The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 1 หลักสูตรบูรณาการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ka_poo_ja, 2022-05-14 09:51:35

บทที่ 1 หลักสูตรบูรณาการ

บทที่ 1 หลักสูตรบูรณาการ

Keywords: หลักสูตรบูรณาการ

หลกั สตู รบรู ณาการ

จอห์น ดวิ อ้ี ปราชญ์ทางการศกึ ษาชาวอเมรกิ า ไดอ้ ธิบายถงึ ความจาเป็นทโี่ รงเรียน
ต้องจดั ใหม้ ีการสอนแบบ “บูรณาการ” ( Integrate curriculum) หรอื การ
เช่อื มโยงเน้อื หาวชิ าการตา่ ง ๆ เข้าดว้ ยกนั โดยไม่เน้นการเรยี นเป็นรายวิชา วา่
ปัญหาอุปกสรรค รวมทั้งประสบการณต์ า่ ง ๆ ในชวี ติ ของมนุษยน์ ้นั จะผสมผสานกัน
มไิ ดแ้ ยกออกเป็นสว่ น ๆ ทง้ั น้ี มนุษยจ์ าเปน็ ต้องใช้ทกั ษะหลายประการในการเรียนรู้
จากประสบการณ์ รวมทง้ั ในการแกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขึน้ ในชวี ิต ไม่วา่ จะเปน็
ปญั หาง่าย ๆ หรือซับซ้อนเพยี งใดกต็ าม แต่การทีโ่ รงเรยี นเนน้ การสอนแยก
เน้อื หาวิชา จะทาให้การเรยี นน้ันไม่สอดคลอ้ งกับชวี ิตจรงิ ของนกั เรียน เพราะเดก็
มองไมเ่ ห็นความเชือ่ มโยงของสิง่ ที่เรยี น กับสิง่ ที่เปน็ ไปในชวี ิตจรงิ นอกโรงเรียน
ดังน้นั หลักสตู ทเี่ น้นการสอนแบบบูรณาการจะสอดคลอ้ งกบั ชวี ติ จริงของเด็ก
มากกวา่ โดยจะชว่ ยใหน้ ักเรียนเข้าใจและมองเหน็ ความสมั พันธเ์ ชื่อมโยงของ
เน้อื หาวิชาตา่ ง ๆ ท้งั ยังกระตุ้นใหเ้ ด็กใฝ่เรียนรู้ เน่ืองจากเขาสามารถนาเน้อื หาและ
ทักษะท่เี รียนไปใช้ในชีวิตจรงิ

หลกั สูตรบูรณาการ

หลกั สตู รบูรณาการ
หลกั สูตรบรู ณาการ (The Integrated Curriculum) หมายถึง เปน็ หลกั สตู รที่พัฒนามาจาก
หลกั สูตรกว้างโดยนาเอาเน้ือหาของวชิ าต่างๆ มาหลอมรวม ทาให้เปน็ เอกลักษณ์ของแต่ละวิชาหมดไป
การผสมผสานเน้อื หาของวชิ าตา่ งๆ เข้าเป็นเนื้อเดียวกนั ทาไดห้ ลายวิธี ซงึ่ จะไดช้ ใี้ หเ้ ห็นต่อไปอย่างไรก็
ตามทม่ี กี ารจัดทาหลักสูตรบูรณาการข้ึนไมใ่ ชเ่ พียงเพ่ือแก้ไขขอ้ บกพร่องของหลักสตู รหลายวิชาเทา่ น้ันมี
เหตผุ ลและความคิดพ้ืนฐานซึง่ สนบั สนุนอยดู่ ว้ ยจะขออธิบายให้ทราบโดยสงั เขปดังต่อไปนี้
การสอนแบบบรู ณาการ หมายถึง การจดั การเรียนรโู้ ดยการเช่ือมโยงเน้อื หาความรู้ท่เี กยี่ วข้องจาก
ศาสตร์ตา่ งๆ ของรายวิชาเดียวกันหรอื รายวชิ าตา่ งๆ มาใช้ในการจดั การเรียนรเู้ พอ่ื ใหผ้ ้เู รียนสามารถนา
ความคดิ รวบยอดของศาสตรต์ ่างๆ มาใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้
สาหรับการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning Management) หมายถงึ
กระบวนการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ตามความสนใจ ความสามารถ โดยเช่ือมโยงเนือ้ หาสาระของ
ศาสตร์ตา่ งๆ ที่เกย่ี วขอ้ งสัมพันธ์กันให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สามารถนาความรู้ ทกั ษะและ เจตคติ
ไปสรา้ งงาน แกป้ ัญหาและใชใ้ นชีวิตประจาวันไดด้ ้วยตนเอง

