้ทำา เĀมือนกันĀลังจบ course ประเมินผล -เปรียบเทียบคะแนนÿอบ 3ครั้งพบü่ากลุ่มที่เรียนด้üย WBIมีคะแนนเฉลี่ยไม่ แตกต่างกันอย่างมีนัยÿำาคัญ แม้ü่าภาพรüม WBIจะมี คะแนนเฉลี่ยÿูงกü่าเล็กน้อย (80.39 ± 7.54และ82.44 ± 7.23) -แต่ทักþะด้านการÿื่อÿารของ กลุ่ม WBIจะดีกü่ารüมถึง ทักþะการเขียนและพฤติกรรม ดีขึ้น -แม้ü่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของ ทั้ง2กลุ่มจะไม่ต่างกัน แต่จะช่üยใĀ้นักýึกþาÿามารถ ตัดÿินใจเลือกüิธีเรียนที่ เĀมาะÿมกับตนเองได้ -การÿอน WBIจะช่üยใĀ้ นักýึกþาÿามารถเข้าถึง แĀล่งข้อมูลได้ไม่ü่าจะÿามารถ เรียนจนÿำาเร็จĀรือไม่ก็ตาม 3 ตารางที่ 1 (ต่อ)


37 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ผู้แต่ง/ ปีที่พิมพ์ รูปแบบ งานüิจัย ระยะเüลา การýึกþาประชากรüิธีการüิจัยผลการüิจัยÿรุปข้อเÿนอแนะระดับของ งานüิจัย 5) Hariti T, Tri Hariti, Sri Rejeki, Ernawati. (2020) การüิจัยกึ่ง ทดลอง 2017นักýึกþา พยาบาล ประเทý อินโดนีเซีย จำานüน123คน -รูปแบบการüิจัยและพัฒนา (R&D) ýึกþาในนักýึกþา พยาบาลในภาคการเรียนคู่ และคี่จำานüน60คนและ 63คนรüม123คน -เครื่องมือที่ใช้คือแบบประเมิน Professionals Character Questionnaire (PCQ) -คüามแตกต่างของ คุณลักþณะในด้านการเอา ใจใÿ่การเป็นนักกิจกรรม และคüามเป็นüิชาชีพ ของนักนักýึกþาพยาบาล ในภาคเรียนคู่ดีกü่าภาคคี่ ที่8.2% -คุณลักþณะด้านüิชาชีพ ของนักýึกþาพยาบาลใน ภาคเรียนคู่มีมากกü่าเกือบÿาม เท่าของภาคเรียนคี่ที่37.5% -เพýมีอิทธิพลต่อคุณลักþณะ การเอาใจใÿ่ของนักýึกþา พยาบาลที่ p-value 0.039 -คุณลักþณะการเอาใจใÿ่ ของนักýึกþาพยาบาล คณะพยาบาลýาÿตร์และ üิทยาýาÿตร์ÿุขภาพในภาค เรียนคู่ดีกü่าภาคคี่ -คุณลักþณะด้านüิชาชีพของ นักýึกþาพยาบาลใน ภาคเรียนคู่มีมากกü่าเกือบ ÿามเท่าของภาคเรียนคี่ -คุณลักþณะในการเป็น นักกิจกรรมของนักýึกþา พยาบาลในภาคการýึกþาคู่ มากเป็นÿองเท่าเมื่อเทียบกับ ภาคการýึกþาคี่ -เพýมีอิทธิพลต่อคุณลักþณะ การเอาใจใÿ่ของนักýึกþา พยาบาล 3 ตารางที่ 1 (ต่อ)


38 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022ผู้แต่ง/ ปีที่พิมพ์รูปแบบ งานüิจัยระยะเüลา การýึกþาประชากรüิธีการüิจัยผลการüิจัยÿรุปข้อเÿนอแนะระดับของ งานüิจัย6) Luke Laari, Barbara M. Dube. (2017)การüิจัย เชิงพรรณนา2015นักýึกþา พยาบาล ชั้นปี2-3 ประเทýกาน่า จำานüน220คนการตอบแบบÿอบถามถึง คüามเข้าใจเกี่ยüกับ ‘soft skills’ของนักýึกþาพยาบาลใช้üิธีÿุ่มตัüอย่าง อย่างมีระบบได้ผู้ตอบ แบบÿอบถามจำานüน110คน -นักýึกþาÿ่üนใĀญ่(68.8%) มีคüามเข้าใจ Soft skills และเĀ็นü่าเป็นทักþะที่ จำาเป็นคüรได้รับการพัฒนา ในระĀü่างที่เรียนในĀลักÿูตร พยาบาล - Soft skillsเป็นÿิ่งÿำาคัญ และจำาเป็นÿำาĀรับนักýึกþา พยาบาลเป็นÿ่üนที่จะช่üย ÿ่งเÿริมพฤติกรรมการทำางาน ในÿภาพแüดล้อมของการ ทำางานโดยเฉพาะเรื่องการ ÿื่อÿารกับผู้ใช้บริการ -ได้เข้าใจในแนüคิดพื้นฐาน ของ Soft skill แต่ก็ยังขาด องค์คüามรู้ที่ÿามารถพิÿูจน์ ถึงคüามเกี่ยüข้องในทักþะ ดังกล่าüมีข้อเÿนอแนะใĀ้ ทำาการýึกþาüิจัยเพิ่มเติม 1 ตารางที่ 1 (ต่อ)


