1
หน่วยการเรียนที่ 8
เร่ือง การประยุกตใชเทคโนโลยแี ละสารสนเทศเกี่ยวกบั ดินเพื่อการเกษตร
แผนผังความคดิ รายหนว่ ย
ความหมายของเทคโนโลยแี ละสารสนเทศเก่ยี วกบั ดินเพื่อการเกษตร
การประยุกตใชเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดินเพ่ือการเกษตร
เทคโนโลยแี ละสารสนเทศเกยี่ วกับดินเพื่อการเกษตรทเ่ี ปน็ คล่นื ลกู ใหม่
เทคนคิ การชลประทานขัน้ สงู
หุ่นยนต์เพอ่ื การเกษตร
อากาศยานไรค้ นขบั
อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง
ระบบกาํ หนดตําแหนงบนโลก
2
สาระสำคญั
การเรยี นรู้การประยกุ ตใชเทคโนโลยีและสารสนเทศเกย่ี วกบั ดินเพือ่ การเกษตร จะตอ้ งเข้าใจ
ความหมายของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดินเพื่อการเกษตร โดยมีคลื่นลูกใหม่ในปัจจุบัน
จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) การชลประทานข้ันสูง 2) หุ่นยนต์เพ่ือการเกษตร 3) อากาศยานไร้คนขับ
4) อินเตอร์เน็ตของสรรพส่งิ และ 5) ระบบกำหนดตำแหนงบนโลก ท่ไี ดป้ ฏิวตั วิ ิถีใหม่ด้านการเกษตร
เนื่องจากเกษตรกรจะมีการจัดการที่ดินท่ีดีขึ้นผ่านข้อมูลท่ีแม่นยำ เพ่ิมประสิทธิภาพการรดน้ำและ
บำรุงรักษาพืชผล ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง มีค่าใช้จ่ายลดลง ผลิตพืชผลท่ีดีต่อสุขภาพด้วย
การดูแลน้ำและดินอย่างเหมาะสม ใช้พลังงานน้อยลง ค่าบำรุงรกั ษาลดลง เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม
สามารถประยุกต์ใช้งานได้ง่าย และใช้ได้ทุกท่ีทุกเวลาท่ีสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต รวมท้ังสามารถ
เลอื กระดบั ของเทคโนโลยที ีค่ ุ้มคา่ และเหมาะสมตอ่ ขนาดของการผลิต
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เพอ่ื ให้
1. ผู้เรยี น รู้ และเข้าใจเกย่ี วกบั ความหมายของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดิน
2. ผู้เรียน รู้ และเข้าใจเก่ียวกับเทคโนโลยีและสารสนเทศเกี่ยวกับดินเพ่ือการเกษตรท่ีเป็น
คล่ืนลูกใหม่
3. ผเู้ รยี น รู้ และเขา้ ใจเกีย่ วกับหลกั การทำงานของเทคนิคการชลประทานขัน้ สงู หนุ่ ยนต์เพ่ือ
การเกษตร อากาศยานไรค้ นขบั อนิ เตอรเ์ นต็ ของสรรพส่ิง และระบบกำหนดตำแหนงบนโลก
4. ผู้เรียน รู้ และเข้าใจเก่ียวกับการประยุกต์ใช้เทคนิคการชลประทานข้ันสูง หุ่นยนต์เพื่อ
การเกษตร อากาศยานไร้คนขับ อินเตอรเ์ น็ตของสรรพส่ิง และระบบกำหนดตำแหนงบนโลก ในงาน
จัดการดนิ เพอ่ื การเกษตรไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
จดุ ประสงคเ์ ชงิ สมรรถนะ
1. ผูเ้ รยี นสามารถอธบิ ายความหมายของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ยี วกับดนิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. ผู้เรยี นสามารถจำแนกเทคโนโลยแี ละสารสนเทศเก่ียวกบั ดินเพ่ือการเกษตรท่ีเปน็ คลนื่ ลูก
ใหม่ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
3. ผเู้ รยี นสามารถอธิบายประโยชน์ของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดินเพ่อื การเกษตร
ที่เปน็ คล่ืนลกู ใหม่ไดอ้ ย่างถูกต้อง
4. ผู้เรียนสามารถอธิบายหลักการทำงานของเทคนิคการชลประทานขั้นสูง หุ่นยนต์เพื่อ
การเกษตร อากาศยานไรค้ นขบั อินเตอร์เนต็ ของสรรพสิง่ และระบบกำหนดตำแหนงบนโลกไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ ง
3
5. ผู้เรียนสามารถประยกุ ต์ใช้เทคนิคการชลประทานข้นั สูง หุ่นยนต์เพ่ือการเกษตร อากาศ
ยานไร้คนขับ อินเตอร์เน็ตของสรรพส่ิง และระบบกำหนดตำแหนงบนโลก ในงานจัดการดินเพื่อ
การเกษตรได้อย่างเหมาะสม
5. ผูเ้ รยี นมีคุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงคใ์ นเรอ่ื งมีความกระตอื รอื รน้ สนใจใฝร่ ู้ และทำงานร่วมกับ
ผู้อนื่ ได้
เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้
วิธีการทำการเกษตรแบบด้ังเดิม ที่มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างขาดความรับผิดชอบ
เช่น การใช้น้ำและพลังงาน ประกอบกับการขาดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทางการเกษตรท่ีดีให้แก่
เกษตรกร เป็นผลให้สิ่งเหลา่ นีไ้ ด้เพ่ิมความท้าทายท่ีต้องเผชิญ การส้นิ เปลืองน้ำโดยไม่จำเป็น การใช้
ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงมากเกินไป ทำให้สารพิษซึมลงไปในดินและแหล่งน้ำทำให้เกิดความเสียหายต่อ
ระบบนิเวศ ดงั นนั้ จึงมคี วามจำเปน็ เร่งดว่ นในการอนุรกั ษท์ รพั ยากรและเคลอื่ นไปสู่อนาคตที่ย่งั ยืน จึง
ได้เกดิ การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยีการเกษตร โดยเรม่ิ ใช้เทคนคิ ใหม่ เช่น หุน่ ยนต์ GPS การตรวจ
สภาพดนิ สภาพอากาศและการทำแผนท่ีแหลง่ น้ำ และ IoT (Internet of Things) เปน็ ต้น เทคโนโลยี
เหลา่ นชี้ ว่ ยให้ภาคการเกษตรเปลย่ี นแปลงไปในทางทดี่ ขี ้นึ มีประสิทธภิ าพมากขนึ้ มีผลกำไร ปลอดภยั
และเป็นมิตรกบั สิง่ แวดล้อม เทคโนโลยกี ารเกษตรท่เี ปลี่ยนแปลงไป ได้เปดิ มุมมองใหม่ของเกษตรกร
นำไปสู่การเพิ่มข้ึนของผลผลิตในพ้ืนท่ีเกษตรกรรมและท่ีสำคัญมากคือการใช้ทรัพยากรให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด ทุกวันนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่มีอยู่ในทุกด้านเพื่อทำให้
เกษตรกรใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่จึงมีความสำคญั ต่อการพัฒนา
ด้านการเกษตรในปัจจุบัน เกิดการใชน้ ้ำใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุด (โดยใช้เทคนิคการชลประทานยุคใหม่
เช่น เทคโนโลยหี ยดน้ำและการชลประทาน) นอกจากน้ยี งั เพิ่มประสทิ ธิภาพในการใชป้ ยุ๋ ยาฆา่ แมลง
ดังนั้นจึงเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้สารกำจัดศัตรูพืชให้น้อยที่สุด ช่วยให้
คุณค่าทางโภชนาการของอาหารยังคงอยู่ และป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาฆ่าแมลงมาก
เกินไป นอกจากนี้การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพก็ช่วยลดต้นทุนทางการเกษตรลงได้
เท คโนโล ยีเป็ นส่ว นส ำคั ญ ในชี วิตขอ งเร าแล ะนิยาม ให ม่ ของ ทุ ก แง่มุ ม ขอ งชี วิตส มั ยให ม่ รวม ถึ ง
ภาคเกษตรกรรม เทคโนโลยขี ้ันสูงท่ีใช้ในการเกษตรท่ีเกิดขึ้นทำใหท้ ุกอย่างขบั เคลอ่ื นไปข้างหน้าเร็ว
ย่ิงข้ึน การส่งมอบผลผลิตจากฟาร์มสู่มือผู้บริโภคง่ายดายขึ้น นอกจากน้ียังคงความสดใหม่ รักษา
คุณค่าทางโภชนาการได้ดียิ่งข้ึน เทคโนโลยีการเกษตรกำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารและจะยิ่ง
ทันสมัยยิ่งๆ ขึ้นไป เพ่ือให้ความม่ันคงทางอาหารเกิดข้ึนในท่ัวทุกมุมโลก (สำนักงานพัฒนาการวิจัย
การเกษตร (องค์การมหาชน), มปป.) การประยุกตใชเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดินจึงเป็น
การจัดการอันดับแรกในการปลูกพืชให้ประสบผลสำเร็จแบบยั่งยืน หน่วยการเรียนน้ีจึงมุ่งเน้นให้
4
ผู้เรียนได้เรียนรู้ที่จะประยุกตใชเทคโนโลยีและสารสนเทศเกี่ยวกับดินทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ
เพือ่ นำไปใชป้ ระโยชน์ในอาชพี เกษตรกรรมในอนาคต โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้
1. ความหมายของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ยี วกับดนิ เพือ่ การเกษตร
เทคโนโลยีและสารสนเทศ (information technology) หมายถึง การนำเอาเทคโนโลยีมา
ใช้สร้างมูลค่าเพ่ิมให้กับสารสนเทศ ทำให้สารสนเทศมีประโยชน์ และใช้งานได้กว้างขวางมากข้ึน
เทคโนโลยสี ารสนเทศรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่จะรวบรวม จัดเกบ็ ใช้งาน สง่ ต่อ หรือ
สื่อสารระหว่างกัน ในระบบสารสนเทศน้ันประกอบดว้ ย 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บุคลากร ขน้ั ตอนการ
ทำงาน ซอฟต์แวร์ ฮารด์ แวร์ และข้อมูล ปัจจุบันเทคโนโลยสี ารสนเทศมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของ
ประชาชน ท้ังด้านการติดต่อส่ือสาร การเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ การดำเนินธุรกิจ และอื่นๆ อีกนับ
ไม่ถว้ น (พงษ์พันธ์ุ พรรณบัวหลวง และคณะ, มปป.) สอดคลอ้ งกับ เกยี รตพิ งษ์ อุดมธนะธีระ (2018)
ท่ีกลา่ วว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Information Technology and Communications:
ITC) หมายถงึ กระบวนการและระบบงานที่นำไปใช้จัดการกับข้อมูล เพ่ือให้ได้สารสนเทศท่ีต้องการ
หรือกล่าวอกี นัยหนึง่ คือ การนำเทคโนโลยีคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม มาทำงาน
ร่วมกันโดยคอมพิวเตอรจ์ ะทำการเก็บข้อมูลและประมวลผลให้เป็นสารสนเทศแล้วนำไปเก็บไว้เป็น
ฐานข้อมูล เพ่ือให้ผู้ใช้สามารถเรียกข้อมูลมาใช้ได้ในภายหลัง ซ่ึงการใช้งานจะทำโดยใช้ระบบ
การส่ือสารโทรคมนาคมในการเช่ือมต่อเคร่ืองคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน เพ่ือให้
สามารถนำข้อมูลหรือสารสนเทศที่มีมาทำการบันทึก คำนวณ จัดเก็บข้อมูลและทำรายงาน เพ่ือส่ง
สารสนเทศไปให้ผใู้ ชท้ ี่อยู่ตา่ งสถานที่ หา่ งไกลกนั ไดใ้ นทุกเวลาอย่างสะดวกรวดเร็ว ระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ ต้องใช้ส่วนประกอบในการทำงานเพื่อให้สามารถนำเอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
เตม็ ท่ี ตอ้ งมกี ารดำเนินงานในสว่ นประกอบทีส่ ำคญั 5 ส่วนคอื
1.1 เครื่องจักรอุปกรณ์ (hardware) หรือเคร่ืองจักรอุปกรณ์ในงานคอมพิวเตอร์ เป็น
เครื่องมือท่ีช่วยในการจัดการสารสนเทศเช่น คอมพิวเตอร์จะช่วยในงานการประมวลผลคัดเลือก
คำนวณหรือพิมพ์รายงานผลให้ออกมาได้ตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ทที่ ำงานได้รวดเร็ว
มีความแม่นยำในการทำงาน และทำงานได้ต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์และอุปก รณ์ต่าง ๆ จึงเป็น
องคป์ ระกอบหนึง่ ของระบบสารสนเทศ
1.2 โปรแกรมซอฟต์แวร์ (software) หรือซอฟต์แวร์ เป็นการเขียนโปรแกรมคำส่ัง ลำดับ
ข้ันตอนการทำงานการส่ังการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ เป็นชุดคำส่ัง
ที่เรียงเป็นลำดบั ขัน้ ตอน เพื่อส่งั ใหค้ อมพิวเตอรท์ ำงานและประมวลผลให้ไดส้ ารสนเทศตามทีต่ อ้ งการ
5
1.3 ข้อมูลและสารสนเทศ (data & information) ถือเป็นวตั ถุดบิ ในการจัดการสารสนเทศ
ข้อมูลที่เป็นวัตถุดบิ จะมแี ตกตา่ งกันข้ึนกับสารสนเทศท่ีต้องการใช้งานเช่น ข้อมูลเป็นสิง่ ที่สำคัญท่ีมี
บทบาทต่อการทำใหเ้ กิดเปน็ สารสนเทศ
1.4 บุคลากร (people ware) ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพราะหากบุคลากรมีความรู้
ความสามารถและเข้าใจวิธีการทำงานเพ่ือให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ เป็นผู้ดำเนินการในการทำงาน
ทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กร
เป็นส่วนประกอบทจี่ ะทำให้เกดิ ระบบสารสนเทศดว้ ยกันทกุ คน เชน่ ร้านขายสินค้าแหง่ หน่งึ บุคลากร
ที่ดำเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบท่ีจะทำให้เกิด
สารสนเทศได้
1.5 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (process) เป็นระเบียบวิธีการปฏิบัติงาน ในการจัดเก็บรักษา
ข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้เป็นสารสนเทศเช่น กำหนดให้มกี ารป้อนข้อมูลทุกวัน ปอ้ นข้อมลู ให้
ทันตามกำหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำหนดเวลาในการประมวลผล การทำ
รายงาน การดำเนนิ การต่างๆ ต้องมขี ัน้ ตอน หากขัน้ ตอนใดมีปญั หาระบบก็จะมปี ัญหาด้วย เพราะทุก
ขนั้ ตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ
ส่วนประกอบท่ีกลา่ วมาทัง้ 5 ดา้ นนั้น จะทำให้เกดิ เป็นงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทดี่ ี ซ่งึ
หากขาดส่วนประกอบใดหรือมีส่วนใดที่ไม่สมบูรณ์ ก็อาจทำให้ระบบท่ีได้ไม่สมบูรณ์ เช่น เคร่ือง
คอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสมกับงานทำให้ใด้งานท่ีล่าช้าไม่ทันต่อการใช้งาน การดำเนินการระบบ
