The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างสรรค์ภูมิ ปัญญาและวัฒนธรรม ไทยสมัยสุโขทัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ppmatk0601, 2021-10-01 13:24:25

การสร้างสรรค์ภูมิ ปัญญาและวัฒนธรรม ไทยสมัยสุโขทัย

การสร้างสรรค์ภูมิ ปัญญาและวัฒนธรรม ไทยสมัยสุโขทัย

ATIKARN SUKKASEM M.4/5 NO.30

การสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาและ
วัฒนธรรมไทย
สมัยสุโขทัย

เสนอ ผศ.ดร.อำพร ขุนเนียม

CLASS 1 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการ
MATERIALS สร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทย
สมัยสุโขทัย

2 ภูมิปัญญาในด้านต่างๆ

3 ผลงานการสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย

4 วัฒนธรรมไทยสมัยสุโขทัย

Part 1

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย

LIVING Factors of
History
ความต้องการปัจจัยในการดำรงชีวิต เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ เป็นต้น

ENVIRONMENT

ความต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

RELIGION

ความต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเพื่อ
นำมาสร้างความสงบสุขให้กับสังคม

INDISSOLUBILITY

ความต้องการให้เกิดความมั่นคงของอาณาจักร

Part 2

ภูมิปัญญาในด้านต่างๆ

ภูมิปัญญา หมายถึง ความรู้ ทักษะ ความเชื่อ และพฤติกรรม
ของคน ในการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้ว
สร้างสรรค์สังคมและสั่งสมประสบการณ์เหล่านั้นเป็นเวลานาน
เพื่ออนุชนรุ่นหลังต่อมา

ภูมิปัญญาใน พื้นฐานทางเศรษฐกิจของสุโขทัย คือ การเกษตรกรรม แต่สุโขทัยไม่ใช่ดินแดนที่อุดม
ด้านการดำรง สมบูรณ์ เพราะตั้งแต่อยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาซึ่งเป็นที่ลาด จึงมีปัญหาในการเก็บกักน้ำ
ชีวิต ไว้ใช้ นอกจากนี้ ศรีสัชนาลัย สุโขทัย อุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน
เป็นแหล่งรับน้ำจากภูเขาทำให้มีน้ำท่วมขัง การเพราะปลูกได้ผลไม่ดี ชาวสุโขทัยจึงใช้
ระบบชลประทานมาช่วยควบคุมน้ำที่ไหลมาจากภูเขาและน้ำที่ท่วมตามลำน้ำต่างๆ ด้วย
การสร้างคันดินและสร้างทำนบกั้นน้ำ ซึ่งเรียกว่า สรีดภงส์ ส่วนในที่ลุ่มก็สร้างฝายทด
น้ำและขุดคลองส่งน้ำเพื่อนำน้ำไปใช้ในพื้นที่รอบเมืองสุโขทัย รวมทั้งขุดสระน้ำที่เรียกว่า
ตระพัง ไว้ทั่วเมืองสุโขทัย ปัจจุบันยังมีตระพังจำนวนมากที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่
การพัฒนาระบบชลประทานเป็นการใช้ภูมิปัญญาของชาวสุโขทัยในการแก้ปัญหาน้ำ
ทำให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภคบริโภค

ตระพัง

สรีดภงค์

ภูมิปัญญาด้านศิลป
วัฒนธรรม

HISTORIAN HIGHLIGHT

ในสมัยสุโขทัยมีการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาด้านศิลปวัฒนธรรมหลายอย่าง ได้แก่พ่อขุน
รามคำแหงคิดประดิษฐ์อักษรไทย หรือ ลายสือไทย ขึ้นเมื่อ พ.ศ.1826 ซึ่งเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมที่มีคุณค่ายิ่งที่สืบทอดมาจนปัจจุบัน การมีตัวหนังสือใช้ทำให้มีการจารึกเรื่องราว
ต่างๆ ลงบนศิลาจารึก ซึ่งกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่คนรุ่นหลังได้ใช้ศึกษา
ค้นคว้า