39 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 อภิปรายผลการüิจัย จากการÿืบค้นพบü่ามีงานüิจัยที่เกี่ยüข้อง ที่ÿามารถเข้าถึงในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกÿ์ซึ่ง ผู้ýึกþาได้ประเมินแล้üü่าอยู่ในมาตรฐานงานüิจัยที่นำา มาทบทüนüรรณกรรมและอ้างอิงจำานüน 6 เรื่อง ซึ่ง ประเด็นการค้นพบกลยุทธ์การจัดการเรียนการÿอน เพื่อพัฒนาจรณทักþะของนักýึกþาพยาบาล แบ่งเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้1) การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบ การทำางานร่üมกัน 2) การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบ การเรียนรู้ผ่านทางการใĀ้บริการ (Service Learning model) 3) การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการเรียนรู้ แบบเü็บเป็นฐาน Āรือ เกมเป็นฐาน 4) การจัดการเรียน การÿอนรูปแบบการแÿดงบทบาทÿมมติ การนำากลยุทธ์ที่ค้นพบไปประยุกต์ใช้ในการจัด การเรียนการÿอนทั้งĀมดจะเป็นลักþณะของการจัด การเรียนการÿอนที่มุ่งใĀ้นักýึกþาพยาบาลจะต้อง เรียนรู้และพัฒนาจรณทักþะไม่ü่าจะเป็นการจัดการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนĀรือนอกชั้นเรียน (ÿำานักÿ่งเÿริม และพัฒนาýักยภาพนักýึกþา, 2562) จากการทบทüน รูปแบบการจัดการเรียนการÿอนในการÿร้างเÿริม จรณทักþะ พบÿมมติฐานพื้นฐาน 2 ประการ คือ 1)การเรียนรู้เป็นกระบüนการธรรมชาติของมนุþย์และ 2) บุคคลมีแนüทางการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน โดยบทบาท ผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนจากผู้รับคüามรู้(Receiver) ไปÿู่การ มีÿ่üนร่üมในการÿร้างคüามรู้(Co-creators) (Felder & Brent,1996)ซึ่งจะเกิดขึ้นจากการที่นักýึกþาพยาบาล ได้เข้าร่üมกิจกรรมในการเรียนการÿอนรูปแบบต่าง ๆ อย่างเช่นการจัดการเรียนการÿอนรูปแบบพี่เลี้ยง การทำางานร่üมกัน (Collaborative mentoring model) Āรือการจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการเรียนรู้ผ่านทาง การใĀ้บริการ (Service Learning model) ถือเป็น การÿร้างคüามตระĀนักรู้ในตัüเองจากการทำางานร่üมกัน มีการประชุมปรึกþาĀารือกันในการจัดบริการใĀ้กับ ผู้รับบริการ ÿอดคล้องกับการýึกþาผลการจัดการเรียน การÿอนแบบÿĀÿาขาüิชาชีพ( Interprofessional Education : IPE) เรื่องการÿ่งเÿริมÿุขภาพĀญิงตั้งครรภ์ปกติต่อÿมรรถนะ ในการทำางานร่üมกันแบบÿĀÿาขาüิชาชีพจัดการýึกþา พบü่าÿมรรถนะในการทำางานร่üมกันแบบÿĀÿาขาüิชาชีพ ของนักýึกþาพยาบาลĀลักÿูตรพยาบาลýาÿตรบัณฑิต üิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีชลบุรีและนักýึกþา Āลักÿูตรแพทย์แผนไทยüิทยาลัยการÿาธารณÿุขÿิรินธร จังĀüัดชลบุรีก่อนและĀลังการเข้าร่üมกิจกรรมแตกต่าง กันอย่างมีนัยÿำาคัญทางÿถิติที่ระดับ .01 โดยĀลังการ เข้าร่üมกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยÿูงกü่าก่อนการเข้าร่üมกิจกรรม (ธัญญมล