อำเภอละหานทราย คำขวัญ : หลวงปู่สุขคู่เมือง ลือเลื่องพืชสวนไร่ มากมายไหมมัดหมี่ ดูดีหินหลุม ลุ่มน้ำหลากสาย ละหานทรายชายแดน ละหานทราย เป็นอำเภอหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติ ละหานทราย เป็นคำรวม ละหาน หมายถึง สภาพท้องที่ซึ่งอุดมไปด้วยที่ราบลุ่ม ทราย หมายถึง สัตว์ ป่าชนิดหนึ่ง มีความสวยงามปราดเปรียว รวมคำว่า ละหานทราย หมายถึงพื้นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์ชุกชุมไป ด้วยเนื้อทราย เดิมพื้นที่นี้เป็น ป่าทึบ มีสัตว์ป่าโดยเฉพาะเนื้อทรายเป็นจำนวนมาก อดีตอำเภอละหานทราย เป็นท้องที่ที่ขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดงทึบ พื้นที่ กว้างขวาง อุดมสมบูรณ์มีทรัพยากรมากมาย ทำให้ราษฎรในท้องที่ใกล้เคียงอพยพเข้ามาอยู่อาศัยและประกอบ อาชีพมากขึ้น สภาพท้องที่ มีความเจริญมากขึ้นเป็นลำดับ มีประชากรมากขึ้น • วันที่ 1 มกราคม 2504 แยกพื้นที่ตำบลละหานทราย ตำบลตาเป๊ก และตำบลปะคำ อำเภอนางรอง มา ตั้งเป็น กิ่งอำเภอละหานทราย ขึ้นกับอำเภอนางรอง[1] • วันที่ 20 มิถุนายน 2504 ตั้งตำบลถาวร แยกออกจากตำบลตาเป๊ก และตำบลสะเดา[2] ให้ตำบลตาเป๊ก ที่เหลือจากการแยกตำบลถาวร มาขึ้นกับอำเภอนางรอง • วันที่ 16 กรกฎาคม 2506 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอละหานทราย อำเภอนางรอง เป็น อำเภอละหานทราย [3] • วันที่ 21 เมษายน 2507 ตั้งตำบลตาจง แยกออกจากตำบลละหานทราย[4] • วันที่ 12 ตุลาคม 2514 จัดตั้งสุขาภิบาลละหานทราย ในท้องที่บางส่วยของตำบลละหานทราย[5] • วันที่ 8 สิงหาคม 2515 ตั้งตำบลไทยเจริญ แยกออกจากตำบลปะคำ[6] • วันที่ 7 สิงหาคม 2516 ตั้งตำบลสำโรงใหม่ แยกออกจากตำบลละหานทราย[7] • วันที่ 25 กรกฎาคม 2521 ตั้งตำบลโนนดินแดง แยกออกจากตำบลปะคำ[8] • วันที่ 24 ตุลาคม 2521 ตั้งตำบลหนองบัว แยกออกจากตำบลไทยเจริญ[9] • วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 แยกพื้นที่ตำบลปะคำ ตำบลไทยเจริญ และตำบลหนองบัว อำเภอละหาน ทราย มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอปะคำ ขึ้นกับอำเภอละหานทราย[10] • วันที่ 9 ตุลาคม 2522 ตั้งตำบลยายแย้มวัฒนา แยกออกจากตำบลถาวร[11] • วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2523 จัดตั้งสุขาภิบาลปะคำ ในท้องที่บางส่วนของตำบลปะคำ[12] • วันที่ 24 พฤศจิกายน 2524 โอนพื้นที่หมู่ 8 บ้านโนนศิลา และหมู่ 9 บ้านโนนทอง (ในขณะนั้น) ของ ตำบลถาวร ไปตั้งเป็นหมู่ 8 บ้านโนนศิลา และหมู่ 9 บ้านโนนทอง ของตำบลยายแย้มวัฒนา[13] • วันที่ 6 กันยายน 2526 ตั้งตำบลโคกมะม่วง แยกออกจากตำบลหนองบัว[14]
• วันที่ 27 กันยายน 2526 ตั้งตำบลหนองแวง แยกออกจากตำบลตาจง[15] • วันที่ 2 ตุลาคม 2527 ตั้งตำบลหูทำนบ แยกออกจากตำบลปะคำ[16] • วันที่ 15 มีนาคม 2528 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอปะคำ อำเภอละหานทราย เป็น อำเภอปะคำ[17] • วันที่ 6 พฤศจิกายน 2529 จัดตั้งสุขาภิบาลโนนดินแดง ในท้องที่บางส่วนของตำบลโนนดินแดง[18] • วันที่ 21 ตุลาคม 2531 ตั้งตำบลลำนางรอง แยกออกจากตำบลโนนดินแดง[19] • วันที่ 15 กันยายน 2532 ตั้งตำบลส้มป่อย แยกออกจากตำบลโนนดินแดง[20] • วันที่ 29 กรกฎาคม 2534 ตั้งตำบลหนองตะครอง แยกออกจากตำบลสำโรงใหม่[21] • วันที่ 8 มิถุนายน 2536 แยกพื้นที่ตำบลโนนดินแดง ตำบลส้มป่อย และตำบลลำนางรอง อำเภอละหาน ทราย มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอโนนดินแดง ขึ้นกับอำเภอละหานทราย[22] • วันที่ 27 ตุลาคม 2536 ตั้งตำบลโคกว่าน แยกออกจากตำบลละหานทราย[23] • วันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย เป็น อำเภอโนนดิน แดง[24] และแยกพื้นที่ตำบลเจริญสุข ตำบลตาเป๊ก ตำบลอีสานเขต อำเภอนางรอง และตำบลถาวร ตำบลยายแย้มวัฒนา อำเภอละหานทราย มาตั้งเป็น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ[25][26] เพื่อเป็นการเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี • วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลละหานทราย เป็นเทศบาลตำบลละหานทราย ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอละหานทรายตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนางรองและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอประโคนชัยและอำเภอบ้านกรวด • ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดบ้านใต้มีชัย (ราชอาณาจักรกัมพูชา) และอำเภอตาพระยา (จังหวัดสระแก้ว) • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอโนนดินแดงและอำเภอปะคำ การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.ละหานทราย (Lahan Sai) 12 หมู่บ้าน 4.หนองแวง (Nong Waeng) 13 หมู่บ้าน 2.ตาจง (Ta Chong) 22 หมู่บ้าน 5.หนองตะครอง (Nong Takhrong) 12 หมู่บ้าน 3.สำโรงใหม่ (Samrong Mai) 14 หมู่บ้าน 6.โคกว่าน (Khok Wan) 11 หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอละหานทรายประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลละหานทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลละหานทราย • เทศบาลตำบลตาจง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาจงทั้งตำบล • เทศบาลตำบลหนองแวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแวงทั้งตำบล • เทศบาลตำบลสำโรงใหม่ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำโรงใหม่ทั้งตำบล • เทศบาลตำบลหนองตะครอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองตะครองทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลละหานทราย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลละหานทราย (นอกเขตเทศบาลตำบล ละหานทราย) • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกว่าน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกว่านทั้งตำบล พรพภิกษุ/พระภิกษุที่ดำรง สมศักดิ์ อำเภอละหานทราย • พระครูบุญญเขตวิชัย เจ้าคณะอำเภอละหานทราย • พระมหาเรืองฤทธิ์ สุธีโร รองเจ้าคณะอำเภอละหานทราย • พระครูพิทักษ์ศาสนกิจ รองเจ้าคณะอำเภอละหานทราย • พระสมุห์นนท์ อภินนฺโท เจ้าคณะตำบลละหานทราย • พระครูสุวรรณจันทวิมล เจ้าคณะตำบลสำโรงใหม่ • พระครูอุดมธรรมวงศ์ เจ้าคณะตำบลตาจง เขต ๑ • เจ้าอธิการสุวิทย์ วายาโม เจ้าคณะตำบลตาจง เขต ๒ • พระครูสุกิจธรรมโสภณ เจ้าคณะตำบลหนองแวง เขต ๑ • พระครูเกษมวีรานุกูล เจ้าคณะตำบลหนองแวง เขต ๒ • พระครูผาสุกจิตตานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลหนองตะครอง • พระครูประทีปปัญญาภิรม เจ้าคณะตำบลโคกว่าน
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอละหานทราย วัดป่าละหานทราย เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย
อำเภอปะคำ คำขวัญ : เมืองปะ พระทองคำ ถ้ำจารึกพันปี ควาญดีศรีปะคำ อารยธรรมรุ่งเรือง ปะคำ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติ ท้องที่อำเภอปะคำเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอละหานทราย ทางราชการได้แบ่งพื้นที่ตำบลปะคำ ตำบลไทยเจริญ และตำบลหนองบัว ของอำเภอละหานทราย การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอปะคำ ตาม ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2521 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ปี เดียวกัน[1] ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ตั้งตำบลเพิ่มเติมในท้องที่กิ่งอำเภอปะคำ อำเภอละหานทราย โดยแบ่ง ท้องที่ตำบลหนองบัว มาตั้งเป็น ตำบลโคกมะม่วง ตามประกาศกระทรวงลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2526 โดย ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน ปีเดียวกัน[2] และแบ่งท้องที่ตำบลปะคำ มาตั้งเป็น ตำบลหูทำนบ ตามประกาศ กระทรวงลงวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2527 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม ปีเดียวกัน[3] และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอปะคำ อำเภอละหานทราย ขึ้นเป็น อำเภอปะคำ ตาม ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2528 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ปีเดียวกัน[4] ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอละหานทรายตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนางรอง และอำเภอโนนสุวรรณ • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอละหานทราย และอำเภอโนนดินแดง • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอโนนดินแดง และอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา) • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา)
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.ปะคำ (Pakham) 10 หมู่บ้าน 2.ไทยเจริญ (Thai Charoen) 14 หม่บ้าน 3.หนองบัว (Nong Bua) 12 หมู่บ้าน 4.โคกมะม่วง (Khok Mamuang) 22 หมู่บ้าน 5.หูทำนบ (Hu Thamnop) 19 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอปะคำประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลปะคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปะคำทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลไทยเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไทยเจริญทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองบัวทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกมะม่วง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกมะม่วงทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลหูทำนบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหูทำนบทั้งตำบล
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอปะคำ ปราสาทโคกงิ้ว อนุสรณ์สถานประชาชนอีสานใต้ วัดโพธิ์ย้อย
อำเภอบ้านกรวด คำขวัญ : เมืองโลหกรมลือเลื่อง เครื่องเคลือบโบราณ ตำนานแหล่งหินตัด ทิวทัศน์ช่องโอบกงามตา เขื่อนเมฆาเย็นสบาย ชายแดนพนมดงรัก บ้านกรวด เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศ กัมพูชาทางทิศใต้ ประวัติ อำเภอบ้านกรวด เดิมเป็นท้องที่มีฐานะเป็นตำบลขึ้นอยู่กับอำเภอประโคนชัย ประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอเมื่อ ปี พ.ศ. 2481 โดยมีเขตการปกครอง 1 ตำบล คือตำบลบ้านกรวด และต่อมาได้มีพระราชกฤษฏีกายกฐานะ เป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2508 ในช่วงปี พ.ศ. 2518 อยู่ในระหว่างเหตุการณ์ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กำลังทำสงครามกองโจรหรือสงครามประชาชนกับกำลังของพลเรือน ตำรวจ ทหารของรัฐบาลไทย โดยกำลัง ของฝ่ายคอมมิวนิสต์ไทยร่วมกับกัมพูชา (เขมรแดง) เข้ามาก่อกวนเผาบ้านเรือนราษฎร วางกับระเบิดไว้ตาม เส้นทางในหมู่บ้านหรือเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ทำกินของราษฎร เพื่อสกัดกั้นการเข้าปราบปรามของกำลัง ฝ่ายรัฐบาลไทย ซุ่มยิงกำลังฝ่ายรัฐบาลไทยและราษฎรที่เป็นฝ่ายของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและราษฎร ได้รับบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทางราชการจึงได้ปรับสภาพหมู่บ้านขึ้นใหม่เป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 100 หลังคาเรือน แล้วฝึกราษฎรตามโครงการไทยอาสาป้องกันชาติ จัดตั้งเป็นหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนไทย - กัมพูชา ใช้กำลังราษฎรเหล่านั้นผสมกับกำลังพลเรือน ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร อาสาสมัคร รักษาดินแดน (อส.) เข้าปราบปรามและตอบโต้การแทรกซึม บ่อนทำลายของคอมมิวนิสต์ รวมทั้งยับยั้งการรุก ล้ำอธิปไตยของไทยจากฝ่ายเขมรแดง จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2525 เหตุการณ์ดังกล่าวจึงค่อยสงบลง และได้มี การพัฒนาขึ้นตามลำดับ เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554 อำเภอบ้านกรวดเป็นอำเภอแรกในประเทศไทยที่มี การประกาศ "พื้นที่ประสบภัยพิบัติอันเนื่องจากกองกำลังจากนอกประเทศ" ทั้งอำเภอ จากความขัดแย้งไทยกัมพูชา ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอบ้านกรวดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครอง ข้างเคียงดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอประโคนชัย • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปราสาทและอำเภอพนมดงรัก (จังหวัดสุรินทร์) • ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดอุดรมีชัย (ประเทศกัมพูชา) • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอละหานทราย
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอบ้านกรวดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 9 ตำบล 115 หมู่บ้าน ได้แก่ 1.บ้านกรวด (Ban Kruat) 16 หมู่บ้าน 2.โนนเจริญ (Non Charoen) 11 หมู่บ้าน 3.หนองไม้งาม (Nong Maingam) 15 หมู่บ้าน 4.ปราสาท (Prasat) 14 หมู่บ้าน 5.สายตะกู(Sai Taku) 16 หมู่บ้าน 6.หินลาด (Hin Lat) 9 หมู่บ้าน 7.บึงเจริญ (Bueng Charoen) 13 หมู่บ้าน 8.จันทบเพชร (Chanthop Phet) 13 หมู่บ้าน 9.เขาดินเหนือ (Khao Din Nuea) 11 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอบ้านกรวดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลตลาดนิคมปราสาท ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลปราสาท • เทศบาลตำบลบ้านกรวด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านกรวดและบางส่วนของตำบลปราสาท • เทศบาลตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านกรวด (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบล บ้านกรวด) • เทศบาลตำบลหนองไม้งาม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองไม้งามทั้งตำบล • เทศบาลตำบลจันทบเพชร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจันทบเพชรทั้งตำบล • เทศบาลตำบลโนนเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ของตำบลโนนเจริญทั้งตำบล • เทศบาลตำบลบึงเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบึงเจริญทั้งตำบล
• เทศบาลตำบลปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปราสาท (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบ้านกรวดและ เทศบาลตำบลตลาดนิคมปราสาท) • องค์การบริหารส่วนตำบลสายตะกูครอบคลุมพื้นที่ตำบลสายตะกูทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลหินลาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหินลาดทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเขาดินเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาดินเหนือทั้งตำบล ประเพณี • งานเครื่องเคลือบพันปี ประเพณีบ้านกรวด จัดขึ้นในต้นเดือนเมษายนของทุกปี ที่สนามหน้าอำเภอ บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ในงานมีนิทรรศการเครื่องเคลือบโบราณ การประกวดเครื่องเคลือบจำลอง การแสดงวัฒนธรรม ท้องถิ่นไทย-กัมพูชา การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน สถานที่ • พิพิธภัณฑ์อำเภอบ้านกรวด เปิดทำการวันแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2550 ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนบ้านกรวด วิทยาคาร 144 หมู่ 4 ตำบลปราสาท สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์วัฒนธรรมอำเภอบ้านกรวด เก็บรวบรวม เครื่องเคลือบโบราณอายุมากกว่าหนึ่งพันปีที่ขุดพบในเขตอำเภอบ้านกรวด และจัดแสดงให้นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว ประชาชนผู้สนใจได้เข้าชม และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของอำเภอบ้านกรวด ซึ่งในอดีตอำเภอบ้านกรวดเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบโบราณที่ใหญ่ที่สุดของอาณาจักรขอม • แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวด 7 กม. เป็นลานหินกว้างเกือบ 2,000 ไร่ ใกล้ ชายแดนติดกับราชอาณาจักรกัมพูชา มีร่องรอยการตัดหิน เพื่อนำไปสร้างปราสาทหินต่าง ๆ ในเขต อีสานใต้ รวมทั้งปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ • เตานายเจียน เป็นเตาเผาโบราณอายุประมาณ 1,000 ปี และได้พบเครื่องเคลือบโบราณจำนวนมาก คน โบราณใช้เผาเครื่องปั้นดินเผา หม้อ และไหต่าง ๆเตาสวาย เป็เตาเผาโบราณอายุประมาณ 1,000 ปี เป็นที่ผลิตเครื่องถ้วยศิลปะขอม ที่มีขนาดใหญ่ กรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นและสร้าง อาคารครอบเตาไว้ ภายในมีนิทรรศการเครื่องเคลือบโบราณ และมีเศษเครื่องถ้วยที่ขุดพบบางส่วน ตั้งอยู่ที่บ้านโคกใหญ่ เทศบาลตำบลโนนเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ • จุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกูตั้งอยู่ในเขต เทศบาลตำบลจันทบเพชร เป็นตลาดค้าขายติด ชายแดนบนเทือกเขาพนมดงรัก ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าบริเวณชายแดนได้ • สวนป่าบ้านกรวด เป็นผืนป่าที่มีการปลูกขึ้น เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ สามารถชม ธรรมชาติได้ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติตาพระยา ส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก ป่าดง พญาเย็น-เขาใหญ่
• เขื่อนห้วยเมฆา เป็นการพัฒนาพื้นที่แนวชายแดนชายไทย-กัมพูชา บริเวณช่องเขาเมฆาเพื่อใช้น้ำ ในทางการเกษตรกร โดยได้รับงบประมาณจากการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2528 • พิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์วัดป่าพระสบาย เป็นที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่พบในเขตตำบลบึงเจริญ • ผึ้งร้อยรัง เป็นสถานที่ที่ผึ้งจะมาทำรังบนต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นร้อย ๆ รัง พร้อมทั้งสามารถเรีบนรู้ วัฒนธรรมในชุมชน ในโครงการ OTOP นวัตวิถีระดับประเทศ • ปราสาทถมอ ปราสาทถมอ ปราสาทหินเก่าแก่สันนิษฐานว่าเป็นธรรมศาลา สร้างขึ้นราวพุทธ ศตวรรษที่ 18 • ปราสาททอง ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วง ปลายพุทธศตวรรษที่ 16 มีการขุดพบทับหลังในสภาพสมบูรณ์ • ปราสาทละลมทม ตั้งอยู่ที่บ้านศรีสุข ตำบลเขาดินเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 • ปราสาทบายแบก ตั้งอยู่ที่บ้านสายโท 5 เทศบาลตำบลจันทบเพชร เป็นปราสาทขอมที่ติดชายแดนที่สุด ในจังหวัดบุรีรัมย์ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นปราสาทที่หันหน้าทางทิศตะวันตก
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบ้านกรวด เขื่อนสายโท วัดบ้านกรวด
อำเภอหนองกี่ คำขวัญ : ถิ่นมวยดัง ไก่ย่างรสดี มากมีผ้าไหม หลากหลายวัฒนธรรม ธรรมชาติเลิศล้ำ เขื่อนทุ่งยาง และทุ่งกระเต็น หนองกี่ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติ อำเภอหนองกี่ เดิมเป็นพื้นที่อยู่ในเขตการปกครอง อำเภอนางรอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศตั้ง เป็นกิ่งอำเภอหนองกี่ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2517 ขณะนั้นแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล ได้แก่ ตำบล หนองกี่ ตำบลเย้ยปราสาท ตำบลหนองไผ่ ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2522ตำนานเล่ากันว่านางอรพิมพ์ สาวงามแห่งเมืองพิมายออกเดินทางมาหาคนรักชื่อปราจิต ซึ่งท้าว พรหมทัต เจ้าเมืองพิมายขี้เมากลั่นแกล้งสั่งให้ออกรบทัพจับศึกชายแดนเขมร โดยออกเดินทางมาเป็นเวลาแรม คืน พอถึงลำน้ำมูลนางอรพิมพ์ได้อาศัยเรือของสามเณร สามเณรพอใจหลงรักไม่ส่งขึ้นฝั่ง จึงลอยเรือต่อไป จนกระทั่งถึงต้นมะเดื่อริมน้ำ นางอรพิมพ์หิวกระหาย จึงพยายามขอร้องสามเณรเก็บให้กิน เมื่อสามเณรขึ้นต้น มะเดื่อนางอรพิมพ์ จึงหาหนามและมดแดงวางขวางปิดกั้นทางลง และรีบพายเรือหนี เมื่อขึ้นฝั่งมาถึงหนองน้ำ ใหญ่ได้เข้าไปขออาศัยอยู่กับชาวไร่ชาวป่าเพื่อพักพิง นางอรพิมพ์คิดว่าเดินทางคนเดียวคงไม่ปลอดภัย จึงได้ขอ บริจาคผ้าขาวจากชาวไร่ ชาวป่า เพื่อมาทอเป็นผ้าขาวเตรียมตัวบวชริมหนองน้ำ ชื่อว่า " หนองกี่ " และเป็นชื่อ บ้านหนองกี่ อำเภอหนองกี่ในปัจจุบัน ต่อมามีเรื่องเล่าขานกันว่า ที่หนองน้ำหนองกี่ จะมีปรากฏการณ์ อภินิหารมีกี่ทอง (เสากี่ทอง) ลอยขึ้นมากลางหนองน้ำในวันเพ็ญหรือวันพระสำคัญๆ สักครู่หนึ่งและจมหายไป ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอหนองกี่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอจักราช (จังหวัดนครราชสีมา) และอำเภอหนองหงส์ • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอชำนิและอำเภอนางรอง • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอโนนสุวรรณ และอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา) • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหนองบุญมาก (จังหวัดนครราชสีมา)
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.หนองกี่ (Nong Ki) 8 หมู่บ้าน 2.เย้ยปราสาท (Yoei Prasat) 10 หมู่บ้าน 3.เมืองไผ่ (Mueang Phai) 18 หมู่บ้าน 4.ดอนอะราง (Don Arang) 15 หมู่บ้าน 5.โคกสว่าง (Khok Sawang) 9 หมู่บ้าน 6.ทุ่งกระตาดพัฒนา (Thung Kratat Phatthana) 12 หมู่บ้าน 7.ทุ่งกระเต็น (Thung Kratan) 9 หมู่บ้าน 8.ท่าโพธ์ชัย (Tha Pho chai) 9 หมู่บ้าน 9.โคกสูง (Khok Sung) 8 หมู่บ้าน 10.บุกระสัง (Bu Krasang) 10 หมู่บ้าน การปกครองส่วนภูมิภาค ท้องที่อำเภอหนองกี่ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลหนองกี่ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลหนองกี่ บางส่วนของตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา และบางส่วนของตำบลทุ่งกระเต็น • เทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อขุนศรีครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองกี่ (นอกเขตเทศบาลตำบลหนองกี่) • เทศบาลตำบลดอนอะราง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนอะรางทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเย้ยปราสาททั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองไผ่ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองไผ่ทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสว่าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสว่างทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา (นอกเขตเทศบาล ตำบลหนองกี่)
• องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งกระเต็น (นอกเขตเทศบาลตำบลหนองกี่) • องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ชัยทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสูง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสูงทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลบุกระสัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบุกระสังทั้งตำบล งานประเพณี • สืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน ของทุกปี • มหกรรมมวยไทยเทศกาลกินไก่ไหว้เจ้าพ่อขุนศรีประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอหนองกี่ หาดปราสาททอง ห้วยยาง
อำเภอนาโพธิ์ คำขวัญ : เหนือสุดบุรีรัมย์ วัฒนธรรมล้ำเลิศ ตระการตาบุญบั้งไฟ ผ้าไหมสวนนาโพธิ์ นาโพธิ์เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด มีชื่อเสียงด้านการเป็นแหล่งทอผ้า ไหมมัดหมี่ที่สวยงาม ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอนาโพธิ์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองสองห้อง (จังหวัดขอนแก่น) และอำเภอนาเชือก (จังหวัดมหาสารคาม) • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอนาเชือกและอำเภอยางสีสุราช (จังหวัดมหาสารคาม) • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอพุทไธสง • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหนองสองห้อง (จังหวัดขอนแก่น) การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.นาโพธิ์ (Na Pho) 14 หมู่บ้าน 2.บ้านคู (Ban Ku) 15 หมู่บ้าน 3.บ้านดู่ (Ban Du) 12 หมู่บ้าน 4.ดอนกอก (Don Kok) 14 หมู่บ้าน 5.ศรีสว่าง (Si Sawang) 10 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอนาโพธิ์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลนาโพธิ์ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลนาโพธิ์และบางส่วนของตำบลศรีสว่าง • องค์การบริหารส่วนตำบลนาโพธิ์ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาโพธิ์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลนาโพธิ์) • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคูครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านคูทั้งตำบล
• องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดู่ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านดู่ทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลดอนกอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดอนกอกทั้งตำบล ชาวอำเภอนาโพธิ์ที่มีชื่อเสียง หญิงลี ศรีจุมพล สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอนาโพธิ์ วัดทรงธรรม โบสถ์ท่าเทียบ
อำเภอหนองหงส์ คำขวัญ : หนองหงส์เนื้อวัวดี หนองบัวลีถิ่นหอมแดง ศิลาแลงเมืองฝ้าย หลากหลายนกเป็ดน้ำ งามเลิศ ล้ำประเพณ๊ หนองหงส์เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ ประวัติ ใน พ.ศ. 2495 ทางราชการได้ยกฐานะเป็นหมู่บ้าน เรียกว่า "บ้านสระแก้ว" และยกฐานะเป็นตำบล สระแก้วในปี พ.ศ. 2511 และได้ยกฐานะเป็น กิ่งอำเภอหนองหงส์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2524 และได้ มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็น อำเภอหนองหงส์เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอหนองหงส์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอห้วยแถลง (จังหวัดนครราชสีมา) • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอลำปลายมาศ • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอชำนิและอำเภอหนองกี่ • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอจักราช (จังหวัดนครราชสีมา) การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.สระแก้ว (Sa Kaeo) 15 หมู่บ้าน 7.สระทอง (Sa Thong) 9 หมู่บ้าน 2.ห้วยหิน (Huai Hin) 19 หมู่บ้าน 3.ไทยสามัคคี(Thai Samakkihi) 15 หมู่บ้าน 4.หนองชัยศรี(Nong Chai Si) 15 หมู่บ้าน 5.เสาเดียว (Sao Diao) 15 หมู่บ้าน 6.เมืองฝ้าย Mueang Fai) 12 หม่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอหนองหงส์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลหนองหงส์ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสระแก้ว • เทศบาลตำบลห้วยหิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยหินทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสระแก้ว (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลหนอง หงส์) • องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคีครอบคลุมพื้นที่ตำบลไทยสามัคคีทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลหนองชัยศรีครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองชัยศรีทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเสาเดียว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเสาเดียวทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝ้าย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองฝ้ายทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลสระทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสระทองทั้งตำบล ประเพณีและเทศกาลสำคัญ • งานวันหอมแดง แข่งเรือยาว และงานกาชาดอำเภอหนองหงส์ ช่วงปลายเดือนมกราคม ณ สนามที่ว่า การอำเภอหนองหงส์ และบริเวณหนองน้ำสระแก้ว • เทศกาลงานลอยกระทง อ.หนองหงส์ ช่วงเดือนพฤศจิกายน • งานประจำปีนมัสการพระบรมสารีริกธาตุปิดทองหลวงพ่อทันใจ ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ณ วัดพระธาตุ มงคลวนาราม อ.หนองหงส์ • เทศกาลสืบสานประเพณีงานบุญบั้งไฟบ้านหนองบัวลี ช่วงเดือนพฤษภาคม บ้านหนองบัวลี
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอหนองหงส์ ปราสาทหนอวงหงส์ คาเฟ่มาโฮม