ชาวสุโขทัยได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ของสุโขทัย ศิลปะสมัยสุโขทัยจัดได้ว่า
เป็นศิลปะไทยที่มีความงดงามที่สุดและมีเอกลักษณ์เฉพาะของไทยมากที่สุด ศิลปะที่เป็น
เอกลักษณ์ของสมัยสุโขทัย ได้แก่ เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงดอกมะตูม ดังเช่น เจดีย์ที่วัด
มหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัยเก่า เจดีย์ที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวที่ศรีสัชนาลัย พระพุทธรูปปางลีลาที่วัด
พระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียงที่ศรีสัชนาลัย พระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก

การผลิตเครื่องสังคโลกนับเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งของชาวสุโขทัยสันนิษฐานว่าชาว
สุโขทัยได้เรียนรู้วิธีการทำเครื่องสังคโลกมาจากช่างชาวจีนและได้นำมาพัฒนาจนมีรูปแบบของ
ตนเอง

ภูมิปัญญาในด้านศาสนา

ผู้ปกครองในสุโขทัยได้นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในการปกครอง ทำให้ผู้ปกครองเปรียบเหมือนธรรมราชา
ถือเป็นหลักการปกครองของกษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัย

การศึกษาพระพุทธศาสนาทำให้พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไตรภูมิพระร่วง ที่เกี่ยวข้องกับ
พระพุทธศาสนา

การมีความศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนา ทำให้ชาวสุโขทัยได้สร้างงานศิลปะที่มีความงดงามเพื่ออุทิศแต่พระพุทธศาสนา
เช่น วัด เจดีย์ พระพุทธรูป เป็นต้น

เจดีย์ พระพุทธรูป ไตรภูมิพระร่วง

Part 3 ผลงานการสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย

ผลงานการ #1
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

การสร้างที่กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง เนื่องจากสภาพของดินใน
สุโขทัยส่วนใหญ่เป็นดินปนทรายที่ไม่อุ้มน้ำ ทำให้เกิดปัญหาในการเพาะ
ปลูกในหน้าแล้ง จึงได้มีการชักน้ำจากที่สูงทางด้านตะวันตกของ
สุโขทัยมายังบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัย และสร้างคันดินเพื่อบังคับน้ำให้
ไหลจากที่สูงและหุบเขามาเก็บในคู ห้วย สระน้ำ โดยมีท่อดินขนาดใหญ่
ฝังลึกอยู่ใต้ผิวดินเป็นท่อลำเลียง แนวคันดินสำหรับบังคับน้ำนี้เรียก
ว่า สรีดภงส์ หรือ ทำนบพระร่วง นอกจากนี้ยังมีการสร้างตระพังเก็บ
น้ำ หรือสระสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ด้วย

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #2
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

การประดิษฐ์โลหกรรมสำริด ชาวสุโขทัยได้ทดลองจนพบว่าการผสม
ตะกั่วลงในสำริด ทำให้โลหะหลอมได้ง่ายมากขึ้น ช่วยลดฟองอากาศใน
โลหะเหลว วัตถุที่หล่อมีคุณภาพดี เหมาะในการนำมาทำภาชนะ เครื่อง
ประดับ แต่เมื่อจะนำมาทำอาวุธ จะไม่นิยมผสมตะกั่วลงไปในสำริด เพราะ
ต้องการให้สำริดมีความแข็งแกร่งและทนทาน