เหตุผลและพน้ื ฐานความคดิ

1. ส่ิงต่างๆ ทเ่ี กิดขึน้ ในชีวติ ประจาวนั น้นั จะเป็นสง่ิ ทเ่ี กี่ยวเนอ่ื งสมั พนั ธ์กนั กับศาสตรใ์ น สาขาตา่ งๆ
ผสมผสานกนั ทาให้ผูเ้ รยี นท่ีเรียนรูศ้ าสตร์เดย่ี วๆ มาไมส่ ามารถนาความรมู้ าใชใ้ นการ แกป้ ญั หาได้
ดังนั้นการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการจะชว่ ยให้สามารถนาความรู้ ทักษะจากหลายๆ ศาสตรม์ า
แกป้ ญั หาไดก้ บั ชีวติ จรงิ

2. การจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ ทาใหเ้ กิดความสมั พันธ์เช่ือมโยงความคิดรวบยอด ของศาสตร์
ตา่ งๆ เขา้ ด้วยกันทาใหเ้ กิดการถา่ ยโอนการเรยี นรู้ (Transfer of learning) ของศาสตร์ต่างๆ เข้า
ดว้ ยกันทาใหผ้ เู้ รียนมองเหน็ ประโยชนข์ องส่งิ ทีเ่ รยี นและนาไปใชจ้ ริงได้

3. การจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการช่วยลดความซ้าซอ้ นของเนอ้ื หารายวิชาตา่ งๆ ใน หลักสตู รจึงทา
ใหล้ ดเวลาในการเรียนรู้เนอ้ื หาบางอยา่ งลงได้ แล้วไปเพิม่ เวลาให้เนื้อหาใหมๆ่ เพ่ิมขนึ้

4. การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถในหลายๆ ดา้ นของ ผู้เรยี นชว่ ยสร้าง
ความรู้ ทกั ษะและเจตคติ “แบบพหุปญั ญา” (Multiple intelligence)

5. การจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการจะสอดคล้องกบั ทฤษฎีการสรา้ งความรูโ้ ดยผูเ้ รยี น
(Constructivism) ที่กาลังแพร่หลายในปัจจบุ ัน

ลกั ษณะของหลักสูตรบรู ณาการทีด่ ี

1. บูรณาการระหว่างความรแู้ ละกระบวนการเรียนรู้ แต่เดิมเมื่อสภาพและปญั หาสังคม
ยังไม่สลบั ซบั ซอ้ น และปรมิ าณเนื้อหาก็ยังไม่มมี ากนกั การเรยี นรซู้ งึ่ ใช้วธิ ีการถา่ ยทอด
ความรูอ้ ย่างง่ายๆ เช่นการบอกเล่า การบรรยาย และการทอ่ งจา อาจทาไดโ้ ดยไมม่ ี
ปญั หาอะไรในกรณนี ีค้ วามสมั พันธ์ระหวา่ งความรกู้ ับกระบวนการเรยี นรู้เกอื บไม่มีอยเู่ ลย
และการเรียนรู้ก็นับวา่ มปี ระสิทธิภาพพอสมควร แตใ่ นปัจจุบนั ปรมิ าณความรมู้ มี าก
สภาพและปญั หาสงั คมสลับซับซอ้ น การเรยี นรจู้ ะกระทาอยา่ งเดมิ ยอ่ มไม่ได้ผลดี ถา้ จะ
ใหก้ ารเรยี นรมู้ ีประสทิ ธิภาพเราจาเป็นตอ้ งใหก้ ระบวนการการเรยี นรมู้ คี วามสมั พนั ธ์อยา่ ง
ใกลช้ ดิ กบั ความรู้ ทง้ั นห้ี มายความว่าผ้เู รยี นจะต้องทราบว่าตนจะแสวงหาความรูไ้ ด้
อยา่ งไรและด้วยกระบวนการอยา่ งไร

