The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบัญชี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by worawit6388, 2021-12-23 10:28:20

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบัญชี

แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบัญชี

บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กีย่ วของ

ในการวิจัยครัง้ นี้ ผูว ิจัยไดรวบรวมขอมูล ที่เกี่ยวของเพื่อประโยชนในการศึกษา ซึ่งประกอบดวย
แนวคดิ ทฤษฎี บทความและผลงานวจิ ัย ดังนี้

1. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการบัญชี
2. แนวคิดและทฤษฎีเก่ียวกบั ขอ มูลทางการบัญชี
3. แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกบั ธรุ กจิ บานนกแอน
4. งานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวของ

1.แนวคิดและทฤษฎเี กย่ี วกบั การบัญชี
ความหมายของการบญั ชี
ส ภ า ว ิ ช า ช ี พ บั ญ ช ี ใ น พ ร ะ บ ร ม ร า ช ู ป ถ ั ม ภ ( Federation of Accounting

Professionsunder The Royal Patronage of his Majesty The King : FAB ) ไดใหความหมายของ
การบญั ชไี วดงั น้ี

การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนกและสรุป
ขอมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานข้ันสุดทายของการบัญชีก็คอื การใหขอมูล
ทางการเงนิ ซึง่ เปน ประโยชนแ กบุคคลหลายฝา ยและผูทส่ี นใจในกิจกรรมของกจิ การ”

สมาคมผูสอบบญั ชรี ับอนญุ าตของประเทศสหรัฐอเมริกา ( The American Institute of
Certified Public Accountants : AICPA) ไดใหความหมายของการบัญชีไวดังนี้ “Accounting is the
art of recording, classifying and summarizing in a significant manner and in terms of money,
transactions and events which are, in part at least, of financial character and interpreting
the results thereof.”

สมาคมกา รบ ัญ ชีข องป ระเท ศสห รัฐอ เมร ิก า (The American Accounting
Association : AAA) ไดใหคำจำกัดความการบัญชีไวดังนี้ “Accounting is the process of
identifying, measuring and communicating economic information to permit informed
judgment and decision by user of the information”

7

การบัญชีจึงเปนศิลปะของการรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรุปขอมูลอันเกี่ยวกับ
เหตกุ ารณทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงินผลงานขั้นสุดทายของการบัญชีคือ การใหขอมูลทางการเงิน ซึ่งเปน
ประโยชนแกบ ุคคลหลายฝา ยและผูท ่สี นใจในแตละกจิ กรรม

การบัญชีและการทำบัญชี
งานของการทำบัญชี เปนเรื่องของการบันทึกรายการคาหรือขอ มูลทางบัญชีที่เกิดขึน้ ใน
สมุดบัญชีจนกระทั่งจัดทำงบการเงิน ผูที่มีหนาที่ในการบันทึกบัญชีเรียกวา “ผูทำบัญชี”
(Bookkeeper) สวนการบัญชีเปนงานที่เกี่ยวของกับการออกแบบระบบการบันทึกบัญชี การจัดทำ
รายงานการเงินและแปลความหมายของรายงานการเงิน นักบัญชี (Accountant) มีหนาที่จัดวางระบบ
บัญชีของกิจการ ควบคุมและตรวจตรางานของผูทำบัญชี ดังนั้นนักบัญชีตองเปนผูมีความรูและ
ประสบการณม ากวา ผทู ำบัญชี
ความสำคัญของการบญั ชี
การบัญชนี ั้นเก่ียวของกับการรวบรวม บันทึกจำแนกสรุปขอมูลท่เี กี่ยวกับเหตุการณทาง
เศรษฐกิจในรูปตัวเงิน จัดทำและนำเสนอขอมูลทางการเงิน ดังนั้นวัตถุประสงคหลักของการบัญชี คือ
จัดทำขอมลู ที่มีคุณภาพเพื่อใชในการบริหารหรือตอบขอสงสยั ตาง ๆขอมลู นั้นจะตองมีคุณภาพและทันตอ
เหตกุ ารณซ ึ่งทำใหเกิดเปนประโยชนแกบุคคลหลายฝา ยรวมถึงผูทีส่ นใจในกจิ กรรมของกิจการทั้งภายใน
และภายนอกองคกร ในองคกรตาง ๆ ที่มีขนาดเล็กถึงขนาดใหญ การบัญชมี ีประโยชนตอการบริหารงาน
ทำใหก ารดำเนนิ งานเปลี่ยนไปดว ยขอมูลในอดตี ที่องคกรจัดเก็บและประมวลผลเปน สารสนเทศทสี่ ามารถ
นำมาใชประกอบการตัดสินใจในหลาย ๆ กรณีการบัญชีมีคำตอบในเรื่องตางๆ กับหลายฝายเชน ฝาย
บรหิ ารอาจตองการทราบฐานะการเงินวากจิ การมีสินทรัพยและหนีส้ นิ อยูเทา ใด ผลการดำเนินงานเปนอยู
อยางไรเมื่อเปรียบเทียบกับปที่ผานมา เจาหนี้หรือบุคคลภายนอกอาจตองการทราบถึงสภาพคลอง
ทางการเงินและความสามารถในการทำกำไรของกิจการวาเปน เชน ไร นกั ลงทุนตองการทราบวา ตนควร
จะลงทุนหรือไมควรลงทุนในกิจการที่สนใจหรือตองการทราบผลตอบแทนจากการลงทุนเปนเชนไร เปน
ตนคำถามของบุคคลหลายฝา ยนีส้ ามารถตอบไดโดยใชข อมูลทางการบัญชี
ประเภทของการบัญชี
การดำเนินภายในองคกรซึ่งมีหลายฝายทำหนาที่ตาง ๆ มารวมงานกันเพื่อใหองคกร
บรรลุถึงเปาหมายที่ตั้งไว ดังนั้นงานที่แตละฝายทำจะมีลักษณะที่หลากหลาย บางงานเปนงานประจำท่ี
สนับสนุนสว นงานอื่นๆ ใหลลุ วง บางงานเปนงานเฉพาะกิจเกิดข้ึนตามวัตถุประสงคของผูบริหารสงผลให

8

ขอมูลท่ีจะใชก็จะมีความหลากหลายตามลักษณะงานดังนั้นในสวนของการทำงานการบัญชีนั้น สามารถ
แบง การบัญชีออกเปน 2 ลกั ษณะตามประเภทของผใู ชขอมูลดงั นี้

1. การบัญชีการเงิน เปนการบัญชีที่จัดทำขอมูลทางการบัญชีหรืองบการเงินเพื่อ
นำเสนอแกผูใชข อมูลภายนอกองคกรในการทำงานจะใชมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือหลักการ
บัญชีที่รับรองทั่วไป และมาตรฐานการบัญชีเปนแนวทางการจัดเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะห การ
บนั ทกึ ขอมลู การจัดประเภทของขอมูล การแสดงรายการที่เกย่ี วของฯ การจัดทำขอมลู ทางการบัญชีหรือ
รายงานทางการเงิน เชน งบการเงนิ ตา ง ๆ จะมีแบบแผนในการจัดทำเพ่ือนำเสนอตอวัตถุประสงคการใช
งานท่ัวไป

2. การบญั ชบี รหิ ารเปน การบัญชีทจ่ี ดั ทำขอมูลทางการบญั ชีหรือรายงานทางการเงินตาง
ๆ เพื่อใหแกผูใชขอ มูลภายในองคกร โดยการจัดทำขอ มูลนน้ั ข้ึนอยูกับวัตถปุ ระสงคของผูใ ชข อมูลเปน หลัก
จากขอมูลท่ีมีการจัดเก็บไวแลวจะนำมาประมวลผลตามวัตถุประสงคเพื่อใชประกอบในการตดั สินใจทาง
ธุรกิจไมวาจะเปนแผนงานเกี่ยวกับการขยายกิจการการลงทุนในผลิตภณั ฑใหม การสรางโรงงานใหม
การวางแผนงานของหนวยงานตาง ๆ ขององคกรหรือกิจการ เชน งบประมาณคาใชจาย รายงานการ
วิเคราะหต นทุนเปน ตน

การบัญชีถือเปนแกนกลางหรือกระดูกสันหลังในโลกธุรกิจซึ่งจะชวยใหกิจการรูถึง
รายรบั /รายจายรวมท้ังทราบถงึ ฐานะทางการเงนิ ของตวั เอง โดยวัตถุประสงคข องการจดั ทำบญั ชีมดี งั น้ี

(1) เพอ่ื บนั ทกึ รายการคา เชน การลงบัญชซี ้อื หรอื ขายสนิ คา ในสมดุ บัญชี
(2) เพื่อใหผูประกอบการไดทราบวาในชวงเวลานัน้ ๆ มีสินทรัพยหนี้สิน และสวนของ
เจาของ อยูเปนจำนวนเทาใดและอยางไร และใชเปนเครื่องมือในการบริหารการเงินในระหวางการ
ประกอบธรุ กจิ
(3) เพ่ือใชในการตดั สินใจลงทุนและวางแผนจัดการของผูป ระกอบการ
(4) เพื่อปองกันการทุจรติ และการสญู หายของสินทรัพยและใหเปนไปตามขอ บังคับของ
กฎหมาย
(5) เพ่อื เปนหลักฐานในการคำนวณภาษี
(6) เพื่อใชเปนหลกั ฐานในการชำระสินเชื่อแกสถาบันการเงิน หรือการขอวงเงินสินเช่ือ
เพ่มิ เติม
หลักการการจดั ทำบัญชีทถี่ กู ตอ ง
การจดั ทำบัญชี มีหลักการและขอ ควรปฏบิ ตั ิกอ นเรม่ิ ตน ทำบัญชดี ังตอ ไปนี้

9

1. แยกเงินของกิจการออกจากเงินสวนตัว นอกจากจะแยกเงินสดสวนตัวออกจากเงนิ
ของกิจการแลว กิจการควรเปดบัญชเี งนิ ฝากในชื่อของกิจการแยกไวตางหาก และกำหนดวธิ ีควบคุม ดูแล
และเก็บรวบรวมเอกสารประกอบตางๆ ใหถูกตองครบถว นดว ย

2. เตรียมขอ มูลเพื่อเร่ิมตนกจิ การ กอนเริม่ ตน กิจการตองตรวจสอบฐานะทางการเงิน
ของกจิ การในเบื้องตน กอ น โดยตองทราบวากิจการมสี ินทรัพยหน้สี นิ และทนุ เปนเทาใด รวมถงึ รายไดและ
คาใชจ ายของกิจการ และสำรวจรายการตางๆ ที่ตองมีในกจิ การและแยกออกตา งหากจากเรื่องสว นตวั

3. จัดทำผังบัญชีเปนการใสตัวเลขรหัสแทนบัญชีแตละชื่อ แยกเปนหมวดหมู เชน
สนิ ทรัพยหมวดที่ 1 หนสี้ นิ หมวดท่ี 2 เปนตน

ขั้นตอนการทำบญั ชี
การบัญชเี ปนเร่อื งของการเก็บรวบรวม บนั ทึก แบงแยก และทำสรุปขอ มูลอันเก่ียวเน่ือง
กับตัวเงนิ ข้ันสดุ ทา ยของการบัญชคี ือ การใหข อมูลทางการเงินซ่งึ เปนประโยชนแ กบุคคลหลายฝา ย รวมท้ัง
ผูที่สนใจรวมลงทนุ กบั ธุรกิจของกิจการ ขัน้ ตอนการทำบญั ชปี ระกอบดวย
1. การรวบรวมเอกสาร การบันทึกบัญชีตองมีหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชีที่
ถกู ตอ ง เชน การขายสนิ คา มีใบเสร็จรับเงนิ หรอื ใบกำกบั ภาษีการซอ้ื สนิ คามีใบสั่งซ้อื เปน ตน
2. การบันทึกบัญชี การบันทกึ บัญชีในแตละรายการ เม่อื พิจารณาเอกสารประกอบการ
บนั ทึกบัญชีถูกตองครบถวนแลว จะนำมาบันทึกบัญชีโดยรายการตา งๆ จะบันทึกตามหลักบัญชคี ู** หรือ
หลักบัญชีซา ยขวาในสมุดบัญชขี ้ันตน

หลักบัญชคี ู หมายถึง เม่อื มีรายการคา 1 รายการ ตอ งบันทกึ บัญช2ี ดา น คอื ดานซาย
และดานขวา ดวยจำนวนเงินที่เทากนั เสมอ และตองเปนรายการคา ที่กระทบกับการทำธุรกิจของกิจการ
หรือเปนรายการคาที่ทำใหเกิดการโอน แลกเปล่ียนระหวางกิจการกบั คนอื่นหรือกิจการอื่น เชน การซ้ือ
หรอื การขายสินคา เปน เงินสดหรือเงินเชื่อ ดังนัน้ ไมว าการซ้อื หรือการขายสินคา เปนเงินสดหรือเงินเชื่อถือ
เปน รายการคา เพราะกระทบกับการทำธุรกจิ การคา ของกิจการ

3. การจัดหมวดหมู เมื่อทำการบันทึกบัญชีแลว จะพบวา หากตองการตอบคำถามวา
เงินสดของกิจการตอนนี้มีในบัญชีเทาใด จะไมสามารถไปดูในสมุดบัญชีขั้นตนได เนื่องจากมีรายการ
จำนวนมากและมีรายการหลายชนิด จึงตองนำรายการชนิดเดียวกันมาจัดเขาหมวดหมูเดียวกันหรือ
รวมกลมุ กนั ไวเพื่อหายอดคงเหลือไดอยางถูกตองรวดเรว็ โดยใชสมดุ บัญชขี ั้นปลาย หรือที่เรียกกันวาสมุด
บญั ชีแยกประเภท