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #3
สร้างสรรค์
การรู้จักใช้ศิลาแลง มาสร้างอาคารสถานที่ ศิลาแลงเป็นหินที่จะกลาย ภูมิปัญญาไทยใน
สภาพเป็นดินในระยะหลังๆต่อมา แต่ไม่ได้เป็นดินที่แท้จริง มีสภาพ สมัยสุโขทัย
แข็งและมีลักษณะพรุน มีสีแดง สะสมอยู่ในพื้นดิน ชาวสุโขทัยนำมาส
ร้างโบสถ์หรือศาสนาสถานต่างๆโดยการสกัดเป็นแผ่นๆแล้วนำมาซ้อน Analyze
เรียงกันไว้จนมีลักษณะเป็นผนัง ใช้น้ำยาเป็นตัวประสานให้ศิลาแลง
แต่ละแผ่นเชื่อมต่อกันเป็นศิลาแผ่นใหญ่

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #4
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

การรู้จักเคลือบเครื่องปั้ นดินเผาให้มีความสวยงาม คนไทยรู้จักการใช้ดิน
เหนียวมาปั้ นเป็นภาชนะต่างๆมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่เมื่อมาถึงสมัยสุโขทัย
คนไทยได้รู้จักการเคลือบเครื่องปั้ นดินเผาให้มีความสวยงาม เครื่องเคลือบดินเผานี้
เรียกกันว่า เครื่องสังคโลก

ภูมิปัญญาไทยในการทำเครื่องสังคโลกของชาวสุโขทัยนี้ เริ่มตั้งแต่การนำ
ดินเหนียวและดินขาวคุณภาพดีมาปั้ น นำยางไม้บางชนิดมาผลิตเป็นน้ำยาเคลือบ ตลอด
จนการสร้างเตาเผาที่ระบายความร้อนได้ดี ในการเผาเครื่องสังคโลกนั้น มักจะเผากัน
ในฤดูฝนเพราะอากาศในเตาและฝืนที่ใช้จะมีความชื้นมากขึ้น ทำให้เครื่องเคลือบดินเผา
สีเขียวไข่กามีความสวยงามกว่าการเผาในฤดูร้อน

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #5
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

การใช้วัสดุที่มีส่วนผสมเหมาะสำหรับทำให้ปูนปั้ นแข็งตัว ชาวสุโขทัยค้น
พบว่าการใช้ปูน ทรายและน้ำอ้อยผสมกัน ทำให้ปูนปั้ นแข็งตัวได้ภายใน
เวลาไม่นาน เหมาะสำหรับการปั้ นพระพุทธรูป และสิ่งประดิษฐ์ตกแต่ง
ศาสนสถานต่างๆ เช่น ลวดลายปูนปั้ นมณฑป เป็นต้น

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #6
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

ใช้คติความเชื่อในเรื่องพระพุทธศาสนาควบคุมพฤติกรรมของคนใน
สังคม การปลูกฝังนิสัยของคนไทยสมัยสุโขทัยให้มีแต่ความสงบ มีศีล
ธรรม เพื่อความร่มเย็นของผู้คนในสังคม ปลูกฝังให้คนเกรงกลัวต่อบาป
เช่น การนำเอานรกสวรรค์ ซึ่งปรากฏในหนังสือไตรภูมิพระร่วงมาสอนให้
คนยึดทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว เป็นต้น

Remember Understand Analyze

ผลงานการ #7
สร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัย

การประดิษฐ์ตัวอักษรไทย หรือที่เรียกว่า ลายสือไทย ของพ่อขุน
รามคำแหงมหาราช เมื่อ พ.ศ. 1826 ทรงดัดแปลงมาจากหนังสือขอม
มอญ ซึ่งนิยมใช้อยู่ในแถบแม่น้ำเจ้าพระยาแต่เดิม ภูมิปัญญาการ
ประดิษฐ์อักษรไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ความพิเศษของตัว
อักษรไทยที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์ขึ้นมา ถือว่าเป็น
ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย ที่กลายเป็นมรดกตกทอดมาจนทุกวันนี้

Remember Understand Analyze

วัฒนธรรมไทย
สมัยสุโขทัย

วัฒนธรรม คือ

วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคม วัฒนธรรมมีการปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย

วัฒนธรรมทาง
ด้านการศึกษา

ในสมัยกรุงสุโขทัยการจัดรูปแบบทางการศึกษาในช่วงแรกจะได้รับอิทธิพลจากคติพราหมณ์
เข้ามาต่อจากนั้นจึงรับคติธรรมทางพุทธศาสนาเข้ามาเป็นหลักเกณฑ์สำคัญ ของการจัดการ
ศึกษาทั้งสิ้น การศึกษาในสุโขทัยน่าจะมีลักษณะต่าง ๆ หลายลักษณะ เช่น

1.1 การศึกษาทางพุทธศาสนาให้แก่คนฝักใฝ่ธรรม เป็นการศึกษาให้แก่ผู้ที่มีปัญญาและ
ต้องการพัฒนาปัญญาและจิตใจ การที่ฝักใฝ่ธรรมมีความรู้แตกฉานนั้นต้องเรียน
หนังสือ เรียนอักขระ ศึกษาอ่านเขียนพระธรรม คัมภีร์ต่าง ๆ โดยมีพระสงฆ์ทำหน้าที่ “
ครูบาอาจารย์ “ ในศิลาจารึกหลักที่ 1 ปรากฎข้อความที่เกี่ยวกับการศึกษาทางพระพุทธ
ศาสนาความว่า “ พ่อขุนรามคำแหงกระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราชปราชญ์เยนจน
จบปิฎกไตรหลวักกว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา “

1.2 การศึกษาในวิชาชีพ เป็นการเรียนตามกฎธรรมชาติ เรียนจากพ่อแม่ เรียนจาก
ชุมชนที่ตัวอยู่ใกล้ เรียนจากการกระทำ การฝึกฝนศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ การทำไร่ไถ่นา
การปั้ นเครื่องปั้ นดินเผา งานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรมหรือสถาปัตยกรรม
เป็นต้น

วัฒนธรรมทางด้านตัวอักษรไทย

ศิลาจารึกหลักที่ 1

ปรากฎข้อความที่เกี่ยวข้องอักษรไทยสมัยพ่อขุนรามคำแหงตอนหนึ่งว่า “ …
1205ศกปีมะแม พ่อขุนรามคำแหงหาใคร่ใจในแลใส่ลายสือไทยนี้จึ่งมีเพื่อขุนผุ้
รนั่านมใคส่ำไวแ้…หง”ซึ่จงาลกงศศิิลลาาจจาารรึึกกดปัีงพกล.ศ่า.ว1จึ8ง2เป6็นนี้ทเี่ปเ็ชนื่ออักกันษวร่าำอทักยษเกร่ไาทแยก่พที่่อสุขดุนที่ใช้ใน
ประเทศไทยสำหรับความเป็นมาของอักษรพ่อขุนรามคำแหงนั้นนัก
ประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี นักอักษรศาสตร์ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้
อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะ ยอร์ช เซเดส์ สรุปว่าอักษรพ่อขุนรามคำแหง
ดัดแปลงมาจากอักษรขอมหวัด เพราะมีรูปลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จาก
การศึกษาของ นันทนา ด่านวัฒน์ ทางด้านอักขรวิทยาพบว่าอักษรต้นตระกูล
ของอักษรพ่อขุนรามคำแหง คืออักษรหราหมี อักษรคฤนห์ อักษรขอมหวัด เพ
ราะปรากฎความคล้ายคลึงทางด้านอักขรวิทยาของอักษรพ่อขุนรามคำแหงและ
อักษรในตระกูลทั้งสาม อักษรพ่อขุนรามคำแหงนั้นปรากฎใช้เฉพาะในรัชสมัย
ของพระองค์เท่านั้น ต่อมาในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทยได้ปรากฎรูปอักษร
ไทยแบบใหม่ขึ้นอักษรพบใหม่นี้เรียกว่าอักษรพระเจ้าลิไทย