ลักษณะของหลักสตู รบรู ณาการท่ดี ี

2. บรู ณาการระหว่างพฒั นาการทางความรู้และพฒั นาการทางจิตใจ มผี ู้กล่าวตาหนิวา่
การศกึ ษามกั จะใหค้ วามเอาใจใสต่ ่อการพฒั นาจติ ใจนอ้ ยไป คอื มุ่งในด้านพทุ ธิพสิ ยั อนั
ได้แก่ความรคู้ วามคิดและการแกป้ ญั หา มากกว่าด้านจิตพิสยั คอื เจตคติ ค่านิยม ความ
สนใจ และความสนุ ทรียภาพซ่งึ ตามความเปน็ จรงิ แล้วทง้ั พุทธพิ สิ ัยและจิตพิสยั กม็ ี
ความสาคัญไม่ยงิ่ หย่อนไปกวา่ กัน และเป็นสง่ิ ท่แี ยกกันไมอ่ อก เพราะการเรยี นรวู้ ชิ าการ
หรือทักษะในด้านหนึง่ ดา้ นใดโดยปราศจากความรสู้ กึ ในคุณคา่ ของส่งิ ทเ่ี รยี น ยอ่ มเปน็ ไป
ไม่ได้ ในทางกลบั กันถ้าผู้เรยี นได้รับประสบการณ์ท่ีสรา้ งความรู้สึกพงึ พอใจและประทบั ใจ
ก็จะมุ่งมั่นในการเรียนและเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพด้วยเหตุนีก้ ารสรา้ งบรู ณาการ
ระหว่างความรูแ้ ละจติ ใจจงึ เปน็ สิ่งจาเป็น

ลกั ษณะของหลกั สูตรบรู ณาการที่ดี

3. บรู ณาการระหว่างความรู้และการกระทา การสรา้ งสหสัมพันธร์ ะหวา่ งความรู้
และ การกระทามีความสาคญั ไมย่ ิง่ หยอ่ นไปกวา่ ระหว่างความรแู้ ละจติ ใจ โดยเฉพาะใน
ดา้ นจรยิ ศกึ ษาการเรยี นร้เู ร่ืองค่านิยมและการส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนมคี วามสามารถในการ
เลอื กคา่ นยิ มท่ีเหมาะสมจะปรากฏผลดหี รือไมย่ อมข้นึ อยูก่ บั พฤติกรรมหรอื การ
แสดงออกของผ้เู รียน การแยกความรอู้ อกจากการกระทาก็เหมอื นกบั การแยกหลกั สตู ร
ออกเป็นสว่ นๆ ซง่ึ เป็นไปไมไ่ ด้ ดังน้นั การบรู ณาการความรู้และการกระทาเขา้ ดว้ ยกัน จงึ
เป็นส่งิ ทจ่ี าเป็น

ลกั ษณะของหลักสตู รบูรณาการทด่ี ี

4. บูรณาการระหว่างสิง่ ที่เรียนในโรงเรียนกบั สิง่ ทเี่ ปน็ อยู่ในชวี ติ ประจาวันของผ้เู รียนส่งิ
หนึง่ ท่จี ะพิสจู นว์ า่ หลักสตู รดีหรือไมด่ ี คือผลท่ีเกิดแกค่ ุณภาพของชวี ติ ผเู้ รยี น ดว้ ยเหตุน้ี
การบรู ณาการวิชาต่างๆ ในหลักสูตรเราจึงต้องแน่ใจว่าสง่ิ ทีส่ อนในหอ้ งเรยี นนัน้ มี
ความหมายและมีคณุ ค่าตอ่ ชีวติ ของผเู้ รยี นไม่วา่ ผูเ้ รียนจะอยู่ทใ่ี ด การทใ่ี หเ้ กิดผลดงั กลา่ ว
ได้ หลกั สตู รจะตอ้ งกาหนดใหค้ วามสนใจและความต้องการมีความเกี่ยวข้องกับ
ชวี ิตประจาวนั ของผูเ้ รียน และใหเ้ ป็นศนู ยก์ ลางของกระบวนการเรยี นการสอน