สารสนเทศจึงตอ้ งใหค้ วามสำคัญกบั ส่วนประกอบที่กลา่ วมา
นอกจากน้ี สำนกั งานพฒั นาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (มปป.) ไดใ้ ห้ความหมายว่า
เทคโนโลยกี ารเกษตร เพ่ือปรับปรุงประสิทธิภาพในภาคเกษตรกรรม เทคโนโลยี การเกษตร คือการใช้
เทคโนโลยีทีพ่ ัฒนาขึ้นมาเพ่ือปรับปรุงประสิทธิภาพและผลกำไรในภาคเกษตรกรรม ฟาร์มที่ทันสมัย
และการทำเกษตรกรรมในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจาก
ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี ทั้งเรอ่ื งของการใชร้ ะบบเซ็นเซอรใ์ นอุปกรณ์เครื่องจกั รเคร่อื งใช้ต่างๆ
รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ด้วย เกษตรกรรมในปัจจุบันใชเ้ ทคโนโลยีที่ซับซอ้ น เช่น หุ่นยนต์
เซ็นเซอร์อุณหภูมิและความช้ืน การถ่ายภาพทางอากาศและเทคโนโลยี GPS การทำเกษตรแม่นยำ
ชว่ ยใหเ้ กษตรกรสามารถทำกำไรไดม้ ากขึน้ กระบวนการทำการเกษตรมีประสทิ ธภิ าพ ปลอดภัยและ
เป็นมติ รกบั สิ่งแวดล้อมมากขน้ึ เทคโนโลยีเกษตรกรรม มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ปรับปรงุ การทำการเกษตร
ผ่านการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ศัตรูพืช อุณหภูมิดินและอากาศ เทคโนโลยี
เกษตรยังหมายถึงการใช้ระบบอตั โนมัติตา่ งๆ เชน่ การควบคมุ เครอ่ื งทำความร้อนและการชลประทาน
และใช้การควบคุมศัตรพู ืชผ่านการแพร่กระจายทางอากาศ เป็นต้น เทคโนโลยีการเกษตรได้รบั การ
พฒั นาข้นึ มาเพือ่ เพ่ิมการผลติ ลดข้อจำกัดทางกายภาพ เคมชี ีวภาพและเศรษฐกิจสังคมทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ
ระบบการผลิตพืชผลทางการเกษตร ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา เราต่างตระหนักว่ามนุษย์เรา
6
จำเป็นต้องปรับเทคโนโลยีให้เข้ากับภาวการณ์ทางการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต
โดยเฉพาะการคาดการณเ์ รื่องการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ ซึ่งกระทบตอ่ ปริมาณน้ำฝนในที่ลดลง
ทำให้เกดิ ภัยแลง้ และฤดกู าลเพาะปลกู สนั้ ลง ดงั นน้ั จึงจำเปน็ ท่ตี อ้ งศึกษาเพ่ือหาแนวทางแก้ปัญหาทดี่ ี
ทส่ี ุด เพ่ือให้เทคโนโลยีเกษตรสามารถตอบสนองความตอ้ งการของเกษตรกรรายย่อย ปรบั ปรุงการ
ผลิตอย่างยั่งยืน มีความยืดหยุ่นของระบบการผลิต และลดการปล่อยมลพิษ เพื่อรับมือกับสภาพ
ภูมอิ ากาศและความแปรปรวนที่จะเกิดขน้ึ ในอนาคต การทำการเกษตรอัจฉริยะที่ดนี ั้นจะตอ้ งพัฒนา
ความสามารถในการผลิตและการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยืนของห่วงโซ่คณุ ค่าของผลผลิตทางการเกษตรทุก
ชนดิ โดยต้องปรับใชเ้ ทคโนโลยเี กษตรสมยั ใหมเ่ พื่อเกษตรกรรายย่อยหลายล้านคน โดยการบรู ณาการ
ความรู้ มีการจัดการข้อมูลและเทคนิคการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ไปสู่เกษตรกรอย่างต่อเน่ือง การใช้
เครอื่ งมือสนบั สนุนการตัดสินใจเพือ่ ประมาณการผลผลิตในพ้นื ทีเ่ กษตรกรรม และการผลักดนั กรอบ
นโยบายทีส่ นบั สนุนครอบคลุมทุกมิติ รวมถึง เทคโนโลยเี กษตรกรรม ท่ีเก่ยี วข้องกับสภาพภูมิอากาศ
อจั ฉริยะจะมีบทบาทสำคญั ในการชี้นำแนวทางการผลิตพชื ผล เพิ่มความยั่งยนื และลดความเสยี่ งด้าน
ความมน่ั คงทางอาหารของประเทศ เทคโนโลยีการเกษตรสมยั ใหมท่ ม่ี ีความเหมาะสมสำหรับเกษตรกร
รายย่อย มีศักยภาพการลดความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาชนบท การเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยกี ารเกษตรสะท้อนใหเ้ ห็นถึงบทบาทใหม่ของสถาบนั การศกึ ษาท่ีทำหนา้ ท่ีประสานงานบรกิ าร
ของเทคโนโลยี การเกษตรสมัยใหม่ท่ีหลากหลายและอำนวยความสะดวกในการเช่อื มโยงระหว่างการ
วิจัยเกษตรไปสู่เกษตรกรในท้องถิ่น ด้วยการให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรและพัฒนาแผน
การแก้ไขปัญหาในแต่ละท้องถ่ินอย่างเหมาะสม การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีการเกษตร ต้ังแต่
ยคุ 80 เทคโนโลยกี ารเกษตรมีความก้าวหน้าทส่ี ำคัญ และมหี ลายปัจจยั ทสี่ ่งผลต่อความกา้ วหน้าของ
การเกษตรและสร้างระบบทีเ่ ราใชก้ ันอยู่ทกุ วันนี้ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ทส่ี ำคัญ ได้แก่ สงคราม
และภัยพิบัติทางเศรษฐกิจและส่ิงแวดล้อม ที่ทำให้คนท่ัวโลกหวาดกลัวต่อความขาดแคลนอาหาร
ส่งผลให้การเกษตรมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โครงสร้างพ้ืนฐาน ท้ังทางรถไฟ ถนน
ไฟฟ้าและการชลประทานสง่ เสริมให้เกดิ ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีเพ่อื การเกษตร เพ่ือสร้างความ
มนั่ คงทางอาหารเพ่ือรองรับประชากรโลกที่กำลังเพ่ิมขึ้น และคุณภาพของอาหารเพื่อรองรับสังคม
ผู้สูงอายุทกี่ ำลงั ขยายตวั ไปท่ัวทกุ มมุ โลก
ดังน้ันจึงสรุปได้ว่า เทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ียวกับดินเพื่อการเกษตร หมายถึง
การประยุกต์ความรู้ทางด้านวทิ ยาศาสตร์เพื่อนำมาจัดการสารสนเทศที่เก่ียวกับดินเพื่อการเกษตร
โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิเช่น เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีด้านเครือข่าย
โทรคมนาคมและการสื่อสาร และอาศัยความรู้กระบวนการดำเนินงานสารสนเทศต้ังแต่ ข้ันตอน
การแสวงหา การวิเคราะห์ การจดั เกบ็ ตลอดจนถงึ การเผยแพรส่ ารสนเทศและแลกเปลยี่ นสารสนเทศ
กล่าวคือ ประกอบด้วยส่วนประกอบ 5 ส่วน ได้แก่ เครื่องจักรอุปกรณ์ โปรแกรมซอฟต์แวร์ ข้อมูล
7
และสารสนเทศ บุคลากร และข้ันตอนการปฏิบัติงาน เพ่ือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง
ความแมน่ ยำ และความรวดเรว็ ตอ่ การนำมาใช้ประโยชน์เกยี่ วกบั ดนิ เพื่อการเกษตร
2. เทคโนโลยีและสารสนเทศเกยี่ วกบั ดินเพ่ือการเกษตรทเ่ี ป็นคล่นื ลูกใหม่
ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการเกษตรท่ีเกี่ยวข้องกับการเตรียมดิน
และแกป้ ัญหาดินสำหรับการเกษตร เป็นคลื่นลกู ใหมท่ ่ีเกษตรกรให้ความสนใจใช้กันอย่างแพร่หลาย
เนือ่ งจากมีความแม่นยำ รวดเร็ว ใช้งา่ ย ลดการใชแ้ รงงานคน ลดการใชส้ ารเคมี และสามารถเลือกใช้
เทคโนโลยที เี่ หมาะสมกบั การผลติ ทัง้ ในระดบั เลก็ จนถึงขนาดใหญ่ ไดแ้ ก่ เทคนคิ การชลประทานข้ันสงู
หุ่นยนต์เพ่ือการเกษตร อากาศยานไร้คนขับ Internet of Things (IoT) และ Global Positioning
System (GPS) เปน็ ตน้ โดยมรี ายละเอียด ดังนี้
2.1 เทคนคิ การชลประทานขนั้ สงู (high technology of irrigation)
การชลประทานน้ันสำคัญที่สุดในพื้นท่ีเกษตรกรรม เป็นการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อปรับปรุง
ประสทิ ธิภาพของทรพั ยากรนำ้ เทคนคิ ใหม่นำ้ หยดและการใชน้ ำ้ แบบฉีดพน่ (ดงั ภาพท่ี 8.1) มบี ทบาท
สำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงเซ็นเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดิน และสภาพอากาศ
ที่สามารถเชอื่ มตอ่ ผา่ นโทรศัพท์และคอมพวิ เตอร์เพ่ือสนบั สนนุ หนว่ ยงานภาครัฐและเกษตรกรในการ
ตดั สินใจในการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม (สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การ
มหาชน), มปป.) โดย The Story Thailand (2021) รายงานข่าวว่า จีนใช้ เกษตร 5G ในระบบ
ชลประทานอัจฉริยะเพอ่ื ชว่ ยประหยดั น้ำและเพิม่ ผลผลติ ทางการเกษตร โดยสามารถจ่ายน้ำจำนวนท่ี
ตอ้ งการ อันเรมิ่ ทำงานหลังจากเกษตรกรกดปุ่มควบคุมบนรีโมตในมือ และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน
แปลงปลูกขนาด 0.4 เฮกตาร์ (ประมาณ 2.5 ไร่) ก็ได้รับน้ำอย่างทั่วถึง การชลประทานสมัยใหม่มี
ความแตกต่างจากช่วงทศวรรษ 1980 ทีเ่ กษตรกรตอ้ งเขา้ แถวรอคอยและรดน้ำแปลงปลูกท้ังวนั ท้งั คืน
โดยใช้เครื่องสูบน้ำและท่อส่งน้ำ เมอ่ื เทียบกับวิธกี ารชลประทานแบบด้ังเดิม การจ่ายนำ้ รปู แบบใหม่
สามารถช่วยประหยดั น้ำ เวลา และพลงั งานได้อย่างมาก จีนวางแผนเพิม่ แปลงปลูกมาตรฐานสงู เพ่ิม
18.3 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 114 ลา้ นไร่) ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซ่งึ จะทำยอดรวมแปลงปลูกมาตรฐาน
สูงของประเทศแตะ 71.6 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 447 ล้านไร่) ภายในปี 2025 และจะมีการติดต้ัง
ส่ิงอำนวยความสะดวกด้านการชลประทานแบบประหยัดน้ำในแปลงปลูกราว 4 ล้านเฮกตาร์
(ประมาณ 25 ล้านไร่) ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากน้ี กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน
เปิดเผยว่า จีนจะติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกดา้ นชลประทานแบบประหยัดนำ้ ในแปลงปลูก 1 ล้าน
เฮกตาร์ (ประมาณ 6.25 ล้านไร่) ในปี 2021 เพียงปีเดียว หัวจ่ายน้ำแบบยืดหดได้ถูกฝังไว้ใต้ดิน
บริเวณแปลงปลูกอีกแห่งหนึ่งในอำเภอเวย่ ซ่ือ โดยเกษตรกรสามารถเปดิ ระบบผ่านโทรศัพท์มอื ถือ ซงึ่
8
จะทำให้หัวจ่ายน้ำโผล่ข้นึ มาจากพื้นแบบอัตโนมตั ิ และเริ่มฉดี พ่นน้ำโดยรอบครอบคลุม 360 องศา
ระบบชลประทานที่ซอ่ นอยู่ใต้ดนิ ไม่ส่งผลกระทบต่อการไถพรวนและการใส่ปุ๋ย และยังชว่ ยประหยัด
น้ำได้ถึงร้อยละ 65 เม่ือเทียบกับการจ่ายน้ำแบบดั้งเดิม โครงการเกษตรอัจฉริยะ 5จี (5G) เพ่ือ
วิเคราะห์ข้อมูลของต้นกล้า สภาพอากาศ ความช้ืนในดิน และแมลง เพ่ือให้เกษตรกรรับทราบถึง
ข้อมูลการจ่ายน้ำตามหลักวิทยาศาสตร์ เช่น ควรรดน้ำเม่ือไร ปริมาณเท่าใด และใช้วิธีการใด
การอนุรักษ์น้ำเป็นหัวใจสำคัญของเกษตรกรรม การใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นทางออก
ของภาคการเกษตร
ภาพที่ 8.1 ระบบชลประทานอัจฉริยะแบบฉดี พ่น
ท่ีมา: Sixfox (n.d.)
2.2 หุ่นยนต์เพือ่ การเกษตร (agricultural robotics)
เทคโนโลยหี นุ่ ยนต์ชว่ ยให้สามารถตรวจสอบและจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเชือ่ ถือ
ได้เช่น ตรวจวัดคุณภาพน้ำและอากาศ ท่ีส่งผลให้การผลิตพืชผลอย่างมีประสทิ ธิภาพและปลอดภัย
ย่ิงข้ึน นอกจากนี้ยังช่วยในการลดราคาของผลิตภัณฑ์และช่วยในการลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม
(สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน), มปป.) ประเทศสหรัฐอเมริกา และหลาย
ประเทศในยโุ รปท่ีนิยมใช้หุน่ ยนต์เพอ่ื การเกษตร ส่วนในเอเชยี ประเทศทีเ่ ปน็ ผนู้ ำในการใชห้ ุ่นยนตเ์ พอ่ื
การเกษตร ได้แก่ ญ่ีปุ่น และจีน โดยณัฏฐา กาญจนขุนดี (มป.ป.) รายงานว่า จีนกำลังเร่งพัฒนา
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence, AI) ในการสร้างหุ่นยนต์สำหรับใช้ในการเกษตรอย่าง
กว้างขวาง เพ่ือตอบโจทย์ในการลดค่าใช้จา่ ย เพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสียปัจจัยการผลิต คา่ แรงแพง
9
เพ่ือให้ทันต่อในการแข่งขันในอุตสาหกรรมการเกษตร หุ่นยนต์ AI เพื่อการเกษตรเป็นการนำเอา
เทคโนโลยี AI รวมกันเข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์เพ่ือนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมเกษตร ปัจจุบันได้
พัฒนานำไปใช้ในหลากหลายกิจกรรมทางการเกษตรเช่น การสำรวจข้อมูลสภาพแวดล้อมทาง
การเกษตร การเตรียมดินเพื่อการเพาะปลูก การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิต การ
เพาะปลูกและอนุบาลต้นกล้าท่ีงา่ ย รวดเรว็ และแม่นยำข้ึน เป็นต้น ตัวอย่างการพัฒนาหุ่นยนต์ AI
เพือ่ อตุ สาหกรรมเกษตรในปัจจุบัน ได้แก่
2.2.1 หุ่นยนต์ควบคุมวัชพชื ที่ใชเ้ ทคโนโลยบี ลูรเิ วอร์ (blue river technology – weed
control) บริษัทผลิตรถแทรกเตอร์ทางการเกษตรอย่าง John Deere ได้เข้าซ้ือกจิ การ Blue River
Technology บริษัทสตาร์ทอัพ (start up) จากแคลิฟอร์เนีย (California) ที่นำเทคโนโลยีระบบ
สมองกล (machine learning) มาใช้งานทางภาคการเกษตร โดยสุดยอดเทคโนโลยีของทางบริษัท
บลูริเวอร์ (Blue River company) มีช่อื ว่า ซีแอนดส์ เปรย์ (See and Spray) โดยมีการติดตั้งกลอ้ ง