วัฒนธรรมทางด้านวรรณกรรม

วรรณกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยคงจะมีจำนวนมากและหลายประเภท มีส่วนที่ตกทอดมาถึง
ปัจจุบัน ดังนี้

3.1 ศิลาจารึก มีประโยชน์ทางการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โบราณคดีตลอดจน พบใน
สมัยสุโขทัยมีประมาณ 30 หลัก ที่สำคัญมากได้แก่ ศิลาจารึกหลักที่ 1 หรือจารึกพ่อขุน
รามคำแหง กรมศิลปากรได้จัดไว้เป็นอันดับแรกของวรรณกรรมและศิลปกรรม นับว่า
วรรณกรรมประเภทนี้เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องราวทางวัฒนธรรมสมัยสุโขทัย ได้เป็นอย่างดี

3.2 ไตรภูมิพระร่วง ถือเป็นวรรณกรรมปรัชญาชิ้นแรกของไทย พระมหาธรรมราชาลิไทยทรง
พระราชนิพนธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 1888 สอนให้คนรู้จักความดีความชั่ว รู้จักใช้วิจารณญาณและสอน
ให้คนมีศีลธรรมรักษาความดีและมีความรับผิดชอบ

3.3 สุภาษิตพระร่วง วรรณกรรมชิ้นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยหรือไม่
มีจุดประสงค์ที่จะสั่งสอนคน ดังนั้นสุภาษิตพระร่วงจึงมีอิทธิพลต่อความคิดของคนไทยเป็นอัน
มาก

3.4 ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ บางคนเชื่อว่าแต่งในสมัยสุโขทัยเพราะมีเนื่อเรื่องและท้องเรื่อง
อ้างถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เมืองสุโขทัย แต่บางคนก็เชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่แต่งในสมัย
รัตนโกสินทร์ตอนต้น จุดประสงค์การแต่งเพื่อเป็นการแนะนำตักเตือนข้าราชการสำนัก
นอกจากนี้ยังทรงคุณค่าทางด้านขนบธรรมเนียม

การแต่งกายของผู้หญิง

ผม : มีพวงดอกไม้หรือพวงมาลัยสวมรอบมวย หรือไว้ผมแสกกลาง รวบผมไว้ท้ายทอย มีเกี้ยวหรือห่วงกลมคล้อง

ตรงที่รวบ
เครื่องประดับ : กรองคอ รัดแขน กำไลมือและกำไลเท้า เครื่องปักผมเป็นเข็มเงิน เข็มทอง ใส่แหวน รัดเกล้า
เครื่องแต่งกาย : นุ่งผ้าซิ่นหรือผ้าถุงยาวกรอมถึงข้อเท้า

วัฒนธรรม
การแต่งกาย

การแต่งกายของผู้ชาย

ผม : มุ่นผม หรือปล่อยผมเมื่อยามพักผ่อนอยู่บ้าน
เครื่องประดับ : กษัตริย์จะสวมเทริด กำไล เพชร พลอยสี
เครื่องแต่งกาย : นุ่งกางเกงครึ่งน่องแล้วนุ่งผ้าถกเขมร ต่อมาประยุกต์เป็นนุ่งสั้นและทิ้งหางเหน็บ