ÿุริยานิมิตÿุข และคณะ, 2563) นอกจากนี้ การจัดการเรียนการÿอนรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยี โดยใช้เü็บไซต์Āรือเกมเป็นเป็นแนüทางการจัดการýึกþา เพื่อพัฒนาคนในช่üงüัย Generation Z ด้üยเทคโนโลยี ขั้นÿูงที่ทำาĀน้าที่เป็นตัüเชื่อมปฏิÿัมพันธ์ระĀü่างบุคคล (ดนุลดา จามจุรี, 2563) และการจัดการเรียนการÿอน รูปแบบการแÿดงบทบาทÿมมติก็มีÿ่üนช่üยÿนับÿนุน เกี่ยüกับคüามคิดÿร้างÿรรค์การทำางานเป็นทีม การปรับตัü เข้ากับÿภาพแüดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามÿถานการณ์ ซึ่งจะเĀ็นได้ü่ารูปแบบการจัดการเรียนการÿอนเพื่อ พัฒนาจรณทักþะ (Soft Skills) ของนักýึกþาพยาบาล ÿู่ทักþะแĀ่งýตüรรþที่ 21 มีคüามÿำาคัญซึ่งในแต่ละ บุคคลอาจมีต้นทุนลักþณะเฉพาะบุคคล Āรืออุปนิÿัย ที่แตกต่างกัน แต่จรณทักþะÿามารถพัฒนาใĀ้เกิดขึ้นได้ ในช่üงระยะเüลาที่ýึกþาในĀลักÿูตรพยาบาลýาÿตร์บัณฑิต เป็นการเรียนรู้ที่นักýึกþาจะได้รับและÿะÿมบ่มเพาะ ตั้งแต่เริ่มต้นเข้ามาเรียน อาจารย์ผู้ÿอนซึ่งทำาĀน้าที่ เป็นเĀมือนผู้ÿนับÿนุนการเรียนรู้(Mentor) เพื่อใĀ้ได้ บัณฑิตพยาบาลที่พึงประÿงค์ÿามารถประกอบอาชีพ การทำางานร่üมกับผู้อื่นได้โดยมีคüามÿามารถเก่ง ทั้งคนและเก่งทั้งงานเป็นที่ยอมรับและต้องการของ ผู้ใช้บริการต่อไป


40 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 ÿรุป การจัดการเรียนการÿอนเพื่อพัฒนาจรณทักþะ เป็นÿิ่งÿำาคัญÿำาĀรับพัฒนานักýึกþาพยาบาลใĀ้มี ทักþะ แĀ่งýตüรรþที่ 21 ทำาใĀ้เกิดคüามแตกต่างทาง คุณลักþณะแก่บุคคลในทีมพยาบาลมืออาชีพด้üยการ พยายามจัดการเรียนการÿอนที่ĀลากĀลายนอกจาก จะเป็นการจัดการเรียนการÿอนที่ใĀ้เĀมาะÿมกับผู้เรียน เป็นÿำาคัญแล้üยังแÿดงถึงคüามโดดเด่นในลักþณะของ การเป็นผู้นำาและผู้ตามที่ดีจากการมีทักþะการติดต่อ ÿื่อÿารกับผู้คน และ เกิดคüามมั่นใจในการทำางาน มีคüามเป็นมืออาชีพที่รอบรู้มากขึ้นและใĀ้การดูแล ผู้ป่üยอย่างดีที่ÿุด ข้อเÿนอแนะ จรณทักþะได้แก่ ทักþะการติดต่อÿื่อÿาร ทักþะ การทำางานเป็นทีม การมีภาüะผู้นำา ทักþะการแก้ปัญĀา และการคิดอย่างมีüิจารณญาณ การมีคüามคิด ÿร้างÿรรค์ ทักþะด้านมนุþย์ÿัมพันธ์ ทักþะการจูงใจ และการมีคüามยืดĀยุ่นในการทำางาน เป็นทักþะที่ÿำาคัญ ยิ่งที่พยาบาลจำาเป็นจะต้องเรียนรู้และพัฒนาโดยจัดใĀ้มี การเรียนรู้อย่างÿมำ่าเÿมอต่อเนื่อง ด้üยกลยุทธ์การÿอน ที่ĀลากĀลายดังกล่าü เอกÿารอ้างอิง จินดารัตน์โพธิ์.(2559).จรณทักþะ.ÿำานักงานราชบัณฑิตยÿภา. ÿืบค้นจาก: http://legacy.orst.go.th/ ชัชüาล üงค์ÿารีÿุระพรรณ พนมฤทธิ์ ÿายÿมร เฉลยกิตติüลัยนารีพรมลาธนันต์นิภาภัคýุขนิธิüัฒน์ และÿุทธิชารัตน์เจริญพงý์. (2564).การÿังเคราะĀ์ งานüิจัยเชิงทดลองและกึ่งทดลองÿำาĀรับการ ÿ่งเÿริมÿุขภาพผู้ÿูงอายุไทยในปัจจุบัน. üารÿาร ÿุขภาพกับการจัดการÿุขภาพ, 7(2), 16-29. ดนุลดาจามจุรี. (2563).การออกแบบการเรียนรู้ÿำาĀรับ ผู้เรียน Gen Z. กรุงเทพฯ: บัณฑิตüิทยาลัย มĀาüิทยาลัยýรีนครินทรüิโรฒ. ทัýนีย์เกริกกุลธร, ประกริตรัชüัตร์,และüิภาýิรินราพงþ์. (2013).