10

4. การสรุปผล จากยอดคงเหลือของทุกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภทข้ันปลายกิจการ
จะนำมาจัดทำรายงานเพื่อตรวจสอบยอดดานซายขวาวาเทากันหรือไม โดยจัดงบที่เรียกวา “งบทดลอง”
แตกอนการจัดทำงบการเงินตัวจริง จะตองพิจารณาวา มีรายการที่ตองปรับปรุงหรือไม ถามีรายการ
ปรับปรุงแกไข ก็ใหปรับปรุงกอนในสมุดบัญชีขั้นตน สมุดบัญชีขั้นปลาย และจัดทำงบทดลองภายหลัง
ปรับปรุงรายการแลว เชนอาคารรานคาเมื่อใชงานทำใหเกิดการเสื่อมสภาพ สวนที่เสื่อมสภาพจะมีการ
ประมาณ และปรับปรุงเปนคาใชจายในชื่อ คาเสื่อมราคา – อาคาร เปนตนเมื่อทำการปรับปรงุ ยอดให
ถูกตอ งแลวนำมาจดั ทำงบการเงนิ ไดแก งบกำไรขาดทนุ ซึง่ จะแสดงรายไดห ักดวยคา ใชจ ายและแสดงเปน
ผลกำไรสุทธหิ รือขาดทนุ สุทธิงบน้ีจะแสดงใหเ หน็ ถึงผลการดำเนนิ งานหรือประกอบกจิ การในชว งเวลาหนงึ่
และ งบดลุ ซงึ่ แสดงสนิ ทรพั ยห นีส้ ิน และทนุ หรอื อีกนยั หนง่ึ คอื ฐานะการเงนิ ของกิจการ ณ วนั ใดวันหนึ่ง
เชน งบดลุ ณ 31 ธันวาคม 2555 เปน ตน

งบการเงิน
หลังจากที่กิจการไดจัดทำบัญชีเรียบรอยแลว กิจการสามารถแสดงผลการดำเนินงาน
และฐานะการเงินของกิจการในรอบบัญชีที่ผานมา โดยแสดงอยูในรูปของงบการเงิน หมายถึง รายงานท่ี
แสดงขอมูลที่มาจากการประกอบธุรกิจหรือประกอบการคาของกิจการ ซึ่งประกอบดวย งบดุล งบกำไร
ขาดทนุ งบแสดงการเปลีย่ นแปลงในสวนของเจาของ และงบกระแสเงนิ สด
งบแสดงฐานะการเงินหรืองบดุลแสดงถึงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหน่ึง
โดยงบดุลจะใหรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพยห นีส้ ิน และสวนของผูป ระกอบการ SMEs วามีความม่ันคง
มากนอ ยแคไหน สินทรัพยที่มีอยูจะบงบอกถึงความสามารถในการเจริญเติบโตและความสามารถในการ
แขงขันของธุรกิจในอนาคตแสดงถึงสภาพคลองและความเสี่ยงของกิจการในขณะนั้น ซึ่งจะทำให
ผูประกอบการ SMEs สามารถรูถึงโครงสรา งทางการเงินของกิจการ สามารถประเมินถึงสภาพคลองหรือ
ความเสยี่ งของกจิ การได
งบกำไรขาดทุน แสดงขอมูลเกีย่ วกับผลการดำเนินงานของกจิ การสำหรับรอบระยะเวลา
ใดเวลาหนง่ึ ซึ่งขอ มูลในงบกำไรขาดทุนจะประกอบดว ยรายไดแ ละคาใชจาย ถา กิจการมีรายไดท้ังหมดสูง
กวาคา ใชจ ายทัง้ หมด ก็หมายถึง กิจการมีกำไรสทุ ธแิ ละถาหากกิจการมคี าใชจายสูงกวารายไดก็หมายถงึ
กจิ การมผี ลขาดทนุ สุทธนิ อกจากนี้งบกำไรขาดทนุ ยังชว ยบอกถงึ ความสามารถของกจิ การในอนาคตไดอ ีก
ดวย เชน การวิเคราะหแนวโนมการเติบโตของรายไดในอนาคต หรือสามารถวางแผนยอดขายในปถัดไป
หรือการขอสนิ เชอื่ เพ่ิมเพือ่ ขยายกจิ การ
งบแสดงการเปลยี่ นแปลงในสวนของเจาของแสดงขอมูลเกี่ยวกับการเปลีย่ นแปลงในสว น
ของเจาของที่เกิดขึ้นในระหวา งงวดโดยตองแสดงรายการกระทบยอดรายการจากตน งวดมาเปนสิ้นงวด

11

งบกระแสเงนิ สด แสดงขอมูลเกีย่ วกบั การเปล่ยี นแปลงของเงินสดและรายการท่ี
เทียบเทา เงนิ สดของกจิ การสำหรบั รอบ ระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึง่ งบกระแสเงนิ สดจะทำใหผปู ระกอบการ
SMEs รวู าเงินสดและรายการเทยี บเทาเงินสดท่ีเพิ่มขึน้ หรอื ลดลงนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรสะทอนภาพการ
เปลย่ี นแปลงฐานะการเงินของกจิ การในรอบระยะเวลาหนงึ่ ๆ โดยแบง เปน 3 เร่อื ง คือ

1. กระแสเงนิ สดจากการดำเนินงาน
2. กระแสเงินสดจากการลงทุน
3. กระแสเงินสดจากการจัดหาเงนิ
งบการเงนิ ทจ่ี ัดทำแลว จะตองผานการตรวจสอบและรบั รองจากผสู อบบัญชีดว ย ดงั นนั้
รายงานผสู อบบัญชเี ปน การแสดงความเหน็ ของผสู อบบัญชีตอ ขอมลู ที่แสดงไวใ นงบการเงินเพ่อื ใหผใู ชงบ
การเงินรับทราบขอมูล ดังนี้
(1) ใหความม่นั ใจในความถูกตอ งของขอมลู ซึ่งกฎหมายกำหนดใหง บการเงินจะตอง
ไดร บั การตรวจสอบโดยผสู อบบญั ชรี บั อนุญาต ซึ่งเปนบุคคลท่มี ีความเปนอสิ ระจากกจิ การ ผูสอบบญั ชีรับ
อนญุ าตจะตรวจสอบวา งบการเงินน้นั ถูกตอ งตามมาตรฐานการบญั ชแี ละมีการเปด เผยขอ มลู อยา ง
ครบถว น เพียงพอหรือไม
(2) ใหข อสังเกตและแนะนาเก่ียวกับผลกระทบท่ีอาจจะเกดิ ขึ้นกับกิจการ เชน
วกิ ฤตการณทาง
เศรษฐกจิ และความผันผวนของอัตราแลกเปล่ยี น เปนตน
การทำความเขาใจงบการเงิน
งบการเงิน คือ รายงานทางการเงินที่แสดงผลการดำเนนิ งานของกิจการสำหรับรอบ
ระยะเวลาใดเวลาหนงึ่ และแสดงฐานะการเงินของกิจการ ณ วันใดวนั หนึ่ง ประกอบดวย
1. งบดลุ เปนรายงานทางการเงินทแ่ี สดงฐานะการเงินของกจิ การ ณ วันใดวนั หนึง่ วา
กิจการมสี ินทรัพย หน้ีสินและทุนของกจิ การประเภทใดบา ง เปนจำนวนเงินเทาใด
2. งบกำไรขาดทุน เปนรายงานทางการเงนิ ทแ่ี สดงผลการดำเนินงานของกจิ การในแตล ะ
รอบระยะเวลาบัญชี วากิจการมผี ลกำไรสุทธิ หรอื ขาดทุนสทุ ธิเปน จำนวนเงนิ เทาใด
3. งบตน ทุนขาย/บริการ เปนรายงานทางการเงนิ ท่ีแสดงตนทุนขายสินคา และตน ทนุ
บริการในแตล ะรอบระยะเวลาบัญชี วากจิ การขายสนิ คา และใหบ รกิ ารตาง ๆ โดยมีตน ทุนขายสินคา และ
ตนทุนบริการทั้งสน้ิ เปน จำนวนเงินเทาใด

12

4. งบตนทุนการผลิต เปนรายงานทางการเงินที่แสดงตนทุนการแปรรูปผลิตผล
การเกษตรและผลติ สินคาในแตละรอบระยะเวลาบัญชี วากิจการมีรายจายที่ใชไปในการแปรรูปผลิตผล
การเกษตรและผลิตสนิ คาอะไรบาง เปนจำนวนเงนิ เทา ใด

หมายเหตุประกอบงบการเงิน เปนสวนหนึ่งของงบการเงินจัดทำขึ้นเพื่อขยายความ
รายการในงบการเงนิ อธิบายหลักเกณฑหรอื นโยบายการบัญชี รวมทั้งเปดเผยขอมลู อื่นท่ีไมไ ดแสดงไวใน
งบการเงนิ

นอกจากนี้ สมาคมนักบัญชีและผูสอบบัญชีรับอนุญาตแหงประเทศไทย ยังไดกำหนด
ลกั ษณะเชิงคณุ ภาพของงบการเงนิ ไวใ นแมบทการบัญชอี กี 14 ขอ ดงั น้ี

1. ความเขา ใจได
ขอมูลในงบการเงินตองสามารถเขาใจไดในทันทีที่ผูใชงบการเงินใชขอมูลดังกลาว

ดังนนั้ จึงตองมขี อสมมตุ วิ าผใู ชงบการเงนิ มีความรูตามควรเก่ียวกับธุรกจิ กจิ กรรมเชิงเศรษฐกิจและการ
บัญชี รวมทง้ั มีความตง้ั ใจตามควรท่จี ะศึกษาขอ มลู ดังกลาว อยา งไรกต็ าม ขอมลู แมว าจะมีความซับซอน
แตถาเกี่ยวของกับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจก็ไมควรละเวนที่จะแสดงในงบการเงินเพียงเหตุผลที่วา
ขอ มูลดงั กลา วยากเกนิ กวาท่ีผูใ ชงบการเงนิ บางคนจะเขาใจได

2. ความเกีย่ วของกบั การตดั สนิ ใจ
ขอมูลที่มีประโยชนตองเกี่ยวของกับการตัดสินใจของผูใชงบการเงิน ขอมูลจะ

เกี่ยวของกับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจไดก็ตอเมื่อขอมูลนั้นชวยใหผูใชงบการเงินสามารถประเมิน
เหตกุ ารณใ นอดีต ปจจบุ ัน และอนาคต รวมทั้งชวยยืนยนั หรือชี้ขอผดิ พลาดของผลการประเมินที่ผานมา
ของผูใชงบการเงินไดบ ทบาทของขอมูลท่ีชว ยในการคาดคะเนและยืนยันความถูกตองของการคาดคะเนท่ี
ผานมามีความสมั พนั ธกัน ตวั อยางเชน ขอ มูลเกยี่ วกับปรมิ าณและโครงสรางของสนิ ทรัพยท่ีกิจการมีอยูใน
ปจจุบันมปี ระโยชนตอผูใชงบการเงิน เพราะจะชวยใหผูใชงบการเงินสามารถคาดคะเนถึงความสามารถ
ของกิจการในการรับประโยชนจากโอกาสใหม ๆ และในการแกไ ขสถานการณ ขอมูลเดียวกนั นี้มีบทบาท
ในการยืนยันความถูกตองของการคาดคะเนในอดตี ที่เกี่ยวกับโครงสรางของกิจการและผลการดำเนินงาน
ตามที่วางแผนไวขอมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในอดีตของกิจการมักถือเปนเกณฑใน
การคาดคะเนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในอนาคต รวมท้ังเร่อื งอน่ื ๆ ทีผ่ ูใชง บการเงินสนใจ เชน
การจา ยเงินปนผล การจายคาจาง การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย และความสามารถของกิจการใน
การชำระภาระผูกพันเมื่อครบกำหนด อยางไรก็ตาม ขอมูลจะมีประโยชนตอการคาดคะเนไดโดยไม
จำเปนตองจัดทำในรูปของประมาณการ ความสามารถในการคาดคะเนจะเพิ่มขึ้นตามลักษณะการแสดง
ขอมลู ในงบการเงินของรายการและเหตุการณท างบัญชีท่ีเกิดขึ้นในอดีต ตวั อยา งเชน งบกำไรขาดทุนจะมี

13

ประโยชนในการคาดคะเนเพิ่มขึ้นหากรายการเกี่ยวกับการดำเนินงานที่มีลักษณะไมเปนปกติ รายการ
ผดิ ปกติจากการดำเนนิ งานและรายการที่ไมเกิดขึน้ บอ ยคร้ังของรายไดแ ละคา ใชจายจะแสดงแยกตางหาก
จากกนั

3. ความมีนยั สำคญั
ความเกี่ยวของกับการตดั สินใจของขอมูลขึน้ อยูกับลักษณะและความมีนยั สำคัญของ

ขอมูลนั้น ในบางกรณลี กั ษณะของขอมูลเพียงอยา งเดียวก็เพียงพอที่จะใชต ัดสินวาขอมูลมคี วามเก่ียวของ
กบั การตดั สนิ ใจหรือไม ตวั อยางเชน การรายงานสวนงานใหมอาจสงผลกระทบตอ การประเมินความเส่ียง
และโอกาสของกิจการ แมวาผลการดำเนินงานของสวนงานในงวดนั้นจะไมมีนัยสำคัญในกรณีอื่น ท้ัง
ลกั ษณะและความมนี ัยสำคัญของขอมูลมีสวนสำคญั ในการตัดสินวาขอมูลมีความเกี่ยวของกับการตัดสินใจ
หรือไม ตัวอยางเชน มูลคาของสินคา คงเหลือแยกตามประเภทหลักที่เหมาะสมกับธุรกิจ หากมูลคาของ
สนิ คาคงเหลือไมม นี ัยสำคัญ ขอ มูลเก่ียวกับสินคา คงเหลอื นั้นก็ไมเ กีย่ วของกบั การตัดสนิ ใจขอมลู จะถือวามี
นัยสำคัญหากการไมแสดงขอมูลหรือการแสดงขอมูลผิดพลาดมีผลกระทบตอผูใชงบการเงินในการ
ตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ ความมีนัยสำคัญขึน้ อยูกับขนาดของรายการหรือขนาดของความผดิ พลาดทีเ่ กดิ ข้ึน
ภายใตส ภาพการณเ ฉพาะซ่ึงจะตองพิจารณาเปน กรณี ๆ ไป ดงั นนั้ ความมนี ัยสำคัญจึงถือเปนขอพิจารณา
มากกวาจะเปน ลกั ษณะเชงิ คณุ ภาพซงึ่ ขอมลู ตองมหี ากขอมลู นนั้ จะถอื วา มีประโยชน

4. ความเชือ่ ถือได
ขอมูลที่เปนประโยชนตองเชื่อถือได ขอมูลจะมีคุณสมบัติของความเชื่อถือไดหาก