ลักษณะของหลักสตู รบรู ณาการที่ดี

5. บรู ณาการระหว่างวิชาตา่ งๆ ถ้าเรายอมรับว่าบูรณาการระหว่างความรกู้ บั จติ ใจ และ
ระหวา่ งความรู้กบั การกระทาเป็นสิง่ ท่ีจาเปน็ และสาคญั และเป็นสง่ิ ที่สามารถทาได้ เราก็
ย่อมจะมองเห็นความจาเป็นและความสาคญั ของการที่จะบรู ณาการวชิ าตา่ งๆ เข้า
ด้วยกันซง่ึ อาจทาไดโ้ ดยนาเอาเนอ้ื หาของวิชาหนึง่ มาเสริมอีกวชิ าหนง่ึ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี น
ไดร้ ับความร้แู ละเกิดเจตคตติ ามท่ีตอ้ งการ หรือโดยกาหนดปัญหาหรอื ความต้องการของ
ผเู้ รียนเปน็ หวั ข้อแลว้ กาหนดหลักสตู รหรอื โปรแกรมการเรยี นการสอนข้ึน โดยอาศยั
เน้ือหาของหลายๆ วชิ ามาช่วยในการแกป้ ัญหานน้ั

ลกั ษณะของหลกั สูตรทด่ี ี

1) ตรงตามความมงุ่ หมายของการศกึ ษา
2) ตรงตามลักษณะของพฒั นาการของเดก็ ในวยั ตา่ งๆ
3) ตรงตามลักษณะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณีเอกลักษณข์ องชาติ
4.)มเี น้ือหาสาระเรื่องท่สี อนเพียงพอทจี่ ะชว่ ยใหน้ กั เรยี นคดิ เป็นและมพี ัฒนาในการทกุ ดา้ น
5) สอดคล้องกบั ชวี ิตประจาวนั ของผ้เู รยี น คอื จดั วชิ าทักษะ และวิชาเนื้อหาใหเ้ หมาะสมกนั ในท่จี ะส่งเสรมิ ให้ผูเ้ รียนเจรญิ งอกงามทกุ ด้าน
6) หลกั สูตรทด่ี คี วรสาเรจ็ ข้ึนดว้ ยความร่วมมือของทกุ ฝ่าย เพอื่ จะใหผ้ ลดคี วรจดั ใหเ้ ป็นคณะกรรมการ
7) หลกั สตู รทด่ี จี ะต้องใหน้ ักเรียนได้เรียนรู้ต่อไป และจะตอ้ งเรียงลาดบั ความยากงา่ ยไมใ่ ห้ขาดตอนจากกัน
8) หลักสตู รที่ดจี ะตอ้ งเป็นประสบการณท์ ี่เกี่ยวกบั ชีวิตประจาวันของเด็กเพื่อใหเ้ ดก็ ได้มโี อกาสแก้ปญั หาตา่ งๆ ในชีวิต เพ่อื ใหเ้ ป็นอย่อู ยา่ งผาสุก
9) หลกั สตู รท่ีดจี ะตอ้ งเพ่ิมพูนและสง่ เสริมทกั ษะเบ้ืองตน้ ทจ่ี าเป็นของเด็ก
10) หลักสตู รทด่ี ียอ่ มส่งเสริมใหเ้ ดก็ เกดิ ความรู้ ทักษะ เจตคติ ความคดิ ริเรมิ่ มีความคิดสร้างสรรคใ์ นการดาเนินชีวติ
11) หลกั สตู รท่ีดจี ะตอ้ งสง่ เสรมิ ให้เดก็ ทางานเป็นอสิ ระ และทางานรว่ มกันเปน็ หม่คู ณะเพอื่ พัฒนาให้รู้จักการอยู่รว่ มกนั ในสงั คมประชาธิปไตย
12) หลักสตู รท่ดี ีย่อมบอกแนวทาง วิธีสอน และสอ่ื อุปกรณ์ประกอบเน้ือหาสาระท่สี อนไว้อย่างเหมาะสม
13) หลักสตู รทด่ี ียอ่ มมีการประเมินผลอยู่ตลอดเวลา เพอื่ ทราบข้อบกพร่องในการทีจ่ ะนาไปปรับปรงุ ให้ดยี ่ิงๆ ขนึ้ ไป
14) หลกั สูตรท่ดี ีจะตอ้ งจัดประสบการณใ์ ห้เดก็ เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ และมีโอกาสแก้ปญั หาตา่ งๆ โดยเฉพาะปญั หาครอบครัว ชมุ ชน ประเทศชาติ
15) หลักสตู รที่ดตี ้องส่งเสริมใหเ้ ด็กรจู้ กั แกป้ ญั หา
16) หลกั สตู รทด่ี ีต้องจดั ประสบการณ์ทมี่ คี วามหมายตอ่ ชีวติ ของเดก็
17) หลกั สตู รที่ดตี ้องจัดประสบการณ์และกิจกรรมหลายๆ อย่าง เพ่ือเปิดโอกาสให้เด็กได้เลอื กอยา่ งเหมาะสมตามความสนใจ ความตอ้ งการ และ
ความสามารถของแตล่ ะบุคคล
18) หลักสตู รทด่ี จี ะตอ้ งวางกฎเกณฑ์ไว้อย่างเหมาะสมแกก่ ารนาไปปฏิบัตแิ ละสะดวกแกก่ ารวัดและประเมินผล