การใช้Āลักฐานเชิงประจักþ์กับการเรียนรู้ ÿู่อัตลักþณ์บัณฑิตüิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ÿระบุรี. EAU Heritage Journal,7(2),108-119. ปกรณ์ โปรยรุ่งโรจน์และณกมล จันทร์ÿม. (2564). ปัจจัยด้านจรณทักþะ (Soft Skill) ที่ÿ่งผลต่อ ประÿิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานกลุ่ม เจเนอเรชั่นüายในกรุงเทพมĀานคร. üารÿาร รัชต์ภาคย์, 15(42), 117-128. ไพรüัลย์โคตรตะÿุüิมลโพธิ์กลิ่น และอภิชัยกรมเมือง. (2560).อนาคตภาพของการจัดการýึกþาĀลักÿูตร พยาบาลýาÿตรบัณฑิตในบริบทประชาคมอาเซียน. JOURNAL OF HEALTH SCIENCE RESEARCH. 11(2), 18-27. มารุตพัฒผล. (2562).รูปแบบการพัฒนาĀลักÿูตรร่üมÿมัย. กรุงเทพมĀานคร: ýูนย์ผู้นำานüัตกรรมĀลักÿูตร และการเรียนรู้.


41 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 มาลีคำาคงยุüนิดาอารมรมย์และÿุระพรปุ้ยเจริญ. (2563). ทักþะที่ไม่ใช่ทางเทคนิค: การจัดการเรียนรู้ ภาคปฏิบัติทางการพยาบาล. üารÿารเครือข่าย üิทยาลัยพยาบาลและการÿาธารณÿุขภาคใต้, 7(6), 312-323. ละเอียด แจ่มจันทร์, ÿุภัจฉรีมะกรครรภ์, และ ÿมฤดี กีรตüนิชเÿถียร. (2562). การพัฒนาซอล์ฟÿกิล ของนักýึกþาพยาบาลการเรียนรู้จากเครือข่าย คüามร่üมมือประกันคุณภาพการýึกþา.üารÿาร พยาบาลÿาธารณÿุข, 33(2), 130-140. üิจารณ์ พานิช. (2556). üิถีÿร้างการเรียนรู้เพื่อýิþย์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมĀานคร: ฝ่ายโรงพิมพ์ บริþัท ตถาตา พับลิเคชั่น. üิริยาโพธิ์ขüางชนกจามพัฒน์เบญจüรรณงามüงý์üิüัฒน์ นงนุชüงý์ÿü่างและÿุภาเพ็ญ ปาณะüัฒนพิÿุทธิ์. (2562).การเตรียมรายงานüิจัยต้นฉบับและการ ประเมินคุณภาพงานüิจัยทางการพยาบาลและ ÿาธารณÿุข. The Journal of Baromarajonani College of Nusing, Nakhonratchasima, 25(2), 194-212. ÿภาการพยาบาล. (2561). ÿมรรถนะĀลักของผู้ÿำาเร็จ การýึกþาระดับปริญญาตรีปริญญาโท ปริญญา เอกÿาขาพยาบาลýาÿตร์Āลักÿูตรฝึกอบรมการ พยาบาลขั้นÿูงระดับüุฒิบัตรและได้รับüุฒิบัตร/ Āนังÿืออนุมัติแÿดงคüามรู้คüามชำานาญ ทางการ พยาบาลและการผดุงครรภ์และการพยาบาล เฉพาะÿาขาทางÿาขาพยาบาลýาÿตร์. ÿืบค้น จาก: https://www.tnmc.or.th/news/124 ÿุเมธแย้มนุ่น. (2559). เอกÿารนำาเÿนอเรื่องการüางแผน เพื่อการเปลี่ยนแปลงของระบบอุดมýึกþาใน ระยะ 15 ปี(ประธานคณะอนุกรรมการกรอบ แผนอุดมýึกþาระยะยาü 15 ปีฉบับที่ 3 (พ.ý. 2560-2574) และแผนพัฒนาการýึกþาระดับ อุดมýึกþา ฉบับที่ 12 (พ.ý. 2560-2564). ÿืบค้นจาก: https://www.stou.ac.th/ofces/ opr/planning/pl_main_v2.1/roadmap20/ Document/07.pdf ÿำานักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา. (2560). แผนการýึกþา แĀ่งชาติพ.ý.2560-2574.กรุงเทพฯ: พริกĀüาน กราฟฟิค จำากัด. ÿืบค้นจาก : http://www. lampang.go.th/public60/EducationPlan2. pdf ÿำานักงานเลขาธิการÿภาการýึกþา. (2563).