ปราศจากความผดิ พลาดที่มีนัยสำคัญและความลำเอยี ง ซึง่ ทำใหผ ูใ ชข อมลู สามารถเช่ือไดวาขอมูลนั้นเปน
ตัวแทนอันเที่ยงธรรมของขอมูลที่ตองการใหแสดงหรือควรแสดงขอมูลอาจมีความเกี่ยวของกับการ
ตัดสินใจแตการรับรูของขอมูลดังกลาวอาจทำใหผูใชงบการเงินเขาใจผิดเนื่องจากขอมูลขาดความ
นาเชื่อถือ ตัวอยางเชน ประมาณการคาเสียหายจากการฟองรองท่ีอยูระหวางการพิจารณาคดีอาจขาด
ความนา เชือ่ ถอื เน่อื งจากจำนวนคาเสียหาย และผลการพจิ ารณาคดียงั เปน ที่ไมแ นน อนและไมส ามารถคาด
เดาอยางสมเหตุสมผลได ดังนั้น กิจการจึงไมควรรับรูคาเสียหายดังกลาวในงบการเงิน แตควรเปดเผย
จำนวนคา เสยี หายที่มกี ารเรยี กรองและเหตกุ ารณที่เกี่ยวกับการฟองรองดงั กลาว

5. การเปน ตัวแทนอนั เทย่ี งธรรม
ขอมูลจะมีความเชื่อถือไดเมื่อรายการและเหตุการณทางบัญชีไดไดแสดงอยางเที่ยง

ธรรมตามที่ตองการใหแสดงหรือควรจะแสดง ดังนั้น งบดุลควรแสดงสินทรัพย หนี้สิน และสวนของ
เจาของ เฉพาะรายการและเหตุการณทางบัญชีที่เขาเกณฑการรับรูรายการ ณ วันที่เสนอรายงานขอมูล
ทางการเงนิ อาจไมเ ปนตวั แทนอันเทยี่ งธรรมของรายการท่ีตองการใหแสดง ทง้ั นี้มิไดม ีสาเหตุมาจากความ

14

ลำเอียง หากเกิดจากความซบั ซอนในการวัดคาของรายการและเหตุการณทางบัญชีหรือเกิดจากการนำ
หลักการวัดคาและเทคนิคในการนำเสนอรายการมาประยุกตใชในบางกรณี การวัดคาผลกระทบทาง
การเงินของรายการบางรายการอาจมีความไมแนนอนสูง จนกระทั่งกิจการไมอาจรบั รูรายการนั้นในงบ
การเงินได ตัวอยางเชน กิจการมีคาความนยิ มท่ีเกิดขึ้นหลังจากไดดำเนนิ งานมาระยะหนึ่ง แตกิจการไม
สามารถบันทึกคาความนิยมที่เกิดขึ้นภายในได เนื่องจากเปนการยากที่กิจการจะกำหนดมูลคาของความ
นิยมดังกลาวไวอยางนาเชื่อถือ อยางไรก็ตาม ในบางกรณีอาจจำเปนตองรับรูรายการและเปดเผยขอมูล
เก่ียวกับความเสีย่ งจากการผดิ พลาดในการรับรแู ละการวดั คา ของรายการนั้น

6. เน้อื หาสำคญั กวา รูปแบบ
ขอมูลเปนตัวแทนอันเที่ยงธรรมของรายการและเหตุการณทางบัญชี ดังนั้น ขอมูล

ตองบันทึกและแสดงตามเนื้อหาและความเปนจริงเชิงเศรษฐกิจมิใชตามรูปแบบทางกฎหมายเพียงอยาง
เดียว เนื้อหาของรายการและเหตุการณทางบัญชีอาจไมตรงกับรูปแบบทางกฎหมายหรือรปู แบบท่ีทำข้ึน
ตัวอยางเชน กิจการอาจโอนสินทรัพยใหกับบุคคลอื่น โดยมีเอกสารยืนยันวาไดมีการโอนกรรมสิทธิต์ าม
กฎหมายไปใหบุคคลนั้นแลว แตในสัญญาระบุใหก จิ การยังคงไดร ับประโยชนเชิงเศรษฐกิจในอนาคตจาก
สนิ ทรพั ยน ้ันตอไป ในกรณดี งั กลา ว การทีก่ ิจการรายงานวา ไดข ายสินทรัพยจ ึงไมเปน ตวั แทนอันเท่ียงธรรม
ของรายการท่เี กิดขึน้

7. ความเปน กลาง
ขอมูลที่แสดงอยูในงบการเงินมีความนาเชื่อถือเมือ่ มีความเปนกลางหรือปราศจาก

ความลำเอยี ง งบการเงนิ จะขาดความเปนกลางหากการเลือกขอมูลหรือการแสดงขอมลู ในงบการเงินน้ันมี
ผลทำใหผ ใู ชงบการเงนิ ตัดสนิ ใจหรือใชดลุ ยพินิจตามเจตนาของกจิ การ

8. ความระมัดระวัง
โดยทวั่ ไปผูจ ัดทำงบการเงินตอ งประสบกับความไมแนนอนอันหลีกเลี่ยงไมไดเก่ียวกับ

เหตกุ ารณตาง ๆ ตัวอยา งเชน ความสามารถในการเก็บหน้ี การประมาณอายุการใชงานของสนิ ทรัพยท ี่มี
ตัวตน และจำนวนการเรียกรองคาเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามสัญญารับประกัน กิจการอาจแสดงความไม
แนน อนดงั กลาว โดยการเปดเผยถึงลักษณะผลกระทบ และหลักความระมัดระวังที่กิจการใชในการจัดทำ
งบการเงิน หลักความระมัดระวังนี้รวมถึงการใชดุลยพินิจที่จำเปนในการประมาณการภายใตความไม
แนนอนเพื่อมิใหสินทรัพยหรือรายไดแสดงจำนวนสูงเกินไป และหนี้สินหรือคาใชจายแสดงจำนวนต่ำ
เกินไป อยางไรก็ตาม การใชหลักความระมัดระวังมิไดอนุญาตใหกิจการตั้งสำรองลับหรือตั้งคาเผื่อไวสูง
เกนิ ไป การแสดงสนิ ทรพั ยหรือรายไดใ หต ่ำเกินไปหรือแสดงหนส้ี ินหรือคาใชจายใหส ูงเกนิ ไปโดยเจตนาจะ
ทำใหงบการเงนิ ขาดความเปน กลางและทำใหขาดความนาเชื่อถือ

15

9. ความครบถวน
ขอมลู ในงบการเงินท่เี ชื่อถือไดตอ งครบถวนภายใตขอจำกดั ของความมีนัยสำคัญและ

ตนทุนในการจัดทำ รายการบางรายการหากไมแสดงในงบการเงินจะทำใหขอมูลมีความผดิ พลาดหรือทำ
ใหผูใชงบการเงินเขาใจผิด ดังนน้ั ขอ มูลดังกลา วจะมคี วามเก่ียวของกับการตัดสินใจนอยลงและขาดความ
นา เช่อื ถอื ได

10. การเปรยี บเทียบกนั ได
ผูใชงบการเงินตองสามารถเปรียบเทียบงบการเงินของกิจการในรอบระยะเวลาท่ี

ตางกัน เพื่อคาดคะเนถึงแนวโนมของฐานะทางการเงินและผลการดำเนนิ งานของกิจการนั้น นอกจากนี้
ผูใชง บการเงนิ ยังตองสามารถเปรียบเทยี บงบการเงินระหวางกิจการเพื่อประเมนิ ฐานะทางการเงนิ ผลการ
ดำเนนิ งาน และการเปลีย่ นแปลงฐานะทางการเงิน ดังนั้น การวัดมูลคาและการแสดงผลกระทบทางการ
เงินของรายการและเหตุการณทางบัญชีท่ีมลี ักษณะคลายคลึงกันจึงจำเปนตองปฏิบัติอยางสม่ำเสมอไมวา
จะเปน การปฏิบตั ิภายในกิจการเดียวกนั แตต างรอบระยะเวลา หรอื เปนการปฏบิ ตั ขิ องกจิ การแตละกิจการ
ก็ตามการเปรียบเทียบกันไดเปนลักษณะเชิงคุณภาพที่สำคัญกลาวคือ ผูใชงบการเงินจำเปนตองไดรับ
ข  อ ม ู ล เ ก ี ่ ย ว ก ั บ น โ ย บ า ย ก า ร บ ั ญ ช ี ท ี ่ ใ ช  ใ น ก า ร จ ั ด ท ำ ง บ ก า ร เ ง ิ น ร ว ม ท้ั ง
การเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกลาว ผูใชงบการเงินตอง
สามารถระบุความแตกตางระหวางนโยบายการบัญชีที่กจิ การใชส ำหรบั รายการและเหตกุ ารณท างบญั ชีท่ี
คลา ยคลงึ กนั ในรอบระยะเวลาบัญชีท่ตี างกัน และความแตกตางระหวางนโยบายการบัญชีท่ีใชของกิจการ
แตละกิจการได การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งรวมถึงการเปดเผยนโยบายการบัญชีจะชวยใหงบ
การเงินมีคณุ สมบัตใิ นการเปรยี บเทียบกนั ได

การทีข่ อ มลู จำเปนตองเปรียบเทยี บกนั ไดม ิไดห มายความวา ขอมลู ตองอยูในรูปแบบ
เดียวกันตลอดไป และไมใชขออางอันสมควรที่จะไมนำมาตรฐานการบัญชีที่เหมาะสมกวามาถือปฏิบัติ
ตัวอยางเชน กิจการไมควรใชน โยบายการบัญชีตอไปสำหรับรายการและเหตุการณทางบัญชีหากนโยบาย
การบญั ชีนั้นไมส ามารถทำใหขอมูลมีลักษณะเชิงคุณภาพที่เกีย่ วของกับการตัดสินใจและความเชื่อถือได
นอกจากนน้ั กิจการควรเลือกใชน โยบายการบัญชีอื่น หากทำใหขอมลู เก่ยี วของกับการตดั สนิ ใจและเช่ือถือ
ไดมากขึ้นเนื่องจากผูใชงบการเงินตองการเปรียบเทียบฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และการ
เปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการสำหรับรอบระยะเวลาที่ตางกนั ดังนั้น งบการเงินจึงควรแสดง
ขอ มลู ของรอบระยะเวลาทีผ่ านมาดว ยเพื่อประโยชนในการเปรยี บเทยี บ

16

11. ทันตอเวลา
การรายงานขอมูลลาชาอาจทำใหขอมูลสูญเสียความเกี่ยวของกับการตัดสินใจ

อยางไรก็ตามฝายบริหารอาจตองพิจารณาเปรียบเทียบระหวางประโยชนทจ่ี ะไดรับจากการรายงานท่ีทัน
ตอเวลากับความเชื่อถือไดของรายงานนั้น กิจการอาจจำเปนตองเสนอรายงานใหทันตอเวลากอนที่จะ
ทราบขอมูลเกี่ยวกับรายการและเหตุการณทางบัญชีในทุกลักษณะซึ่งอาจทำใหความเช่ือถือไดลดลง
ในทางกลับกนั หากกิจการจะรอจนกระท่ังทราบขอมลู ในทกุ ลักษณะจึงจะเสนอรายงาน รายงานน้ันอาจมี
ความเชื่อถือไดสูงแตไมม ีประโยชนต อผใู ชง บการเงินในการตัดสินใจในชวงเวลาน้ัน ในการหาความสมดุล
ระหวางความเกี่ยวของกับการตัดสินใจและความเชื่อถือไดของขอมูล กิจการจึงตองพิจารณาถึงความ
ตอ งการของผใู ชงบการเงนิ ในการตดั สินใจเชงิ เศรษฐกิจเปน หลกั

12. ความสมดลุ ระหวางประโยชนท่ไี ดร ับกับตนทนุ ท่เี สยี ไป
ความสมดุลระหวางประโยชนท่ีไดร บั กับตน ทนุ ทเ่ี สียไปถือเปนขอจำกัดท่สี ำคัญของ

งบการเงินมากกวาจะถือเปนลักษณะเชิงคุณภาพ โดยทั่วไป ประโยชนที่ไดรับจากขอมูลควรมากกวา
ตนทุนในการจัดหาขอมลู น้นั การประเมินประโยชนแ ละตนทุนจำเปนตอ งใชด ลุ ยพนิ ิจเปนหลกั โดยเฉพาะ
เมื่อผูที่ไดรับประโยชนจากขอมูลไมตองรับผิดชอบตอตนทุนในการจัดหาขอมูลนั้น และขอมูลอาจให
ประโยชนแกบุคคลอ่ืนนอกเหนอื จากผทู ่ีกจิ การตองการเสนอขอมลู ดังนั้น จงึ เปนการยากท่จี ะกำหนดสูตร
สำเร็จในการหาความสมดุลระหวางประโยชนที่ไดรับกับตนทุนที่เสียไปเพื่อนำมาปฏิบัติไดในทุกกรณี
อยางไรก็ตาม คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีจะไมละเลยขอจำกดั ดังกลาวในการออกกฎและผูใชงบ
การเงนิ ตอ งตระหนกั วา ผจู ดั ทำงบการเงินมขี อ จำกดั เดยี วกนั ในการจดั ทำและนำเสนองบการเงนิ

13. ความสมดลุ ของลักษณะเชงิ คณุ ภาพ
ในทางปฏิบัติ การสรางความสมดุลระหวางลักษณะเชิงคุณภาพตาง ๆ ถือเปน

สิ่งจำเปน ผูจัดทำงบการเงินตองหาความสมดุลของลักษณะเชิงคุณภาพตางๆ เพื่อใหงบการเงินบรรลุ
วัตถุประสงค แตความสัมพันธระหวางลักษณะเชิงคุณภาพจะแตกตางกันไปในแตละกรณี ผูจัดทำงบ
การเงนิ จึงจำเปนตอ งใชดุลพินจิ เยย่ี งผูประกอบวิชาชีพในการตดั สินใจเลือกความสมดุลดังกลาว

14. การแสดงขอมูลท่ีถกู ตองตามควร
โดยทั่วไปงบการเงินแสดงขอมูลที่ถูกตองตามควรเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการ

ดำเนินงาน และการเปล่ยี นแปลงฐานะทางการเงินของกิจการ แมว าแมบทการบัญชีน้ีไมเ กี่ยวของโดยตรง
กับแนวคดิ ในการแสดงขอมูลที่ถูกตองตามควร แตก ารนำลักษณะเชิงคุณภาพและมาตรฐานการบัญชีที่
เหมาะสมมาปฏิบัติก็สามารถสงผลใหงบการเงินแสดงขอมูลที่ถูกตองและยุติธรรมได หรืออีกนยั หน่ึงงบ
การเงินน้นั ใหข อ มลู ที่ถูกตองตามควรนนั่ เอง