อำเภอพลับพลาชัย คำขวัญ : ตำนานหลักหิน ถิ่นมโหรี มีผ้าไหมงาม ลุ่มลำตาเดียว พลับพลาชัย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ เดิมอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอประโคน ชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจาก มีพื้นที่กว้างขวางอยู่ห่างไกลจากอาเภอเดิมมีประชากรจานวนมากยากแก่การ ปกครองและพัฒนาและ เป็นชุมชนที่มีแนวโน้มว่าจะมีความเจริญต่อไปในอนาคตและเพื่อเป็นการอานวยความ ความสะดวกและ ให้บริการแก่ประชาชนในด้านต่างๆ และมีสถานที่เพียงพอที่จะจัดตั้ง สถานที่ราชการได้ สภา ตาบลในขณะนั้น ซึ่งประกอบด้วย ตำบลจันดุม ตำบลสะเดา ตำบลโคกขมิ้น ตำบลป่าชัน และตำบลสำโรง จึง ได้มีความคิดริเริ่ม ในการขอจัดตั้งกิ่งอำเภอ โดยเรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอพลับพลาชัย” ประวัติ อำเภอพลับพลาชัย ตั้งอยู่ระหว่าง บ้านสะเดากับบ้านพลับพลา คำว่า “พลับพลา” เป็นชื่อต้นไม้ยืน ต้นชนิดหนึ่งขึ้นตามริมคลอง บึง เป็นไม้ยืนต้นเนื้อแข็ง คำว่า “พลับพลา” อีกความหมายหนึ่ง บางประวัติได้ อธิบายว่า กษัตริย์แห่งกรุงธนบุรีได้ส่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพและนำทัพหลวง มาสร้างพลับพลาที่ พักในเขตบริเวณบ้านพลับพลาได้ปักหลักหินแสดงการขยายอาณาเขตที่บ้านมะมัง– บ้านโคกกี่ คำว่า “พลับพลาชัย” เป็นการนำคำว่า “พลับพลา” ซึ่งมาจากชื่อหมู่บ้าน “บ้านพลับพลา” มาผนวกกับคำว่า “ชัย” ซึ่ง เป็นนามคำท้ายของอำเภอประโคนชัย ซึ่งเป็นอำเภอเดิมนำมารวมกันเป็น “พลับพลาชัยกระทรวง มหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2532 และจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำพิธีเปิดป้าย ที่ว่าการกิ่งอำเภอพลับพลาชัย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2532 โดยใช้ สถานที่คือ ศาลาการเปรียญวัดบ้านสะเดา เป็นที่ตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภอพลับพลาชัย (ชั่วคราว) และต่อมา เมื่อวันที่ 4 กรกฎา คม 2537 ได้รับการยกฐานะ เป็นอำเภอพลับพลาชัย ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอพลับพลาชัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด เดิมเคยเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอประโคนชัย ตั้ง ชื่อตามที่ตั้งของอำเภอคือบริเวณบ้านพลับพลา และนำคำว่าชัย ซึ่งเป็นท้ายชื่อของประโคนชัย มาต่อท้าย เป็น '''อำเภอพลับพลาชัย''' มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอกระสัง • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอปราสาท (จังหวัดสุรินทร์) • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอประโคนชัย • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอประโคนชัย
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.จันดุม (Chan Dum) 18 หมู่บ้าน 2.โคกขมิ้น (Khok Khamin) 15 หมู่บ้าน 3.ป่าชัน (Pa Chan) 10 หมู่บ้าน 4.สะเดา (Sa Dao) 13 หมู่บ้าน 5.สำโรง (Sam Rong) 11 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอพลับพลาชัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลพลับพลาชัย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสะเดา • เทศบาลตำบลจันดุม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจันดุมทั้งตำบล • เทศบาลตำบลโคกขมิ้น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกขมิ้นทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลป่าชัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าชันทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลสะเดา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะเดา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลพลับพลา ชัย) • องค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสำโรงทั้งตำบล
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพลับพลาชัย อุทยานห้วยน้ำตะแบก แพห้วยตะแบก
อำเภอห้วยราช คำขวัญ : ข้าวหอมมะลิดี มากมีวัฒนธรรม เลิศล้ำผ้าไหม มหไทยว่าวอีสาน ห้วยราช เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์โดยเป็นอำเภอที่อยู่ใกล้กับอำเภอเมืองบุรีรัมย์มากที่สุด และเป็น 1 ใน 4 อำเภอของจังหวัดที่มีทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือผ่าน ประวัติ ท้องที่อำเภอห้วยราชเดิมเป็นส่วนหนึ่งของตำบลห้วยราช ตำบลบ้านยาง และตำบลสวายจีก ของ อำเภอเมืองบุรีรัมย์เดิมตำบลห้วยราชมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอห้วยราชและอำเภอกระสัง[1] ใน ปัจจุบันเกือบทั้งหมด พื้นเพเดิมของชาวบ้านเป็นชาวไทยที่มีภาษาเขมรเป็นภาษาท้องถิ่น และต่อมาได้มี ราษฎรอพยพมาจากท้องถิ่นอื่นและจังหวัดใกล้เคียง ถึงแม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะมีพื้นเพเดิมเป็นชาวไทย เขมร พูดภาษาไทยเขมร แต่ก็ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ของ ภาคอีสานทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2532 ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรในพื้นที่รวม 5 ตำบล ได้พิจารณาว่าสภาพ ทางภูมิศาสตร์ ลักษณะความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ แนวโน้มมีความเจริญในอนาคต และความเห็นชอบ ของคณะกรรมการหมู่บ้าน สภาตำบล หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ จังหวัด สภาจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกระทรวงมหาดไทย จึงได้ประกาศเขตท้องที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์แยกพื้นที่ตำบล ห้วยราช ตำบลสามแวง ตำบลตาเสา ตำบลบ้านตะโก และตำบลสนวน ออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอห้วยราช [2] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2533 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกันต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ยกฐานะกิ่งอำเภอแห่งนี้ขึ้น เป็น อำเภอห้วยราช[3] โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ปีเดียวกัน • วันที่ 3 เมษายน 2482 ตั้งตำบลกระสัง แยกออกจากตำบลสองชั้น และตำบลห้วยราช ตั้งตำบลลำดวน แยกออกจากตำบลห้วยราช และตั้งตำบลสามแวง แยกออกจากตำบลห้วยราช และตำบลบ้านยาง [1] กับโอนพื้นที่หมู่ 1,5,23 (ในขณะนั้น) ของตำบลสวายจีก และพื้นที่หมู่ 8,9 ของตำบลบ้านยาง มา ขึ้นกับตำบลห้วยราช • วันที 19 มิถุนายน 2505 จัดตั้งสุขาภิบาลห้วยราช ในท้องที่บางส่วนของตำบลห้วยราช[4] • วันที่ 20 พฤศจิกายน 2522 ตั้งตำบลตาเสา แยกออกจากตำบลสามแวง[5] • วันที่ 23 ตุลาคม 2527 ตั้งตำบลสนวน แยกออกจากตำบลสวายจีก[6] • วันที่ 27 ธันวาคม 2531 ตั้งตำบลบ้านตะโก แยกออกจากตำบลห้วยราช[7] • วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 แยกพื้นที่ตำบลห้วยราช ตำบลสามแวง ตำบลตาเสา ตำบลบ้านตะโก และ ตำบลสนวน จากอำเภอเมืองบุรีรัมย์มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอห้วยราช[2] และให้ขึ้นการปกครองกับอำเภอ เมืองบุรีรัมย์