เรียกว่ากระเบนเหน็บ สวมเสื้อคอกลมหรือไม่สวม

ยมนตรี ตราโมท ได้ศึกษาเรื่องดนตรีสมัยสุโขทัย โดยอาศัยหลักฐานประเภทศิลาจารึกและภาพ
ประติมากรรม รวมทั้งหนังสือไตรภูมิพระร่วง โดยเฉพาะศิลาจารึกหลักต่าง ๆ ได้ระบุข้อความที่
วัฒนธรรมทาง เกี่ยวกับดนตรีและการฟ้อนรำไว้หลายแห่ง เช่น
ด้านดนตรีและการ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ปรากฎข้อความว่า “…เมื่อจักเข้ามาเวียงเรียงกันแต่อรัญญิกพู้นเท้าหัว
ฟ้อนรำ ลานดมบงคมกลอง ด้วยเสียงพาทย์เสียงพินเสียงเลื่อนเสียงขับ ใครจักมักเล่น ใครจักมัก
หัว ใครจักมักเลื่อนเลื่อน…”
ศิลาจารึกหลักที่ 8 ปรากฎข้อความว่า “…ดับหนทางแต่เมืองสุโขทัยมาเถิงเขานี้งามหนัก
หนาแก่กม สองขอก หนทางย่อมกัลปพฤษ์ใส่ร่มยล ดอกไม้ตามใต้เทียนประทีป เผาธูปหอม
ตลบทุกแห่งปลูกธงปฎาทั้งสองปลาก หนทางย่อมเรียงขันหมากขันพลูบูชาพิลม ระบำเต้น
เล่นทุกฉัน…ด้วยเสียงอันสาธุการบูชา หยิบดุริยาพาทย์ พิณฆ้องกลองเสียงดัง สิพอดังดิน
จักหล่มอันไซร้…”
จากศิลาจาริกดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการนำเครื่องดนตรีและการฟ้อนรำ การเล่นสนุกสนานของ
ชาวสุโขทัย นายมนตรี ตราโมท ได้กล่าวถึงวัฒนธรรมทางด้านดนตรีของสุโขทัย โดยแยก
พิจารณา 2 ประการคือ
เครื่องดนตรี ประกอบด้วยเครื่องดนตรีต่าง ๆ ดังนี้ คือ สังข์ แตร บัณเฑาะว์ มโหระทึก ปี่ ฉไน
แก้ว ปี่ สรไน กลองชนะ ฆ้อง กลอง ตะโพน ฉิ่ง กลับ ระฆัง กังสดาล ซอ
เพลงร้องและเพลงดนตรี ในสมัยสุโขทัยมีทั้งการร้องและการขับ แต่ทำนองร้องและทำนอง
ขับจะเป็นอย่างไรยากที่จะชี้ให้ชัดเจนได้ มีเพลงที่น่าจะเป็นเพลงสมัยสุโขทัย คือ เพลงเทพ
หทญอิงงหผูร้ืชอาเยพลส่งวสนุโอขีกทัย2 ทำนองเพลงนี้เดิมที่เดียวเป็นเพลงพื้นเมืองใช้ร้องว่าแก้กันระหว่างผู้
เพลงน่าจะเป็นสมัยสุโขทัย คือเพลงพระทองกับเพลงนางนาค

วัฒนธรรมทางด้าน
ประติมากรรมและ
จิตรกรรม

วัฒนธรรมทางด้านประติมากรรมและจิตรกรรมเป็นงานประณีตศิลป์ ซึ่งแสดงถึงความสมารถและความเข้าถึงแก่นข
องคำสั่งสอนของพุทธศาสนาของช่างศิลป์