17

การใชป ระโยชนจ ากงบการเงนิ
กิจการจำเปนตองทำความเขา ใจงบการเงนิ เพอื่ ใหส ามารถอานวิเคราะหและแปล
ความหมายขอมลู ในงบการเงินไดอ ยา งถูกตอง เพ่ือใชเ ปนเครื่องมอื ในการบริหารงาน ดงั นี้
1. ควบคุมการดำเนนิ งานของกจิ การใหเปน ไปตามนโยบายและแผนงานท่ีกำหนด
2. ใชในการวางแผน ควบคมุ ทางการเงนิ และตัดสินใจทางธุรกิจของกิจการ รวมถึงแกไข
ปรบั ปรุงการบริหารงานใหม ีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน
3. ประเมินประสิทธภิ าพและวัดผลการปฏิบัติงานของฝายจัดการ รวมถงึ วางระบบการ
ควบคุมภายในของกจิ การ
4. ทราบถึงความสามารถในการใหบรกิ ารและเอ้อื อำนวยประโยชนต อ ผูถอื หุน
5. เพอื่ ขอเครดติ จากสถาบันการเงิน
ดังนั้น การบญั ชีจงึ ทำหนาที่รวบรวม บันทึกและจัดประเภทเหตกุ ารณหรือรายการทาง
เศรษฐกิจท่ีเกิดขึ้นในกิจการ ซึ่งเปนรายการที่มีสาระสำคัญแลวสรปุ ผลขอมูลทางการบัญชีออกมาในรูป
ของรายงานทางการเงินหรือที่เรียกวางบการเงนิ ซ่ึงจะใหประโยชนตอ ผูใชขอมูลทางการบญั ชีทั้งภายใน
และภายนอกองคก ร

2. แนวคิดและทฤษฎเี กยี่ วกบั ขอ มูลทางการบญั ชี
ลักษณะของขอมลู ทางการบัญชี
ขอมูลทางการบัญชีมิไดมีความหมายแคบแตเพียงเปนขอ มูลทางการบัญชีท่ีเกิดจาก

การจัดเก็บและรวบรวมตามขั้นตอนของการบันทกึ บัญชีตาง ๆ ตามหลกั การบัญชีท่ยี อมรับกันทว่ั ไปอยาง
ที่หลายคนเขาใจ แทที่จริงแลว ขอมูลทางการบัญชีไดมีการพัฒนาและปรับปรุงเปล่ียนแปลงตลอดเวลา
จนกระทั่งทำใหเกิดขอมูลทางการบัญชีแนวคิดใหมขึ้นที่เรียกวา “การบัญชีบริหารหรอื การบัญชีเพื่อการ
จัดการ” (Managerial Accounting) โดยลักษณะของการบัญชีบริหาร จะเปนวิธีการในการนำเสนอ
ขอมูลทางการบัญชีเพื่อใหผูบริหารไดนำไปใชประโยชนในการวางแผน สั่งการ ควบคุม และตัดสินใจ
เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นลักษณะของขอมูลทางการบัญชีบริหาร (Managerial Accounting
Information) จึงเปนขอมูลทางการบัญชีที่ถูกจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงคที่จะเสนอขอมูลใหแกผ ูบริหาร
ในระดับตาง ๆ เพื่อประโยชนในการทำหนาที่ทางการบริหาร ดังนั้นวิธีการและรูปแบบของขอมูลทาง
การบัญชีที่นำเสนอจึงมิไดมีการกำหนดเปนหลักเกณฑที่แนนอน เนนการยดื หยุน ตามความตองการของ
ผบู รหิ ารมากกวาที่จะปฏิบตั ิตามหลกั การบัญชที ยี่ อมรบั กันท่วั ไป จงึ ทำใหลักษณะของขอมูลทางการบัญชี

18

ที่นำเสนอ สวนใหญเปนขอมลู ที่คาดวาจะเกิดขึน้ ในอนาคตและมคี วามเกี่ยวของกบั ขอมูลหลายดาน เชน
การเงนิ การตลาด การจัดการ เศรษฐศาสตร เปนตน

ประโยชนของขอ มูลทางการบัญชี
1. ทราบถึงความกาวหนาของกิจการ และประสบการณในการดำเนินงานของ
ผูบริหาร
2. ทราบถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงนิ ของกจิ การ
3. ใหผบู ริหารและผเู กยี่ วของอน่ื ๆ ใชขอ มลู เพ่อื ประกอบการวางแผน การควบคมุ
และตดั สนิ ใจ
4. ใหฝายบริหารทราบถึงขอบกพรองในการดำเนินงานที่ผานมา เพื่อที่จะเปน
แนวทางในการปรบั ปรงุ การดำเนินงานในอนาคต
สมนึก เอื้อจิระพงษพันธ (2544) ระบุวาขอมูลทางการบัญชีมีความสำคัญและ
จำเปน ตอ ผูบ ริหารในระดับตา ง ๆ ซ่ึงมหี นา ทกี่ ารบรหิ ารทสี่ ำคัญ ไดแ ก
1. การวางแผน (Planning) เปนการกำหนดแนวทางในการดำเนินกิจกรรมและ
การใชท รพั ยากรของกิจการในอนาคต ในสวนของการวางแผนการใชท รพั ยากรนัน้ เรียกวา งบประมาณ
2. การส่งั การ (Directing) ผบู ริหารตองการขอมูลทางการบัญชีเพ่อื ใชใ นการ
ดำเนินงานในแตล ะวนั เปน ขอมลู ในการส่งั การแกผ ูบ ริหารหนว ยงานตา ง ๆ เชน ขอ มลู เก่ียวกบั ยอดขาย
สินคา ในแตล ะวนั เปน ตน
3. การควบคุม (Controlling) เปนการควบคุมการดำเนินงานใหเปนไปตาม
แผนงานที่กำหนดไว โดยนักบัญชีจะทำหนาที่รวบรวมขอมูลที่เกิดขึ้นจริงแลวนำมาเปรียบเทียบกับ
งบประมาณทไ่ี ดก ำหนดไวลว งหนา และนำเสนอในลักษณะรายงานผลการดำเนินงาน เพือ่ พจิ ารณาวาการ
ดำเนินงานมีประสทิ ธิภาพหรอื ไม รวมถงึ กำหนดแนวทางในการปรบั ปรุงแกไ ขดวย
4. การตัดสินใจ (Decision Making) ขอมูลทางการบญั ชีนับเปน ปจจัยสำคญั ทถ่ี กู
นำมาใชในการวิเคราะหทางเลือกและตัดสินใจในการแกไขปญหาตา ง ๆ ท้ังในระยะสั้นและระยะยาวของ
ผบู รหิ าร เชน การกำหนดราคาขายของสนิ คาชนดิ ใดชนดิ หน่งึ เปน ตน
ขอ มูลทางการบัญชเี พื่อการบริหาร
การบริหารธุรกิจใหประสบความสำเร็จในสถานการณการแขงขันทางธุรกิจรุนแรง
ในปจจบุ ัน ผูบริหารตองพิจารณาถึงความพยายาม (Effort) ในลักษณะของตน ทุน (Cost) ที่สญู เสียไปกับ
ผลตอบแทน (Benefit) ที่กิจการจะไดรับกลับคืนมาการตัดสินใจในทางเลือกตาง ๆ จะทำไดอยาง
เหมาะสมเมื่อมีขอมูลที่เพียงพอ อันจะนำไปสูความสำเร็จในการบริหารกิจการ ระบบขอมูลเพื่อการ

19

ตดั สนิ ใจ (Information system for decision making) จึงกลายเปน ส่งิ จำเปน เทคนิคและวธิ ีการตาง ๆ
จงึ ถูกนำมาใชใ นการพัฒนาระบบขอมูลเพื่อการตัดสินใจอยางตอเนื่อง เพื่อกอ ใหเกิดการตัดสินใจที่สงผล
ใหก ารดำเนนิ กจิ การเปนไปอยา งมีประสทิ ธภิ าพ (Efficiency) และประสทิ ธผิ ล (Effectiveness)

ลักษณะการใชขอ มูลหรอื สารสนเทศทางการบัญชีของผบู รหิ าร
จากสภาพการแขงขันในปจจุบัน ทำใหผูบริหารจำเปนตองไดรับขอมูลตาง ๆ ที่
เกิดขน้ึ เพื่อประโยชนในการดำเนินธุรกิจ เชน ขอ มูลในการผลิตสินคา ทำใหส ามารถนำไปใชในการตีราคา
สินคา คงเหลือ ตลอดจนตน ทนุ ขายเพื่อทราบถงึ ผลการดำเนินงานวา มีผลกำไรหรือขาดทนุ และขอมูลทาง
การเงิน สามารถนำไปวิเคราะหปญ หาเพ่ือการตัดสนิ ใจในการดำเนินธุรกิจ เชน การตัดสินใจเกี่ยวกบั การ
รับคำสั่งซื้อพิเศษ การปดโรงงานชั่วคราว และการเพิ่มหรือลดสายการผลิต เปนตน ซึ่งผูบริหารจะนำ
ขอมูลเหลาน้ีมาใชเปน หลักในการวางแผนในอนาคตหลงั จากดำเนนิ ธรุ กิจไปชัว่ ระยะเวลาหน่ึงจะตอ งมกี าร
ควบคมุ ตดิ ตามผลการปฏิบัตงิ านท่เี กดิ ข้นึ จริงวา แตกตา งจากแผนงานท่วี างไวอยา งไร รวมทงั้ พิจารณาวา
มีสวนใดบางท่ีควรไดร บั การปรบั ปรุงแกไขใหดขี ้ึน นอกจากน้ี ฝา ยบริหารยังนำขอมูลไปใชในการตดั สินใจ
ปญหาตา ง ๆ ทเ่ี กิดขึ้นเปนประจำหรอื เปนการเฉพาะหนา ดังนัน้ ขอมูลจึงเปน สงิ่ ทจ่ี ำเปนและสำคญั ตอการ
ดำเนินธุรกิจ (ดวงมณี โกมารทัต, 2544:52) อนึ่งการนำขอมูลบัญชีไปใชในการตัดสินใจ คือ การนำ
ตัวเลขทางการเงินหรือขอมูลบญั ชีที่มปี ระโยชนไปใชในการตัดสินใจเชงิ เศรษฐกิจ (เชาวลีย พงษผาตโิ รจน
,2539 ; อรุณี อยา งธารา, อรสา วีระประดษิ ฐ, ณัฎฐพร เหลาธรรมทัศน และ วภิ าดา ตนั ตปิ ระภา, 2546)
โดยผูบ ริหารมีหนาที่ปฏิบัติงานตามหนาที่งานบริหารไดอยางมีประสิทธิภาพและบรรลุประสิทธิผลตาม
นโยบายของกิจการของผูบริหารที่มีความจำเปนและเครื่องมือที่ถูกใชในการวัดความสามารถเชิงการ
บรหิ ารของผบู ริหาร สามารถจำแนกได 4 หนา ที่งานดงั ตอไปน้ี
1. การวางแผน (Planning)
2. การสัง่ การ (Directing)
3. การควบคมุ (Controlling)
4. การตดั สนิ ใจ (Decision Making)

ดังนั้นการที่ผูบริหารจะสามารถทำหนาที่ทางการบริหารดังกลาวขางตนได
อยางสมบรู ณจำเปนตอ งมีสารสนเทศที่มีคุณภาพและใหประโยชนตอ การทำหนา ท่ีทางการบริหารไดอยาง
แทจ ริง ดว ยเหตนุ ีจ้ ึงกลา วไดวา สารสนเทศ (Information) จงึ เปรยี บเสมอื นเปน เช้ือเพลิงท่ขี ับเคล่ือนการ
บริหารใหด ำเนินตอไปได ผูบรหิ ารคนใดไมมีสารสนเทศเพื่อการบริหารก็จะขาดพลังท่ีจะดำเนนิ กิจกรรม
ตาง ๆ ได

20

สารสนเทศทางการบญั ชี (Accounting Information) จึงนับวาเปน สารสนเทศ
ประเภทหนง่ึ ท่ีมีความสำคญั และจำเปน ตอผบู รหิ ารในระดบั ตาง ๆ เมื่อมองถงึ หนาทท่ี างการบริหารเราจะ
พบวาหนา ทท่ี างการบรหิ ารมกี ารใชส ารสนเทศทางการบญั ชีดว ยกนั ทั้งส้ิน ดังแนวทางตอ ไปนี้

1. เพ่ือการวางแผน
การวางแผนเปนการกำหนดแนวทางในการดำเนินกิจกรรมและการใช

ทรัพยากรของกิจการในอนาคต ในสวนของการวางแผนการใชทรัพยากร เราเรียกวา “งบประมาณ” ซ่ึง
โดยปกติแลวขอมูลสวนใหญที่ใชในการจัดทำงบประมาณจะเปนขอมูลทางการบัญชีที่เคยเกิดขึ้นแลวใน
อดีตทั้งสิ้น เชน ขอมูลเกี่ยวกบั รายไดจากการขายสินคา คาใชจายในการดำเนินงานตาง ๆ เปนตน ดังนน้ั
ถาขอมูลทางการบัญชีของกิจการถูกจัดเก็บไวอยางไมถูกตองหรือมีความบิดเบือน การจัดการทำ
งบประมาณเพื่อการวางแผนเกี่ยวกับการใชทรัพยากรของกิจการในอนาคตก็จะเกิดการคลาดเคลื่อน
เชนกนั

2. เพื่อการสัง่ การ
ผบู ริหารสว นใหญมีความจำเปนทต่ี อ งการขอมูลทางการบญั ชีเพ่ือใชในการ

ดำเนินงานในแตละวัน เชน ผูจัดการบริษัทตองการไดร ับขอมูลเกี่ยวกับการขายสินคาในแตละวัน หรือ
ตอ งการทราบปริมาณสนิ คาคงเหลือในแตล ะสัปดาห เปน ตน ท้งั นเ้ี พอ่ื ชว ยใหม ขี อมูลพ้ืนฐานในการสั่งการ
แกผ บู รหิ ารหนวยงานตาง ๆ ที่จะตองรบั ผดิ ชอบนำไปดำเนินการ ดังนนั้ ในแนวทางทีเ่ หมาะสมแลว แผนก
บัญชีจึงตองมีความพรอมและความสามารถที่จะนำเสนอขอมูลแกผูบริหารในระดับตาง ๆ ไดรวดเร็ว
ถูกตอ งและทันตอ ความตองการของผูบ ริหาร