• วันที่ 13 กันยายน 2534 ตั้งตำบลโคกเหล็ก แยกออกจากตำบลสามแวง[8] • วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2535 กำหนดเขตตำบลในท้องที่กิ่งอำเภอห้วยราช โดยกำหนดให้ตำบลห้วยราช มี เขตการปกครองรวม 17 หมู่บ้าน[9] ตำบลสามแวง มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[10] ตำบลตาเสา มีเขตการปกครองรวม 17 หมู่บ้าน[11] ตำบลสนวน มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[12] และตำบลบ้าน ตะโก มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[13] • วันที่ 8 สิงหาคม 2538 ยกฐานะกิ่งอำเภอห้วยราช อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอห้วยราช[3] • วันที่ 14 พฤศจิกายน 2538 ตั้งตำบลเมืองโพธิ์ แยกออกจากตำบลตาเสา และตั้งตำบลห้วยราชา แยก ออกจากตำบลห้วยราช[14] • วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ยกฐานะจากสุขาภิบาลห้วยราช เป็นเทศบาลตำบลห้วยราช[15]ด้วยผลของ กฎหมาย • วันที่ 17 กันยายน 2546 ยุบสภาตำบลห้วยราชา รวมกับเทศบาลตำบลห้วยราช[16] และกำหนดเขต เทศบาลตำบลห้วยราช ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอห้วยราชมีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสตึก • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอกระสัง • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอกระสังและอำเภอเมืองบุรีรัมย์ • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอบ้านด่าน การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.ห้วยราช (Hua Rat) 10 หมู่บ้าน 6.โคกเหล็ก (Khok Lek) 11 หมู่บ้าน 2.สามแวง (Sam Waeng) 9 หมู่บ้าน 7.เมืองโพธิ์(Mueang Pho) 9 หมู่บ้าน 3.ตาเสา (Ta Sao) 10 หมู่บ้าน 4.บ้านตะโก (Ban Tako) 9 หมู่บ้าน 5.สนวน (Sanuan) 12 หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอห้วยราชประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลห้วยราช ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลห้วยราช และตำบลห้วยราชาทั้ง ตำบล • เทศบาลตำบลโคกเหล็ก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกเหล็กทั้งตำบล • เทศบาลตำบลสามแวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสามแวงทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยราช ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยราช (เฉพาะนอกเขตเทศบาล ตำบลห้วยราช) • องค์การบริหารส่วนตำบลตาเสา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาเสาทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตะโก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านตะโกทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลสนวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสนวนทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองโพธิ์ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองโพธิ์ทั้งตำบล การคมนาคม อำเภอห้วยราชมีจุดจอดรถไฟทั้งหมด 1 แห่ง ได้แก่ สถานีรถไฟห้วยราช ซึ่งเป็นสถานีประจำอำเภอ และมีขบวนรถไฟหยุดรับ - ส่งผู้โดยสารทั้งหมด 16 ขบวน/วัน
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอห้วยราช วัดช่างหิน สถานีรถไฟห้วยราช
อำเภอโนนสุวรรณ คำขวัญ : โนนสุวรรณถิ่นพืชไร่ ผลไม้รสหวาน งานตระการผ้าไหม บุญบั้งไฟน่าชม ดื่มนมโคพันธุ์ดี มากมียางพารา นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิค ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอโนนสุวรรณตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครอง ข้างเคียงดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองกี่และอำเภอนางรอง • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอนางรอง • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอปะคำ และอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา) • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา) และอำเภอหนองกี่ การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.โนนสุวรรณ (Non Suwan) 17 หมู่บ้าน 2.ทุ่งจันหัน (Thung Changhan) 14 หมู่บ้าน 3.โกรกแก้ว (Krok Kaeo) 12 หมู่บ้าน 4.ดงอีจาน (Dong I Chan) 13 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอโนนสุวรรณประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ • เทศบาลตำบลโนนสุวรรณ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโนนสุวรรณและบางส่วนของ ตำบลโกรกแก้ว • เทศบาลตำบลโกรกแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโกรกแก้ว (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลโนน สุวรรณ) • องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสุวรรณ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนสุวรรณ (เฉพาะนอกเขต เทศบาลตำบลโนนสุวรรณ) • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งจังหัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งจังหันทั้งตำบล
• องค์การบริหารส่วนตำบลดงอีจาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงอีจานทั้งตำบล งานประเพณี ในงานมีขบวนแห่ตามคำขวัญของอำเภอและประกวดพืชผลทางการเกษตร อาทิ มันสำปะหลัง ผลไม้ ผ้าไหม โคนม ฯลฯ ซึ่งจะจัดขึ้นประจำทุกปีช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ชุมชนบ้านซับสมบูรณ์ เป็นชุมชนที่มีการเปิดแหล่งเรียนรู้การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น ชมสวนผลไม้ มีแหล่งนอนกลางเต็นท์ริมอ่าง เก็บน้ำ การเดินทาง อำเภอโนนสุวรรณไม่มีทางหลวงแผ่นดินผ่าน มีเพียงถนนทางหลวงชนบทสาย บร.2016 (หัวถนนดอนอะราง) ซึ่งถือเป็นถนนเส้นหลักในอำเภอ การเดินทาง ถ้ามาจากตัวเมืองบุรีรัมย์หรืออำเภอนางรอง จากทางหลวงหมายเลข24(โชคชัย-เดชอุดม) เลี้ยวซ้ายที่บ้านหัวถนนแล้วเลี้ยวเข้าถนนหัวถนน-ดอนอะราง จะเข้าเขตอำเภอโนนสุวรรณที่เขตตำบลโกรก แก้ว ถ้ามาจากจังหวัดนครราชสีมา มาตามถนนหมายเลข24แยกที่ อ.หนองกี่ เลี้ยวเข้าถนนหนองกี่-เสิงสาง มาประมาณ10กม.ถึงชุมชนสามเหลี่ยม ทต.ดอนอะราง ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหัวถนน-ดอนอะราง จะเข้าเขต อำเภอโนนสุวรรณที่เขตตำบลดงอีจาน
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอโนนสุวรรณ บ้านทุ่งพัฒนา บ้านซับสมบูรณ์
อำเภอชำนิ คำขวัญ : เมืองลำห้วย มากด้วยปลาเค้า ข้าวขาวมะลิ หลวงพ่อนิจศักดิ์สิทธิ์ ประวัติ อำเภอชำนิเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอนางรอง ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2539 มีผล บังคับใช้ตั่งแต่วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539[1] ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอชำนิตั้งอยู่ทางตอนกลาง ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด เดิมอำเภอชำนิอยู่ในเขต การปกครองของอำเภอนางรอง มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ • ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอลำปลายมาศ • ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอนางรอง • ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอนางรอง • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหนองกี่และอำเภอหนองหงส์ การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1.ชำนิ (Chamni) 8 หมู่บ้าน 2.หนองปล่อง (Nong Piong) 10 หมู่บ้าน 3.เมืองยาง (Mueqang Yang) 13 หมู่บ้าน 4.ช่อผกา (Cho Phaka) 13 หมู่บ้าน 5.ละลวด (Laluat) 11 หมู่บ้าน 6.โคกสนวน (Khok Sanuan) 8 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอชำนิประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่