จำนวนมากเขา้ ไปกบั ชุดหวั ฉีดพน่ สารเคมที างการเกษตร ทตี่ ิดตัง้ อยู่กับรถแทรคเตอร์ โดยจะมีการใช้
ระบบสมองกลแบบเรียนรู้ในเชิงลึก (deep learning) ทำการประมวลผลภาพจากกล้อง โดยหาก
กล้องสแกนไปเจอวัชพืช ระบบก็จะส่ังให้ฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชลงไป แต่ถ้ากล้องสแกนไปเจอพืชไร่
มนั กจ็ ะฉดี ปุ๋ยลงไปแทน โดยที่เกษตรกรสามารถปรับแต่งการทำงานของระบบนี้ไดต้ ามความต้องการ
และทางบลูรเิ วอร์ยืนยันวา่ เทคโนโลยีนีจ้ ะช่วยลดปรมิ าณสารเคมีท่ีใช้ฉดี พ่นลงได้ถึงรอ้ ยละ 90 และ
ช่วยลดการใชแ้ รงงานทางการเกษตรอีกด้วย (แสดงดงั วิดีทศั นท์ ี่ 8.1)
2.2.2 หนุ่ ยนต์เพาะพันธุ์และปลูกพชื ทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยีวิช่ัน vision robotics เป็นการรวม
เทคโนโลยีอัลกอรึทึม (algorithm) และเซ็นเซอร์ (sensor) เข้าด้วยกันเพ่อื นำไปใช้ในการเตรียมดิน
(แสดงดังวิดีทัศน์ท่ี 8.1) เตรียมแปลงพชื แบบอัตโนมตั ิ โดยให้หุ่นยนตส์ ร้างแบบจำลองและแผนที่ 3
มติ ขิ องพนื้ ทเ่ี ปา้ หมาย เพอื่ ใหห้ ุน่ ยนต์สามารถเขา้ ปฏบิ ัตงิ านตามคำส่ังหรอื พารามิเตอร์ (parameter)
ที่กำหนดไว้
2.2.3 หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวพืชผลท่ีสร้างข้ึนมาเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาค
เกษตร เช่น หุ่นยนต์เกบ็ ผลไม้ ได้แก่
1) หุ่นยนตเ์ กบ็ สตอรเ์ บอรร์ ่ี
ในปี 2013 บริษัทชิบิยา เซกิ (Shibiya Seiki) ของญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์
เกบ็ สตอร์เบอร์ร่ี ราคา 50,000 เหรยี ญสหรฐั อเมริกา (USD) หุ่นยนต์ตวั นีส้ ามารถเกบ็ สตอรเ์ บอรร์ ไ่ี ด้
จริงในทางปฏิบัติ แต่ความสามารถของมันยังไม่สามารถทำได้ในเชิงพานิชย์ เมื่อเทียบกับคนแล้ว
ประสิทธิภาพยังคงห่างไกลมากนัก การใช้หุ่นยนต์นี้ยังต้องมีความจำเป็นต้องจัดแต่งโรงเรือนปลูก
สตอร์เบอร์ร่ีให้เหมาะสมกับการใช้หนุ่ ยนต์ เชน่ ระยะหา่ งของต้น การหอ้ ยและยอ้ ยลงมาของลูกสตอร์
เบอร์รี่ ซึ่งท้ังหมดต้องพอเหมาะกับการเคล่ือนไหวและทำงานของหุ่นยนต์ หมายความว่าจะต้องมี
โรงเรือนท่ที ำไวส้ ำหรบั หนุ่ ยนต์ไม่ใช่สำหรบั คน หุ่นยนต์ไดถ้ ูกพฒั นาด้วยความร่วมมือขององคก์ ารวจิ ัย
10
การเกษตรกรรมอาหารแห่งชาติของญี่ปุ่น ท่ีมุ่งหวังว่าจะทำเป็นฟาร์มอัตโนมัติเต็มรูปแบบ มีการ
พัฒนาออกติเนียน (Octinion) หุ่นยนต์สำหรับเก็บสตอร์เบอร์รี่ ซ่ึงมีกำหนดการเปิดตัวในปี 2018
เมื่อเทียบกันกับหุ่นยนต์ของญ่ีปุ่นแล้ว หุ่นยนต์ตัวน้ีเน้นในเรื่องความสามารถของหุ่นยนต์ในเรื่อง
ป้องกันการเสียของพืชผลมากกว่า ซ่ึงจำเป็นท่ีจะต้องมีโรงเรือนหรือแปลงปลูกสตอร์เบอร์ร่ีที่ได้
ออกแบบมาสำหรับใช้กับหุ่นยนต์โดยเฉพาะ หุ่นยนต์ออกติเนียนใช้คอมพิวเตอร์ 3D คำนวณการ
มองเห็นและเลือกเอาเฉพาะสตอร์เบอร์รี่ที่มีผลสุกแล้วเท่าน้ัน มีความแม่นยำประมาณร้อยละ 70
และไม่ทำความบอบช้ำให้สตอร์เบอร์ร่ี โดยแรงงานมนุษย์สามารถเก็บสตอร์เบอร์รี่ได้ประมาณ 16
กิโลกรัมต่อช่ัวโมง ซ่ึงเฉลี่ยประมาณ 4 วินาทีต่อ 1 ลูก เมื่อเทียบกับหุ่นยนต์ออกติเนียนใช้เวลา
ประมาณ 3 วินาทีตอ่ 1 ลกู ซึ่งใกล้เคยี งกบั แรงงานมนษุ ย์
2) หุ่นยนตเ์ กบ็ แอปเปลิ้
หุ่นยนต์เก็บแอปเปิ้ล ช่ือ หุ่นยนต์เอฟเอฟ (FF Robotics) เป็นของบริษัท
สัญชาติอิสราเอล ซ่ึงพฒั นาหุ่นยนต์มาเกบ็ แอปเปิล้ แทนแรงงานคน มรี ายงานว่าในปี 2012 ประเทศ
สหรัฐอเมริกา มีการผลิตแอปเปิ้ลถึง 4.2 ล้านตันโดยใช้คนเก็บร้อยละ 100 ซ่ึงเป็นคา่ ใช้จ่ายรอ้ ยละ
30-40 ของค่าใชจ้ ่ายท้ังหมด ซ่ึงหุ่นยนตเ์ อฟเอฟจะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนได้ ดว้ ยการใช้
หุน่ ยนตเ์ ข้ามาแทนแรงงาน และยังสมารถทำงานได้มากกว่าคนถงึ 10 เท่าและมคี วามแม่นยำในการ
เก็บผลไม้ท่ีดี ไม่เน่าเสีย ไม่มีตำหนิ วิเคราะห์และเก็บข้อมูล ว่ามีจำนวนผลไม้ต่อต้นต่อไร่ ซ่ึงเป็น
ประโยชน์ตอ่ ชาวสวนเปน็ อย่างมาก
การนำหนุ่ ยนต์ AI มาใชใ้ นอุตสาหกรรมการเกษตร มีการพฒั นากันในหลากหลายแขนง
ดว้ ยวัตถุประสงค์ ลดแรงงานคน ลดค่าใช้จ่าย เพิม่ ขดี สามารถในการแขง่ ขนั เพิ่มผลผลิต โดยการใช้
เทคโนโลยีเหล่านี้ในการทำงานแทน ซ่ึงมีความแม่นยำ และทำงานได้จำนวนมากต่อคร้ัง ไม่มีเวลา
หยดุ พัก ทำใหค้ ่าใชจ้ ่ายในการทำเกษตรลดลง เมื่อเทียบกับผลผลิตทเ่ี พ่ิมข้ึน แต่การลงทุนในเคร่ืองมือ
เหล่านี้ล้วนมีค่าใช้จ่ายสูง ท้ังการพัฒนา การผลิต ซึ่งมันเหมาะสำหรับเกษตรกรรมแปลงใหญ่ หรือ
เกษตรกรรายใหญ่ ส่วนเกษตรกรรายย่อยๆ คงหาจุดคุม้ ทุนไม่ได้ ซ่ึงในอนาคตอันใกล้เกษตรรายยอ่ ย
จะไม่สามารถแขง่ ขันได้ และมีแนวโน้มท่ีจะเลกิ กจิ การไปในทส่ี ดุ
วดิ ที ัศน์ที่ 8.1 ลักษณะการทำงานของหุ่นยนตเ์ พ่อื การเกษตร
ดาวนโ์ หลดได้จาก https://www.youtube.com/watch?v=kU4X8WbyloM&t=27s
11
2.3 อากาศยานไรค้ นขับ หรอื โดรน (drone)
อากาศยานไร้คนขบั หรอื โดรน (drone) หรอื Unmanned Aerial Vehicle (UAV) แต่
เดิมมักถูกใช้เป็นอาวุธหรือเคร่ืองมือสอดแนมทางทหาร อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณสมบัติของโดรนที่มี
ราคาไม่สูงมาก เปน็ มิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม และสามารถติดกล้อง หรือเครือ่ งมอื อื่นกบั โดรนได้จึงทำให้มี
การประยุกตใ์ ช้อย่างแพรห่ ลาย (อาภาภรณ์ ศิริพรประสาร, มปป.) รวมทั้งงานด้านการเกษตรด้วย
(Anderson, 2014; The Free Library, 2016) อากาศยานไร้คนขับท่ีใช้เพื่อช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพ
ทางการเกษตร ด้วยการตรวจสอบการผลิตพืช และการเจริญเติบโตของพืชทางจอภาพ
ดิจทิ ลั เซนเซอร์ สามารถช่วยให้เกษตรกรมีภาพภาคสนามทสี่ มบรู ณ์ยงิ่ ขึน้ การใชโ้ ดรนเพ่ือการเกษตร
และการรวบรวมข้อมูลอาจพิสูจน์ได้ว่ามีประโยชน์ในการปรับปรุงผลผลิตพืชผล พ่นปุ๋ย และ
สารชีวภาพเพ่ือปรับปรุงดิน นอกจากน้ี มุมมองทางอากาศสามารถที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริงที่เป็น
ปัจจุบันหลายประการ เช่น การชลประทาน ปัญหาการเปล่ียนแปลงของดินและศัตรูพืช และ
โรคระบาด ภาพท่เี พิ่มระดบั การมองเหน็ เชน่ เดยี วกับมมุ มองภาพสเปกตรัมสามารถแสดงให้เกษตรกร
เห็นถึงความแตกต่างระหว่างพืชท่เี จริญเติบโตดกี บั พืชทไี่ ม่แข็งแรง ซึ่งเป็นความแตกต่างท่ีมองไมเ่ ห็น
ด้วยตามนุษย์ ดังนั้น มุมมองเหล่าน้ีจึงสามารถช่วยในการประเมินการเจริญเติบโตและการผลิต
พืชผล สามารถสำรวจพืชผลได้ตลอดเวลาโดยใช้โดรนเพ่ือการเกษตรที่ส่งผลให้สามารถระบุปัญหาได้
อย่างรวดเร็ว อากาศยานไร้คนขับ โดรนเพ่ือการเกษตรบางรุ่นสามารถบินแบบอัจฉริยะด้วยระบบ
อตั โนมตั ิ (แสดงดังภาพที่ 8.2) โดยมหี น่วยความจำอัจฉริยะบันทึกเท่ียวบิน และสามารถปรับอัตรา
การไหลของสเปรย์ได้ตามความเร็วบนิ แสดงข้อมูลการสเปรย์ในเวลาจรงิ นอกจากนี้ยังสามารถปรับ
ระดับความสูงความเรว็ ในการบิน หลบสิ่งกดี ขวาง และกำหนดพื้นท่สี ูง-ต่ำได้ ควบคมุ ด้วยระบบดจิ ทิ ัล
(digital) (แสดงดังภาพท่ี 8.3 และวดิ ที ัศนท์ ่ี 8.2) ตดิ ตามสถานท่ีบินได้ มีระบบป้องกนั การกลบั มาเมอื่
เคร่ืองควบคุมไม่ได้ พรอ้ มด้วยระบบแจ้งเตือนเม่ือแบตเตอร่ีใกล้จะหมด และการเตือนความจุในถัง
เมื่อสารใกล้จะหมด ซึ่งช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้ในการใช้ได้อย่างง่ายดาย นอกจากน้ี มิเชลล์
(Michelle, 2021) ไดก้ ล่าวว่า การวิเคราะหด์ ินด้วยอากาศยานไรค้ นขับ หรือโดรนท่ีใช้เทคโนโลยกี าร
ถ่ายภาพท่ีซับซ้อนและตรวจจับระยะไกลแบบหลายสเปกตรัม (multispectral) เทคโนโลยนี ี้ทำการ
วิเคราะห์ดินและแปลงปลูกพืชโดยใช้โดรนติดกล้องตรวจจับระยะไกลที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
สเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้าของแสงที่สะท้อนกลับมาจากพื้นดินด้านล่าง องค์ประกอบต่างๆ สะท้อน
ความยาวคล่ืนเฉพาะของแสงที่สามารถใช้เพื่อระบุความยาวคล่ืนได้ เซ็นเซอร์ภาพแบบหลาย
สเปกตรัมจะรวบรวมข้อมูลจำนวนรีมเก่ียวกับความยาวคล่นื เหล่าน้ัน ซงึ่ ช่วยให้ซอฟต์แวร์ AI ขนั้ สูง
สามารถระบคุ วามแตกต่างในองค์ประกอบของดินธาตไุ ด้ โดยใชเ้ ทคนคิ การทำแผนที่ GIS ขั้นสงู และ
การถ่ายภาพเพื่อการจำแนกดิน ความเข้าใจรายละเอียดของเงอื่ นไขในพื้นดินสามารถผลิตสำหรับ
จำนวนเงินขนาดใหญ่ของแผ่นดินในระยะเวลาส้ันๆ การถ่ายภาพแบบหลายสเปกตรัมสามารถช่วย
เกษตรกรและวศิ วกรใหส้ ามารถทำงานร่วมกนั เพื่อกำหนดรูปแบบการเพาะเมลด็ ทเี่ หมาะสม กลยทุ ธ์
12
การให้น้ำและปุ๋ยที่เหมาะสม และอ่ืนๆ ได้โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมจากการวิเคราะห์ดินด้วย
โดรนซง่ึ ได้ผลการวิเคราะหท์ แี่ นน่ อน ยง่ิ ต้องการการวัดท่แี มน่ ยำยิง่ ขน้ึ สำหรบั ผลผลิต การเจริญเตบิ โต
ตามเป้าหมาย อาจต้องการการสุ่มตัวอย่างดินแบบด้ังเดิม แต่การถ่ายภาพแบบหลายสเปกตรัม
(multispectral) น้ันมีค่าสำหรับการสร้างแผนท่ีที่ปรับขนาดของเง่ือนไขในพื้นที่เกษตรกรรมขนาด
ใหญ่ ด้วยแผนท่ีแบบหลายสเปกตรัมของทุ่งนา เกษตรกรสามารถตัดสินใจอย่างมีข้อมูลมากข้ึน
เกยี่ วกับสถานที่ท่จี ะเก็บตัวอยา่ งดิน ซึ่งช่วยใหเ้ ขา้ ใจคุณภาพดนิ อย่างครบถ้วนในทกุ พืน้ ท่ี การทำแผน
ท่ดี ินแบบหลายสเปกตรัมในการเกษตรสามารถทำไดเ้ ป็นประจำเพ่ือให้เขา้ ใจในระยะยาวว่าการผลิต
พชื ผลสง่ ผลตอ่ ความอุดมสมบูรณข์ องดนิ อย่างไรเมอื่ เวลาผา่ นไปดว้ ยการวัดแสง (photogrammetry)
ท่ีได้จากการถ่ายภาพแบบหลายสเปกตรัม นอกจากน้ียังสามารถใช้ในการติดตามการกัดเซาะดิน
นอกเหนอื ไปจากการสูญเสียสารอาหารซงึ่ ความเส่ือมโทรมของดินที่เกษตรกรควรใสใ่ จ อยา่ งไรกต็ าม
อากาศยานไร้คนขับ หรอื โดรน เปน็ เครอื่ งที่สามารถบินไปในที่ตา่ งๆ บังคับไมต่ ่างจากเครื่องบินบังคับ
และสามารถถ่ายรปู ถ่ายวีดีโอท่ตี ดิ บนโดรน แตใ่ ช่ว่าซ้ือเป็นเจ้าของโดรนแล้วจะสามารถใช้งานได้ทกุ ท่ี
ทันที เพราะในประเทศไทยก็มกี ฎหมายโดรนด้วยเชน่ เดียวกับอกี หลายประเทศ สำนกั งานการบินพล
เรอื นแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ประชาสัมพนั ธ์กฎหมายน่ารู้เกย่ี วกบั โดรน และกฎการข้ึนทะเบียน
โดรน (It24hrs, 2017) โดยอ้างอิงจากประกาศกระทรวงคมนาคม เรือ่ ง หลักเกณฑ์การอนุญาตและ
เงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานท่ีควบคุมการบินจาก
ภายนอก พ.ศ. 2558 ซ่ึงลงประกาศตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 อากาศยานในประกาศนี้
แบ่งเป็นสองประเภทตามวัตถุประสงค์คือ ประเภท 1 ใชเ้ พอ่ื การเลน่ เป็นงานอดิเรก เพ่ือความบนั เทิง
หรือเพ่ือการกีฬา และประเภท 2 ใช้เพ่ือวัตถุประสงค์อื่นนอกจากตามประเภท 1 คือรายงานข่าว
รายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ วิจัยและพัฒนาอากาศยาน หรือเพ่ือการอ่ืนๆ ประเภทท่ี 1 มี
แบ่งยอ่ ยตามขนาด ดังนี้
ประเภท 1. ก มนี ้ำหนกั ไม่เกนิ 2 กิโลกรมั กำหนดใหผ้ ้บู งั คบั หรือปล่อยอากาศยานตอ้ งมอี ายมุ ากกว่า
18 ปี หรอื มผี ้แู ทนโดยชอบธรรมควบคมุ ดูแล ซงึ่ อากาศยานในขอ้ นี้ กระทรวงคมนาคมอนุญาตใหท้ ำ
การบนิ ได้ โดยต้องปฏิบตั ิตามเง่อื นไขทีก่ ำหนดไว้
เง่อื นไข
(1) กอ่ นทำการบิน
(ก) ตรวจสอบวา่ อากาศยานอยูใ่ นสภาพทส่ี ามารถทำการบนิ ไดอ้ ย่างปลอดภัย ซ่งึ รวมถงึ
ตัวอากาศยานและระบบควบคมุ อากาศยาน
(ข) ได้รับอนญุ าตจากเจา้ ของพน้ื ทีท่ จ่ี ะทำการบิน
(ค) ทำการศึกษาพื้นท่ีและชัน้ ของห้วงอากาศทจี่ ะทำการบนิ
(ง) มีแผนฉกุ เฉนิ รวมถงึ แผนสำหรบั กรณเี กดิ อบุ ัติเหตุ การรักษาพยาบาล และการแกป้ ญั หา
กรณไี ม่สามารถบงั คับอากาศยานได้
13
(2) ระหว่างทำการบนิ
(ก) ห้ามทำการบินในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชวี ิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และ
รบกวนความสงบสขุ ของบุคคลอ่ืน
(ข) ห้ามทำการบนิ เขา้ ไปในบรเิ วณเขตห้าม เขตจาํ กัด และเขตอนั ตรายตามท่ีประกาศใน