3. เพ่อื การควบคมุ
เมื่อผูบริหารไดทำการวางแผนการดำเนินงานโดยการจัดทำงบประมาณ

แลวสิ่งที่มีความจำเปนตามมากค็ ือการควบคมุ ทั้งนีเ้ พราะถากิจการมีการวางแผน แตขาดการควบคุมให
เปนไปตามแผนงานที่กำหนด การวางแผนก็ไรประโยชนและไมกอใหเกิดแรงจูงใจในการทำงาน นักบัญชี
เปน ผูหนึ่งท่ีตองทำหนาท่ีในการจดั เก็บและรวบรวมขอมูลการใชท รพั ยากรตาง ๆ ของกจิ การที่เกิดข้ึนจริง
เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขในแผนงานหรืองบประมาณที่ไดมีการกำหนดไวลวงหนา โดยแสดงใน
ลักษณะรายงานผลการดำเนินงาน (Performance Reports) ซึ่งจะเปนเครื่องมือในการพิจารณาวา
ผูบริหารหรือหนวยงานใดมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพหรือไมรวมถึงการกำหนดแนวทางในการ
ปรบั ปรงุ แกไ ขการดำเนินงานใหมปี ระสทิ ธิภาพมากย่ิงข้ึน

4. เพือ่ การตัดสินใจ

21

ขอ มูลทางการบัญชีนับวาเปนปจจัยสำคัญประการหน่งึ ท่ีถูกนำมาใชในการ
วิเคราะหทางเลือกและตัดสินใจในการแกไขปญ หาตาง ๆ ทั้งในระยะส้ันและระยะยาวของผูบริหารทั้งน้ี
เพราะในการตัดสินใจของผูบริหารจำเปนตองคำนึงถึงตนทุน (Costs) และผลตอบแทน (Benefits) ที่
กิจการจะไดรบั จากการตัดสินใจนั้น ซ่ึงขอมูลทีเ่ ก่ียวกับตนทนุ และผลตอบแทนลวนแตเปนขอมลู ทางการ
บัญชีทั้งสิ้น เชน การที่ผูบริหารตองการตัดสินใจที่จะกำหนดราคาขายของสินคาชนิดหนึ่ง จึงจำเปนที่
จะตอ งมขี อ มูลเกยี่ วกับตน ทุนการผลิตสินคาชนดิ น้ัน ๆ เปนตน (สมนึก เอือ้ จิระพงษพนั ธ, 2544 : 4)

ประโยชนท่ีผบู ริหารไดร บั จากสารสนเทศทางการบญั ชี
เมื่อผูบริหารทำการวางเปาหมาย (Goals) ขององคกรในอนาคตแลว
สารสนเทศจากระบบสารสนเทศทางการบัญชี จะเขามาชวยผูบริหารใหดำเนินงานเพื่อบรรลุเปาหมาย
ทตี่ ัง้ ไว (สปุ ราณี ศกุ ระเศรณี และคณะ, 2546 : 15)
1. ใชสารสนเทศทางการบญั ชีเพื่อตัดสินใจเลือกกลยุทธ (Strategies) ใน
การดำเนินงานที่เหมาะสมกับสภาพแวดลอมในขณะน้ัน อยางไรก็ตาม กลยุทธที่วางไวสมควรถูกทบทวน
และปรับเปลี่ยน ถา สภาพแวดลอ มในการดำเนินงานมีการเปลย่ี นไป
2. ใชสารสนเทศทางการบัญชีเพื่อทำการแปลงกลยุทธใหเปนวิธีการ
ปฏิบตั งิ านหรอื กจิ กรรมตา ง ๆ (Actions)
3. ใชส ารสนเทศทางการบัญชีเพ่ือทำการวางแผนการปฏิบตั ิงาน (Action
Plans) และผลลัพธท่คี าดวา จะไดร บั จากแผนงานดงั กลาว (Expected Outcomes)

3.1 การวางแผนระยะสั้น (Short-Term Plan) มีระยะเวลา 1 ป
หรือ 1 รอบการดำเนินงานปกติ (Operating Cycle) ดังนั้นเนื้อหาจึงเนนกิจกรรมปกติที่เกิดขึ้นเปน
ประจำ

3.2 การวางแผนระยะยาว (Long-Term Plan) มรี ะยะเวลา 4 – 5 ป
ข้ึนไปหรือเมอ่ื มีการเปล่ียนแปลงวงจรชวี ติ ของธรุ กิจ (Business Life Cycle) ดงั นน้ั เนื้อหาจึงเนนกิจกรรม
ท่ีจะทำใหองคกรมีศักยภาพมากข้ึน (Competitive) เจริญเติบโตข้ึน (Growth) และเกดิ มูลคาเพิม่ (Vale
Added)

4. ใชสารสนเทศทางการบัญชีเพื่อการสื่อสาร (Communicating) ให
สมาชิกทุกคนไดทราบทิศทางขององคกร วิธีการปฏิบัติงาน ความคาดหวังจากองคกร และใชในการ
ประสานงาน (Coordinating) ระหวา งหนวยงานตาง ๆ ในองคก รดวย

5. ใชสารสนเทศทางการบัญชีในการควบคุม (Controlling) และสั่งการ
(Directing) สำหรบั งานประจำวัน ทั้งน้เี พือ่ ใหการดำเนนิ งานเปนไปตามแผนงานท่ีวางไว

22

6. ใชสารสนเทศทางการบัญชีในการตัดสินใจแกไขปญหาที่เกิดขึ้น
(Making Decision) ในระหวา งการดำเนนิ งาน

7. ใชสารสนเทศทางการบัญชีในการวางระบบการประเมินผลการ
ปฏบิ ตั งิ าน (Evaluating System) ท่ีเหมาะสมและยตุ ธิ รรม

ขอ มูลกับการบรหิ ารงาน
การบรหิ ารจดั การธุรกจิ มกี ระบวนการในการบริหารงาน 4 กระบวนการ ไดแ ก การ
วางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Do) การตรวจสอบ (Check) และการดำเนนิ การ (Action) หรือเรยี กวา วงจร
PDCA เริม่ ขึ้นเปน ครั้งแรกโดยนักสถิติ Walter Shewhart ซึ่งไดพัฒนาจากการควบคุมกระบวนการเชิง
สถิตทิ ี่ Bell Laboratories ในสหรัฐอเมริกาเม่ือทศวรรษ 1930 ในระยะเริ่มแรก วงจรดังกลาวเปนทีร่ ูจกั
กันในชื่อ "วงจร Shewhart" จนกระทั่งราวทศวรรษท่ี 1950 ไดมีการเผยแพรอยาง กวางขวางโดย
W.Edwards Deming หลายคนจึงเรียกวงจรนี้วา "วงจร Deming" ในยุคเริ่มแรก Deming ไดเนนถึง
ความสัมพันธ 4 ฝาย ในการดำเนินธุรกิจเพื่อใหไดมาซึ่งคุณภาพ และความพึงพอใจของลูกคา ซึ่งไดแก
ฝายออกแบบ ฝายผลติ ฝา ยขาย และฝายวิจัย ซึ่งตองดำเนนิ ไปอยางตอเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพของ
สนิ คาตามความตอ งการของลูกคา ทเี่ ปล่ยี นแปลงอยูตลอดเวลา
วงจร PDCA จะใชเพื่อการปรับปรงุ งานอยา งตอ เนือ่ งทุกครั้งท่ีวงจรหมุนครบรอบก็
จะเปนแรงสง ใหหมุนในรอบตอไป วิธีการใหม ๆ ที่ทำใหเกดิ การปรับปรงุ ก็จะถูกจัดทำเปน มาตรฐานการ
ทำงาน ซ่ึงจะทำใหการทำงานมีการพัฒนาอยางไมส ิ้นสุด โดยเริ่มดวยการปรับปรุงเล็กนอย และกาวไปสู
การปรับปรุงที่มีความซับซอนมากยิ่งขึ้น การบริหารจัดการธุรกิจตามวงจร PDCA ประกอบดวย การ
วางแผน (Plan) การปฏิบตั ิ (Do) การตรวจสอบ (Check) และการดำเนนิ การ (Action) ดังนี้
1. การวางแผน (Plan)

การวางแผนครอบคลุมถึงการกำหนดกรอบหัวขอที่ตองการปรับปรุง
เปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม และการแกปญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาวามี
ความจำเปนตองใชขอมูลใดบางเพื่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนั้น ขอมูลดังกลาวจะถูกรวบรวม และ
วเิ คราะหทางเลือก ซึ่งจะชวยใหสามารถคาดการณสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และชวยลดความสูญเสียท่ี
อาจเกิดขึ้นได เนื่องจากการวางแผนชวยใหร ูถึงสภาพปจจบุ ันพรอมกับกำหนดสภาพที่ตองการใหเ กิดขึ้น
ในอนาคต ดวยการผสานประสบการณ ความรู และทักษะอยางลงตวั

การวางแผนมีอยูดวยกัน 2 ประเภท คือ การวางแผนเพื่ออนาคต เปนการ
วางแผนสำหรับสงิ่ ท่ีจะเกดิ ขึน้ ในอนาคตหรอื กำลังจะเกดิ ขึ้น ซง่ึ บางอยางไมส ามารถควบคุมได แตเ ปนการ
เตรียมความพรอมสำหรับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และการวางแผนเพื่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เปนการ

23

วางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดขึ้นในปจจุบันใหดีขึ้น ซึ่งเราสามารถควบคุมผลที่เกิดในอนาคตได
ดว ยการเรมิ่ ตน เปลี่ยนแปลงต้ังแตป จจบุ นั

2. การปฏิบัติ (Do)
การปฏิบัติ คือ การลงมือทำตามแผน หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามทางเลือก

ที่ไดกำหนดไวใ นขั้นตอนการวางแผน โดยมีการตรวจสอบระหวางการปฏิบัติวาไดด ำเนินไปในทิศทางท่ี
กำหนดตามแผนงานหรอื ไมพรอมกับสือ่ สารใหผูท เี่ กย่ี วของรบั ทราบ

3. การตรวจสอบ (Check)
การตรวจสอบ คือ การประเมินผลที่ไดรับจากการปฏิบัติ การตรวจสอบจะทำ

ใหทราบวาการปฏิบัติตามแผนงานสามารถบรรลุเปาหมายหรือวัตถุประสงคที่ไดกำหนดไวหรือไม สิ่ง
สำคัญก็คือ การตรวจสอบตองมคี วามชัดเจนวา จะตรวจสอบอะไร และบอยคร้ังแคไหน ซึ่งขอมูลท่ีไดจาก
การตรวจสอบจะเปน ประโยชนสำหรับขั้นตอนถัดไป

4. การดำเนนิ การ (Action)
การดำเนินงานใหเหมาะสมจะพิจารณาผลที่ไดจากการตรวจสอบ ผลทีเ่ กิดข้ึน

เปนไปตามแผนท่ีวางไวหรือไมเปนไปตามแผนที่วางไว หากเปนกรณีแรกจะนำแนวทางหรือกระบวนการ
ปฏิบัตินั้นมาจัดทำใหเปนมาตรฐาน พรอมท้ังหาวิธีการที่จะปรับปรุงใหดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจหมายถึง
สามารถบรรลเุ ปาหมายไดเ รว็ กวาเดิมหรือเสยี คา ใชจายนอยกวาเดิม หรือทำใหคณุ ภาพดียิ่งขึ้น แตถาหาก
เปน กรณที ี่สอง ผลท่ีไดไ มบ รรลุวตั ถุประสงคต ามแผนทว่ี างไว ขอมลู ที่รวบรวมไวจะถกู นำมาวิเคราะห และ
พิจารณาวาควรจะดำเนินการอยางไรตอไป เชน หาทางเลือกใหมที่นาจะเปนไปได ใชความพยายามให
มากขน้ึ กวา เดิม ขอความชวยเหลอื จากผรู ู หรืออาจถึงข้ันเปลยี่ นเปาหมายใหม

การบริหารงานตามวงจร PDCA นัน้ เปาหมายที่ตองการบรรลุผลสำเร็จอาจจะ
เปนเปาหมายระยะสั้นหรือเปาหมายระยะยาวกไ็ ดแตเปาหมายทีด่ ีจะตอง SMARTER ซึง่ ประกอบไปดว ย
เฉพาะเจาะจง มีความชัดเจน (Specific) สามารถวัดและประเมนิ ผลได (Measurable) เปนที่ยอมรับได
ของผูปฏิบัติ (Acceptable) ตั้งอยูบนพื้นฐานของความเปนจริง (Realistic) มกี รอบเวลากำหนด (Time
Frame) ทาทาย และเพ่ิมศักยภาพของผูปฏบิ ัติ (Extending) และคุม คา กับการปฏิบตั ิ (Rewarding)

ในการตัดสินใจบริหารจัดการผบู ริหารจะตัดสนิ ใจภายใตขอมูลท่ีเชื่อถือไดจาก
2 แหลง ไดแ ก

1. ขอมลู จากภายในองคกร (Internal information) ขอมูลภายในองคกรเปน
ขอมูลที่ผูบริหารสามารถเก็บรวบรวมไดภายในกิจการ ไดแก ขอมูลดานการบริหารจัดการ ขอมูลดาน
การเงนิ ขอมูลดานการบัญชี ขอมูลดานการผลิต ขอมลู บุคลากร เปนตน

24

2. ขอมูลภายนอกองคก ร (External information) เปนขอมูลเกี่ยวกับสภาวะ
แวดลอมที่เกี่ยวของกับองคกรทั้งในและตางประเทศ ที่สำคัญไดแก ขอมูลดานเศรษฐกิจ ขอมูลดาน
เทคโนโลยี ขอมูลดานกฎหมายขอมูลดานวัฒนธรรม การเมือง และสังคม ตลอดจนขอมลู ที่เกี่ยวของกับ
คูแขงขนั และลูกคา ซง่ึ ขอมลู ภายนอกนก้ี ิจการไมสามารถทจี่ ะสรางขน้ึ ตามความตองการของตนเองได