รปู แบบของบรู ณาการ

1. การบูรณาการแบบสอดแทก (Infusion)

การเรยี นรู้แบบน้คี รจู ะนาเนื้อหาของวชิ าตา่ งๆ มาสอดแทรกในรายวชิ าของตนเองเป็นการ วาง
แผนการสอนและทาการสอนโดยครเู พียงคนเดยี ว

2. การบูรณาการแบบขนาน (Parallel)

การเรยี นร้แู บบนี้ครตู งั้ แต่ 2 คนข้ึนไปต่างคนตา่ งสอนวชิ าของตนเองแตจ่ ะมาวางแผน ตัดสินใจ
ร่วมกนั ว่าจะจดั แผนการเรียนรแู้ ละจัดกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยมุ่งสอนในหัวเรอ่ื ง
(Theme) ความคิดรวบยอด (Concept) และปัญหา (Problem) เดียวกันในส่วนหนึง่

3. การบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidiscipline)

การเรียนรู้แบบนี้คล้ายกบั แบบคู่ขนาน ครูต้งั แต่ 2 คนขน้ึ ไปต่างคนต่างสอนวชิ าของตน จดั กิจกรรม
การเรยี นรขู้ องตนเองเปน็ สว่ นใหญ่ มาวางแผนการสอนร่วมกันในการให้งานหรอื โครงการทีม่ ีหวั
เรือ่ ง แนวคดิ หรอื ความคิดรวบยอดและปญั หาเดียวกนั

4. การบูรณาการแบบขา้ มวิชา (Transdisciplinary)

การเรียนรู้แบบน้ีผูส้ อนในรายวชิ าต่างๆ จะมาร่วมกนั สอนเป็นคณะ ร่วมกนั วางแผน กาหนดหัว
เร่ือง ความคิดรวบยอดและปญั หาเดยี วกนั

หลักการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนแบบ
บูรณาการ

1. จัดกิจกรรมท่ีใช้ให้ผเู้ รยี นมีสว่ นร่วมทกุ ดา้ น ได้แก่ รา่ งกาย สตปิ ญั ญา สังคม และ อารมณ์

2. ยดึ การบรู ณาการวชิ าเปน็ สาคัญ โดยการบรู ณาการท้งั ภายในวิชาเดยี วกันหรอื ระหวา่ ง วิชา
เชอื่ มโยงหรอื บูรณาการเขา้ ดว้ ยกันใหเ้ ป็นความร้แู บบองค์รวม

3. ยดึ กล่มุ เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ทีส่ าคญั โดยใหผ้ ูเ้ รียนมโี อกาสไดป้ ฏิสัมพันธก์ ันในกลมุ่ ปรึกษาหารือ
และแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ประสบการณซ์ ่ึงกนั และกนั