เอกสารแถลงข่าวการบินของประเทศไทย (Aeronautical Information Publication – Thailand
หรือ AIP – Thailand) รวมทั้ง สถานท่ีราชการ หน่วยงานของรัฐ โรงพยาบาล เว้นแต่จะได้รับ
อนญุ าตจากหน่วยงานเจา้ ของพื้นที่
(ค) แนวการบินขน้ึ ลงของอากาศยานจะต้องไมม่ ีสง่ิ กีดขวาง
(ง) ผบู้ งั คับหรือปล่อยอากาศยานตอ้ งสามารถมองเห็นอากาศยานได้ตลอดเวลาที่ทำการ
บินและห้ามทำการบังคับอากาศยานโดยอาศัยชุดกล้องบนอากาศยานหรืออุปกรณ์อ่ืนที่มีลักษณะ
ใกล้เคยี ง
(จ) ต้องทำการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขนึ้ ถึงพระอาทิตย์ตก ซ่ึงสามารถมองเห็น
อากาศยานได้อยา่ งชัดเจน
(ฉ) หา้ มทำการบินเขา้ ใกลห้ รอื เข้าไปในเมฆ
(ช) ห้ามทำการบนิ ภายในระยะเกา้ กิโลเมตร (หา้ ไมล์ทะเล) จากสนามบนิ หรอื ทขี่ ้นึ ลง
ช่วั คราวของอากาศยาน เวน้ แตไ่ ด้รับอนุญาตจากเจา้ ของหรอื ผู้ดำเนินการสนามบนิ อนญุ าตหรือที่ขึ้น
ลงช่วั คราวอนุญาต
(ซ) ห้ามทำการบนิ โดยใช้ความสงู เกนิ 90 เมตร (300 ฟุต) เหนอื พ้นื ดนิ
(ฌ) ห้ามทำการบนิ เหนอื เมอื ง หมบู่ า้ น ชมุ ชน หรอื พ้นื ทท่ี มี่ คี นมาชมุ นมุ อยู่
(ญ) หา้ มบงั คบั อากาศยานเข้าใกลอ้ ากาศยานซง่ึ มนี กั บนิ
(ฎ) หา้ มทำการบนิ ละเมดิ สทิ ธสิ ่วนบุคคลของผอู้ ่ืน
(ฏ) หา้ มทำการบินโดยก่อใหเ้ กิดความเดือดร้อน ความราํ คาญ แกผ่ อู้ ่นื
(ฐ) ห้ามส่งหรือพาวัตถุอันตรายตามท่ีกำหนดในกฎกระทรวงหรืออุปกรณ์ปล่อยแสง
เลเซอรต์ ิดไปกับอากาศยาน
(ฑ) ห้ามทำการบินโดยมรี ะยะห่างในแนวราบกับบุคคล ยานพาหนะ สงิ่ ก่อสร้าง หรือ
อาคาร นอ้ ยกวา่ 30 เมตร (100 ฟุต)
ประเภท 1. ข มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม กำหนดให้ผู้บังคับหรือปล่อย
อากาศยานต้องมีอายุไมต่ ่ำกว่า 20 ปี ไม่เป็นผู้มีพฤตกิ ารณ์เป็นภยั ตอ่ ความมน่ั คงของประเทศ ไมเ่ คย
โดนโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายยาเสพติดหรือศุลกากร และต้องขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีกรม
การขนส่งทางอากาศ โดยต้องปฏบิ ัติตามเง่ือนไขที่กำหนดไวเ้ หมือนประเภท 1.ก และเพิ่มเติมอย่าง
การบำรุงรกั ษาอากาศยาน ความชำนาญในการบังคับอากาศยาน ความเขา้ ใจในกฎจราจรทางอากาศ
ต้องมีอุปกรณ์ดับเพลิงที่ใช้งานได้ติดตัว มีประกันภัยต่อบุคคลท่ีสาม วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
14
ตอ่ ครั้ง เพิม่ ระยะหา่ งในขอ้ (ฑ) เป็นไมน่ ้อยกว่าห้าสบิ เมตร (หนึ่งร้อยห้าสิบฟตุ ) เมื่อมีอบุ ัตเิ หตุเกิดข้นึ
ตอ้ งแจ้งตอ่ พนักงานเจ้าหนา้ ทโี่ ดยไมช่ กั ช้า
ประเภทที่ 2 กำหนดขนาดไม่เกิน 25 กิโลกรัม ต้องข้ึนทะเบียนและปฏิบัติเงื่อนไขเช่นเดียวกับ
ประเภท 1.ข กรณีที่ใช้เพ่ือรายงานเหตุการณ์หรือรายงานจราจร (ส่ือมวลชน) หรือวิจัยและพัฒนา
อากาศยาน การขึ้นทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคลท่ีมีวัตถุประสงค์ตามนั้น ส่วนเพ่ือใช้ถ่ายภาพหรือ
การอื่นจะข้ึนทะเบียนเปน็ บคุ คลธรรมดาหรอื นิติบุคคลได้ โดยการขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องระบุ
รายชอ่ื ผ้บู งั คับหรอื ปลอ่ ยอากาศยานหรอื บคุ คลท่จี ำเปน็ ในการปฏบิ ัตกิ ารบนิ ของอากาศยานด้วย หาก
ผู้ใดกระทำความผดิ ต่อกฎอยา่ งใดอย่างหน่งึ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กนิ 1 ปี หรือปรับไม่เกนิ 40,000
บาท หรอื ทงั้ จำทัง้ ปรับ ทั้งน้ี หนงั สือการข้นึ ทะเบียนมีอายุ 2 ปีตงั้ แตว่ นั ที่ออกหนงั สือ สำหรับการข้ึน
ทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรนน้ัน สรุปได้วา่ โดรนติดกล้องต้องลงทะเบียนทกุ กรณี
โดรนท่ีหนักเกิน 2 กิโลกรัม ต้องลงทะเบียนทุกกรณี และโดรนที่น้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัมต้อง
ไดร้ ับอนญุ าตจากรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงคมนาคม
ภาพท่ี 8.2 โดรนทางการเกษตร
ทมี่ า: ภาพถา่ ยโดย ปราสาท จลุ พวก
15
ภาพที่ 8.3 การควบคุมโดรนทางการเกษตรผ่านรโี มทคอนโทรล (Remote Controller)
ทมี่ า: ภาพถา่ ยโดย ปราสาท จลุ พวก
(ก) (ข)
วิดที ัศนท์ ี่ 8.2 การใช้โดรนทางการเกษตรพน่ สารชวี ภาพเพอื่ ปรบั ปรุงดิน
ที่มา : จดั ทำวิดีทัศนโ์ ดย ปราสาท จุลพวก
ดาวนโ์ หลดไดท้ ี่ https://youtu.be/qMfY_fiMMw0
16
2.4 อินเตอรเ์ นต็ ของสรรพสิ่ง (Internet of Things, IoT)
การทำฟาร์มอัจฉริยะผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ื อสารที่เป็น
อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things, IoT) ได้ปฏิวัติการเกษตรทั่วโลก ทำให้เกิดการใช้
ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ในปี ค.ศ.2018 ตามรายงานของ
ธนาคารโลก ประมาณร้อยละ 80 ของผลิตผลทางการเกษตรทบี่ ริโภคโดยภูมภิ าคกำลงั พัฒนานัน้ มา
จากเกษตรกรรายยอ่ ย (ARC Advisory Group, 2018) และเกษตรกรเหล่าน้สี ว่ นใหญ่ใชก้ ารตดั สนิ ใจ
บนประสบการณ์และการคาดเดามากกว่าทฤษฎีทางวทิ ยาศาสตร์ แม้ว่าวธิ ีการดั้งเดิมนี้ไม่แม่นยำใน
การเฝา้ ตดิ ตามและคาดการณ์ตัวแปรที่สำคัญ เช่น คุณภาพนำ้ สภาพดิน อุณหภูมิแวดล้อม ความชื้น
การชลประทาน และอืน่ ๆ ซึ่งสง่ ผลตอ่ คุณภาพพืชผล ผลผลิต และผลตอบแทนก็ตาม อย่างไรก็ตาม
ในปัจจุบันราคาค่าใช้จ่ายในการใช้ IoT ลดลง ใช้งานสะดวก รวมทั้งสามารถเลือกซื้อตามขนาด
การผลติ จนเกดิ ความคุม้ คา่ ได้ จงึ ส่งผลใหเ้ กษตรรายยอ่ ยบางสว่ นมีความสนใจทจี่ ะเรียนรแู้ ละเลือกซื้อ
วสั ดุอปุ กรณแ์ ละแอพลิเคชนั่ (application) จากบรษิ ัทผูจ้ ัดจำหน่ายกนั มากขน้ึ ผแู้ ทนจำหน่ายตา่ งๆ
ของอุตสาหกรรมการเกษตรและระบบอัตโนมัติกำลังสำรวจโอกาสในการใช้ IoT และดิจิทัลโซลูชัน
(digital solution) เพื่อปรับปรุงผลผลิต ความสามารถในการทำกำไร และแนวทางการทำ
ฟาร์ม ต้ังแต่การมีเซ็นเซอร์ในฟาร์มและอุปกรณ์ฟาร์ม การให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และการเตือน
ไปจนถึงการวิเคราะห์ขั้นสูงสำหรับการดำเนินการแก้ไขและป้องกัน (แสดงดังภาพท่ี 8.4) การทำ
ฟาร์มอัจฉริยะบน IoT จะทำให้มีความคล่องตัวและคาดการณ์ได้มากข้ึน โดยตระหนักถึงความ
ต้องการเฉพาะของภาคเกษตรกรรม บริษัทต่างๆ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์และแอพสำหรับ
การจัดการผลผลิต การจัดการทรัพยากร การจัดการปศุสัตว์ และการตรวจสอบพืชผล รวมถึง
การแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพพืชผล ผลผลติ และที่สำคัญที่สุดคือต้นทุน IoT เชื่อมต่อ
อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีใช้ในพื้นที่เกษตร เพอ่ื ตรวจสอบและวัดผลเก่ียวกับระดับความชื้นในดิน ตรวจสอบ
ระดับน้ำ ตรวจวัดสภาพอากาศ ไปจนถึงขอ้ มลู ระบบชลประทาน ท่ีสามารถเขา้ ถึงได้ง่ายๆ ผา่ นสมารท์
โฟน ฐานข้อมูลเหล่าน้ีช่วยในการวางแผนและการตัดสินใจอย่างรวดเร็วสำหรับอุตสาหกรรม
การเกษตรตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เม่ือมีการพัฒนาอุปกรณ์ท่ีใช้โซลูชั่นเป็นศูนย์กลาง
มากข้ึน เราจะเห็นประโยชน์ท่ีสำคัญย่ิงข้ึนจาก IoT ในด้านการเกษตรในอนาคต (สำนักงาน
พัฒนาการวจิ ัยการเกษตร (องคก์ ารมหาชน, มปป.)
17
ภาพท่ี 8.4 แผนผังกระบวนการทำงานของ IoT ของฟารม์ อจั ฉริยะ
ที่มา: ภาพแผนผงั โดย ปราสาท จลุ พวก
มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ (Technology Networks, 2020) ได้วิจัยเพ่ือสนับสนุนการ
พัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจจับฟอสเฟตในดิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตพืชผลและลดการใช้ปุ๋ย
ฟอสเฟตซึ่งเปน็ สารอาหารหลกั สำหรับพชื ผล ในอดตี เกษตรกรต้องสง่ ตัวอย่างดนิ ไปที่ห้องปฏิบตั กิ าร
เพ่ือหาปริมาณฟอสเฟต นักวิจัยจาก Institute for Sustainable Food at the University of
Sheffield จึงพัฒนาเซ็นเซอร์ท่ีเกษตรกรสามารถตรวจสอบฟอสเฟตในดินท่ีให้ขอ้ มูลแบบเรียลไทม์
(real time) ได้เอง ประกอบการกำหนดระดับการใช้ปุ๋ยได้อยา่ งเหมาะสม โดยสามารถเพิ่มผลผลิต
พืชผลและลดการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต ซึ่งตอบสนองการรณรงค์แก้ปัญหาจากสาเหตุจำนวนประชากรโลก
ทเ่ี พมิ่ ขน้ึ การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขนั ที่เพม่ิ ข้นึ สำหรับทรพั ยากรที่ดนิ จึงมีความ
จำเป็นเร่งด่วนที่จะตอ้ งสามารถวิเคราะห์และตรวจสอบดินได้ ฟอสเฟตเป็นทรพั ยากรที่มีจำกัดและ
ไม่สามารถหมุนเวียนได้ อาจใช้หมดภายในเวลาไม่ถึงศตวรรษหากใช้อย่างสิ้นเปลือง และมีการ
เรียกรอ้ งให้ท่ัวโลกพยายามใช้ปุ๋ยฟอสเฟตอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การทำแผนที่ (mapping)
แล ะการตรวจ ส อบดิ นโดย ใช้เซ็น เซอร์เห ล่านี้จะช่วย ให้เข้าใจ ว่าองค์ป ระก อบขอ งดิน บริเวณ นั้ น
เปล่ียนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป และช่วยกำหนดเป้าหมายการใช้ปุ๋ยฟอสเฟตไปยังดินใน
บริเวณท่ีจำเปน็ ท่ีสดุ (เกษตรแมน่ ยำ) โครงการนี้เป็นหนง่ึ ในสิบความรว่ มมอื ระหว่างสหราชอาณาจักร
และสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับทุนร่วมกันจาก Fund for International Collaboration via UK
Research and Innovation (UKRI), USA's National Science Foundation (NSF) และ National
Institute of Food and Agriculture (NIFA) เพ่ือพฒั นาเซน็ เซอร์ และเทคโนโลยใี นการส่งขอ้ มูล ซ่ึง
ชว่ ยให้คณะทำงานจากท่ัวสหราชอาณาจักรและสหรฐั อเมริกาสามารถออกแบบเครือ่ งมอื ขอ้ มูลใหม่
18
และแบบจำลองแบบไดนามกิ เพื่ออธบิ ายและทำนายกระบวนการในดนิ พฤตกิ รรมของสิง่ มีชีวติ มกี าร
สร้างแบบจำลอง กำหนดลักษณะและทดสอบเซ็นเซอร์ทง้ั ในสภาพแวดลอ้ มที่มีการควบคมุ และในดิน
เพื่อช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่า ปัจจุบันเซ็นเซอร์ดนิ (soil sensors) เป็น IoT ท่ีนิยมใช้จดั การดินเพ่ือ
การเกษตร ยกตัวอย่าง เช่น
1) เคร่ือง 7 in 1 Soil Integrated Sensor (แสดงดังภาพท่ี 8.5 – 8.8) ใช้สำหรับการวัด
ปริมาณปุ๋ย N, P, K วัดค่า pH วัดอุณหภูมิ ;วัดค่าการนำไฟฟ้า (EC) และความชื้นของดิน ปรับปรุง
ระบบชลประทาน และใช้ประโยชน์นำ้ ได้อย่างคุ้มค่า มีความแม่นยำสูง ตอบสนองได้รวดเร็ว และให้
คา่ ผลลพั ธ์ทีเ่ สถียร สามารถฝงั ดินในระยะยาวได้ เป็นฉนวนท่ีทนต่อการนำกระแสไฟฟ้าได้ในระยะยาว
ทนต่อการกัดกร่อน เป็นระบบสญุ ญากาศ และกันน้ำได้อยา่ งสมบูรณ์ (JXCT, 2020)
ภาพที่ 8.5 เคร่อื ง 7 in 1 Integrated Soil Sensor
ทีม่ า: JXCT (2020)
19
ภาพที่ 8.6 ลกั ษณะการทำงานของเครื่อง 7 in 1 Integrated Soil Sensor
ท่มี า: JXCT (2020)
20
ภาพที่ 8.7 ภาพการใช้งานเครอื่ ง 7 in 1 Integrated Soil Sensor ในแปลงพืช
ท่มี า: JXCT (2020)
ภาพที่ 8.8 ภาพการใช้งานเคร่ือง 7 in 1 Integrated Soil Sensor ในกระถางพชื
ที่มา: JXCT (2020)
21
2) เครื่อง NIR Spectroscopy ในห้องปฏิบัติการ (News Medical Life Sciences, 2020)
ทีพ่ ัฒนาโดย: Avantes BV (แสดงดังภาพท่ี 8.9) ทส่ี ามารถวดั ลกั ษณะตา่ งๆ ของดนิ ได้ ดงั นี้
(1) วัดความช้ืน โดยใช้ท่อกลวงท่ีมีตัววัด (gauge) และอ่างเก็บน้ำท่ีมีรูพรุนอยู่ด้านบน
สูญญากาศจะถูกสรา้ งขึน้ เมอ่ื วางท่อลงในดินและนำ้ ถกู ดูดเข้าไปในดินจากถ้วย จนกว่าจะถงึ จุดสมดุล
ผใู้ ชส้ ามารถรับการอ่านโดยใชเ้ กจ คา่ ท่อี ่านได้จากสุญญากาศซึ่งสอดคลอ้ งกับศักยภาพในการอมุ้ น้ำใน
เมทรกิ ซ์ (matrix) ของดนิ ขอ้ มูลนี้ช่วยใหเ้ กษตรกรระบไุ ดว้ ่าจำเปน็ ต้องมีการชลประทานหรอื ไม่ แตม่ ี
ข้อจำกัด มาตราส่วนการใช้งานถูกจำกดั เนือ่ งจากเครื่องวัดแรงดงึ ทำงานชา้ ซึ่งตอ้ งใชเ้ วลาพอสมควร
กว่าน้ำจะเข้าสู่สภาวะสมดุล ย้อนหลังไปถึงปี 1978 นักวิทยาศาสตร์สนใจว่าความชื้นในดินส่งผล
ตอ่ สเปกตรมั (spectrum) มองเห็นได้อยา่ งไร นกั วจิ ัยฮังการีในปี 2014 ไดป้ รับเทียบขอ้ มูลสเปกตรัม
การออกแบบขั้นตอนวิธีการผลิตที่จะช่วยให้มีประสิทธิภาพ วัดสนามในระดับความชื้นของดินตาม