ขอมูลที่เกดิ ขึ้น เมือ่ นำมาใชตองจัดขอมูลใหพรอมใชง าน ใหตรงกับการบรหิ าร
จดั การหรือการตัดสินใจในประเด็นที่แตกตางกันไปจึงจะมปี ระโยชน บอยครั้งกิจการอาจลงทุนในระบบ
ขอมูลจำนวนมหาศาลแตไมสามารถนำมาใชในการตัดสินใจไดจริง การลงทุนดังกลาวก็ไมเกิดประโยชน
ขอมูลที่ใชจงึ ตอ งมีความถูกตอ ง เชื่อถอื ได รวดเรว็ ทันตอความตองการของผูบริหาร และเพียงพอตอการ
ตัดสินใจ ดว ยเหตนุ ีข้ อ มลู เพือ่ การตดั สินใจจึงแบงไดเ ปน 2 ลักษณะ ไดแ ก

1. ขอมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงปริมาณ (Quantitative information) เปน
ขอ มลู ทีส่ ามารถวดั ไดเปน ตัวเลข เชน จำนวนชั่วโมงการทำงาน ยอดขาย ตนทุนการผลติ เปน ตน

2. ขอมลู เพื่อการตัดสินใจเชิงคุณภาพ (Qualitative information) เปนขอมูล
ที่มีลักษณะเปนการบรรยาย ขอความ ความคิดเห็น ซึ่งไมส ามารถวัดคาเปนตัวเลขได เชน คณุ ภาพของ
ผลิตภัณฑ สภาพแวดลอมในการทำงาน ภาวะทางเศรษฐกจิ เปนตน

เมื่อมีแหลงขอมูลที่มีคุณภาพเพียงพอแลว ผูบริหารจัดกระบวนการในการ
ตัดสินใจเพื่อแกปญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอยางเปนระบบเพื่อทำใหการตัดสินใจนั้นมี
ประสิทธภิ าพท่ีดีพอ จะสามารถแกไขปญหาไดถูกตอง ลดการสนิ้ เปลอื งคาใชจ ายจากการแกปญหาไมตรง
ประเดน็ กระบวนการในการตดั สนิ ใจแกป ญหาทส่ี ำคญั ไดแ ก

1. การคนหาปญหาที่แทจริง (Defining the problems) ปญหาหรือความ
ยุงยากที่เกิดขึ้นนั้น อาจเกิดจากสาเหตุที่แตกตางกัน หากสามารถระบุหรือคนหาตนเหตุของปญหาท่ี
แทจรงิ ไดจ ะสามารถกำหนดแนวทางในการตัดสินใจแกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสม และตรงประเด็น
บอ ยครงั้ ทกี่ ารระบปุ ญหาท่ีผดิ พลาด เม่อื ทำการตัดสินใจแกป ญหาแลวกลบั ทำใหเกดิ ปญหาใหมเ พิ่มข้นึ

2. การกำหนดทางเลือกในการแกไขปญหา (Identifying alternatives) เม่ือ
พบตนเหตขุ องปญหาทแี่ ทจริงแลว ในการตัดสนิ ใจแกปญหาจะเปนการกำหนดแนวทางที่เปนไปไดในการ
แกไขปญหา เน่ืองจากปญหาใดปญหาหน่งึ สามารถแกไขไดห ลายวิธี จงึ ตองกำหนดแนวทางเพอื่ นำมาใชใน
การตัดสนิ ใจตอไป

3. การเก็บรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของกับการตัดสินใจ (Accumulating
relevant information) หลังจากสามารถระบุทางเลือกในการแกไขปญหาแลว ตอ งทำการรวบรวมขอมูล

25

ทีเ่ ก่ียวขอ งในแตล ะทางเลือกเพ่ือสนบั สนนุ ความเปนไปไดข องแตละทางเลือกนัน้ ทั้งน้ขี อมูลทร่ี วบรวมตอง
มคี วามถูกตอ ง และเช่ือถือไดเปน สำคญั

4. การวิเคราะหและเปรียบเทียบในแตละทางเลือก (Analysis and
comparison of alternatives) เมื่อรวบรวมขอมูลแตละทางเลือกแลว ขอมูลดังกลาวจะถูกนำมา
วเิ คราะหโดยใชเทคนิคหรือวิธีการท่ีเหมาะสมเพียงพอ จากนนั้ จะนำมาเปรียบเทยี บขอดี ขอดอยในแตล ะ
ทางเลือกท่เี กดิ ข้ึนหรอื อาจเกิดขน้ึ ของแตล ะทางเลอื กน้ัน

5. การตัดสินใจ (Decision making) การตัดสินใจเปนข้ันตอนสุดทายของ
กระบวนการตัดสินใจ การตัดสนิ ใจนี้จะมีประโยชนห รือไมขนึ้ กับ 4 ขั้นตอนแรก การตัดสินใจน้ีจะสงผลให
เกิดแนวปฏิบัติ หรืออาจกำหนดเปนนโยบายการดำเนนิ งานท้ังในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นผูบริหาร
ตองพิจารณาถึงผลกระทบที่มีตอแผนงานที่ไดกำหนดไวเดิม และผลที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจใน
ทางเลือกอยางรอบคอบและรดั กุม

3. แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกบั ธุรกิจบา นนกแอน
ความเปนมาของธรุ กจิ รังนก
นกนางแอน หรือ นกอีแอน (Swiftlet) คือ นกที่สามารถนำรังมารับประทานได ซึ่ง

ชาวบานมกั เรียกเปนชื่อตางกันในแตล ะทอ งถิ่นวา นกแอน นกนางแอน และนกแอนกินรัง สวนนกแอนที่
รังไมมีการนำมารับประทาน ชาวบานมักเรียกวา แอนขี้ควาย นกแอนกินรังหรือนกแอนในมาเลเซีย
เรียกวา “บูรุง ลายัง-ลายัง” (Burung Layang Layang) หรือ“บุรง ลายัง-ลายัง กัว” (Burung Layang
Layang Gua) สวนในอินโดนีเซียเรียกวา “บูรุงวาเล็ท” (Burung Walet) จัดเปนนกนางแอนที่มี
ความสำคญั ทางเศรษฐกิจ เน่ืองจาก สามารถเก็บรังท่สี รางจากน้ำลายมารบั ประทานได หรือ ทเ่ี รียกในชื่อ
ผลิตภัณฑ “รังนก” โดยมีความเชื่อวา การรับประทานรังนกนางแอนทีส่ รางมาจากน้ำลายจะมีสรรพคุณ
เปน ยาบำรุงกำลัง และรกั ษาโรค

ชนิดและลักษณะทัว่ ไปของนกนางแอน
นกนางแอนจดั อยูในวงศ Apodidae จดั เปนนกขนาดเลก็ ปากมีลกั ษณะเปนรูป
สามเหลี่ยม มขี นาดสั้นและแบน มรี จู มกู ทะลุไมถงึ กนั ขนมีแกนขนขนาดใหญ ตัวเตม็ วยั มีขนอุยเฉพาะ
บรเิ วณแกม ขนเรยี งตดิ กนั แนนเปน แผนคลา ยใบมีดโกน ขนกลางปก มี 8-11 เสน ปก เมื่อหบุ เขา จะยาว
เลยปลายหาง นกนางแอนในประเทศไทยพบประมาณ 13 ชนิด ใน 5 สกลุ คือ

26

1. สกลุ นกนางแอน ทอ งขาว (Genus Collocalia G.R. Gvay) ประกอบดว ย นก
นางแอน ทองขาว, นกนางแอนพันธุหมิ าลยั , นกนางแอนหางสีเหล่ียม, นกนางแอน กินรงั และนกนางแอน
กนิ รงั ตะโพกขาว

2. สกุล นกนางแอนเล็กหางหนาม (Genus Rhaphidura Oates) ประกอบดวย นก
นางแอน เล็กหางหนามตะโพกขาว

3. สกลุ นกนางแอนใหญ (Genus Hirundapus Hodgson) ประกอบดว ย นกนางแอน
ใหญค อขาว, นกนางแอนใหญหวั ตาดำ และนกนางแอนใหญหัวตาขาว

4. สกุล นกนางแอนตาล (Genus Cypsiurus Lesson) ประกอบดวย นกนางแอนตาล
5. สกุล นกนางแอน บา น (Genus Apus Scopoli) ประกอบดวย นกนางแอน ตะโพก
ขาวหางแฉก, นกนางแอน ทองลาย และนกนางแอน บาน

รังนกถูกเก็บนำมารับประทาน และมีการคาขาย มาตั้งแตสมัยราชวงศถังของประเทศจีน (ค.ศ.
618 – 907) เมื่อพอคาชาวจีนไดนำรังนกจากเกาะชวา หรือ ประเทศอินโดนเี ชียในปจจุบัน เขาไปถวาย
องคจักรพรรดิ ซึ่งมีความเชื่อวา เปนอาหารที่หายาก และมีคุณคาตอพระพลานามัย รวมถึงชวยใหมี
พระชนมายุยืนยาว หลังจากนั้นเปนตนมา รังนกนางแอน และอาหารที่ทำจากรังนกนางแอนไดเปนที่
ยอมรับ และนิยมรบั ประทานอยางมากจากชาวจีน เพราะถือวา รังนกหรืออาหารที่ทำจากรังไข ถือเปน
เครื่องเสวยอยางหนึ่งที่องคจักรพรรดิทรงเสวย โดยรูจ ักกันในนาม “ทองคำเหลว” (Liquids Gold) ที่มา
จากพระดำรสั ขององคจ กั รพรรดวิ า รงั นกเปนส่ิงหายากที่ทรงคุณคา และมรี าคาแพง ในสมัยราชวงศหมิ
งตอนปลายไดปรากฏวามีแพทยเขียนใบสั่งยาโดยมีรังนกเปนสวนผสมเชื่อวารังนกสามารถรักษาโรค
ทางเดินหายใจ ชวยบำรุงสขุ ภาพเด็กทรี่ า งกายไมแข็งแรงไดดี สว นในประเทศไทย ไดมีคนรูจักนำรังนกมา
บริโภคกันมาเปน เวลานานแลว โดยปรากฏหลกั ฐานวา มีการนำรงั นกมาปรงุ เปนอาหารคาวหรือใสในแกง
บางชนดิ ซง่ึ ถือเปน อาหารบำรงุ กำลัง เชน แกงสบิ สอง

27

จากความนิยมรบั ประทานรงั นกอยางมากของชาวจนี และชาวเอเชีย และชว งตอมาที่มกี ารพัฒนาเปน
อุตสาหกรรมผลติ รงั นกจนเปนท่ีรูจกั และนิยมรับประทานกนั มากขน้ึ ทำใหป ริมาณรงั นกท่เี กบ็ ไดจากถ้ำ
บนเกาะบอรเ นียว และบนเกาะในแถบภาคใตของประเทศไทย รวมถงึ ในประเทศอน่ื จะลดลงมากจนไม
เพยี งพอกบั ความตองการในปจจุบัน

แหลง รงั นกตามธรรมชาตใิ นประเทศไทย
1. อุทยานชมุ ชนเกาะไขตั้งอยูในหมทู ี่ 6 บา นบอเมา ตำบลชมุ โค อำเภอปะทิว จงั หวดั ชมุ พร เปน
เกาะทเ่ี งยี บสงบคงความตามธรรมชาติ เปน แหลงชมปะการงั น้ำต้ืนนานาชนิดมีถำ้ ชมคางคาว รังนก
นางแอน และปไู ก อยหู า งจากชายฝง ประมาณ 4.5 กิโลเมตร
2. เกาะสี่ เกาะหา เปน หมูเกาะหนิ ปนู อยูในทะเลสาบสงขลา สภาพภมู ิประเทศท่วั ไปเปนเนนิ
เขาเนอื้ ทร่ี วมทัง้ หมดประมาณ 1,400 ไร ปจจุบันอยูในเขตการปกครองของ ตำบลเกาะหมาก อำเภอปาก
พะยนู จังหวัดพัทลงุ หางจากเกาะหมากไปทางทศิ ตะวันตกประมาณ 1.6 กิโลเมตร ตามเกาะตาง ๆ มี
โพรงถ้ำอยูมากมาย ถ้ำเหลาน้ีเปน ท่ีอยูอ าศยั ของนกนางแอนรงั นกถือวามีคุณภาพดที สี่ ดุ ของประเทศ
เนื่องจากหมเู กาะนตี้ ้ังอยกู ลางทะเลสาบทำใหรังนกขาวสะอาด และมีขนาดใหญเกาะสี่ เกาะหา จึงเปน
แหลง ทีม่ คี ณุ คา ทางเศรษฐกิจอกี แหงหน่ึงของประเทศไทย

การทำธรุ กิจรังนกนางแอน หรอื บา นนกแอน
จากความตองการรังนกนางแอนจำนวนมากสำหรับนำมาผลติ เปน ผลติ ภัณฑร งั นก ทำใหใ นแตล ะ
ปม ีการเก็บรังนกนางแอน ไมเ พียงพอกับความตองการของอตุ สาหกรรมและตลาด ทำใหมีผูสนใจทำธุรกจิ
รังนกนางแอนมากขึ้นโดยเฉพาะในพืน้ ท่ีภาคใต แตก ารเล้ยี งนกนางแอนจะไมงา ยเหมือนกับการเล้ยี งนก
ทว่ั ไป เพราะไมสามารถท่จี ะจับมาเลยี้ งในกรงน้ันแลวปลอ ยนกสรางรังได เพราะตามธรรมชาตขิ องนก
นางแอน จะมีการสรา งรงั ตามซอกโขดหนิ ตามหนาผา หรอื กิ่งไมใกลบริเวณแหลงหากินเปน หลัก แตท้ังนี้
สามารถสรางแหลง อาศัยใหมีสภาพคลา ยคลึงกับธรรมชาติ และประยุกตใชเ ทคนคิ ตา งๆสำหรบั ดึงดูดให
นกนางแอน เขา มาอาศยั และสรา งรังได เชน การใชเสยี งลอ การทำธุรกจิ รงั นกนางแอน ดวยการออกแบบ
และการกอสรางอาคารใหม สี ภาพคลายคลงึ กับธรรมชาติ และใชเสียงเพ่ือลอใหนกนางแอนมาเกาะทำรงั
ไดรเิ ร่มิ ทำกนั ทเี่ กาะชวามาตงั้ แตป ค.ศ. ที่ 1950 การใชเสียงลอนกนางแอนใหเขามาอยูในฟารม และ
สรางรงั นน้ั ทำไดโดยการบนั ทึกเสียงนกนางแอน ในขณะทร่ี องเรียกหาคูเขามานอนทั้งจากธรรมชาติ และท่ี
ไดจ ากในฟารม แลวนำเทปเสียงมาเปด เรยี กซำ้ ๆ ตง้ั แตเ ชา ตรจู นถงึ พลบค่ำ ผา นเครือ่ งเสียง และลำโพง ที่
มีการตดิ ตง้ั ไวต ามจุดตางๆ