“ทักþะเด็ด 2020”:üัคซีนทักþะปะทะDIGITAL DISRUPTION. ÿืบค้นจาก: http://www.onec.go.th/index. php/page/view/Outstand/4036 ÿำานักÿ่งเÿริมและพัฒนาýักยภาพนักýึกþา ÿำานักงาน ปลัดกระทรüงการอุดมýึกþา üิทยาýาÿตร์üิจัย และนüัตกรรม. (2562). ยุทธýาÿตร์การพัฒนา นิÿิต นักýึกþาในÿถาบันอุดมýึกþา (พ.ý. 2560 - 2564). (พิมพ์ครั้งที่ 2). ÿืบค้นจาก: https://sdd. snru.ac.th/wp-content/uploads/2020 อัจฉรา คำามะทิตย์. (2564). Āลักฐานเชิงประจักþ์ ทางการพยาบาล: ค้นĀา üิเคราะĀ์และนำาไป ใช้อย่างไร. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health, 8(2), 315-328.


42 วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2565 Journal of Health and Health Management Vol. 8 No. 1 JANUARY-JUNE 2022 อัจฉรา คำามะทิตย์และมัลลิกา มากรัตน์. (2559). การ ทบทüนüรรณกรรมอย่างเป็นระบบ: üิธีการ ปฏิบัติทีละขั้นตอน. üารÿารเครือข่ายüิทยาลัย พยาบาลและการÿาธารณÿุขภาคใต้, 3(3), 246-259. Liberati, A., Altman, D. G., Tetzlaf, J., Mulrow, C., Gøtzsche, P. C., Ioannidis, J. P., ... & Moher, D. (2009). The PRISMA statement for reporting systematic reviews and meta-analyses of studies that evaluate health care interventions: explanation and elaboration. Journal of clinical epidemiology, 62(10), 1-34. Ebrahim Aliafsari Mamaghani, sharareh ahmadzadeh. (2021). Role Playing Is a Useful Method for Teaching Physical Examinations, doi: https://doi. org/10.21203/rs.3.rs-582816/v1 Felder, R. M., & Brent, R. (1996). Navigating the bumpy road to student-centered instruction. College teaching, 44(2), 43-47. Hardie P, Darley A, Catherine Redmond C, Laferty A, Jarvis S. (2021). Interpersonal and communication skills development in nursing preceptorship education and training programmes: a scoping review protocol. HRB Open Research 2021, 4(9), https://doi.org/10.12688/ hrbopenres.13201.2 Hariti, T., & Rejeki, S. (2020). Strengthening soft skills as the character of student nurses through the preceptorship management model. Enfermeria Clinica, 30(6), 64-68. Holly C, Salmond S, Saimbert M. Comprehensive systematic review for advanced.practice nursing (2nded). New York: Springer Publishing Company; 2017. Luke Laari, Barbara M. Dube. (2017). Nursing students’ perceptions of soft skills training in Ghana. Curationis. 3(1), 54-61. Luke Laari, Oboshie Anim-Boamah, Christian Makafui Boso. (2021). Integrative review of soft skills the desirable traits and skills in nursing practise, doi: https://doi. org/10.21203/rs.3.rs-605637/v1 Martina, S. E., Purba, I. E., Sinaga, J., & Simanjuntak, E. H. (2022). Selfefcacy impact of the Mini-CEX among nursing students in North Sumatera, Indonesia. Journal of Public Health Research, 11(2).


Click to View FlipBook Version