กระบวนการอัลกอริธึม (algorithm) ในการวัดความชื้นแบบสเปกโทรสโกปีในระดับภาคสนาม
เร่ิมต้นด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลในห้องปฏิบัติการเก็บตัวอย่างดินท่ัวบริเวณจากสวนผลไม้ที่มี
ลักษณะดนิ ตา่ งกัน นำไปอบแห้งในเตาเผาในหอ้ งปฏบิ ัติการเพือ่ ใหม้ ีความแห้งสม่ำเสมอจากน้นั นำน้ำ
กลับมาใชใ้ หม่อย่างช้าๆ โดยได้รบั สเปกตรมั ทุกๆ 2.5 มล. จนกว่าตัวอย่างจะอิ่มตัวเต็มท่ี ความยาว
คล่ืน 1450-1460 nm และ 1920-1930 nm ถูกระบุว่าเป็นช่วงที่ไวที่สุดสำหรับการหาปริมาณ
ความชื้นในดิน AvaSpec-NIR256-1.7-EVO และ AvaSpec-NIR256-2.5-HSC-EVO ให้ความไวและ
ช่วงสำหรับการใช้งานประเภทน้ีในห้องปฏิบัตกิ าร การพัฒนาในอนาคต เคร่ืองสเปกโตรมิเตอร์ NIR
ขนาดกะทดั รัดอาจนำไปสกู่ ารเปล่ียนเทนซิโอมเิ ตอร์ (tenciometer) ดว้ ยเครือ่ งมอื ภาคสนามแบบใช้
มือถือเพื่อการประเมินปริมาณความช้ืนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังอาจถูกรวมเข้ากับระบบ
ชลประทานและการตรวจสอบสภาพจริงบนพื้นดิน และสอบเทียบในอากาศด้วยเทคโนโลยี
การถา่ ยภาพแบบเซนเซอรท์ ่มี ชี อ่ งสญั ญาณหลายช่อง (hyperspectral)
(2) วดั ลักษณะดนิ เนื่องจากดินไมใ่ ชส่ ่วนผสมทเ่ี ป็นเนอ้ื เดยี วกนั ความหลากหลายของแร่ธาตุ
อนิ ทรียวตั ถุ และขนาดอนุภาค เป็นเพียงตัวอย่างบางสว่ นเท่าน้ันทีส่ ามารถเปล่ียนแปลงลักษณะดิน
จำนวนมาก ประเภทของดนิ จะเปน็ ตวั กำหนดทกุ อย่างต้งั แต่ประเภทพืชผลท่มี แี นวโน้มว่าจะเตบิ โตไป
จนถึงแผนการชลประทาน กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกายอมรับดิน 12 ประเภทโดยมีทราย
ที่ปลายด้านหนึ่งของสเปกตรัมและดินเหนียวที่อีกปลายหน่ึง แต่ละหมวดหมู่มีลักษณะท่ีสามารถ
คาดเดาได้ เช่น สี เปรียบเทียบกับกราฟสีของมุนเซลล์ (Munsell) เทคนิคทางเลือกสำหรับ
การจำแนกประเภทของข้ันตอนทางเคมีของดินอาจมีผลกระทบในทางลบต่อการวิเคราะห์ข้อมูล
ต้องใช้ทกั ษะทางเทคนคิ ข้ันสูงเพ่ิมเตมิ เพื่อใช้เทคนิคเหล่านซ้ี งึ่ อาจใช้เวลานาน ในทางกลับกนั การสุ่ม
ตัวอย่างสเปกตรัมด้วยแสงไม่เก่ียวข้องกับสารเคมีที่เข้มข้น UV/VIS/NIR spectroscopy ได้รับ
การตรวจสอบโดยนกั วิจัยในเมืองฮามาดัน ประเทศอหิ ร่าน สำหรับการวิเคราะห์พารามิเตอรข์ องดิน
หลายอย่าง เช่น ค่า pH สี ปริมาณความชื้น การนำไฟฟา้ ไนโตรเจนทงั้ หมด ไอออนบวกที่แลกเปลี่ยน
22
ได้ และคารบ์ อนอินทรยี ์ทีม่ ีอยู่ พร้อมกบั การระบุแรธ่ าตุ เช่น ออกไซด์ไทเทเนียม เหล็ก แมกนเี ซยี ม
แคลเซียม โซเดียม และโพแทสเซียม โดยเก็บตัวอย่าง สุ่ม และอบแห้งในเตาเผาก่อนบดและ
รอ่ น จากนั้นจึงแยกออกเป็นชุดตรวจสอบและสอบเทียบ จากกลุ่มตัวอย่างการตรวจสอบ ได้ข้อมูล
เคมแี บบแบตเตอรเี ตม็ จำนวนในชดุ สอบเทียบ มีการสแกนสเปกตรัมบรอดแบนด์ (broadband หรือ
ผ่านเครือข่ายความเร็วสูง) มากกว่า 24 คร้ัง สำหรับตัวอย่างแต่ละตัวอย่าง โดยที่สเปกโตรมิเตอร์
(spectrometer) ถูกใช้เพ่ือตรวจจับปริมาณแสงและคา่ ความเข้มของแสงในช่วงรงั สียูวีและช่วงแสง
ขาว (UV-VIS) ต้ังแต่ 200-1100 นาโนเมตรที่ความละเอียด 1 นาโนเมตร การวัดในเครื่อง NIR
Spectroscopy ครอบคลมุ ช่วง 1000-2400 นาโนเมตร ในชุดการสอบเทียบ การวิเคราะห์สเปกตรัม
ทีด่ ำเนนิ การเปดิ ใช้งานลำดบั ของการดำเนินการสำหรบั การวเิ คราะหท์ างสถติ โิ ดยองิ จากการวเิ คราะห์
กำลงั สองนอ้ ยทีส่ ุด (LPS-R) และการวเิ คราะห์องค์ประกอบหลัก (PCA) ซ่ึงช่วยให้การวดั การสะท้อน
สเปกตรัมมีความสัมพันธ์กับลักษณะของดินท่สี ังเกตได้ นักวิทยาศาสตร์สรุปจากผลลัพธ์ว่าสามารถ
ตรวจสอบการจำแนกประเภทดนิ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพโดยใชต้ วั แปรท่ีมอี ยเู่ พียงเล็กนอ้ ย
(3) ความหนาแน่นและการบีบอัดของดิน การบดอัดดินเป็นคำท่ีใช้อธิบายช่องว่าง
ระหว่างอนุภาคของดิน ซ่ึงปกติจะมีน้ำหรืออากาศถูกบีบอัด ทำให้เกิดการขาดออกซิเจน ส่งผลให้
การพัฒนาของรากไม่ดี ซ่ึงจะลดผลผลิตและคุณภาพของพืชผลในที่สุด การบดอัดอาจเกิดจาก
กระบวนการทางธรรมชาติ หรอื มนุษยส์ ร้างขึ้น แต่เป็นปัญหาทางการเกษตรและสิ่งแวดลอ้ มท่ีสำคัญ
คอื การไถซ้ำๆ การใช้เคร่อื งจักรหนกั บดเปน็ ประจำ และฝงู สัตว์ขนาดใหญ่เหยยี บยำ่ เปน็ สาเหตุทั่วไป
ของการบดอัดดิน ความหนาแน่นของดินจำนวนมาก (BD) แสดงโดยอตั ราส่วนของปริมาณความชื้น
(Θv) ตอ่ ความช้ืนแบบกราวิเมตริก (ω) (แสดงเปน็ BD = Θv/ω) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการบด
อดั ดิน ตัวอย่างเช่น ย่งิ มีการบดอัดมาก ความหนาแน่นของดินก็จะสงู ข้ึน เพเนโทรมเิ ตอร์(penetrometer)
เป็นเทคโนโลยีปจั จุบนั สำหรบั การวัดการบดอัดดินทล่ี า้ สมยั เพเนโทรมเิ ตอร์ได้รบั การออกแบบมาเพื่อ
คดั ลอกรากพชื ท่ีกำลังเตบิ โตและมีเกจวัดแรงดันท่ีดา้ นบนของเพลาขับ ในวารสารคอมพวิ เตอร์และ
เครื่องใช้ไฟฟ้าในการเกษตร นกั วจิ ัยในปี 2018 ระบุไว้ว่าตน้ แบบระบบการวัดท่ีรวมเพเนโทรมิเตอร์
ธรรมดากับเส้นใยคู่ NIRS เซ็นเซอร์ เพ่ือรวมการหาปริมาณของความต้านทานการซึมผ่านของดิน
การสะท้อนแสงความถี่หลัก เพื่อวัดปริมาณความช้ืนเชิงปริมาตร และการสะท้อนแสงแบบกระจาย
ใกลอ้ ินฟราเรดสำหรับการหาปรมิ าณความช้นื แบบกราวเิ มตรกิ (gravimetric) เพอ่ื ให้สามารถกำหนด
ความหนาแน่นรวม (BD) ได้อย่างง่ายดาย ส่วนระบบโพรบควบคุม (control probe) เป็น
การออกแบบท่ีเป็นเอกลักษณ์ของโพรบ (probe) ได้รวมเอาเพเนโตรมิเตอร์สำหรับการวัดความ
ตา้ นทานการซึมผ่านของดนิ ด้วยเพลากลวง ท่ีปลายด้านหน่ึงของเพลา ใยแก้วนำแสงถูกเชื่อมต่อกับ
หลอดฮาโลเจน 20 วัตต์ สำหรบั อินพตุ พร้อมกบั สเปกโตรมเิ ตอร์ AvaSpec-NIR256-2.5 สำหรับการ
ดกั จบั และส่งออกขอ้ มูลการสะทอ้ น NIR อกี ด้านหน่งึ ใยแกว้ นำแสงเช่ือมต่อกบั แซฟไฟร์ (sapphire)
23
ในตัวก้าน ปริมาณความชื้นเชิงปริมาตร (Θv) ถูกหาปริมาณโดยการวัดการสะท้อนแสงหลัก
ดำเนนิ การโดยการติดตั้งอิเลก็ โทรด (electrode) ในเพลาของโพรบในรปู แบบของวงแหวนทองแดง
ท่ีหุ้มฉนวนจากตวั โพรบ มกี ารใช้การวดั หลายรอ้ ยครง้ั เพอ่ื สรา้ งโครงขา่ ยประสาทเทยี ม (ANN) สำหรบั
จำลองการรวมข้อมลู ซึ่งจะสรา้ งผลทม่ี ีแนวโน้มการผลิตในอนาคตซง่ึ จะไดร้ ับการแกป้ ัญหาจากความ
หนาแน่นของดิน เพือ่ ใหไ้ ดผ้ ลลัพธท์ ่ีมีประสิทธิภาพในการใชง้ านภาคสนาม
ภาพที่ 8.9 เครอ่ื ง NIR Spectroscopy ในห้องปฏบิ ัตกิ าร
ทมี่ า: News Medical Life Sciences (2020)
การตรวจสอบดินด้วย IoT ใช้เทคโนโลยีเพ่ือช่วยให้เกษตรกรและผู้ผลิตเพิ่มผลผลิต ลดโรค และ
เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร เซ็นเซอร์ IoT สามารถวัดอุณหภูมิของดิน NPK ปริมาณน้ำเชิง
ปริมาตร รังสีสังเคราะห์แสง ศักย์ของน้ำในดิน และระดับออกซิเจนในดิน ข้อมูลจากเซ็นเซอร์
IoT จะถูกส่งกลับไปยังจุดศูนย์กลาง (หรือคลาวด์) เพื่อการวิเคราะห์การแสดงภาพ และ
การวิเคราะห์แนวโน้ม ข้อมูลผลลัพธ์สามารถใช้เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการทำฟาร์ม ระบุแนวโน้ม
และทำการปรับเปล่ียนอย่างละเอียดตามเง่ือนไขเพื่อเพ่ิมผลผลิตและคุณภาพพืชผลสูงสุด การใช้
IoT ในการเกษตรเรียกว่า เกษตรอัจฉริยะ (smart agriculture หรือ smart farming) และ IoT
เป็นองค์ประกอบสำคัญของเกษตรแม่นยำ (precision farming)
24
3) เครอ่ื ง Smart Agriculture Node
ภาพท่ี 8.10 เครื่อง Smart Agriculture Node
ทม่ี า : Mtg MANX Technology Group (2020)
เครื่อง Smart Agriculture Node (แสดงดังภาพที่ 8.10) เป็นเครื่องที่ใช้ตรวจวัด
ความช้ืน การนำไฟฟ้า อุณหภูมิพื้นผิว และอุณหภูมิของดิน เนื่องจากอุณหภูมิดินเป็นปัจจัยสำคัญ
ในกิจกรรมใต้ดินของพืช (belowground) มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของราก การหายใจและ
การย่อยสลายแร่ธาตุไนโตรเจน เซ็นเซอร์ IoT สามารถประมาณอุณหภูมิของดินได้โดยการวัด
อุณหภูมิของอากาศและปัจจัยอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การวัดที่แม่นยำที่สุดคือการใช้หัววัดที่ฝังอยู่
ในดิน สามารถติดต้ังโพรบหลายตัวท่ีระดับความลึกต่างกันได้ ทั้งน้ีขึ้นอยู่กับโครงสร้างรากของพืช
ที่เป็นปัญหา อุณหภูมิดินพื้นผิวสามารถตรวจสอบได้โดยใช้เซ็นเซอร์ IoT ประเภทต่างๆ ที่ใช้
เทคโนโลยี IR (Mtg MANX Technology Group, 2020) นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบความช้ืน
ของดินได้โดยใช้หัววัดที่ฝังด้วยอิเล็กโทรด ในด้านอุทกวิทยา วิทยาศาสตร์ดิน และความชื้น
ทางการเกษตรมีบทบาทสำคัญในเคมีของดิน การเจริญเติบโตของพืช และการเติมน้ำ
ใต้ดิน ปริมาณความช้ืนในดินมีความจำเป็นด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่
(1) น้ำในดินทำหน้าท่ีเป็นสารอาหารท่ีสำคัญสำหรับพืชผลและพืชทุกชนิด
(2) น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสง
(3) ผลผลิตของพืชได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปริมาณน้ำในดิน
(4) น้ำในดินเป็นตัวพาท่ีสำคัญของสารอาหารท่ีละลายน้ำได้สำหรับการเจริญเติบโต
ของพืช
(5) น้ำในดินช่วยควบคุมอุณหภูมิของดิน
25
นอกจากนี้ ยังสามารถวัดการนำไฟฟ้า ปริมาณน้ำตามปริมาตร ศักยภาพของน้ำใน
ดิน และรังสีแสงอาทิตย์ เนื่องจากรังสีแสงอาทิตย์ประเภทต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์
แสง นอกจากสามารถวัดระดับแสงพ้ืนฐานของลักซ์ (Lux) แล้วยังสามารถวัดพลังงานแสงอาทิตย์
ได้แก่ การแผ่รังสีคลื่นสั้น แสงอุลตราไวโอเล็ต (ultraviolet, UV) ที่สามารถส่งผลกระทบอย่าง
แท้จริงต่อการเจริญเติบโตของพืช และ IoT ช่วยให้สามารถตรวจสอบระดับของแสงอาทิตย์
เพื่อให้ทราบแนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตของพืชที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช
4) เครอื่ ง Smart Agriculture วัดสภาพอากาศ
ภาพท่ี 8.11 เคร่ือง Smart Agriculture
ท่มี า: Mtg MANX Technology Group (2020)
เครื่อง Smart Agriculture วัดสภาพอากาศ (แสดงดังภาพท่ี 8.11) เป็นสถานีตรวจ
อากาศให้ข้อมูลทสี่ มบูรณ์เก่ียวกับสภาพอากาศเป็นสำคัญ รูปแบบและข้อมูลที่เก่ียวข้อง ปริมาณ
น้ำฝน ลม ความช้ืน และความดันบรรยากาศล้วนมีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโตของพืชใน
ระบบ Smart Agriculture สถานีตรวจอากาศ IoT สามารถวัดปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความช้ืน
ความกดอากาศ ความเร็วลม ทิศทางลม ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม pH
อุณหภูมิ ความช้ืน โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น TDR, RS485, LoRaWAN และเครื่องบันทึกข้อมูล
5) เครือ่ ง Libelium Smart Agriculture Pro
เครื่อง Libelium Smart Agriculture Pro (แสดงดังภาพที่ 8.12) เป็นอีกตัวเลือก
หนึ่งของเซ็นเซอร์ที่เป็นการสื่อสารไร้สายทีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเขตเมืองท่ีมีการครอบคลุมอุปกรณ์
26
เคลื่อนที่อย่างครอบคลุม มีการสนับสนุนสำหรับ LoRaWAN, 5G, Zigbee, Sigfox, WIFI และ
ดาวเทียม โซลูชัน (solution) ในการทำฟาร์มหรือการเกษตรที่ชาญ ฉลาดพบได้ทั้งใน
สภาพแวดล้อมในเมือง ชนบท และห่างไกลมาก มีการใช้พลังงานต่ำ โหนดและเซ็นเซอร์สามารถ
ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือแหล่งพลังงานหมุนเวียนอ่ืนๆ
ภาพที่ 8.12 เครื่อง Libelium Smart Agriculture Pro
ทม่ี า : Mtg MANX Technology Group (2020)
เซ็นเซอร์ EC ของดิน (soil EC sensor) สามารถฝังหรือติดตั้งบนผิวดินได้ รองรับ
โปรโตคอล (protocol) การสื่อสารที่หลากหลายและมีแบนด์วิดท์ที่ค่อนข้างต่ำ อาจมีเครือข่าย
เซ็นเซอร์ท่ีแปลเป็นภาษาท้องถิ่นโดยใช้ LoRaWAN ก่อนที่ข้อมูลน้ีจะถูกส่งกลับไปบันทึกท่ีคลาวด์
(cloud) โดยใช้การสื่อสารผ่านดาวเทียม การส่งข้อมูลน้ีอาจเป็นแบบเรียลไทม์ หรือเป็นชุดๆ เป็น