จากขอมูลในอดีตและขอมูลของกรมศุลกากรจนถึงปลายป 2545 พบวา รังนกไทยได
สงไปจำหนายทั่วทุกภูมิภาคของโลก ตามประเทศตาง ๆ ไดแก จีน ฮองกง ไตหวัน ปนัง สิงคโปร พมา

28

มาเลเซยี อนิ เดีย อหิ ราน เวียดนาม ฝรัง่ เศส อติ าลี เบลเย่ยี ม ฮอลแลนด เดนมารก อังกฤษ บราซลิ บรูไน
กัมพูชา อียิปต อินโดนีเซีย ญี่ปุน อเมริกา ฯลฯ ซึ่งจากรายชื่อประเทศตาง ๆ เหลานี้ จำนวนการสงออก
ของรังนกไทยปริมาณมากนอยขึ้นอยูกับจำนวนคนจีนที่อาศัยอยูและความนิยมของประเทศนั้น ๆ แต
แหลงสง ออกของรังนกไทยทส่ี ำคัญมาตลอดกค็ ือ ฮองกงและจนี

รังนกไทยเกือบทัง้ หมดถกู สงไปขายที่ฮองกง สิงคโปร จากนั้นก็สงไปยังประเทศจีนและ
ประเทศอ่ืน ๆ ทีม่ คี นจีนอยอู าศยั นานวันเขา พวกฝร่งั มงั คาก็พากันนิยมตามไปดว ย แตท วารังนกแอนไทย
นัน้ มีปรมิ าณจำกัด ดังน้ันจึงทำใหรังนกจากอินโดนีเซียพลอยมีชื่อเสียงตามไปดวย ทัง้ ๆ ที่คณุ ภาพดอย
กวา แตมีปริมาณมากกวาเนื่องจากประเทศอินโดนีเซียนั้นเปนประเทศหมูเกาะ มีเกาะรว ม 3,000 เกาะ
และมนี กแอนอาศัยอยเู ปนจำนวนมาก

เหตุที่คุณภาพรังนกอินโดนีเซียสูคุณภาพรังนกไทยไมไดนั้น วากันวาเกิดจากอาหาร
เพราะในอินโดนีเซียนกแอนอาศัยอยูในบริเวณน้ำเค็มลวน ตางกับนกแอนไทยที่อาศัยอยูในบริเวณน้ำ
กรอย รวมท้งั น้ำเค็มและนำ้ จืด อาหารจึงอุดมสมบรู ณก วา มลู คา รังนกนางแอนไทยในแตละปมีจำนวนถึง
หมื่นลานบาท แตมูลคาหลอก ลวงเพื่อใหเขาใจวาไมมีมูลคาเพื่อผลตอการประมูลหรอื การสัมปทานยอม
นอ ยกวา นอยนัก คอื ตกปละไมก ี่รอยลานบาทเทา น้นั สว นใหญต อ งแบงสนั เปน เบยี้ บายรายทางและสินจาง
รางวลั ใหแ กผ ูม อี ำนาจ

แตในระยะหลัง ๆ นี้การประมูลไดเปลี่ยนแปลงไปเพราะกฎหมายไดกำหนดใหการ
จัดสรรและดูแลทรัพยากรเปนเรื่องขององคกรปกครองสวนทองถิ่น จงึ ทำใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
แตละแหงมีอำนาจในการประมูลและทำใหรังนกนางแอนของประเทศไทยกระจายกันออกไป จึงทำใหม ี
รายไดโดยรวมมากขึน้ นนั่ เปน เร่ืองของรังนกแอนท่เี กดิ ขึ้นและใหผลตามธรรมชาตใิ นพน้ื ทีเ่ กาะแกงตาง ๆ

สรรพคณุ รังนกนางแอน
รังนกนางแอน หรือมักเรียกสั้นๆวา รังนก ถือเปนผลิตภัณฑอาหารเสริมที่กำลังไดรับ
ความนิยม เพราะรังนกมีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะโปรตีนท่ีประกอบดวยกรดอะมิโนหลายชนิด ทำ
ใหร ังนกมีสวนชวยบำรุงรางกาย แกอาการออนเพลียแกไอ ขับเสมหะ ไอเปนเลือด นอกจากนั้น คนที่สูบ
บหุ ร่ีจัด หากรบั ประทานรังนกนางแอนทุกวนั แลว กจ็ ะชวยใหรางกายมีความกระปรี้กระเปรา ลดอาการไอ
และชวยฟอกปอดไดอีกดวย รวมถึงมีการศึกษา พบวา รังนกนางแอนสามารถยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง
และสามารถชวยใหผูปวยโรคเอดสที่ผานการรักษาโดยใชรังสีฟนตัวไดเร็วขึ้น นอกจากน้ัน สาร
Epidermal Growth Factor ในรังนกนางแอน ยงั ยังชวยบำรุงผวิ พรรณใหอ อนกวาวัย ชวยชะลอความแก
และทำใหอายุยืน รงั นกเปนยาบำรุงกำลังสำหรับเด็ก ผูปวยระยะพักฟนคนชรา หรือสตรีหลังคลอดบุตร
และมีการศกึ ษา พบวา รังนกเปนโปรตนี ที่สามารถละลายในน้ำได ซึ่งอาจจะสามารถสง เสริมเซลลภายใน

29

สรางระบบภูมิคุมกันโรคได และเปนไปไดที่จะใชเปนสารตานสาร AZT และสามารถตอตานภูมิคุมกัน
บกพรอ งในโรคเอดสไ ด (วราศรี แสงกระจา ง, 2555)

กฎหมายเกีย่ วกับรังนก
1. พระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตวปา พ.ศ. 2535 นกนางแอนซึ่งรังกินไดถือวา
เปนสตั วค มุ ครองในกลมุ ของสัตวปกและถกู จดั ไวในบัญชสี ตั วปาคุมครองลำดับท่ี 97
2. พระราชบัญญัติอากรรังนกนางแอน พ.ศ. 2540 มีผลบังคับใชเมื่อ 15 ตุลาคม พ.ศ.
2540 (ยกเลิกพระราชบัญญัติอากรรงั นกนางแอน พ.ศ. 2482) โดยปรับปรุงใหราชการสว นทองถิ่นเขา มา
ดูแลและจัดการเรื่องการเก็บรังนกนางแอนอันเปนทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีอยูในทองถิ่นและใหเงนิ
อากรนั้นตกเปนรายไดของทองถิ่นที่มีรังนกอยูและปรับปรุงหลักเกณฑและวิธีการที่จะใหเอกชน
ดำเนินการเกบ็ รงั นกอยางเหมาะสม
3. เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป ตองขึ้นทะเบียนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 214 พ.ศ. 2543 เรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปดสนิท ซึ่งเครื่องดืม่ รังนกอยูในกลุมผลิตภัณฑ
จากสัตว ตามคูมือประชาชนสำหรับการติดตอขออนุญาตผลิตภัณฑสุขภาพไดแก อาหารและยา
เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย ตองสงตัวอยางตรวจวิเคราะหคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวง
สาธารณสุขและตองขออนญุ าตใชฉ ลากอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
อนง่ึ การผลิตเคร่ืองด่ืมรงั นกปลอมอาจถูกดำเนนิ คดีในพระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ.
2522 หมวด 4 การควบคมุ อาหาร มาตรา 25 (2) หามมิใหผ ใู ดผลิตนำเขาเพื่อจำหนาย หรอื จำหนา ย
อาหารปลอม ซ่ึงถา มไิ ดมีการฟองรองผูอนุญาตอาจสงั่ ทำลายหรอื ปฏบิ ัติการอยางใดอยา งหนงึ่ เชน ถกู สงั่
พักใบอนุญาตครั้งละไมเ กนิ 120 วันเม่อื มีการพสิ จู นเปนทีแ่ นน อนวาเปนอาหารปลอม (นายกิ า จริยธรร
มานกุ ลู , 2555)

9.4 งานวจิ ัยท่เี ก่ียวของ
ศรีเพ็ญ วงษเขียว (2543) ไดศ กึ ษาเรือ่ งการใชขอมลู สารสนเทศทางการบัญชเี พื่อการ

วางแผนและควบคุมของธรุ กิจผลติ เสื้อผา สำเร็จรูปเพื่อสง ออก ในจังหวัดเชียงใหม การศึกษาพบวา ธุรกจิ
ผลิตเสื้อผาสำเร็จรูปเพื่อสงออกในจังหวัดเชียงใหมมีวัตถุประสงคหลกั ในการจัดทำบัญชีเพื่อใชในการเสีย
ภาษีอากรมากกวาเพื่อใชในการบริหารงาน ขอมูลสารสนเทศของตนทุนการผลิตจะถูกนำไปใชในการ
คำนวณตนทุนการผลิตและการควบคุมการผลิต สวนขอมูลสารสนเทศของยอดขายหรือรายรับและ
รายจายของกิจการถูกนำไปใชในการกำหนดราคาขาย การติดตามลูกหนี้ และการพิจารณาใหเครดิตแก
ลกู หนี้ รวมทั้งการวิเคราะหสภาพคลองของกจิ การและการควบคุมคา ใชจ า ย

30

ขอมูลสารสนเทศทางการบัญชีที่ใชในการบริหารมีลักษณะเปน รายงานทางการบญั ชี
ท่ีใชในการนำมาทำการวเิ คราะหเปรียบเทียบ รวมทั้งรายงานที่ไมเปน ตัวเงิน ขอมูลในรายงานเปนขอมูล
ปจจุบัน รวมทั้งขอมูลในอดีตยอนหลัง 3 ป และขอมูลที่มีการพยากรณในอนาคต สวนระยะเวลาของ
รายงานเปน รายเดือน รายสัปดาห และรายวัน

ขอมูลสารสนเทศทางการบัญชที ่นี ำไปใชในการวางแผนและควบคุมแบงเปน 3 ระดับ
คือ รายงานทีน่ ำเสนอตอ ผบู ริหารระดับสูง มีลักษณะเปน รายงานสรปุ ผลการดำเนินงาน รายงานพยากรณ
และแนวโนมในอนาคต ระยะเวลาของรายงานเปน รายเดอื น ไตรมาส และรายป เพื่อใชใ นการวางแผนกล
ยุทธ สวนรายงานที่นำเสนอผูบริหารระดับกลางมีลักษณะเปนรายงานที่วัดผลกการปฏิบัติงานในแตละ
ดาน การเปรียบเทียบขอมูล ระยะเวลาของรายงานรายสัปดาห และรายเดือน สำหรับใชในการวางแผน
ดำเนินงาน รายงานที่นำเสนอผูบริหารระดับลาง มีลักษณะเปนการรายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน
ของแผนก เพือ่ ใชใ นการควบคมุ การปฏบิ ัตงิ าน

ในการนำระบบสารสนเทศเขา มาใชในการจัดการดานฐานขอมูลทางการบัญชี ทำให
สารสนเทศที่ไดรับมีความถูกตอง ครบถวน ทันเวลาตอการนำไปใช และยังสามารถจัดทำรายงานใน
รูปแบบตาง ๆ ตามที่ตองการ เพื่อชวยใหผูบริหารสามารถวางแผน ตัดสินใจ และควบคุมไดอยางมี
ประสิทธภิ าพ

ปย รัตน วนั ทอง (2546) ไดศึกษาแนวปฏิบัติทางบญั ชบี ริหารของธุรกิจโรงแรมระดับ
มาตรฐานในภาคใต การศึกษาพบวา ธุรกิจโรงแรมไดนำแนวปฏิบัติทางดานบัญชีบริหารมาใชเพื่อเปน
ขอมูลในการบริหารและตัดสนิ ใจในธุรกิจ และไดใชแนวปฏิบตั ทิ างดานบญั ชีบรหิ ารในแตละดา นในหลาย
วิธี ไมวาจะเปนดานการคำนวณตนทุน การวางแผนและควบคุม การตัดสินใจ และการวัดผลการ
ปฏบิ ัตงิ าน ซ่ึงสามารถสรปุ ผลการใชแนวปฏิบตั ิทางดานบัญชบี รหิ ารได ดงั น้ี

1. การคำนวณตนทุน ธุรกิจโรงแรมนิยมใชวิธีการคิดตนทุนดวยวิธีตนทุนเต็มมาก
ทสี่ ดุ สว นวิธีวัดมลู คา ตน ทุนนิยมใชว ิธีตนทนุ จรงิ มากที่สุด

2. การวางแผนและควบคุม ธุรกิจโรงแรมนิยมใชวิธีการวางแผนและควบคุมโดยใช
งบประมาณระยะส้นั (แผนการดำเนนิ งานประจำป) มากทส่ี ดุ

3. การตัดสินใจ ธุรกิจโรงแรมนิยมใชเทคนิคทางการบัญชีบริหารในการตัดสินใจ
หลายวิธี เชน การวเิ คราะหอัตราสวนวัดความสามารถในการดำเนินงาน การวเิ คราะหอัตราสวนวัดสภาพ
คลอ ง การวิเคราะหต นทุน-ปรมิ าณ-กำไรและจุดคมุ ทุน

4. การวัดผลกการปฏิบัติงาน ธุรกิจโรงแรมนิยมใชวิธีการวัดผลการปฏิบัติงานโดย
การวดั ผลการปฏบิ ัตงิ านจริงเปรียบเทียบกบั งบประมาณมากท่ีสุด