• เทศบาลตำบลชำนิครอบคลุมพื้นที่ตำบลชำนิทั้งตำบล • เทศบาลตำบลหนองปล่อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองปล่องทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองยาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองยางทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลช่อผกา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลช่อผกาทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลละลวด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลละลวดทั้งตำบล • องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสนวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโคกสนวนทั้งตำบล สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอชำนิ บ้านชำนิ Slow More Ca’fe & Ba
อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ คำขวัญ : กู่สวนแตงเด่นสง่า ล้ำค่ากูฤาษีผ้าไหมมัดหมี่ ประเพณีบุญบั้งไฟ ประวัติ เดิมพื้นที่บริเวณ กม.ศูนย์ (ที่ตั้งอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์) มีลักษณะเป็นป่าทึบ จึงเป็นที่ซ่องสุ่มของโจร ผู้ร้าย เมื่อปี พ.ศ. 2497 นายไชยพจน์ ภู่กำชัย นายอำเภอพุทไธสงในขณะนั้น มีแนวความคิดขอจัดตั้งหมู่บ้าน ในบริเวณดังกล่าวโดยใช้ชื่อว่า บ้าน กม.ศูนย์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2499 และได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2500 โดยนายไชยพจน์เป็นผู้วางผังหมู่บ้านและเปิดให้จับจองที่ดินต่อมามีการปรับปรุงถนนทาง หลวงแผ่นดินหมายเลข 202 ขยายช่องทางการจราจร ทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้น ประกอบกับท้องที่ของ อำเภอพุทไธสงในขณะนั้น มีอาณาเขตกว้างขวาง ประชาชนบางส่วนอยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอ เจ้าหน้าที่ออก ตรวจตราดูแลความทุกข์สุขไม่ทั่วถึง ทำให้ในปี พ.ศ. 2521 ชาวบ้าน กม.ศูนย์ และประชาชนราว 10,000 คน ของทั้ง 5 ตำบล จึงได้เสนอขอแบ่งท้องที่อำเภอพุทไธสงตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ชื่อว่า กิ่งอำเภอกู่สวนแตง แต่ไม่ได้ รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2535 ชุมชนบ้าน กม.ศูนย์ ขยายใหญ่ขึ้น คณะกรรมการหมู่บ้านสภาตำบลหนองแวงจึงได้เสนอขอจัดตั้งกิ่งอำเภอใหม่อีกครั้งในนาม กิ่งอำเภอบ้านใหม่ ไชยพจน์ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายไช... ที่ตั้งอาณาเขต อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังต่อไปนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองสองห้อง (จังหวัดขอนแก่น)ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพุทไธสง ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองยาง (จังหวัดนครราชสีมา)ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอประทาย (จังหวัด นครราชสีมา) การแบ่งเขตการปกครอง 1. หนองแวง (Nong Waeng) 15 หมู่บ้าน 2. ทองหลาง (Thonglang) 10 หมู่บ้าน 3. แดงใหญ่ (Daeng Yai) 9 หมู่บ้าน 4. กู่สวนแตง (Ku Suan Taeng) 12 หมู่บ้าน 5. หนองเยือง (Nong Yueang) 9 หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลบ้านใหม่ไชยพจน์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลทองหลางและบางส่วนของตำบลหนองแวง องค์การบริหารส่วนตำบลทองหลาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทองหลาง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ไชยพจน์) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองแวง (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ไชยพจน์) องค์การบริหารส่วนตำบลกู่สวนแตง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกู่สวนแตงทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลแดงใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแดงใหญ่ทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเยือง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองเยืองทั้งตำบล วัฒนธรรม อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์มีเทศกาลและงานประเพณีที่สำคัญดังนี้ ประเพณีปรางค์กู่สวนแตงและบุญบั้งไฟบ้านใหม่ไชยพจน์ บริเวณโบราณสถานปรางกู่สวนแตง (ข้างโรงเรียนกู่ สวนแตงพิทยาคม) ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีประเพณีบุญฉลองปรางค์กู่ฤาษี บริเวณ โบราณสถานปรางค์กู่ฤาษี ตำบลหนองเยือง ประมาณกลางเดือนมีนาคมของทุกปีงานกาชาดอำเภอบ้านใหม่ ไชยพจน์และงานฉลองเจ้าพ่อ กม.ศูนย์ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ประมาณต้นเดือน ธันวาคมของทุกปี
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ปรางค์กู่ฤาษี ปราสาทสวนแตง
อำเภอโนนดินแดง คำขวัญ: เมืองคนดี อนุสาวรีย์เราสู้ คู่ปราสาทหนองหงส์ดงธรรมชาติ หาดลำนางรอง ประวัติ อำเภอโนนดินแดงเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอละหานทราย ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ โนนดินแดง เมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ตั่งแต่วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอโนนดินแดงตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครอง ข้างเคียงดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอปะคำ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอละหานทราย ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอตาพระยาและอำเภอวัฒนานคร (จังหวัดสระแก้ว) ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเสิงสาง (จังหวัดนครราชสีมา การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค ตำบล 37 หมู่บ้าน ได้แก่ 1. โนนดินแดง (Non Din Daeng) 15 หมู่บ้าน 2. ส้มป่อย (Som Poi) 7 หมู่บ้าน 3. ลำนางรอง (Lam Nang Rong) 15 หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอโนนดินแดงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลโนนดินแดง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโนนดินแดงและตำบลส้มป่อย องค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนดินแดง (นอกเขตเทศบาลตำบลโนนดินแดง) องค์การบริหารส่วนตำบลส้มป่อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลส้มป่อย (นอกเขตเทศบาลตำบลโนนดินแดง) องค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลำนางรองทั้งตำบล สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอโนนดินแดง เขื่อนลำนางรอง ผาแดง