ระยะๆ การใช้ IoT ดาวเทียม สามารถใช้ในชุมชนเกษตรกรรมที่ห่างไกลและมีพื้นที่กระจายอยู่
ทั่วบริเวณกว้าง มีการรวบรวมข้อมูลหลายพันจุดต่อวัน เมื่อข้อมูลนี้ได้รับการวิเคราะห์
การจัดรูปแบบและความสัมพันธ์ ระบบสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อกระตุ้นการตอบสนอง
ที่ฉลาดหรือทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น เม่ือความช้ืนในดิน
ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด ซอฟต์แวร์สามารถกระตุ้นระบบชลประทานได้ หากระดับความช้ืน
เพิ่มขึ้นจนถึงระดับท่ีต่ำกว่าปกติ ระบบสามารถสร้างการแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหรือ
เจ้าหน้าที่ฟาร์มได้ ด้วย IoT และสามารถพัฒนาความสามารถได้ไม่มีที่สิ้นสุด การใช้ข้อมูลและ
ข้อมูลเชิงลึกอย่างมีประสิทธิภาพน้ันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและแอปพลิเคชัน ได้แก่
(1) สามารถนำข้อมลู ต่างๆ ที่อาจจะเป็นข้อมูลในรายงาน (report) อยแู่ ลว้ หรือข้อมูล
ใหม่ๆ มาสรุปให้สามารถเห็นภาพไดใ้ นหน้าเดียว และเป็นข้อมูลทีอ่ ัพเดท (update) สม่ำเสมอ เพ่ือให้
ผูใ้ ชง้ านสามารถตดั สนิ ใจได้ทันเวลาบนเว็บสามารถแสดงข้อมูลเป็นภาพได้ ซ่งึ เรยี กวา่ “แดชบอร์ด”
(dashboard)
(2) แอปพลิเคช่ันบนโทรศัพท์มือถือและหน้าเว็บไซต์ (website) ทป่ี รับให้เหมาะกับ
โทรศัพท์มือถือสามารถแสดงภาพข้อมลู สำหรับอุปกรณ์มือถือ
27
(3) สามารถนำเข้าหรือเข้าถึงข้อมลู โดยใช้เคร่ืองมือวิเคราะห์ เช่น Excel, PowerBI
หรือ Tableau
(4) แดชบอร์ดและระบบตรวจสอบสามารถสร้างการแจ้งเตือนได้หากเกินเกณฑ์ (เช่น
ระดับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดิน และความชื้นในดิน เป็นต้น
Sixfox (n.d.) กลา่ ววา่ เซน็ เซอรต์ รวจสอบสภาพดนิ จะเพม่ิ ประสิทธภิ าพดา้ นการเกษตร
เมื่อทำผ่านข้อมูล IoT ซ่ึงเปน็ ความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศในการส่งและรบั ข้อมูล ซึ่งจะ
ปฏิวัติวิธีการที่ทำทุกอย่างต้ังแต่การขนส่งไปจนถึงการสื่อสาร รวมท้ังการเกษตรท่ีได้รับประโยชน์
อย่างมากจากการผสานเทคโนโลยนี ้ีเขา้ กับอุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ งง่าย โดยบรษิ ทั ไอบเี อ็ม (IBM)
คาดการณ์ว่า IoT จะช่วยให้เกษตรกรเพ่ิมการผลิตอาหารได้ถึงร้อยละ 70 ภายในปี 2050 เนื่องจาก
เซ็นเซอร์สามารถช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมดิน การเพาะปลูก การใช้น้ำได้ดี
ข้นึ จากความสามารถในการเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการจดั การพชื ผลใหด้ ขี น้ึ นจี้ ะสง่ ผลตอ่ การเปลี่ยนแปลง
ทางการเกษตรต่อไปในอนาคต การมีขอ้ มลู แบบเรียลไทมส์ ามารถช่วยให้เจ้าของทีด่ ินและเกษตรกร
ลดกำลังคน การใช้น้ำ และค่าบำรุงรักษาอ่ืนๆ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โซลูชัน (solution) การตรวจสอบสภาพดนิ IoT นชี้ ่วยใหเ้ กษตรกรสามารถดำเนินการได้ ดังน้ี
(1) ประมวลข้อมลู ท่ีแตกต่างกันไปตามระยะเวลาและความถใ่ี นการเกบ็ ตัวอย่าง
เกษตรกรสามารถเลือกและเปล่ียนแปลงได้ทุกเม่อื ทต่ี ้องการ เช่น จำนวนตัวอยา่ งต่อวัน เป็นตน้
(2) ทบทวนการวดั ผลในอดีต ซงึ่ ช่วยให้เกษตรกรสามารถติดตามรูปแบบและสง่ิ ทเี่ คย
ได้ผลในอดตี รวมทง้ั สามารถสร้างแผนภมู ิเพอ่ื การวเิ คราะหข์ ้อมลู ไดง้ า่ ยขนึ้ อกี ดว้ ย
(3) ตรวจสอบขอ้ มลู ทนั ทผี ่านการทำแผนทเี่ ซน็ เซอร์ และขอ้ มูลอจั ฉรยิ ะ หรอื แดชบอร์ด
(dashboard)
(4) ตั้งค่าการเตอื นอัตโนมัต:ิ เทคโนโลยีบางอย่างสามารถส่งการแจง้ เตอื นเกษตรกรผา่ น
SMS หรอื อเี มลหากจำเปน็ ต้องตรวจสอบพชื ผลของเกษตรกร
(5) สำรองขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั เพ่อื ไมใ่ หส้ ญู หาย ไมว่ า่ อปุ กรณ์ใดท่ีเกษตรกรจะใช้ใน
การเขา้ ถึงกต็ าม
(6) รวมแหลง่ ข้อมลู อืน่ ๆ และทำงานร่วมกบั ขอ้ มลู อ่นื ๆ เชน่ การพยากรณอ์ ากาศ
เป็นตน้ เพอื่ กำหนดระดับดินและน้ำทเ่ี หมาะสม
(7) เรียกดูขอ้ มูลไดจ้ ากทกุ ท่ีที่เกษตรกรสามารถเข้าถงึ อินเทอร์เน็ตหรอื ขอ้ มูลไดจ้ าก
โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่ (แสดงดงั ภาพที่ 8.13) คอมพิวเตอร์ หรอื แทบ็ เล็ต
(8) เรียกใช้การวนิ ิจฉยั เพอื่ ตรวจสอบขอ้ ผิดพลาดหรอื ปญั หาของอปุ กรณ์ได้
28
(9) ให้การสอบเทียบที่ดีข้ึนสำหรับการรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูล โดยสามารถ
เรยี กใชก้ ารปรบั เทียบจากระบบคลาวด์เพอ่ื ให้แนใ่ จว่าข้อมลู เปน็ ปัจจบุ นั และมีความเกี่ยวขอ้ งอยูเ่ สมอ
ภาพท่ี 8.13 การเรียกดขู ้อมลู ไดจ้ ากทุกทท่ี ี่เขา้ ถงึ อนิ เทอรเ์ นต็ ไดด้ ว้ ยโทรศพั ท์เคลื่อนที่
ทมี่ า : ภาพถ่ายโดย ปราสาท จลุ พวก
จากการใช้ IoT เกษตรกรจะไดป้ ระโยชน์ (Verma, 2019; Sixfox, n.d.) ดังน้ี
(1) มีการจดั การที่ดนิ ทด่ี ขี ้ึนผา่ นขอ้ มูล (ซง่ึ แมน่ ยำกวา่ การทดสอบของมนุษย)์
(2) สามารถรวมขอ้ มลู ภายนอก (เชน่ การพยากรณอ์ ากาศ) กับข้อมลู ทด่ี นิ ของตนเองเพ่ือ
เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการรดน้ำและบำรุงรักษาพชื ผล
(3) ใชเ้ วลาในการทำงาน และมีคา่ ใช้จ่ายน้อยลง
(4) ผลิตพชื ผลทีด่ ีตอ่ สุขภาพดว้ ยการดแู ลนำ้ และดนิ อยา่ งเหมาะสม
(5) เซ็นเซอร์ใช้พลงั งานจากแบตเตอรีแ่ ละใชพ้ ลังงานน้อยลง ส่งผลให้มีอายุการใช้งาน
แบตเตอรน่ี านหลายปี สง่ ผลให้คา่ บำรงุ รกั ษาลดลง
(6) ปรบั ใช้งานงา่ ย
Verma (2019) รายงานว่า ตามสถิติภายในปี 2565 ตลาดเกษตรอัจฉริยะคาดว่าจะ
เติบโตจากประมาณ 9.58 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 เป็น 23.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัย
สำคัญ เช่น การเตบิ โตของประชากรแบบทวคี ณู ความม่ันคงด้านอาหาร และการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภู มิ อ า ก า ศ ได้ ขั บ เคลื่ อ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ก า ร เก ษ ต ร ใ ห้ ม อ ง ห า แ น ว ท า ง ที่ เป็ น น วั ต ก ร ร ม ม า ก ขึ้ น
ในการปรับปรุงประสิทธิภาพและผลผลิตพืชผล ด้วยเหตุนี้ IoT จึงกลายเป็นตัวช่วยให้รอดสำหรับ
อุตสาหกรรมการเกษตรโดยการให้การมองเห็นแบบครอบคลุมทั้งหมด (end-to-end) ตลอดจน
29
กระบวนการทางการเกษตร โดย IBM ประมาณการว่าภายในปี 2050 IoT จะช่วยให้เกษตรกร
ปรับปรงุ ผลผลิตทางการเกษตรไดถ้ ึง ร้อยละ 70 นอกเหนือจากการพยากรณ์อากาศและการจดั การ
ศัตรูพืชแล้ว IoT ยังมีศักยภาพในการประหยัดน้ำได้มากถึง 50 พันล้านแกลลอนต่อปี เซ็นเซอร์
สามารถช่วยเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในระหว่างกระบวนการชลประทาน
แนวทางการนำ IoT มาใช้แบบองค์รวมจะเปล่ียนอุตสาหกรรมการเกษตร ผู้จำหนา่ ย IoT หลายราย
ในตลาดเสนอโซลูชัน IoT ควบคู่ไปกับเซ็นเซอร์ราคาไม่แพง ซึ่งสามารถตรวจสอบระดับความช้ืน/
ความชื้นในดินและอุณหภูมิดินได้ เซ็นเซอร์จำนวนมากที่มีอยู่สามารถรายงานข้อมูลท่ีนำเข้าไปยัง
อินเทอร์เน็ตได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้วายฟาย (WiFi) และจีพีเอส (GSM) หรือการเช่ือมต่อ
อินเทอร์เน็ตประเภทอื่น ส่ิงนี้ช่วยเกษตรกรในการวิเคราะห์แนวปฏิบัติท่ีดีท่ีสุดสำหรับพืชผลโดย
ไมต่ อ้ งใช้ตน้ ทุนสูงในการตรวจสอบด้วยตนเองที่อาจไม่มีประสิทธภิ าพ เกษตรกรสามารถตดั สินใจได้ดี
ท่สี ุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้สำหรับการเตรียมดิน การปลูก การให้นำ้ และการควบคุมศัตรูพืช เม่ือขอ้ มูล
แบบเรยี ลไทมท์ ีแ่ มน่ ยำ
2.5 ระบบกำหนดตำแหนงบนโลก (Global Positioning System, GPS)
คณะกรรมการบัญญัติศัพทเทคโนโลยีสารสนเทศ ราชบณั ฑิตยสถาน ไดใ้ หชอ่ื ภาษาไทย
ของคำว่า “Global Positioning System (GPS)” วา "ระบบกำหนดตำแหนงบนโลก" โดยบัญญัติไว
เมื่อเดอื นพฤษภาคม พ.ศ.2541 (อรพิมพ์ มงคลเคหา, มปป.) โดยทัว่ ไปจะคนุ เคยกับคาํ วา “เครื่องจพี ี
เอส (GPS)” ซึ่งเปนเคร่ืองรับสัญญาณจากดาวเทียม NAVSTAR GPS (NAVigation System with
Time and Ranging Global Positioning System) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา จึงเรียก
ส้ันๆ วาดาวเทยี ม GPS แตยงั มีระบบบอกพิกดั ดวยดาวเทียมอีก 2 คาย โดยคายหนง่ึ เปนของประเทศ
รัสเซียท่ชี ื่อวา GLONASS (Global Orbiting Navigation Satellite) แตไมเปนทน่ี ิยมใชเทากบั ระบบ
GPS นอกจากนี้ยังมีโครงการ Galileo มีดาวเทียม 27 ดวงโดยความรวมมือระหวางสหภาพยุโรป
(European Union: EU) กับ European Space Agency: ESA จัดทำระบบ GNSS (Global Satellite
Navigation System) อยา่ งไรก็ตาม หน่วยการเรยี นนจ้ี ะกลาวถึงเฉพาะระบบ GPS ซึ่งเปน็ ทน่ี ยิ มใช้
มากทส่ี ุดในประเทศไทยเทาน้นั
GPS ประกอบไปดว้ ย 3 สว่ นหลกั (อรพมิ พ์ มงคลเคหา, มปป.; Forth, มปป.) คือ
1) สว่ นอวกาศ ประกอบด้วยเครือขา่ ยดาวเทียมหลกั 3 ค่าย คือ อเมริกา รสั เซยี ยโุ รป
ของอเมริกา ช่ือ NAVSTAR (Navigation Satellite Timing and Ranging GPS) มีดาวเทียม 28
ดวง ใช้งานจริง 24 ดวง อีก 4 ดวงเป็นตัวสำรอง บรหิ ารงานโดย Department of Defenses มีรศั มี
วงโคจรจากพื้นโลก 20,162.81 กม.หรือ 12,600 ไมล์ ดาวเทียมแต่ละดวงใช้ เวลาในการโคจร
รอบโลก 12 ชั่วโมง ของยุโรป ชื่อ Galileo มี 27 ดวง บริหารงานโดย ESA หรือ European
Satellite Agency ของรัสเซีย ชื่อ GLONASS หรือ Global Navigation Satellite บริหารโดย
Russia VKS (Russia Military Space Force) ในขณะนี้ภาคประชาชนท่ัวโลกสามารถใช้ข้อมูลจาก
30
ดาวเทียมของทางอเมริกา (NAVSTAR) ได้ฟรี เน่ืองจาก นโยบายสิทธิการเข้าถึงข้อมูลและข่าวสาร
สำหรับประชาชนของรัฐบาลสหรัฐ จึงเปิดให้ประชาชนท่ัวไปสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในระดับ
ความแมน่ ยำทไ่ี ม่เปน็ ภยั ต่อความมนั คงของรัฐ กล่าวคอื มคี วามแม่นยำในระดับ ±10 เมตร
2) ส่วนควบคุม ประกอบด้วยสถานีภาคพื้นดิน สถานีใหญ่อยู่ท่ีฐานทัพอากาศฟอลคอน
(Falcon Air Force Base) ประเทศสหรัฐอเมริกา และศูนย์ควบคุมย่อยอีก 5 จุด กระจายไปยัง
ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
3) ส่วนผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานต้องมีเครื่องรับสัญญาณท่ีสามารถรับคล่ืนและแปรรหัสจาก
ดาวเทียมเพ่อื นำมาประมวลผลใหเ้ หมาะสมกบั การใช้งานในรูปแบบตา่ งๆ
สอดคล้องกับ Forth (มปป.) ที่รายงานว่า ดาวเทียม GPS (Navstar) ประกอบด้วย
ดาวเทียม 24 ดวง โดยแบ่งเป็น 6 รอบวงโคจร การโครจรจะเอยี งทำมุมเอียง 55 องศากับเสน้ ศูนย์
สูตร (Equator) ในลกั ษณะสานกันคลา้ ยลกู ตะกร้อ แตล่ ะวงโคจรมดี าวเทียม 4 ดวง รัศมีวงโคจรจาก
พน้ื โลก 20,162.81 กม. หรอื 12,600 ไมล์ ดาวเทยี มแตล่ ะดวงใช้เวลาในการโคจรรอบโลก 12 ชว่ั โมง
GPS ทำงานโดยการรับสัญญาณจากดาวเทียมแต่ละดวง โดยสัญญาณดาวเทียมนี้ประกอบ
ไปดว้ ยขอ้ มูลทร่ี ะบตุ ำแหนง่ และเวลาขณะส่งสญั ญาณ ตัวเครือ่ งรบั สญั ญาณ GPS จะตอ้ งประมวลผล
ความแตกต่างของเวลาในการรับสัญญาณเทียบกับเวลาจริง ณ ปัจจุบัน เพ่ือแปรเป็นระยะทาง
ระหวา่ งเครื่องรับสัญญาณกบั ดาวเทยี มแตล่ ะดวง ซึ่งไดร้ ะบมุ ีตำแหน่งของมันมากับสญั ญาณดังกลา่ ว
ข้างต้น เพ่ือให้เกิดความแมน่ ยำในการคน้ หาตำแหน่งด้วยดาวเทยี ม ตอ้ งมดี าวเทียมอยา่ งนอ้ ย 4 ดวง
เพือ่ บอกตำแหนง่ บนผวิ โลก ซงึ่ ระยะห่างจากดาวเทียมทงั้ 3 กบั เครอ่ื ง GPS จะสามารถระบตุ ำแหน่ง
บนผวิ โลกได้ หากพ้นื โลกอยูใ่ นแนวระนาบแตใ่ นความเป็นจรงิ พ้นื โลกมีความโคง้ เน่อื งจากสณั ฐานของ
โลกมีลักษณะกลม ดังนั้นดาวเทียมดวงท่ี 4 จะทำให้สามารถคำนวณเรื่องความสูงเพื่อทำให้ได้
ตำแหน่งท่ีถูกต้องมากขึ้น นอกจากน้ีความแม่นยำของการระบุตำแหน่งน้ันข้ึนอยู่กับตำแหน่งของ
ดาวเทยี มแตล่ ะดวง กล่าวคือถา้ ระยะห่างระหว่างดาวเทียมท่ีใชง้ านอยู่หา่ งกนั ย่อมใหค้ ่าท่ีแมน่ ยำกว่า