ประติมากรรม ประติมากรรมในสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่ ได้แก่การสร้างพระพุทธรูป ซึ่งนิยมสร้างพระพุทธรูปปั้ นและ
หล่อด้วยสัมฤทธิ์ การสร้างพระพุทธรูปเป็นแบบลอยตัวและภาพนูนสูงติดฝาผนัง นอกจากนั้นพระพุทธรูปแล้วยังมี
การหล่อเทวรูปสัมฤทธิ์ เช่นเทวรูปพระนารายณ์ เทวรูปพระอิศวร เทวรูปพระหริหระ เป็นต้น
งานประติมากรรมที่เด่นที่สุดในสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่ คือ พระพุทธรูปจะเห็นได้ว่าพระพุทธรูปที่สวยงามในศิลปะ
แบบสุโขทัยเป็นรูปที่ตรัสรู้แล้ว ดังนั้น ระบบกล้ามเนื้อต่าง ๆ จึงมีการผ่อนคลายและพระองค์ก็จะอยู่ในความ
สงบแท้จริง พระพักตร์สงบมีรอยยิ้มเล็กน้อย
จิตรกรรม จิตรกรรมที่เราพบในสมัยสุโขทัยทั้งภาพลายเส้นและลายเขียนฝุ่น ภาพลายเส้นในสมัยสุโขทัย โดย
เฉพาะภาพจำหลักลายเส้นลงเส้นในแผ่นหินชนวนวัดศรีชุม เมืองสุโขทัยเป็นภาพชาดกจะเห็นได้ว่าเส้นลายดังกล่าว
เป็นภาพที่อิทธิพลของศิลปะศรีลังกาอยู่มากมาย เช่นภาพเทวดาต่าง ๆ ใบหน้าเทวดาก็ดี คอมีรอยหยัก มงกุฎทรง
เครื่องแต่งกายเป็นแบบลังกาทั้งสิ้น แต่คนไทยสมัยสุโขทัยน่าจะมีส่วนร่วมในการสลักภาพเหล่านี้ด้วย ภาพสลักที่
วัดศรีชุมเป็นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาเป็นชาดกต่าง ๆ ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังนั้นเป็นวิวัฒนาการหนึ่งที่
ไกลออกจากภาพลายสลักเส้น สีที่ใช้ในโครงงานระบายสีแบบดำ แดง ที่เรียกว่าสีเอกรงค์ แต่มีน้ำหนักอ่อนแก่เล่น
จังหวะอย่างสวยงาม นับเป็นการก้าวหน้าทางหนึ่งในด้านประติมากรรมที่จิตรกรแสดงออก เช่น พระพุทธรูปได้หลุด
กออกจากอิทธิพลของลังกา แม้ภาพวาดเทวดายังคงมีอิทธิพลของศิลปะลังกาเหลืออยู่ซึ่งภาพเขียนที่สำคัญ คือ
ภาพเขียนที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวเมืองศรีสัชนาลัย

วัฒนธรรมด้าน
สถาปัตยกรรม

วัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยนับว่าเป็นความคิดที่แปลกไม่เหมือนศิลปะอื่น ๆ สถาปัตยกรรมสุโขทัยได้รับอิทธิพลโดย
รสอถ1บา.ปสสัแตถถลยาาะปปกไััดตตร้นยยรำมกกมแรรารรบดมมับดรรมููแปปอปททญลรรงงงแตออลาาาะคคมแาาคบรรวบาสไขดมา้อแมพมกาอก่ร็ใอไถจมา่แจคไนดบา้่เมงรกีอิโอดอิอท่โเกปถธิ็เพงนป็หแลนรเบืหอ3บนอแืขอาอบคสงุบาโตรขใัหทวทีั่ญเมยอ่ีผเงลนทยัั้งงสมถๆีหาทปีล่ััอตงายคณกาซาร้จอรักมนรสเุปสโ็ุขนโขทชััท้ยนัยแๆกบ็่รผงับัองนออับกาถคเืปอา็รนพุเทป2็ธนรูศรปูปาแสสีบ่นเบหาดจลีั่างยกนมีล้ัผงืนกผา้าแต่
ทางด้านหน้าต่อเป็นมุขที่ยืน มีบันไดขึ้นสองข้างทางมุข ตัวอย่าง เช่น วิหารที่วัดสวนแก้วอุทยานน้อย เมืองศรีสัชนาลัย เป็นต้น
2. อาคารที่ก่อด้วยแลงหรือรูปทรงอาคาร หลังคาใช้เรียงด้วยแลงซ้อนเหลี่ยมกันขึ้นไปจนถึงชั้นสูงสุดที่ไปบรรจบกันที่ตอนอกไก่
3. มมอตัาหณวคอาฑาเยก่รปาทษงีน่ีเ้ตเจปช็ร่ะนนเพปอิ็วมนาิหาคแนาาบรรเวบสมัีดื่มเอหกณุงลฏีสิ่ฑยุรโปามขยททีมั่มีเยหีมผื(ลอันมงงังคณศแารฑีทลสี่ัปะเชมปโ็นถณนางชลัฑ้ัน)ยปแโเหถป็ลงนมตต้ัลนวดอหย่ลาั่งนเกชั่นนไปมถณึงฑยปอวดัดหศลรัีงชุคมาเเปม็ืนองชั้สนุโปขรทะัยมา(ณมณ3ฑชัป้นที่ทมี่ีเผรีนยักงว)่าแ“ลมะหณอฑเทปว“ลัย
สถาปัตยกรรมรูปแบบสถูปหรือเจดีย์ มีทั้งทรงกลมแบบลังกา เจดีย์ทรงกลมฐานสูง เจดีย์ย่อเหลี่ยมแบบมีซุ้มจระนำ เจดีย์
สแถบาบปหั้ตายยกอดรรเมจเดจียด์ีทย์รต่งาปงรๆางเคห์ลย่าอนีด้จเะปเ็หน็นเจไดด้ีวย่์าทลัรกงษกณลมะเสจถดีายป์ัทีต่สยำกคัรญรมที่สพมบัยมสาุโกขมทีั2ย และเจดีย์ทรงดอกบัวตูม จากลักษณะ
แบบ คือ