4. ยดึ การค้นพบดว้ ยตนเองเป็นสาคัญ

5. เนน้ กระบวนการควบคไู่ ปกับผลงานโดยการส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นวเิ คราะห์ถงึ กระบวนการต่างๆ
ท่ที าให้เกดิ ผลงาน โดยคานึงถงึ ประสิทธผิ ลของงานดว้ ย

6. เน้นการนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน สง่ เสรมิ ให้เกิดการปฏบิ ตั ิจรงิ และ การ
ติดตามผลการปฏบิ ัติของผู้เรียน

7. เนน้ การเรียนรูอ้ ยา่ งมคี วามสุขและมีความหมาย

8. เน้นการเป็นคนดแี ละมีคณุ คา่ ตอ่ สังคม ประเทศชาติ เห็นคณุ คา่ ของสรรพส่ิงหรอื สว่ นรวม
มากกวา่ ส่วนตน

จัดการเรียนการสอนในหลกั สูตรบรู ณาการ

1. จดั การเรยี นการสอนโดยเน้นนกั เรียนเป็นสาคัญ ให้ผ้เู รียนมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการ
เรยี นการสอนอยา่ งกระตอื รอื ร้น

2. สง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนได้รว่ มกนั ทางานกลุ่มดว้ ยตนเอง โดยส่งเสรมิ ให้มกี จิ กรรมกลุ่ม ลกั ษณะต่างๆ
หลากหลายในการเรยี นการสอน และส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนมโี อกาสไดล้ งมือทา

3. จัดประสบการณต์ รงใหแ้ กผ่ ู้เรยี น ให้ผู้เรยี นได้เรยี นรู้ส่ิงที่เปน็ รปู ธรรมเขา้ ใจงา่ ยตรง กบั ความ
จรงิ สามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล

4. จัดบรรยากาศในชน้ั เรียนทสี่ ่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเกดิ ความรสู้ กึ กล้าคิดกล้าทา สง่ เสริมให้ ผู้เรียนได้
แสดงออกซึ่งความรู้สึกนกึ คดิ ของตนเองต่อสาธารณะชนหรือเพอ่ื นรว่ มช้ันเรยี น

5. เน้นการปลูกฝังจิตสานึก ค่านยิ ม และจรยิ ธรรมท่ีถกู ตอ้ งดงี าม ให้ผูเ้ รยี นสามารถ วางแผน
แยกแยะความถกู ต้องดงี ามและความเหมาะสมได้ สามารถขจัดความขดั แยง้ ได้ดว้ ยเหตผุ ล มคี วาม
กล้าหาญทางจริยธรรม และแกไ้ ขปญั หาดว้ ยปัญญาและสามคั คี

การออกแบบการเรียนการสอนแบบบรู ณาการ
ออกเป็น 2 ลกั ษณะ

1. ลกั ษณะที่เปน็ หวั เร่อื ง (Theme) แบ่งออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คอื

1.1 การจัดการเรยี นการสอนแบบจัดหนว่ ยบรู ณาการ (Integrated Unit) ซึ่งจะต้อง
มี เนือ้ หาและกระบวนการ วธิ ีการ และเนื้อหาวชิ าที่จะบรู ณาการตงั้ แต่ 2 วชิ าขึ้นไป

1.2 การจัดการเรยี นการสอนแบบมีหัวเรอ่ื ง (Theme) จะไมม่ ีการบรู ณาการเชงิ
เนอื้ หาวิชา เรียกว่า เป็นการบูรณาการแบบหน่วยการเรียนหรือหน่วยรายวิชา

2. ลักษณะท่ีเปน็ โครงการ เป็นการสอนตง้ั แต่ 2 วชิ าขึ้นไป ใหผ้ ้เู รยี นสามารถจดั ใน
รูป ของโครงการท่บี รู ณาการเชอื่ มโยงเนือ้ หา ความรู้จากหลายหลากวิชาในเรื่อง
เดยี วกัน มอบหมายให้ผเู้ รยี นทาโครงการรว่ มกัน ครวู างแผนการสอนรว่ มกนั และ
กาหนดงานหรือโครงการร่วมกัน


Click to View FlipBook Version