ที่อยู่ใกล้กัน และยิ่งมีจำนวนดาวเทียมที่รับสัญญาณได้มากก็ย่ิงให้ความแม่นยำมากข้ึน ความ
แปรปรวนของช้ันบรรยากาศช้ันบรรยากาศประกอบด้วยประจุไฟฟ้า ความช้ืน อุณหภูมิ และความ
หนาแนน่ ทแ่ี ปรปรวนตลอดเวลา คล่ืนเม่อื ตกกระทบ กับวัตถตุ ่างๆ จะเกิดการหกั เหทำให้สัญญาณท่ี
ได้อ่อนลง และส่ิงแวดล้อมในบรเิ วณรบั สัญญาณเช่นมีการบดบงั จากกระจก ละอองน้ำ ใบไม้ จะมีผล
ต่อค่าความถูกต้องของความแม่นยำ เน่ืองจากถ้าสัญญาณจากดาวเทียมมีการหักเหก็จะทำให้ค่าท่ี
คำนวณได้จากเคร่ืองรับสัญญาณเพี้ยนไป และสุดท้ายก็คือประสิทธิภาพของเครื่องรับสัญญาณว่ามี
ความไวในการรับสัญญาณแค่ไหนและความเร็วในการประมวลผลด้วย การวัดระยะห่างระหว่าง
ดาวเทียมกับเครอ่ื งรับทำได้โดยใช้สูตรคำนวณ คือ ระยะทาง = ความเรว็ x ระยะเวลา กล่าวคือ วัด
ระยะเวลาท่ีคลนื่ วิทยุส่งจากดาวเทียมมายังเคร่ืองรับ GPS คูณด้วยความเร็วของคล่ืนวิทยุจะเท่ากับ
ระยะทางที่เคร่ืองรับอยู่ห่างจากดาวเทียม โดยเวลาที่วัดได้มาจากนาฬิกาของดาวเทียมที่มีความ
31
แม่นยำสูงมคี วามละเอียดถึงนาโนวนิ าที และมกี ารสอบทวนเสมอๆกับสถานภี าคพ้ืนดิน องคป์ ระกอบ
สุดท้ายก็คือตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวงในขณะท่ีส่งสัญญาณมาว่าอยู่ที่ใด (almanac) มายัง
เคร่ืองรับ GPS โดยวงโคจรของดาวเทียมได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเมื่อถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ สถานี
ควบคมุ จะคอยตรวจสอบการโคจรของดาวเทียมอยู่ตลอดเวลาเพ่ือทวนสอบความถูกตอ้ ง กอ่ นอ่นื ผู้ใช้
จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมหรือมีอุปกรณ์นำทาง เมื่อผู้ใช้นำเครื่องไปใช้งานมีการเปิดรับ
สญั ญาณ GPS แล้ว ตวั โปรแกรมจะแสดงตำแหนง่ ปัจจุบนั บนแผนท่ี แผนท่สี ำหรับนำทางจะเป็นแผน
ทพี่ ิเศษท่ีมีการกำหนดทิศทางการจราจร เชน่ การจราจรแบบชิดซ้ายหรือชิดขวา ข้อมูลการเดินรถ
ทางเดียว จุดสำคัญตา่ งๆ ขอ้ มูลทางภูมิศาสตรต์ ่างๆ ฝงั ไวใ้ นข้อมูลแผนท่ีท่ไี ด้ ทำการสำรวจและตงั้ ค่า
ไว้แล้ว ในแต่ละทางแยกก็จะมีการกำหนดค่าเอาไว้ด้วยเช่นกันเพื่อให้ตัวโปรแกรมทำการเลือกการ
เช่ือมต่อของเส้นทางจนถึงจุดหมายที่ได้เลือกไว้ เสียงนำทางก็จะทำงานสอดคล้องกับการเลือก
เส้นทาง เช่นถ้าโปรแกรมเลือกเส้นทางท่ีจะต้องไปทางขวาก็จะกำหนดให้มีการแสดงเสียงเตือนให้
เลี้ยวขวา โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีการกำหนดเตอื นไว้ล่วงหน้าว่าจะเตือนก่อนจุดเลี้ยวเท่าใด ส่วน
การแสดงทิศทางก็จะมกี ารบอกไวล้ ว่ งหน้าเชน่ กนั แลว้ แตว่ า่ จะกำหนดไว้ล่วงหนา้ กี่จุด บางโปรแกรมก็
กำหนดไวจ้ ดุ เดยี ว บางโปรแกรมกำหนดไว้สองจุด หรอื บางโปรแกรม ก็สามารถเลอื กการแสดงไดต้ าม
ความต้องการของผู้ใช้ การคำนวณเส้นทางนี้จะถูกคำนวณให้เสร็จต้ังแต่แรก และตัวโปรแกรมจะ
แสดงผลท้ังภาพและเสียงตามตำแหนง่ จริงที่อยู่ ณ จดุ น้ันๆ หากมีการเดินทางออกนอกเส้นทางที่ได้
กำหนดไว้ เคร่ืองจะทำการเตือนให้ผู้ใช้ทราบและจะคำนวณให้พยายามกลบั สูเ่ ส้นทางท่ไี ด้วางแผนไว้
ก่อน หากการออกนอกเส้นทางนั้นอยู่เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ก็จะมีการคำนวณเส้นทางให้ใหม่เอง
อตั โนมัติ เมื่อเครื่องคำนวณเส้นทางให้ผู้ใช้สามารถดูเส้นทางสรุปได้ล่วงหน้า หรือแสดงการจำลอง
เส้นทางก็ได้ โปรแกรมนำทางบางโปรแกรมมีความสามารถกำหนดจุดแวะได้หลายจุด ทำให้ผู้ใช้
สามารถกำหนดให้การนำทางสอดคล้องกับการเดินทางมากท่ีสุด หรืออาจใช้ในการหลอกเครื่อง
เพื่อให้นำทางไปยงั เสน้ ทางทต่ี อ้ งการแทนท่ีเสน้ ทางทเ่ี คร่อื งคำนวณได้ บางโปรแกรมกม็ ีทางเลอื กให้
หลีกเล่ียงแบบต่างๆ เช่น เล่ียงทางผ่านเมือง เล่ียงทางด่วน เล่ียงทางกลับรถ เป็นต้น นอกจากผู้ที่ใช้
ระบบ GPS จะต้องมีเคร่ืองรับสัญญาณ GPS หน่วยประมวลผล โปรแกรมแผนท่ีและข้อมูลแผนที่
ขึน้ อยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ การรับสัญญาณจากดาวเทียมไมต่ ้องเสียค่าใชจ้ ่าย
ส่วนการใช้งานในรปู แบบท่ีใช้ประกอบกับแผนที่จะมีคา่ ใช้จา่ ยในเรื่องของแผนทแี่ ตกต่างกนั ไปข้ึนอยู่
กับบริษัทท่ีจัดทำแผนท่ี ในประเทศไทยมีผู้จัดทำแผนท่ีเพ่ือใช้กับู GPS รายใหญ่ๆได้แก่ การ์มิน
(GARMIN) พาวเวอร์แมป (POWER MAP) และ สปีดเนว่ี (SpeedNavi) นอกจากความเฉพาะของ
แผนท่นี ำทางจะไม่สามารถนำมาใช้ตา่ งคา่ ยไดแ้ ล้ว แผนทย่ี ังมีความเฉพาะสำหรับเครอื่ งแต่ละเครื่อง
ดว้ ยคือ ไมส่ ามารถนำแผนทจี่ ากเครอ่ื งหนึง่ ไปใช้กับเครอ่ื งอน่ื ได้ จะตอ้ งมีการป้อนรหสั ที่ทางบริษัทจดั
ใหจ้ ึงจะสามารถใช้งานได้ การสรา้ งแผนทนี่ ำทางจะเร่ิมจากการใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียม
มาตอ่ ซอ้ นกันเหมือนการปกู ระเบื้องเพื่อใหเ้ หน็ ภาพรวมของภูมิประเทศ แล้วจงึ ไปกำหนดจุดอา้ งอิง
32
ทางภูมิศาสตร์ (calibrate) เป็นค่าพิกัดดาวเทียม แล้วจึงมีการสร้างข้อมูลต่างๆ เช่น ถนน สถานที่
สำคัญ จุดสนใจ เป็นช้ันๆ (layer) แล้วนำมาประกอบกันเป็นแผนท่ีนำทาง การสร้างข้อมูลทาง
ภูมิศาสตรจ์ ะต้องมกี ารสำรวจภาคสนามซ่ึงตอ้ งใชบ้ คุ คลากร ทรัพยากรจำนวนมาก และต้องทำอยา่ ง
สมำ่ เสมอ เน่อื งจากมีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา จงึ ทำให้การสร้างแผนท่ีมตี ้นทุนท่ีสงู อุปกรณ์ที่ใช้
รว่ มกบั การนำทางดว้ ย GPS ประกอบดว้ ย ตวั รับสญั ญาณดาวเทยี ม (GPS receiver module) หน่วย
ประมวลผล (CPU) โปรแกรมการนำทาง (application software) และข้อมูลแผนท่ีนำทาง (map
data) ปัจจุบันนีม้ ีเครอ่ื ง GPS ทีม่ คี รบทุกอย่างในตัวเอง ซ่ึงจะมีความสะดวกในการใช้งานและมีความ
เสถียรสูงได้แก่ เครื่องนำทางแบบพกพา (Personal/ Portable Navigation Device, PND) หรือ
แบบที่ใช้เครื่องรับ (GPS receiver) ร่วมกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (Personal Digital
Assistant, PDA) / เคร่ืองคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (pocket PC) / เคร่ืองคอมพิวเตอร์แบบพกพา
(note book) / โทรศพั ท์เคลือ่ นที่อัจฉริยะ (smart phone) เป็นตน้ หรอื ใน smart phone รุ่นใหม่ๆ
กจ็ ะมี GPS มาให้พรอ้ มเลือกใชห้ ลายรนุ่ ทำใหส้ ะดวกในการใช้งานยามหลงทางหรอื ใชง้ านหาสถานท่ี
ใกล้เคียง นอกจากอุปกรณ์หลักแล้วยังมีอุปกรณ์เสริม เช่น เสารับสัญญาณภายนอกแบบติดเฉพาะ
เครื่องต่อเครื่อง หรือ ตัวกระจายคลื่น (GPS radiator) เพ่ือให้สามารถใช้ GPS ได้ในท่ีอับสัญญาณ
เช่นในรถที่ติดฟิล์มท่ีมีสารโลหะอยู่ (หรือท่ีเรียกกันว่า”ฉาบปรอท”) หรือในอาคา ปัจจุบันนี้ได้มี
การใชง้ านในรูปแบบตา่ งๆ ดังนี้ การกำหนดพิกัดของสถานทต่ี ่าง ๆ การทำแผนที่ โดยส่วนใหญ่นิยม
ใช้อุปกรณ์ที่สามารถพกพาไปได้ง่าย มีความทนทาน กันน้ำได้ สามารถใช้กับถ่านไฟฉายขนาด
มาตรฐานได้ GPS สำหรับงานสำรวจ การนำทาง ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมีหลากหลายแบบ
และขนาด สามารถนำทางได้ทั้งภาพและเสียง ใช้ได้หลายภาษา บางแบบมีภาพเสมือนจริง ภาพสาม
มติ ิ และประสิทธิภาพอื่นๆ เพ่ิมเติมเช่น multimedia Bluetooth hand free เปน็ ต้น GPS สำหรับ
งานการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน โครงข่ายหมุดดาวเทียม GPS ของกรมท่ีดิน (DOLVRS) การ
กำหนดจุดเพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เช่น เส้ือกั๊กชูชีพท่ีมีเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอส การนำไปใช้
ประโยชน์ในขบวนการยุติธรรม เช่น การติดตามบุคคล การติดตามการค้ายาเสพติด ฯลฯ การ
นำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร การกฬี า เช่นใช้ในการฝึกฝนเพ่ือวัดความเร็ว ระยะทาง แคลลอร่ีทีเ่ ผา
ผลาญ หรือ ใชใ้ นสนามกอล์ฟใช้คำนวณระยะจากจุดท่ีอยถู่ ึงหลุม การสันทนาการ เชน่ กำหนดจุดตก
ปลา หาระยะเวลาท่ีเหมาะสมในการตกปลา การวัดความเร็ว ระยะทาง บันทึกเส้นทางการบิน รถ
บังคับวิทยุ ระบบการควบคุมหรอื ติดตามยานพาหนะ การตดิ ตามบคุ คล เพื่อให้ทราบว่ายานพาหนะ
อยู่ที่ใดมกี ารเคล่ือนท่ีหรือไม่ มีการแจ้งเตอื นให้กับผู้ติดตามเมื่อมกี ารเคล่ือนที่เร็วกว่าท่ีกำหนดหรือ
เคล่ือนที่ออกนอกพื้นที่หรือเข้าสู่พ้ืนที่ท่ีกำหนด นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้ในการป้องกันการ
โจรกรรมและตดิ ตามทรพั ยส์ ินคนื มาประกอบกับภาพถา่ ยเพื่อการทอ่ งเท่ยี ว การทำรายงานกจิ กรรม
เป็นต้น โดยจะตอ้ งมีเครื่องรับสญั ญาณดาวเทียมตดิ ตงั้ อยกู่ ับกล้องบางรนุ่ หรอื การใช้ระบบอุปกรณ์ที่
ใช้ในการจัดการและเก็บข้อมูลเป็นสัญญาณชนิดต่างๆ (GPS data logger) ร่วมกับชุดคำสั่งหรือ
33
โปรแกรมทใ่ี ช้สั่งงาน (software) ปจั จุบันมีการใช้อุปกรณ์ GPS กันอยา่ งกวา้ งขวาง และประชาชนมี
ความรู้เรอื่ ง GPS เปน็ อย่างดี เพราะได้มกี ารใชง้ านมานานระยะหนงึ่ แลว้ และมีระบบเชื่อมโยงข้อมูล
การจราจรในรูปแบบของดิจิตอล เช่น ในรถแท็กซี่จะพบอุปกรณ์ GPS เพื่อหลีกเล่ียงเส้นทางที่มี
การจราจรคับค่ัง หรือการขับรถเพ่ือท่องเที่ยวก็จะมีการแนะนำเส้นทางท่องเท่ียวพร้อมสถานที่
น่าสนใจต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ที่พัก จุดชมวิว แหล่งท่องเท่ียว เป็นต้น และนักเดินทางก็มักจะพก
อปุ กรณ์ GPS ในรูปแบบ PND หรอื smart phone ทลี่ งโปรแกรมที่อำนวยความสะดวกในด้านตา่ งๆ
(application software) ทอ่ี อกแบบมาสำหรบั โทรศัพท์เคลอ่ื นท่ี (mobile) และ แทบ็ เล็ต (tablet)
หรืออปุ กรณ์เคลื่อนท่ี สำหรับการนำทาง เช่น กูเกิลแมป (google map) แทนการพกพาสมุดแผนท่ี
อย่างในอดีต ปัจจุบันนี้ระบบ GPS สามารถค้นหาถึงระดับบ้านเลขท่ีหรือเบอรโ์ ทรศัพท์และนำทาง
ไปสเู่ ป้าหมายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง นอกจากฟงั กช์ ั่น (function) การนำทางพนื้ ฐานแลว้ กย็ ังมกี ารเตอื นทาง
โค้ง จุดด่านเก็บเงิน จดุ ที่มักจะมีการตรวจจับความเร็ว ตำแหน่งกล้องตรวจจับการฝา่ ฝืนกฎจราจร
การกำหนดความเร็วในถนนแต่ละสาย ข้อมูลการท่องเท่ียวพร้อมรายละเอียดพร้อมภาพประกอบ
ข้อมูลร้านอาหารอร่อย ภาพเสมือนจริง ข้อมูลจราจรทีเอ็มซี (Traffic Message Channel, TMC)
หรือ tracking การใช้ GPS ในการติดตามก็มีการใช้งานอย่างแพร่หลายเช่น รถบรรทุก รถยนต์
สาธารณะ รถพยาบาล รถตำรวจ รถโรงเรียน เรือประมง ฯลฯ เพื่อ การบริหารกลุ่มรถ ( fleet
management) ความปลอดภัย ติดตามและบันทึกพฤติกรรมการใช้งานยานพาหนะ การกำหนด
พื้ นที่ ป ฏิบั ติงาน เป็ นต้น ส่วน การใช้ GPS ใน การเกษตรน้ั น Official U.S. government
information about GPS and related topics (2018) รายงานว่า การพัฒนาและการใช้งาน
การเกษตรแมน่ ยำ หรอื การทำฟารม์ เฉพาะพื้นทเ่ี ป็นไปไดโ้ ดยการใชง้ าน GPS ร่วมกับระบบขอ้ มลู ทาง
ภูมิศาสตร์ (GIS) เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้สามารถจับคู่การรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์กับข้อมูล
ตำแหน่งท่ีแม่นยำ ซึ่งนำไปสู่การจัดการและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพ้ืนที่จำนวนมากอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ แอปพลิเคชันทใี่ ช้ GPS ในการทำฟาร์มทแี่ มน่ ยำน้นั ใช้สำหรบั การวางแผนฟารม์ การทำ
แผนที่ภาคสนาม การสุ่มตัวอยา่ งดิน การแนะนำรถแทรกเตอร์ การสอดแนมพืชผล การใช้อตั ราตัว
แปร และการทำแผนท่ีผลผลิต GPS ชว่ ยให้เกษตรกรสามารถทำงานได้ในสภาพพน้ื ที่ที่ทัศนวสิ ัยต่ำ
เช่น ฝน ฝ่นุ หมอก และความมืด ในอดีตเปน็ เรอื่ งยากสำหรับเกษตรกรทจี่ ะเชือ่ มโยงเทคนิคการผลิต
และผลผลิตพืชผลกับความแปรปรวนของทีด่ ิน สง่ิ น้ีจำกดั ความสามารถของพวกเขาในการพัฒนากล
ยุทธ์การบำบัดดิน/ พืชที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซ่ึงสามารถปรับปรุงการผลิตได้ ทุกวันน้ี การใช้สาร
กำจัดศัตรูพืช สารกำจัดวัชพืช และปุ๋ยท่ีแม่นยำย่ิงข้ึน และการควบคุมการกระจายตัวของสารเคมี