31

สำหรับความคิดเห็นดานประสิทธิภาพและประสิทธิผล การบรรลุถึงเปาหมายของ
องคกรที่วางไวและความพึงพอใจของผูบ ริหาร จากการนำขอมลู ทางดา นบัญชีบริหารมาใชในการบริหาร
และตดั สินใจนน้ั ในดานประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ล พบวา ธุรกจิ โรงแรมไดใหความคดิ เหน็ วาการใชแนว
ปฏิบัติทางดานบัญชีบริหารแตละวิธีนั้น โดยสวนใหญไดสงผลตอประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ดำเนินงานในระดับมาก ในดานความเห็นเรื่องการบรรลุเปาหมายขององคกรที่วางไวนั้น พบวาธุรกิจ
โรงแรมไดใหความคิดเห็นวา การใชแนวปฏิบัติทางดานบัญชีบริหารทำใหธุรกิจสามารถดำเนินงานบรรลุ
ตามเปาหมายที่วางไวไดในระดับมาก และในดานความพึงพอใจของผูบริหารจากการใชแนวปฏิบัติ
ทางดานบัญชีบริหาร พบวาผูบริหารไดใหความคิดเห็นวามีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ทั้งนี้จาก
การศกึ ษาแนวปฏิบตั ิทางดานบัญชบี ริหารของธุรกจิ โรงแรมระดับมาตรฐานในภาคใตในคร้ังน้ี จะเหน็ ไดว า
ธุรกิจโรงแรมโดยสวนใหญไดใชแนวปฏิบัติทางดานบัญชีบริหารและผูบริหารซึ่งเปนผูใชขอมูลในการ
บริหารและตัดสินใจ ไดแสดงความคิดเห็นถึงผลจากการใชแนวปฏิบัติทางดานบัญชีบริหารในดาน
ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล การบรรลุถึงเปา หมายขององคก รท่วี างไวและความพงึ พอใจของผูบรหิ ารอยู
ในระดับมากถึงมากที่สุด แสดงใหเห็นวาธุรกิจโรงแรมอื่น ๆ ควรเห็นความสำคัญและนำแนวปฏิบัติ
ทางดานบัญชีบริหารมาใชในการบริหารและตัดสินใจในการดำเนินงาน เพื่อใหการดำเนินงานบรรลุตาม
วัตถุประสงคหรอื เปาหมายที่องคกรวางไวได โดยเฉพาะในเรือ่ งการคิดตนทุนดวยวิธีตนทนุ เต็มและใชวิธี
วัดมูลคาตนทุนดวยวิธีตนทุนจริงการวางแผนและควบคุมดวยวิธีงบประมาณระยะสั้น การวิเคราะห
ตนทุน-ปริมาณ-กำไรและจุดคุมทุน การวิเคราะหสถานะทางการเงินดวยอัตราสวนวัดสภาพคลอง การ
สั่งซื้อดว ยวิธีที่ประหยัดที่สุด การวัดผลการปฏิบตั ิงานจรงิ เปรียบเทียบกับงบประมาณ เปนตน เนื่องจาก
เปนวิธีทผี่ บู ริหารไดแสดงความคดิ เห็นวาเปนวิธีทส่ี งผลตอ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนนิ งาน
ในระดับมากท่ีสุด

โอบพร คงประเสริฐ (2547) ไดศึกษาเรื่องการจัดทำขอมูลทางการบัญชีเพื่อการ
บริหารของธุรกจิ ในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จงั หวดั ลำพูน การศึกษาพบวา กิจการสวนใหญม กี าร
จัดทำงบดุล งบกำไรขาดทุน งบตนทุนการผลิต และงบกระแสเงินสดรายป และมีการจัดทำงบการเงิน
ระหวางงวด โดยเฉพาะงบรายเดือน เพื่อใชในการบรหิ ารภายในกิจการ การจัดทำบัญชีของกิจการสวน
ใหญนำระบบคอมพิวเตอรเ ขามาใชรวมกับการจดั ทำดวยมือ สิ่งที่กิจการคำนึงถึงมากทีส่ ุดในการจัดทำ
บญั ชี คอื หลกั การบญั ชีทีร่ ับรองทวั่ ไป

กิจการสวนใหญมีการจัดทำขอมูลทางการบัญชีเพื่อการบริหาร ที่มีการจัดทำมาก
ที่สุด ไดแก รายงานสินคาที่ชำรุดหรือเสือ่ มสภาพ รายงานจำนวนของเสียที่ตรวจพบ รายงานเงนิ สดและ
เงินฝากธนาคารประจำวัน รายงานยอดขายประจำวัน สว นการวิเคราะหงบการเงินใชวิธีวิเคราะหแ นวตัง้

32

เปรียบเทียบกับงบการเงินงวดกอนของกิจการ มีการวิเคราะหอัตราสวนวัดสภาพคลอง อัตราสวนวัด
ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และอัตราสวนวัดความสามารถในการทำกำไร และมีการวิเคราะหงบ
กระแสเงนิ สดดว ย

นอกจากนี้ กิจการสวนใหญมีการวิเคราะหตนทนุ โดยแบงเปน ตนทุนคงทีแ่ ละตนทุน
ผันแปร มีการหาตนทุนการผลติ สินคา ตอ หนว ยโดยวิธีตนทนุ ผนั แปร มีการวิเคราะหตนทุน ปริมาณ กำไร
มีการจัดทำงบประมาณ และวิเคราะหค วามแตกตางระหวางขอมูลทเ่ี กดิ ข้นึ จริงกับงบประมาณ ตลอดจนมี
การจัดทำรายงานทางการเงนิ จำแนกตามสายการผลิต

การจัดทำขอมูลทางการบัญชีเพื่อการบริหาร เพื่อนำเสนอใหกับผูบริหารนั้น สวน
ใหญเปนการจัดทำตามระยะเวลาที่กำหนดไว รูปแบบของรายงานที่นำเสนอเปนลักษณะตัวเลขที่มีการ
วเิ คราะหเปรียบเทยี บ รวมทั้งนำเสนอเปนกราฟ โดยการสงใหผูบริหารอานเองและผูจัดทำเปนผูนำเสนอ
และรวมช้ีแจงรายงานใหกับผูบริหารดวย และผูบรหิ ารนำรายงานทางการบัญชีที่นำเสนอไปใชในระดับ
มาก

ปย ะมาศ ทาวิชัย (2547) ไดศึกษาเรื่องปญหาและปจจัยที่มีผลตอการพัฒนาการใช
ขอมูลทางการบญั ชีของผูประกอบการธุรกิจเซรามิกส ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง การศึกษาพบวา
ปญหาที่มีผลตอการพัฒนาการใชขอมูลทางการบัญชีของผูตอบแบบสอบถาม มีดังนี้ ปญหาดาน
ผูประกอบการของกิจการที่พบมากที่สุด คือ ความเชื่อมั่นและเชื่อถือในความถูกตองของขอมูลทางการ
บัญชีทีน่ ำมาใชในการตัดสินใจและวางแผนการดำเนินงาน ปญหาดา นนกั บัญชีของกิจการที่พบมากที่สุด
คอื ความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั งิ านใหถกู ตอ งและเสร็จภายในเวลาท่ีกำหนด รวมถงึ ความสามารถในการ
วิเคราะหและนำเสนอขอมูลทางการบัญชีหรือรายงานทางการบัญชี และปญหาดา นสารสนเทศทางการ
บญั ชที ีพ่ บมากท่ีสุดคือ ความเก่ียวขอ งของขอมลู ทางการบัญชที ่ีไดก บั ปญหาท่ีกำลงั พจิ ารณา ปจจัยท่มี ีผล
ตอการพัฒนาการใชขอมูลทางการบัญชี มีดังนี้ ปจจัยดานผูประกอบการของกิจการที่พบมากที่สุดคือ
ความตอ งการขอมลู เพ่ือประกอบการตดั สินใจและใชในการวางแผนธุรกิจทง้ั ทางดานการซื้อ การผลิตและ
การตลาดอยางมีระบบ ปจจัยดานสารสนเทศทางการบัญชีที่พบมากที่สุดคือ ฐานขอมูลที่ดีของกิจการ
เชน การผลติ การขาย การบญั ชี และปจจัยดานการแขง ขนั ทางการคาพบมากทส่ี ุดคือ การควบคุมตนทุน
และคุณภาพของสินคา ใหมีประสทิ ธิภาพ

วรรณวิมล ศรีหิรัญ (2553) ไดศึกษาเรื่องปจจัยที่มีผลตอประสิทธิภาพการใช
สารสนเทศทางการบัญชีของผูบริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพยแหง ประเทศไทย การศึกษาพบวา ตัววัด
จัดกลุมปจจัยใหมเปน 6 กลุม ไดแก 1) ปจจัยการมีสวนรวมของผูใชงาน (ผูบริหาร) 2) ปจจัยการ
สนับสนุนของผูบริหารระดับสูง 3) ปจจัยลักษณะของปญหา 4) ปจจัยคุณลักษณะเฉพาะของผูใชและ

33

คุณภาพของระบบสารสนเทศทางการบัญชี 5) ปจจัยความซับซอนของระบบ 6) ปจจัยทัศนคติของ
ผใู ชง าน เม่อื นำปจ จัยท้งั 6 มาหาความสัมพนั ธกับตัวแปรประสทิ ธภิ าพการใชส ารสนเทศทางการบัญชีของ
ผบู ริหารบริษทั ในตลาดหลกั ทรัพยแ หง ประเทศไทย ดว ยวธิ ีการวิเคราะหสมการถดถอยแบบ Enter พบวา
ปจจัยการมีสวนรวมของผูใชงาน (ผูบริหาร) ปจจัยการสนับสนนุ ของผูบริหารระดบั สูง ปจจัยลักษณะของ
ปญหา ปจจัยคุณลักษณะเฉพาะของผูใชและคุณภาพของระบบสารสนเทศทางการบัญชี สงผลตอ
ประสิทธิภาพการใชสารสนเทศทางการบัญชีของผูบริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย
ในขณะที่ปจ จยั ทศั นคติของผูใ ชงาน (ผูบริหาร) ไมสงผลตอประสิทธิภาพการใชสารสนเทศทางการบัญชี
ของผูบริหารบริษทั ในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ซ่งึ ผูตอบแบบสอบถามเปนผูบรหิ ารงานดานบัญชี
ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแหงประเทศไทย ในดานสภาพการใชโปรแกรมสำเร็จรูป
ทางการบญั ชนี ัน้ พบวาบริษัททีจ่ ดทะเบยี นในตลาดหลกั ทรัพยสว นใหญเลือกใชโ ปรแกรมประเภทวางแผน
ทรัพยากรองคกร (Enterprises resource planning-ERP) ซึ่งสามารถตอบสนองการใชงานทั่วทั้งองค
นอกจากนีพ้ บวา โปรแกรมทีใชเ ปน โปรแกรมท่พี ัฒนาขึ้นสำหรบั องคก รโดยเฉพาะ

ศรินทิพย กนกทิพากร (2554) ศึกษาความเปนไปไดในการลงทุนธุรกิจบานนกใน
จงั หวัดสุราษฎรธานี ผลการศกึ ษาพบวา พน้ื ท่จี ังหวัดสรุ าษฎรธ านีมคี วามเหมาะสมแกการประกอบธุรกิจ
บา นนก ดานการตลาดซื้อขายผลผลิตยังคงมีความตอ งการซื้อมากกวาปริมาณเสนอขายสงผลใหราคารัง
นกมีมลู คาสูงสวนผลการวิเคราะหทางการเงินพบวามีความเปนไปไดทางการเงิน ณ ระดับอัตราคิดลดที่
รอยละ 6.15 ตอป มีมูลคาปจจุบันสุทธิเปนบวก มีระยะเวลาคืนทุนเทากับ 6 ป 10 เดือน ซึ่งถือวา
โครงการลงทนุ ธรุ กิจบา นรงั นกขนาด 404.4 ตารางเมตร มคี วามคมุ คา ตอการลงทนุ

ศศิวิมล แจบไธสง (2555) ไดศึกษาเร่ืองการใชขอมูลทางการบัญชีในการวางแผนกล
ยุทธทางการตลาดของธุรกิจการผลิต ในเขตจังหวัดขอนแกน การศึกษาพบวา ขอมูลทางการบัญชีที่กลุม
ตัวอยางมีระดับการใชมากที่สุดในการวางแผนกลยุทธทางการตลาดซึ่งแบงเปน 4 กลยุทธนั้น สามารถ
สรุปไดด งั นี้ การวางแผนกลยุทธ มงุ เจาะตลาดมรี ะดบั การใชขอมลู ตน ทุนการตลาดมากท่ีสดุ การวางแผน
กลยุทธพฒั นาผลิตภัณฑ มีระดับการใชข อมูลการวิเคราะหจุดคุมทุนมากที่สุด การวางแผนกลยุทธพัฒนา
ตลาดมีระดบั กาพรใชขอมูลการประมาณการยอดขายและกาไรมากที่สุด และการวางแผนกลยุทธค วาม
แตกตา งหลากหลายมีระดับการใชข อมูลการวิเคราะหตนทุน ปรมิ าณ กาไรมากท่สี ุด

นอกจากนั้นยังพบวาในสว นของปญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น กลุม ตัวอยางสวนมาก
มีความเห็นวาขั้นตอนในการเก็บรวบรวมขอมูลทางการบัญชีมีความซับซอนจึงทำใหใชเวลามากในการ
รวบรวมขอมลู สง ผลใหเกดิ ความลาชาในการนำมาใช

34

สริ ินพร คำเปง (2557) ไดศ ึกษาความตอ งการของผูประกอบการสงออกลำไยในเขต
ภาคเหนือตอการใชขอมูลทางการบัญชีบริหาร ผลการศึกษาพบวา ผูประกอบการสงออกลำไยในเขต
ภาคเหนือมีความตองการใชขอมูลทางการบัญชีบรหิ ารโดยรวมอยูใ นระดับมาก เมื่อพิจารณาเปนรายดาน
พบวาผูประกอบการตอ งการใชขอมูลทางการบัญชีบริหารในดานการวางแผน เพ่ือกำหนดเปาหมายกำไร
และวางแผนกำหนดสัดสวนกิจกรรมการผลิตโดยวิเคราะหตนทุน ปริมาณ กำไร ดานการสั่งการ
ผูประกอบการใชในการสั่งการใหจัดทำและนำเสนอรายงานใหตรงตามความตองการและทันเวลา ดาน
การควบคุมผูประกอบการตองการใชขอมูลทางการบัญชีในการควบคุมการจัดซื้อวัตถุดิบ และดานการ
ตดั สินใจผูประกอบการตองการใชขอ มูลทางการบัญชีเพื่อตัดสินใจดานการผลติ ในระยะส้นั มากทส่ี ุด


Click to View FlipBook Version