1.เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา เป็นแบบที่สร้างสมัยแรก เช่นที่วัดตะกวน วัดช้างล้อม วัดสระศรี เมืองสุโขทัย

2.เจดีย์ทรงดอกบัวตูม สามารถแยกได้เป็น 4 แบบย่อย ๆ คือ

3.เจดีย์ดอกบัวตูมแบบวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย ซึ่งถือว่าเป็นแบบเจดีย์ทรงดอกบัวแบบสุโขทัยแท้ ๆ ตั้งอยู่บนฐานเขียง ฐาน

บัวลูกแก้ว เหนือฐานบัวลูกแก้วเป็นแท่นแว่นฟ้าย่อเหลี่ยม แท่นแว่นฟ้ารับเรือนธาตุ ต่อจากเรือนธาตุเป็นยอที่เป็นดอกบัว

ตูม ซึ่งเราจัดเป็นเจดีย์ที่สร้างโดยทั่ว ๆ ไป
4.เจดีย์ทรงดอกบัวตูมแบบวัดซ่อนข้าว เมืองสุโขทัย เป็นแบบฐานแว่นฟ้าบัวลูกแก้วสองชั้นตั้งรับเรือนธาตุ
5.เจดีย์ทรงดอกบัวตูมวัดอ้อมรอบ นอกเมืองสุโขทัยด้านทิศเหนือปรกอบด้วยฐานเขียงบัว ฐานเขียง ฐานย่อเหลี่ยมรับเรือน

ธาตุ ตอนชั้นเรือนธาตุรับยอดบัวมีซุ้ม

6.เจดีย์ทรงดอกบัวตูมแบบวัดสะพานหิน เมืองสุโขทัย และเจดีย์วัดยอดทองเมืองพิษณุโลก ประกอบด้วยฐานเขียงห้าชั้นตั้ง

รับฐานลูกบัวแก้ว ไม่ย่อมุมรับเรือนธาตุ ที่เรือนธาตุแต่ละด้านมีซุ้มจระนำ ประดิษฐานพระพุทธรูปสี่ด้าน

REFERENCES

https://bit.ly/3yx9bx3
https://bit.ly/3jy96D5
https://maymeanjulie.wixsite.com/sukhothaihistory/blank-h0za4
https://sites.google.com/site/sukhothaipkkpp/silp-wathnthrrm-
smay-krung-sukhothay
https://swis.montfort.ac.th/html_edu/cgi-bin/main_php/print_informed.php?
id_count_inform=2261


Click to View FlipBook Version