เหล่าน้ันได้ดีข้ึน สามารถทำได้ผ่านการเกษตรท่ีแม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ใหผ้ ลผลติ สงู ข้ึน และ
สร้างฟาร์มที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมมากข้ึน นวัตกรรมใหม่จำนวนมาก อาศัยการผสานรวมของ
คอมพิวเตอร์ออนบอร์ดเซ็นเซอร์ (computer onboard sensors) การรวบรวมข้อมูล และระบบ
อา้ งองิ เวลาและตำแหน่ง GPS ประโยชนข์ องการเกษตรแม่นยำจงึ ไม่ได้เกิดขึ้นไดเ้ ฉพาะในฟารม์ ขนาด
34
ใหญท่ ่ีมีเงนิ ลงทุนมหาศาลและประสบการณ์ดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศเท่าน้นั ปัจจุบันเกษตรกรรม
แม่นยำกำลังเปลี่ยนวิถีของเกษตรกรที่มีพื้นที่การเกษตรขนาดเล็กด้วย เนื่องจาก นอกจากมีความ
แมน่ ยำสงู แล้ว ยงั มีราคาถกู ใช้งานง่าย ค้มุ คา่ และเป็นมติ รกับผู้ใชม้ ากขนึ้ เกษตรกรทกุ คนสามารถใช้
GPS และ GIS รวมท้ังการสำรวจระยะไกล สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรบั การปรับปรุง
การใชท้ ด่ี ินและน้ำได้ สามารถบำบัดศตั รพู ชื และวชั พชื รบกวน และปกปอ้ งทรัพยากรธรรมชาตสิ ำหรบั
ใช้ในอนาคตบน smart phone ได้ เกษตรกรจงึ บรรลผุ ลประโยชน์ในการใช้ปุย๋ และการปรบั ปรงุ ดินได้
ดขี น้ึ ความแม่นยำของ GPS ชว่ ยให้เกษตรกรสร้างแผนทีฟ่ ารม์ ดว้ ยพนื้ ท่ีทแ่ี ม่นยำสำหรบั พื้นท่ีสนาม
ตำแหน่งถนน และระยะทางระหว่างจุดท่ีนา่ สนใจ GPS ชว่ ยให้เกษตรกรสามารถนำทางไปยงั สถานที่
เฉพาะในพ้นื ทไี่ ดอ้ ย่างแมน่ ยำทุกปี เพ่ือรวบรวมตัวอย่างดินหรอื ตรวจสอบสภาพพชื ผล ที่ปรกึ ษาดา้ น
พชื ผลใช้อปุ กรณ์เก็บข้อมูลที่ทนทานพร้อม GPS สำหรบั ตำแหน่งที่แม่นยำเพ่ือทำแผนที่การระบาด
ของศัตรูพืช แมลง และวัชพืชในพ้ืนท่ี พ้ืนที่ที่มีปัญหาศัตรูพืชในพืชผล สามารถระบุและทำแผนท่ี
สำหรบั การตดั สนิ ใจในการจดั การในอนาคต การปอ้ นขอ้ มูล (input) พน่ สารเคมอี ากาศยานไรค้ นขบั ก็
สามารถใช้ข้อมูลภาคสนามแบบเดียวกันได้ ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานภาคสนามได้อย่างแม่นยำ ลด
การลอยตัวของสารเคมี ลดปรมิ าณสารเคมีที่จำเปน็ ซง่ึ เปน็ ประโยชน์ตอ่ สิ่งแวดล้อม GPS ยังช่วยให้
นักบินสามารถจดั หาแผนท่ีที่แม่นยำให้กับเกษตรกรได้ มีการปรับปรุงข้อมูลสำหรับระบบ GPS ให้
ทันสมยั อย่เู สมออีกด้วย ลกั ษณะการใช้ GPS ในการเกษตรแสดงดังภาพท่ี 8.14 และวิดที ัศน์ที่ 8.3
(ก) (ข)
ภาพที่ 8.14 การใช้ GPS ชว่ ยพรวนดนิ และกำจัดวชั พืช (ก) การสัง่ การ GPS (ข) ผลการทำงานของ GPS
ท่มี า : Official U.S. government information about GPS and related topics (2018)
35
(ก) (ข)
วิดที ศั นท์ ี่ 8.3 การใช้ GPS ช่วยในการเตรียมดินปลกู พืช
ทีม่ า : จดั ทำวดิ ีทศั น์โดย ปราสาท จลุ พวก
ดาวนโ์ หลดไดท้ ี่ https://www.youtube.com/watch?v=smcfNxJOQuQ&t=48s
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศอ่ืนๆ สำหรับการเกษตร ที่มีประโยชน์
ในสถานการณ์เฉพาะกลุ่มท่ีอาจไม่เกี่ยวกับดินโดยตรง เช่น เคร่ืองวัดระดับออกซิเจนในดิน เป็นต้น
ดว้ ยเทคโนโลยีสารสนเทศการตรวจสอบดนิ ขัน้ สงู ทป่ี ลายนว้ิ ของเกษตรกร และนกั วจิ ัยสามารถตดิ ตาม
ตัวบ่งชี้ท่ีสำคัญของคุณภาพดินหลังจากปลูกเมล็ดแล้ว โดรนวิเคราะห์ดินและแปลงปลูกสามารถ
ช่วยตรวจสอบความหนาแนน่ ของดินและพืชตลอดฤดูปลูกเพื่อปอ้ งกันไม่ให้ปัญหาท่ีไมค่ าดคิดเกดิ ขึ้น
ในภายหลัง การตรวจสอบเชิงรุกน้ีสามารถช่วยให้เกษตรกรนำหน้าปัญหาใดๆ และทำการ
เปล่ียนแปลงตามความจำเป็น เช่น ใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ปรับการชลประทาน ฯลฯ เพ่ือเพ่ิม คุณภาพ
การผลติ พืชผลให้ได้สงู สุด การตรวจสอบน้ำในเชิงรุก การป้องกันการกัดเซาะ และการปรับเปลี่ยน
ธาตุอาหารให้พืชจะทำให้เกษตรกรมีฐานะทางเศรษฐกิจท่ีดีขึ้น เพ่ือชดเชยปัญหาจากปัจจัย
ดา้ นสง่ิ แวดล้อม เช่น ความแห้งแล้ง หรือน้ำท่วมในระยะยาว นอกจากนี้ยงั ชว่ ยให้เกษตรกรสามารถ
เตรียมพรอ้ มสำหรบั วัฏจกั รสภาพอากาศในระยะส้ัน วนิ ิจฉัยสว่ นทีไ่ ม่เปน็ จุดออ่ นและอปุ สรรคในพ้นื ที่
เพาะปลูกของตนเอง และสามารถเตรียมดินสำหรับการหมุนเวียนตามฤดูกาล และอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น
(Michelle, 2021)
36
สรปุ
การประยุกตใชเทคโนโลยีและสารสนเทศเกี่ยวกับดินเพื่อการเกษตร หมายถึงการประยุกต์
ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อนำมาจัดการสารสนเทศท่ีเกี่ยวกับดินเพ่ือการเกษตร โดยอาศัย
เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทเิ ช่น เทคโนโลยดี า้ นคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีด้านเครอื ขา่ ยโทรคมนาคมและ
การส่ือสาร และอาศัยความรู้กระบวนการดำเนินงานสารสนเทศ ตั้งแต่ข้ันตอนการแสวงหา
การวเิ คราะห์ การจดั เก็บ ตลอดจนถึงการเผยแพร่สารสนเทศและแลกเปลี่ยนสารสนเทศ กล่าวคือ
ประกอบด้วยส่วนประกอบ 5 ส่วน ได้แก่ เคร่ืองจักรอุปกรณ์ โปรแกรมซอฟต์แวร์ ข้อมูลและ
สารสนเทศ บุคลากร และข้ันตอนการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นการเพ่ิมประสิทธภิ าพ ความถกู ต้อง ความ
แมน่ ยำ และความรวดเร็วตอ่ การนำมาใช้ประโยชน์เกีย่ วกับดินเพอื่ การเกษตร สามารถสง่ เสรมิ ใหเ้ กิด
เกษตรแม่นยำ กล่าวคอื จากการรวบรวมข้อมูลเชงิ พ้นื ทใี่ นเวลาทเ่ี หมาะสมเก่ียวกับขอ้ กำหนดของดิน
พืช และการกำหนดการใช้ การรักษาเฉพาะพื้นท่ีนั้น จะเพิ่มการผลิตทางการเกษตรและปกป้อง
สิ่งแวดล้อม ส่วนคล่ืนลูกใหม่ของเทคโนโลยีและสารสนเทศเก่ยี วกบั ดินที่เกษตรนิยมนำมาประยุกตใช้
ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) การชลประทานขั้นสูง 2) หุ่นยนต์เพื่อการเกษตร
3) อากาศยานไร้คนขบั หรอื โดรน 4) อินเตอรเ์ น็ตของสรรพสิ่ง และ 5) ระบบกำหนดตำแหนงบนโลก
เช่น GPS เปน็ ตน้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำหรบั การเกษตรสมัยใหมท่ ี่สามารถเลือกตามความคุม้ ค่าต่อการ
ลงทุนในทุกขนาดของการผลิต เนื่องจากเกษตรกรจะประหยัดเวลาในการตรวจสอบด้วยตนเอง
เนื่องจากสามารถควบคุมการทำงานในระยะไกล เรียกข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ทันทีด้วยอุปกรณ์
ออนไลน์เกือบทุกชนิดอย่างแม่นยำ เป็นมิตรต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวโน้มจะมีต้นทุน
ค่าใชจ้ ่ายทีล่ ดลงตามความนยิ มใช้ที่เพิ่มขึน้ อยา่ งรวดเร็ว
37
เอกสารอา้ งอิง
เกยี รติพงษ์ อดุ มธนะธรี ะ. 2018. Digital Literacy องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสาร (Information Technology and Communications: ITC). [ออนไลน์]
เข้าถึงได้จาก https://www.iok2u.com/index.php/article/information-
technology/124-information-technology-and-communications-itc [2 มนี าคม 2562].
ณฏั ฐา กาญจนขุนดี. 2015. สดุ ยอด หนุ่ ยนต์ AI เพือ่ การเกษตร กสกิ รรมยุคใหมใ่ นปจั จุบนั และ
อนาคต. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.khundee.com/ห่นุ ยนต-์ ai-เพื่อ
การเกษตร/ [2 มีนาคม 2562].
พงษ์พันธุ์ พรรณบวั หลวง, ธนาบดี ซอหะซัน, วรินธรณ์ ปนิ่ เทศ, วัชรกิตติ จันทร์อุดร และณัชพล
ศริ เิ สรวี รรณ. มปป. ความร้เู กยี่ วกับเทคโนโลยีสารสนเทศ. [ออนไลน์] เขา้ ถงึ ได้จาก
http://5711011802036.msci.dusit.ac.th/?page_id=283 [5 มีนาคม 2562].
สำนักงานพฒั นาการวิจยั การเกษตร (องค์การมหาชน). มปป. เทคโนโลยกี ารเกษตร เพ่ือปรบั ปรุง
ประสิทธิภาพในภาคเกษตรกรรม. [ออนไลน์] เข้าถงึ ได้จาก https://www.arda.or.th/
knowledge_detail.php?id=21 [12 มีนาคม 2562].
อรพมิ พ์ มงคลเคหา. มปป. Global Positioning System (GPS) สู่โลกกว้าง....นวัตกรรมในยุค IT.
[ออนไลน]์ เขา้ ถึงได้จาก http://sci.bsru.ac.th/sciweb/e-magazine/7-2/chapter-
2.pdf [15 มนี าคม 2562].
อาภาภรณ์ ศริ พิ รประสาร. มปป. โดรน…ทางเลอื ก (ใหม่) – กับงานจัดการสงิ่ แวดลอ้ ม.
[ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://infofile.pcd.go.th/haz/UnmannedAerial
Vehicle.pdf?CFID=2022283&CFTOKEN=14667634 [15 มนี าคม 2562].
Anderson, C. 2014. Agricultural Drone. MIT Technology Review. 117 (3):
58–60. ProQuest 1534143322.
ARC Avisory Group. 2018. IoT Steps Up Smart Farming and Precision Agriculture.
[Online] Available from https://www.arcweb.com/blog/iot-steps-smart-
farming-precision-agriculture [May 20, 2021].
Dyskin, A.V., Hakan, B.H., Doherty, J., Elchalakani, M., Joldes, G.R., Karrech, A.,
Lehane, B., Miller, K., Pasternak, E., Shufrin, I., and Wittek, A. 2018. Computational
monitoring in real time: review of methods and applications. Geomech.
Geophys. Geo-energ. Geo-resour. 4: 235–271.
Forth. มปป. GPS คืออะไร. http://www.forthtrack.co.th/2019/08/23/gps-2/
[15 มีนาคม 2562].
38
It24hrs. 2017. กฎหมายโดรนในไทย ที่เจา้ ของโดรนตอ้ งรู้. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก
https://www.it24hrs.com/2017/drone-uav-thai-laws/ [15 มนี าคม 2562].
JXCT. 2020. Real time monitoring accurate measurement. [Online] Available
from http://www.jxct-iot.com/product/product.php?class2=118
[May 20, 2021].
News Medical Life Sciences. 2020. Sustainable Soil Management with
Spectroscopy. [Online] Available from https://www.news-medical.
net/whitepaper/20201120/Sustainable-Soil-Management-with-
Spectroscopy.aspx [November 25, 2020].
Mtg MANX Technology Group. 2020. Soil Monitoring with IoT – Smart Agriculture.
[Online] Available from https://www.manxtechgroup.com/soil-monitoring-
with-iot-smart-agriculture/ [May 20, 2021].
News Medical Life Sciences. 2020. Sustainable Soil Management with Spectroscopy.
[Online] Available from. https://www.news-medical.net/whitepaper/
20201120/Sustainable-Soil-Management-with-Spectroscopy.aspx [November
25, 2020].
Official U.S. government information about the Global Positioning System (GPS) and
related topics. 2018. Agriculture. [Online] Available from https://www.gps.
gov/applications/agriculture/ [May 20, 2021].
Sixfox. n.d. IoT soil condition monitoring sensors will opyimize agriculture
through data. [Online] Available from https://www.sigfox.com/en/iot-soil-
condition-monitoring-sensors-will-optimize-agriculture-through-data-2
[May 20, 2021].
Technology Networks. 2020. Sensors in development to improve soil management.
[Online] Available from https://www.technologynetworks.com/analysis/news/
sensors-in-development-to-improve-soil-management-331336 [March 1, 2020].
The Free Library. 2016. Bring in the drones: flying robots could be a valuable
tool for crop surveillance. [Online] Available from http://www.thefree
library.com/Bring+in+the+drones%3a+flying+robots+could+be+a+valuable+to
ol+for+crop...-a0423047794 [May 20, 2021].
The Story Thailand. 2021. เกษตร 5G : จนี ใช้ ‘ระบบชลประทานอจั ฉริยะ’ ชว่ ยประหยดั นำ้ -
39
เพมิ่ ผลผลติ . [ออนไลน]์ เขา้ ถงึ ได้จาก https://www.thestorythailand.com/
13/04/2021/20660/ [15 มีนาคม 2562].
Verma, S. 2019. How IoT Soil Condition Monitoring Is Empowering Farmers.
[Online] Available from https://www.iotforall.com/soil-moisture-monitoring
[May 20, 2021].
Via, M. 2021. Drone soil analysis: multispectral remote sensing for soil mapping.
[Online] Available from https://www.mapware.ai/blog/drone-soil-analysis-
multispectral-remote-sensing-for-soil-mapping [May 20, 2021].