อำเภอบ้านด่าน คำขวัญ: ลำตะโคงไหลผ่าน ด่านช้างบรรพกาลงานประเพณีหลากหลาย มากมายกสิกรรมวัฒนธรรม รุ่งเรือง คูเมืองในอดีต ประวัติ ท้องที่อำเภอบ้านด่านเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครอง ออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอบ้านด่าน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยมีผล บังคับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ปีเดียวกัน[1] และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ยกฐานะกิ่งอำเภอแห่งนี้ขึ้นเป็น อำเภอบ้านด่าน โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน[2] ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอบ้านด่านตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อ กับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแคนดงและอำเภอสตึก ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอสตึกและอำเภอห้วยราช ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอห้วยราชและอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์และอำเภอคูเมือง การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1. บ้านด่าน (Ban Dan) 20 หมู่บ้าน 4. โนนขวาง (Non Khwang) 9 หมู่บ้าน 2. ปราสาท (Prasat) 18 หมู่บ้าน 3. วังเหนือ (Wang Nuea) 12 หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอบ้านด่านประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลบ้านด่าน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านด่านทั้งตำบล เทศบาลตำบลปราสาท ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปราสาททั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลวังเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวังเหนือทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลโนนขวาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโนนขวางทั้งตำบล สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบ้านด่าน วัดระหาน
อำเภอแคนดง คำขวัญ: เมืองต้นแคน แดนยางพารา ตระการตาบุญบั้งไฟ น้ำพุใสบาดาลดี สวยโสภีกุดทะเลสวน ชวน รื่นรมย์ลำตะโคง เกาะมูลหลงหาดปากตาด ประวัติศาสตร์เมืองโบราณ ประวัติ ท้องที่อำเภอแคนดงเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอสตึก ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้ง เป็น กิ่งอำเภอแคนดง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2540 โดยมีผลบังคับตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน[1] และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ยกฐานะกิ่ง อำเภอแห่งนี้ขึ้นเป็น อำเภอแคนดง โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอแคนดงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครอง ข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชุมพลบุรี(จังหวัดสุรินทร์) ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอชุมพลบุรี (จังหวัดสุรินทร์) และอำเภอสตึก ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสตึก อำเภอบ้านด่าน และอำเภอคูเมือง ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอคูเมือง
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1. แคนดง (Khaen Dong) 18 หมู่บ้าน 2. ดงพลอง (Dong Phlong) 13 หมู่บ้าน 3. สระบัว (Sa Bua) 12 หมู่บ้าน 4. หัวฝาย (Hua Fai) 11 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอแคนดงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลแคนดง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลแคนดง (7 หมู่บ้าน) องค์การบริหารส่วนตำบลแคนดง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแคนดง (นอกเขตเทศบาลตำบลแคนดง) องค์การบริหารส่วนตำบลดงพลอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงพลองทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลสระบัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสระบัวทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลหัวฝาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหัวฝายทั้งตำบล
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ คำขวัญ: เมืองพนมรุ้ง ทุ่งฝ้ายคำ นามพระราชทาน ตำนานทับหลัง ที่ตั้งเจ้าพ่อปราสาททอง ของดีผ้า ภูอัคนี เฉลิมพระเกียรติ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ประวัติ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เดิมเป็นพื้นที่การปกครองของ อำเภอละหานทราย และอำเภอ นางรอง แยกพื้นที่ตำบลเจริญสุข ตำบลตาเป๊ก ตำบลอีสานเขต อำเภอนางรอง และตำบลถาวร ตำบลยายแย้ม วัฒนา อำเภอละหานทราย มาตั้งเป็น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ[1] ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษโดยไม่ผ่านการ เป็นกิ่งอำเภอ ตามโครงการจัดตั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ที่ตั้งและอาณาเขต อำเภอเฉลิมพระเกียรติตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอนางรอง ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอประโคนชัย ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอละหานทราย ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอนางรอง
การแบ่งเขตการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาค 1. ตาเป๊ก (Ta Pek) 11 หมู่บ้าน 2. อีสานเขต (Isan Khet) 15 หมู่บ้าน 3. เจริญสุข (Charoen Suk) 14 หมู่บ้าน 4. ถาวร (Thawon) 11 หมู่บ้าน 5. ยายแย้มวัฒนา (Yai Yaem Watthana) 16 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น ท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลพนมรุ้ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตาเป๊กทั้งตำบลและบางส่วนของตำบลอีสานเขต เทศบาลตำบลยายแย้มวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลยายแย้มวัฒนาทั้งตำบล เทศบาลตำบลถาวร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลถาวรทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลเจริญสุข ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเจริญสุขทั้งตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลอีสานเขต ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอีสานเขต (นอกเขตเทศบาลตำบลพนมรุ้ง)
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บ้านนาถาวร
รายงาน เรื่อง ประวัติความเป็นมาของจังหวัดบุรีรัมย์ จัดทำโดย นางสาววริยา ทองจันทร์ เลขที่10 ชั้นปวช.2 สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก เสนอ คุณครู ธนกฤต วงค์ตาขี่ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาการสร้างสื่อดิจิตอล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยเทคนิคนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
บรรณานุกรม th.wikipedia.org.{ออนไลน์}.เข้าถึงได้จาก : https://th.wikipedia.org. https://www.buriram.go.th/web3/.https://www.paiduaykan.com/travel/.วันที่ค้นข้อมูล :6 พฤศจิกายน 2565 )
เนื้อเรื่อง ประวัติความเป็นมาของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ตั้งอาณาเขตและจำนวนประชากรและรายละเอียดของจังหวัด และ ประวัติความเป็นมาของแต่ละอำเภอของบุรีรัมย์ และการปกครองเขตการปกครองแต่ละอำเภอและสถานที่ ท่องเที่ยววัฒนธรรมวีถีชีวิตความเชื่อและการนับถือบรรพบุรุษของคนในจังหวัดและแหล่งโบราณคดี
วัฒนธรรมและประเพณีของจังหวัดบุรีรัมย์ กิจกรรมสืบสานวีถีวัฒนธรรม 4 ชาติพันธ์ คนบุรีรัมย์ งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ งานประเพณีว่าวอีสานบุรีรัมย์
มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดบุรีรัมย์ ผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าไหมบุรีรัมย์ วิธีทอผ้าของ จังหวัดบุรีรัมย์ ข้าวหอมมะลิภูเขาไฟ จังหวัดบุรีรัมย์
การนับถือบรรพบุรุษและความเชื่อของคนบุรีรัมย์ โมเวยโฎนตา (แซนโฎนตา บูชาบรรพบุรุษ) โจลมะม็วต (รำแม่มด)